แหวกฟ้าหาฝัน : Swedish Art in National Museum Stockholm
วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
ใน National Museum Stockholm เมืองหลวงของสวีเดนย่อมต้องมีผลงาน Swedish Art เป็นจำนวนมากอย่างไม่ต้องสงสัย Swedish Art หรือศิลปะของสวีเดนเป็นศิลปะที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยศิลปินชาวสวีเดนที่มีอยู่มากว่าพันปี ในช่วงเวลาย้อนไปก่อนสิ้นยุคน้ำแข็ง ดินแดนสแกนดิเนเวียเต็มไปด้วยนักล่า ศิลปะที่หลงเหลืออยู่ให้ศึกษาก็มาจากยุคหินซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างง่าย ๆ จากวัสดุที่หาได้ในช่วงเวลานั้น ในยุคทองแดงศิลปะมักเกี่ยวเนื่องกับเครื่องประดับซึ่งได้รับอิทธิพลจากเดนมาร์ก ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 7 เครื่องประดับได้ปรับสู่ Vendel Style ศิลปะสวีเดนโดยเฉพาะทางตอนใต้ของประเทศถูกเรียกว่า Viking Art ยิ่งหลังจากการกำเนิดของศาสนาคริสต์และมีการบับติสมาแล้ว การสร้างสรรค์งานศิลปะก็เริ่มเข้าหาศาสนามากขึ้นโดยมักรังสรรค์งานด้านประติมากรรมเป็นส่วนใหญ่ ยุคสมัยแรกที่งานซึ่งเกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรเริ่มมีบทบาทสำคัญก็คือ ยุค Romanesque โดยศิลปินรังสรรค์งานด้านผ้าและทองเป็นหลัก
หลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้า Gustav ที่สาม ศิลปะสวีเดนก็ชะงักงัน งานทัศนศิลป์ในช่วงเวลานั้นเน้นไปที่ชาวนา อาทิ French Peasant Girl โดย Hugo Salmson ทิวทัศน์ชนบท อาทิ The Last Ray of Sunshine โดย Julia Beck และ Summer Landscape โดย Edvard Bergh ในมุมมองของนักวิพากษ์ศิลป์นั้น ศิลปะสวีเดนคลุมเครือไม่โดดเด่นมาตลอดจวบจนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นงานด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ศิลปินสวีเดนเริ่มรังสรรค์งานด้วยฝีแปรงที่ใหญ่ ชัดเจน สีสันสดใสโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Van Gogh อาทิ Church Goers in a Boat โดย Carl Wilhelmson และ Self Portrait โดย Eugene Janssen
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal หรือ WSJ ได้เผยแพร่บทความเรื่อง How Cybercrime Became a Leading Industry in ‘Scambodia’ หรือ “อาชญากรรมไซเบอร์กลายเป็นอุตสาหกรรมชั้นนำใน “Scambodia” ได้อย่างไร” โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า ประเทศกัมพูชาได้กลายเป็นศูนย์กลางหลักของอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ โดยการดำเนินงานต้มตุ๋นหลอกลวงขนาดใหญ่สามารถสร้างรายได้มหาศาลถึงประมาณปีละ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อย่างเป็นทางการของกัมพูชา