รัสเซียถล่มเดือดยูเครน อารามมรดกโลกอายุเกือบ 1,000 ปีไฟไหม้ ปชช.ดับรวม 9 ศพ

รัสเซียถล่มเดือดยูเครน อารามมรดกโลกอายุเกือบ 1,000 ปีไฟไหม้ ปชช.ดับรวม 9 ศพ

15 มิ.ย. 2569 10:42 น.

รัสเซียถล่มเดือดยูเครน อารามมรดกโลกอายุเกือบ 1,000 ปีไฟไหม้ ปชช.ดับรวม 9 ศพ

ยูเครนเผชิญการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่จากรัสเซีย คร่าชีวิตอย่างน้อย 9 คน และสร้างความเสียหายต่ออารามประวัติศาสตร์ “เคียฟ-เปเชอร์สก์ ลาฟรา” แหล่งมรดกโลกยูเนสโก ขณะที่ยูเครนตอบโต้ด้วยโดรนโจมตีพื้นที่ทางใต้ของกรุงมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในฝั่งรัสเซีย 3 ราย

ทางการยูเครนเปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดของรัสเซียนับเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบสองสัปดาห์ ส่งผลให้ในกรุงเคียฟมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 23 ราย แรงระเบิดและเศษซากจากการสกัดขีปนาวุธสร้างความเสียหายต่ออาคารที่พักอาศัยหลายแห่ง และทำลายสายส่งไฟฟ้า ส่งผลให้ประชาชนกว่า 140,000 คนในพื้นที่ตอนเหนือของเมืองหลวงไม่มีไฟฟ้าใช้ ประชาชนจำนวนมากต้องพากันวิ่งหนีตายลงไปหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดิน

เป้าหมายสำคัญที่ถูกโจมตีโดยตรงในครั้งนี้คือ “อารามเคียฟ-เปเชอร์สค์ ลาฟรา” (Kyiv-Pechersk Lavra) ซึ่งเป็นอารามเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1051 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณหลังคาของอาสนวิหารดอร์มิชัน จนเกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ดับเบิลยูเครนต้องระดมรถดับเพลิงกว่าสิบคันเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์

ทิมูร์ ทคาเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารการทหารของกรุงเคียฟ และนางยูเลีย สวิริเดนโก รองนายกรัฐมนตรียูเครน ได้ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติและประวัติศาสตร์ ขณะที่ผู้นำคริสตจักรออร์โธด็อกซ์แห่งยูเครน ได้ประณามผู้นำรัสเซียอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้โลกตื่นตัวเพื่อยุติความป่าเถื่อนของรัสเซีย

ความตึงเครียดดังกล่าวยังส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างโปแลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและนาโตต้องส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นบินลาดตระเวนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการรุกล้ำน่านฟ้า ก่อนจะยกเลิกการประกาศเตือนภัยในเวลาต่อมาหลังจากไม่พบสิ่งผิดปกติ

สถานการณ์ในภูมิภาคอื่น ๆ ของยูเครนก็วิกฤตไม่แพ้กัน นายอิฮอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของยูเครน เปิดเผยว่า ที่เมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ ได้ถูกรัสเซียโจมตีซ้ำเป็นระเบิดระลอกที่สองในจุดเดิม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ดับไฟเสียชีวิตทันที 5 นาย และมีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 9 ราย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในภูมิภาคดนีโปรเปตรอฟสค์ 1 ราย และในภูมิภาคซูมี อีก 3 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 1 คน

ทางด้านฝั่งรัสเซีย นายดมิทรี มิลยาเยฟ ผู้ว่าการภูมิภาคทูลา เมืองอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางใต้ประมาณ 200 กิโลเมตร เปิดเผยว่า ยูเครนได้ส่งโดรนเข้ามาโจมตี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย ซึ่งในจำนวนผู้บาดเจ็บมีเด็กทารกวัยเพียง 1 ขวบรวมอยู่ด้วย ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงมอสโกรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นการโจมตีจากโดรนได้ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ยูเครนได้ยกระดับการโจมตีทางอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมและพลังงาน รวมถึงคลังน้ำมันในดินแดนรัสเซีย เพื่อตัดช่องทางการสร้างรายได้ที่นำมาใช้สนับสนุนกองทัพของรัฐบาลมอสโก อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายต่างปฏิเสธว่าไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีไปที่พลเรือน

ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ดุเดือด มีรายงานว่านายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ต่อสายตรงพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ทางฝั่งยูเครนระบุว่า ได้หารือเกี่ยวกับแนวทางที่จะนำไปสู่สันติภาพโดยเร็ว ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมกลุ่ม G7 ที่ประเทศฝรั่งเศสในสัปดาห์นี้ ขณะที่ทำเนียบเครมลินเปิดเผยว่า ทรัมป์เน้นย้ำกับปูตินว่าการยุติความขัดแย้งในยูเครนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียระบุเพิ่มเติมว่า การหารือระหว่างปูตินและทรัมป์ยังคงมุ่งเน้นไปที่กรอบข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในตะวันออกกลางที่เพิ่งได้ข้อสรุป และคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ ซึ่งความคืบหน้าในตะวันออกกลางนี้ ยิ่งเน้นย้ำให้เห็นว่า กระบวนการสันติภาพในยูเครนที่ดำเนินมากว่า 4 ปีและคร่าชีวิตผู้คนไปนับแสนราย ยังคงมีความคืบหน้าที่ล่าช้ากว่ามาก.

ที่มา AFP / Reuters

ฮ. 2 ลำชนกันกลางอากาศในบราซิล ดับ 6 ราย มีศิลปินอเมริกันอยู่ในรายชื่อผู้โดยสาร

ฮ. 2 ลำชนกันกลางอากาศในบราซิล ดับ 6 ราย มีศิลปินอเมริกันอยู่ในรายชื่อผู้โดยสาร

15 มิ.ย. 2569 09:48 น.

ฮ. 2 ลำชนกันกลางอากาศในบราซิล ดับ 6 ราย มีศิลปินอเมริกันอยู่ในรายชื่อผู้โดยสาร

เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำชนกันกลางอากาศ ก่อนตกลงในพื้นที่ทางตะวันตกของนครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 6 คนเสียชีวิต อาจมีนักร้องอเมริกันอยู่บนเครื่อง

หน่วยดับเพลิงทหารนครริโอ เดอ จาเนโรเปิดเผยเหตุสลด เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ชนกันกลางอากาศ ให้ผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 6 คนเสียชีวิต โดยมีรายงานว่าเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งตกลงบนลานจอดรถของบริษัทจำหน่ายรถยนต์ ซึ่งมีรถยนต์ไฟฟ้าจอดอยู่หลายคัน ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในภายหลัง

ด้านตำรวจบราซิลเปิดเผยว่า มีชื่อของ โอลิเวอร์ ทรี นักร้องและนักแสดงตลกชาวอเมริกัน อยู่ในรายชื่อผู้โดยสารที่ส่งให้กับหน่วยงานการบินด้วย แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันเอกลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้

โดยก่อนเกิดเหตุ โอลิเวอร์ ทรี เพิ่งขึ้นแสดงที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา และเมื่อวันเสาร์ เขาได้โพสต์วิดีโอบนอินสตาแกรม ขณะเล่นฟุตบอลในย่านชุมชนแห่งหนึ่งของบราซิล

ด้าน เฟอร์นันเดส เดอ เฟรย์ตัส ช่างซ่อมยางรถยนต์ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เขาเห็นเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งเกิดไฟลุกหลังชนกันกลางอากาศ และเห็นผู้โดยสารคนหนึ่งกระโดดออกมาจากอีกลำ ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะตกกระแทกพื้น

เขากล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นภาพที่น่ากลัวและสะเทือนขวัญอย่างมาก ขณะที่ทางการยังคงตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ต่อไป.

