ทรัมป์ย้ำเส้นตายทำข้อตกลงจันทร์นี้ เผยสาเหตุถล่มสะพานอิหร่าน

ทรัมป์ย้ำเส้นตายทำข้อตกลงจันทร์นี้ เผยสาเหตุถล่มสะพานอิหร่าน

5 เม.ย. 2569 22:09 น.

ทรัมป์ย้ำเส้นตายทำข้อตกลงจันทร์นี้ เผยสาเหตุถล่มสะพานอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำกับ Fox News ว่า เส้นตายที่อิหร่านจะทำข้อตกลงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซคือภายในวันจันทร์นี้ พร้อมเปิดเผยสาเหตุที่กองทัพสหรัฐฯ โจมตีสะพานสายสำคัญของอิหร่านเมื่อไม่กี่วันก่อน

เมื่อ 5 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ เทรย์ อิงสท์ (Trey Yingst) ผู้สื่อข่าวจาก Fox News โดยย้ำว่า เส้นตายที่อิหร่านจะต้องทำข้อตกลงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ คือภายในวันจันทร์ที่ 6 เม.ย.นี้ มิเช่นนั้นจะต้องเผชิญกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

ทรัมป์บอกกับอิงสท์ว่า เจ้าหน้าที่ของอิหร่านที่กำลังเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำข้อตกลงครั้งนี้ ได้รับข้อเสนอการนิรโทษกรรมในขอบเขตที่จำกัด แต่หากพวกเขายังไม่ยอมตกลง สหรัฐฯ จะยึดน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งเป็นมาตรการที่ทรัมป์เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้

ทรัมป์บอกอีกว่า ทางอิหร่านพยายามเลื่อนกำหนดการเจรจาออกไป ซึ่งทรัมป์ระบุว่านั่นเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การโจมตีสะพานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ทรัมป์ยังบอกว่ามี “โอกาสดี” ที่จะบรรลุข้อตกลงได้ทันเส้นตายวันจันทร์ แม้ว่าทางฝั่งเจ้าหน้าที่ของอิหร่านจะยังไม่มีการส่งสัญญาณต่อสาธารณะเลยว่าการบรรลุข้อตกลงนั้นใกล้จะเกิดขึ้นจริง

ก่อนหน้านี้นายทรัมป์เคยขู่ว่า จะโจมตีโรงไฟฟ้าต่างๆ ของอิหร่าน หากเตหะรานไม่ยอมเปิดเส้นทางเดินเรือที่สำคัญสายนี้ โดยเริ่มขู่ครั้งแรกในช่วงปลายเดือนมีนาคม โดยให้เวลา 48 ชั่วโมง จากนั้นเขาก็เลื่อนเส้นตายออกไปหลายวัน ก่อนจะเลื่อนอีกครั้งเป็นวันที่ 6 เมษายน โดยให้เหตุผลว่าการเจรจา “กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อัปเดต สงกรานต์ กรุงเทพ 2569 ที่เล่นน้ำ ย่านห้างสรรพสินค้า-สายปาร์ตี้ ทั่วกรุง

อัปเดต สงกรานต์ กรุงเทพ 2569 ที่เล่นน้ำ ย่านห้างสรรพสินค้า-สายปาร์ตี้ ทั่วกรุง

5 เม.ย. 2569 21:51 น.

อัปเดต สงกรานต์ กรุงเทพ 2569 ที่เล่นน้ำ ย่านห้างสรรพสินค้า-สายปาร์ตี้ ทั่วกรุง

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเทศกาล สงกรานต์ 2569 ในกรุงเทพมหานครครับ ปีนี้จัดเต็มทั้งย่านประเพณีดั้งเดิม ย่านวัยรุ่น และงานมิวสิคเฟสติวัลระดับโลก โดยมีจุดไฮไลท์สำคัญดังนี้

ย่านยอดฮิต เล่นน้ำฟรี

สถานที่วันที่จัดงานเวลาโดยประมาณจุดเด่น
ถนนสีลม12 – 14 เม.ย.13.00 – 24.00 น.ปีนี้ขยายเป็น 3 วันเต็ม! ในธีม”อวกาศ” ปิดถนนเล่นน้ำยาวตลอดสาย
ถนนข้าวสาร13 – 15 เม.ย.12.00 – Late Nightแหล่งรวมชาวต่างชาติและวัยรุ่นอุโมงค์ฉีดน้ำและดนตรีสดตลอดทาง
สยามสแควร์12 – 15 เม.ย.11.00 – 22.00 น.งาน “สงกรานต์สยาม ผ้าขาวม้าสาดสนุก” เล่นน้ำแบบสุภาพ งดแป้ง งดโป๊
บรรทัดทอง12 – 14 เม.ย.12.00 – 23.00 น.“Water Street” แหล่งรวมของกินและจุดสาดน้ำสุดชิคแห่งใหม่
สวนเบญจกิติ11 – 15 เม.ย.10.00 – 22.00 น.งานใหญ่ Maha Songkran World Water Festival มีขบวนพาเหรดอลังการ

ย่านห้างสรรพสินค้าและริมน้ำ

ICONSIAM (ไอคอนสยาม): ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

CentralWorld (เซ็นทรัลเวิลด์): ณ ลานหน้าห้าง (แลนด์มาร์คใจกลางเมืองพร้อมคอนเสิร์ตศิลปินดัง)

Siam Paragon (สยามพารากอน):

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

สายปาร์ตี้และมิวสิคเฟสติวัล (มีค่าเข้าชม)

S2O Songkran Music Festival: 11 – 13 เมษายน 2569 ณ Live Park พระราม 9 / รัชดาฯ (งาน EDM ระดับโลกที่เปียกที่สุด)

SIAM Songkran Music Festival: 11 – 14 เมษายน 2569 ณ Bravo BKK (RCA) จัดเต็ม 4 วันรวด

 ข้อควรระวังและคำแนะนำ

การเดินทาง: แนะนำให้ใช้ BTS และ MRT จะสะดวกที่สุด เพราะมีการปิดถนนหลายจุดรอบพื้นที่จัดงาน

ข้อห้าม: งานส่วนใหญ่รณรงค์ “ไม่เล่นแป้ง ไม่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ”

ของมีค่า: ควรใส่ซองกันน้ำและสะพายไว้ด้านหน้าเสมอครับ

ทรัมป์ขู่อิหร่าน “เปิดช่องแคบเฮงซวยนั่นซะ” ไม่งั้นได้ไปอยู่ในนรกแน่

ทรัมป์ขู่อิหร่าน “เปิดช่องแคบเฮงซวยนั่นซะ” ไม่งั้นได้ไปอยู่ในนรกแน่

5 เม.ย. 2569 21:26 น.

ทรัมป์ขู่อิหร่าน “เปิดช่องแคบเฮงซวยนั่นซะ” ไม่งั้นได้ไปอยู่ในนรกแน่

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความด้วยถ้อยคำรุนแรง เพื่อเตือนให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำว่า วันอังคารนี้จะเป็นวันแห่งการถล่มโรงไฟฟ้า และวันแห่งการทำลายสะพานของอิหร่าน

เมื่อ 5 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ออกคำเตือนด้วยถ้อยคำหยาบคายอย่างน่าตกใจถึงอิหร่าน โดยขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างรุนแรง หากรัฐบาลเตหะรานไม่ยอมตกลงหรือเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญอีกครั้ง

ข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า วันอังคารที่จะถึงนี้ “จะเป็นวันแห่งการถล่มโรงไฟฟ้า และวันแห่งการทำลายสะพาน รวมอยู่ในวันเดียวกันในอิหร่าน มันจะเป็นอะไรที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน!!!”

“เปิดช่องแคบเฮงซวยนั่นซะ (Open the Fuckin’ Strait) ไอ้พวกบ้า ไม่งั้นพวกแกได้ไปอยู่ในนรกแน่ — คอยดู!” ทรัมป์ระบุผ่าน Truth Social

ข้อความสั้นๆ นี้ถือเป็นสัญญาณล่าสุดจากประธานาธิบดีเกี่ยวกับแผนการของสหรัฐฯ ที่จะพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอิหร่าน

