จับตาสถานการณ์อันน่าสะพรึงของภูเขาไฟตาอัล รอเวลาระเบิดเมื่อก็ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611536

  • วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 12:16 น.

จับตาสถานการณ์อันน่าสะพรึงของภูเขาไฟตาอัล รอเวลาระเบิดเมื่อก็ได้

• ภูเขาไฟตาอัลยังพ่นลาวาออกมาอย่างไม่รุนแรงนัก พร้อมด้วยฟ้าร้องและฟ้าผ่าที่ปากปล่องและรอบๆ เถ้าถ่านที่พวยพุ่งขึ้นมา เป็นสัญญาณว่ามีความเคลื่อนไหวที่รุนแรงที่ปล่องภูเขาไฟ หลายสิบเมืองและเจตมหานครมะนิลา รวมถึงย่านธุรกิจหลักของเมืองมากาติถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านและอนุภาคภูเขาไฟความหนาถึง 2.5 นิ้ว

Photo by Ted ALJIBE / AFP

• การมีผู้อพยพประชาชนมากกว่า 23,000 คนตั้งแต่ช่วงค่ำวันอาทิตย์ โดยมีแผนที่จะอพยพผู้คนมากถึง 200,000 คน เจ้าหน้าที่สั่งปิดโรงเรียนและหน่วยงานราชการและแนะนำให้ภาคธุรกิจปิดให้บริการเช่นเดียวกัน

Photo by Ted ALJIBE / AFP

• คาร์ลอส โดมิงเกซ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังกล่าวกับ Bloomberg Television ว่า ฟิลิปปินส์มีความพร้อมทางการเงินที่ดีในการรับมือกับความเสียหายจากการปะทุครั้งนี้ รัฐบาลได้ตั้งสำรองอย่างน้อย 50 ล้านเหรียญสหรัฐเป็นกองทุนฉุกเฉินและสามารถโยกงบประมาณเพื่อบูรณะฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ

Photo by Ted ALJIBE / AFP

• สนามบินนานาชาติของมะนิลาซึ่งเป็นประตูหลักของประเทศเปิดบางส่วนสำหรับการออกเดินทางเวลา 22.00 น. และขาเข้าในเวลาเที่ยง หลังจากยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 240 เที่ยวตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารประมาณ 60,000 คน

Photo by Handout / Courtesy of Renz Lejarso Guevara / AFP

• ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดภัยพิบัติมากที่สุดในโลก แต่ละปีมีพายุไต้ฝุ่นประมาณ 20 ลูกและยังตั้งอยู่บน “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” อันเป็นแนวภูเขาไฟรอบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทำให้ฟิลิปปินส์เกิดแผ่นดินไหวและการปะทุของภูเขาไฟอยุ่บ่อยครั้ง

Photo by Ted ALJIBE / AFP

• ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ระบุว่าในช่วงระหว่างปี 2543 ถึง 2559 ภัยพิบัติทางธรรมชาติในฟิลิปปินส์ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 23,000 คนและส่งผลกระทบต่อประชาชน 125 ล้านคน ความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีความเสียหายต่อปีโดยเฉลี่ยประมาณ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ

สถานทูตเตือนคนไทยในฟิลิปปินส์ หลังภูเขาไฟตาอัลปะทุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611517

  • วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 08:12 น.

สถานทูตเตือนคนไทยในฟิลิปปินส์ หลังภูเขาไฟตาอัลปะทุ

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมะนิลา เตือนคนไทยงดเดินทางไปพื้นที่รอบภูเขาไฟตาอัล หลังเกิดการปะทุ และทางการฟิลิปปินส์ได้ยกระดับเตือนภัยพร้อมอพยพประชาชน

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ได้ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทยหลังการปะทุของภูเขาไฟตาอัล (Taal) โดยระบุว่า ตามที่เกิดเหตุปะทุของภูเขาไฟตาอัล (Taal) ในจังหวัดบาตังกัส (Batangas) ทางใต้ของเกาะลูซอน ในช่วงเย็นของวันที่ 12 มกราคม 2563 ทางการฟิลิปปินส์ได้ยกระดับประกาศเตือนภัยเป็นระดับ 4 (จาก 5 ระดับ) กล่าวคือ อาจเกิดการปะทุที่รุนแรงและอันตรายได้ในไม่ช้า

โดยภูเขาไฟตาอัลได้พ่นเถ้าถ่าน ก่อให้เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่ และเถ้าถ่านปกคลุมชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ขณะนี้ ได้เริ่มมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ในรัศมี 14 กม. จากภูเขาไฟ รวมทั้งได้มีการระงับเที่ยวบินที่จะเดินทางเข้า-ออกที่ท่าอากาศยาน Ninoy Aquino International Airport เป็นการชั่วคราว

