ชัยชนะของ”บอริส”จะส่งผลต่อ”เบร็กซิต”อย่างไร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609097

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 16:51 น.

ชัยชนะของ"บอริส"จะส่งผลต่อ"เบร็กซิต"อย่างไร

ชัยชนะของพรรคอนุรักษ์นิยมจะทำให้บอริส จอห์นสัน “GETTING BREXIT DONE” ตามที่หาเสียงไว้ได้หรือไม่

ชัดเจนแล้วว่าผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา พรรคอนุรักษ์นิยมของนายบอริส จอห์นสัน ได้รับเสียงข้างมากในสภาสามัญ เอาชนะพรรคคู่แข่งอย่างพรรคแรงงานของนายเจเรมี่ คอร์บิน ไปได้อย่างถล่มทลายแบบแลนด์สไลด์

แม้ว่าผลการนับคะแนนอย่างเป็นทาง แต่จากการนับคะแนนจนถึงขณะนี้พบว่าพรรคอนุรักษ์นิยมสามารถครองเสียงข้างมากที่ 364 ที่นั่ง โดยได้เสียงเพิ่มขึ้น 47 เสียง จากคะแนนเสียงครึ่งหนึ่งของสภาที่ 326 เสียง

ชัยชนะของพรรคอนุรักษ์นิยมครั้งนี้ นับว่าเป็นการได้รับฉันทามติครั้งสำคัญจากประชาชนชาวอังกฤษ เพื่อให้รัฐบาลนายบอริสผลักดันประเด็นเบร็กซิตได้บรรลุผลได้เสียที ตามแคมเปญที่นายบอริสใช้ในการหาเสียงว่า “GETTING BREXIT DONE”

บอริส จอห์นสัน ให้คำมั่นว่าหากชนะการเลือกตั้ง รัฐบาลชุดใหม่ของเขาจะผลักดันให้อังกฤษสามารถบรรลุข้อตกลงเบร็กซิตกับสหภาพยุโรปได้ในที่สุดภายในวัน 31 มกราคม 2020

ขั้นตอนต่อไปคือ?

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้พรรคอนุรักษ์นิยมครองเสียงข้างมากในสภา นั่นหมายความว่า มีโอกาสสูงที่ร่างเบร็กซิตของรัฐบาลบอริส 2 จะได้รับความเห็นชอบจากสภา ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสมัยนายกเทเรซ่า เมย์ และสมัยนายบอริส สภาอังกฤษยังไม่เคยลงมติผ่านความเห็นชอบร่างเบร็กซิตมาก่อน

วันที่ 17 ธันวาคม ครม.บอริส2 และสมาชิกสภาสามัญชุดใหม่จะเข้าสู่สภาเป็นวันแรก ซึ่งประเด็นเร่งด่วนที่ต้องหารือคงหนีไม่พ้นเรื่องเบร็กซิต

วันที่ 19 ธันวาคม สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง จะเสด็จเปิดประชุมสภาโดยเป็นไปในรูปแบบพิธีการง่ายๆ

กระบวนการตลอดทั้งเดือนธันวาคม จนถึงมกราคมปีหน้า สภาสามัญและสภาขุนนางจะต้องหารือและผ่านร่างญัตติเบร็กซิตให้เสร็จก่อนวันที่ 31 มกราคม ซึ่งหากทั้งกระบวนการนี้เป็นไปตามขั้นตอน นั่นหมายความว่าวันที่ 31 มกราคมคือ Brexit Day

 

31 มกราคม 2020 Brexit Day เป็นไปได้แค่ไหน

กรอบเวลาราวๆ 2 เดือนค่อนข้างเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิดภายใต้กระบวนการที่ซับซ้อน

ประการแรก สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังวันที่ 31 มกราคมคือ อังกฤษต้องเจรจาการค้าและข้อตกลงการค้ากับสหภาพยุโรป เพื่อให้สหราชอาณาจักรเข้าถึงสินค้าของอียูให้ได้มากที่สุด กระบวนการนี้ต้องจัดทำให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน

แต่หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับอียูได้ในเดือนมิถุนายน สามารถยืดระยะเวลาได้ถึงเดือนธันวาคม 2020

ที่ผ่านมาพรรคอนุรักษ์นิยมมีจุดยืนที่ชัดเจนต่อกระบวนการเบร็กซิต รวมถึงการออกจากสหภาพศุลกากรอียู ระบบตลาดเดียวของอียู รวมถึงขอบเขตอำนาจศาลยุติธรรมอียู

ถึงตอนนี้ หากทั้งอังกฤษและอียูเห็นชอบข้อตกลงการค้าได้ อังกฤษกับอียู จะเริ่มต้นความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ในเดือนมกราคมปี 2021 แต่หากไม่ อังกฤษจะต้องออกจากอียูในรูปแบบโนเทรดดีล

