สมการรอคอย! ชมพู่ อารยา เปิดพรมแดงคานส์ สวยแพงทุกมุม

สมการรอคอย! ชมพู่ อารยา เปิดพรมแดงคานส์ สวยแพงทุกมุม

สมการรอคอย! ชมพู่ อารยา เปิดพรมแดงคานส์ สวยแพงทุกมุม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.04 น.

14 พฤษภาคม 2569 การรอคอยของแฟนๆ ทั่วโลกกลับมาอีกครั้ง สำหรับการเดินพรมแดงในงาน เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2026 ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยปีนี้ซูเปอร์สตาร์สาวตัวแม่ของเมืองไทยอย่าง “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หลังเปิดลุคแรกบนพรมแดงได้อย่างสง่างามสมมงตัวแม่แฟชั่นระดับอินเตอร์

สำหรับปีนี้ ชมพู่ อารยา เดินทางมาร่วมงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ L’Oréal Paris โดยลุคแรกที่ปล่อยออกมานั้นเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ได้อย่างถล่มทลาย กับชุดเดรสสีดำดีไซน์หรูจาก Armani Privé คอลเล็กชั่น Fall/Winter 2025 ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์แหวกเว้าช่วงอก เพิ่มเสน่ห์ความเซ็กซี่แต่มีระดับ ตามสไตล์ของชมพู่

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังคอมพลีตลุคด้วยเครื่องประดับสุดหรู ทั้งสร้อยคอและต่างหูที่ช่วยเสริมความสง่างามและออร่าความเป็นควีนบนพรมแดงได้อย่างลงตัว ทำเอาหลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งลุคที่สะกดทุกสายตาตั้งแต่วันแรกของงานเลยทีเดียว

ลำไย ไหทองคำ ประกาศสถานะ กัปตันช้าง แฟนเต็มตัว แฮปปี้ฝ่ายชายสายซัพพอร์ต

ลำไย ไหทองคำ ประกาศสถานะ กัปตันช้าง แฟนเต็มตัว แฮปปี้ฝ่ายชายสายซัพพอร์ต

ลำไย ไหทองคำ ประกาศสถานะ กัปตันช้าง แฟนเต็มตัว แฮปปี้ฝ่ายชายสายซัพพอร์ต

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.09 น.

“ลำไย ไหทองคำ” ประกาศสถานะ “กัปตันช้าง” แฟนเต็มตัว แฮปปี้ฝ่ายชายสายเปย์-ซัพพอร์ตดีเยี่ยม

เปิดตัวแบบหวานฉ่ำทำเอาแฟนคลับตาร้อนผ่าวคนโสดจะอยู่ยังไงละทีนี้!! สำหรับลูกทุ่งสาวสุดฮอต “ลำไย ไหทองคำ” ที่ล่าสุดออกมาเปิดใจในงาน PULZAR : LONG LIFE TECH ณ โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ยืนยันสถานะหัวใจกับ “กัปตันช้าง” กฤษดา วงษ์แก้ว ว่าตอนนี้ใช้คำว่า “แฟน” ได้เต็มปากแล้ว 100%

ลำไยเผยจุดเริ่มต้นสุดพีคว่ารู้จักกันผ่านโซเชียล โดยฝ่ายชายทัก DM มาสอบถามหลังจากที่เธอโพสต์สตอรี่ว่ารถโดนล็อกล้อที่ย่านบรรทัดทอง ก่อนจะเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์จากการไปทานข้าวและทำบุญร่วมกัน ซึ่งนาทีที่รู้ว่าฝ่ายชายจีบคือตอนไปไหว้พระพิฆเนศแล้วกัปตันช้างถามหมอดูต่อหน้าว่า “เขาจะชอบผมไหม” ทำเอาเจ้าตัวถึงกับเหวอและอ๋อในทันที

นอกจากนี้ เธอยังเผยความสุขแบบ 100% ว่าการมีคนข้างกายเป็นสายซัพพอร์ตมันดีมาก “ก่อนหน้านี้หนูเป็นคนจ่ายตังค์ แต่ตอนนี้เราเป็นคนใช้ตังค์” พร้อมย้ำว่าฝ่ายชายเข้ากับเพื่อนได้ดีและให้เกียรติสุด ๆ ส่วนเรื่องคอมเมนต์ด้านลบที่มองว่าไม่เหมาะสม ลำไยลั่นชัดว่าไม่แคร์ เพราะคนอยู่ด้วยกันคือเราสองคน แค่สบายใจและแฮปปี้ในทุกวันก็พอแล้ว

หน้าชาทั้งวงการ เบียร์ เดอะวอยซ์ เย้ยดาราออกตัวแรง หลังคลิปเสียง ทราย สก๊อต ปรากฎ

หน้าชาทั้งวงการ เบียร์ เดอะวอยซ์ เย้ยดาราออกตัวแรง หลังคลิปเสียง ทราย สก๊อต ปรากฎ

หน้าชาทั้งวงการ เบียร์ เดอะวอยซ์ เย้ยดาราออกตัวแรง หลังคลิปเสียง ทราย สก๊อต ปรากฎ

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.15 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ทำเอาโลกออนไลน์เดือดระอุ โดยเฉพาะวงการบันเทิง สำหรับดราม่าล่าสุดของ ทราย สก๊อต ที่กำลังถูกจับตามองอย่างหนักจากผู้คนทั้งหลาย โดยเฉพาะวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 ได้มีการเปิดคลิปเสียงบางส่วนสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งเมืองไทย

และงานนี้เจ้าแม่คอนเทนต์อย่าง เบียร์ เดอะวอยซ์ ไม่ขอตกขบวน ออกมาโพสต์ฟาดสั้น ๆ แต่จุกถึงทรวงผ่านโซเชียลส่วนตัว ระบุว่า “วงการบันเทิงมันโง่ได้ขนาดนี้อะคิดดู 5555555 ดาราลบเม้นกันไม่ทันเลย”

เบียร์ เดอะวอยซ์

โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นระเบิดลงกลางโซเชียลทันที ทางด้านชาวเน็ตเองก็ไม่รอช้า แห่เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ของสาวเบียร์กันอย่างคึกคัก ซึ่งรอบนี้ดูเหมือนคะแนนนิยมจะเทไปทางเธอไม่น้อย เช่น

“จริงครับ คุณเบียร์ ขออยู่เคียงข้าวคุณเบียร์ตลอดไป แต่มีข้อแม้”

“อ่ะ รอบนี้ทีมเบีย55555555”

“ออกตัวแรงจัด เบรคแตกหมดเลยค่ะอ”

“555555555555 ดาราโลกสวยกันเยอะมาก”

“ปกติไม่เคยเม้นท์ แต่อันนี้โคตรได้”

“เขินแทนเลย”

“อ่ะ รอบนี้ทีมเบียร์ อวยยศ ความเริด ความปัง ความมองคนออก นางให้กำลังใจทราย ตั้งแต่วันแรกเลยด้วยซ้ำ !!”

เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Bizcuitbeer, อินสตาแกรม psiscott

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.13 น.

‘สสส.’หนุน Dental Mind Connect 360° สร้างระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกใน‘โรงเรียนทันตแพทย์’ 19 สถาบัน รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า

14 พฤษภาคม 2569 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับองค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “DENTAL MIND CONNECT 360° : Integrated Digital Counseling & Proactive Mental Health Screening for Dental Students”ขึ้น ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและเสริมความเข้มแข็งเครือข่ายในโรงเรียนทันตแพทย์ เพื่อพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกสำหรับนิสิตทันตแพทย์ทั่วประเทศ

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ความร่วมมือในการสร้างระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชนและนิสิตนักศึกษา ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ จากข้อมูลการประเมินสุขภาพจิตคนไทย ปี 2567 พบว่า กลุ่มเยาวชนวัยเรียนมหาวิทยาลัยและวัยทำงานตอนต้น อายุ 18–24 ปี มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตสูงกว่ากลุ่มอื่น โดยมีความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าร้อยละ 26.9 มีภาวะเครียดสูงร้อยละ 24.5 และนำไปสู่การป่วยซึมเศร้าถึงร้อยละ 6 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิต การเรียน การใช้ชีวิต และปัญหาอื่น ๆ ตามมา

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า สสส. จึงร่วมกับเครือข่าย พัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพจิตสำหรับกลุ่มเยาวชนในระดับมหาวิทยาลัยหลายโมเดล รวมถึงการพัฒนารูปแบบเฉพาะสำหรับเครือข่ายโรงเรียนทันตแพทย์ โดยร่วมกับองค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยนเรศวร ออกแบบแนวทางที่สอดคล้องกับบริบทปัญหาของโรงเรียนทันตแพทย์โดยเฉพาะ ตั้งแต่การส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านสุขภาพจิต การพัฒนาสภาพแวดล้อม หลักสูตรและแนวทางการเรียนการสอนที่เอื้อต่อสุขภาวะทางใจ การสร้างกลไกดูแลสุขภาวะทางจิต ระบบให้คำปรึกษาและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงการพัฒนาแนวปฏิบัติร่วม นวัตกรรมด้านสุขภาพจิต และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพจิต

“เรื่องสุขภาพจิตในระบบการศึกษา ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต การเรียนรู้ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาบุคลากรโรงเรียนทันตแพทย์จาก 19 สถาบัน ให้สามารถดูแลนิสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานสามารถถอดบทเรียนให้เห็นรูปแบบเพื่อขยายผลเป็นองค์ความรู้ให้หน่วยงานอื่นต่อไป” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.ทพ.ภัชรพล สำเนียง คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้รับผิดชอบโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและเสริมความเข้มแข็งเครือข่ายในโรงเรียนทันตแพทย์ กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มนิสิตทันตแพทย์เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกสถาบันต้องร่วมกันให้ความสนใจอย่างจริงจัง จากการสำรวจนิสิตทันตแพทย์จำนวน 4,255 คน จาก 17 มหาวิทยาลัย พบว่าสถานการณ์สุขภาพจิตอยู่ในระดับน่ากังวล โดยมีนิสิตจำนวนมากที่มีภาวะเสี่ยง แต่ยังไม่เคยเข้าถึงบริการช่วยเหลือทางสุขภาพจิต สะท้อนช่องว่างสำคัญของระบบดูแลและการเข้าถึงบริการ ทั้งนี้ ปัจจัยความเครียดสำคัญของนิสิตทันตแพทย์เกิดจากภาระการเรียน การฝึกปฏิบัติทางคลินิก ความสัมพันธ์ในสังคมการเรียน และสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณภาพชีวิต และสุขภาวะทางใจของนิสิต

รศ.ดร.ทพ.ภัชรพล กล่าวว่า โครงการนี้องค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย จึงมุ่งพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตที่ครอบคลุมและยั่งยืนสำหรับบุคลากรและนิสิตทันตแพทย์ สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีคณะทันตแพทยศาสตร์ 19 สถาบันทั่วประเทศเข้าร่วม มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” ในการดูแลนิสิตได้อย่างเหมาะสม ผ่านการเรียนรู้เรื่องการประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น เทคนิคการฟังอย่างใส่ใจ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย การรักษาความลับทางวิชาชีพ ตลอดจนการวางระบบส่งต่อและติดตามผู้มีความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาแนวทางปฏิบัติร่วมระหว่างสถาบัน เพื่อให้หวังให้เกิดกลไกการดูแลสุขภาพจิตที่เป็นระบบในโรงเรียนทันตแพทย์ ทั้งในมิติการคัดกรอง เฝ้าระวัง ให้คำปรึกษา ส่งต่อ และติดตามผล พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่เอื้อต่อการเติบโตของนิสิตทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และสุขภาวะทางใจอย่างสมดุล

ม.รังสิต จุดไอเดียความคิดให้เด็กมัธยมปลาย จัด ‘ค่ายผู้นำนวัตกรรมสังคม รุ่นที่ 2/1’

ม.รังสิต จุดไอเดียความคิดให้เด็กมัธยมปลาย จัด ‘ค่ายผู้นำนวัตกรรมสังคม รุ่นที่ 2/1’

ม.รังสิต จุดไอเดียความคิดให้เด็กมัธยมปลาย จัด ‘ค่ายผู้นำนวัตกรรมสังคม รุ่นที่ 2/1’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

T&B Media Global Thailand นำ “Shelldon หอยกู้โลก” แอนิเมชันชื่อดังจาก T&B Media Global ที่ออกอากาศมาแล้วในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก และมีบทบาทในการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างต่อเนื่อง จับมือกับ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โดย รศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา  คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม จัดกิจกรรม “ค่ายผู้นำนวัตกรรมสังคม รุ่นที่ 2/1” ภายใต้แนวคิด “Shelldon’s Ocean Guardians” โดยมีทุนการศึกษารวมกว่า 18,000 บาท พร้อมรับเกียรติบัตรใส่ Portfolio โดยจุดประกายความคิดให้น้องๆ มัธยมปลายที่สร้างสรรค์กิจกรรมหลังจากการฟังวิทยากรแนะแนวแนวคิดจนออกมาอย่างน่าชื่นชมกันทีเดียวโดยมี รัชต์  จิรธรศิริ Acting  Group Chief  operating officer และ เมธวิน อังคทะวานิช Group chief  partnership officer  ของบริษัท T&B Media Global Thailand เข้าร่วมงาน