เส้นตายของทรัมป์ที่สั่งให้อิหร่านเปิดช่องแคบนั้นมีการเลื่อนออกไปหลายครั้ง และในระหว่างการแถลงต่อหน้าคนทั้งประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน ทรัมป์บอกเป็นนัยว่าช่องแคบจะ “เปิดออกเองโดยธรรมชาติ” เมื่อความขัดแย้งสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม การปิดช่องแคบเกือบทั้งหมด ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันประมาณ 20% ของโลก ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยจากผลสำรวจของ CNN พบว่า สงครามครั้งนี้ไม่เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวอเมริกัน แม้นายทรัมป์จะพูดหลายครั้งว่าสงครามอาจจะจบลงภายในไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ชายเยอรมันไม่เกิน 45 ปี อาจต้องขออนุญาตกองทัพ หากไปต่างประเทศเกิน 3 เดือน

ชายเยอรมันไม่เกิน 45 ปี อาจต้องขออนุญาตกองทัพ หากไปต่างประเทศเกิน 3 เดือน

5 เม.ย. 2569 12:06 น.

ชายเยอรมันไม่เกิน 45 ปี อาจต้องขออนุญาตกองทัพ หากไปต่างประเทศเกิน 3 เดือน

รัฐบาลเยอรมนีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ บังคับใช้กฎหมายปรับปรุงกองทัพฉบับใหม่ กำหนดให้ชายสัญชาติเยอรมันอายุ 17-45 ปี ต้องแจ้งขออนุมัติจากกองทัพหากต้องพำนักในต่างประเทศเกิน 3 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมระบบทะเบียนทหารรับมือภัยคุกคามจากรัสเซีย

กระทรวงกลาโหมเยอรมนีออกมายืนยันว่า ตาม “พระราชบัญญัติปรับปรุงการรับราชการทหาร” (Military Service Modernisation Act) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ชายชาวเยอรมันที่มีอายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไป จนถึงอายุ 45 ปี จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจากทางการ หากมีความประสงค์จะเดินทางไปพำนักในต่างประเทศเป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือน

โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุว่า ข้อบังคับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ “สร้างระบบทะเบียนทหารที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพ” โดยย้ำว่าในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน กองทัพจำเป็นต้องทราบว่าใครพำนักอยู่ที่ไหนเป็นเวลานาน เพื่อความรวดเร็วในการระดมพลหากมีการประกาศสถานการณ์ป้องกันประเทศ

เดิมทีข้อบังคับการแจ้งพำนักต่างประเทศมีระบุอยู่ในกฎหมายเกณฑ์ทหารปี 1956 แต่จะถูกนำมาใช้เฉพาะในช่วงที่มีการระดมพลหรือภาวะสงครามเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การแก้ไขกฎหมายเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้ขยายขอบเขตให้มีผลบังคับใช้ในสถานการณ์ปกติด้วย ซึ่งคล้ายกับมาตรการที่เคยใช้ในช่วงสงครามเย็น

ปัจจุบัน กฎหมายระบุว่าโดยทั่วไปแล้วคำขออนุมัติเดินทางมักจะได้รับการอนุญาต แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีบทลงโทษอย่างไรหากมีการฝ่าฝืน ซึ่งขณะนี้ทางการกำลังเร่งพัฒนาระเบียบข้อเว้นเพื่อลดขั้นตอนทางธุรการที่ซับซ้อนสำหรับเยอรมันรุ่นใหม่

ภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ฟรีดริช แมร์ซ เยอรมนีตั้งเป้าที่จะสร้างกองทัพบกให้กลับมาเป็นกองทัพตามแบบที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป โดยมีแผนขยายกำลังพลจาก 180,000 นาย เป็น 260,000 นายภายในปี 2035

นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เยอรมนีได้เริ่มส่งแบบสอบถามไปยังเยาวชนอายุ 18 ปีทุกคน เพื่อสำรวจความสมัครใจในการเข้าสู่กองทัพ และตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2027 เป็นต้นไป เยาวชนเหล่านี้จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกความพร้อมทางร่างกาย เพื่อประเมินความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่หากเกิดสงคราม แม้ว่าในปัจจุบันจะยังคงเป็นระบบสมัครใจ แต่รัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการรื้อฟื้น “การเกณฑ์ทหารแบบบังคับ” หากสถานการณ์ความมั่นคงเลวร้ายลง

มาตรการดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับเยาวชนจำนวนมากที่ออกมาประท้วง โดยกลุ่มผู้จัดกิจกรรมระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า พวกเขาไม่ต้องการใช้เวลาช่วงหนึ่งของชีวิตในค่ายทหารเพื่อเรียนรู้วิธีการฆ่าหรือการฝึกวินัยที่เข้มงวด ทั้งนี้ เยอรมนีเคยยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบบังคับไปเมื่อปี 2011 ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิล ก่อนจะกลับมาเข้มงวดอีกครั้งหลังจากรัสเซียรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ.

ที่มา BBC

สหรัฐฯ ช่วยเหลือ “ลูกเรือ F-15” รายที่ 2 หลังปะทะเดือดในอิหร่าน

สหรัฐฯ ช่วยเหลือ "ลูกเรือ F-15" รายที่ 2 หลังปะทะเดือดในอิหร่าน

5 เม.ย. 2569 11:16 น.

สหรัฐฯ ช่วยเหลือ “ลูกเรือ F-15” รายที่ 2 หลังปะทะเดือดในอิหร่าน

กองทัพสหรัฐฯ ช่วยเหลือลูกเรือที่สูญหายจากเหตุเครื่องบินขับไล่ F-15E ที่ถูกยิงตกในอิหร่าน ได้อีก 1 นาย หลังเกิดการปะทะอย่างหนัก แต่ยังไม่สามารถนำตัวออกนอกประเทศได้ ขณะความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่าน ยังทวีความรุนแรง

แหล่งข่าวจากรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า กองทัพสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการระบุตัวและเข้าช่วยเหลือลูกเรือรายที่สองจากเครื่องบิน F-15 ที่ถูกยิงตกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 เม.ย.) โดยปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการยิงปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่ใกล้เมืองเดห์ดัชต์ ทางตอนใต้ของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า “ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น” เนื่องจากทีมนักบินและหน่วยกู้ภัยยังคงติดอยู่ในดินแดนของอิหร่าน และยังต้องเผชิญกับอันตรายจากสถานการณ์สู้รบที่ดำเนินอยู่ตลอดเวลา ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดการแย่งชิงตัวนักบินอย่างดุเดือดระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กับกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่นของอิหร่านที่หวังเงินรางวัลนำจับกว่า 2 ล้านบาทจากรัฐบาลอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีต่อข่าวดังกล่าวโดยระบุว่า: 

“เราเจอเขาแล้ว! เพื่อนชาวอเมริกันทั้งหลาย ในช่วงหลายชั่วโมงที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่กล้าหาญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ลูกเรือผู้กล้าหาญของเราคนหนึ่ง และผมยินดีอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ตอนนี้เขาปลอดภัยดีแล้ว! นักรบผู้กล้าหาญคนนี้อยู่หลังแนวข้าศึกในเทือกเขาอันอันตรายของอิหร่าน ถูกไล่ล่าโดยศัตรูของเราที่เข้ามาใกล้ขึ้นทุกชั่วโมง แต่เขาไม่เคยอยู่โดดเดี่ยวอย่างแท้จริง เพราะผู้บัญชาการสูงสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม ประธานคณะเสนาธิการร่วม และเพื่อนนักรบของเขาได้เฝ้าติดตามตำแหน่งของเขาตลอด 24 ชั่วโมง และวางแผนการช่วยเหลืออย่างขยันขันแข็ง ตามคำสั่งของผม กองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินหลายสิบลำ ติดตั้งอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในโลก ไปรับเขา เขาได้รับบาดเจ็บ แต่เขาจะปลอดภัยดี” 

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความย้ำเตือนอิหร่านถึงเส้นตายในการเจรจายุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า “เวลาเหลือเพียง 48 ชั่วโมง ก่อนที่นรกจะถาโถมลงมาใส่พวกเขาทั้งหมด” ซึ่งสอดคล้องกับรายงานจากเจ้าหน้าที่กลาโหมระดับสูงของอิสราเอลที่ระบุว่า กองทัพอิสราเอลพร้อมที่จะโจมตีสถานประกอบการด้านพลังงานของอิหร่านทันทีหากได้รับอนุมัติจากสหรัฐฯ ภายในสัปดาห์หน้า

ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้ส่งจดหมายถึงสหประชาชาติ เตือนว่าการโจมตีพื้นที่ใกล้โรงไฟฟ้าบุเชอร์ อาจนำไปสู่ “วิกฤตการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสี” ที่ไม่อาจยอมรับได้ พร้อมตอบโต้คำขู่ของสหรัฐฯ ว่า “ภูมิภาคนี้จะกลายเป็นนรกสำหรับพวกคุณเช่นกัน”

แม้ทางการอิหร่านจะยังเปิดช่องให้มีการเจรจาสันติภาพผ่านปากีสถาน แต่ดูเหมือนว่าเงื่อนไขที่ทรัมป์ยื่นให้นั้นจะยังไม่ได้รับการตอบสนอง ขณะเดียวกันอิหร่านยังคงเดินหน้าส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และโรงงานอุตสาหกรรมในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวตเพื่อเป็นการล้างแค้น

สงครามที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 นี้ ไม่เพียงแต่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน แต่ยังก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานทั่วโลก เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลก ทำให้เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในภาวะเสี่ยงขั้นรุนแรง ขณะที่ผลสำรวจในสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่าประชาชนเริ่มให้การสนับสนุนสงครามครั้งนี้ลดน้อยลงเรื่อยๆ.

ที่มา Al Jazeera / Reuters

กัมพูชาเปิดตัวอนุสาวรีย์หนู “มากาวา” ช่วยตรวจหาทุ่นระเบิด

กัมพูชาเปิดตัวอนุสาวรีย์หนู "มากาวา" ช่วยตรวจหาทุ่นระเบิด

5 เม.ย. 2569 10:29 น.

กัมพูชาเปิดตัวอนุสาวรีย์หนู “มากาวา” ช่วยตรวจหาทุ่นระเบิด

กัมพูชาทำพิธีเปิดตัวอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ “มากาวา” หนูตรวจหาทุ่นระเบิด เพื่อรำลึกถึงผลงานการตรวจหาทุ่นระเบิดกว่า 100 ครั้ง ช่วยคืนพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนและเกษตรกร เนื่องในโอกาสวันทุ่นระเบิดสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 4 เมษายนของทุกปี

ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ได้มีการเปิดตัวรูปปั้นของ “มากาวา” (Magawa) หนูตรวจจับทุ่นระเบิด เพื่ออุทิศแก่ความกล้าหาญหลังจากที่มันตายลงในปี 2022 โดยมีตัวแทนจากรัฐบาลกัมพูชา, องค์กร APOPO และนักเรียนในท้องถิ่นเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

“มากาวา” เป็นหนูยักษ์แอฟริกัน ที่ได้รับการฝึกฝนโดยองค์กรการกุศล APOPO จากเบลเยียม มันเริ่มปฏิบัติภารกิจในกัมพูชาตั้งแต่ปี 2016-2020 ตลอดระยะเวลา 5 ปี มากาวาสามารถตรวจพบทุ่นระเบิดและสรรพาวุธที่ยังไม่ระเบิดมากกว่า 100 ครั้ง เคลียร์พื้นที่ได้กว้างกว่า 141,000 ตารางเมตร หรือเทียบเท่าสนามฟุตบอล 20 สนาม

นายลี ธัช รองประธานคนแรกของหน่วยงานปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAA) กล่าวว่า “มากาวาช่วยคืนความเชื่อมั่นที่ขาดหายไปให้กับชาวกัมพูชา ทำให้เด็กๆ สามารถวิ่งเล่นและเกษตรกรสามารถทำมาหากินบนที่ดินของตนเองได้อย่างปลอดภัย”

ด้วยประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นสารเคมีในระเบิดที่แม่นยำ มากาวาสามารถตรวจค้นพื้นที่ขนาดสนามเทนนิสได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที ซึ่งรวดเร็วกว่ามนุษย์มาก และด้วยน้ำหนักตัวที่น้อยทำให้มันสามารถเดินบนทุ่นระเบิดได้โดยไม่เกิดการปะทุ ผลงานอันโดดเด่นส่งผลให้มันเป็นหนูตัวแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเหรียญทอง PDSA ในปี 2020

การเปิดตัวอนุสาวรีย์นี้มีขึ้นตรงกับวันรณรงค์ต่อต้านทุ่นระเบิดสากล (International Day for Mine Awareness) ภายใต้แนวคิด “ลงทุนเพื่อสันติภาพ ลงทุนเพื่อภารกิจทุ่นระเบิด” โดยกัมพูชาภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้ตั้งเป้าหมายใหญ่ที่จะทำให้ประเทศปลอดจากกับระเบิดอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2030

ปัจจุบัน องค์กร APOPO ยังคงเดินหน้าฝึกฝน “หนูฮีโร่” (HeroRATS) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากภารกิจกู้ระเบิดแล้ว พวกมันยังมีความสามารถในการตรวจหาเชื้อวัณโรคได้รวดเร็วกว่าห้องแล็บ และยังถูกฝึกให้ช่วยป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในประเทศแทนซาเนียอีกด้วย.

ที่มา Khmer Times / BBC

ภารกิจอาร์เทมิส 2 มุ่งหน้าดวงจันทร์ แต่เจอปัญหาห้องน้ำขัดข้องอีกครั้ง

ภารกิจอาร์เทมิส 2 มุ่งหน้าดวงจันทร์ แต่เจอปัญหาห้องน้ำขัดข้องอีกครั้ง

5 เม.ย. 2569 09:54 น.

ภารกิจอาร์เทมิส 2 มุ่งหน้าดวงจันทร์ แต่เจอปัญหาห้องน้ำขัดข้องอีกครั้ง

4 นักบินอวกาศภารกิจ “อาร์เทมิส 2” (Artemis II) เผชิญอุปสรรคเรื่องสุขา หลังระบบห้องน้ำบนยานโอไรออนเกิดขัดข้องซ้ำซ้อน โดยมีรายงานเรื่องกลิ่นที่เริ่มโชยออกมาจากห้องน้ำที่อยู่บริเวณพื้นยาน  ขณะที่ตัวยานเดินทางเกินกว่าครึ่งทางมุ่งหน้าสู่ด้านไกลของดวงจันทร์เพื่อสร้างประวัติศาสตร์การเดินทางไกลที่สุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ

นักบินอวกาศชาวอเมริกัน 3 คน และชาวแคนาดา 1 คน กำลังมุ่งหน้าเข้าใกล้ดวงจันทร์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีกำหนดถึงจุดหมายในวันจันทร์นี้ (6 เม.ย.) เพื่อปฏิบัติภารกิจบินอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 53 ปีที่มีมนุษย์เดินทางไปยังดวงจันทร์นับตั้งแต่สิ้นสุดโครงการอะพอลโล โดยภารกิจนี้จะเดินทางไปไกลจากโลกกว่า 400,000 กิโลเมตร ทำลายสถิติเดิมของภารกิจอพอลโล 13 ลงอย่างราบคาบ

แต่ท่ามกลางความสำเร็จที่รออยู่ ทีมงานต้องพบกับปัญหาที่ “ทุกคนเข้าใจได้แต่รับมือยาก” นั่นคือระบบส้วมอวกาศเกิดขัดข้องอีกครั้ง หลังเริ่มมีปัญหาตั้งแต่หลังทะยานขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

วิศวกรนาซาสันนิษฐานว่าอาจมีน้ำแข็งอุดตันในท่อระบายของเสียเหลว ทำให้ไม่สามารถระบายปัสสาวะทิ้งออกนอกยานได้ทั้งหมด ทางศูนย์ควบคุมการบินจึงต้องสั่งให้นักบินงัด “ถุงเก็บปัสสาวะสำรอง” ออกมาใช้แก้ขัดไปก่อน ขณะที่การขับถ่ายของแข็งยังคงใช้งานได้ปกติ แต่มีรายงานเรื่องกลิ่นที่เริ่มโชยออกมาจากห้องน้ำที่อยู่บริเวณพื้นยาน

อย่างไรก็ตาม เหล่านักบินทั้ง 4 ราย ได้แก่ เรด ไวส์แมน, วิคเตอร์ โกลเวอร์ (นักบินผิวดำคนแรกที่ไปดวงจันทร์), คริสตินา คอช (นักบินหญิงคนแรกที่ไปดวงจันทร์) และเจเรมี แฮนเซน (ชาวแคนาดาคนแรกที่ไปดวงจันทร์) ยังคงมีขวัญและกำลังใจที่ดีเยี่ยม โดยพวกเขาได้รับการฝึกฝนมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดเหล่านี้อยู่แล้ว

ก้าวสำคัญสู่ฐานที่มั่นบนดวงจันทร์ภารกิจอาร์เทมิส 2 มีกำหนดระยะเวลาเดินทางเกือบ 10 วัน และจะจบลงด้วยการลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิกในวันที่ 10 เมษายนนี้ โดยถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของนาซาในการวางรากฐานเพื่อสร้างฐานที่มั่นบนดวงจันทร์อย่างยั่งยืน และตั้งเป้าที่จะส่งมนุษย์ไปลงจอดบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2028.

ที่มา Associated Press

รัสเซีย-ยูเครนเปิดศึกยิงถล่มตอบโต้ดับรวม 10 ศพ

รัสเซีย-ยูเครนเปิดศึกยิงถล่มตอบโต้ดับรวม 10 ศพ

5 เม.ย. 2569 09:36 น.

รัสเซีย-ยูเครนเปิดศึกยิงถล่มตอบโต้ดับรวม 10 ศพ

สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนทวีความรุนแรงขึ้น หลังทั้งสองฝ่ายเปิดฉากโจมตีทางอากาศโต้ตอบกันอย่างหนัก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 10 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย ด้านประธานาธิบดีเซเลนสกีเดินทางถึงตุรกี เดินหน้าหารือเสริมความมั่นคงในยุโรปและตะวันออกกลาง

กองทัพรัสเซียระดมส่งโดรนกว่า 286 ลำ เข้าโจมตีหลายพื้นที่ของยูเครนอย่างหนัก แม้กองทัพอากาศยูเครนจะสามารถสกัดได้ถึง 260 ลำ แต่แรงระเบิดส่งผลให้เกิดความสูญเสียมหาศาล โดยเฉพาะที่เมืองนิโคโปล มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีก 19 ราย ส่วนที่เมืองซูมีและกรุงเคียฟได้รับความเสียหายอย่างหนักในย่านที่พักอาศัยและอาคารสำนักงาน ขณะที่ในภูมิภาคโดเนตสค์ โดรนรัสเซียได้โจมตีรถยนต์พลเรือนบนท้องถนน ส่งผลให้หญิงรายหนึ่งเสียชีวิตทันที

ด้านหน่วยความมั่นคงยูเครน เปิดเผยว่าได้ใช้โดรนโจมตีโรงงานโลหะการในเมืองอัลเชฟสค์ ซึ่งอยู่ในเขตยึดครองของรัสเซียในภูมิภาคลูฮันสค์ โดยเป้าหมายคือการทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ทั้งเตาหลอมและระบบไฟฟ้า เพื่อหยุดชะงักการส่งกำลังบำรุงให้แก่ “อูรัลวากอนซาวอด” (Uralvagonzavod) โรงงานผลิตรถถังหลักของกองทัพรัสเซีย

ขณะที่ฝั่งรัสเซียอ้างว่า ยูเครนได้โจมตีเส้นทางรถไฟและบ้านเรือนในลูฮันสค์เช่นกัน ส่งผลให้ครอบครัวหนึ่งเสียชีวิตรวม 3 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงวัย 8 ขวบ นอกจากนี้ในภูมิภาครอสตอฟของรัสเซีย มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และเกิดเพลิงไหม้เรือขนส่งสินค้าต่างชาติจากการโจมตีของยูเครนด้วย

ท่ามกลางการสู้รบที่ดุเดือด ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้เดินทางถึงนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อเข้าพบประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน และผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์

เซเลนสกีระบุผ่านข้อความในเทเลแกรมว่า “เรากำลังทำงานเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วน เพื่อรับประกันการคุ้มครองชีวิต ยกระดับความมั่นคงในยุโรปและตะวันออกกลาง ความพยายามร่วมกันมักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเสมอ” ซึ่งการพบปะครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการหาแนวร่วมระดับภูมิภาคเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน.

ที่มา Associated Press

อิหร่านเตือน “ประตูนรก” จะเปิดรับสหรัฐฯ-อิสราเอล หากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานไม่เลิก

อิหร่านเตือน “ประตูนรก” จะเปิดรับสหรัฐฯ-อิสราเอล หากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานไม่เลิก

5 เม.ย. 2569 06:17 น.

อิหร่านเตือน “ประตูนรก” จะเปิดรับสหรัฐฯ-อิสราเอล หากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานไม่เลิก

กองทัพอิหร่านออกโรงเตือนสหรัฐฯ กับอิสราเอล ว่า “ประตูนรก” จะเปิดต้อนรับพวกเขา หากทั้งสองประเทศยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านต่อไป

เมื่อ 4 เม.ย. 2569 เจ้าหน้าที่กองทัพอิหร่านออกโรงเตือนสหรัฐฯ กับอิสราเอลว่า พวกเขาจะต้องเผชิญกับการลงทัณฑ์จาก “ขุมนรก” หากความขัดแย้งขยายตัววงกว้างขึ้น ซึ่งเป็นการใช้คำข่มขู่ในลักษณะเดียวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ

คำกล่าวนี้มีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ขู่ว่าจะปลดปล่อย “นรกทุกขุม” (all Hell) เข้าใส่อิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันจันทร์นี้

สำนักข่าวเมหร์ (Mehr) ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า พล.ต. อาลี อับดอลลาฮี อาลิอาบาดี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลาง “คาตัม อัล-อันบิยา” ในกรุงเตหะราน เตือนว่า “ประตูนรกจะเปิดออกต้อนรับพวกคุณ” หากโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านยังคงถูกโจมตีต่อไป

“อย่าลืมว่า หากการสู้รบขยายตัว ทั้งภูมิภาคนี้จะกลายเป็นนรกสำหรับพวกคุณ ความเพ้อฝันที่จะเอาชนะสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้กลายเป็นปลักโคลนที่จะสูบพวกคุณให้จมลงไป” เอบราฮิม โซลฟากอรี โฆษกประจำกองบัญชาการกลางกล่าว

ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการปฏิบัติการหลักสำหรับกองทัพทั้งหมดของอิหร่าน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ซีเรียปิดด่านข้ามพรมแดนชั่วคราว หลังอิสราเอลเตือนจะโจมตี

ซีเรียปิดด่านข้ามพรมแดนชั่วคราว หลังอิสราเอลเตือนจะโจมตี

5 เม.ย. 2569 05:03 น.

ซีเรียปิดด่านข้ามพรมแดนชั่วคราว หลังอิสราเอลเตือนจะโจมตี

ทางการซีเรียสั่งปิดด่านข้ามพรมแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเลบานอน หลังอิสราเอลเตือนว่าจะโจมตีด่านแห่งนี้และสั่งให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ซีเรียได้สั่งปิดด่านมาสนา (Masnaa) บริเวณพรมแดนซีเรีย-เลบานอนเป็นการชั่วคราว หลังจากกองทัพอิสราเอลออกคำสั่งให้อพยพเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (4 เม.ย. 2569) เนื่องจากจะมีการโจมตีทางอากาศบริเวณดังกล่าว

“เนื่องจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ใช้ด่านมาสนาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหารและลักลอบขนอาวุธ กองทัพอิสราเอลจึงตั้งใจที่จะปฏิบัติการโจมตีทางอากาศบริเวณด่านแห่งนี้ในอนาคตอันใกล้” อาวีชาย อาดราอี โฆษกภาคภาษาอาหรับของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) กล่าว

“การพำนักอยู่ในพื้นที่นี้จะทำให้ท่านตกอยู่ในอันตราย” นายอาดราอีกล่าวเตือน

หลังจาก IDF มีคำเตือนดังกล่าว สำนักงานด่านข้ามพรมแดนและศุลกากรของซีเรียก็ออกมาประกาศว่า จะทำการปิดด่านมาสนา หรือที่ฝั่งซีเรียเรียกว่า “ด่านจาเดต ยาบุส” เป็นการชั่วคราว

สำนักงานด่านข้ามพรมแดนฯ ของซีเรียยืนยันว่า ด่านมาสนาถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางผ่านสำหรับพลเรือนเท่านั้น “ด่านนี้ไม่ได้ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหารใดๆ และไม่มีกลุ่มติดอาวุธหรือกองกำลังท้องถิ่นประจำการอยู่ รวมถึงไม่อนุญาตให้ใช้ในกิจกรรมใดๆ ที่อยู่นอกเหนือกรอบกฎหมายและงานภาคพลเรือนด้วย”

ในแถลงการณ์ยังระบุอีกว่า การกลับมาเปิดด่านอีกครั้งจะมีการประกาศให้ทราบ “ทันทีที่สถานการณ์ได้รับการยืนยันว่ามีเสถียรภาพแล้ว”

ทั้งนี้ ด่านมาสนาเคยถูกสั่งปิดไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากเกรงว่าพื้นที่นี้อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของอิสราเอล ก่อนจะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งในเวลาต่อมา หลังจากไม่มีการโจมตีเกิดขึ้นจริง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn