‘ทุเรียน’ King of Fruits ความหอมหวานกับเรื่องดีๆ ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653887

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 09:15 น.

'ทุเรียน' King of Fruits ความหอมหวานกับเรื่องดีๆ ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ส่องข้อดีและเรื่องที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ พร้อมไขข้อข้องใจกินแล้วร้อนใน ดับร้อนด้วยอะไร ไปดูกัน

นับเป็นเวลาทองของราชาแห่งผลไม้ (King of Fruits) อย่าง “ทุเรียน” เลยละ สำหรับช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ด้วยรสชาติที่หอมหวานและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หลายคนจึงยอมควักเงินในกระเป๋าเพื่อการบริโภค ซึ่งราคาปีนี้ตามท้องตลาดที่พบขณะนี้จะอยู่ที่ราวกิโลกรัมละ 150-200 บาท ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

ทุเรียนนับเป็นผลไม้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเนื้อทุเรียน 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรี อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุหลายชนิด ซึ่งแร่ธาตุซัลเฟอร์ หรือกำมะถัน ทำให้ทุเรียนมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และจากการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า เนื้อทุเรียนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับไขมันในเลือด แต่เป็นเพียงการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเท่านั้น

“วิตามินซี” ในทุเรียน

เห็นทุเรียนเป็นผลไม้หวานๆ แบบนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในทุเรียนนี่แหละที่เต็มไปด้วยวิตามินซีสูงมากๆ มีผลต่อการป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนของเลือด แนะนำเช่นเคยว่าต้องทานในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นแล้วจะดีต่อร่างกาย 

ทุเรียนช่วย “ลดระดับไขมัน”

โดยเฉพาะพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง ที่มีสารโพลีฟีนอล (Pholyphenols) มีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และยังมีเส้นใยที่ช่วยลดไขมันได้ดี แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าไม่ควรทานในปริมาณที่มากจนเกินไป (ประมาณไม่เกิน 1 พูต่อวันเท่านั้น) สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักแต่ก็อดใจไม่ไหวกับทุเรียน ไม่ต้องเครียดกันไป เลือกทานได้ในบางครั้ง เพราะไขมันที่อยู่ในทุเรียนเป็นไขมันที่ไม่ให้โทษต่อร่างกาย วางใจแล้วแอบชิมสักนิดแล้วจะติดใจ

ทุเรียนกับเรื่องการ “เผาผลาญ” และ “ดีท็อกซ์ลำไส้”

ทุเรียนนับว่าเป็นผลไม้ชนิดร้อน เมื่อทานเข้าไปในร่างกายจะเกิดการเผาผลาญด้วยความร้อนจากกำมะถัน โดยต้องเลือกทานทุเรียนเข้าไปในปริมาณที่พอดี (ครั้งละไม่เกิน 1 – 2 พู) ทุเรียนก็จะช่วยเข้าไปเร่งการเผาผลาญภายในร่างกาย  ในทุเรียนอุดมไปด้วยกากใยอาหารซึ่งดีต่อระบบการขับถ่ายในร่างกาย เสมือนยาระบายอ่อนๆ สำหรับใครที่อยากดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยทุเรียนก็ไม่ยากเลย เพียงทานทุเรียนในช่วงเช้าไม่เกิน 1 พู ตามด้วยน้ำอุ่น 1 แก้ว จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือดแต่ทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง จึงควรจำกัดปริมาณในการบริโภค และไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต และโรคความดันโลหิตสูง ทุเรียนไม่ควรรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้เกิดสารพิษสะสมในร่างกาย เกิดอาการหน้าแดง ชาตามร่างกาย วิงเวียน คลื่นไส้ และทำให้อาเจียนได้

สำหรับสรรพคุณตามตำรายาไทย ระบุว่า เนื้อทุเรียน มีรสหวาน ร้อน ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด บำรุงกำลัง และเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ตามองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านแนะนำว่า หากรับประทานทุเรียนแล้ว ให้รับประทานมังคุดตาม เนื่องจากทุเรียนมีฤทธิ์ร้อน ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น และมังคุดเป็นราชินีแห่งผลไม้ (Queen of Fruits) มีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนในร่างกาย รับประทานคู่กันช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล เมื่อบริโภคทุเรียนแล้ว ก็ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพื่อเผาผลาญแป้งและน้ำตาล ควบคุมการบริโภคอย่างเคร่งครัด จึงจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย

ส่วนเรื่องทุเรียนกับหน้าร้อน จริงๆ แล้วไม่ว่าจะหน้าไหนหรือฤดูอะไร การกินทุเรียนและผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงก็ต้องควบคุมปริมาณในการกิน ไม่ควรที่จะกินมากจนเกินไป โดยเฉพาะในหน้าร้อน เราควรกินทุเรียนในปริมาณที่พอดี เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้เป็นแผลร้อนใน เจ็บคอ ไอ มีไข้ ปวดศีรษะ จุกแน่นท้อง มีขี้ตามาก รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อึดอัด หน้าแดง ลิ้นแดง ฯลฯ