ที่มา : AP

ทรัมป์ฉลองวันเกิด 80 ปี ประกาศดีลอิหร่าน พร้อมจัดศึก UFC กลางทำเนียบขาว

ทรัมป์ฉลองวันเกิด 80 ปี ประกาศดีลอิหร่าน พร้อมจัดศึก UFC กลางทำเนียบขาว

15 มิ.ย. 2569 09:17 น.

ทรัมป์ฉลองวันเกิด 80 ปี ประกาศดีลอิหร่าน พร้อมจัดศึก UFC กลางทำเนียบขาว

โดนัลด์ ทรัมป์ ฉลองวันเกิดครบ 80 ปี ด้วยการประกาศบรรลุข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่าน พร้อมจัดการแข่งขัน UFC กลางสนามหญ้าทำเนียบขาว ท่ามกลางผู้ชมกว่า 4,000 คน

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปี ด้วยการประกาศความคืบหน้าของข้อตกลงยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน และเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ของศึก UFC บริเวณสนามหญ้าฝั่งทิศใต้ของทำเนียบขาว

ก่อนการแข่งขันเริ่มขึ้น ทรัมป์ประกาศว่า ข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่านได้ข้อสรุปเบื้องต้นแล้ว โดยสหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมอิหร่าน และช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดให้เดินเรืออีกครั้ง ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันและสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดโลก แม้รายละเอียดสำคัญของข้อตกลงยังอยู่ระหว่างการเจรจา

หลังกล่าวถึงประเด็นอิหร่าน ผู้นำสหรัฐฯ หันความสนใจไปยังการแข่งขัน UFC ซึ่งจัดขึ้นภายในสนามชั่วคราวที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษบริเวณทำเนียบขาว โดยมีเวทีแปดเหลี่ยมเป็นจุดศูนย์กลางของงาน ขณะที่ภายในงานมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและแกนนำพรรครีพับลิกันเข้าร่วมจำนวนมาก รวมถึงนายแคช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และนายคาโรล นาฟรอตสกี ประธานาธิบดีโปแลนด์

ทรัมป์และนายดานา ไวต์ ประธาน UFC ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดทางการเมือง เดินออกจากห้องทำงานรูปไข่ไปยังระเบียงบลูรูมเพื่อชมเวทีการแข่งขัน ก่อนร่วมยืนเคารพเพลงชาติสหรัฐฯ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชม และเครื่องบินขับไล่ที่บินผ่านเหนือท้องฟ้า

ทั้งนี้ ผู้ชมกว่า 4,000 คนได้รับเชิญเข้าชมการแข่งขันภายในสนามชั่วคราวที่ติดตั้งระบบแสง สี เสียง และจอภาพขนาดใหญ่ ขณะที่ประชาชนอีกหลายพันคนรับชมการถ่ายทอดสดจากจอยักษ์บริเวณสนามเอลลิปส์ ใกล้ทำเนียบขาว.

ที่มา CNN

ทรัมป์เตือนอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ ยับยั้งชั่งใจ ยุติการโจมตี หวั่นกระทบข้อตกลงกับอิหร่าน

ทรัมป์เตือนอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ ยับยั้งชั่งใจ ยุติการโจมตี หวั่นกระทบข้อตกลงกับอิหร่าน

15 มิ.ย. 2569 08:54 น.

ทรัมป์เตือนอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ ยับยั้งชั่งใจ ยุติการโจมตี หวั่นกระทบข้อตกลงกับอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ยุติการโจมตีกัน หลังอิสราเอลถล่มชานกรุงเบรุต เสี่ยงกระทบข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เรียกร้องให้อิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนใช้ความยับยั้งชั่งใจ หลังเกิดเหตุโจมตีตอบโต้กัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากกองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่าได้โจมตีศูนย์บัญชาการของฮิซบอลเลาะห์ในเขตชานกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้กรณีที่ฮิซบอลเลาะห์ยิงโจมตีเข้าไปในดินแดนอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดระดับความตึงเครียด และเตือนว่าโอกาสสร้างสันติภาพครั้งสำคัญไม่ควรถูกทำลายลง

สื่อทางการของเลบานอนรายงานว่า การโจมตีของอิสราเอลส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ  และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 16 คน.