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมะนิลา ขอให้คนไทยงดเว้นการเดินทางไปยังพื้นที่บริเวณรอบภูเขาไฟตาอัล และการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ซึ่งทางการฟิลิปปินส์ประกาศเป็นเขตอันตรายโดยเด็ดขาด และขอให้ติดตามสถานการณ์และรับฟังข้อแนะนำหรือมาตรการต่าง ๆ ของทางการฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด

ภาพ เอเอฟพี

ฟิลิปปินส์สั่งอพยพ-ระงับเที่ยวบิน หลัง “ภูเขาไฟตาอัล” ปะทุรุนแรง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611516

  • วันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 07:54 น.

ฟิลิปปินส์สั่งอพยพ-ระงับเที่ยวบิน หลัง "ภูเขาไฟตาอัล" ปะทุรุนแรง

ฟิลิปปินส์คาดต้องอพยพผู้คนกว่า 200,000 ออกจากพื้นที่ พร้อมสั่งระงับเที่ยวบิน หลัง “ภูเขาไฟตาอัล” ปะทุรุนแรงจนเถ้าถ่านปกคลุมพื้นที่ตอนใต้ของเมืองหลวง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาของฟิลิปปินส์ ได้ยกระดับการเตือนภัยเป็นระดับ 4 จากทั้งหมด 5 ระดับ หลังจากภูเขาไฟตาอัลปะทุพ่นเถ้าถ่านขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่า 16 กิโลเมตร ส่งผลให้พื้นที่ตอนใต้ของกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ ถูกปกคลุมด้วยเถ้าถ่านเป็นบริเวณกว้าง

เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ได้สั่งให้โรงเรียนและหน่วยงานของรัฐบาลที่อยู่บริเวณใกล้เคียงภูเขาไฟตาอัล ปิดการเรียนการสอนและการดำเนินงาน และได้สั่งอพยพประชาชนจำนวนหลายพันคนออกจากพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า อาจจะมีประชาชนจำนวนมากถึง 200,000 คนที่ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย

โจเวเนอร์ ดูพิลาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูลข่าวสารของสำนักงานป้องกันพลเรือนกล่าวว่า จำนวนผู้อพยพคาดว่าจะสูงถึง 200,000 คน พร้อมระบุว่า ทีมงานของเขาเผชิญกับความยากลำบากในการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากภูเขาไฟตาอัลพ่นเถ้าถ่านหนาทึบออกมา

นอกจากนี้ ทางสถาบันฯภูเขาไฟฯยังได้เตือนให้ชุมชนที่อยู่โดยรอบแนวชายฝั่งทะเลสาบตาอัล ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงมะนิลาออกไปทางใต้ราว 90 กิโลเมตร พร้อมทั้งเฝ้าระวังเหตุด่วนเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการระเบิดของภูเขาไฟที่พ่นเศษหินออกมา

ขณะที่การท่าอากาศยานนานาชาติมะนิลา ได้ประกาศระงับเที่ยวบินทั้งหมดที่ท่าอากาศยานนานาชาตินินอย อากีโน ของกรุงมะนิลาแล้ว ทั้งขาเข้าและขาออก และแนะนำให้ผู้โดยสารติดต่อประสานงานกับทางสายการบินเพื่อรับทราบสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเที่ยวบินของตนเอง

ทั้งนี้ ภูเขาไฟตาอัลเป็นแห่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฟิลิปปินส์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และภูเขาไฟที่ทรงพลังเป็นอันดับสองในฟิลิปปินส์

ภาพ เอเอฟพี

ทางตันของ “จีนเดี่ยว” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611502

  • วันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลา 19:12 น.

Posttoday Podcast:The Expert Ep.21 เบื้องหลังชัยชนะของ ไช่อิงเหวิน

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

ไต้หวันไม่ใช่จีน? ชัยชนะของสายเอกราชในวันที่นโยบายจีนเดียวถูกโดดเดี่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611495

  • วันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลา 17:32 น.