ที่บอกว่ากระบวนการทั้งหมดนี้เป็นกรอบเวลาที่กระชั้นชิดนั้น เนื่องจากว่าหากเทียบกับกรณีเทรดดีลระหว่างอียู กับแคนาดานั้น ทั้งสองใช้เวลาในการเจรจาข้อตกลงนานถึง 7 ปี กว่าจะสำเร็จลงนามข้อตกลงการค้าร่วมกันได้

กรณีของอังกฤษกับอียู อาจซับซ้อน(หรืออาจง่าย)กว่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นเวลาหลายทศวรรษทั้งอังกฤษและอียูที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างกันอย่างใกล้ชิด

แรงงานสัญชาติอียูในอังกฤษจะยังคงสามารถทำงานในอังกฤษต่อไปได้หรือไม่ บริษัทสัญชาติอียูที่จดทะเบียนในอังกฤษจะยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปได้หรือไม่ การขนย้ายสินค้าข้ามพรมแดนระหว่างอังกฤษกับไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นพรมแดนของชาติอียูเพียงประเทศเดียวที่ติดกับไอร์แลนด์เหนือของอังกฤษจะเป็นอย่างไร

และอีกหลายต่อหลายประเด็นซึ่งทั้งหมดนี้คือคำถามที่รัฐบาลบอริส กับคณะบริหารอียูชุดใหม่ภายใต้การนำของนางเออร์ซูลา ฟอน เดอ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และนายชาร์ล มีแชล ประธานคณะมนตรียุโรป ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องร่วมกันหาคำตอบ

UNESCO ขึ้นทะเบียน “นวดไทย” เป็นมรดกทางวัฒนธรรม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609069

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 12:35 น.

UNESCO ขึ้นทะเบียน "นวดไทย" เป็นมรดกทางวัฒนธรรม

ยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “นวดไทย” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโบโกตา ประเทศโคลัมเบีย ได้มีมติให้ขึ้นทะเบียน “นวดไทย” หรือ “Nuad Thai”, “Traditional Thai Massage” อยู่ในบัญชีรายชื่อมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity) ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ปี 2003 ขององค์การยูเนสโก

การขึ้นทะเบียนนี้ นับเป็นการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของไทยเป็นรายการที่สอง ต่อจาก “โขน” “Khon, masked dance drama in Thailand” ซึ่งขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ในปี 2018

ยูเนสโก อธิบายความสำคัญต่อหนึ่งว่า “นวดไทย” คือศาสตร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของศิลปะวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของการดูแลสุขภาพแบบไทย ๆ ในรูปแบบที่ไม่ใช้ยาและเป็นการรักษาด้วยตนเอง นวดไทยเป็นศาสตร์เกี่ยวข้องกับบำบัดรักษาด้วยร่างกาย (bodily manipulation) ซึ่งผู้นวดจะช่วยปรับสมดุลพลังและร่างกายของผู้ป่วยเพื่อรักษาความเจ็บป่วยที่เชื่อว่าเกิดจากการอุดตันของการไหลของพลังงานตาม”เส้น”ต่างๆของร่างกาย นวดไทยมีรากฐานมาจากการดูแลตนเองในสังคมชาวนาไทยในอดีต ทุกหมู่บ้านมีหมอนวดซึ่งชาวบ้านจะหันไปหาเมื่อพวกเขาปวดกล้ามเนื้อจากการทำงานในทุ่งนา เมื่อเวลาผ่านไปประสบการณ์เหล่านี้ได้พัฒนาเป็นระบบความรู้อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันศาสตร์การนวดไทยได้พัฒนากลายเป็นเป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างหลากหลาย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน(พช.) กระทรวงมหาดไทย ได้ทำเอ็มโอยูกับโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพลฯ(วัดโพธิ์) เพื่อให้ทางโรงเรียนแพทย์แผนไทยฯ จัดส่งครูนวดแผนไทยต้นตำรับวัดโพธิ์แท้ๆไปสอนให้ผู้สนใจฟรี ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมการนวดแผนไทยในชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจ ซึ่งที่ผ่านมาเปิดรับสมัครมาแล้ว 4 รุ่น เปิดตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.ถึง 5 ธ.ค.รุ่นละ 20 คนปรากฎว่า มีผู้สมัครเข้าอบรมครบตามจำนวนตั้งแต่  2 แรก ส่วนรุ่นที่ 5 เป็นต้นไปจะเปิดรับสมัครช่วงเดือน ม.ค.2563 พร้อมเปิดรับสมัครหลักสูตรระยะยาวนวดไทยเพื่อสุขภาพด้วย ผู้สนใจสอบถามได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ หรือสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดทั่วประเทศ

ที่มายูเนสโก : https://ich.unesco.org/en/RL/

 แฟ้มภาพ : Bangkok Post 

“บอริส” ชนะเลือกตั้งอังกฤษ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609063

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 11:46 น.