สไปเดอร์แมนแห่งเยเมนดับสลด หลังพลัดตกปล่องภูเขาไฟ ขณะปีนหน้าผาเสี่ยงตายไร้อุปกรณ์เซฟตี้

สไปเดอร์แมนแห่งเยเมนดับสลด หลังพลัดตกปล่องภูเขาไฟ ขณะปีนหน้าผาเสี่ยงตายไร้อุปกรณ์เซฟตี้

15 มิ.ย. 2569 08:32 น.

สไปเดอร์แมนแห่งเยเมนดับสลด หลังพลัดตกปล่องภูเขาไฟ ขณะปีนหน้าผาเสี่ยงตายไร้อุปกรณ์เซฟตี้

เกิดเหตุสะเทือนใจ นักผจญภัยสายเสี่ยงภัยวัย 30 ปี เจ้าของฉายา “สไปเดอร์แมนแห่งเยเมน” ดับสลด หลังพลัดตกลงไปในปล่องภูเขาไฟ ขณะพยายามปีนกำแพงหินแนวดิ่งโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย

สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนเยเมน เปิดเผยว่า เหตุสลดเกิดขณะที่อัล-กอกา อิบน์ อันตาร์ วัย 30 ปี  กำลังปีนหน้าผาสูงชันบริเวณปล่องภูเขาไฟ เขื่อนฮาร์ดาห์ ดัม ในจังหวัดดะห์เล ทางตอนใต้ของประเทศ

แต่ระหว่างการปีน เขาเกิดเสียการทรงตัวและหลุดจากจุดยึด ก่อนร่วงลงไปในปล่องลึกประมาณ 120 เมตร หรือราว 393 ฟุต โดยเจ้าหน้าที่ได้เผยแพร่วิดีโอสั้นที่บันทึกช่วงเวลาที่เขาพลัดตกลงไป

ทีมกู้ภัยซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำและกู้ภัยทางน้ำ ถูกส่งเข้าพื้นที่เพื่อค้นหาร่างของอันตาร์ ก่อนจะพบร่างของเขาที่ระดับความลึกประมาณ 30 เมตรใต้ผิวน้ำ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง และเป็นภารกิจที่ซับซ้อน เนื่องจากพื้นที่โดยรอบเป็นหน้าผาสูงชันและเต็มไปด้วยโขดหิน ทำให้การเข้าถึงเป็นไปอย่างยากลำบาก

ปล่องภูเขาไฟฮาร์ดาห์ ดัม หรืออีกชื่อหนึ่งว่า ฮารัดฮัต ดัมต์ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ธรรมชาติที่โดดเด่นของเยเมน ตั้งอยู่ใกล้เมืองดัมต์ ในจังหวัดดะห์เล โดยมีลักษณะเป็นปล่องภูเขาไฟที่มีผนังหินสูงชัน และมีทะเลสาบน้ำร้อนที่มีกำมะถันอยู่บริเวณก้นปล่อง

ก่อนเสียชีวิต อันตาร์เป็นที่รู้จักอย่างมากบนโลกออนไลน์ จากคลิปวิดีโอที่เขาโพสต์ขณะปีนป่ายภูมิประเทศสุดอันตรายของเยเมน โดยหลายคลิปกลายเป็นไวรัล

หนึ่งในคลิปที่สร้างความตกตะลึง แสดงให้เห็นเขาห้อยตัวอยู่ริมหน้าผา ใช้เพียงมือเปล่าจับขอบหิน ขณะที่ขาห้อยลงเหนือพื้นที่ลาดชัน โดยไม่มีเชือกหรืออุปกรณ์นิรภัยใด ๆ

หลังเกิดเหตุ สำนักงานป้องกันภัยพลเรือนเยเมน ออกคำเตือนให้นักปีนเขาและผู้ชื่นชอบกิจกรรมผจญภัย ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย พร้อมเน้นย้ำให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมลักษณะนี้ขึ้นอีก.

ที่มา : AP

ราคาน้ำมันโลกร่วงทันที หลังข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลง เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันโลกร่วงทันที หลังข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลง เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

15 มิ.ย. 2569 07:53 น.

ราคาน้ำมันโลกร่วงทันที หลังข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลง เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันโลกดิ่งลงกว่า 4% ในตลาดเอเชีย หลังปากีสถานประกาศสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้ง ขณะที่ทรัมป์ยืนยันช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเดินเรือ ส่งสัญญาณคลายกังวลวิกฤตพลังงานโลก

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในการซื้อขายช่วงเช้าของตลาดเอเชีย หลังจากนายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งมีบทบาทเป็นคนกลางในการเจรจา เปิดเผยว่า สหรัฐ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้แล้ว ซึ่งพิธีลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายน ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ลดลง 3.8% เหลือ 84.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ของสหรัฐฯ ลดลง 4.1% เหลือ 81.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “น้ำมันจะไหลอีกครั้ง” สะท้อนถึงการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านของการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว ราว 20% ของปริมาณการค้าพลังงานทั่วโลก ได้ถูกปิดกั้น หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่อิหร่านประกาศพร้อมโจมตีเรือที่ใช้เส้นทางนี้ ส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเผชิญความกังวลเกี่ยวกับปัญหาอุปทาน

ขณะที่ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันผันผวนอย่างหนักตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเคยอยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลก่อนเกิดสงคราม พุ่งขึ้นไปแตะระดับราว 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงที่ความตึงเครียดรุนแรงที่สุด.

ที่มา BBC

เครื่องบินเล็กตกในสหรัฐฯ นักดิ่งพสุธา 11 ราย ดับสลดพร้อมนักบิน

เครื่องบินเล็กตกในสหรัฐฯ นักดิ่งพสุธา 11 ราย ดับสลดพร้อมนักบิน

15 มิ.ย. 2569 06:25 น.

เครื่องบินเล็กตกในสหรัฐฯ นักดิ่งพสุธา 11 ราย ดับสลดพร้อมนักบิน

เกิดเหตุเครื่องบินเล็กตกในรัฐมิสซูรีของสหรัฐฯ ขณะพยายามนำเครื่องขึ้นบิน ส่งผลให้นักดิ่งพสุธา 11 รายกับนักบินอีก 1 รายเสียชีวิตทั้งหมด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 14 มิ.ย. 2569 ว่า เกิดเหตุเครื่องบินขนาดเล็กรุ่น “แปซิฟิก แอร์โรสเปซ พี750” (Pacific Aerospace P750) ตกระหว่างทะยานขึ้นบินเมื่อเวลาประมาณ 11:20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ ในรัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้นักดิ่งพสุธา 11 รายและนักบินอีก 1 ราย เสียชีวิต

โฆษกสำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉิน เบตส์ เคาน์ตี (Bates County) ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำที่บริษัทดิ่งพสุธาแห่งหนึ่งเช่าเอาไว้ โดยนักบินไม่สามารถไต่ระดับเพดานบินได้ ก่อนที่ตัวเครื่องจะเลี้ยวหักศอกไปทางซ้ายอย่างกะทันหันแล้วตกกระแทกพื้น

จุดตกอยู่ห่างจากสนามบิน บัตเลอร์ เมโมเรียล (Butler Memorial) ออกไปประมาณ 200 หลา ส่งผลให้ผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 12 คนเสียชีวิตทั้งหมด

“เรากำลังจัดการกับเหตุการณ์นี้… ในฐานะอุบัติภัยหมู่ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก” นายแชด แอนเดอร์สัน นายอำเภอ เบตส์ เคาน์ตี กล่าวในงานแถลงข่าว โดยย้ำว่า เครื่องบินลำนี้ไม่ใช่เครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ แต่เป็น “เครื่องบินในพื้นที่ที่ทะยานขึ้นจากสนามบินท้องถิ่นของเรา”

ด้านองค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) เปิดเผยว่า ในขณะเกิดเหตุไม่มีการให้บริการด้านการควบคุมจราจรทางอากาศ เครื่องบินลำดังกล่าวไม่จำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกับหอบังคับการบินเนื่องจากประเภทของน่านฟ้าที่ใช้ในการบิน

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดแรกได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพื่อดูว่ามีนักดิ่งพสุธาคนใดได้กระโดดร่มออกจากเครื่องบินก่อนที่เครื่องจะตกหรือไม่

ขณะที่นายอำเภอเผยว่า มีสมาชิกในครอบครัวของผู้เสียชีวิตบางส่วนอยู่ในเหตุการณ์และเห็นนาทีชีวิตดังกล่าวด้วย ทว่าในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเอกลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ประกาศบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน ลงนาม-เปิดช่องแคบศุกร์นี้

ทรัมป์ประกาศบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน ลงนาม-เปิดช่องแคบศุกร์นี้

15 มิ.ย. 2569 06:04 น.

ทรัมป์ประกาศบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน ลงนาม-เปิดช่องแคบศุกร์นี้

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศการบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยยืนยันว่าจะมีการลงนามร่วมกันในวันศุกร์นี้ ซึ่งหลังจากนั้นช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดสำหรับเรือทุกลำ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ซึ่งนับเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายเดือนของการเจรจาที่ผ่านมา

“ข้อตกลงกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านเสร็จสมบูรณ์แล้วในขณะนี้ ขอแสดงความยินดีกับทุกคนด้วย!” ทรัมป์ประกาศผ่านข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาได้อนุมัติให้มีการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ โดยทันที พร้อมระบุข้อความว่า “เรือทุกลำบนโลก สตาร์ทเครื่องยนต์ของคุณได้เลย ปล่อยให้น้ำมันไหลผ่านได้!”

“ข้าพเจ้าขอใช้อำนาจเต็มในการอนุมัติให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สัญจรได้โดยไม่มีค่าผ่านทาง และในขณะเดียวกันนี้ ขออนุมัติให้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยทันที” ทรัมป์ระบุในโพสต์

ต่อมาฝ่ายอิหร่านก็ออกมายืนยันเช่นกันว่า ร่างเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสหรัฐอเมริกาได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ (19 มิ.ย. 2569) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

“ร่างเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายแล้ว และพิธีลงนามอย่างเป็นทางการใน ‘บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด’ จะจัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้” นายคาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ฝ่ายกิจการกฎหมายระหว่างประเทศ บอกกับสื่อของรัฐบาล

“ข้อผูกพันต่างๆ ของเราจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันศุกร์นี้เป็นต้นไป” นายการีบาบาดีเน้นย้ำ “อย่างไรก็ตาม มีสองประเด็นที่จะมีผลบังคับใช้ในทันทีโดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันนี้” ตามเวลาท้องถิ่น คือ 1. การยุติสงครามในทุกแนวรบโดยทันทีและถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย 2. การยกเลิกและสิ้นสุดการปิดล้อมทางทะเลที่สหรัฐอเมริกาเคยประกาศใช้ต่อสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

จากนั้น นายทรัมป์ก็โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social อีกครั้งว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้สัญจรได้อีกครั้งในวันศุกร์นี้ หลังจากที่มีการลงนามในข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เมื่อช่องแคบเปิดออกภายหลังการลงนามในข้อตกลงวันศุกร์นี้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บกู้วัตถุระเบิด (ทุ่นระเบิด) น้ำมันก็จะเริ่มไหลผ่านได้จากทั้งสองฝั่งอีกครั้ง เพื่อประโยชน์ของทั้งภูมิภาคนี้และโลกของเรา!” ทรัมป์ระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหราชอาณาจักร-ญี่ปุ่น บรรลุข้อตกลงการลงทุนมูลค่า 1.8 หมื่นล้านปอนด์

สหราชอาณาจักร-ญี่ปุ่น บรรลุข้อตกลงการลงทุนมูลค่า 1.8 หมื่นล้านปอนด์

15 มิ.ย. 2569 03:02 น.

สหราชอาณาจักร-ญี่ปุ่น บรรลุข้อตกลงการลงทุนมูลค่า 1.8 หมื่นล้านปอนด์

รัฐบาลสหราชอาณาจักรกับญี่ปุ่น บรรลุข้อตกลงการลงทุนมูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านปอนด์ โดยจะมีการลงทุนทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานลมนอกชายฝั่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 2569 สหราชอาณาจักรและญี่ปุ่นได้บรรลุข้อตกลงการลงทุนมูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านปอนด์ ซึ่งเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่า จะเป็นการสร้าง “ยุคใหม่แห่งความร่วมมือ” ระหว่างทั้งสองประเทศแล้ว

ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ (ดาวนิงสตรีท) เปิดเผยภายหลังการพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีอังกฤษและนาง ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่นที่กรุงลอนดอนว่า บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นจะทุ่มงบประมาณมากกว่า 9 พันล้านปอนด์ในโครงสร้างพื้นฐานและบริการทางการเงินของสหราชอาณาจักร

นอกจากนั้นจะลงทุนอีกไม่เกิน 9 พันล้านปอนด์ในโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งของสหราชอาณาจักร ซึ่งจะช่วยสร้างงานได้หลายหมื่นตำแหน่ง

ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญความยากลำบากในการเติบโต โดยผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน จะส่งผลกระทบต่อสหราชอาณาจักรอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่ามูลค่าการลงทุนที่ทางดาวนิงสตรีทระบุไว้นั้น เป็นเงินลงทุนก้อนใหม่จำนวนเท่าใด หรือเป็นแผนงานที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้แล้วเท่าใด

ทั้งนี้ เซอร์ สตาร์เมอร์และนางทาคาอิจิได้ร่วมประชุมกับบรรดาผู้นำธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยสตาร์เมอร์อธิบายว่าการหารือในครั้งนี้ “มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก”

นอกจากนี้ เซอร์ เคียร์ ยังกล่าวเสริมว่าเขารู้สึก “ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” ที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมยืนยันความมุ่งมั่นอีกครั้งในโครงการพัฒนาเครื่องบินรบแห่งอนาคต ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันกับประเทศอิตาลี

ขณะเดียวกัน มีการประกาศว่าบริษัท โรลส์-รอยซ์ จะร่วมมือกับสำนักงานพลังงานปรมาณูแห่งญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์รุ่นต่อไป รวมถึงข้อตกลงด้านเทคโนโลยีที่จะเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านการวิจัย พัฒนา และซอฟต์แวร์ของสหราชอาณาจักร เข้ากับศักยภาพด้านการผลิตของญี่ปุ่นด้วย

อย่างไรก็ดี แม้ว่าทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรจะระบุว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและการเติบโตในระยะยาว แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเผชิญกับความยากลำบากในระยะใกล้

เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรเติบโตร้อยละ 0.6 ในช่วง 3 เดือนแรกของปี แต่กลุ่มนักวิเคราะห์ประเมินว่าการเติบโตจะชะลอตัวลงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน จะส่งผลกระทบต่อสหราชอาณาจักรหนักที่สุด ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าของโลก

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอังกฤษ ออกมาเตือนว่า ทางธนาคารคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรจะพุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสงครามครั้งนี้ ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งแตะถึงร้อยละ 6 ได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

แฟนบาสฉลองแชมป์เดือด วัยรุ่นถูกยิง-รถบัสถูกเผาวอดในแมนแฮตตัน

แฟนบาสฉลองแชมป์เดือด วัยรุ่นถูกยิง-รถบัสถูกเผาวอดในแมนแฮตตัน

15 มิ.ย. 2569 01:55 น.