ไต้หวันไม่ใช่จีน? ชัยชนะของสายเอกราชในวันที่นโยบายจีนเดียวถูกโดดเดี่ยว

ไช่อิงเหวิน ได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 แบบลอยลำและชนะแบบถล่มทลายด้วยคะแนน 8 ล้าน เทียบกับคู่แข่งจากพรรคก๊กมินตั๋งคือหานกั๋วอวี๋ ที่ได้ไป 5 ล้านเสียง

ไช่อิงเหวิน สังกัดพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ซึ่งมีนโยบายสำคัญคือสนับสนุนเอกราชของไต้หวัน และไช่ก็เคยกล่าวต่อสภาเมื่อเดือนตุลาคมปี 2019 ว่าจีนแผ่นดินใหญ่คือภัยคุกคาม และชี้ว่า “ฮ่องกงกำลังจะกลายเป็นดินแดนโกลาหลเพราะความล้มเหลวของระบอบหนึ่งประเทศสองระบบ แต่จีนก็ยังยัดเยียดระบอบหนึ่งประเทศสองระบบให้กับเรา (ไต้หวัน)”

ดังนั้นชัยชนะของไช่จึงเป็นการสะท้อนมติของมหาชนไต้หวันที่เอนเอียงไปในทางเอกราช หรือผิดหวังที่เห็นระบอบหนึ่งประเทศสองระบบล้มเหลว หรือกลัวว่าเมื่อใช้ระบอบหนึ่งประเทศสองระบบจะลงเอยแบบฮ่องกง หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องการนโยบายจีนเดียว

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไช่อิงเหวินกลับมาชนะอีก และแม้นว่าจะไม่มีไช่อิงเหวินพรรค DPP ส่งใครมาก็จะชนะอยู่ดี

นโยบายจีนเดียวคืออะไร?

นโยบายจีนเดียว (One-China policy) คือหลักการที่ยึดถือกันในจีนแผ่นดินใหญ่กับกลุ่มการเมืองในไต้หวันว่า แม้จีนจะแบ่งเป็น 2 ดินแดนเอกเทศ แต่ความเป็นประเทศจีนมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่ว่าจีนทั้งสองจะกลับมาเป็นแผ่นดินเดียวกันหรือไม่ก็ตาม จะไม่มีการยอมให้ไต้หวันเป็นเอกเทศโดยตัดขาดจากความเป็นจีน

ในไต้หวันพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ยอมรับหลักการนี้ เพราะ KMT เป็นพรรคที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวโยงกับแผ่นดินใหญ่มาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนในปี 1911 แม้จะพ่ายแพ้ต่อพรรคคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมืองในปี 1949 จนต้องถอยร่นมาปักหลักที่ไต้หวัน แต่ KMT ก็ยังอ้างสิทธิเหนือดินแดนทั้งหมดของจีนแผ่นดินใหญ่ (รวมถึงดินแดนของประเทศเพื่อนบ้านด้วย)

KMT นั้นโยกย้ายมาจากแผ่นดินใหญ่ สมาชิกก่อตั้งล้วนเป็นคนแผ่นดินใหญ่ ผู้ที่สนับสนุนก็น่าจะเป็นครอบครัวจากแผ่นดินใหญ่ ด้วยความผูกพันกับแผ่นดินใหญ่ KMT จึงสนับสนุนแนวคิดนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสนับสนุนรัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์ เพราะมันคือความคาดหวังว่าสักวันหนึ่งชาว KMT จะได้สานต่อพันธกิจของสงครามกลางเมืองที่แบ่งจีนออกเป็น 2 ประเทศ

แต่พรรค DPP ไม่ยอมรับหลักการนี้เอาเลย และมีแนวคิดสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไต้หวันที่ตัดขาดจากจีน (Taiwanization) ซึ่งกระบวนนี้จะนำไปสู่การสร้าง “ประเทศไต้หวัน” ที่เป็นอิสระเสรี ไม่มีความเกี่ยวข้องกับจีนในทางการเมือง

โดยสรุปก็คือ ในไต้หวันมีกลุ่มยอมรับหลักจีนเดียว นำโดยพรรค KMT กลุ่มนี้จะเรียกว่าสหพรรคสีน้ำเงิน (Pan-Blue) ส่วนกลุ่มต่อต้านจีนเดียวสนับสนุนเอกราช นำโดยพรรค DPP เรียกว่าสหพรรคสีเขียว (Pan-Green)

ไต้หวันอาจจะพูดภาษาจีนกลาง แต่ดินแดนของไต้หวันยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย มีประวัติศาสตร์ยุคใกล้ที่เหินห่างจากจีนเพราะในปลายราชวงศ์ชิงไต้หวันตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น ความใกล้ชิดของไต้หวันกับแผ่นดินใหญ่ในระยะใกล้ๆ นี้เกิดจากการอพยพของ KMT มาปักหลักหลังปี 1949

ไต้หวันมีความเป็นตัวของตัวเอง และพยายามใช้ความเป็นตัวเองนี้สร้างอัตลักษณ์ที่จำเพาะเจาะจงขึ้นมาให้ต่างจากจีน หลี่เติงฮุย อดีตประธานาธิบดีไต้หวันจากสหพรรคสีเขียว และผู้ที่ผลักดันเอกราชของไต้หวันอย่างหนักหน่วงคนหนึ่งเคยกล่าวว่า “วัฒนธรรมไต้หวันไม่ใช่สาขาหนึ่งของวัฒนธรรมจีน” และ “ภาษาหมิ่นหนานของไต้หวันไม่ใช่สาขาหนึ่งของภาษาหมิ่นหนานในมณฑลฝูเจี้ยน แต่เป็นสำเนียงภาษาไต้หวัน”

ในไต้หวันนอกจากจะพูดจีนกลาง (กั๋วอวี่) แล้ว ยังพูดภาษาจีนสำเนียงภาคใต้แถบมณฑลฝูเจี้ยนของแผ่นดินใหญ่ เรียกว่าภาษาหมิ่นหนาน แต่หลี่เติงฮุยต้องการแยกภาษาของไต้หวันออกเป็นเอกเทศจึงกล่าวเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ก็เป็นสำเนียงภาษาเดียวกัน

เพื่อที่จะสร้างความเป็นไต้หวัน (Taiwanization) บรรดาพรรคสายเขียวจึงพยายามลดความเป็นจีน (Desinicization) ในแบบเรียนประวัติศาสตร์ ซึ่งพรรค KMT คัดค้านอย่างมาก เพราะอย่างที่ผู้เขียนเกริ่นไว้ว่า KMT มีความเกี่ยวโยงทางประวัติศาสตร์กับแผ่นดินใหญ่

Taiwanization จึงเป็นแนวคิดที่จีนแผ่นดินใหญ่ไม่ยอมรับและตอบโต้ด้วยการผ่านกฎหมายต่อต้านการแยกตัวเป็นเอกราชเมื่อปี 2005 หากไต้หวันประกาศเอกราช จีนก็จะตอบสนองด้วยการใช้ “วิธีที่ไม่สันติ” ซึ่งหมายถึงการใช้กำลังนั่นเอง

ปัญหาก็คือจีนแผ่นดินใหญ่ไม่อาจห้ามกระบวนการ Taiwanization ได้ง่ายๆ เพราะนับวันสายใยระหว่างคนแผ่นดินใหญ่กับคนไต้หวันรุ่นใหม่เริ่มจะบางลงจนเกือบขาดแล้ว เพราะคนรุ่นเก่าของ KMT ที่ล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ ทำให้คนรุ่นใหม่มองไม่เห็นว่าพวกเขาจะต่อติดกับแผ่นดินใหญ่ได้อย่างไร แม้จะพูดภาษาเหมือนกัน แต่ค่านิยมต่างกัน ยังไม่นับความรู้สึกท้องถิ่นนิยมในไต้หวันที่เพิ่มขึ้นทุกที

คนไต้หวันอาจจะมี “ความเป็นจีน” แต่พวกเขาไม่อาจบังคับตัวเองให้เป็นคนจีน (Chinese) ได้ ในเมื่อปัจจัยแวดล้อมทำให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นคนไต้หวัน (Taiwanese) มากกว่า

ยังไม่นับความพยายามที่จะเปลี่ยนชื่อประเทศจากชื่อ “สาธารณรัฐจีน” (Republic of China) มาเป็นไต้หวัน (Taiwan) โดยชื่อแรกนั้นเกี่ยวโยงกับพรรค KMT อย่างแยกไม่ออก เพราะคำว่าก๊กมิน (กั๋วหมิน) แปลว่า สาธารณรัฐซึ่งในที่นี้หมายถึงสาธารณรัฐจีน เป็นชื่อที่พวก KMT นำติดตัวมาด้วยตอนที่อพยพมาปักหลักที่ไต้หวันในปี 1949

การเปลี่ยนชื่อ “สาธารณรัฐจีน” จึงสั่นคลอนพรรค KMT เข้าอย่างจัง พรรคนี้จึงต่อต้านอย่างจริงจังเช่นกัน ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อหน่วยงานใดที่มีคำว่าจีนเป็นคำว่าไต้หวันในยุคของพรรคสายเขียว เมื่อพรรคสายน้ำเงินกลับมามีอำนาจแล้วมักจะเปลี่ยนกลับ เช่นกรณีของบริษัทไปรษณีย์จีน (Chunghwa Post Co.) ถูกเปลี่ยนเป็นบริษัทไปรษณีย์ไต้หวัน (Taiwan Post Co.) ในปี 2007 ช่วงรัฐบาลเฉินสุยเปี่ยน พอในปีถัดมา หม่าอิ๋งจิ่วจาก KMT เป็นผู้นำประเทศ ก็เปลี่ยนกลับมาเป็นบริษัทไปรษณีย์จีนอีก

แต่ KMT อ่อนกำลังลงเรื่อยๆ หากเราจะวัดว่า “คนเก่าคนแก่” ที่โยงใยกับแผ่นดินใหญ่ล้มตายไปเรื่อยๆ และการสร้างอัตลักษณ์ไต้หวันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ พรรค KMT จึงไม่มีไม้เด็ดไม้ไหนที่จะมาดึงคะแนนเสียงอีก ยกเว้นว่าพวกเขาจะทำให้คนไต้หวันรู้ว่าตัวเองยังมีความเป็นจีนอยู่ และนโยบายจีนเดียวเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้ทุกฝ่าย

ปรากฎว่าชาวไต้หวันไม่เห็นว่าจีนเดียวจะมีคุณต่อพวกเขาอย่างไร ดังที่เราเห็นด้วยแล้วว่าคะแนนเทไปที่พรรค DPP แบบถล่มทลาย เพราะไช่อิงเหวินรู้จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามดี นั่นคือความโกลาหลที่เกิดขึ้นในฮ่องกง และภาพความนรุนแรงจากการปราบผู้ชุมนุมประท้วง ทำให้ชาวไต้หวันรู้สึกกลัวนโยบายจีนเดียวมากว่าที่จะอ้าแขนรับ

แน่นอนว่าไต้หวันไม่ได้มุ่งที่จะตัดขาดตัวเองจากแผ่นดินใหญ่อย่างตะพึดตะพือ ชาวไต้หวันอาจจะหันมารับนโยบายจีนเดียวได้ก็ต่อเมื่อ “อีกฝั่ง” มีค่านิยมเดียวกับพวกเขาแล้ว

เฉินหมิงทง รัฐมนตรีไต้หวันของสภากิจการแผ่นดินใหญ่จากพรรคสายเขียวกล่าวว่า “อนาคตของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ ขึ้นอยู่กับการปฏิรูปประชาธิปไตยอย่างแท้จริงของจีน นี่คือทางออกที่ดีทีสุดของปัญหาไต้หวันที่เราจะเสนอให้กับฝ่ายจีนได้”บทความโดยกรกิจ ดิษฐาน

ออสเตรเลียซึ้ง แฟนบอลไทยให้กำลังใจสู้ไฟป่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611464

  • วันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลา 13:03 น.

ออสเตรเลียซึ้ง แฟนบอลไทยให้กำลังใจสู้ไฟป่า

แม้ว่านักฟุตบอลทีมชาติไทย U23 จะพ่ายให้กับออสเตรเลียในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี โดยแพ้ไป 1 – 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ระหว่างการแข่งขันกองเชียร์ชาวไทยได้ชูแผ่นป้าย “Pray for all lives: Thai hearts for Australia” เพื่อให้กำลังใจชาวออสเตรเลียฟันฝ่าภัยพิบัติไฟป่าที่กำลังลุกลามในหลายพื้นที่ของประเทศ

หลังการแข่งขัน นักฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลียได้มารวมตัวกันถ่ายภาพที่สแตนของกองเชียร์ชาวไทยพร้อมกับแผ่นป้ายดังกล่าว และนำภาพไปโพสต์ในเพจ Socceroos ของทีมชาติฟุตบอลออสเตรเลีย พร้อมข้อความขอบคุณชาวไทยว่า Thank you to the amazing people of Thailand!

หลังจากนั้นได้มีแฟนฟุตบอลออสเตรเลียมาแสดงความชื่นชมมากมาย ส่วนใหญ่แสดงความซาบซึ้งใจที่ชาวไทยให้กำลังใจพวกเขา เช่น Jeffrey Clare ที่บอกว่า “รู้สึกซึ้งใจมาก แม้ว่าเกมนี้ไทยจะแพ้ไป แต่แฟนๆ ของทีมไทยยังรวมพลังกันเพื่อออสเตรเลีย ขอบคุณประเทศไทย”

ChrisandJohanna Mountier บอกว่า “ขอบคุณมากประเทศไทยกับข้อความที่ซาบซึ้งใจที่ส่งมาถึงออสเตรเลีย”ส่วน  Wesley Douglas บอกว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ผมชื่นชอบที่สุด นี่ยิ่งทำให้ผมยิ่งชอบเข้าไปอีก”

เผยกองทัพสหรัฐรู้ล่วงหน้าข้ามวันก่อนอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานในอิรัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611459

  • วันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลา 12:19 น.

