หมอฟาวซีเตือนอย่าเพิ่งชะล่าใจว่า Omicron ไม่รุนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671653

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 14:01 น.หมอฟาวซีเตือนอย่าเพิ่งชะล่าใจว่า Omicron ไม่รุนแรงผู้เชี่ยวชาญสหรัฐเตือนอย่าเพิ่งชะล่าใจ โอมิครอนไม่รุนแรงจริงแต่ถ้าติดเยอะก็ทำโรงพยาบาลล้นได้เหมือนกัน

The New York Times รายงานว่า แอนโธนี ฟาวซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและที่ปรึกษาการรับมือ Covid-19 ของทำเนียบขาวเตือน อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าโอมิครอน (Omicron) ไม่รุนแรงเหมือนเดลตา ระหว่างร่วมรายการ This Week ของสถานีโทรทัศน์ ABC

ฟาวซีเผยว่า การระบาดด้วยความเร็วสายฟ้าแลบของโอมิครอนในสหรัฐอาจนำมาสู่ความเสี่ยงในการเข้ารักษาในโรงพยาบาลสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน และอาจทำให้โรงพยาบาลทั่วประเทศรับมือไม่ไหว

“แม้ว่าเราจะใจชื้นขึ้นจากหลักฐานของหลายๆ ประเทศ นั่นคือมันมีความรุนแรงน้อยกว่า แต่เราต้องระวังด้วยว่าจะต้องไม่ชะล่าใจ” ฟาวซีเผย และยังพูดถึงคนอเมริกันนับล้านๆ คนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนว่า “คนเหล่านั้นคือกลุ่มเสี่ยงที่สุดเมื่อคุณต้องเจอกับไวรัสที่ทำให้คนติดเชื้อได้มากอย่างโอมิครอน”

ฟาวซีเผยอีกว่า แม้จะมีข้อมูลจากสกอตแลนด์ว่าโอมิครอนมีอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลน้อยกว่าเดลตาเกือบ 60% ทว่าอัตราการฉีดวัคซีนของสหรัฐที่ต่ำ คือมีชาวอเมริกันเพียง 62% เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว มีแนวโน้มจะลดความได้เปรียบจากความรุนแรงที่น้อยลงของโอมิครอน

“เมื่อคุณมีตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมาก มันอาจจะทำให้ความรุนแรงที่ลดลงไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป”

ทั้งนี้ ข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐระบุว่า คนที่ไม่ฉีดวัคซีนมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ 5 เท่า และเสี่ยงเสียชีวิตจาก Covid-19 มากกว่า 14 เท่าเทือเทียบกับคนไข้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว

อิหร่านจำลองถล่มอิสราเอล โชว์ยิงมิสไซล์พลังทำลายล้างสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671647

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 13:00 น.อิหร่านจำลองถล่มอิสราเอล โชว์ยิงมิสไซล์พลังทำลายล้างสูงอิหร่านโชว์ยิงมิสไซล์ถล่มศูนย์นิวเคลียร์อิสราเอลจำลองจนราบเป็นหน้ากลอง

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กองกำลังทหารของอิหร่าน จัดการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ที่มีชื่อว่า “Great Prophet 17” เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ซึ่งการซ้อมรบครั้งนี้ใช้เวลานานถึง 5 วัน ก่อนจะเผยคลิปวิดีโอการยิงขีปนาวุธ 16 ลูก และโดรนพลีชีพ 5 ลำ ทำลายล้างเป้าจำลองซึ่งเป็นศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ชิมอน เปเรส กลางทะเลทรายเนเกฟ เมืองดิโมนา ของอิสราเอล

กองกำลังอิหร่านเปิดเผยว่าขีปนาวุธทั้ง 16 ลูกมีพิสัยการยิงอยู่ที่ระหว่าง 350 ถึง 2,000 กิโลเมตร เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงศัตรูตัวฉกาจอย่างอิสราเอล

“การซ้อมรับครั้งนี้ทำขึ้นเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาโดยขบวนการไซออนิสต์ และเป็นการส่งสัญญาณเตือนต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลไซออนิสต์”

