คนไทยในซิดนีย์ตื่นตัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและลงประชามติวันที่ 2 คึกคัก

คนไทยในซิดนีย์ตื่นตัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและลงประชามติวันที่ 2 คึกคัก

24 ม.ค. 2569 20:54 น.

คนไทยในซิดนีย์ตื่นตัว ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและลงประชามติวันที่ 2 คึกคัก

ชาวไทยในซิดนีย์ตื่นตัวไปใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรคึกคัก พร้อมฝากถึงคนไทยใช้สิทธิตัวเอง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศ ขณะที่กกต.ชื่นชมการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

บรรยากาศการเลือกตั้งและลงประชามตินอกราชอาณาจักรที่หน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ ณ โรงแรม Metro Hotel Marlow Sydney ใจกลางย่าน Thai Town ของออสเตรเลีย วันที่ 2 เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีนายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ , นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ รวมถึง นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด

นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์
นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์

โดย นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ให้สัมภาษณ์กับนาย ณัฐพันธ์ ตรีเมฆ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำออสเตรเลียว่ามีชาวไทยในออสเตรเลียที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในซิดนีย์ 15,164 คน มีคนที่จะมาเลือกที่คูหา ราว 7,700 คน ซึ่งนับเป็นครึ่งๆ กับกลุ่มที่จะใช้สิทธิทางไปรษณีย์ ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนลงประชามติอยู่ที่ 10,829 คน ขอมาลงที่คูหา 5,844 ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของทั่วโลก

บรรยากาศการเลือกตั้งและลงประชามตินอกราชอาณาจักร ในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย
บรรยากาศการเลือกตั้งและลงประชามตินอกราชอาณาจักร ในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย

โดยการดำเนินการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่พบปัญหาการร้องเรียนที่สำคัญ จะมีบ้างคือการที่ชาวไทยที่มาใช้สิทธิไม่สามารถใช้สิทธิลงประชามติได้ เพราะลงทะเบียนไม่ทัน หรือลงทะเบียนไม่สำเร็จ แต่ก็ได้รับการชี้แจงทำความเข้าใจได้ ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจของซิดนีย์มาช่วยดูแล และเป็นไปอย่างเรียบร้อยเช่นกัน พร้อมย้ำว่าแม้จะอยู่ต่างแดน แต่ขอให้ตระหนักถึงความสำคัญในการใช้สิทธิ โดยขอเชิญชวนให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิอย่างพร้อมเพรียง เพื่อสะท้อนพลังของคนไทยในต่างแดน และร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ โดยยังเหลือเวลาในการออกมาใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 26 มกราคมนี้ 

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง
นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง

ด้าน นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้งที่เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยในการใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติครั้งนี้ ได้กล่าวชื่นชมชุมชนคนไทยที่กระตือรือร้นและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมความพร้อมของสถานกงสุลใหญ่ในนครซิดนีย์ ที่เตรียมการไว้ดีมาก ทำให้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่มาใช้สิทธิ และทางกกต.จะมีการไปตรวจสอบการใช้สิทธิผ่านทางระบบไปรษณีย์อีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่คนไทยที่ออกมาใช้สิทธิ ระบุว่าการเลือกตั้งถือเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ต้องปฏิบัติกันทุกคน ขณะที่บางส่วนมองว่าการออกมาเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ และอยากให้คนไทยทุกคนออกมาใช้สิทธิ เพราะทุกเสียงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศได้.

บรรยากาศการเลือกตั้งและลงประชามตินอกราชอาณาจักร ในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย
บรรยากาศการเลือกตั้งและลงประชามตินอกราชอาณาจักร ในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย

“ศิริกัญญา” เปิดนโยบายสิ่งแวดล้อม พรรคประชาชน 100 วันแรก เร่งแก้ปัญหาโครงสร้าง

“ศิริกัญญา” เปิดนโยบายสิ่งแวดล้อม พรรคประชาชน 100 วันแรก เร่งแก้ปัญหาโครงสร้าง

24 ม.ค. 2569 17:42 น.

“ศิริกัญญา” เปิดนโยบายสิ่งแวดล้อม พรรคประชาชน 100 วันแรก เร่งแก้ปัญหาโครงสร้าง

“ศิริกัญญา” เปิดตัวนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคประชาชน ชู 3 ทางแก้ ป้องกันที่ต้นเหตุ ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ ท้องถิ่นต้องมีอำนาจจัดการ พร้อมเปิดแผน 100 วันแรกที่มุ่งแก้เรื่องโครงสร้าง

วันที่ 24 มกราคม 2569 ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ พรรคประชาชนเปิดตัวนโยบายสิ่งแวดล้อม พร้อมกับทีมสิ่งแวดล้อมของพรรค ประกอบด้วย ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต 1.นางสาวนิตยา มีศรี ผู้สมัคร สส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ 2.นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ผู้สมัคร สส.เขต 8 จ.เชียงใหม่ 3.นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.เขต 21 กทม. และ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ 1.ดร.พูนศักดิ์ จันทร์จำปี 2.นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ 3.ดร.ศนิวาร บัวบาน 4.นายนิติพล ผิวเหมาะ

5.ดร.ทรงธรรม สุขสว่าง 6. นายชาญณรงค์ วงศ์ลา 7.นางสาวเบญจมาภรณ์ ศรีละบุตร 8.นายชัยสักก์ สุนทรวิภาต

โดย นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ด้านนโยบาย กล่าวในงานเปิดตัวนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคประชาชน ว่า ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมกับปากท้องเป็นเรื่องเดียวกันที่แยกไม่ออก และจะเป็นวิกฤติที่อยู่ใกล้ตัวของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลทำให้เด็กนักเรียนต้องหยุดเรียน ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากที่ส่งผลต่อการทำมาหากินทางด้านเกษตรกรรมและด้านอื่นๆได้รับความเสียหาย จากการที่ทำมาทั้งชีวิต ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ ปัญหาภัยแล้งที่ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรงเรื่องของการปลูกพืชผลทางการเกษตร หว่านข้าว และปัญหาสารพิษที่อยู่ในแหล่งน้ำสาธารณะ ประชาชนบางคนที่ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำทั้งอุปโภคบริโภค ก็ไม่สามารถที่จะใช้ได้อีกต่อไป ซึ่งก็กลายเป็นว่าตอนนี้แม้แต่จะเอาไปปลูกข้าวก็ไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ยังคงมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับท้องทะเลที่ได้รับความเสื่อมโทรม ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อชาวประมงในการจับปลาได้น้อยลงเรื่อยๆ สำหรับปัญหาเหล่านี้ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องของอุบัติเหตุ มันเป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างการพัฒนาที่มองธรรมชาติเป็นเพียงแค่ทรัพยากร ที่มีให้ใช้ต่อไปเรื่อยๆ มองสิ่งแวดล้อมเป็นต้นทุนที่ต้องเสียสละ ที่ผ่านมา จึงเป็นเพียงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมแบบไร้เหตุ โดยที่รอให้เกิดวิกฤติแล้วค่อยจ่ายเงินเยียวยา

แต่ไม่เคยจัดการที่ต้นเหตุ หรือจัดการสาเหตุของปัญหาอย่างจริงจัง ยกตัวอย่างเช่นทั้งในเรื่องของคุณภาพชีวิต มลพิษทางอากาศที่สูงขึ้น

สำหรับสิ่งแวดล้อมนั้นก็เป็นโครงสร้างพื้นฐานพอๆกับอินเทอร์เน็ต นโยบาย 3 ข้อของพรรคประชาชนคือ 1.ป้องกันที่ต้นเหตุ 2.ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้รับผิดชอบกับการกระทำของตนเอง 3.ประชาชนและท้องถิ่นต้องมีอำนาจในการตัดสินใจและจัดการเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษ

ในปัจจุบันนี้ตนเองอยากจะบอกว่าในแง่ของการแข่งขันของโลก อยู่ที่ว่าใครจะผลิตอากาศสะอาดและมั่นคงกว่า นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคประชาชนจึงมองไกลกว่าวาระของรัฐบาล เรามองไกลถึง 20-30 ปี ข้างหน้า เมื่อมีอากาศสะอาดก็จะทำให้เมืองน่าอยู่

ด้าน ดร.พูนศักดิ์ จันทร์จำปี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยแผนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในช่วง 100 วันแรกหลังเข้าบริหารประเทศ โดยมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและเร่งรัดมาตรการที่เห็นผลได้ทันที ครอบคลุม 5 ด้านหลัก ดังนี้ แผนด้าน EIA จะเร่งแก้ไขและปรับปรุงกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้มีความหมายมากขึ้น พร้อมปรับแนวทางการตรวจสอบรายงานการติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมของโครงการหลังได้รับอนุญาต เพิ่มความเข้มข้นในการกำกับดูแล นอกจากนี้ จะกำหนดให้เตาเผาขยะชุมชนทุกขนาดต้องจัดทำ EIA เร่งรัดการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) และปรับระเบียบการใช้เงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถนำมาใช้จัดการปัญหามลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แผนด้านทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ พรรคประชาชนเตรียมผลักดันพระราชบัญญัติพื้นที่ชุ่มน้ำ และกฎหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมออกระเบียบเชิงเศรษฐศาสตร์เพื่อสนับสนุนการปลูกป่าเอกชน การใช้เครื่องมือภาษีที่ดิน และการกำหนดพื้นที่รับน้ำอย่างเหมาะสม รวมถึงตรวจสอบสภาพป่าชายเลนทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาเอกสารสิทธิและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ของรัฐ ควบคู่กับการกำหนดแนวทางสนับสนุนการปลูกป่าเศรษฐกิจ และตรวจสอบการส่งออกไม้จากเขตป่าอย่างเข้มงวด

แผนด้านภัยพิบัติ ดร.พูนศักดิ์ระบุว่า จะตรวจสอบและประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน 22 ลุ่มน้ำหลักของประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ปรับปรุงแผนการป้องกัน การซักซ้อมรับมือสถานการณ์ และระบบการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์มากขึ้น

ส่วนในประเด็นที่ดินในเขตป่า จะเร่งรัดการจัดทำโครงการ ONEMAP ให้แล้วเสร็จครบทุกกลุ่มและนำมาบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมชะลอการดำเนินคดีความที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการเร่งจัดการระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่า

แผนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พรรคประชาชนเตรียมผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการจัดตั้งกลไกทางการเงินเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ต้นทาง สร้างกลไกดูแลระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงกลไกการปรับตัวและรับมือภัยพิบัติ โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานกับกองทุนด้านสภาพภูมิอากาศในระดับโลก

สุดสลด ดินถล่มอินโดนีเซียดับอย่างน้อย 8 ราย สูญหายกว่า 80 คน

สุดสลด ดินถล่มอินโดนีเซียดับอย่างน้อย 8 ราย สูญหายกว่า 80 คน

24 ม.ค. 2569 16:53 น.

สุดสลด ดินถล่มอินโดนีเซียดับอย่างน้อย 8 ราย สูญหายกว่า 80 คน

เกิดเหตุดินถล่มรุนแรงบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ดับอย่างน้อย 8 ราย ผู้สูญหายมากกว่า 80 คน หลังฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องถล่มพื้นที่ในเขตบันดุงตะวันตก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นราวเวลา 02.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ดินและโคลนจำนวนมหาศาลไหลถล่มทับพื้นที่อยู่อาศัยใน 2 หมู่บ้านของเขตบันดุงตะวันตก บ้านเรือนหลายหลังถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลน

นาย อับดุล มูฮารี โฆษกของ BNPB ระบุว่าจนถึงเวลา 10.30 น. ของวันเดียวกัน มีรายงานว่าชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอย่างน้อย 82 คน อยู่ระหว่างการค้นหา

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายหน่วยงาน รวมถึงทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่ทันทีหลังเกิดเหตุ เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากดินถล่ม แต่การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน และดินยังคงไม่มั่นคง เสี่ยงเกิดดินถล่มซ้ำ

ด้านหน่วยค้นหาและกู้ภัยท้องถิ่นระบุว่า ขณะนี้ใช้วิธีการ ขุดค้นด้วยแรงงานคน ฉีดพ่นดินด้วยเครื่องสูบน้ำ และใช้โดรนสำรวจพื้นที่จากอากาศ เพื่อเพิ่มโอกาสพบผู้สูญหาย

อินโดนีเซียเผชิญ น้ำท่วมและดินถล่มเป็นประจำในฤดูฝน ซึ่งมักเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม โดยช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญพายุโซนร้อนและมรสุมรุนแรง ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรงตั้งแต่เกาะสุมาตรา ไปจนถึงพื้นที่สูงในศรีลังกา

ข้อมูลจากทางการระบุว่า อุทกภัยและดินถล่มในอินโดนีเซียช่วงปลายปีที่แล้ว คร่าชีวิตประชาชนราว 1,200 คน และทำให้มีผู้ต้องอพยพมากกว่า 240,000 คน บนเกาะสุมาตรา

นักอนุรักษ์และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมชี้ว่า การตัดไม้ทำลายป่า เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงของน้ำท่วมและดินถล่มเพิ่มขึ้น

รายงานจากโครงการ Nusantara Atlas ของ The TreeMap ระบุว่า อินโดนีเซียสูญเสีย ป่าปฐมภูมิกว่า 240,000 เฮกตาร์ในปี 2024 โดยอินโดนีเซียยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการสูญเสียป่าสูงที่สุดในโลก.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซีย

พายุหิมะถล่มสหรัฐฯ ปชช.แห่กักตุนอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นวางเกลี้ยง ยกเลิกกว่า 4,200 เที่ยวบิน

พายุหิมะถล่มสหรัฐฯ ปชช.แห่กักตุนอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นวางเกลี้ยง ยกเลิกกว่า 4,200 เที่ยวบิน

24 ม.ค. 2569 10:50 น.

พายุหิมะถล่มสหรัฐฯ ปชช.แห่กักตุนอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นวางเกลี้ยง ยกเลิกกว่า 4,200 เที่ยวบิน

สหรัฐฯ เผชิญพายุฤดูหนาวรุนแรง ปชช.แห่กักตุนอาหาร-เชื้อเพลิง ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายรัฐชั้นวางเกลี้ยง สายการบินยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ทำให้วันอาทิตย์นี้เป็นวันที่เที่ยวบินถูกยกเลิกมากสุดในรอบปี

วันที่ 23 มกราคม 2569 สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ประชาชนในหลายรัฐแห่กักตุนอาหารและสิ่งจำเป็น หลังสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) เตือนการมาถึงของพายุฤดูหนาวรุนแรงและยาวนาน ซึ่งจะทำให้มีหิมะตกหนัก ฝนเยือกแข็ง อุณหภูมิติดลบ และลมหนาวรุนแรงต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์

รายงานข่าวแสดงให้เห็นภาพจากร้านวอลมาร์ต ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เมืองเคป จีราร์โด รัฐมิสซูรี ชั้นวางสินค้าแทบว่างเปล่า ทั้งเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม น้ำดื่ม ซีเรียล อาหารแช่แข็ง และผักผลไม้ หลังประชาชนแห่ซื้อของเตรียมรับมือพายุ ขณะเดียวกัน รัฐเพนซิลเวเนียและพื้นที่ใกล้เคียงเผชิญอากาศหนาวจัดอย่างอันตราย ส่งผลให้ประชาชนต่อแถวยาวหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตและปั๊มน้ำมัน เพื่อซื้อเสบียงและเชื้อเพลิง ก่อนพายุฤดูหนาวจะพัดถล่ม

ขณะเดียวกัน การเดินทางทางอากาศได้รับผลกระทบอย่างหนัก เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน FlightAware ระบุว่า มีเที่ยวบินที่มีกำหนดบินในวันอาทิตย์ถูกยกเลิกแล้วมากกว่า 4,200 เที่ยว และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงสุดท้ายที่มีการยกเลิกเพิ่มกว่า 1,000 เที่ยว

นอกจากนี้ เที่ยวบินวันเสาร์ถูกยกเลิกไปแล้วกว่า 2,900 เที่ยว ส่งผลให้วันอาทิตย์กลายเป็นวันที่มีการยกเลิกเที่ยวบินมากที่สุดในรอบปี แซงหน้าสถิติเดิมเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ซึ่งเคยมีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,900 เที่ยวในช่วงวิกฤตการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น และเตรียมรับมือสภาพอากาศเลวร้ายที่อาจสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง.

ที่มา CNN

กองทัพเมียนมาเดินหน้าสุ่มโจมตี ทิ้งระเบิดใส่งานศพ-งานแต่งหลายพื้นที่ คร่าชีวิตพลเรือน 27 ศพ

กองทัพเมียนมาเดินหน้าสุ่มโจมตี ทิ้งระเบิดใส่งานศพ-งานแต่งหลายพื้นที่ คร่าชีวิตพลเรือน 27 ศพ

24 ม.ค. 2569 10:01 น.

กองทัพเมียนมาเดินหน้าสุ่มโจมตี ทิ้งระเบิดใส่งานศพ-งานแต่งหลายพื้นที่ คร่าชีวิตพลเรือน 27 ศพ

กองทัพเมียนมาเดินหน้าโจมตีทางอากาศแบบสุ่มเป้าหมาย ล่าสุดทิ้งระเบิดใส่งานศพ และงานแต่งงานในหลายพื้นที่ คร่าชีวิตพลเรือนอย่างน้อย 27 ศพ บาดเจ็บหลายสิบคน ชี้เป็นการจงใจสังหารประชาชน 

วันที่ 24 มกราคม 2569 สำนักข่าวอิระวดี รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมาได้ทิ้งระเบิดลงกลางพิธีศพในหมู่บ้านเก้าจาร์ เมืองพะโม รัฐกะฉิ่น ส่งผลให้มีผู้ร่วมงานศพเสียชีวิตอย่างน้อย 22 ศพ และบาดเจ็บอีก 28 ราย รวมถึงเด็ก 3 คน  

โดยโฆษกกองทัพเอกราชกะฉิ่น (Kachin Independence Army – KIA) ซึ่งควบคุมพื้นที่นี้เปิดเผยว่า หมู่บ้านเก้าจาร์เป็นพื้นที่พักพิงของครอบครัวผู้พลัดถิ่นจากสงคราม และตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอิระวดีจากเมืองพะโม ขณะที่ระเบิดถูกทิ้งใส่กลุ่มชาวบ้านที่มารวมตัวกันในบ้านจัดงานศพ เพื่อเตรียมพิธีสวดในวันถัดไปให้ผู้สูงอายุในหมู่บ้านที่เพิ่งเสียชีวิต

โฆษกกล่าวว่า หมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีที่ตั้งกำลังหรือทหารของ KIA พร้อมกล่าวหาว่าเป็นการโจมตีพลเรือนโดยเจตนา  ไม่เคยแยกแยะระหว่างเป้าหมายทางทหารกับพลเรือน ไม่เว้นแม้แต่โรงเรียน หากมีคนรวมกลุ่มกันก็พร้อมจะทิ้งระเบิดทันที 

ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน เครื่องบินรบของกองทัพเมียนมายังทิ้งระเบิดใส่กลุ่มชาวบ้านที่กำลังเตรียมงานแต่งงานในหมู่บ้านตัตโกน ภูมิภาคมะเกว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ รวมถึงเด็ก 1 คน นอกจากนี้เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา กองทัพอากาศเมียนมายังโจมตีเรือนจำที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอาระกัน บริเวณชายแดนเมืองเจ้าก์ตอว์ และพอนนากยุน ส่งผลให้ทหารฝ่ายรัฐบาลที่ถูกควบคุมตัว พร้อมญาติ เสียชีวิตรวม 21 ศพ และบาดเจ็บอีก 30 ราย

ทั้งนี้ การโจมตีครั้งล่าสุดถือเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทิ้งระเบิดแบบไม่เลือกเป้า ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักทั่วประเทศ ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในเดือนตุลาคม 2565 กองทัพเมียนมาเคยส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่คอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 62 ปี ขององค์กรเอกราชกะฉิ่น ในเมืองผากั้น คร่าชีวิตผู้คนถึง 80 ศพ โดยรายงานของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ระบุว่า ตลอดปี 2568 การโจมตีทางอากาศของรัฐบาลทหารเมียนมาทำให้พลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 2,326 ศพ บาดเจ็บ 4,146 ราย บ้านเรือนถูกทำลาย 3,576 หลัง สถานศึกษา 102 แห่ง สถานพยาบาล 36 แห่ง และศาสนสถานอีก 190 แห่ง.

ที่มา Irrawaddy

แตกตื่นทั้งธนาคาร! กวางป่าพุ่งชนกระจก บุกอาคารกลางเมืองสหรัฐฯ

แตกตื่นทั้งธนาคาร! กวางป่าพุ่งชนกระจก บุกอาคารกลางเมืองสหรัฐฯ

24 ม.ค. 2569 09:42 น.

แตกตื่นทั้งธนาคาร! กวางป่าพุ่งชนกระจก บุกอาคารกลางเมืองสหรัฐฯ

เกิดเหตุไม่คาดคิดในสหรัฐฯ เมื่อกวางป่าบุกพังหน้าต่างธนาคารกลางวันแสก ๆ ก่อนวิ่งวุ่นสร้างความโกลาหล เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะพาตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย

ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกวินาทีระทึก ขณะที่กวางป่าตัวหนึ่งพุ่งชนกระจกหน้าธนาคารแตกกระจาย ก่อนกระโดดเข้าไปภายในอาคารธนาคารแห่งหนึ่งบนเกาะลองไอส์แลนด์ เขตซัฟโฟล์ก รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

เมื่อกวางเข้าไปถึงด้านใน มันก็เดินวนไปมาอย่างสับสน  พยายามหาทางออก และทำข้าวของเสียหายไปหลายจุด 

ไม่นานหลังจากนั้น สัญญาณกันขโมยของธนาคารดังขึ้น ทำให้ตำรวจเขตซัฟโฟล์กรุดเข้าตรวจสอบ และพบว่าต้นเหตุไม่ใช่คนร้าย แต่เป็นกวางเขาโตเต็มวัย ที่ติดอยู่ภายในอาคาร

ภาพจากกล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ยังแสดงให้เห็นตำรวจ 5 นายพยายามไล่ต้อนกวางออกจากพื้นที่อย่างระมัดระวัง โดยกวางพยายามหนี กระโดดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามปิดล้อมไม่ให้มันพุ่งชนผู้คนหรือกระจกเพิ่มเติม

ช่วงหนึ่ง กวางวิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ทำให้ตำรวจต้องวิ่งตาม ก่อนที่ในที่สุด เจ้าหน้าที่จะสามารถใช้เชือกคล้องตัวกวางได้สำเร็จ และค่อย ๆ พามันออกจากอาคาร ผ่านหน้าต่างบานเดิมที่มันพังเข้ามา

หลังออกจากธนาคาร กวางตัวดังกล่าว วิ่งข้ามถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะ แล้วหายไปจากพื้นที่ ท่ามกลางความโล่งใจของเจ้าหน้าที่และผู้พบเห็น โดยตำรวจยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้.

ที่มา :ViralPress/Suffolk County Police Department

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สหรัฐอเมริกา

กองทัพสหรัฐฯ ยิงโจมตีเรือในมหาสมุทรแปซิฟิก ดับ 2 ราย อ้างเอี่ยวยาเสพติด

กองทัพสหรัฐฯ ยิงโจมตีเรือในมหาสมุทรแปซิฟิก ดับ 2 ราย อ้างเอี่ยวยาเสพติด

24 ม.ค. 2569 09:12 น.

กองทัพสหรัฐฯ ยิงโจมตีเรือในมหาสมุทรแปซิฟิก ดับ 2 ราย อ้างเอี่ยวยาเสพติด

กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางทหารเรือที่ถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนยาเสพติดในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และกำลังเร่งตามหาผู้ที่รอดชีวิตอีก 1 คน

กองบัญชาการทหารภาคใต้ของสหรัฐฯ (U.S. Southern Command หรือ SOUTHCOM) ระบุว่า ข้อมูลข่าวกรองยืนยันว่าเรือลำดังกล่าวเดินทางผ่านเส้นทางที่ทราบกันดีว่ามีพฤติการณ์ลักลอบขนยา และมีส่วนร่วมในปฏิบัติการค้ายาเสพติด ก่อนถูกยิงโจมตีในน่านน้ำสากลของแปซิฟิก 

วีดีโอที่ SOUTHCOM เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียแสดงภาพเรือหลายเครื่องยนต์ถูก ระเบิดจนลุกเป็นไฟ เป็นหลักฐานภาพของการโจมตีภายใต้นโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เรียกปฏิบัติการนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยับยั้งการลักลอบขนยาเสพติดทางทะเล 

ปฏิบัติการนี้ถือเป็น การโจมตีทางทหารครั้งแรกในภูมิภาคแปซิฟิกตั้งแต่สหรัฐฯ จับกุมผู้นำเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร ในปฏิบัติการที่กรุงการากัสเมื่อต้นเดือน ม.ค. ซึ่งสร้างข้อถกเถียงทั้งในด้านการเมืองระหว่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ 

แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะกล่าวอ้างว่าเป้าหมายเป็น “narco-terrorists” หรือผู้ก่อการร้ายด้านยาเสพติด แต่ยังไม่มีการเปิดเผยหลักฐานชัดเจนว่าสิ่งของบนเรือเป็นยาเสพติดจริง ซึ่งทำให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและกลุ่มสิทธิมนุษยชนตั้งคำถามว่าการโจมตีนี้อาจเข้าข่ายเป็นการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ 

นอกจากเหตุการณ์โจมตีครั้งนี้แล้ว สหรัฐฯ ยังเตรียมจัดการประชุมผู้นำทหารจาก 34 ประเทศในซีกโลกตะวันตก ที่กรุงวอชิงตันในวันที่ 11 ก.พ. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงและการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีหัวข้อสำคัญคือความร่วมมือในการปราบปรามการลักลอบขนยาและภัยคุกคามต่อเสถียรภาพภูมิภาค.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กองทัพสหรัฐฯ

โตโยต้าเตรียม เรียกคืนรถราว 162,000 คันในสหรัฐฯ เหตุหน้าจอแสดงผลผิดปกติ

โตโยต้าเตรียม เรียกคืนรถราว 162,000 คันในสหรัฐฯ เหตุหน้าจอแสดงผลผิดปกติ

24 ม.ค. 2569 07:14 น.

โตโยต้าเตรียม เรียกคืนรถราว 162,000 คันในสหรัฐฯ เหตุหน้าจอแสดงผลผิดปกติ

โตโยต้า มอเตอร์ ประกาศเรียกคืนรถราว 162,000 คันในสหรัฐอเมริกา หลังตรวจพบปัญหาที่หน้าจอแสดงผลมัลติมีเดีย ในรถยนต์บางรุ่น ซึ่งอาจทำให้หน้าจอค้าง หรือกลายเป็นหน้าจอดำ เสี่ยงอันตรายขณะถอยรถ

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป. ประกาศเรียกคืนรถประมาณ 162,000 คันในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ รถกระบะ Toyota Tundra รุ่นปี 2024–2025 และ Tundra Hybrid รุ่นปี 2024–2025 รวมทั้งสิ้น ประมาณ 162,000 คัน ในสหรัฐอเมริกา หลังพบปัญหาที่หน้าจอแสดงผลมัลติมีเดีย ซึ่งอาจทำให้หน้าจอค้างอยู่กับภาพจากกล้อง หรือแสดงจอว่างสีดำภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง ส่งผลให้ระบบอาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลสหรัฐ และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อใช้งานกล้องหลังขณะถอยรถ 

ตามรายงานของโตโยต้า ระบุว่าปัญหาที่พบได้แก่ หน้าจอแสดงผลอาจค้างอยู่ที่ภาพกล้องมุมใดมุมหนึ่ง หรือแสดง เพียงหน้าจอสีดำ ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง ซึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างการถอยหลัง อาจทำให้ภาพจากกล้องไม่ปรากฏ ขณะถอยรถ และถือว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลสหรัฐ

โตโยต้าระบุว่าจะส่งจดหมายแจ้งลูกค้าเจ้าของรถที่ได้รับผลกระทบภายในปลายเดือนมีนาคม 2026 เพื่อให้เข้าศูนย์บริการตรวจสอบและแก้ไขปัญหานี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

ทั้งนี้ ปัญหาหน้าจอแสดงผลผิดปกติ แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่ระบบจอมัลติมีเดียในรถสมัยใหม่จะใช้แสดงผลกล้องถอยหลังและข้อมูลสำคัญขณะขับขี่ หากภาพกล้องไม่แสดงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนคนหรือวัตถุด้านหลังโดยไม่ตั้งใจ รวมถึงอาจไม่เป็นไปตาม มาตรฐาน FMVSS 111 ซึ่งเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการมองเห็นด้านหลังของรถยนต์ในสหรัฐฯ 

แม้ในประกาศตอนนี้ยังไม่ได้บอกรายละเอียดวิธีแก้ไข แต่โดยทั่วไปแล้ว ร้านบริการของโตโยต้าจะอัปเดตซอฟต์แวร์หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องให้ฟรี เมื่อลูกค้านำรถเข้ารับการแก้ไขตามจดหมายเรียกคืน 

ก่อนหน้านี้โตโยต้ายังมีเคสอื่นเกี่ยวกับระบบกล้องหรือหน้าจอในรุ่น Tundra และ Sequoia รุ่นปี 2022–2025 ที่เรียกคืนเพื่อ แก้ปัญหาซอฟต์แวร์จอแสดงผลกล้องหลัง ซึ่งหน่วยงานความปลอดภัยของสหรัฐ (NHTSA) ระบุว่าอาจทำให้ภาพ rearview ไม่แสดงเวลาถอยรถได้ และต้องอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรีที่ศูนย์บริการเช่นกัน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ โตโยต้า

“เจ้าชายแฮร์รี” ออกโรงปกป้องเกียรติทหารนาโต ชี้ควรได้รับความเคารพการเสียสละ หลังทรัมป์กล่าวพาดพิง

"เจ้าชายแฮร์รี" ออกโรงปกป้องเกียรติทหารนาโต ชี้ควรได้รับความเคารพการเสียสละ หลังทรัมป์กล่าวพาดพิง

24 ม.ค. 2569 06:47 น.

“เจ้าชายแฮร์รี” ออกโรงปกป้องเกียรติทหารนาโต ชี้ควรได้รับความเคารพการเสียสละ หลังทรัมป์กล่าวพาดพิง

เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ออกโรงปกป้องเกียรติทหารนาโต ว่าทหารที่เสียชีวิตควรได้รับความเคารพจากการเสียสละ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวพาดพิงพันธมิตรอยู่แนวหลังในอัฟกานิสถาน

วันที่ 22 มกราคม 2569 เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ทรงเรียกร้องให้การเสียสละของทหารนาโตในสงครามอัฟกานิสถานได้รับการกล่าวถึงอย่างตรงไปตรงมาและด้วยความเคารพ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์พาดพิงว่าชาติพันธมิตรอยู่แนวหลัง และไม่ค่อยเผชิญหน้าการสู้รบโดยตรง

เจ้าชายแฮร์รี ซึ่งเคยประจำการในอัฟกานิสถานถึง 2 ครั้ง กล่าวระหว่างร่วมรำลึกถึงทหารนาโตที่เสียชีวิตในสมรภูมิความขัดแย้ง รวมถึงทหารอังกฤษ 457 นาย ว่าพระองค์เคยรับใช้ที่นั่น มีเพื่อนตลอดชีวิตจากที่นั่น และยังสูญเสียเพื่อนที่นั่น

พระดำรัสของดยุกแห่งซัสเซกซ์ มีขึ้นเพื่อตอบโต้คำให้สัมภาษณ์ของทรัมป์กับฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมาซึ่งผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า ชาติพันธมิตรส่งทหารไปอัฟกานิสถานจริง แต่อยู่แนวหลังเล็กน้อย ห่างจากแนวหน้า พร้อมตั้งคำถามว่านาโตจะยืนเคียงข้างสหรัฐฯ หรือไม่ หากวันหนึ่งสหรัฐฯ ต้องการความช่วยเหลือ

โดยคำกล่าวของทรัมป์ได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผู้นำและรัฐมนตรีหลายประเทศ ว่าเป็นคำพูดที่ดูหมิ่นอย่างน่าตกใจ และยังถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางในอังกฤษ ทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดในความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติก.

ที่มา BBC

กงสุลใหญ่นครซิดนีย์นำทีม กกต. ตรวจหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่วันแรก ไร้เหตุผิดปกติ

กงสุลใหญ่นครซิดนีย์นำทีม กกต. ตรวจหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่วันแรก ไร้เหตุผิดปกติ

24 ม.ค. 2569 06:43 น.

กงสุลใหญ่นครซิดนีย์นำทีม กกต. ตรวจหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่วันแรก ไร้เหตุผิดปกติ

กงสุลใหญ่นครซิดนีย์นำทีม กกต. ตรวจหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่วันแรก ไม่พบเหตุผิดปกติ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้ใช้สิทธิเดินทางมาใช้สิทธิจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ เปิดหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ ณ โรงแรม Metro Hotel Marlow Sydney ใจกลางย่าน Thai Town เป็นวันแรก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทยอยเดินทางมาใช้สิทธิจำนวนมาก สะท้อนความตื่นตัวของคนไทยในออสเตรเลียต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร

การเปิดหน่วยเลือกตั้งครั้งนี้นำโดย นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ซึ่งได้พา นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ รวมถึง นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมประชุมหารือเพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและแนวทางพัฒนาการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่รายงานว่า การเปิดคูหาในวันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกขั้นตอน ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น และสามารถรองรับผู้มาใช้สิทธิได้อย่างต่อเนื่องตลอดวัน

นอกจากนี้ ในวันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 14.00–16.00 น. นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ มีกำหนดร่วมพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้สิทธิเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ กับชุมชนไทย เพื่อตอบปัญหา ไขข้อข้องใจ และให้ข้อมูล ณ ห้อง Grand Australian Centre Function Room, 38 College St, Darlinghurst NSW 2010 โดยมี ดร.มาร์โก มะลิวงษ์ ผู้บริหารระดับสูงของสถาบัน Australian Centre ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ

ในโอกาสนี้ นายนฤชัย นินนาท กงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ได้ฝากถึงผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งและลงเสียงประชามติว่ายังมีเวลาในการมาใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 26 มกราคมนี้ พร้อมเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิทุกท่านออกมาใช้สิทธิของตนอย่างพร้อมเพรียง เพื่อสะท้อนพลังของคนไทยในต่างแดนและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ

สำหรับหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ ณ โรงแรม Metro Hotel Marlow Sydney จะเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใช้สิทธิเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 23–26 มกราคม 2569 ระหว่างเวลา 09.00–17.00 น.

รายงานโดย ณัฐพันธ์ ตรีเมฆ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำออสเตรเลีย