หนุ่ม แท่ง ชวนเช็กอินวัดสาขลา ขอพรหลวงพ่อโต อิ่มฟินซีฟู้ดนาเกลือ

หนุ่ม แท่ง ชวนเช็กอินวัดสาขลา ขอพรหลวงพ่อโต  อิ่มฟินซีฟู้ดนาเกลือ

หนุ่ม แท่ง ชวนเช็กอินวัดสาขลา ขอพรหลวงพ่อโต อิ่มฟินซีฟู้ดนาเกลือ

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.04 น.

“หนุ่ม-แท่ง” พาทัวร์ “วัดสาขลา” วัดเก่าแก่ จ.สมุทรปราการ ขอพรหลวงพ่อโต  พร้อมเสิร์ฟร้านอาหารซีฟู้ดทั้งสด ทั้งแซ่บ  เที่ยวแบบเริ่ด ๆ ไปพร้อมกัน เสาร์ 25 เมษายนนี้

พาแฟนรายการออกเดินทางสายบุญ-สายกินกันอีกครั้ง สำหรับ 2 พิธีกรอารมณ์ดี หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จากรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” ที่สัปดาห์นี้จะพาไปเช็กอินกันที่ วัดสาขลา จังหวัดสมุทรปราการ วัดเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยตำนานและความศักดิ์สิทธิ์ พร้อมแวะชิมร้านซีฟู้ดรสเด็ดขึ้นชื่อย่านนาเกลือ

ทริปนี้ “หนุ่ม-แท่ง” พาไปกราบสักการะ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด ที่ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเรื่องการปกปักรักษา แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงขอพรในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ชีวิตครอบครัว หรือแม้แต่การขอบุตร โดยทั้งคู่ยังพาแฟนรายการไปเรียนรู้วิธีการขอพรหลวงพ่อโตอย่างถูกต้องอีกด้วยจากนั้นพาเดินชมจุดสำคัญภายในวัดที่ไม่ควรพลาด ทั้ง พระประธานในอุโบสถ, ลอดพระราหู, ลอดโบสถ์-วิหาร, พระปรางค์เอน, ศาลามหาราช และ ศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ ที่เคยประดิษฐานอยู่บนพระปรางค์ ให้ได้สัมผัสมนตร์เสน่ห์ของวัดโบราณแห่งนี้อย่างเต็มอิ่มปิดท้ายทริปด้วยความอร่อยแบบจัดเต็มที่ ร้านเกศฤดี ซีฟู้ด ร้านดังย่านนาเกลือที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดของวัตถุดิบและรสชาติอาหารซีฟู้ดสุดจัดจ้าน จนกลายเป็นร้านโปรดของใครหลายคน

โดย “หนุ่ม-แท่ง” เผยความประทับใจถึงทริปครั้งนี้ว่า“อีกหนึ่งวัดสวย วัดดังของสมุทรปราการ ที่พวกเราอยากแนะนำให้ทุกคนมาเที่ยวกันให้ได้เลย ห้ามพลาดนะครับกับวัดสาขลา”ห้ามพลาด! สายบุญและสายกิน เตรียมออกเดินทางไปสัมผัสความสุขพร้อมกันในรายการ “หนุ่มแท่งอารามทัวร์” วันเสาร์ที่ 25 เมษายนนี้ เวลา 13.30 น. ทาง ช่อง  7HD กด  35   และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com 

‘เอ ศุภชัย’ สุดกลั้น เปิดใจตื้นตัน ‘ณเดชน์’ ให้เกียรติเป็นญาติผู้ใหญ่ในวันแต่งงาน

‘เอ ศุภชัย’ สุดกลั้น เปิดใจตื้นตัน ‘ณเดชน์’ ให้เกียรติเป็นญาติผู้ใหญ่ในวันแต่งงาน

‘เอ ศุภชัย’ สุดกลั้น เปิดใจตื้นตัน ‘ณเดชน์’ ให้เกียรติเป็นญาติผู้ใหญ่ในวันแต่งงาน

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.

เจอผู้จัดการคนเก่ง เอ ศุภชัย” ในงาน Aum Aum ที่เซนทรัลลาดพร้าว งานนี้เลยขอออกมาเปิดใจหลังจาก ณเดชน์” ให้เกียรติเป็นญาติผู้ใหญ่ในการสู่ขอ ทำเอา เอ ศุภชัย”  ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

โดย เอ ศุภชัย”  เผยว่า “เป็นสิ่งที่ตื้นตันใจ หลังจากแห่ขันหมากเสร็จก็เขาจะเชิญ เขาเรียกว่าญาติผู้ใหญ่ ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดว่าน้องณเดชน์จะให้เกียรติเราให้ขึ้นไปเป็นญาติผู้ใหญ่ ก็คือมีแม่ น้องณเดชน์เค้าจะมีแม่แก้วที่เลี้ยงมา แม่และแม่ๆ มีเราเป็นหนึ่งในแม่ๆ นั้นด้วย”

ทำปลื้มหนักมากด้วย?

“เราก็รู้สึกปลื้มจิตที่ว่าเค้าให้เกียรติมากๆ จากผู้จัดการดาราตัวเล็กๆ คนนึงค่ะ เขาให้เกียรติแม้กระทั้งเป็นวันสำคัญที่สุดของเค้า คือทุกอย่างน้องณเดชน์เป็นคนเลือกเองแล้วก็คัดเองหมดเลย แล้วก็เป็นแขกผู้ใหญ่ของน้องญาญ่าค่ะ แล้วขึ้นไปอยู่ในบรรยากาศงานแล้วก็แม่แก้วขึ้นไปสู่ขอ เป็นตัวแทน แล้วน้ำตาแม่ๆ ทุกคนก็เริ่มไหล พี่เอก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เราก็หนึ่งในแม่คนนึงเหมือนกัน”

เรียกว่าพี่เออยู่มาทุกช่วงของชีวิต ณเดชน์

“อยู่ในวงการมาเกือบ 20 ปี แล้วจนถึงวันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิต ก็เหมือนเราได้ดูละครเรื่องนึงที่เป็นละครชีวิตที่เราไปรับเป็นนักแสดงแล้วก็จนถึงวันที่เค้าได้แต่งงาน”

เปิดวาร์ปชีวิตสุดลักชู โกกิเบอร์รี่ อดีตน้องรักบอสบิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ท่ามกลางดราม่าตัดขาด 50 ล้าน

เปิดวาร์ปชีวิตสุดลักชู โกกิเบอร์รี่ อดีตน้องรักบอสบิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ท่ามกลางดราม่าตัดขาด 50 ล้าน

เปิดวาร์ปชีวิตสุดลักชู โกกิเบอร์รี่ อดีตน้องรักบอสบิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ท่ามกลางดราม่าตัดขาด 50 ล้าน

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

เรียกได้ว่าเป็นดราม่าสะเทือนวงการเพลง เมื่อ “บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์” บอสใหญ่แห่งค่ายโตเกียวมิวสิค ออกมาประกาศหักดิบตัดความสัมพันธ์กับน้องสาวคนสนิท “โกกิเบอร์รี่” ปมเงินสูญหายกว่า 50 ล้านบาท ท่ามกลางภาพลักษณ์ชีวิตสุดลักชูรี่ของฝ่ายหญิงที่เพิ่งถอยบ้านหรูไปหมาดๆงานนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตจับตามองอย่างหนัก หลังจากที่ บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ โพสต์ข้อความสุดเดือดผ่านโซเชียลมีเดีย จากเดิมที่มีกระแสข่าวลือเรื่องเงินหายหลัก 10 ล้านบาท แต่ล่าสุดวงในและชาวเน็ตต่างเชื่อมโยงว่าตัวเลขอาจพุ่งสูงถึง 50 ล้านบาท ซึ่งบิ๊กเลือกที่จะ “อโหสิ” ไม่ฟ้องร้อง แต่ขอจบความสัมพันธ์ทางใจและทางธุรกิจทันที

ในขณะที่กระแสดราม่ากำลังระอุ หลายคนต่างพุ่งเป้าไปที่ “โกกิเบอร์รี่” น้องสาวคนสวยที่อยู่เคียงข้างบอสบิ๊กมานาน ซึ่งหากย้อนกลับไปดูไลฟ์สไตล์ของเธอในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า “ชีวิตดี๊ดีที่แท้ทรู” จนกลายเป็นที่อิจฉาของใครหลายคนกับบ้านหรูมูลค่า 8 ล้าน โกกิเบอร์รี่เพิ่งโชว์ความสำเร็จด้วยการซื้อบ้านหลังงาม ดีไซน์หรูหราสมฐานะ ตอกย้ำภาพลักษณ์สาวเก่งและขยันและใช้ชีวิตระดับพรีเมียมไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ล้วนสะท้อนถึงความมั่งคั่งและออร่าที่พุ่งปรี๊ดโดยที่ผ่านมาเธอคือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของค่ายโตเกียวมิวสิคที่แฟนคลับต่างชื่นชมในความสามารถมาโดยตลอดซึ่งการออกมาโพสต์ของ “บิ๊ก” ในครั้งนี้ ทำให้สังคมอดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ว่า ความหรูหราที่เห็น อาจมีความเชื่อมโยงกับปมเงิน 50 ล้านที่หายไปหรือไม่? แม้ทางด้านบอสบิ๊กจะยืนยันว่าจะไม่ฟ้องร้องและขอใช้การทำมาหากินแลกกับเงินที่เสียไป แต่การประกาศตัดขาด “ตลอดกาล” ก็สะท้อนให้เห็นว่ารอยร้าวนี้ลึกเกินกว่าจะประสานขณะนี้แฟนคลับแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทั้งที่ให้กำลังใจบอสบิ๊กให้ก้าวต่อไปเพื่อความปังในปีหน้า และกลุ่มที่ยังรอฟังความจริงจากฝั่งโกกิเบอร์รี่ว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “เงินล้าน” และ “บ้านหรู” มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่!

สะกดทุกสายตา เจนนี่ BLACKPINK อวดลุคสุดปังหรือพังทำโซเชียลแตก

สะกดทุกสายตา เจนนี่ BLACKPINK อวดลุคสุดปังหรือพังทำโซเชียลแตก

สะกดทุกสายตา เจนนี่ BLACKPINK อวดลุคสุดปังหรือพังทำโซเชียลแตก

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.20 น.

กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ทันที เมื่อไอดอลสาวซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เจนนี่ (JENNIE) แห่งวง BLACKPINK ปรากฏตัวในงาน TIME100 Gala งานเลี้ยงฉลองบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกของนิตยสาร TIME ประจำปี ซึ่งภาพลักษณ์ของเธอในครั้งนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนคลับและกูรูแฟชั่นอย่างมาก

จากโพสต์ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียและเพจแฟชั่นต่างๆ ได้มีการแชร์ภาพของเจนนี่ในลุคที่ผสมผสานความเซ็กซี่และความหรูหราได้อย่างลงตัวโดยเธอ มาในชุดซีทรูสีดำดีไซน์ล้ำสมัย เน้นโครงสร้างช่วงอกที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมสายคาดเอวขนาดเล็กที่ช่วยขับเน้นรูปร่างให้ดูโดดเด่นประดับต่างหูระย้าดีไซน์หรูหราที่ช่วยส่งให้ใบหน้าดูสว่างและสง่างามมากขึ้นกับทรงผมเกล้าผมที่เรียบกริบ พร้อมการจัดแต่งหน้าม้าแบบคลาสสิก ช่วยเพิ่มกลิ่นอายความย้อนยุคแต่ยังดูร่วมสมัยกระแสตอบรับจากแฟนๆในโลกโซเชียล แฟนๆ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมอย่างล้นหลาม  แต่บ้างกระแสก็ไม่ค่อยปลื้มกับลุคนี้ของเธอเท่าไร เพราะดูโดยรวมถือว่ายังไม่ปังเท่าที่ควร และควรสวยได้มากกว่านี้

ขวัญผวา บัว สโรชา เจอชายแปลกหน้าหลอนน้ำกระท่อมพกมีดบุกเข้าบ้านกลางดึก

ขวัญผวา บัว สโรชา เจอชายแปลกหน้าหลอนน้ำกระท่อมพกมีดบุกเข้าบ้านกลางดึก

ขวัญผวา บัว สโรชา เจอชายแปลกหน้าหลอนน้ำกระท่อมพกมีดบุกเข้าบ้านกลางดึก

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.11 น.

ทำเอา บัวสโรชา น้องสาว บีมกวี ยังคงสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเปิด-ปิดประตู หลังมีชายคนแปลกหน้าพกมีดพร้อมน้ำกระท่อม บุกเข้าบ้านกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 เม.ย. 69) โดยมีคุณพ่อและสามี  ตั้มพิพัทธ์ เผชิญหน้าด้วยความกล้า ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงและเข้าจับกุมทันที โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บในฐานะแม่ บัว เผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการขายหรือครอบครองสารเสพติดทุกชนิดอย่างเสรี เพราะเด็กที่กำลังเติบโตในประเทศอาจเข้าถึงถึงสิ่งเหล่านี้ได้ง่าย จึงขอเป็นอีกเสียงคัดค้านเรื่องการครอบครอง-ขาย-เสพสิ่งเสพติดทุกชนิดอย่างสุดใจ

โดยวันนี้ (24 เม.ย. 69) บัว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เมื่อคืนนี้เป็นคืนที่ยาวนานมาก คนทั้งบ้านกลัวกันหมดเพราะมีคนแปลกหน้าใส่ชุดดำทั้งตัว ปีนเข้ามาในบ้านจนต้องเรียกตำรวจมา พอค้นกระเป๋าเจอขวดน้ำอัดลมขวดใหญ่ที่มีน้ำกระท่อมอยู่เต็มเลยพร้อมมีดพก พี่ ๆ เจ้าหน้าที่ สน.โคกคราม เดินทางมาเร็วมาก ๆ และทำการจับกุมผู้บุกรุกทันที ขอบคุณพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ทุกคนนะคะ จากเหตุการณ์นี้ส่วนตัวด้วยความเป็นแม่ของลูกสองคน บัวไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องการขายหรือครอบครอง (สารเสพติดใด ๆ ก็ตามเสรี) โดยเฉพาะใบกระท่อมที่มีขายอยู่ทุกซอกทุกมุมของประเทศแบบนี้เลย มันควรแล้วหรือคะที่ยังต้องให้เด็กที่กำลังเติบโตขึ้นมาต้องเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ นี่ยังโชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ แต่ตอนนี้บัวก็สะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูค่ะ ขอให้ไม่ต้องมีใครต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกค่ะ และขอเป็นอีกเสียงที่คัดค้านเรื่องการครอบครองหรือขายเสพสิ่งเสพติดทุกชนิดอย่างสุดใจค่ะ”และ “ขอบคุณพี่ ๆ ตำรวจ สน.โคกครามค่ะ และขอบคุณปะป๊ากับตาตาที่ปกป้องพวกเรา” ท่ามกลางแฟน ๆ ที่เข้ามาคอมเมนต์แสดงความห่วงใยกันอย่างต่อเนื่อง

ย้อนที่มาฉลองพระองค์สี่วาระ พระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก

ย้อนที่มาฉลองพระองค์สี่วาระ พระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก

ย้อนที่มาฉลองพระองค์สี่วาระ พระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

ย้อนที่มาฉลองพระองค์สี่วาระ พระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 เพจเฟซบุ๊ก ”เจริญกรุง” ซึ่งเป็นเพจที่เผยแพร่เรื่องราวศิลปะ วัฒนะธรรม ได้โพสต์บทความเรื่อง “ฉลองพระองค์สี่วาระพระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก” เขียนโดย “นพรัศมี” โดยมีเนื้อหา ระบุว่า “ในพระราชพิธีกงเต๊กหลวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะสงฆ์จีนนิกายประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

เครื่องกระดาษที่จัดสร้างขึ้นถวายในพิธีครั้งนี้สะท้อนความประณีตละเอียดอ่อนทั้งในเชิงช่างฝีมือและในเชิงความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะเครื่องกระดาษฉลองพระองค์ ซึ่งถูกเลือกจำลองจากฉลองพระองค์จริงในวาระสำคัญต่าง ๆ แห่งพระชนมชีพ อันเป็นที่จดจำของพสกนิกร และสัมพันธ์กับบทบาทพระราชฐานะในบริบทที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ฉลองพระองค์เครื่องกระดาษวาระแรกเป็นฉลองพระองค์แบบสากล ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยสีเบอร์กันดี อันจำลองจากฉลองพระองค์ที่ทรงในคราวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์ของ Dior เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งเป็นการเสด็จส่วนพระองค์ สีสัน และรูปแบบของฉลองพระองค์สะท้อนพระรสนิยมอันสง่างาม เรียบ สุขุม และเชื่อมโยงโลกแฟชั่นสากลเข้ากับวัสดุพื้นถิ่นไทยอย่างแนบแน่น

ฉลองพระองค์วาระที่สองเป็นฉลองพระองค์ชุดไทยสีน้ำตาลทอง ประยุกต์จากชุดไทยเรือนต้น ฉลองพระองค์ซิ่นจีบหน้านางประดับลูกปัด และสายสะพายเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ (ม.จ.ก.) (ฝ่ายใน) พร้อมดาราประดับเพชร ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๑ ปฐมจุลจอมเกล้า (ฝ่ายใน) และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๙ ชั้นที่ ๑ (ภ.ป.ร.๑) อันจำลองจากฉลองพระองค์ที่ทรงเมื่อเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ฉลองพระองค์ชุดนี้สะท้อนบทบาทพระบรมราชินีนาถในฐานะศูนย์รวมแห่งวัฒนธรรมราชสำนัก ความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยซึ่งถูกนำเสนอในบริบทพิธีการสูงสุดของแผ่นดิน ถูกถ่ายทอดลงสู่เครื่องกระดาษอย่างประณีต สมจริง และเปี่ยมความเคารพ

ฉลองพระองค์วาระที่สามเป็นฉลองพระองค์สีแดงสไตล์จีนประยุกต์ จำลองจากฉลองพระองค์ที่ทรงในคราวเสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ ย่านเยาวราช สีแดงซึ่งเป็นสีมงคลตามคติจีน ประกอบกับลวดลายและรูปทรงแบบจีนร่วมสมัย สะท้อนพระราชบทบาทในการเชื่อมโยงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมไทย และพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกเชื้อสาย ซึ่งถูกนำมาถ่ายทอดในเครื่องกระดาษกงเต๊กอย่างมีนัยสำคัญ

ฉลองพระองค์วาระสุดท้ายเป็นฉลองพระองค์ชุดราตรียาวสีน้ำตาลทอง ประดับลูกปัด อันจำลองจากฉลองพระองค์ที่ทรงในคราวพระราชทานเลี้ยงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระราชวงศ์ ทรงต้อนรับประธานาธิบดีฌัก ชีรัก และภริยาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ กรุงเทพมหานคร ฉลองพระองค์ชุดนี้สะท้อนพระราชฐานะในเวทีการทูตระหว่างประเทศ ความสง่างามของราชสำนักไทยซึ่งปรากฏต่อสายตานานาชาติ ถูกถ่ายทอดผ่านเครื่องกระดาษด้วยความวิจิตรและสมพระเกียรติ

เครื่องกระดาษฉลองพระองค์ทั้งสี่วาระที่จัดสร้างขึ้นในการพระราชกุศลกงเต๊กหลวงครั้งนี้ จึงทำหน้าที่เป็นภาพแทนแห่งพระชนมชีพในมิติต่าง ๆ ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่พระราชจริยวัตรส่วนพระองค์ พระราชพิธีแห่งแผ่นดิน บทบาททางวัฒนธรรม ไปจนถึงพระราชภารกิจด้านการทูต อันถูกร้อยเรียงไว้ในพิธีกรรมจีนอย่างกลมกลืน สงบ งดงาม และเปี่ยมด้วยความอาลัยรักของพสกนิกรไทยทั้งประเทศ

การที่ฉลองพระองค์สีฟ้าแบบชุดไทยเรือนต้นองค์นี้กลับมาปรากฏอีกครั้งในพระราชพิธีกงเต๊กถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ชวนให้หวนระลึกถึงช่วงเวลาที่พระองค์ทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์อันเป็นสิริมงคลยิ่ง จากวันแห่งความปลื้มปีติของพระราชภารกิจสำคัญต่าง ๆ ในรัชสมัยที่ล่วงแล้ว สู่วันแห่งการน้อมรำลึกและการอุทิศพระราชกุศลด้วยความกตัญญูกตเวทีอย่างสงบงาม

ฉลองพระองค์ซึ่งเคยอยู่ท่ามกลางเสียงสรรเสริญและความเบิกบาน จึงแปรสภาพมาเป็นสื่อแห่งความทรงจำในพิธีกรรมแห่งการอาลัย แสดงให้เห็นว่าเครื่องแต่งกายหนึ่งชุดสามารถบรรจุเรื่องราว ความรู้สึก และความหมายทางจิตใจได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าบทบาทเชิงรูปธรรมของการแต่งกาย หากเป็นหลักฐานทางความทรงจำที่จะดำรงอยู่ในกาลเวลาไปอีกตราบนานเท่านาน”

หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ คนใหม่ ฐนัตถ์ เข้ารายงานตัวนายกฯ หลังได้รับแต่งตั้ง

หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ คนใหม่  ฐนัตถ์ เข้ารายงานตัวนายกฯ หลังได้รับแต่งตั้ง

หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ คนใหม่ ฐนัตถ์ เข้ารายงานตัวนายกฯ หลังได้รับแต่งตั้ง

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.

หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ คนใหม่ เข้ารายงานตัว “นายกฯ” หลังได้รับแต่งตั้ง 

วันนี้ 24 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการสัมภาษณ์​ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก​รัฐมนตรี​และรมว.มหาดไทย ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็น นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ มายืนอยู่ด้านหลัง จึงสอบถามนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้จะมีการหารือเรื่องสถานการณ์ชายแดนใต้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นายฐนัตถ์ เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น จึงต้องเชิญท่านมา เพราะจะเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้คนใหม่ 

ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามนายฐนัตถ์ ถึงการพูดคุยรอบใหม่ เจ้าตัวกล่าวว่า เพิ่งเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่น วันนี้มารายงานตัว ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้พานาย ฐนัตถ์ ขึ้นไปห้องทำงานและหารือร่วมกัน

เคาะแล้ว!ไทยช่วยไทยพลัส รัฐเปย์ 60% ดีเดย์ มิ.ย.นี้ แบ่งจ่าย 4 เดือนผ่านเป๋าตัง

เคาะแล้ว!ไทยช่วยไทยพลัส รัฐเปย์ 60% ดีเดย์ มิ.ย.นี้ แบ่งจ่าย 4 เดือนผ่านเป๋าตัง

เคาะแล้ว!ไทยช่วยไทยพลัส รัฐเปย์ 60% ดีเดย์ มิ.ย.นี้ แบ่งจ่าย 4 เดือนผ่านเป๋าตัง

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.31 น.

เฮ!”เอกนิติ”เผยเปิดลงทะเบียน”ไทยช่วยไทยพลัส”พ.ค.นี้ ดีเดย์ใช้ มิ.ย. ใจป๋ารัฐบาล 60 ประชาชน 40 เยียวยาค่าครองชีพ ปชช. “อนุทิน”ชี้ไม่ใช่”คนละครึ่งแล้ว” แบ่งจ่าย 4 เดือน

24 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ว่า ตนตั้งใจว่าจะเริ่มให้ลงทะเบียนภายในเดือน พ.ค.และใช้ได้ภายในเดือน มิ.ย.ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่จะมีส่วนช่วยในการเยียวยาด้วย และตามนโยบายนายกรัฐมนตรีอาจจะเป็น 60:40 คือ รัฐบาล 60 ประชาชน 40 และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แต่ส่วนนี้ไม่ต้องเอามาสมทบ แต่ประชาชนชั้นกลางทั่วไปสามารถใช้ได้ ในส่วนที่จะเป็น 60:40

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า จะเป็นการเยียวยาค่าครองชีพ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม เมื่อถามว่า เดือนละ 1 พันบาท หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นอย่างนั้น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว. มหาดไทย ซึ่งได้ยืนอยู่ด้วย ได้กล่าวว่า ไม่ใช่คนละครึ่งแล้ว และทยอยแบ่งจ่าย 4 เดือน

ขณะที่ต่อมาเวลา 14.59 น.นายเอกนิติ ได้นำทีมงานไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อความสิริมงคล ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

– 006

ปชป. เคาะเลือก สกลธี-พิทักษ์เดช นั่ง 2 ปธ.กมธ. ปัดคอมเมนต์ปม 10 สส.ปชน.

ปชป. เคาะเลือก สกลธี-พิทักษ์เดช นั่ง 2 ปธ.กมธ. ปัดคอมเมนต์ปม 10 สส.ปชน.

ปชป. เคาะเลือก สกลธี-พิทักษ์เดช นั่ง 2 ปธ.กมธ. ปัดคอมเมนต์ปม 10 สส.ปชน.

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.29 น.

ปชป. เคาะเลือก สกลธี-พิทักษ์เดช นั่ง 2 ปธ.กมธ. ปัดให้ความเห็น 10 สส.ปชน. ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ บอกพร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรค 

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงการคัดเลือกสส.ของพรรคให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ จำนวน 2 คณะ ที่พรรคได้รับ คือ กมธ.การสาธารณสุข และกมธ.การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ว่า ก่อนหน้านั้นพรรคได้หารือและตกลงให้นายสกลธี ภัทธิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค และ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปทำหน้าที่ ส่วนใครจะทำหน้าที่ประธานกมธ.คณะใดขอให้หารือกันอีกครั้ง

นายชัยวุฒิ ยังกล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญของพรรคในวันที่ 25 เม.ย. ว่า เป็นการประชุมตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด และเป็นวาระปกติ ที่ไม่มีส่วนของการตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใหม่ในตำแหน่งที่ว่างลงหลังจากนายวีระพงษ์ ประภา ลาออกจากพรรค เนื่องจากเกิดขึ้นภายหลังการกำหนดวาระ และไม่สามารถแจ้งไปยังกกต.ได้ทัน อย่างไรก็ดีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคมองว่ายังไม่ใช่วาระเร่งด่วนจึงยังไม่พิจารณาแต่งตั้งใครทำหน้าที่ส่วนที่ว่าง

เมื่อถามถึงกรณีที่ศาลฎีกาไม่สั่ง 10 สส.พรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีจริยธรรมประเมินทิศทางการทำงานฐานะฝ่ายค้านร่วมกันต่อไปอย่างไร นายชัยวุฒิ กล่าวว่า กรณีที่ศาลไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ตนไม่มีความเห็น แตต่การทำงานใสภาฯ ฐานะฝ่ายค้านในสภา พรรคประชาธิปัตย์สามารถทำงานร่วมกันได้กับทุกพรรคการเมือง 

เลิ่กลั่ก ไปต่อไม่ถูก! หลังสื่อถาม ได้คุย พิธา หรือไม่ กองเชียร์บอกเขากำลังอินเลิฟ

เลิ่กลั่ก ไปต่อไม่ถูก! หลังสื่อถาม ได้คุย พิธา หรือไม่ กองเชียร์บอกเขากำลังอินเลิฟ

เลิ่กลั่ก ไปต่อไม่ถูก! หลังสื่อถาม ได้คุย พิธา หรือไม่ กองเชียร์บอกเขากำลังอินเลิฟ

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.05 น.

เลิ่กลั่ก ไปต่อไม่ถูก! หลังสื่อถาม ได้คุย พิธา หรือไม่ กองเชียร์บอกเขากำลังอินเลิฟ

เมื่อวันที่ 24  เม.ย.2569 ที่โรงแรมเมเปิล บางนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการสัมภาษณ์ของ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน และนายณัฐพงษ์ ได้มอบให้นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค และฝ่ายกฏหมายพรรค ถึงการที่ศาลฎีการับคำร้องและให้ 10 สส. ปฏิบัติหน้าที่ต่อ 

ระหว่างนั้นนายแพทย์วาโย ได้กล่าวถึงกรณี 10 สส. หาก ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาล ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าได้มีการพูดคุยเรื่องดังกล่าวกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล หรือไม่ นายแพทย์วาโย กล่าวว่า “คุณพิธาเขากำลัง ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” … ก่อนจะนิ่งไปสักครู่ (โดยกองเชียร์ด้านหน้ากล่าวว่า อินเลิฟ) 

จากนั้น นายณัฐพงษ์ ได้สะกิดแขนขอตอบแทน ว่า ในคดีนี้ได้คุยกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ขณะนี้อยู่ในต่างประเทศ และตอบคำถามถึงความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่กรรมการบริหารพรรคต่อ หากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีมีมติเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อ ว่าทุกคนมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ส่วนตำแหน่งต่างๆ จะเลือกอย่างไร ขอให้ที่ประชุมใหญ่เห็นชอบในวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย.นี้