เผยกองทัพสหรัฐรู้ล่วงหน้าข้ามวันก่อนอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานในอิรัก

ทีมงานผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว CNN รายงานว่า กองทัพสหรัฐที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอัลอัสซาดในอิรักรู้ล่วงหน้าว่าอิหร่านจะทำการโจมตีครั้งใหญ่ จึงทำการอพยพเจ้าหน้าที่ไปอยู่ในหลุมหลบภัยก่อนที่การโจมตี

แหล่งข่าวระบุว่ามีการอพยพออกไปตั้งแต่วันก่อนที่จะมีการโจมตี และมีการพาเจ้าหน้าที่ไปยังสถานที่ปลอดภัยก่อนที่มีการโจมตีถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง

จากการรายงานข่าวเจาะลึกของ CNN ทำให้ทราบว่า ทหารส่วนใหญ่บินออกจากฐานหรือเข้าหลบภัยในบังเกอร์ตั้งแต่เวลา 23.00 น. เวลาท้องถิ่นวันอังคารที่ 7 มกราคม ไม่นานก่อนที่ขีปนาวุธ 4 ลูกแรกจะถูกยิงมาตกที่เป้าหมายประมาณหลังเวลา 13.30 น. ของวันพุธที่ 8 มกราคม

การโจมตีกินเวลา 2 ชั่มโมงโดยเล็งเป้าหมายเฉพาะจุดที่ตั้งของกองกำลังสหรัฐในฐานทัพแห่งนี้ หรือกินพื้นที่ประมาณ 1 ใน 4 ของฐานทัพอัลอัสซาด

เจ้าหน้าที่เผยกับ CNN ว่า ถือเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการโจมตี ทั้งๆ ที่ขีปนาวุธยิงมารตกห่างจากบังเกอร์เพียงไม่กี่เมตร และมีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายงานสำคัญยังปฏิบัติการอยู่ด้านนอก

อ้างอิงจาก US troops knew Al-Asad air base would be attacked and sheltered in bunkers, exclusive tour reveals

สถานการณ์กลับตาลปัตร ชาวอิหร่านชุมนุมประท้วงไล่ผู้นำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611449

  • วันที่ 12 ม.ค. 2563 เวลา 09:58 น.

สถานการณ์กลับตาลปัตร ชาวอิหร่านชุมนุมประท้วงไล่ผู้นำ

ผู้ชุมนุมนุมตะโกนคำขวัญต่อต้านระบอบการปกครอง และเรียกร้องให้ผู้นำสูงสุดมีความละอายแก่ใจ หลังยิงเครื่องบินของยูเครนตก

ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐกำลังเฝ้าดูการประท้วงของอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนว่าอิหร่านไม่ควรลงมือ “สังหารหมู่” อีกครั้ง หลังเกิดประท้วงเกิดขึ้นในอิหร่านเมื่อรัฐบาลยอมรับว่ายิงเครื่องบินโดยสารลง จนทำให้เกิดการปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดกระแสวิตกว่าอิหร่านอาจปราบปรามด้วยวิธีการรุนแรงเมื่อการประท้วงที่เกิดขึ้นปีที่แล้ว

สำนักข่าว AFP รายงานว่า หลังจากที่รัฐบาลยอมรับว่ายิงเครื่องบินของสายการบินยูเครนตก บรรดานักเรียนนักศึกษาในอิหร่านต่างออกมาชุมนุมเพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อผู้จากไปในช่วงเย็นวันเสาร์ แล้วมารวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยอามีร์กาบีร์ ในกรุงเตหะราน แต่ตำรวจบุกเข้ามาสลายการชุมนุม เพราะมีผู้ชุมนุมนุมตะโกนคำขวัญ “ต่อต้านระบอบการปกครอง” และฉีกทำลายโปสเตอร์ของนายพลซูเลมานี ซึ่งการเสียชีวิตของเขาเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งครั้งใหม่ระหว่างอิร่านกับสหรัฐ

สำนักข่าว CNN รายงานว่าพบวิดีโอโพสต์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กบันทึกเหตุการณ์ขณะที่ผู้ประท้วงเรียกร้องให้ผู้นำสูงสุด อยาตอลลลอฮ์ อาลี คามาเนอี ก้าวลงจากตำแหน่ง และเรียกร้องให้ดำเนินคดีผู้ที่รับผิดชอบในการยิงเครื่องบินตก ผู้ประท้วงบางคนร้องตะโกนนว่า “เผด็จการจงพินาศ”