"บอริส" ชนะเลือกตั้งอังกฤษ

พรรคอนุรักษ์นิยมแลนด์สไลด์กวาดเสียงข้างมาก คาดชนะเลือกตั้งอังกฤษถล่มทลาย

การนับคะแนนผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษพบว่า พรรคอนุุรักษ์นิยมของนายบอริส จอห์นสัน มีคะแนนนำอยู่ที่ 317 เสียง ส่วนพรรคแรงงานได้ 193 เสียง ซึ่งแม้ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมยังต้องการที่นั่งในสภาสามัญอีกอย่างน้อย 326 ที่นั่ง เพื่อชนะเลือกตั้งเป็นพรรคเสียงข้างมากและผลการนับคะแนนยังคงไม่สิ้นสุด แต่จากผลเอ็กซิตโพลหลายสำนัก อาทิของบีบีซีคาดว่าพรรคอนุรักษ์นิยมจะชนะเลือกตั้ง ครองเสียงข้างมากและกวาดที่นั่งในสภาได้อย่างน้อย 400 เสียง

สอดคล้องกับรายงานจากสื่ออังกฤษหลายแห่งอย่าง เดอะการ์เดี้ยนที่รายงานว่า พรรคอนุรักษ์นิยมจะเอาชนะพรรคแรงงานได้อย่างถล่มทลาย โดยคาดว่าจะกวาดที่นั่งในสภาได้เกินกึ่งหนึ่งที่ 80 ที่นั่ง รวมถึงยังสามารถชิงคะแนนเสียงในพื้นที่ฐานเสียงของพรรคแรงงานได้ในหลายพื้นที่

ด้านบีบีซีรายงานว่า พรรคแรงงานได้คะแนนเสียงในสภาลดลงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว โดยพบว่าพรรคแรงงานเสียคะแนนเสียงจากเขตเลือกตั้งในแถบภาคเหนือ มิดแลนด์ และแคว้นเวลส์ แต่ทว่าพรรคแรงงานกลับสามารถชิงคะแนนเสียงในเขต Putney ภูมิภาคปริมณฑลของกรุงลอนดอน ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงอนุรักษ์นิยมได้

ทรัมป์โวใกล้ลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609056

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 10:54 น.

ทรัมป์โวใกล้ลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีน

สหรัฐ-จีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก หลังคณะผู้แทนเจรจาสองชาติเห็นชอบในหลักการ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวีตข้อความระบุว่า “เรากำลังใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงครั้งใหญ่กับจีน พวกเขาต้องการทำข้อตกลง เช่นเดียวกับเรา”

ข้อความของประธานาธิบดีทรัมป์ สอดคล้องกับรายงานจากสื่อหลายแห่งซึ่งอ้างแหล่งข่าวในทำเนียบขาวที่ระบุว่า ขณะนี้คณะผู้แทนเจรจาการค้าของทั้งจีนและสหรัฐเห็นชอบในหลักการแล้ว สำหรับข้อตกลงการค้าในเฟสแรก

“ข้อตกลงการค้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรยังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในหลักการ” แหล่งข่าวกล่าวกับเดอะการ์เดี้ยน

ข้อความของประธานาธิบดีทรัมป์มีขึ้นก่อนที่เขาจะประชุมกับบรรดาที่ปรึกษาการค้าระดับสูงในวันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาท้องถิ่นกรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการเรียกเก็บภาษี 15% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่ด้วยวงเงิน 1.56 แสนล้านดอลลาร์ที่มีกำหนดในวันที่ 15 ธ.ค.

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เชื่อว่า ผลจากการประชุมที่จะเป็นไปได้มากที่สุดคือสหรัฐอาจตัดสินใจชะลอการเรียกเก็บภาษีรอบใหม่ออกไปอีก 90 วันโดยคาดว่าทำเนียบขาวเตรียมแถลงเรื่องดังกล่าวในวันศุกร์ตามเวลาท้องวอชิงตันดี.ซี.

ทั้งนี้ หลายรายงานระบุตรงกันว่า คณะผู้แทนสหรัฐยื่นขอเสนอให้กับคณะผู้แทนจีนด้วยการลดมาตรการภาษีศุลกากรต่อสินค้าจีนลงสูงสุดที่ร้อยละ 50% พร้อมระงับมาตรการภาษีรอบใหม่ในวันที่ 15 ธ.ค. หากจีนยอมซื้อสินค้าเกษตรล็อตใหญจากสหรัฐ

“แอมเนสตี้”ชี้ “ซูจี” เบี่ยงเบนปมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609037

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 21:26 น.

"แอมเนสตี้"ชี้ "ซูจี" เบี่ยงเบนปมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลชี้ “อองซานซูจี” จงใจเบี่ยงเบนประเด็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล ได้แถลงหลัง อองซานซูจี มุขมนตรีแห่งเมียนมา ได้มีถ้อยแถลงที่ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ โต้ข้อกล่าวหาเมียนมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา

นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวว่า อองซานซูจีพยายามลดภาพความรุนแรงของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มประชากรชาวโรฮิงญา อันที่จริงเธอไม่ได้เรียกชื่อพวกเขาด้วยซ้ำ หรือไม่ยอมรับระดับความรุนแรงของการปฏิบัติมิชอบที่เกิดขึ้น การตอบโต้ข้อกล่าวหาเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างจงใจ หลอกลวง และเป็นอันตราย

การอพยพของคนเกือบล้านจากบ้านเรือนและประเทศของตนเอง ไม่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่น นอกจากปฏิบัติการที่มีการประสานงานอย่างเป็นระบบเพื่อสังหาร ข่มขืน และสร้างความหวาดกลัว การระบุว่ากองทัพ ‘ไม่ได้แยกแยะอย่างชัดเจนเพียงพอระหว่างบุคคลที่เป็นนักรบกับพลเรือน’ เป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ

ในทำนองเดียวกัน การชี้ว่าทางการเมียนมามีศักยภาพเพียงพอที่จะสอบสวนและดำเนินคดีในตอนนี้อย่างเป็นอิสระ กับผู้ต้องสงสัยว่าก่ออาชญากรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นเรื่องในจินตนาการเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินคดีกับผู้บัญชาการทหารระดับสูงผู้ก่ออาชญากรรม ซึ่งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาต่างลอยนวลพ้นผิดอย่างสิ้นเชิง

“แม้ในวันนี้โลกให้ความสนใจกับอองซานซูจี แต่โปรดระลึกว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เกี่ยวข้องอย่างแท้จริงกับความยุติธรรมสำหรับชุมชนชาวโรฮิงญา ซึ่งยังมีเหลืออยู่อีก 600,000 คนที่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ พวกเขาเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเพิ่มเติม และจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเร่งด่วน ทั้งยังเกี่ยวข้องกับผู้ลี้ภัยอีกหลายแสนคนซึ่งไม่สามารถเดินทางกลับเมียนมาได้ แม้อองซานซูจีจะพูดอย่างไรในวันนี้ แต่ไม่มีความปลอดภัยเพียงพอให้พวกเขาเดินทางกลับได้

“ศาลและประชาคมระหว่างประเทศควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อคุ้มครองชาวโรฮิงญา และป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำที่ทารุณโหดร้ายยิ่งขึ้น ทั้งนี้รวมถึงการสั่งการให้เมียนมายกเลิกมาตรการจำกัดสิทธิที่เป็นการเลือกปฏิบัติ ดูแลให้มีการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสอบสวนใดๆ ก็ตามขององค์กรระหว่างประเทศ”นิโคลัสกล่าว

อองซานซูจี เป็นมุขมนตรีแห่งเมียนมาและประมุขโดยพฤตินัยของประเทศ ได้นำคณะผู้แทนจากเมียนมาไปที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาว่าเมียนมาละเมิดพันธกรณีของตนตามอนุสัญญาว่าด้วยการสังหารล้างเผ่าพันธุ์ พ.ศ. 2491 เป็นคดีที่ฟ้องโดยประเทศแกมเบีย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562

ในครั้งนี้เมียนมาได้ให้การต่อศาลเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาของแกมเบียเป็นครั้งแรก โดยแกมเบียได้ขอให้ศาลสั่งให้เมียนมาใช้ ‘มาตรการชั่วคราว’ ‘เพื่อคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาวโรฮิงญา’ และป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำใดๆ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเป็นหรือสนับสนุนให้เกิดอาชญากรรมการสังหารล้างเผ่าพันธุ์ที่กระทำต่อชุมชนเหล่านี้ ระหว่างรอการไต่สวนอย่างเป็นทางการในคดีนี้

การวิจัยของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลพบว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง 13 คนรวมทั้งพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมา ควรถูกสอบสวนและดำเนินคดีจากอาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญา

ภาพ เอเอฟพี

ทรงผมนักเรียนไทย ระเบียบล้าหลังที่ควรเลิก?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609033

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 20:00 น.

ทรงผมนักเรียนไทย ระเบียบล้าหลังที่ควรเลิก?

การไว้ผมยาวหรือผมหน้าม้าไม่เรียบร้อยตรงไหน ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนวัดกันที่ความสั้นยาวของผมเท่านั้นหรือ

จากกรณีดราม่าโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีออกกฎห้ามนักเรียนหญิงตัดผมหน้าม้า จนมีนักเรียนพากันวิพากษ์วิจารณ์กฎข้อนี้ กระทั่งกลายเป็นกระแสในโลกทวิตเตอร์และเป็นข่าวดัง

ทรงผมไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะกับเด็กไทยเท่านั้น โรงเรียนแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นเคยบังคับเด็กนักเรียนที่มีผมธรรมชาติเป็นสีน้ำตาลให้ย้อมผมให้เป็นสีดำเหมือนกับนักเรียนคนอื่น และยังพบอีกว่าโรงเรียนในญี่ปุ่นราว 60% ออกกฎให้นักเรียนนำใบรับรองสีผมธรรมชาติและลักษณะเส้นผมของตัวเองมาแสดง จนเกิดแคมเปญคัดค้านกฎระเบียบเกี่ยวกับผมของนักเรียน และมีการร่วมลงชื่อนับหมื่นรายชื่อ และอีกเคสหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วเป็นการตัดผมนักเรียนหญิงและชายรวมกัน 44 คน เนื่องจากผมยาวเกินกว่าที่ระเบียบของโรงเรียนกำหนดไว้

ทั้งสองกรณีเรียกเสียงวิจารณ์จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่นไม่ต่างจากในกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี อาทิ “เอาจริงดิ โรงเรียนยังใช้กฎเกณฑ์เก่าๆ นี้อยู่เหรอ” “ครูที่ตัดผมนักเรียนทั้ง 44 คนควรถูกเพิกถอนใบอนุญาต” เป็นต้น

กรณีของโรงเรียนชื่อดังในจันทบุรีถือเป็นเรื่องล่าสุดที่กฎระเบียบเรื่องทรงผมของนักเรียนกลายเป็นประเด็นร้อน เกิดเป็นคำถามตัวโตๆ ขึ้นว่าแล้วทรงผมเกี่ยวอะไรกับผลการเรียน การที่นักเรียนชายต้องตัดผมสั้นรองทรง นักเรียนหญิงห้ามไว้ผมยาวเกินติ่งหู ห้ามซอย ห้ามตัดหน้าม้ามีประโยชน์อะไร ละเมิดสิทธิเสรีภาพของเด็กหรือไม่

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งแย้งว่าเด็กสมัยนี้เป็นอะไร กฎระเบียบแค่นี้ทำตามกันไม่ได้หรือ คนรุ่นก่อนๆ เขาก็ปฏิบัติกันแบบนี้ ถ้าทำตามไม่ได้แล้วจะออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างไร จะเป็นคนดีของสังคมได้อย่างไร เป็นเด็กก็ควรทำตามที่ผู้ใหญ่สั่ง

เดโบราห์ กิลโบอา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงดูบุตรเผยว่า แม้นักเรียนควรทำตามกฎ แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องให้เหตุผลด้วยว่าทำไมจึงต้องมีกฎห้ามทำอย่างนั้นห้ามทำอย่างนี้

แต่เหตุผลที่นักเรียนไทยมักจะได้รับก็คือ กฎนี้มีไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย นักเรียนจะได้สนใจการเรียนมากกว่าสนใจรูปลักษณ์ เมื่อได้ยินคำตอบแล้ว ก็ต้องถามอีกว่าแล้วการไว้ผมยาวหรือผมหน้าม้าไม่เรียบร้อยตรงไหน ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนวัดกันที่ความสั้นยาวของผมเท่านั้นหรือ และหากนักเรียนคนหนึ่งจะสนใจภาพลักษณ์จนละเลยการเรียนไม่ว่าจะผมสั้นหรือผมยาวก็มีสิทธิ์เป็นได้เหมือนกันมิใช่หรือ

กฎของกระทรวงศึกษาธิการเพียงแต่กำหนดว่า ห้ามนักเรียนหญิงไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากทางโรงเรียนอนุญาตให้ไว้ผมยาวเกินกว่านั้น ให้รวบให้เรียบร้อย ทว่าโรงเรียนรัฐบาลหลายแห่งเลือกที่จะไม่สนใจกฎของกระทรวงศึกษาธิการแล้วตั้งกฎของโรงเรียนขึ้นมาเอง เช่นที่ในจันทบุรีที่กำลังเป็นประเด็นร้อน โดยให้เหตุผลว่าเป็นระเบียบที่ปฏิบัติกันมานาน

ขณะที่ประเทศไทยยังหาข้อสรุปไม่ได้ หลายโรงเรียนในต่างประเทศเริ่มผ่อนปรนกฎดังกล่าวบ้างแล้ว เมื่อปีที่แล้วสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงโซล (SMOE) ของเกาหลีใต้ ได้ประกาศยกเลิกข้อบังคับเกี่ยวกับผมของนักเรียนทุกโรงเรียนในกรุงโซล โดยนักเรียนจะได้รับอนุญาตให้ไว้ผมยาวเท่าที่ต้องการ และจะทำสีหรือตัดผมทรงไหนก็ได้ เพื่อให้โรงเรียนเป็นสถานที่ที่นักเรียนมีความสุข

และเมื่อเร็วๆ นี้ ครูรายหนึ่งในเมืองครัสโนยาสค์ของรัสเซียถึงกับถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังจากตำหนิทรงผมของนักเรียนชายวัยประถมที่ไถผมด้านข้าง ทำสีผม และมัดผมจุกคล้ายกับทรงผมของ สลาตัน อิบราฮิโมวิช นักฟุตบอลชื่อดังชาวสวีเดน ว่าผิดระเบียบของโรงเรียน

ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ไทยจะให้อิสระนักเรียนในการเลือกทรงผมตามความพึงพอใจ เพื่อให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะความรู้ที่จำเป็น อาทิ ภาษา เพื่อเป็นการเปิดโลกในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม

จับตาจีนเผยแผนพลิกโฉม”มาเก๊า”ขึ้นแท่นไฟแนนเชียลฮับ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609024

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 17:41 น.

จับตาจีนเผยแผนพลิกโฉม"มาเก๊า"ขึ้นแท่นไฟแนนเชียลฮับ

คาดสีจิ้นผิงเตรียมเปิดนโยบายปั้น “มาเก๊า” เป็นศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่แทนบ่อนกาสิโน

รอยเตอร์และบลูมเบิร์กรายงานตรงกันว่า ช่วงสัปดาห์หน้าวันที่ 20 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจะครบรอบ 20 ปีที่โปรตุเกสส่งมอบมาเก๊ากลับสู่อ้อมอกของจีน ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนมีกำหนดเดินทางไปยังมาเก๊าเพื่อเข้าร่วมงานฉลองดังกล่าว จะใช้โอกาสนี้ในการประกาศแผนสนับสนุนทางเศรษฐกิจที่จะพลิกโฉมมาเก๊าจากเมืองศูนย์กลางบ่อนกาสิโน ให้กลายเป็นไฟแนนเชียลฮับแห่งใหม่เฉกเช่นกับฮ่องกงหรือสิงคโปร์

รายงานดังกล่าวของรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีน ระบุว่า ขณะที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงกำลังเผชิญปัญหาการประท้วงยื้ดเยื้อยาวนานกว่า 6 เดือน แต่ทว่าแตกต่างกับมาเก๊าซึ่งยังคงสงบสุข ไร้ซึ่งเหตุประท้วงรุนแรง ด้วยเหตุนี้จีนจึงมีแผนใช้วาระครบรอบ 20 ปีมาเก๊ากลับสู่จีน เผยนโยบายพลิกโฉมมาเก๊าจากดินแดนแห่งบ่อนกาสิโน เปลี่ยนไปเป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งใหม่

แหล่งข่าวในเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูงหลายรายระบุว่า แผนการนี้จะรวมไปถึงการจัดตั้งตลาดหุ้นในมาเก๊าซึ่งจะใช้เงินหยวนในการซื้อขาย ให้มาเก๊าเข้าเป็นสมาชิกธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) สนับสนุนให้มาเก๊าเป็นเมืองท่องเที่ยวและเป็นเมืองเป้าหมายสำหรับการจัดประชุมระดับนานาชาติ และการจัดสรรที่ดินระหว่างมาเก๊ากับเกาะ Hengqin ซึ่งอยู่ภายใต้เขตเศรษฐกิจพิเศษในมณฑลกวางตุ้งสำหรับโครงการพัฒนาอสังหาฯในอนาคต

แผนการผลักดันมาเก๊าของผู้นำจีนนี้ นักวิเคราะห์เชื่อว่ารัฐบาลปักกิ่งไม่ได้มีเป้าหมายในการดันให้มาเก๊าขึ้นแท่นศูนย์กลางการเงินเทียบเท่าหรือแทนที่ฮ่องกง

สะพานฮ่องกง-มาเก๊า-จูไห่

แต่ความว่าเป็นแผนที่จึนต้องการกระจายความเสี่ยงในอนาคตหากฮ่องกงต้องเผชิญการประท้วง หรือปัจจัยอื่นๆที่กระทบต่อเศรษฐกิจฮ่องกงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของจีนด้วย

“อุตสาหกรรมการเงินเคยเป็นแนวคิดที่เราสงวนไว้สำหรับฮ่องกง” เจ้าหน้าที่จีนคนหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยตัวกล่าว “เราเคยให้นโยบายที่เป็นประโยชน์กับฮ่องกงทั้งหมด แต่ตอนนี้เราต้องการกระจายมัน”

เจ้าหน้าที่รัฐบาลนิรนามรายหนึ่งระบุว่า “แผนของประธานาธิบดีสีได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการให้มาเก๊ามาระบบเศรษฐกิจที่หลากหลาย มากกว่าการพึ่งพาเศรษฐกิจจากบ่อนกาสิโน โดยเป้าหมายของมาเก๊าในอนาคตคือการผลัดดันให้เป็นศูนย์กลางการเงิน การท่องเที่ยว และการประชุมในระดับนานาชาติเฉกเช่นกับสิงคโปร์”

ทั้งนี้ นอกจากแผนการพลิกโฉมมาเก๊าแล้ว การเตรียมเยือนมาเก๊าของประธานาธิบดีสีจะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่จีนใช้ตอกย้ำเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นถึงความสำคัญของแนวคิด “หนึ่งประเทศ สองระบบ”

ไขปริศนาได้แล้ว ท่ามือที่หายไปของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609003

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 14:58 น.

ไขปริศนาได้แล้ว ท่ามือที่หายไปของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา มีประติมากรรมหินแกะสลักชิ้นหนึ่งเป็นรูปผู้ชายในท่านั่งขัดสมาธิ ใบหน้าสงบเย็นและหลับตาลงเหมือนอยู่ในภวังค์ แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือมือทั้ง 2

ประติมากรรมชิ้นนี้พบที่ปรางค์พรหมทัต ทางทิศใต้ของปราสาทหินพิมาย ดังนั้นคนโบราณจึงเรียกว่าท้าวพรหมทัต แต่นักโบราณคดีประเมินว่านี่คือรูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์ของอาณาจักรเขมรโบราณ (ครองราชย์พ.ศ. 1724 – 1761) เพราะพบประติมากรรมแบบเดียวกันอีกในหลายพื้นที่ของไทย ลาว และกัมพูชา

ที่กัมพูชาพบประติมากรรมพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่เขตเมืองนครวัด จังหวัดเสียมเรียบ แต่ส่วนมือถูกทำลายไปเช่นเดียวกับที่พิมาย ดังนั้นจึงกลายเป็นปริศนาที่ยังไขไม่ออกว่า งานศิลปะอันทรงคุณค่าชิ้นนี้ควรจะมีลักษณะท่ามืออย่างไร

ล่าสุด Apsara Authority ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านโบราณคดีของกัมพูชาและนักโบราณคดีฝรั่งเศส ได้ค้นพบแบนและส่วนมือในท่าพนมมือไหว้ของประติมากรรมปริศนา จึงนำมาต่อเข้ากับรูปของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปรากฏว่าต่อเข้ากันได้ แม้จะมีชิ้นส่วนแตกหักไปบ้างก็ตาม

แม้จะพบเพียงแค่แขนซ้ายแต่มือซ้ายยังคงประกอบกับมือขวาดังนั้นจึงไม่ยากที่ที่จะคาดเดาว่าแขนซ้ายจะต้องอยู่ในท่าเดียวกัน

จากการต่อชิ้นส่วนที่หายไปทำให้เราทราบในที่สุดว่า ประติมากรรมชิ้นเอกของอาณาจักรเขมรโบราณ อยู่ในท่าพนมมือ และอาจจะเคยตั้งไว้ที่ปราสาทประธานของปราสาทนครธม โดยประจันหน้าหรือไม่ก๋จอาจจะหันหลังให้พระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกขนาดมหึมา

ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันไปต่างๆ นานาว่า ท่าที่ถูกต้องควรมีรูปแบบใด เช่น มีข้อเสนอว่าควรอยู่ในท่าถือคัมภีร์ใบลาน หรืออยู่ในท่าประคองมือนั่งสมาธิ

อนาคตเมืองไทยยังเป็นบวก มีหวังศก.ค่อยๆ ฟื้นตัว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/609002

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 14:50 น.

อนาคตเมืองไทยยังเป็นบวก มีหวังศก.ค่อยๆ ฟื้นตัว

บริษัท Standard & Poor’s หรือ S&P สถาบันการเงินชั้นนำของโลก ปรับระดับแนวโน้มของประเทศไทยเอาไว้ที่ ‘BBB + / A-2’ หรือปรับขึ้นเป็นระดับบวก แต่เตือนว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังเผชิญกับแรงต้านสำคัญในช่วงเวลานี้ เนื่องจากความอ่อนแอของอุปสงค์ภายนอกและสกุลเงินที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวบวกกับสงครามการค้า ทำให้ความต้องการสินและบริการทั่วโลกชะลอตัวลง แต่ไทยยังพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากขึ้นไปอีก เพราะค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สินค้าและบริการของไทยแพงขึ้นและทำให้ต่างชาตินำเข้าสินค้าจากไทยลดลง

S&P คาดว่าตัวเลขจีดีพีของไทยจะเติบโตที่ 2.6% ในปี 2562 เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 3.8%

กระนั้น S&P กล่าวว่า แนวโน้มเชิงบวกของประเทศไทย เกิดจากความคาดหวังว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

อันดับเครดิตของประเทศไทยโดย S&P สะท้อนถึงตัวชี้วัดเครดิตที่แข็งแกร่ง รวมถึงงบดุลและสภาพคล่องภายนอกที่แข็งแกร่ง ตราสารหนี้ภาครัฐสุทธิที่อยู่ในระดับจำกัด และประวัติการดำเนินนโยบายการเงินและการคลังแบบเคร่งครัดที่เอื้อต่อการจัดอันดับในแนวบวก จุดแข็งเหล่านี้ตรงกันข้ามกับปัจจัยลบของบไทย คือระดับรายได้ต่ำและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมือง และช่องว่างคนรวยคนจน หากแก้ปัญหาความไม่แน่นอนเหล่านี้ได้ ก็อาจส่งผลให้การจัดอันดับดีขึ้นไปด้วยแม้ว่าไทยจะยังไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง แต่ S&P เชื่อว่าความเสี่ยงทางการเมืองของไทยในระยะยาวอาจเริ่มผ่อนคลายลง เนื่องจากมีการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหารไปสู่รัฐบาลพลเรือนที่ไร้ความขัดแย้งรุนแรง

“เราอาจเพิ่มการจัดอันดับในอีก 24 เดือนข้างหน้า หากมีสัญญาณที่ชัดเจนว่าผู้มีบทบาททางการเมืองคนสำคัญมุ่งมั่นกับกรอบทางการเมืองในปัจจุบัน ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลันและไม่คาดคิดนั้นไม่น่าเป็นไปได้ ในสถานการณ์สมมตินี้ เราคาดว่ารัฐบาลจะดำเนินการปฏิรูปและดำเนินยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างต่อเนื่องตามแผนระดับชาติ แม้จะมีความซับซ้อนในการดำเนินงานในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาหลายพรรค” S&P ระบุ

กระนั้น S&P กล่าวว่าสามารถแก้ไขแนวโน้มของประเทศไทยให้อยู่ในระดับ “คงที่” (Stable) หากมีแรงกดดันมากขึ้นต่อกระบวนการทางการเมืองในปัจจุบัน

กล่าวโดยสรุปก็คือ แม้่ว่าจะมีปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจของไทย แต่พื้นฐานด้านการเงินยังแข็งแกร่ง บวกกับความมั่นคงทางการเมือง ทำให้แนวโน้มของไทยจึงถูกปรับให้อยู่ในระดับบวก

สเปนยกย่องผู้อพยพฮีโร่ ปีนช่วยคนพิการจากเหตุไฟไหม้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/608994

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 14:21 น.

สเปนยกย่องผู้อพยพฮีโร่ ปีนช่วยคนพิการจากเหตุไฟไหม้

สเปนเล็งมอบสัญชาติผู้ลี้ภัยผิดกฎหมายชาวเซเนกัล สร้างวีรกรรมปีนหน้าต่างช่วยผู้พิการนั่งรถเข็นจากเหตุไฟไหม้

ทางการสเปนเตรียมพิจารณามอบสัญชาติเป็นกรณีพิเศษแก่นาย Gorgui Lamine Sow ผู้อพยพชาวเซเนกัล หลังจากปรากฏคลิปวิดิโอที่แสดงให้เห็นความกล้าหาญของเขา ในการเข้าช่วยเหลือผู้พิการนั่งรถเข็นรายหนึ่งขณะติดอยู่บนชั้นสองของอพาร์ทเม้นต์ที่กำลังถูกเพลิงไหม้

รายงานระบุว่า นาย Gorgui Lamine Sow เป็นผู้อพยพผิดกฎหมายจากเซเนกัลที่เข้ามาขายของที่ระลึกตามถนนในเมือง Dénia เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งแคว้นวาเลนเซีย กระทั่งที่เขากำลังเดินขายของอยู่นั้น เขาได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากบริเวณใกล้เคียง

 

จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุและได้พบกับผู้คนกำลังยืนมุงดุอาพาร์ทเม้นแห่งหนึ่งซึ่งกำลังถูกไฟไหม้พร้อมกับกลุ่มควันสีดำ โดยหนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์บอกเขาว่ามีชายพิการคนหนึ่งติดอยู่ภายใน นาย Lamine Sow จึงไม่ลังเลที่จะทิ้งของในมือ ก่อนจะรีบปีนขึ้นยังหน้าต่างเพื่อเข้าช่วยเหลือชายพิการวัย 39 ปีคนดังกล่าวผ่านทางระเบียง ลงมาด้านล่างได้อย่างปลอดภัย

Roberta Etter เพื่อนบ้านของ Alex Caudeli Webster ชายพิการที่ได้รับการช่วยเหลือกล่าวผ่านสื่อว่า หากไม่ได้ Sow เข้าช่วย Alex คงไม่รอดชีวิต

หลังจากเข้าช่วยเหลือเสร็จ นาย Lamine Sow ได้กลับมาหยิบของที่ระลึกก่อนออกจากที่เกิดเหตุและเดินขายของต่อไป

เหตุการณ์นี้คล้ายกับที่นาย Mamoudou Gassama ผู้อพยพชาวมาลี ปีนขึ้นไปยังระเบียงชั้นสี่ของอพาร์ทเม้นต์ในกรุงปารีสเพื่อช่วยเด็กชายรายหนึ่งจากเหตุไฟไหม้เช่นกัน

กรณีของนาย Lamine Sow ได้กล่าวเป็นรายงานข่าวในหน้าสื่อท้องถิ่นของสเปน กระทั่งส่งผลให้รัฐบาลท้องถิ่นวาเลนเซียกำลังร้องขอไปยังรัฐบาลกลางมาดริดให้พิจารณามอบสัญชาติอย่างเป็นทางการเพื่อตอบแทนความกล้าหาญของเขา