กิจกรรมดังกล่าวเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้พัฒนาทักษะสำคัญสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมสังคมในอนาคต เปิดความสนุกสนานกับ ทีม RSU Cheerleading ตามติดกันมาด้วย มาสคอตเชลล์ดอน พร้อมด้วย ซีโมน – ปุณณาสา ต้นวิชา และ เรมี่ – ไอริณ รณเกียรติ สองศิลปินสาวจากค่าย Rabbit Moon ในเครือ T&B Media Global

สำหรับ workshop สำหรับน้องๆที่เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยน้องๆ นักเรียน มัธยมปลายที่มาร่วมกิจกรรมที่ก้าวสู่บทบาท “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในค่ายผู้นำนวัตกรรมสังคม รุ่น 2/1 ตอน Shelldon’s Ocean Guardians เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงมือจริง กับสกิลสำคัญในโลกอนาคต กับ 3 วิทยากรที่มาจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับน้องๆใน 4 mission คือ Mission 1 วิธีคิดผู้นำแบบเชลล์ดอน IP ไทยก้าวไกลระดับโลก โดย พรวิรุณ แก้วทอง (พี่ตอง) Director of Leaning Business , Mission 2 Ocean Crisis & SDG 14 เจาะลึกวิกฤตใต้ทะเล และแนวคิดควํามยั่งยืน (ESG) โดย คณิน แก้วอินทร์(พี่แอมป์) Social Innovation Director , Mission 3 Design Mindset คิดเชิงออกแบบเพื่อพิทักษ์เชลล์แลนด์ กิจกรรม Workshop แบบกลุ่ม โดย ชรภัทธ์ สันติมํากร (พี่อ๋อง) Chief Experience Officer , Mission 4 Pitching & Communication เวทีนำเสนอแนวคิดผู้นำเยาวชน 

สำหรับผลการจัดกิจกรรมทำให้น้องๆที่เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Workshop-based Learning) โดยได้ฝึกฝนทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ผ่านสกิลสำคัญในโลกอนาคต ได้แก่ Leadership & Teamwork  – ฝึกการเป็นผู้นำและการทำงานเป็นทีม , Design Thinking – คิดเป็นระบบ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ , Communication – สื่อสารไอเดียให้โดนใจ , Social Innovation – สร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังจะได้สร้างผลงานเพื่อใช้ประกอบ Portfolio สำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พร้อมลุ้นรับทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 18,000 บาท และรับเกียรติบัตรจากมหาวิทยาลัยรังสิตและ T&B Media Global ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต

มวล.-สวก. สานต่อความร่วมมือ เซ็น MOU หนุนทุนวิจัย เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมเกษตรไทย

มวล.-สวก. สานต่อความร่วมมือ เซ็น MOU หนุนทุนวิจัย เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมเกษตรไทย

มวล.-สวก. สานต่อความร่วมมือ เซ็น MOU หนุนทุนวิจัย เดินหน้ายกระดับนวัตกรรมเกษตรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มวล. และ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ สวก.ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การส่งเสริมสนับสนุนทุนเพื่อการพัฒนาการวิจัยการเกษตรและบุคลากรด้านการเกษตร” เพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาการวิจัยและบุคลากรด้านการเกษตร ต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริงของประเทศ โดยมี ศ.ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน ท่ามกลางคณะผู้บริหารและบุคลากรของทั้งสองฝ่าย ณ ห้องประชุมโมคลาน อาคารศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ม.วลัยลักษณ์

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มวล. กล่าวว่า มวล.เห็นถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ การส่งเสริมและต่อยอดโครงการวิจัยด้านการเกษตรให้นำไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งในเชิงนโยบาย เชิงสาธารณะและเชิงพาณิชย์ การเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถของบุคลากรวิจัยด้านการเกษตร ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และการจัดฝึกอบรมสัมมนาร่วมกัน รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากข้อมูล เครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานที่ร่วมกันเพื่อให้การดำเนินงานวิจัยบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลมูลสารสนเทศ ด้านการวิจัยการเกษตรให้เข้าถึงเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมการเกษตรไทย

“มวล.มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐาน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่มีกำหนดระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนความมั่นคงของระบบเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศไทยไทยในระยะยาว” อธิการบดี มวล.กล่าว

ด้าน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการ สวก. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สวก.และ มวล. ได้มีการจัดทำ MOU ร่วมกันเมื่อปี 2563 และสิ้นสุดลง เมื่อปี 2566 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว มีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การสนับสนุนงานวิจัยแก่ มวล. จำนวน 8 โครงการ เป็นมูลค่างบประมาณ 15,644,550 บาท โดยเกิดเป็นผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์และสร้างผลกระทบเชิงบวกในพื้นที่ อาทิ โครงการพัฒนา RAINS for Thailand Food valley ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ตลอดจน โครงการการฟื้นฟูทรัพยากรและยกระดับการประมงปูม้าสู่มาตรฐานสากล การส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผ่านโครงการ “พัฒนาทักษะเกษตรอัจฉริยะ” เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยด้านการเกษตรสมัยใหม่สู่เกษตรกรในชุมชนอย่างเป็นระบบ

“การลงนาม MOU ในวันนี้ถือเป็นการต่อยอดผลสำเร็จความร่วมมือระหว่าง สวก.กับ มวล. และเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการสนับสนุนทุนวิจัยการพัฒนาบุคลากรด้านการเกษตร และการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่และเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบทบาทของทั้งสองหน่วยงาน นำไปสู่การบูรณาการองค์ความรู้ด้านการเกษตรและสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดนวัตกรรมการเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศต่อไป” ผอ.สวก. กล่าวทิ้งท้าย

กว่า 42 ปีแห่งการสืบสาน ‘สวดมนต์หมู่ฯ ทำนองสรภัญะ’ พลังศรัทธาของเยาวชนไทย สู่เวทีระดับประเทศ

กว่า 42 ปีแห่งการสืบสาน ‘สวดมนต์หมู่ฯ ทำนองสรภัญะ’ พลังศรัทธาของเยาวชนไทย สู่เวทีระดับประเทศ

กว่า 42 ปีแห่งการสืบสาน ‘สวดมนต์หมู่ฯ ทำนองสรภัญะ’ พลังศรัทธาของเยาวชนไทย สู่เวทีระดับประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 42 ปี โดยเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2527 ในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กทม. เพื่อชิงโล่รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ปัจจุบันกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ ภาคคณะสงฆ์ และเครือข่ายสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยมีศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม วัดชัยชนะสงคราม เป็นหน่วยงานหลักดำเนินการจัดการประกวดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย ในปี พ.ศ.2569 ได้จัดการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประเภททีม 5 คน โดยมีการคัดเลือกตัวแทนจากระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานครเข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศ แบ่งออกเป็น 4ประเภท ได้แก่ ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) ทั้งประเภททีมชายล้วนและทีมหญิงล้วน รวมผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 312 ทีม กว่า 2,800 คน จากทั่วประเทศ

ในพิธีเปิดการประกวด สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ได้ให้สัมโมทนียกถาแก่ผู้เข้าร่วมประกวด ความตอนหนึ่งว่า “เราจะชนะหรือแพ้ อย่าไปคำนึงถึง ขอให้เราทำด้วยความเต็มใจ ดีใจ ปีติใจ ว่าเราได้มีโอกาสได้ผ่านเข้ามาในระดับประเทศ ข้อสำคัญที่สุด คือการที่เราได้มีโอกาสสวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัย มีโอกาสทำการบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการปฏิบัติบูชา”

สำหรับผลการประกวดระดับประเทศ ประจำปี 2569 มีดังนี้ ระดับประถมศึกษา ประเภททีมชายล้วน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รร.วัดใหญ่บ้านบ่อ (บ้านบ่อราษฎรบำรุง) จ.สมุทรสาคร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รร.อนุบาลทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ รร.มูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จ.อุบลราชธานี

ระดับประถมศึกษา ประเภททีมหญิงล้วน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รร.อนุบาลเมืองใหม่ชลบุรี จ.ชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รร.บ้านเขาช่องลม จ.ระยอง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ รร.บ้านเวียงแก้ว จ.ขอนแก่น

ระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) ประเภททีมชายล้วน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รร.เรณูนครวิทยานุกูล จ.นครพนม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รร.สิเกาประชาผดุงวิทย์ จ.ตรัง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ รร.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

ระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา (ปวช.) ประเภททีมหญิงล้วน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ รร.ศรีกระนวนวิทยาคม จ.ขอนแก่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ รร.ชลกันยานุกูล จ.ชลบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ รร.เมตตาวิทยา จ.เพชรบูรณ์

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า เวทีแห่งนี้มิใช่เพียงการแข่งขัน หากแต่เป็นพื้นที่แห่งการสืบทอดศรัทธา คุณธรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทยจากรุ่นสู่รุ่น เสียงสวดสรภัญญะที่ดังกังวานจากเยาวชนทั่วประเทศ ไม่เพียงสะท้อนความสามารถ หากยังสะท้อนพลังแห่งศรัทธาและความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรมไทย ที่ร่วมกันสืบสานมรดกทางพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า พร้อมส่งต่อเจตนารมณ์แห่งความดีงามสู่รุ่นน้อง เพื่อเป็นแบบอย่างของการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และร่วมสร้างสรรค์สังคมด้วยพลังแห่งคุณธรรม

ทั้งนี้ การสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ นอกจากเป็นการอนุรักษ์และสืบสานศิลปวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นกิจกรรมสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกอันดีงามแก่เด็กและเยาวชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมแห่งความดี และการสืบทอดคุณค่าพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมไทยให้ดำรงคงอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป

สพฐ.ปฐมนิเทศ 370 ครูอาสาสมัครสอนภาษาจีนรุ่นที่24 ก่อนลงพื้นที่

สพฐ.ปฐมนิเทศ 370 ครูอาสาสมัครสอนภาษาจีนรุ่นที่24 ก่อนลงพื้นที่

สพฐ.ปฐมนิเทศ 370 ครูอาสาสมัครสอนภาษาจีนรุ่นที่24 ก่อนลงพื้นที่

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.09 น.

สพฐ.ปฐมนิเทศ 370 ครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน รุ่นที่ 24 ให้รู้จักประเทศไทย-เรียนรู้วัฒนธรรม ก่อนลงพื้นที่สอนเด็กใน 304 โรงเรียน ได้เรียนจีนกับเจ้าของภาษา ปีการศึกษา 2569

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569  ที่โรงแรมเดอะพาลาสโซ่ กรุงเทพฯ ดร.พิเชษฐ์ วันทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานเปิดการปฐมนิเทศโครงการครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน รุ่นที่ 24 ประจำปีการศึกษา 2569 ที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 370 คน โดยมี  นางหวัง เสี่ยวเยี่ยน รองผู้อำนวยการศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการสาธารณรัฐประชาชนจีน สำนักงานกรุงเทพ ดร.ศุภสิน ภูศรีโสม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ และ ดร.ณัฐริน เจริญเกียรติบวร ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ (HCEMC) สพฐ. เข้าร่วมงาน

ดร.พิเชษฐ์ วันทอง กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งโครงการนี้เป็นไปตามแนวนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21โดยเฉพาะทักษะด้านภาษาและการสื่อสารในระดับนานาติ ซึ่งภาษาจีนถือเป็นภาษาที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลกยุคปัจจุบัน ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้เรียนได้เข้าถึงองค์ความรู้จากเจ้าของภาษาโดยตรง อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ ทั้งด้านภาษาและความเข้าใจทางวัฒนธรรม การจัดกิจกรรม

“ การปฐมนิเทศในครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ครูอาสาสมัครทุกคนทั้งในด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยและแนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนไทย เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม และเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อผู้เรียน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครูอาสาสมัครจะใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมทั้งนำความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ ไปพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพยิ่งขึ้นต่อไป”

สพฐ.เสริมครูแกนนำใช้ AI พลิกโฉมการเรียนรู้รายบุคคล

สพฐ.เสริมครูแกนนำใช้ AI พลิกโฉมการเรียนรู้รายบุคคล

สพฐ.เสริมครูแกนนำใช้ AI พลิกโฉมการเรียนรู้รายบุคคล

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

ดีเดย์ 15 พ.ค.นี้สพฐ.เปิดรับสมัครครูแกนนำเข้าอบรม 3 หลักสูตรใช้ AI เป็นเครื่องมือวิเคราะห์-ประเมินผล-ผลักดันทุกศักยภาพของผู้เรียนรายบุคคล

13 พ.ค.68 นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำลังเร่งขับเคลื่อนและขยายผลในการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ ( AI ) มาเป็นเครื่องมือในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูสามารถใช้เครื่องมือ AI เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเด็ก ทำให้เด็กได้รับการพัฒนาตามศักยภาพรายบุคคล โดยวันที่ 20 พฤษภาคม วันที่ 27 พฤษภาคม และ วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นี้ สำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.จะจัด“ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการประเมินเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล โดยการใช้สารสนเทศทางการประเมินและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ด้วยรูปแบบออนไลน์” จำนวน 3 หลักสูตร 4 โมดูล ซึ่งเป็นการอบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้เวลาวันเสาร์-อาทิตย์ หรือเวลาที่นอกเหนือจากการเรียนการสอน เพื่อไม่ดึงครูออกนอกชั้นเรียน โดยการอบรมเริ่มจากครูแกนนำ ซึ่งเป็นครูฝ่ายวิชาการของโรงเรียน ในทุกเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ประมาณ 500 คนก่อน เพื่อให้ครูแกนนำไปประยุกต์ใช้จริง และรายงานผลมาให้ สพฐ.ทราบว่า หลังใช้ AI เป็นผู้ช่วยแล้ว สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ส่วนระยะต่อไปจะขยายผลจัดอบรม โดยเปิดรับสมัครตามความสมัครใจของครู รวมถึงศึกษานิเทศก์ด้วย

“สพฐ.มีเป้าหมายว่า ครูที่ผ่านการอบรมจะสามารถอ่านและใช้ผลข้อมูลสารสนเทศทางการประเมินระดับชาติ เพื่อการวางแผนการพัฒนาการศึกษา การให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) สามารถประยุกต์ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงานของครู ใช้เครื่องมือ AI เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเด็ก เด็กได้รับการพัฒนาตามศักยภาพรายบุคคล โดยครูใช้ผลการประเมินไปวางแผนออกแบบการพัฒนาผู้เรียน จัดกระบวนการเรียมรู้ของผู้เรียนรายบุคคล การวัดและประเมินผลที่สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล ซึ่งจะทำให้มีคุณภาพทั้งตัวหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ และวิธีวัดและประเมินผลที่ไม่ใช่แค่การตัดสิน แต่เป็นการผลักดันทุกศักยภาพของผู้เรียน” รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว

ด้าน นายชนาธิป ทุ้ยแป ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา สพฐ.กล่าวว่า ครูแกนนำสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ผ่านทาง URL: https://forms.gle/Gxya2XK739yyPDUy7 ใน 3 หลักสูตร ดังนี้ หลักสูตรที่ 1 การนำผลการประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับชาติไปใช้เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ โดยใช้ AI วิเคาระห์ ประมวลผล และนำเสนอข้อมูล อบรมวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 8.30-16.00 น. หลักสูตรที่ 2 การประเมินเพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ โดยใช้ AI สร้างเครื่องมือและให้ข้อมูลป้อนกลับ อบรมวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 8.30-16.00 น. และ หลักสูตรที่ 3 การวัดและประเมินผลที่สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยใช้ GENT AI  อบรมวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 8.30-16.00 น. ซึ่งทั้ง 3 หลักสูตรอบรมผ่านระบบ Zoom หลังอบรมเสร็จต้องทำงานส่ง และจะได้รับเกียรติบัตร ทั้งนี้ การอบรมระยะต่อไปจะเป็นการเรียนรู้จากแพลตฟอร์ม หลักสูตรละ 6 ชั่วโมง อยู่ที่ไหนก็เข้าอบรมได้ Anywhere Anytime.

สาทิตย์ ถอดรหัส ทักษิณ ส่งซิก ไปจำศีลมา-เป็นอัลไซเมอร์ ชวนจับตากลับมาเขย่า สมการการเมืองใหม่

สาทิตย์ ถอดรหัส ทักษิณ ส่งซิก ไปจำศีลมา-เป็นอัลไซเมอร์ ชวนจับตากลับมาเขย่า สมการการเมืองใหม่

สาทิตย์ ถอดรหัส ทักษิณ ส่งซิก ไปจำศีลมา-เป็นอัลไซเมอร์ ชวนจับตากลับมาเขย่า สมการการเมืองใหม่

วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.02 น.

ยังมีสิ่งคาใจเหมือนผงในตา?! ’สาทิตย์‘ ถอดรหัส ’ทักษิณ‘ ส่งซิก ‘ไปจำศีลมา-เป็นอัลไซเมอร์’ ขอจับตาคัมแบ็คเดินเกมสร้างแรงกระเพื่อมต่อหรือไม่บน ’สมการการเมืองใหม่‘ ชี้ อยู่ที่พรรคแกนนำ ’อนุทิน-ภท‘ เอาอยู่หรือไม่ หวังสารพัด ‘มรสุมชีวิต’ ที่ผ่านมาจะให้บทเรียน 

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงท่าทีทางการเมืองต่อจากนี้ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากที่ได้รับการพักโทษว่า ไม่แน่ใจบทบาททางการเมืองจากนี้ต่อไปของนายทักษิณ จะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ผ่านมา สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายทักษิณ ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้นายทักษิณ คิดได้ว่า สิ่งที่นายทักษิณเคยอ้างถึงหลักธรรมทางศาสนาว่า ตถตา แปลว่า มันเป็นเช่นนั้นเอง มันมีความหมายว่ามียศเสื่อมยศ มีลาภเสื่อมลาภ มีเกียรติก็เสื่อมเกียรติได้ ถ้าทำตัวไม่สมกับเกียรตินั้น ขณะเดียวกันนายทักษิณก็ผ่านมรสุมชีวิตมาเยอะ เพียงพอที่จะตัดสินใจได้ว่าสิ่งที่เผชิญมาในชีวิต มันให้บทเรียนอะไรบ้าง ตนก็ได้แค่คิดว่าควรจะเป็นเช่นนั้น 

“แต่พอเห็นวิธีที่นายทักษิณสื่อออกมา ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่มีนัยยะต่างๆกำกวม เช่น ไปจำศีลมา8เดือน จำอะไรไม่ได้บ้างต่างๆเหล่านี้ เป็นต้น มันทำให้คิดได้ว่าหรือจะยังตัดไม่ได้ ยังมีสิ่งที่ค้างคาในใจ อยากที่จะไปเขี่ยสิ่งที่มันทิ่มตาอยู่ รู้สึกว่ามันเป็นผงอยู่ในตาแล้วก็จะเขี่ยออก อะไรหรือไม่ เราก็ไม่รู้ เพียงแต่ว่าในสมการการเมืองยุคใหม่ พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นผู้เล่นใหญ่อีกต่อไปแล้ว กลายเป็นพรรคต่ำร้อย ไม่ได้เป็นพรรคหลักในการตั้งรัฐบาล นอกจากนี้กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดง ก็กระจัดกระจายกันไปมาก หลายคนก็ตาสว่างขึ้น ผมคิดว่า สิ่งที่เราทำได้ต่อจากนี้คือจับตามอง ภายใต้สมการการเมืองใหม่ว่านายทักษิณจะสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด ผมคิดว่าต้องดูไปก่อน เพราะในสมการการเมืองใหม่ วิธีการเล่นการเมืองแบบนายทักษิณใช้ หลายเรื่องมันเก่าไปแล้ว มันผ่านยุคนั้นไปแล้ว มือไม้ กำลังสำคัญต่างๆพอรู้จักตัวตนซึ่งกันและกัน มันก็สวมคอนเวิร์สกันไปหลายคู่แล้ว ก็หายกันไปเยอะ” นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ดูอาการนายทักษิณจากนี้แล้ว มันยังดูมีอะไรที่มันมีนัยยะทางการเมืองจากคำพูดที่พูดออกมาอยู่ หากเราย้อนกลับไปดูก่อนที่นายทักษิณจะโดนคดีชั้น14 จนกระทั่งมาสู่เรือนจำ รู้สึกว่ามันมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่มันมาเติมแรงกระเพื่อมทางการเมืองค่อนข้างเยอะ แต่ก็ต้องรอดูไปก่อน ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป เพราะนายทักษิณเพิ่งออกจากเรือนจำมาไม่กี่วัน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับบทบาทของรัฐบาลปัจจุบัน ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ว่าจะสามารถบริหารงานต่างๆประคับประคองไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่ต้องยอมรับว่าสูตรรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวแปรหลัก 70 เสียงของพรรคเพื่อไทยถ้าออกจากการร่วมรัฐบาล รัฐบาลอาจล้มได้ ก็ต้องถือว่าเป็นตัวแปรหลักเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารพรรคเพื่อไทยชุดปัจจุบันกับนายอนุทินด้วย 

เมื่อถามว่านายทักษิณจะเข้ามามีผลต่อสมการร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าพรรคเพื่อไทยขณะนี้เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน อิทธิพลของนายทักษิณต่อพรรคเพื่อไทยจะมีมากน้อยแค่ไหน