วิธีจะแก้อาการร้อนในก็ต้องกินอาหารธาตุเย็นลงไปเพื่อขับซัลเฟอร์ออก จะได้ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เช่น

  • ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ หรือดื่มน้ำผสมเกลือครึ่งช้อนชาดื่มสักแก้ว เพื่อขับสารซัลเฟอร์และช่วยลดอาการร้อนในได้
  • กินผักสดให้มากขึ้น
  • กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยว หรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาว มังคุด
  • กินอาหารที่มีรสจืดหรือขม เช่น มะระ สะเดา บวบ รากบัว
  • ดื่มน้ำสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก้วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย

สำหรับผลไม้ที่ควรกินช่วงหน้าร้อน อาทิ

1. แตงโม มีฤทธิ์เย็น ฉ่ำน้ำ ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกายได้ดี ช่วยให้ร่างกายสดชื่น

2.สับปะรด ผลไม้ฤทธิ์เย็น ฉ่ำน้ำ โดยสับปะรด 100 กรัม มีน้ำมากถึง 86 กรัม และยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ ที่ดีต่อร่างกายมากมาย โดยสับปะรดมีสรรพคุณช่วยดับร้อน แก้กระหายได้ดี

3.มะพร้าวจัดเป็นผลไม้มีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณช่วยดับร้อน ช่วยแก้กระหาย ลดไข้ตัวร้อน แก้อาการร้อนใน น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่ดื่มแล้วช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ดี 

4.แคนตาลูป ผลไม้ฤทธิ์เย็น อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยแคนตาลูปมีสรรพคุณช่วยดับกระหายคลายร้อน ลดไข้

5.สาลี่ผลไม้ฉ่ำน้ำมีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณลดความร้อนและดับพิษร้อนในร่างกาย

6.มะม่วง ช่วยเพิ่มความสดชื่น คลายร้อน อีกทั้งยังมีสารอาหารและประโยชน์มากมาย แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

7.มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ ที่มักจะมาคู่กับทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ ด้วยที่มีสรรพคุณดับร้อนจากทุเรียน และมีน้ำในตัวสูง ช่วยให้คลายร้อนไปได้มากทีเดียว

8. มะละกอ กินดิบในส้มตำก็แซ่บ หรือจะกินสุกเป็นผลไม้ล้างปากก็ชื่นใจ เพราะความหวานจากผลสุกช่วยให้ร่างกายได้รับความสดชื่น แถมมีฤทธิ์ช่วยระบายอีกต่างหาก

5 วิธีสังเกตอาการโรคปวดหลังในผู้สูงอายุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653808

วันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 11:50 น.

5 วิธีสังเกตอาการโรคปวดหลังในผู้สูงอายุวิธีสังเกตผู้สูงอายุในบ้านเกี่ยวกับอาการปวดหลัง และแนวทางการรักษา

ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักมองว่าอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นกับตนเองเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่มีอายุเยอะแล้ว บางท่านอาการปวดหลังไม่มาก เป็นอาการปวดหลังแบบปวดเมื่อยทั่ว ๆ ไปอาจจะไปหายาทานเองหรือรักษาเพื่อบรรเทาอาการกันเองเพื่อให้อาการปวดหลังหายไปซึ่งความจริงแล้วอาการปวดหลังนั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีก็สามารถนำไปสู่ความพิการได้

นายแพทย์สิทธิพงษ์ สุทธิอุดม ศัลยแพทย์ระบบประสาท แพทย์หัวหน้าศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธน เผยว่า อาการปวดหลังนั้นรบกวนการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก ยิ่งหากมีอาการปวดหลังอย่างเรื้อรังก็เสี่ยงกับโรคกระดูกสันหลังที่รุนแรงในอนาคต สาเหตุในการเกิดโรคปวดหลัง เกิดได้จากอุบัติเหตุ คนสูงอายุที่เคยมีอุบัติเหตุล้มในห้องน้ำ ล้มก้นกระแทกพื้น เกิดกระดูกสันหลังยุบได้มาก สาเหตุที่สองคือเกิดจากการที่กระดูกเสื่อมตามวัย ผู้สูงอายุจะมีกระดูกบางลง ยิ่งผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนก็จะมีแคลเซียมในกระดูกน้อยลง

วิธีสังเกตผู้สูงอายุในบ้านเกี่ยวกับอาการปวดหลัง

1. ผู้สูงอายุจะเคลื่อนไหวน้อยลงเพราะกระดูกสันหลังเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ประสานกับการทำงานส่วนอื่น ๆ ในการเคลื่อนไหวของร่างกายหากผู้สูงอายุมีอาการปวดหลัง ก็จะมีลักษณะที่เริ่มผิดปกติไปจากเดิม เนื่องจากคนไข้อาจจะมีอาการปวดเวลาหรือทรมานในการเคลื่อนไหวของร่างกาย ไม่ค่อยลุกเดินหรือเคลื่อนไหวตามปกติที่เคยเป็น

2. ติดนอนทั้งวันจนไม่ยอมลุกไปทำกิจกรรมที่ตนชอบ โดยปกติจากคนที่ชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อมีอาการปวดหลัง หรือสัญญาณเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกแต่อยากจะนอนอยู่กับที่เดิม ๆ ในบริบทเดิม ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวด และเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด

3. ใช้เวลาในการเข้าห้องน้ำนานกว่าปกติ เนื่องจากผู้สูงอายุต้องคอยระวังตัวในการเข้าห้องน้ำอยู่แล้วเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การลื่นล้มซึ่งส่งผลอันตรายเป็นอย่างมาก และผู้สูงอายุที่มีอาการปวดหลังที่ตามมาอีก ก็ยิ่งทำให้เคลื่อนไหวตัวได้ช้าลงมากกว่าปกติจึงใช้เวลานานในการเข้าห้องน้ำแต่ละครั้ง

4. ผู้สูงอายุอาจมีเสื้อผ้าเปียกปัสสาวะและอุจจาระ เมื่อมีอายุที่มากขึ้น การกลั้นปัสสาวะ และอุจจาระจะมีประสิทธิภาพที่ลดลงรวมไปถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายที่เป็นปัญหา อาจทำให้เดินทางไปยังห้องน้ำช้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรือลุกไปไม่ไหวนั่นเอง

5. อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอาการที่ค่อนข้างอันตรายมาก ๆ เพราะอาการนี้แสดงให้เห็นถึงการปวดหลังที่เรื้อรังหรือมีระยะเวลานาน จึงทำให้กระดูกทับเส้นประสาทหรือเส้นประสาทอักเสบ เดินไม่ได้ไกล มีอาการชาร่วมด้วย และอาจส่งผลอันตรายไปสู่ความพิการได้ ดังนั้นจำเป็นต้องดูแล และสังเกตอาการอยู่เป็นประจำ

แนวทางการรักษา

ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลนครธนร่วมมือกับ บํารุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก โดยทางทีมแพทย์จะให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาความผิดปกติทางกระดูกสันหลัง ไขสันหลัง และเส้นประสาทพร้อมตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อค้นหา สาเหตุของโรคอย่างแท้จริง และพิจารณา แนวทางการรักษาโรคทางกระดูกสันหลังที่ดีที่สุด ให้เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย

· ในกรณีที่ไม่ต้องผ่าตัด มีวิธีการรักษาด้วยการรับประทานยา ใส่อุปกรณ์เสริมช่วยรัดหลัง ออกกำลังกายเพื่อเสริมกล้ามเนื้อหลัง ตลอดจนการฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อลดอาการปวด เบื้องต้นผู้ป่วยกว่า 70% จะดีขึ้น

· การผ่าตัด ในการให้การผ่าตัดแก่ผู้ป่วยด้วยกล้องเอ็นโดสโคป แผลเล็กแค่ 8 มิลลิเมตร เจ็บน้อย ฟื้นตัวได้ไว ลดอาการปวดจากการผ่าตัด

ซึ่งหลังการรักษาทางทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จะแนะนำรายละเอียดการดูแลเป็นพิเศษเกี่ยวกับวิธีนอนและวิธีนั่งที่ถูกต้อง วิธีการลุกขึ้นยืนอย่างปลอดภัยแก่ผู้ป่วย รวมไปถึงการได้รับการรักษาจากหมอกายภาพของโรงพยาบาลในกรณีที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมีการรักษาที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

วิจัยพบภูมิคุ้มกันโควิดอาจอยู่ได้หลายปีหรือตลอดชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654132

วันที่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 18:30 น.

วิจัยพบภูมิคุ้มกันโควิดอาจอยู่ได้หลายปีหรือตลอดชีวิตผลการศึกษาพบว่าภูมิคุ้มกันหลังติดโควิดหรือฉีดวัคซีนจะยังคงอยู่ไปอีกนานหลายปี

การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ (Nature) และไบโออาร์ไคฟ (BioRxiv) ชี้ว่าภูมิคุ้มกันของผู้ที่เคยได้รับเชื้อ SARS-CoV-2 จะคงอยู่ได้เป็นปีหรืออาจตลอดชีวิต

โดย Menno van Zelm นักภูมิคุ้มกันวิทยาจากมหาวิทยาลัยโมนาช ในเมลเบิร์น ประเทศอสเตรเลียกล่าวว่าผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการติดเชื้อ SARS-CoV-2 รวมถึงการฉีดวัคซีนมีแนวโน้มที่จะอยู่ได้นาน

นักวิจัยได้ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่หายจากโรคโควิด-19 มาแล้วประมาณหนึ่งปีพบว่าเซลล์พลาสมาที่จดจำการสร้างแอนติบอดีต่อ SARS-CoV-2 ยังคงอยู่ในไขกระดูก และมีแนวโน้มว่าจะสามารถคงอยู่ไปได้อีกหลายปีซึ่งอาจสามารถสร้างแอนติบอดีออกมาได้ทุกเมื่อที่จำเป็น

นอกจากนี้ยังพบหลักฐานเบื้องต้นว่าการฉีดวัคซีนอาจกระตุ้นการผลิตเซลล์เดียวกัน อย่างไรก็ตามการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจเป็นอุปสรรคต่อแอนติบอดีจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงควรพัฒนาวัคซีนและฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น Michel Nussenzweig นักภูมิคุ้มกันวิทยาจากมหาวิทยาลัยร็อคกี้เฟลเลอร์ในนิวยอร์กหนึ่งในทึมนักวิจัยกล่าวกับหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) ว่าผู้ที่เคยติดเชื้อและได้รับการฉีดวัคซีนจะยิ่งมีการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมด้วยชุดแอนติบอดีที่แข็งแกร่ง เพราะแอนติบอดีของพวกเขามีการพัฒนา และคาดว่าจะยังคงอยู่ไปอีกนาน

อย่างไรก็ตามผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนและร่างกายมีการสร้างภูมิคุ้มกันแล้วไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนก็ได้ แต่ผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อหรือเคยติดเชื้อแต่ร่างกายไม่ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันจำเป็นต้องได้รับวัคซีน

ขณะที่ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนจากการศึกษาเหล่านี้ แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาครั้งนี้นับว่าเป็นแนวโน้มที่ดีและตอกย้ำว่าการฉีดวัคซีนนั้นได้ผลจริง

ทั้งนี้ Jill Grimes แพทย์ประจำเท็กซัสเคยกล่าวกับ Refinery29 ว่าโควิด-19 ทำงานเหมือนไข้หวัดใหญ่ซึ่งหมายความว่าอาจจำเป็นต้องใช้วัคซีนทุกปี ไม่ใช้เพราะภูมิคุ้มกันเราหายไปแต่เป็นเพราะไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงมากพอที่ภูมิคุ้มกันเดิมของเราจะไม่ได้ผลอีกต่อไป

Photo by Nhac NGUYEN / AFP

อาเซียนค้านร่างมติคว่ำบาตรอาวุธเมียนมาของยูเอ็น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654129

วันที่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

อาเซียนค้านร่างมติคว่ำบาตรอาวุธเมียนมาของยูเอ็น9 ประเทศอาเซียนเรียกร้องไม่ให้สหประชาชาติรับรองร่างมติห้ามขายอาวุธให้เมียนมา

สำนักข่าว Benar News รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ กีออร์ก ชปาเบอร์ รองผู้แทนถาวรในคณะผู้แทนของลิกเตนสไตน์ประจำสหประชาชาติ ว่า ประเทศอาเซียน 9 ประเทศยกเว้นเมียนมา ต้องการให้สหประชาชาติยกเลิกข้อเรียกร้องให้ระงับการขายอาวุธให้กองทัพเมียนมา

ชปาเบอร์บอกว่า ทั้ง 9 ประเทศในนามอาเซียนส่งจดหมายไปยังประเทศที่สนับสนุนร่างมติของสมัชชาสหประชาชาติให้แบนการขายอาวุธให้กองทัพเมียนมาเพื่อเรียกร้องให้ตัดประโยคที่ว่า “ระงับการจัดหา ขาย หรือถ่ายโอนอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่เมียนมาทันที” ออกจากร่างมติ

ชปาเบอร์เผยอีกว่าจดหมายดังกล่าวไม่ได้บอกเหตุผลที่ขอให้ตัดประโยคดังกล่าวออก และปฏเสธที่จะเปิดเผยสำเนาของจดหมายของอาเซียน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหนึ่งในประเทศที่สนับสนุนร่างมติของสหประชาชาติอีกรายหนึ่งเผยกับ Benar News ว่า อาเซียนต้องการให้แก้ไขร่างมติเนื่องจากเชื่อว่าอาเซียนควรเป็นผู้นำในการแก้วิกฤตในเมียนมา

ขณะที่ตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียเผยว่า ไม่ทราบเรื่องจดหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ สหประชาชาติเลื่อนการลงมติว่าด้วยการระงับการขายอาวุธให้กองทัพเมียนมาจากกำหนดเดิมในวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมาออกไปโดยไม่มีกำหนด โดยนักการทูตบางส่วนคาดว่าเพราะต้องการหาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติม

หาดสวรรค์ศรีลังกาเต็มไปด้วยเศษเถ้าถ่านจากเรือไฟไหม้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654117

วันที่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 16:00 น.

หาดสวรรค์ศรีลังกาเต็มไปด้วยเศษเถ้าถ่านจากเรือไฟไหม้ศรีลังกากังวลเรือบรรทุกสินค้าที่กำลังไหม้จะแตกออกจนน้ำมันหลายร้อยตันไหลลงทะเลก่อมลพิษ

จากกรณีที่เรือบรรทุกสินค้า X-Press Pearl ของสิงคโปร์เกิดไฟลุกไหม้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 นอกชายฝั่งของท่าเรือโคลอมโบประเทศศรีลังกา จนน้ำมันรั่วไหลออกมาเรือ

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศได้เผยแพร่ภาพความเสียหายบริเวณชายหาดของเมืองเนกอมโบซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อและแหล่งประมงพื้นบ้านที่สำคัญตั้งอยู่ห่างจากกรุงโคลอมโบไปทางเหนือราว 40 กิโลเมตร ที่เต็มไปด้วยเศษเถ้าถ่านที่เกิดจากพลาสติกที่ถูกเผาไหม้ โดยขณะนี้เศษเถ้าถ่านเหล่านี้กระจายไปยังเมืองอื่นตามแนวชายฝั่งทางตะวันตกของศรีลังกาแล้ว

ที่น่าห่วงคือ หากเรือจมลงหรือแตกออกน้ำมันเตา 278 ตัน และน้ำมันดีเซลสำหรับเดินเรือ 50 ตันจะไหลออกมาสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศทางทะเล

ขณะนี้กองทัพศรีลังกาส่งทหารเข้ามาทำความสะอาดบริเวณชายหาดเมืองเนกอมโบซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน และหลังจากนี้ทางการศรีลังกาจะเริ่มทดสอบคุณภาพน้ำและอากาศท่ามกลางความวิตกว่าควันไฟจากเรือจะส่งผลต่อสุขภาพของชาวบ้าน

Photo by Ishara S. KODIKARA / AFP

เชื้อราขาว-เหลืองเล่นงานอินเดียซ้ำราดำมรณะทะลุหมื่นเคส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654106

วันที่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 14:30 น.

เชื้อราขาว-เหลืองเล่นงานอินเดียซ้ำราดำมรณะทะลุหมื่นเคสอินเดียเจอผู้ป่วยติดเชื้อราขาว เชื้อราเหลือง ผลพวงโควิดที่อันตรายกว่าเชื้อราดำ

ขณะที่อินเดียพบผู้ติดเชื้อราดำมรณะทะลุ 10,000 คนซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 250 คนท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงอยู่นสภาวะวิกฤต ล่าสุดนอกจากเชื้อราดำแล้ว ยังพบเชื้อราขาว และเชื้อราเหลืองในผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 ซึ่งอันตรายขึ้นกว่าเดิม

เชื้อราขาว

เชื้อราขาว (candidiasis) เรียกตามแผลสีขาวที่จะเกิดขึ้นในผู้ป่วย โดยมักพบแผลดังกล่าวบริเวณหลอดอาหารซึ่งส่งผลให้กลืนอาหารลำบาก นอกจากนี้ยังพบรอบสีขาวได้ทั่วไปในปากของผู้ป่วย

โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าการติดเชื้อราขาวนั้นอันตรายมากกว่าเชื้อราดำ (mucormycosis) และอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายหลายส่วน อาทิ เล็บ ปาก ผิวหนัง กระเพาะอาหาร ไต ปอด และสมอง

เชื้อราดังกล่าวอาจเกิดจากเชื้อราที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อมหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ฆ่าเชื้อไม่เหมาะสมหรืออาจเป็นการขาดสุขอนามัยส่วนบุคคลก็เป็นได้

โดยผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ได้แก่ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ที่รับประทานสเตียรอยด์เป็นเวลานาน รวมถึงผู้ป่วยโรคเบาหวาน มะเร็ง และผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ

ซึ่งหากผู้ป่วยพบเชื้อราสีขาวควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด ซึ่งมีวิธีการตรวจเชื้อด้วยเสมหะ น้ำมูก หรือการเอ็กซ์เรย์หน้าอกเพื่อดูระดับความรุนแรงและการแพร่กระจายของเชื้อราในร่างกาย และทำการรักษาด้วยการให้ยาต้านเชื้อราต่อไป

เชื้อราเหลือง

ขณะนี้ยังพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อราสีเหลืองไม่มากนักแต่แพทย์กังวลว่าอาจส่งผลรุนแรงต่ออวัยวะภายในร่างกาย โดยเชื้อราเหลืองจะทำให้แผลหายช้าและมีหนองไหล หรือในกรณีร้ายแรงอาจส่งผลให้อวัยวะภายในล้มเหลว หรือเนื้อเยื่อตายเฉียบพลัน เป็นต้น

โดยผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อราเหลืองมักมีอาการร่วมกันคืออ่อนเพลียมาก มีไข้ ไอ ไม่อยากอาหาร อวัยวะภายในทำงานผิดปกติ และตาบวม ซึ่งแพทย์จะทำการรักษาด้วยการให้ยาต้านเชื้อรา Amphotericin B

กระทรวงสาธารณสุขอินเดียระบุว่าเชื้อราเหลืองมีความอันตรายมากกว่าเชื้อราดำ โดยผู้ติดเชื้ออาจมีโอกาสเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 96-97

ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาพบผู้ป่วยชายวัย 45 ปี ในรัฐอุตรประเทศได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อราทั้ง 3 ชนิดหลังได้รับการรักษาโรคโควิด-19 ซึ่งนับเป็นผู้ป่วยเคสแรกในอินเดียที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อราเหลืองหลังหายจากโรคโควิด-19

โดยชายคนดังกล่าวมีอาการตาบวมและมีเลือดไหลออกจากจมูกซึ่งแพทย์ระบุว่าเป็นอาการของการติดเชื้อราเหลือง

อย่างไรก็ตามแพทย์กล่าวว่าการติดเชื้อราเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่น่ากังวลคืออัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมากโดยมีผลพวงมาจากผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีจำนวนมากประเทศ

Photo by NOAH SEELAM / AFP

COVAX กำลังขาดวัคซีนหลังอินเดียหยุดส่งออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654100

วันที่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 13:00 น.

COVAX กำลังขาดวัคซีนหลังอินเดียหยุดส่งออกผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของโลกในอินเดียระงับการส่งออกวัคซีนเพื่อสำรองใช้ในประเทศ กระทบโครงการ COVAX และประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังเฝ้ารอวัคซีนอย่างหนัก และอาจสะเทือนไปทั้งโลก

องค์การอนามัยโลก (WHO) และ Gavi ผู้นำร่วมของโครงการแจกจ่ายวัคซีนต้าน Covid-19 COVAX ประกาศว่าทางโครงการต้องการวัคซีนเพิ่มอีก 190 ล้านโดสอย่างเร่งด่วนภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อนำมาเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปเนื่องจากอินเดียหยุดส่งออกวัคซีน

จากข้อมูลของ Gavi เดิมทีสถาบันเซรุ่มของอินเดีย (SII) ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก และผู้ได้รับสิทธิ์ในการผลิตวัคซีน Covishield ของ AstraZeneca ให้คำมั่นว่าจะส่งมอบวัคซีน 200 ล้านโดสให้โครงการ COVAX โดย 111 ล้านโดสมีกำหนดส่งให้ประเทศในแอฟริกาและเอเชีย-แปซิฟิกระหว่างเดือน ก.พ.-พ.ค.ปีนี้ แต่จนถึงวันอังคาร (25 พ.ค.) SII ส่งมอบวัคซีนให้ COVAX เพียง 30 ล้านโดสเท่านั้น

ตอนที่อินเดียเริ่มส่งมอบวัคซีนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศอยู่ในช่วงขาลง แต่เมื่อพบผู้ติดเชื้อรายวันหลักแสนคน SII จึงต้องให้ความสำคัญกับการกระจายวัคซีนในประเทศเป็นอันดับแรก เนื่องจากความต้องการวัคซีนเพิ่มขึ้น ทางการอินเดียจึงประกาศระงับการส่งออกวัคซีนชั่วคราวเมื่อเดือน มี.ค. และคาดว่าจะกลับมาส่งออกวัคซีน Covishield ได้อีกครั้งในเดือน มิ.ย.นี้

ทว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันของอินเดียทำให้ต้องยืดระยะเวลาระงับการส่งออกวัคซีนออกไปจนถึงสิ้นปีนี้ และยังไม่สามารถส่งมอบวัคซีนให้โครงการ COVAX ได้

การระงับส่งออกวัคซีนของอินเดียจึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องพึ่งพาโครงการ COVAX ในการจัดหาวัคซีนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศ อาทิ เนปาลเพื่อนบ้านของอินเดียที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่วัคซีนแทบจะหมดประเทศแล้ว โดยเหลือวัคซีน Covishield สำหรับใช้ฉุกเฉินเพียง 50,000-60,000 โดส

บังกลาเทศเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบ ก่อนหน้านี้บังกลาเทศมีคิวจะได้รับวัคซีน Covishield กว่า 10 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนนี้ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าวัคซีนมาถึงหรือยัง และสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) เผยว่าขณะนี้บังกลาเทศไม่มีวัคซีนแล้ว

ปาปัวนิวกินี ศรีลังกา และกัมพูชาต่างกำลังรอคอยการส่งมอบวัคซีน Covishield เช่นกัน โดย IFRC ระบุว่า “ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียกำลังประสบปัญหาขาดแคลนวัคซีน”

ทว่า วิกฤตการแพร่ระบาดในอินเดียและการขาดแคลนวัคซีนของโครงการ COVAX ไม่ได้เป็นปัญหาของประเทศในแถบเอเชียอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลสะเทือนไปทั้งโลกด้วย เพราะยิ่งเชื้อไวรัสแพร่กระจายโดยไร้การควบคุมนานเท่าไร ความเสี่ยงที่จะเกิดสายพันธุ์ที่อันตรายหรือติดต่อได้ง่ายก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

Photo by JAAFAR ASHTIYEH / AFP

จีนโวยไบเดนสั่งสืบต้นตอโควิดมีนัยทางการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654087

วันที่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 11:15 น.

จีนโวยไบเดนสั่งสืบต้นตอโควิดมีนัยทางการเมืองจีนชี้รัฐบาลไบเดนสืบต้นตอโควิดมีนัยทางการเมือง พร้อมเรียกร้องสหรัฐเปิดห้องแล็บด้วยเช่นกัน

จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนแถลงรายงานประจำวันเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมาโดยกล่าวถึงคำสั่งของประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐที่มอบหมายให้หน่วยข่าวกรองตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นตอของโควิด-19 ที่พบครั้งแรกในประเทศจีนอีกครั้งว่ามีนัยทางการเมืองและปัดความรับผิดชอบ

พร้อมระบุว่าการกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐไม่สนใจถึงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องหรือแม้แต่การติดตามสืบหาแหล่งต้นตอของไวรัสด้วยวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ยังกล่าวว่าสหรัฐต้องยินยอมให้มีการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการของสหรัฐด้วยเช่นเดียวกัน

“สหรัฐอ้างว่าต้องการให้จีนให้ความร่วมมือในการสืบสวนระหว่างประเทศที่ครอบคลุมและโปร่งใส ทางเราก็ต้องการให้สหรัฐทำเช่นเดียวกัน ตลอดจนให้ความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกในการติดตามต้นตอของไวรัสตามแนวทางวิทยาศาสตร์” จ้าว ลี่เจียนกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโจ ไบเดนมีคำสั่งให้หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมถึงต้นกำเนิดของโควิด-19 โดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความใกล้เคียงกับข้อสรุปมากที่สุด ก่อนรายงานกลับมาอีกครั้งภายในเวลา 90 วัน และอาจมีการรวบรวมคำถามเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากรัฐบาลจีนด้วย

โดยรายงานของคณะะกรรมาธิการจากพรรครีพับลิกันที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาชี้ว่ามีหลักฐานสำคัญที่สร้างความกังวลว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ซึ่งเป็นสาเหตุของโควิด-19 อาจเล็ดลอดมาจากห้องปฏิบัติการในอู่ฮั่นซึ่งกำลังวิจัยอาวุธชีวภาพที่ทางการจีนพยายามปกปิด

ขณะที่รายงานจากทีมองค์การอนามัยโลกที่เข้าไปตรวจสอบในเมืองอู่ฮั่นซึ่งเปิดเผยเมื่อเดือนมี.ค. ชี้ว่าเชื้อไวรัสอาจแพร่ระบาดมาจากค้างคาวไปยังสัตว์อีกชนิดหนึ่ง พร้อมระบุว่าทฤษฎีที่ว่าเชื้อไวรัสมาจากห้องปฏิบัติการในอู่ฮั่นนั้นไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง

Photo by GREG BAKER / AFP

อังกฤษแถลงพบโควิดสายพันธุ์ไทยในประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/654074

วันที่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 08:19 น.

อังกฤษแถลงพบโควิดสายพันธุ์ไทยในประเทศเบื้องต้นทางการอังกฤษพบผู้ติด Covid-19 สายพันธุ์ไทยแล้วอย่างน้อย 109 ราย

สำนักงานสาธารณสุขของอังกฤษ (PHE) แถลงว่าพบ Covid-19 สายพันธุ์ไทยในอังกฤษจากผู้ป่วย 109 ราย โดยเชื้อที่พบครั้งแรกในประเทศไทยนี้มีชื่อว่า VUI-21MAY-02 (C.36.3) พบในผู้ที่เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ 

เบื้องต้นยังไม่พบว่าเชื้อสายพันธุ์ไทยทำให้เกิดอาการรุนแรงผิดปกติ หรือทำให้วัคซีนที่มีอยู่ลดประสิทธิภาพลง และขณะนี้สาธารณสุขอังกฤษอยู่ระหว่างตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ และยังไม่เปิดเผยว่าพบเชื้อสายพันธุ์ C.36.3 ในพื้นที่ใด

Photo by Handout / ROYAL THAI ARMY / AFP

วันที่ 27 พ.ค. 2564 ข่าวการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic

เมื่อหยุดตายไม่ได้ "วัคซีนทางเลือก" ความหวังใหม่คนไทย

เมื่อหยุดตายไม่ได้ “วัคซีนทางเลือก” ความหวังใหม่คนไทย

คนไทยเฮ ! “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” เปิดประตู “วัคซีนทางเลือก” ให้มีความหวังมากขึ้น ขณะที่ยอดเสียชีวิตยังคงทำสถิติรายวันสูงถึง 47 ราย ติดเชื้อ 3,323วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 18:30 น. | ข่าวการเมือง

"บิ๊กตู่"ประชุมก.ตร.ไล่ออกตำรวจ30นายกำชับปราบเด็กแว้น

“บิ๊กตู่”ประชุมก.ตร.ไล่ออกตำรวจ30นายกำชับปราบเด็กแว้น

นายกฯนั่งหัวโต๊ะประชุมก.ตร.จากทำเนียบรัฐบาล กำหนดตำแหน่งให้ “ศรชล.” หน่วยขึ้นตรงสำนักนายก 47 ตำแหน่ง – กำชับกวดขันจับกุมเด็กแว้นวันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 17:04 น. | ข่าวการเมือง

"วัน อยู่บำรุง"แนะวิษณุหุบปากพูดยุบสภาควรลาออกเลิกเป็นเนติบริกรแทน

“วัน อยู่บำรุง”แนะวิษณุหุบปากพูดยุบสภาควรลาออกเลิกเป็นเนติบริกรแทน

“วัน อยู่บำรุง”ขอ”วิษณุ”หุบปากพูดยุบสภาหากพรบ.กู้5แสนล้านบาทไม่ผ่านลั่นเป็นผู้แทนสมัยแรกมาจากการเลือกตั้งหากประยุทธ์ไม่ยึดอำนาจคุณก็ไม่มีตำแหน่งวันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 16:03 น. | ข่าวการเมือง

ศาลเลื่อนไต่สวนเพนกวินผิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่7มิ.ย.64

ศาลเลื่อนไต่สวนเพนกวินผิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่7มิ.ย.64

ศาลอาญาเลื่อนนัดไต่สวนเพนกวินโพสต์ข้อความเฟซบุ๊กผิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ 7 มิ.ย.และเลื่อนไต่สวนเบนจาละเมิดอำนาจศาลหรือไม่เป็น21มิ.ย.วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 15:40 น. | ข่าวการเมือง

ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน

ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 15:09 น. | คอลัมนิสต์การเมือง

ก่อนเกิดการทำแผนที่สยาม (ตอนที่สิบเอ็ด): Old Siam, Young Siam และ Conservative Siam

ก่อนเกิดการทำแผนที่สยาม (ตอนที่สิบเอ็ด): Old Siam, Young Siam และ Conservative Siam

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 13:36 น. | คอลัมนิสต์การเมือง

"โตโต้ ปิยรัฐ" พบตำรวจปอท. รับทราบข้อหา ม.112

“โตโต้ ปิยรัฐ” พบตำรวจปอท. รับทราบข้อหา ม.112

โตโต้แกนนำการ์ดวีโว่ พบตำรวจปอท.รับทราบข้อหา ม.112 ขณะกลุ่มศปปส.ขอให้ตำรวจพิจารณาพฤติกรรมเพนกกวิน ละเมิดเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 13:34 น. | ข่าวการเมือง

อนุทิน ลั่นไม่ทิ้งพรรคร่วม บอกอยากให้เป็นนายกฯต้องเสียงเกินกึ่งหนึ่ง

อนุทิน ลั่นไม่ทิ้งพรรคร่วม บอกอยากให้เป็นนายกฯต้องเสียงเกินกึ่งหนึ่ง

อนุทิน ยันไม่ถอนตัวพรรคร่วมรัฐบาล เผยไม่กังวลฝ่ายค้านเตรียมโจมตีเรื่องจัดซื้อวัคซีนวันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 13:02 น. | ข่าวการเมือง

เสกสกลเผยวงเงินกู้5แสนล.นายกฯนำไปช่วยผู้เดือดร้อนโควิดทุกอาชีพ

เสกสกลเผยวงเงินกู้5แสนล.นายกฯนำไปช่วยผู้เดือดร้อนโควิดทุกอาชีพ

“ให้เชื่อมั่น” เสกสกล ขอ วิชาญ อย่าพูดให้เกิดความสับสน ยันนายกฯให้ความสำคัญกับทุกอาชีพ บรรเทาความเดือดร้อนโควิด-19วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 12:06 น. | ข่าวการเมือง

"วิษณุ" คาดสภาถกพรก.กู้เงิน5แสนล.4มิ.ย. รับหากไม่ผ่านนายกฯ ต้องยุบสภา

“วิษณุ” คาดสภาถกพรก.กู้เงิน5แสนล.4มิ.ย. รับหากไม่ผ่านนายกฯ ต้องยุบสภา

“รองนายกฯวิษณุ” เผย รัฐบาล เตรียมส่ง” ร่างพ.ร.ก.กู้5แสนล้านเข้าสภา1-2วันนี้ คาด สภาฯ จะบรรจุ วาระเพื่อประชุม4 มิ.ย. รับหากไม่ผ่าน นายกฯ ต้องยุบสภาวันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 11:42 น. | ข่าวการเมือง

กต.ประสานฝรั่งเศส ตามจับ”สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล”

กต.ประสานฝรั่งเศส ตามจับ”สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล”

“ดอน ปรมัตถ์วินัย” เผย กระทรวงต่างประเทศ ประสานทางการฝรั่งเศส จับ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” คดี ม. 112วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 11:19 น. | ข่าวการเมือง

"สาธิต" ไม่เห็นด้วยเลื่อนลงทะเบียนวัคซีนในหมอพร้อม จี้ ศบค.แจงให้ชัด

“สาธิต” ไม่เห็นด้วยเลื่อนลงทะเบียนวัคซีนในหมอพร้อม จี้ ศบค.แจงให้ชัด

รมช.สธ. เผย ไม่เห็นด้วย เลื่อนลงทะเบียนฉีดวัคซีน แอพฯหมอพร้อม จี้ ศบค.แจงให้ชัด ทำประชาชนสับสนวันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 10:32 น. | ข่าวการเมือง