ทั้งนี้ การซ้อมรบดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอล หลังจากที่ P5+1 สมาชิกถาวร 5 ประเทศของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้แก่ สหรัฐ รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส บวกกับเยอรมนี ต้องการฟื้นฟูข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 หรือ แผนปฏิบัติการร่วมที่ครอบคลุม (JCPOA) ที่อนุญาตให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

ขณะที่อิสราเอลคัดค้านข้อตกลงดังกล่าวโดยมองว่าจะเป็นการเปิดทางให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ที่มา: AljazeeraIran International

ภาพ: various sources / AFP

จีนเร่งพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อทั้งเมืองซีอานหวังหยุดโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671643

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 12:13 น.จีนเร่งพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อทั้งเมืองซีอานหวังหยุดโควิดตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ยังพุ่งไม่หยุดทำให้ทางการจีนต้องระดมฉีดพ่นย้ำยาฆ่าเชื้อทั่วทั้งเมืองซีอาน

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ทางการเมืองซีอานทางตะวันตกของจีนเริ่มใช้มาตรการฆ่าเชื้อโรคตั้งแต่ช่วงค่ำของวานนี้ (26 ธ.ค.) หวังสกัดไม่ให้เชื้อลุกลามหลังจากต้องสั่งล็อกดาวน์ชาวเมืองกว่า 13 ล้านคนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคทั่วทั้งเมือง รวมทั้งขอให้ประชาชนปิดหน้าต่างและหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวสิ่งก่อสร้างต่างๆ และต้นไม้ใบหญ้าตามท้องถนน

มาตรการล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของเมืองซีอานเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 150 รายเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ ขณะที่ทางการคาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกจากการลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อรอบที่ 4

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากขนาดนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในจีนซึ่งเป็นเพียงประเทศเดียวที่ยังใช้มาตรการกำจัดโควิดให้เป็นศูนย์ (Zero Covid)

อย่างไรก็ดี สื่อท้องถิ่นของจีนรายงานว่า จางป๋อลี่ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการแพทย์ของรัฐบาลจีนเผยว่า ยังเป็นไปได้ที่จีนจะควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายในสิ้นเดือน ม.ค.ปีหน้า ก่อนที่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวจะเปิดฉาก

Photo by STR / AFP

ออสเตรเลียพบเสียชีวิตรายแรกจาก Omicron ยันไม่ล็อกดาวน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671635

วันที่ 27 ธ.ค. 2564 เวลา 11:00 น.ออสเตรเลียพบเสียชีวิตรายแรกจาก Omicron ยันไม่ล็อกดาวน์ออสเตรเลียรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกจากโอมิครอน รัฐยันไม่ล็อกดาวน์ อัตราเข้าโรงพยาบาลยังต่ำ

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าวันนี้ (27 ธ.ค.) ออสเตรเลียรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกจากโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ท่ามกลางจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลยังคงไม่ยกระดับมาตรการควบคุมโรคโดยให้เหตุผลว่าอัตราการรักษาในโรงพยาบาลยังคงต่ำ

รายงานระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 80 ปี ติดเชื้อจากบ้านพักคนชราในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในซิดนีย์ โดยชายคนดังกล่าวได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 โดส แต่มีโรคประจำตัว

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่เชื้อได้ง่ายกว่า แต่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา

ทั้งนี้ รัฐนิวเซาท์เวลส์กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 6,324 ราย และผู้เสียชีวิต 3 ราย

ขณะที่จำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ โดยขณะนี้มีผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั้งหมด 521 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยรักษาตัวในห้องไอซียู 55 ราย และ 17 รายใช้เครื่องช่วยหายใจ

เช่นเดียวกับรัฐวิกตอเรียซึ่งมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 1,999 ราย และผู้เสียชีวิต 3 ราย ขณะที่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลอยู่ที่ 368 ราย โดยผู้ป่วยในห้องไอซียูเพิ่มขึ้นเป็น 80 ราย แต่ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจลดลงจาก 43 รายเป็น 38 ราย

ด้านนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน กล่าวก่อนหน้านี้ว่าไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกต่อไป ขณะที่ 91% ของประชากรที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีน 2 โดสแล้ว แต่จะใช้กลยุทธ์อยู่ร่วมกับโควิด-19 อย่างระมัดระวัง ขณะที่อัตราการรักษาในโรงพยาบาลยังคงถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับช่วงกลางปีที่ผ่านมาซึ่งสายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดอย่างหนัก

Photo by William WEST / AFP

ฝรั่งเศสติดโควิดทะลุแสนในวันเดียว หวั่นโอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671603

วันที่ 26 ธ.ค. 2564 เวลา 18:02 น.ฝรั่งเศสติดโควิดทะลุแสนในวันเดียว หวั่นโอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักโควิดฝรั่งเศสทะลุแสนเป็นครั้งแรก เตือนโอมิครอนกลายเป็นสายพันธุ์หลักในไม่ช้า

วันนี้ (26 ธ.ค.) เอเอฟพีรายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสเปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงเมื่อวานนี้อยู่ที่ 104,611 ราย ซึ่งนับเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันที่ฝรั่งเศสรายงานผู้ติดเชื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

โดยในวันพรุ่งนี้ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง จะร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลฝรั่งเศสเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการด้านความปลอดภัยจากโควิด-19 ฉบับใหม่

ก่อนหน้านี้โอลิวิเยร์ เวรอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าอีกไม่นานฝรั่งเศสอาจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ถึง 100,000 รายต่อวันเนื่องจากสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้โรงพยาบาลต้องรับภาระหนัก

เวรองยังกล่าวว่าโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักในฝรั่งเศสภายในต้นเดือนม.ค.

ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในฝรั่งเศสพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน โดยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. มีผู้ติดเชื้อทะลุ 50,000 รายเป็นครั้งแรกก่อนที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นหลักแสนราย

ขณะนี้ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 122,546 ราย ขณะที่ประชาชน ร้อยละ 76.5 ของประชากรทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส

ขณะที่รัฐบาลเรียกร้องให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนรวมถึงวัคซีนเข็มกระตุ้น และสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะทั้งในร่มและกลางแจ้ง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

โดยหน่วยงานด้านสาธารณสุขของฝรั่งเศสแนะนำให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หลังจากที่ได้รับวัคซีนเข็มหลักไปแล้ว 3 เดือน

Photo by STEPHANE DE SAKUTIN / AFP

ต่างชาติถก ‘เรื่องจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671597

วันที่ 26 ธ.ค. 2564 เวลา 17:00 น.ต่างชาติถก 'เรื่องจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับไทย'ส่องความเห็นต่างชาติ ‘อะไรคือเรื่องจริงที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย’

ชาวเน็ตต่างชาติตั้งกระทู้พูดคุยกันบนเว็บไซต์ Quora ในหัวข้อ “อะไรคือเรื่องจริงที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับประเทศไทย” (What are the most interesting facts about Thailand?) ซึ่งมีผู้แสดงความคิดเห็นราว 56 รายการ

ผู้ใช้ชื่อ Unmesh Kulkarni กล่าวว่าเรื่องที่น่าสนใจสำหรับเขาคือร้านสะดวกซื้อในไทยมักมีหมาข้างถนนนอนตากแอร์อยู่หน้าประตู

Ava Bhatt หญิงชาวรัสเซีย อดีตที่ปรึกษาสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ตื่นเต้นกับการใช้พุทธศักราชของไทย โดยกล่าวว่า “มันเหมือนกับว่าเรามีไทม์ไลน์ที่ต่างกัน อย่างตอนนี้เรามาถึงค.ศ. 2019 แต่ที่ไทย 2562 แล้ว ก็บอกได้เลยว่าเราไปท่องอนาคต”

“คนไทยไม่รีบไปไหนเลย” Ava Bhatt กล่าวว่าจากประสบการณ์ของเขาเขาพบว่าคนไทยชอบที่จะนอนเล่นและทำตัวสบายๆ นอกจากนี้ยังพบว่าคนไทยชอบทานอาหารนอกบ้านมากกว่าทำกับข้าวเองที่บ้าน และการนั่งบนขั้นบันไดหรือทางเท้าเป็นเรื่องปกติ

อีกสิ่งหนึ่งที่เธอพบคือการใช้ถนนหนทางในประเทศไทยนั้นลำบากมาก ประการแรกคือหลายคนไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร และเธอไม่คุ้นชินกับการจราจรซ้ายมือ แท็กซี่ก็มีราคาแพง สิ่งที่เธอทำได้คือการเช่ารถจักรยานในราคา 600 รูเบิลรัสเซีย

Vishwas Virani จากอินเดียกล่าวว่าเรื่องที่ได้เรียนรู้จากการมากรุงเทพมหานครคือการถอดเสื้อขับรถเป็นเรื่องผิดกฎหมาย รวมถึงการออกจากบ้านโดยไม่สวมกางเกงในด้วย ซึ่งมีหลายคอมเมนต์ที่พูดถึงประเด็นนี้เช่นกัน

เขายังทิ้งท้ายแบบติดตลกว่าหากเขาเกิดที่ประเทศไทยคงต้องใช้เวลาครึ่งชีวิตในคุก

ผู้ใช้ชื่อ Alexander Dow กล่าวว่าเรื่องจริงที่น่าสนใจคือผัดไทยเป็นอาหารไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก แต่สำหรับคนไทยแล้วมันไม่ใช่อาหารยอดนิยมขนาดนั้น

นอกจากนี้เขายังกล่าวว่ากรุงเทพมหานครกำลังได้รับอิทธิพลจากนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติมากขึ้นอย่างมาก สังเกตได้จากร้านอาหารเกาหลี ญี่ปุ่น ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเต็มไปหมด ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเคยเห็นร้านอาหารเกาหลีเหนือ ที่เสิร์ฟอาหารต้นตำรับเกาหลีเหนือจริงๆ ด้วย

อีกสิ่งที่น่าสนใจคือประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของมหาอำนาจยุโรปอย่างฝรั่งเศสและอังกฤษ นอกจากนี้ไทยยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่ขับรถพวงมาลัยขวา

Tarun Madan กล่าวว่าเขาไม่เคยพบประเทศไหนที่มีที่นั่งสำหรับพระสงฆ์บนรถสาธารณะอย่างเช่นรถไฟฟ้าเหมือนกับประเทศไทย

Andy Cruise ชาวต่างชาติซึ่งอาศัยในประเทศไทยกล่าวว่าคนไทยจะต้องถอดรองเท้าเมื่อเข้าบ้านแม้ว่าพื้นบ้านจะสกปรกกว่ารองเท้าก็ตาม โดยกล่าวว่าเขาที่มาจากวัฒนธรรมที่ต่างกันอาจรู้สึกไม่สุภาพนิดหน่อยที่เจ้าของบ้านบอกให้แขกถอดรองเท้า แต่บ้านของคุณรกมาก

Alan Tam กล่าวว่าคนไทยค่อนข้างมีความเชื่อเรื่องโชคลางหรือเรื่องเหนือธรรมชาติ ความเชื่อที่แปลกอย่างหนึ่งที่เขาเคยได้ยินคือ “ห้ามผิวปากตอนกลางคืน” เพราะถือเป็นการเรียกผีวิญญาณ

ผู้ใช้ชื่อ Abhishek Kumar กล่าวว่าคนไทยมีความสุภาพ ยกตัวอย่างวัฒนธรรมไทยที่มีการใช้หางเสียงอย่างครับหรือค่ะลงท้ายประโยคเสมอ

Venkatesh Ragupathi ชาวอินเดียรายนี้กล่าวว่าสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเขาคือการที่คนไทยฝึกให้ลิงเก็บลูกมะพร้าว โดยอ้างข้อมูลว่าลิงตัวผู้สามารถเก็บมะพร้าวได้เฉลี่ย 1,600 ลูกต่อวัน และตัวเมียสามารถเก็บได้ 600 ลูก ในขณะที่มนุษย์สามารถเก็บได้เพียง 80 ลูกต่อวันเท่านั้น แต่ลิงเหล่านี้ได้รับการปฏิบัติเหมือนสมาชิกในครอบครัว พวกมันได้พักเมื่อไม่ได้ทำงาน ได้น้ำ อาหาร และได้รับการดูแลอย่างดี

เขาเสริมต่อว่าชาวสวนในอินเดียและศรีลังกาก็ฝึกให้ลิงเก็บลูกมะพร้าวเช่นกัน

ผู้ใช้ไม่ระบุชื่อ (Anonymous) หยิบยกมาหลายประเด็นด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้นคือการเขียนภาษาไทยไม่มีช่องว่างระหว่างคำ มีเพียงการเว้นช่องไฟระหว่างประโยคเท่านั้น ซึ่งเมื่อเขาลองเขียนภาษาอังกฤษแบบนี้ดู พบว่ามันอ่านยากจริงๆ

“WrittenThaidoesnothavespacesbetweenthewords. Itonlyhasspacesbetweensentences.”

นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่เขาคิดว่าน่าสนใจคือคนไทยหลายคนมีความเชื่อว่า ห้ามตัดผมในวันพุธ

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

นักโบราณคดีชี้ ‘เชื้อพระวงศ์’ กษัตริย์ยุครณรัฐ เจ้าของหลุมศพในเจียงซี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671596

วันที่ 26 ธ.ค. 2564 เวลา 16:17 น.นักโบราณคดีชี้ ‘เชื้อพระวงศ์’ กษัตริย์ยุครณรัฐ เจ้าของหลุมศพในเจียงซีทางการจีนยืนยันหลุมศพโบราณที่พบในเจียงซีเป็นของเชื้อพระวงศ์รัฐเย่ว์

ทางการมณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน ระบุว่าหลุมศพโบราณที่ค้นพบในท้องถิ่นเป็นของเชื้อพระวงศ์รัฐเย่ว์ในยุคจ้านกั๋วหรือรณรัฐ (475-221 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

กริชสั้นพร้อมคำจารึกสองอันเป็นจุดเด่นในหมู่โบราณวัตถุกว่า 2,600 ชิ้น ซึ่งขุดพบจากซากหลุมศพในเมืองจางซู่ โดยคำจารึกบ่งชี้ว่าเจ้าของหลุมศพเป็นทายาทของโกวเจี้ยน กษัตริย์ผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์รัฐเย่ว์

นอกจากนั้นคณะนักโบราณคดียังขุดพบเครื่องไม้เคลือบ เครื่องหยก เครื่องดนตรี และอาวุธจำนวนมากอีกด้วย

ทั้งนี้ คณะนักโบราณคดีค้นพบโลงศพ 7 โลง ในห้องฝังศพขนาด 230 ตารางเมตร ซึ่งอนุมานได้ว่าผู้ถูกฝังเหล่านี้เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงยุคจ้านกั๋วตอนกลาง

คณะนักโบราณคดีเผยว่าการขุดสำรวจและการวิจัยหลุมศพแห่งนี้เริ่มต้นปี 2017 ส่วนการค้นพบใหม่มีนัยสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์รัฐเย่ว์อย่างมาก

แล็บซิดนีย์พลาดบอกคนกว่า 400 ว่าไม่ติดโควิดทั้งที่ผลเป็นบวก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671586

วันที่ 26 ธ.ค. 2564 เวลา 13:40 น.แล็บซิดนีย์พลาดบอกคนกว่า 400 ว่าไม่ติดโควิดทั้งที่ผลเป็นบวกเกิดการผิดพลาดครั้งใหญ่ในวันคริสต์มาสหลังโรงพยาบาลใหญ่แจ้งผลการตรวจหาโควิดผิดพลาดทั้งที่ผลตรวจเป็นบวก

สื่อท้องถิ่นของออสเตรเลียรายงานว่า โรงพยาบาลเซนต์วินเซนต์ในเมืองซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเปิดเผยว่าศูนย์พยาธิวิทยาที่รับตรวจหา Covid-19 แจ้งผลการตรวจของผู้เข้ารับบริการกว่า 400 คนผิดพลาด ศูนย์พยาธิวิทยาดังกล่าวส่งเอสเอ็มเอสแจ้งผลการตรวจไปยังผู้เข้ารับบริการเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าพวกเขาไม่ติดเชื้อ ทว่าเช้าวันรุ่งขึ้นกลับพบว่าเกิดความผิดพลาดที่นำมาสู่การแจ้งผลคลาดเคลื่อน

เมื่อทราบเรื่องแล้วทางโรงพยาบาลรีบติดต่อไปยังผู้เข้ารับการตรวจกลุ่มนี้ซึ่งมีโอกาสที่พวกเขาจะแพร่เชื้อระหว่างฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวทันที

ขณะนี้โรงพยาบาลกำลังสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นความผิดพลาดของมนุษย์

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ศูนย์รับตรวจหาเชื้อทั่วรัฐนิวเซาท์เวลส์ต้องรับมือกับการตรวจที่ล้นหลาม โดยหลายคนถูกปฏิเสธเนื่องจากเกินความสามารถที่ศูนย์รับได้ในแต่ละวัน ขณะที่บางคนต้องต่อคิวรอตรวจถึง 3 ชั่วโมง

REUTERS/Loren Elliott

ใครเห็นบ้าง? ‘เจมส์ เวบบ์’ ทะยานสู่อวกาศไขความลับจักรวาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671584

วันที่ 26 ธ.ค. 2564 เวลา 13:30 น.ใครเห็นบ้าง? 'เจมส์ เวบบ์' ทะยานสู่อวกาศไขความลับจักรวาลกล้องโทรทัศน์อวกาศที่ใหญ่และทรงพลังที่สุด ทะยานขึ้นสู่อวกาศเพื่อทำภารกิจย้อนอดีตหาต้นกำเนิดของจักรวาล

สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์สรายงานว่า เจมส์ เวบบ์ (James Webb) กล้องโทรทัศน์อวกาศที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในโลก มูลค่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 334,000 ล้านบาท ถูกนำส่งโดยจรวดอาเรียน 5 (Ariane 5) ทะยานขึ้นสู่อวกาศจากฐานปล่อยจรวดในเฟรนช์เกียนา จังหวัดโพ้นทะเลของฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น

โธมัส ซูร์บูเชน หัวหน้าภารกิจขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) กล่าวว่า “นี่คือของขวัญวันคริสต์มาสที่วิเศษมาก” หลังจากที่ใช้เวลาในการพัฒนาเจมส์ เวบบ์มาราว 3 ทศวรรษ ร่วมกับหน่วยงานอวกาศ ESA และ ACS ของยุโรปและแคนาดา

นี่คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับต้นกำเนิดของจักรวาลเมื่อเกือบ 14,000 ล้านปีก่อน และดาวเคราะห์ที่อยู่นอกระบบสุริยะ

บิล เนลสัน ผู้อำนวยการ NASA เรียกกล้องโทรทัศน์อวกาศนี้ว่าเป็นไทม์แมชชีน (time machine) หรือเครื่องย้อนเวลา ที่จะช่วยให้เราเข้าใจจุดกำเนิดของจักรวาลตามทฤษฎีบิกแบง (Big Bang)

รายงานระบุว่าเจมส์ เวบบ์ เป็นกล้องโทรทัศน์อวกาศที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดในโลก โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6.5 เมตร สามารถถ่ายภาพอินฟราเรดที่ความยาวคลื่น 600-28,500 นาโนเมตร ซึ่งใช้งบประมาณในการสร้างถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดยมันจะต้องเดินทางสู่ห้วงอวกาศเป็นระยะทาง 1.5 ล้านกิโลเมตร ซึ่งการเดินทางจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เพื่อปฏิบัติภารกิจครั้งประวัติศาสตร์เพื่อไขความลับของจักรวาล

ด้านสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ก็ได้เผยภาพขณะกล้องโทรทัศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ เคลื่อนผ่านน่านฟ้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่ผ่านมา ในช่วงเวลาประมาณ 19.20 น.

Photo by jody amiet / AFP

ตัวเลขติดเชื้อรายวันในจีนพุ่งสูงสุดในรอบ 21 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 26 ธ.ค. 2564 เวลา 12:00 น.ตัวเลขติดเชื้อรายวันในจีนพุ่งสูงสุดในรอบ 21 เดือนจีนพบผู้ติดเชื้อรายวันสูงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ส่วนในซีอานเจอเพิ่ม 2 เท่าตัว

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายใหม่รายวันที่ได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 206 ราย เพิ่มจากวันก่อนหน้าที่พบ 140 ราย ในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อในประเทศ 158 ราย นับเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดของจีนในรอบ 21 เดือน

การติดเชื้อส่วนใหญ่พบในมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดยเฉพาะในเมืองซีอานซึ่งขณะนี้กลายเป็นศูนย์กลางการระบาด พบตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในประเทศวานนี้ (25 ธ.ค.) เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว คือ 155 ราย จาก 75 รายในวันก่อนหน้า

Photo by AFP