แฟนบาสฉลองแชมป์เดือด วัยรุ่นถูกยิง-รถบัสถูกเผาวอดในแมนแฮตตัน

แฟนบาสเกตบอลออกมาฉลองการคว้าแชมป์ของทีมนิวยอร์ก นิกส์ ก่อนจะลุกลามกลายเป็นความรุนแรง มีทั้งเหตุยิง/แทงกัน, เหตุจุดไฟเผารถบัส และการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งานเฉลิมฉลองการคว้าแชมป์ NBA ครั้งประวัติศาสตร์ของทีม “นิวยอร์ก นิกส์” (New York Knicks) ในนครนิวยอร์ก ลุกลามบานปลายกลายเป็นความโกลาหล มีวัยรุ่นถูกยิงอย่างน้อย 1 ราย และมีรถบัสหลายคันถูกจุดไฟเผาทำลาย

ทีม นิวยอร์ก นิกส์ เอาชนะ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส ไปด้วยคะแนน 94–90 ในเกมที่ 5 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ ทำให้ชาวนิวยอร์กจำนวนมหาศาลพากันหลั่งไหลลงสู่ท้องถนนในบ้านเกิดของตน เพื่อเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญนี้

ทว่าเมื่อฝูงชนเริ่มหนาแน่นขึ้นจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 2569 มีเสียงปืนดังขึ้นใกล้กับจัตุรัสไทม์สแควร์ ส่งผลให้วัยรุ่นอายุ 17 ปีรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่เท้า นอกจากนี้ รถบัสโรงเรียนที่ใช้รับส่งแฟนๆ ที่มาชมการแข่งขันฟุตบอลโลกยังถูกจุดไฟเผาทำลายด้วย โดยไม่แน่ชัดว่ามีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้หรือไม่

เจมส์ โดแลน เจ้าของทีม นิวยอร์ก นิกส์ ออกมาเรียกร้องให้แฟนๆ อยู่ในความสงบ “เราจำเป็นต้องบอกทุกคนในนิวยอร์ก เรารู้ว่าพวกเขากำลังเฉลิมฉลอง และเราอยากให้ทุกคนมีความสุขกันมากๆ … แต่ได้โปรดรักษาความปลอดภัยกันด้วยนะครับ อย่าให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ และอย่าไปทำร้ายใคร”

อย่างไรก็ตาม การเฉลิมฉลองกลับกลายเป็นความรุนแรงในเวลาต่อมา เมื่อแฟนๆ ที่พรั่งพรูออกมาจากบาร์และสถานที่จัดปาร์ตี้ชมการแข่งขัน ได้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในย่านมิดทาวน์ แมนแฮตตัน

กรมตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งถึงสำนักข่าว บีบีซี ว่า ฝูงชนเริ่ม “ก่อความเสียหายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ” และมี “เหตุการณ์ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายและคึกคะนองอย่างยิ่งเกิดขึ้นมากมาย” รวมถึงการจุดไฟเผาหรือใช้ไม้เบสบอลทุบทำลายรถโรงเรียนสีเหลือง 5 คัน

NYPD ระบุเพิ่มเติมว่า รถตำรวจก็ตกเป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน โดยมีคนบางกลุ่มใช้ไม้เบสบอลทุบทำลายและกระโดดขึ้นไปบนหลังคารถ จนทำให้กระจกหน้ารถแตกละเอียด

นอกจากนั้น ยังเกิดความวุ่นวายอื่นๆ อีก ซึ่งรวมถึงเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด/การแทงกัน 4 ครั้ง, การทำลายรถยนต์ส่วนบุคคล, การจุดพลุดอกไม้ไฟท่ามกลางฝูงชนขนาดใหญ่, การทะเลาะวิวาท และกลุ่มฝูงชนที่ปฏิเสธไม่ยอมสลายตัว ซึ่งล่าสุดมีผู้ถูกจับกุมแล้ว 63 ราย

โดยข้อหาที่มีการดำเนินคดี ได้แก่ การทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานตำรวจ, การครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมาย, การเจตนาทำให้ทรัพย์สินเสียหาย, การประพฤติตนวุ่นวายในที่สาธารณะ, การขัดขืนการจับกุม และการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc