เช็กอิน Courtyard by Marriott Phuket Town ที่พักใหม่ใกล้ที่เที่ยว ทำเลเมืองเก่าภูเก็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/679056

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 15:45 น.เช็กอิน Courtyard by Marriott Phuket Town ที่พักใหม่ใกล้ที่เที่ยว ทำเลเมืองเก่าภูเก็ต

กิน-เที่ยว-พัก ตอบโจทย์คนรักการเดินทาง Courtyard by Marriott Phuket Town ที่พักทันสมัยใจกลางเมืองเก่าภูเก็ต ผสานมรดกทางวัฒนธรรมเคล้ากลิ่นอายเสน่ห์ของภาคใต้ พร้อมทีเด็ดของห้องอาหาร หลากความสำราญที่ควรค่าแก่การมาพักผ่อน

โดย : วารุณี มณีคำ

คุณพาเมล่า ออง ผู้จัดการโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว ปักหมุดเที่ยวเมืองภูเก็ต ชื่นชมเสน่ห์เมืองเก่าอันทรงคุณค่าและยังคงมีชีวิตชีวาน่าสัมผัส พร้อมเช็กอินที่พักใหม่ใจกลางเมืองเก่า อย่าง Courtyard by Marriott Phuket Town (โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์) ที่พักอันสมบูรณ์แบบสำหรับการพักผ่อน พร้อมดื่มด่ำไปกับมรดกทางวัฒนธรรมภาคใต้ของประเทศไทย ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงมากมาย ซึ่งหากใครอยากเดินเล่นชายหาดจากจุดที่ตั้งของโรงแรมก็ยังสามารถเดินทางไปยังชายหาดที่สวยงามของภูเก็ตได้อย่างง่ายดาย

การออกแบบ

สำหรับ Courtyard by Marriott Phuket Town สวยงามโดดเด่นด้วยการออกแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะและเอกลักษณ์งานฝีมือของไทยผสานความร่วมสมัย ต้อนรับทุกคนด้วยประตูบานใหญ่อลังการ ทอดสายตากว้างกับบริเวณล็อบบี้ที่ดูโอ่โถง และ Centerpiece ผลงานที่เชื่อมโยงศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งเป็นที่โจษจันในสายตาชาวโลกอย่าง มโนราห์ โดยการใช้ลูกปัดสีสันสดใจจากชุดนางรำมโนราห์ บรรจบด้านบนด้วยปลายเล็บงามชดช้อย

ห้องพัก 

Courtyard by Marriott Phuket Town มีห้องพักและห้องสวีท จำนวน 248 ห้อง แบ่งประเภทตามขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ผู้เข้าพักทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ห้องพักประเภทดีลักซ์รูม ขนาด 30 ตร.ม., แฟมิลี่รูม, จูเนียร์สวีท 40 ตร.ม., เอ็กเซ็คคิวทีฟสวีท 60 ตร.ม. และเพรสซิเดนท์เชียลสวีท 2 ห้องนอน ขนาด 140 ตร.ม.

3 ห้องอาหารและบาร์

ครัวตลาดใหญ่

ลิ้มรสอาหารไทยภาคใต้ตำรับดั้งเดิมและอาหารนานาชาติหลากหลายเมนูที่ครัวตลาดใหญ่ ที่พร้อมเปิดให้บริการตลอดวัน นอกจากนี้ ยังมีบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยอย่างตระการตาให้ทุกท่านได้เลือกสรร ภายในร้านอาหารเป็นครัวแบบเปิดทำให้ร้านอาหารมีชีวิตชีวา อีกทั้งยังมีที่นั่งทั้งภายในห้องอาหารและบริเวณระเบียงด้านนอก

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.30 – 22.00 น. มื้อเช้า 06.30 – 10.30 น. มื้อกลางวันและเย็น 12.00 – 22.00 น. 

ตะลุง เลานจ์

ชวนเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่คุณรักมานั่งพบปะพูดคุยกันที่ตะลุงเล้านจ์ ที่เปลี่ยนจากคาเฟ่สไตล์แกร็บแอนด์โก ไปเป็นบาร์สุดชิคในยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังมีเซ็ตน้ำชายามบ่ายสไตล์ไทยให้บริการ เหมาะสำหรับการแบ่งปันกับคนที่คุณรัก เติมความสดชื่นให้ช่วงเวลายามบ่ายกลางสัปดาห์ของคุณ ด้วยเซต Afternoon Tea ที่มีให้เลือกลิ้มลองสไตล์ไทยและสไตล์ตะวันตก

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

กอและ พูลบาร์

คลายร้อนและพักผ่อนที่กอและ พูลบาร์ บาร์ริมสระว่ายน้ำชั้น 4 พร้อมจิบเครื่องดื่มอันสดชื่นมากมาย ทั้งค็อกเทล คราฟต์เบียร์ และอิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารกลางวันแบบสบายๆ ตลอดทั้งวัน พร้อมดื่มดำกับบรรยากาศวิวเมืองอันตระการตาของภูเก็ต

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

สถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ หรืองานประชุมสัมนา

สถานที่จัดงานประชุมและอีเวนท์ โรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ มีพื้นที่อเนกประสงค์มากถึง 10 ห้อง บนพื้นที่มากกว่า 900 ตารางเมตร รวมถึงห้องบอลรูมที่สามารถจุแขกได้สูงสุด 600 ท่าน เหมาะสำหรับงานทุกประเภท ตั้งแต่การประชุมทางธุรกิจ งานแต่งงานสุดประทับใจ ไปจนถึงการพบปะทางสังคม

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟิตเนส เซ็นเตอร์ มีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน ทั้งอุปกรณ์ยกน้ำหนักและเครื่องออกกำลังกายแบบต่างๆ รวมไปถึงคลาสสอนออกกำลังกาย ให้คุณได้ใช้เวลาพักผ่อนในโรงแรมไปพร้อมกับการดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 20.00 น.

สระว่ายน้ำ คลายร้อนที่สระว่ายน้ำกลางแจ้งบริเวณชั้น 4 ของโรงแรม พร้อมพักผ่อนอย่างมีสไตล์บริเวณเตียงอาบแดดและสามารถชมวิวเมืองภูเก็ตไปพร้อมๆ กัน เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

คิดส์คลับ คิดส์คลับมีกิจกรรมมากมายให้น้องๆ หนูๆ ได้มาเพลิดเพลินอีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างทักษะในด้านต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ ได้อีกด้วย เปิดให้บริการเร็วๆ นี้

เที่ยวภูเก็ตทริปหน้า ต้องมาพัก Courtyard by Marriott Phuket Town สอบถามโทร. +66 76 643 555 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.courtyardphukettown.com หรือ  Facebook : Courtyard by Marriott Phuket Town

ทฤษฎีใหม่? เครื่องบิน China Eastern อาจแตกกลางอากาศก่อนตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679147

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 17:57 น.ทฤษฎีใหม่? เครื่องบิน China Eastern อาจแตกกลางอากาศก่อนตก

มีปริศนาเพิ่มเติมของเที่ยวบิน MU5735 สายการบิน China Eastern Airlines หลังพบชิ้นส่วนอยู่ไกลจากจุดตกเกือบ 10 กิโลเมตร

ในขณะที่ทางการจีนกำลังเร่งค้นหากล่องดำกล่องที่ 2 ซึ่งเป็นเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน (FDR) ของเครื่องบินโบอิง 737-800 ของสายการบินไชนา อีสเทิร์น แอร์ไลนส์ (China Eastern Airlines) ก็พบปริศนาใหม่เกี่ยวการตกของเครื่องบินลำนี้

การสืบสวนอุบัติเหตุเครื่องบินสายการบินไชนา อีสเทิร์น แอร์ไลนส์ เที่ยวบินที่ MU5735 ตกที่เมืองอู๋โจวล่าสุดพบว่า มีชิ้นส่วนของเครื่องบินอย่างน้อย 1 ชิ้นตกในพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ห่างจากจุดที่เครื่องบินตกราว 6 ไมล์ หรือ 9.6 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ของจีนระบุว่า หากชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นของเครื่องบินลำเกิดเหตุจริง หมายความว่าเครื่องบินอาจแตกออกกลางอากาศก่อนจะตกถึงพื้น

จางซี หัวหน้าหน่วยดับเพลิงจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงเผยว่า ชิ้นส่วนเครื่องบินดังกล่าวยาวประมาณ 1.3 เมตร กว้างราว 10 เซนติเมตร

ในช่วงเริ่มต้นของการสอบสวน เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทราบว่าชิ้นส่วนนั้นหลวมอันเป็นผลมาจากแรงกดดันระหว่างที่ดิ่งลงพื้น หรือหลุดออกมาก่อนที่จะตกลงสู่เนินเขา

ส่วน เจฟฟ์ กัซเซตติ อดีตหัวหน้าทีมสืบสวนขององค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐเชื่อว่า น่าจะเกิดขึ้นระหว่างช่วงที่เครื่องบินกำลังดื่งลงจากระดับความสูง 29,000 ฟุตในเวลาประมาณ 1 นาที 35 วินาทีมากที่สุด “ในความเห็นผมมันคือชิ้นส่วนของเครื่องบินที่หลุดออกมาตอนที่มันกำลังดิ่งลง คำถามคือ มันคือชิ้นส่วนอะไร และหลุดออกมาตอนไหน”

CGTN via REUTERS TV

หมายเหตุ ภาพประกอบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานในจุดที่เครื่องบินตก

นายพลรัสเซียอ้างสงครามยูเครนเฟสแรกสำเร็จแล้วทั้งที่ไม่คืบหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679141

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 15:00 น.นายพลรัสเซียอ้างสงครามยูเครนเฟสแรกสำเร็จแล้วทั้งที่ไม่คืบหน้า

ฝ่ายรัสเซียเคลมปฏิบัติการทางทหารเฟสแรกในยูเครนสำเร็จแล้วเตรียมบุกตะวันออกต่อไป

CNN รายงานว่า นายพลระดับสูงของรัสเซียเผยรายละเอียดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางการทหารของรัสเซียในยูเครนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยอ้างว่าแผนการทางทหาร “เฟสแรก” ในยูเครนสำเร็จแล้ว โดยหลังจากนี้จะพุ่งเป้าไปที่การโจมตีฝั่งตะวันออกของยูเครน

เซอร์เก รัดสคอย รองผู้บัญชาการเหล่าทัพของรัสเซียเผยว่า ในภาพรวมภารกิจหลักในเฟสแรกของการปฏิบัติการทางทหารในยูเครนได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ศักยภาพการสู้รบของกองทัพยูเครนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เราสามารถพุ่งความสนใจไปที่เป้าหมายหลักอย่างการปลดปล่อยดอนบัส

คำพูดของรัดสคอยเกิดขึ้นในขณะที่การโจมจีของรัสเซียในเมืองสำคัญอย่างเคียฟและคาร์คิฟดูเหมือนว่าจะหยุดชะงัก รัสเซียยังล้มเหลวในการยึดครองน่านฟ้ายูเครน และสูญเสียทหารจำนวนมากนับตั้งแต่เปิดฉากโจมตียูเครน

“ผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชนต่างสงสัยว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ในพื้นที่ของเมืองที่ถูกปิดล้อมในยูเครน” รัดสคอยกล่าว “การกระทำเหล่านี้ดำเนินการโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร อุปกรณ์ บุคลากรของกองทัพยูเครน ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เราไม่เพียงแต่จำกัดกองกำลังของพวกเขาและป้องกันไม่ให้พวกเขาเสริมกำลังในดอนบัส แต่จะไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาทำเช่นนี้จนกว่ากองทัพรัสเซียจะปลดปล่อยดินแดนของ DPR (โดเนตสก์) และ LNR (ลูฮันสก์) อย่างสมบูรณ์”

รัดส์คอยเผยว่า ทหารรัสเซียเสียชีวิต 1,351 นาย และบาดเจ็บอีก 3,825 นายในยูเครน ขณะที่สหรัฐ นาโต และยูเครนคาดว่าตัวเลขทหารรัสเซียที่เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงกว่านี้

“ตอนแรกเราไม่ได้วางแผนที่จะบุกโจมตี เพื่อป้องกันการทำลายและลดการสูญเสียบุคลากรและพลเรือน” รัดส์คอยเผย “และถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ดังกล่าวออกไป แต่เมื่อแต่ละกลุ่มเสร็จสิ้นภารกิจที่กำหนดไว้ และแก้ไขได้สำเร็จ กองกำลังและวิธีการของเราจะเน้นไปที่สิ่งสำคัญ นั่นคือการปลดปล่อยดอนบัสอย่างสมบูรณ์”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าแถลงการณ์ของนายพลรุดส์คอยหมายความว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงในเป้าหมายของรัสเซียหรือไม่ หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนวิธีสื่อสารกับสังคมเท่านั้น

REUTERS/Marko Djurica

เพนตากอนชี้จรวดนำวิถีของรัสเซียใกล้หมดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679136

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 13:42 น.เพนตากอนชี้จรวดนำวิถีของรัสเซียใกล้หมดแล้ว

กลาโหมสหรัฐเผยจรวดนำวิถีความแม่นยำสูงของรัสเซียใกล้หมดแล้ว

The Guardian รายงานว่า คอลิน คาห์ล เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสกระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยว่า จากข้อมูลข่าวกรองจรวดนำวิถีความแม่นยำสูงของรัสเซียใกล้หมดแล้ว และรัสเซียน่าจะต้องพึ่งพาระเบิดไม่นำวิถีและกระสุนปืนใหญ่เป็นหลัก

ระเบิดที่ไม่มีระบบนำวิถีจะเคลื่อนที่แบบวิถีกระสุนทำให้ยากต่อการเล็งเป้า ทำให้ไม่สามารถโจมตีเป้าหมายที่ต้องการ ส่งผลให้ชีวิตประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยง

คาห์ลเผยกับ Reuters ว่า ช่วง 28 วันแรกที่รัสเซียบุกยูเครน รัสเซียยิงขีปนาวุธทุกแบบทุกขนาดไปแล้วอย่างน้อย 1,200 ลูก ทว่าไม่ใช่ทุกลูกจะโจมตีถูกเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ โดยขีปนาวุธนำวิถีของรัสเซียมีอัตราความผิดพลาดถึง 60%

“การเปิดเผยตัวเลขนี้ช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดรัสเซียจึงล้มเหลวในการบรรลุวัตถุประสงค์เบื้องต้นนับตั้งแต่เปิดฉากรุกรานเมื่อ 1 เดือนก่อน อาทิ การทำลายกองทัพอากาศยูเครน แม้ว่ากองทัพรัสเซียจะแข็งแกร่งกว่ากองทัพยูเครนที่มีขนาดเล็กกว่า”

คาห์ลเผยกับ Reuters ว่า ขีปนาวุธร่อนที่ปล่อยจากอากาศมีอัตราความล้มเหลวอยู่ที่ 20-60% โดยผู้เชี่ยวชาญ 2 รายเผยกับ Reuters ว่า อัตราความผิดพลาดที่มากว่า 20% ถือว่าสูง

ทว่า คาห์ลเผยว่า รัสเซียยังคงมีอาวุธอื่นๆ อาทิ ขีปนาวุธที่ยิงจากพื้นดินสู่อากาศและขีปนาวุธร่อนอีกมากมาย “ผมหมายความว่าพวกเขาใช้เงินไปมาก แต่พวกเขาก็ทุ่มเทอย่างมาก และพวกเขายังมีเหลืออีกมาก”

Ukrainian Military TV/Handout via REUTERS

หวั่นราคาน้ำมันพุ่งหลังกบฏฮูษีโจมตีโรงเก็บน้ำมันซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679123

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 10:54 น.หวั่นราคาน้ำมันพุ่งหลังกบฏฮูษีโจมตีโรงเก็บน้ำมันซาอุฯ

กลุมกบฎในเยเมนโจมตีคลังเก็บน้ำมันซาอุสะเทือนราคาน้ำมันโลก

กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า กลุ่มกบฏฮูษีซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในเยเมน ระดมยิงขีปนาวุธและจรวด โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทซาอุดีอารามโกในเมืองเจดดาห์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลแดง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ที่คลังเก็บน้ำมันสองแห่ง

การโจมตีครั้งนี้เพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคที่เป็นแหล่งส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น

Bloomberg รายงานว่า โรงเก็บน้ำมันในเมืองเจดดาห์ที่ถูกโจมตีเก็บน้ำมันสำหรับใช้ในประเทศเป็นหลัก ซึ่งไม่ส่งผลกระทบกับตลาดน้ำมันโลกมากนัก แต่การโจมตีที่ยกระดับขึ้นสร้างความกังวลให้บรรดานักลงทุนน้ำมัน เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ก่อนหน้านี้ซาอุดีอาระเบียเตือนว่าซัพพลายน้ำมันตกอยู่ในความเสี่ยง และเรียกร้องให้สหรัฐตอบโต้การโจมตีจากกลุ่มกบฏฮูษีซึ่งมีอิหร่านหนุนหลังให้มากกว่านี้ และย้ำข้อความนี้อีกครั้งหลังโรงเก็บน้ำมันของอารามโกถูกโจมตี

“การโจมตีพุ่งเป้าที่โรงน้ำมันและมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก” ตุรกี อัล-มาลิคิ โฆษฏกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเผยกับ Saudi Press Agency หลังเหตุโจมตี

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกถูกโดรนและขีปนาวุธจากกลุ่มกบฏฮูษีโจมตีหลายครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยวานนี้กลุ่มพันธมิตรซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธ 1 ลูกและโดรนติดระเบิด 10 ลำ

REUTERS/Stringer

“เครื่องบินวันสิ้นโลก” ศูนย์บัญชาการลอยฟ้าของสหรัฐหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679099

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 20:00 น.“เครื่องบินวันสิ้นโลก” ศูนย์บัญชาการลอยฟ้าของสหรัฐหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

สหรัฐส่งเครื่องบินวันสิ้นโลกบินเหนือน่านฟ้าอังกฤษเตรียมพร้อมหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

ท่ามกลางคำขู่ของรัสเซียว่าหากนาโตเข้ามาแทรกแซงสงครามรัสเซีย-ยูเครนอาจเกิดสงครามนิวเคลียร์ ส่วนปูตินก็สั่งให้กองกำลังนิวเคลียร์เตรียมพร้อมเต็มอัตรา ก็มีผู้พบเห็น เครื่องบินโบอิง 747 E4-B Nightwatch หรือเครื่องบินวันสิ้นโลก (Doomsday Plane) ของสหรัฐบินป้วนเปี้ยนแถวอังกฤษ

จากข้อมูลของ FlightRadar24 พบว่า หลังจากเทกออฟจากสหรัฐแยกต่างหากจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ส่งไบเดนไปร่วมประชุมกับพันธมิตรในยุโรป เครื่องบินวันสิ้นโลกบินผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกทางตอนใต้ของไอร์แลนด์ ก่อนจะบินวนอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และคาดว่าจะมุ่งหน้าสู่ RAF Mildenhall ซึ่งเป็นสถานีกองทัพอากาศของอังกฤษ แต่ทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติการของกองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) เป็นหลัก

ที่เครื่องบินลำนี้มีชื่อน่ากลัวว่า “เครื่องบินวันสิ้นโลก” ก็เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานในวันที่เกิดสงครามนิวเคลียร์หรือเหตุไม่คาดฝันอื่นๆ ขึ้นจนศูนย์บัญชาการภาคพื้นดินของสหรัฐถูกทำลายหมดไม่ต่างจากวันสิ้นโลก

ด้วยเหตุนี้เครื่องบินวันสิ้นโลกจึงมีนิกเนมว่า “เพนตากอนลอยฟ้า” ที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการลอยฟ้าเพื่อให้การทำงานของคณะรัฐบาล ประธานธิบดี รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่ระดับสูง และประธานเสนาธิการทหารร่วมยังคงดำเนินต่อไปได้

เครื่องบินวันสิ้นโลกถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามเย็น โดยได้รับการออกแบบให้ทนต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากแรงระเบิดของนิวเคลียร์ มีรายงานว่าหน้าต่างของเครื่องบินโบอิง 747 E4-B Nightwatch ลำนี้มีลวดตะแกรงติดอยู่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งไม่ให้แตก ส่วนอุปกรณ์และระบบสายไฟก็ถูกทำให้แข็งแรง และยังมีระบบป้องกันความร้อนและนิวเคลียร์ในกรณีที่เกิดการระเบิด

ภายในตัวเครื่องเครื่องบินวันสิ้นโลก เมษายน 1976 ภาพ: wikipedia/กระทรวงกลาโหมสหรัฐ

ภายในตัวเครื่องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน จุคนได้มากถึง 112 คน มีห้องนอน 18 ห้อง ห้องน้ำ 6 ห้อง ห้องบรรยายสรุป 1 ห้อง ห้องประชุม พื้นที่สำหรับทำงาน และส่วนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

เครื่องบินลำนี้สามารถบินได้นานถึง 12 ชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดพัก และด้วยความที่สามารถเติมน้ำมันได้กลางอากาศจึงทำให้อยู่บนน่านฟ้าได้นานหลายวัน โดยสถิติล่าสุดอยู่ที่ 35.4 ชั่วโมง

จุดที่แตกต่างจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ตกแต่งอย่างหรูหราเน้นความสบายคือ การตกแต่งเครื่องบินลำนี้เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก โดยจะติดตั้งอุปกรณ์แบบอะนาล็อกแทนที่จะเป็นเครื่องมือดิจิทัลทันสมัย เพื่อให้เครื่องบินสามารถทำงานต่อไปได้หากถูกพลังแม่เหล็กไฟฟ้าจากระเบิดนิวเคลียร์รบกวน ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์น้อยกว่า

ส่วนหัวของเครื่องบินมีส่วนที่นูนขึ้นมาเรียกว่า “ray dome” ที่บรรจุจานดาวเทียมหลายสิบจานและเสาอากาศสำหรับติดต่อสื่อสารกับเรือ เรือดำน้ำ และอากาศยานของสหรัฐได้ทุกที่ทั่วโลก

สื่อท้องถิ่นของอังกฤษคาดว่าเครื่องบิน 747 E4-B Nightwatch ลำนี้ ซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องบินโบอิง 747-200B มีมูลค่าราว 180 ล้านยูโร หรือราว 6,650 ล้านบาท

นอกจากนี้ ฝูงบินเครื่องบินวันสิ้นโลกของสหรัฐยังมีหลายลำ โดยอย่างน้อย 1 ลำต้องเตรียมพร้อมขึ้นบินตลอดเวลา อาทิ โบอิง E-6 Mercury เป็นฐานบัญชาการทางอากาศและถ่ายทอดการสื่อสารโดยใช้เครื่องโบอิง 707-320 โดยเครื่องรุ่น E-6A เข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐเมื่อเดือน ก.ค. 1989 แทนที่ EC-130Q

ขณะนี้ได้รับการโมดิฟายเป็นรุ่น E-6B เข้าประจำการเมื่อเดือน ต.ค. 1998 สามารถควบคุมขีปนาวุธข้ามทวีป Minuteman ด้วยระบบควบคุมการยิงขีปนาวุธทางอากาศ

และ Northrop Grumman E-10 MC2A ที่สร้างจากเครื่องบินพาณิชย์โบอิง 767-400ER

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเครื่องบินวันสิ้นโลกจะไม่ใช่ความลับ แต่ก็ไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไร สมรรถนะที่แท้จริงของเครื่องบินในฝูงบินนี้อย่าง Nightwatch ลำนี้จึงไม่ค่อยมีคนทราบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย

ขณะที่รัสเซียเองก็มีเครื่องบินวันสิ้นโลกเช่นกันคือ Ilyushin Il-80 หรือที่รู้จักกันว่า Maxdome

ภาพ: wikipedia/Masteruploader

EU ดีลนำเข้าพลังงานจากสหรัฐ หวังเลิกพึ่งรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679100

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 17:40 น.EU ดีลนำเข้าพลังงานจากสหรัฐ หวังเลิกพึ่งรัสเซีย

สหภาพยุโรปดีลเพิ่มการนำเข้าก๊าซจากสหรัฐ ลดพึ่งพารัสเซีย

วันนี้ (25 มี.ค.) สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (EU) ประกาศข้อตกลงที่จะเพิ่มอุปทานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรปให้ได้อย่างน้อย 15 พันล้านลูกบาศก์เมตร ภายในสิ้นปี 2022 และปีละประมาณ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรจนถึงปี 2030

โดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ และเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ไลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประกาศความร่วมมือที่จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายคือเพื่อให้ยุโรปเลิกนำเข้าเชื้อเพลิงจากรัสเซีย

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นซัพพลายเออร์ก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของการนำเข้า นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังพึ่งพารัสเซียสำหรับการนำเข้าถ่านหินและน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด

ด้านเยอรมนีซึ่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุดในสหภาพยุโรปตั้งเป้าที่จะเลิกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายที่จะยุติการซื้อน้ำมันและถ่านหินจากรัสเซียในวงกว้างในปีนี้ และยุติการนำเข้าก๊าซรัสเซียเกือบทั้งหมดภายในกลางปี 2024

Photo by REUTERS/Evelyn Hockstein

รัสเซียอ้างสหรัฐแอบทดลองยากับทหารยูเครน มีผู้เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679090

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 16:30 น.รัสเซียอ้างสหรัฐแอบทดลองยากับทหารยูเครน มีผู้เสียชีวิตแล้ว

กองทัพรัสเซียกล่าวหาสหรัฐทำการวิจัยลับในยูเครน ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต

สำนักข่าว RT และ TASS ของรัสเซียรายงานว่าพลโท อิกอร์ คิริลลอฟ ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันนิวเคลียร์ ชีวภาพ และเคมี ของกองทัพรัสเซีย กล่าวว่าสหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลองยาที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติกับทหารยูเครน ภายใต้โครงการที่เรียกว่า UP-8

คิริลลอฟอ้างรายงานที่ตีพิมพ์ในสื่อบัลแกเรียระบุว่า ทหารยูเครนเสียชีวิตประมาณ 20 นายระหว่างการทดลองในห้องแล็บที่คาร์คิฟเพียงแห่งเดียว และอีก 200 นายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล พร้อมเสริมว่าโครงการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมการทดลองมากกว่า 4,000 คน

คิริลลอฟยังกล่าวว่ายาดังกล่าวไม่ผ่านกระบวนการอนุมัติในสหรัฐและแคนาดา ซึ่งวิธีการที่ยอมรับไม่ได้นี้ได้รับความยินยอมจากรัฐบาลสหรัฐ และเป็นเรื่องปกติสำหรับบริษัทยารายใหญ่

“ผมอยากให้พวกคุณสนใจความจริงที่ว่าจำนวนห้องแล็บชีวภาพในสหรัฐนั้นเทียบไม่ได้กับที่มีอยู่ในประเทศอื่นๆ กระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่าสหรัฐมีห้องแล็บ 336 แห่งใน 30 ประเทศ”

ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียเรียกร้องคำชี้แจ้งจากรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนระหว่างประเทศ เกี่ยวกับเป้าหมายที่แท้จริงของห้องแล็บชีวภาพของสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียยังได้กล่าวว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการพัฒนาส่วนประกอบอาวุธชีวภาพในยูเครน โดยอ้างถึงเอกสารที่ได้รับจากพนักงานยูเครนที่ทำงานในห้องแล็บซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการชีวภาพของยูเครนได้รับการพัฒนาและอนุมัติโดยตรงจากเพนตากอน

นอกจากนี้ บริษัทยาที่ทำสัญญากับเพนตากอนยังทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมของยูเครนเพื่อทดสอบยารักษาโรคที่ยังไม่ได้จดทะเบียน กับทหารยูเครน

Photo by REUTERS/Jose Luis Gonzalez

ข่าวกรองยูเครนอ้างรัสเซียต้องการจบสงคราม 9 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679080

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 14:57 น.ข่าวกรองยูเครนอ้างรัสเซียต้องการจบสงคราม 9 พ.ค.นี้

ฝ่ายยูเครนอ้างกองทัพรัสเซียต้องการจบสงครามยูเครนในวันที่ 9 พ.ค.นี้

เสนาธิการของกองทัพยูเครนเผยกับ Kyiv Independent ว่า การข่าวกรองของยูเครนทราบมาว่ารัสเซียต้องการยุติสงครามในวันที่ 9 พ.ค. ซึ่งรัสเซียกำหนดให้เป็นวันแห่งชัยชนะเพื่อรำลึกถึงชัยชนะของกองทัพโซเวียตเหนือนาซีเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1945 หรือเมื่อ 77 ปีก่อน

เสนาธิการของกองทัพยูเครนเผยอีกว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียยังคงกล่าวอ้างโดยว่า รัสเซียบุกยูเครนเพื่อกำจัดนาซีให้หมดไปจากยูเครน แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานการแพร่หลายของลัทธินาซีในยูเครน อีกทั้งประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ก็เป็นชาวยิว ดังนั้นวันที่ 9 พ.ค.จึงมีความสำคัญกับชาวรัสเซียทั้งในอดีตและปัจจุบัน

การเปิดเผยของเสนาธิการยูเครนมีขึ้นในขณะที่รัสเซียบุกยูเครนครบ 1 เดือน และตลอดการโจมตียูเครน รัสเซียมักจะอ้างว่าพุ่งเป้าไปที่นาซีมากกว่าพลเรือน อย่างที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของรัสเซียเผยว่า กองทัพรัสเซียถล่มห้องปฏิบัติการวิจัยนิวเคลียร์ในเมืองคาร์คิฟเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากกองพันอาซอฟซึ่งเป็นทหารนีโอนาซีของยูเครนมีแผนจะถล่มห้องปฏิบัติการดังกล่าวแล้วป้ายความผิดให้รัสเซีย

Photo by FADEL SENNA / AFP

เปิดผลวิจัย “บิวตี้บีสต์” เทรนด์คนเจ้าสำอางยุคใหม่ไร้คำจำกัดทางเพศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/679045

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 10:05 น.เปิดผลวิจัย “บิวตี้บีสต์” เทรนด์คนเจ้าสำอางยุคใหม่ไร้คำจำกัดทางเพศ

เมื่อกระแส ‘Gender-Neutral’ เปลี่ยนทัศนคติความงามหนุ่มสาวยุคใหม่ ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จับมือ เอ็มไอ กรุ๊ป เปิดผลวิจัย “บิวตี้บีสต์” เทรนด์คนเจ้าสำอางยุคใหม่ไร้ขีดจำกัดทางเพศ ชี้ชายแท้แคร์บุคลิกภาพพุ่ง ดัน “รองพื้น อายไลน์เนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว” ขึ้นเป็นสินค้ายอดนิยม

นักการตลาดบิวตี้ต้องรู้!! เปิดช่องทางสื่อเรียกทรัพย์บรรดาคนสวยหล่อ พร้อมคอนเทนท์โกยรายได้จากขาช็อป “บิวตี้บีสต์” โดย บริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จับมือกับ เอ็มไอ กรุ๊ป ในฐานะ Digital Marketing Agency และ Media Agency ที่ให้คำปรึกษาและช่วยวางกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารทางการตลาด เปิดผลการสำรวจที่น่าสนใจ พบปัจจุบันกระแส ‘gender-neutral’ หรือการไม่จำกัดเพศ ได้เปลี่ยนทัศนคติต่อหนุ่มสาวยุคใหม่ที่มีต่อความสวยความงามเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเพศชายที่หันมาให้ความสนใจการพัฒนาบุคลิกภาพ และเลือกใช้เครื่องสำอางในหลากหลายประเภท นอกจากนี้ยังเผยถึงช่องทางสื่อ และคอนเทนท์ที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มดังกล่าวโดยแบรนด์สินค้าที่ต้องการเข้าถึงกลุ่ม Beauty Beast ต้องเน้นสิ่งสำคัญทั้งการสื่อสารเรื่องความสวยความงามที่เป็นกลางการ ชูประโยชน์ของเครื่องสำอางว่ามีส่วนช่วยพัฒนาตัวตนหรือบุคลิกภาพ การใช้สื่อออฟไลน์ในการเปิดตัวสินค้าและสร้างการจดจำสินค้าในวงกว้าง และการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อทำคอนเทนท์และสร้างการมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอ

นางสาวสุชาดา สุภาการ Head of Digital Strategic Planning บริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จำกัด

นางสาวสุชาดา สุภาการ Head of Digital Strategic Planning บริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จำกัด เปิดเผยว่า ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมปัจจุบันมีวิวัฒนาการในเรื่องการใส่ใจดูแลตนเองอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ขณะนี้ได้หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องภาพลักษณ์ ความสวยงาม และไลฟ์สไตล์ที่ต้องดูดีอยู่เสมอ รวมไปถึงกระแส ‘Gender-Neutral’ หรือการไม่จำกัดเพศที่ได้เปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคหนุ่มสาวยุคใหม่ที่มีต่อความงามซึ่งได้มองถึงสินค้าหรือบริการด้านความสวยงามว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานในการใช้ชีวิตประจำวัน ล่าสุดจึงได้ทำความร่วมมือกับ บริษัท เอ็มไอ กรุ๊ป เพื่อทำการสำรวจทัศนคติและพฤติกรรม กลุ่ม “Beauty Beasts” หรือหนุ่มสาวยุคใหม่ที่หลงใหลในเรื่องความสวยความงาม  และต้องการปรับบุคลิกภาพของตนเองให้สมบูรณ์แบบ เพื่อช่วยให้กลุ่มนักการตลาดได้รับข้อมูล – มุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับความสวยความงามของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน และสามารถนำไปกำหนดกลุยทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม

สำหรับการศึกษาในครั้งนี้ได้ผสมผสานวิธีการวิจัยทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ผ่านบทสนทนาเชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจทัศนคติ และพฤติกรรมของกลุ่ม Beauty Beasts โดยทำการศึกษา จำนวนทั้งหมด 414 คน แบ่งเป็นชาย 201 คน และ หญิง 213 คน โดยกลุ่ม The Male Beasts  เป็นชายแท้ กลุ่มคนเมือง อายุ 16 – 30 ปี มีรายได้ครัวเรือนระดับกลางถึงระดับสูง และใช้เครื่องสำอางของผู้หญิงในการแต่งหน้าเป็นประจำอย่างน้อย 3 ชนิดและ The Female Beasts ผู้หญิงกลุ่มคนเมือง อายุ 20 – 35 ปี โดยมีรายได้ครัวเรือนระดับกลางถึงระดับสูง ที่ใช้เครื่องสำอางในการแต่งหน้าเป็นประจำและหลงใหลในวัฒนธรรมเคป๊อบ (K-Pop)

ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า 60% ของกลุ่ม Beauty Beasts ให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่และความสุขของตนเอง (Self-focused and self-care) ก่อนที่จะให้ความสนใจกับคนรอบข้าง ความสุขของกลุ่มนี้เริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันมากกว่าการวางเป้าหมายเรื่องการประสบความสำเร็จในการเรียนหรือหน้าที่การงาน นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมโดดเด่นในเรื่องการเป็น “Trend Adapter” ที่มักจะปรับเทรนด์ให้เหมาะสมกับสไตล์และความชอบของตนเองมากกว่าการเลียนแบบจากกระแสนิยม และ 96% ยังให้ความเห็นว่า “ชอบที่จะตามเทรนด์ให้ทันและปรับให้เข้ากับสไตล์และความชอบเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล

อีกข้อมูลที่น่าสนใจในสังคม Beauty Beasts ที่เติบโตมากับ Digital Technology และเป็น Digital Native หนุ่มสาวกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักสร้างคอนเทนท์ในเรื่องที่แต่ละคนสนใจ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย และหลาย ๆ คนอยากที่จะพัฒนาตนเองให้เป็น Content Creator หน้าใหม่ ซึ่งพวกเขาให้ความสำคัญในการออกแบบและสร้างสรรค์คอนเทนท์ก่อนโพสต์บนโซเชียลมีเดียเสมอ โดย 52% ของ Male Beasts และ 56% ของ Female Beasts ใช้เวลาในการแก้ไขปรับแต่ง รูปภาพ / คอนเทนท์ ก่อนโพสต์บนโซเชี่ยลมีเดีย ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ผู้หญิงมักจะให้ความพิถีพิถันในการตกแต่งรูปภาพมากกว่าผู้ชาย และจากพฤติกรรมนี้ถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับนักการตลาดที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่ม Beauty Beasts ได้ด้วยการสร้างกิจกรรมทางการตลาดที่โฟกัสไปที่สิ่งสนุกสนาน และการสร้างแคมเปญที่ดึงดูดให้กลุ่ม Beauty Beasts อยากทำคอนเทนท์ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์บนโซเชียลมีเดีย และเผยแพร่ไปยังผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์ม

“การศึกษากลุ่ม Beauty Beasts ในครั้งนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะ Male Beasts ที่ขณะนี้ให้ความสำคัญในการดูแลตนเอง รวมไปถึงการทำให้ตนเองดูดีขึ้นจากการใช้เครื่องสำอางผู้หญิง โดยบางคนสามารถพัฒนาตนเองจนเป็นผู้เชี่ยวชาญมากกว่าผู้หญิงบางกลุ่ม และยังพบว่ากลุ่ม Male Beasts เริ่มสนใจแต่งหน้าตั้งแต่วัยมัธยม ใช้เครื่องสำอางผู้หญิงแต่งหน้าโดยเฉลี่ยถึง 9.3 ชนิดอยู่เป็นประจำ โดยมากถึง 78% ใช้รองพื้น 65%ใช้อายไลน์เนอร์ และ 56% ใช้ดินสอเขียนคิ้ว นอกจากนี้ยังได้ทราบถึงความเห็นอีกว่า 78% ของ Male Beasts เห็นด้วยว่า การใช้เครื่องสำอางเพราะการดูแลลุคของตนเองเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตนเอง ซึ่งไม่ต่างจาก 81% ของ Female Beasts ที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว และมองว่าการใช้เครื่องสำอางคือการพัฒนาตนเองเช่นเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าค่านิยมในการดูแลตนเองไม่ใช่แค่เรื่องของเพศหญิง หรือเพศใดเพศหนึ่งอีกต่อไป”

นางสาวสุชาดา กล่าวเสริมว่า จากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกยังพบว่า สิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับนักการตลาดและแบรนด์สินค้าที่ต้องการเข้าถึงกลุ่ม Beauty Beast ต้องเน้นการสื่อสารเรื่องความสวยความงามที่เป็นกลางไม่แบ่งแยกว่าเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะผู้หญิงหรือผู้ชายเท่านั้น ชูประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือการจากใช้ผลิตภัณฑ์ว่าสามารถพัฒนาตัวตนหรือบุคลิกภาพของกลุ่ม Beauty Beasts ได้ อีกทั้งต้องสื่อสาร – ทำกิจกรรมทางการตลาดผ่านทาง Beauty Bloggers ทั้งหญิงและชายในช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น IG Stories หรือ Tik Tok อย่างสม่ำเสมอ และสุดท้ายแบรนด์ควรมีช่องทางการขายผ่านทั้งทางจุดจำหน่ายตามห้างร้านค้า และทาง e-commerce เนื่องจากแต่ละช่องทางมีจุดเด่นในการกระตุ้นให้เกิดการซื้อที่ต่างกันคือ จุดจำหน่ายตามห้างมีบทบาทในการสร้างประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ออนไลน์มีบทบาทในด้านการใช้โปรโมชั่นและสามารถเข้าถึงได้ทุกที่

นางสาววรินทร์ ทินประภา Chief Strategy Officer เอ็มไอ กรุ๊ป

ทางด้าน นางสาววรินทร์ ทินประภา Chief Strategy Officer เอ็มไอ กรุ๊ป ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของช่องทางการสื่อสาร โดยในส่วนของสื่อออฟไลน์ต่อกลุ่ม Beauty Beasts พบว่า ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้ ทำให้สินค้าและแบรนด์เป็นมีรู้จักและจดจำได้ดี โดยบทบาทของแต่ละช่องทางมีความแตกต่างกัน 64% ให้ความเห็นว่าสื่อทีวีช่วยให้ได้รู้จักแบรนด์หรือสินค้าใหม่ ๆ 42% เผยว่าสื่อนอกบ้าน (Out of Home) ทำให้จดจำแบรนด์หรือสินค้าต่างๆได้ดียิ่งขึ้น สื่อ ณ จุดขาย –37% เห็นด้วยว่าช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ทันที และวิทยุ  37% เห็นด้วยว่า ทำให้จดจำแบรนด์หรือสินค้าต่าง ๆ ได้ดี จึงเหมาะกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ต้องการสร้างการรับรู้และทำให้สินค้าหรือแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

ในส่วนบทบาทของสื่อออนไลน์ต่อกลุ่ม Beauty Beasts ก็เช่นกันโดยเฉพาะในปัจจุบัน โซเชี่ยลมีเดีย มีหลากหลายแพลตฟอร์มให้ผู้บริโภคใช้เพิ่มมากขึ้น พบว่า 75% ใช้ Facebook เป็นช่องทางให้การอัพเดตข้อมูลข่าวสาร ขณะที่ 55% ใช้ Line เพื่อติดต่อสื่อสารกับคนรอบข้างและซื้อสินค้า 55% ใช้ YouTube ในการค้นหาไอเดีย และเพื่อความบันเทิง ส่วน Facebook Messenger เป็นอีกช่องทางที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเนื่องจากจำนวนถึง 66% มีประสบการณ์ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าทันทีผ่านช่องทางดังกล่าว ด้าน Instagram  พบว่า 44% ใช้ IG เป็นพื้นที่ในการหาแรงบันดาลใจและสร้างคอนเทนท์ของตัวเอง ขณะที่ TikTok – 51% เคยมีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ บน TikTok และใช้ TikTok เพื่อความบันเทิง ส่วนสุดท้ายคือ Twitter ซึ่ง 59% ใช้เพื่อสื่อสาร ติดตามไอดอล หรือเซเลบริตี้ต่าง ๆ เพื่อรู้สึกใกล้ชิดกับบุคคลที่เขาชื่นชอบมากขึ้น

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในครั้งนี้ ทางบริษัท ไอ-ดีเอซี แบงค็อก จับมือกับ บริษัท เอ็มไอ กรุ๊ป ได้มุ่งเน้นที่จะสร้างคอนเทนท์ที่มีความหลากหลาย และเน้นการเจาะลึกข้อมูลในมุมมองของผู้บริโภค ในสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญในชีวิตประจำวัน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://beauty-beasts.idacthailand.com/BeautyBeasts_i-dacxmi.pdf ติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆได้ทาง i-dac Bangkok : https://www.facebook.com/idacbkk และ MI group : https://www.facebook.com/migroup.agency