อีกคลิปหนึ่งมีผู้ร้องตะโกนว่า “คามาเนอีละลายใจบ้าง ออกไปจากประเทศซะ”

ในขณะที่มีการชุมนุม ตำรวจอิหร่านได้จับกุมตัวเอกอัครราชทูตของอังกฤษไว้ โดยอ้างว่าทูตอังกฤษปลุกระดมนักศึกษา แม้ว่าจะได้รับการปล่อยตัวหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง แต่ทางการอิหร่านมีกำหนดเรียกตัวทูตไปซักถามอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 12 มกราคม

ด้านดอมินิก แรบ รับมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านแถลงว่า การจับกุมเอกอัครราชทูตของอังกฤษในกรุงเตหะราน เป็นการจับกุมตัวที่ไม่มีเหตุผลหรือคำอธิบายใดๆ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดแจ้ง ขณะที่หรัฐเรียกร้องอิหร่านให้ขอโทษที่กระทำการครั้งนี้

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์พยายามเข้าถึงชาวอิหร่านที่ไม่พอใจรัฐบาล โดยเขาเป็นทวีตข้อความทั้งภาษาอังกฤษและฟาร์ซีว่า เขายืนเคียงข้างชาวอิหร่านและกำลังเฝ้าดูการประท้วง

“สำหรับชาวอิหร่านที่กล้าหาญและต้องอดทนมานาน ผมยืนอยู่เคียงข้างคุณตั้งแต่ผมเริ่มต้นตำแหน่งประธานาธิบดี และรัฐบาลของผมจะยังคงยืนหยัดอยู่กับคุณต่อไป” ทรัมป์ทวีต

ทรัมป์ยังเสริมว่า “ไม่ทางที่จะมีการสังหารหมู่ผู้ประท้วงอย่างสันติอีกครั้งหรือการปิดอินเทอร์เน็ตอีกต่อไปโลกกำลังจับตามองอยู่” และบอกว่า “ เรากำลังติดตามการประท้วงของคุณอย่างใกล้ชิดและได้รับแรงบันดาลใจจากความกล้าหาญของคุณ”

ทรัมป์เอ่ยถึงการประท้วงตามท้องถนนของอิหร่านที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยองค์แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 300 คน และมีรายงานว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตถูกตัดออกไปในหลายจังหวัดของอิหร่าน

ผู้เชี่ยวชาญห่วงสัตว์ป่าออสเตรเลียจะสูญพันธุ์เพราะไฟป่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611430

  • วันที่ 11 ม.ค. 2563 เวลา 19:44 น.

ผู้เชี่ยวชาญห่วงสัตว์ป่าออสเตรเลียจะสูญพันธุ์เพราะไฟป่า

ก่อนหน้านี้อัตราการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าในออสเตรเลียสูงที่สุดในโลกอยู่แล้ว แต่วิกฤตไฟป่าครั้งล่าสุดนี้ยิ่งทำให้สัตว์ท้องถิ่นเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากยิ่งขึ้น

แม้ว่าวันนี้อุณหภูมิจะลดลงและมีฝนตกในพื้นที่ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย หลังจากไฟป่าจากพรมแดนของรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียลามมารวมตัวกันเป็นกลุ่มไฟขนาดมหึมาเผาผลาญพื้นที่ 5,450 ตารางกิโลเมตร แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าทางการออสเตรเลียจะควบคุมไฟป่าครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศได้

นอกเหนือจากความสูญเสียชีวิตมนุษย์และทรัพย์สินแล้ว ชีวิตของสัตว์ป่าออสเตรเลียตอนนี้ก็สุ่มเสี่ยงจะสูญพันธุ์จากวิกฤตที่เกิดจากภาวะโลกร้อนเช่นกัน อย่างที่หลายๆ คนได้เห็นภาพของโคอาลาอุ้งมือไหม้ หรือซากจิงโจ้ที่ถูกไฟคลอกผ่านตามาแล้ว

ก่อนหน้านี้อัตราการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าในออสเตรเลียสูงที่สุดในโลกอยู่แล้ว แต่วิกฤตไฟป่าครั้งล่าสุดนี้ยิ่งทำให้สัตว์ท้องถิ่นเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตายจากการถูกไฟคลอกโดยตรง หรือการขาดอาหารและแหล่งที่อยู่อาศัย

แมทธิว โครว์เธอร์ จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์เผยว่า “สัตว์ที่รอดส่วนใหญ่ตายหลังจากการเกิดไฟป่า เพราะขาดอาหารและไร้ที่อยู่”

พื้นที่ 1 ใน 3 ของเกาะจิงโจ้ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุทยานและแหล่งอาศัยของสัตว์ท้องถิ่นนานาชนิดรวมทั้งโคอาล่าในรัฐเซาท์ออสเตรเลียถูกไฟป่าเผาผลาญ ทำให้เกิดความกังวลว่าสัตว์ในพื้นที่จะถูกไฟคลอกตายจนหมด

ดันนาร์ท ภาพ : https://en.wikipedia.org

นอกจากนี้ บนเกาะจิงโจ้ยังเป็นที่อยู่ของดันนาร์ท สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมลักษณะคล้ายหนูที่มีกระเป๋าหน้าท้อง ซึ่งเป็น 1 ใน 10 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ที่ระบุอยู่ในยุทธศาสตร์สัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของรัฐบาล ไฟป่าบนเกาะอาจทำให้มันสูญพันธุ์ไปในครั้งนี้ด้วย

จอห์น วอยนาร์สกี จากศูนย์อนุรักษ์สัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ถึงกับเรียกไฟป่าครั้งนี้ว่าเป็น “หายนะของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สัตว์ป่า”

ขณะที่ในรัฐวิกตอเรียนอกจากจะมีโคอาลา นก วัลลาบี พอสซัมได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้แล้ว สัตว์เหล่านี้ยังมีปัญหาระบบทางเดินหายใจด้วย เนื่องจากหายใจเอาควันพิษเข้าไป บางตัวอาการหนักจนเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจวางยาให้จากไปอย่างสงบ

ทรัมป์เตรียมคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่าน ตัดท่อน้ำเลี้ยงหลายพันล้านดอลลาร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/611424

  • วันที่ 11 ม.ค. 2563 เวลา 17:28 น.

ทรัมป์เตรียมคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่าน ตัดท่อน้ำเลี้ยงหลายพันล้านดอลลาร์

สหรัฐเตรียมอนุมัติคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ มุ่งเป้าอุตสาหกรรมสำคัญ รวมถึงนายพลกองทัพหลายนาย ฐานมีพฤติกรรมก้าวร้าวในภูมิภาค

จากคำแถลงการณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา ถึงเหตุที่อิหร่านเปิดฉากโจมตี โดยมีความตอนหนึ่งว่า สหรัฐเตรียมออกมาตรคว่ำบาตรต่ออิหร่านรอบใหม่ เพื่อลงโทษที่อิหร่านมีพฤติกรรมก้าวร้าวในภูมิภาค

ส่งผลให้เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา วอชิงตันโพสต์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐโดยนายสตีเฟน มานูชิน รัฐมนตรีคลัง และนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านรอบใหม่ ภายหลังเหตุที่อิหร่านตอบโต้ฐานทัพสหรัฐด้วยมิสไซล์หลายลูก

การคว่ำบาตรรอบใหม่มุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมเหล็กของอิหร่าน รวมถึงนายทหารระดับสูง 8 นายของกองทัพอิหร่าน และเจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายความมั่นคง ซึ่งสหรัฐพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการบัญชาการโจมตีฐานทัพสหรัฐสองแห่งในอิรัก ด้วยขีปนาวุธหลายลูก

นายทหารระดับสูงของอิหร่าน 8 นาย รวมถึง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน, รองเสนาธิการกองกำลังปฏิวิตอิหร่าน และผู้บัญชาการกองกำลังBasij ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของกองกำลังปฏิวัติอิสลาม

ปัจจุบันเศรษฐกิจของอิหร่านถูกคว่ำบาตรจากหลายฝ่ายทั้งสหรัฐ และสหประชาชาติ โดยพบว่ามีพลเมืองอิหร่านที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐบาลเตหะรานมากกว่า 1,000 คน ถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติแล้ว รวมถึงองค์กรและบริษัทเอกชนสัญชาติอิหร่านอีกหลายแห่ง

นายมานูชิน รมว.คลังสหรัฐกล่าวว่า นโยบายคว่ำบาตรรอบใหม่นี้จะหั่นมูลค่าทางเศรษฐกิจของอิหร่านเป็นจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ ในหลายอุตสาหกรรม ทั้งการก่อสร้าง ทำเหมือง สิ่งทอ และภาคการผลิตทั้งหมดของอิหร่านจะถูกขึ้นบัญชีดำ รวมถึงจะการลงโทษต่อบุคคลใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน โดยคาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมจะลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อคว่ำบาตรเร็วๆนี้