สหรัฐฯร่วมปราบ แก๊งสแกมเมอร์ อนุทินโยนให้ “วรภัค” แจงเอง หลังมีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวพัน!

สหรัฐฯร่วมปราบ แก๊งสแกมเมอร์ อนุทินโยนให้ “วรภัค” แจงเอง หลังมีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวพัน!

สหรัฐฯร่วมปราบ แก๊งสแกมเมอร์ อนุทินโยนให้ “วรภัค” แจงเอง หลังมีรายชื่อเข้าไปเกี่ยวพัน!

22 ต.ค. 2568 08:44 น.

เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าพบนายกฯ หารือความร่วมมือปราบสแกมเมอร์ ช่วงต้นเดือน พ.ย.จะมีคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ เดินทางมาหารือเรื่องนี้กับนายกฯ เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ “อนุทิน” เผยพร้อมจับ

ฮามาสคืนร่างตัวประกันให้อิสราเอลอีก 2 ศพ เร่งหาอีก 13 ร่างที่เหลือ

ฮามาสคืนร่างตัวประกันให้อิสราเอลอีก 2 ศพ เร่งหาอีก 13 ร่างที่เหลือ

22 ต.ค. 2568 06:37 น.

ฮามาสคืนร่างตัวประกันให้อิสราเอลอีก 2 ศพ เร่งหาอีก 13 ร่างที่เหลือ

กลุ่มฮามาสคืนร่างที่เชื่อว่าเป็นของตัวประกันที่พวกเขาจับตัวไปให้อิสราเอลอีก 2 ศพ และกำลังพยายามเร่งค้นหาอีก 13 ร่างที่เหลือ เพื่อส่งคืนตามข้อตกลงหยุดยิง

เมื่อคืนวันอังคารที่ 21 ต.ค. 2568 กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ทหารของพวกเขาในฉนวนกาซาได้รับมอบหีบบรรจุร่างที่เชื่อว่าเป็นตัวประกันที่อยู่ในมือกลุ่มฮามาสจำนวน 2 ศพ จากองค์กรกาชาดสากล ซึ่งรับมอบร่างมาจากกลุ่มฮามาสอีกทอดหนึ่งก่อนหน้านี้

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า หีบบรรจุร่างทั้งสองถูกส่งข้ามพรมแดนเข้าสู่อิสราเอลแล้ว โดยมีทหารคอยคุ้มกัน และจะถูกนำส่งไปยังกรุงเทลอาวีฟเพื่อทำการพิสูจน์ยืนยันตัวตนอย่างเป็นทางการ

หากมีการยืนยันว่าศพทั้งสองเป็นร่างของตัวประกันจริง จะหมายความว่า กลุ่มฮามาสได้ส่งมอบร่างตัวประกันที่เสียชีวิตแล้วคืนให้อิสราเอลแล้วทั้งสิ้น 15 ราย จากทั้งหมด 28 ราย ตามข้อตกลงหยุดยิงระยะแรกที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางในการเจรจาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีการปล่อยตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ครบทั้ง 20 คนไปก่อนแล้ว

ก่อนหน้านี้กลุ่มฮามาสเคยส่งมอบร่างตัวประกันผิดเป็นศพของชาวปาเลสไตน์รายหนึ่ง ซึ่งฮามาสยืนยันว่าเป็นความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากความยากลำบากในการค้นหาศพ

เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา กองทัพ IDF ได้เรียกร้องให้สาธารณชนชาวอิสราเอลอดทนและรอการระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะแจ้งให้แก่ครอบครัวของตัวประกันทราบก่อน IDF ยังเน้นย้ำว่า “ฮามาสจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อตกลงและดำเนินการที่จำเป็นเพื่อส่งคืนร่างตัวประกันที่เสียชีวิตทั้งหมด”

ทั้งนี้ ความล่าช้าในการคืนร่างตัวประกันของกลุ่มฮามาสทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจในอิสราเอลมาหลายวันแล้ว โดยฮามาสยืนยันว่าพวกเขากำลังพยายามดำเนินการ แต่ประสบปัญหาในการค้นหาร่างที่อยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่ถูกกองทัพ IDF ทิ้งระเบิดในกาซา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รอง ปธน.สหรัฐฯ เยือนอิสราเอล เตือนฮามาส ถ้าไม่ร่วมมือจะถูกทำลาย

รอง ปธน.สหรัฐฯ เยือนอิสราเอล เตือนฮามาส ถ้าไม่ร่วมมือจะถูกทำลาย

22 ต.ค. 2568 04:15 น.

รอง ปธน.สหรัฐฯ เยือนอิสราเอล เตือนฮามาส ถ้าไม่ร่วมมือจะถูกทำลาย

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนอิสราเอลเพื่อสังเกตการณ์การบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง พร้อมกับขู่กลุ่มฮามาสว่า หากไม่ให้ความร่วมมือพวกเขาจะถูกทำลาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 21 ต.ค. 2568 นาย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนอิสราเอล โดยเขากล่าวว่า การบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา ดำเนินไปได้ด้วยดีกว่าที่คาดเอาไว้ และการหยุดยิงยังคงดำเนินอยู่

นายแวนซ์กล่าวเตือนด้วยว่า “หากฮามาสไม่ให้ความร่วมมือ ก็จะถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น” แต่ในขณะเดียวกัน เขาปฏิเสธที่จะขีดเส้นตายว่ากลุ่มฮามาสจะต้องปลดอาวุธเมื่อใด ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ยังไม่มีการตกลงกันในข้อตกลงสันติภาพของสหรัฐฯ

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ผลักดันข้อตกลงหยุดยิงฉบับล่าสุดเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม กล่าวว่า พันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกาในตะวันออกกลางจะพร้อมที่จะเข้าสู่ฉนวนกาซา พร้อมกับกองกำลังขนาดใหญ่และจะจัดการกับฮามาสให้เรียบร้อย หากฮามาสยังคงทำตัวไม่ดีต่อไป

“ยังคงมีความหวังว่าฮามาสจะทำสิ่งที่ถูกต้อง” นายทรัมป์โพสต์บน Truth Social “ถ้าพวกเขาไม่ทำ จุดจบของฮามาสจะรวดเร็ว รุนแรง และโหดร้าย!”

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนอิสราเอลของนายแวนซ์เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีฉนวนกาซารอบใหม่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าทหารของพวกเขาถูกโจมตี ทำให้เกิดความกังวลไปทั่วว่า ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งเปราะบางอยู่แล้วจะพังทลายหลังจากบังคับใช้มาได้ไม่กี่วัน

คาดว่านายแวนซ์จะผลักดันให้นาย เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เริ่มการเจรจาในประเด็นระยะยาวเพื่อยุติสงครามกับฮามาสอย่างถาวรในระหว่างการเยือนของเขา

ก่อนหน้านี้นายแวนซ์ชมอิสราเอลว่า “ให้ความช่วยเหลืออย่างน่าทึ่ง” ในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายหลักของข้อตกลงหยุดยิง แต่ระบุด้วยว่า ยังคงมีงานหนักอีกมากรออยู่ข้างหน้าเพื่อรักษาความคืบหน้าในขั้นตอนต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไทยทำสำเร็จ ชง “ปราบสแกมเมอร์” เป็นวาระเร่งด่วนเวที IPU กัมพูชาไม่ร่วมโหวต

ไทยทำสำเร็จ ชง “ปราบสแกมเมอร์” เป็นวาระเร่งด่วนเวที IPU กัมพูชาไม่ร่วมโหวต

22 ต.ค. 2568 03:00 น.

ไทยทำสำเร็จ ชง “ปราบสแกมเมอร์” เป็นวาระเร่งด่วนเวที IPU กัมพูชาไม่ร่วมโหวต

(ภาพจาก youtube)

รัฐสภาโลก IPU โหวตเกิน 2 ใน 3 รับร่างญัตติของไทยกับชาติพันธมิตรที่ขอให้บรรจุเรื่อง สแกมเมอร์-อาชญากรรมองค์กร เป็นวาระเร่งด่วน ในขณะที่กัมพูชาไม่ร่วมโหวต

เมื่อ 21 ต.ค. 2568 ที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU สมัยที่ 151 ลงคะแนนเสียงรับร่างญัตติของไทยกับชาติพันธมิตร ที่ขอให้บรรจุเรื่อง “อาชญากรรมองค์กรและอาชญากรรมไซเบอร์” เป็นวาระเร่งด่วนในระเบียบวาระการประชุมใหญ่ของ IPU เพียงเรื่องเดียวในปีนี้ ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 850 เสียง และไม่เห็นด้วย 200 เสียง

ทั้งนี้ เนื่องจากที่ประชุมเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาเร่งด่วน ซึ่งส่งผลกระทบต่อด้านต่างๆ ในวงกว้าง จึงต้องการให้รัฐสภาทั่วโลกรับทราบ และแสดงบทบาทร่วมกัน ในการจัดการปัญหาภายใต้กรอบนิติบัญญัติ

ญัตติดังกล่าวว่าด้วยเรื่องการดำเนินการของรัฐสภา เพื่อต่อต้านอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ, อาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตย และความมั่นคงของมนุษย์ เสนอต่อที่ประชุมโดย รัฐสภาไทย, อาร์เจนตินา, ชิลี, โปแลนด์ และสวีเดน และได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มละตินอเมริกา และแคริบเบียน และกลุ่มทเวลฟ์พลัส

หนึ่งในประเทศที่คัดค้านการเสนอร่างญัตติของไทยคือรัสเซีย โดยอ้างว่าไทยทำผิดขั้นตอน แต่คณะกรรมการของ IPU ยืนยันว่าไม่ผิด ขณะที่ ผู้แทนจากรัฐสภากัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมประชุม และไม่ได้ร่วมโหวตในครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nationtv

ทรัมป์พับแผนซัมมิตปูตินที่บูดาเปสต์ ทำเนียบขาวลั่น ไม่มีแผนพบกันในเร็วๆ นี้

ทรัมป์พับแผนซัมมิตปูตินที่บูดาเปสต์ ทำเนียบขาวลั่น ไม่มีแผนพบกันในเร็วๆ นี้

22 ต.ค. 2568 02:24 น.

ทรัมป์พับแผนซัมมิตปูตินที่บูดาเปสต์ ทำเนียบขาวลั่น ไม่มีแผนพบกันในเร็วๆ นี้

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กับ วลาดิเมียร์ ปูติน ไม่มีแผนจะพบกันในเร็วๆ นี้ ไม่กี่วันหลังจากนายทรัมป์เพิ่งบอกว่า จะพบกับผู้นำรัสเซียที่เมืองหลวงฮังการีภายใน 2 สัปดาห์

เมื่อวันอังคารที่ 21 ต.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ไม่มีแผนที่จะพบปะกันในอนาคตอันใกล้นี้ แม้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน นายทรัมป์เพิ่งจะบอกว่า เขากับผู้นำรัสเซียจะพบปะพูดคุยกันที่กรุงบูดาเปสต์ ของฮังการีภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหารือเรื่องสงครามในยูเครน

นอกจากนั้น ตามกำหนดการเดิม การประชุมนำร่องระหว่างนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ กับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีฝ่ายรัสเซีย จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ แต่ทำเนียบขาวระบุว่า ทั้งสองมีการโทรศัพท์พูดคุยกันอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว การประชุมแบบพบหน้าจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป

ทำเนียบขาวไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า เหตุใดการพบปะพูดคุยดังกล่าวจึงถูกระงับ

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างสำคัญระหว่างข้อเสนอของสหรัฐฯ และเงื่อนไขเบื้องต้นของรัสเซียสำหรับการเจรจาสันติภาพกลับชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในสัปดาห์นี้ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำลายโอกาสในการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทั้งสองไป

นายทรัมป์หารือเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดที่กรุงบูดาเปสต์ทางโทรศัพท์กับนายปูตินเมื่อวันที่ 16 ต.ค. หนึ่งวันก่อนที่จะพบกับประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนที่ทำเนียบขาว

ข่าวบางกระแสระบุว่า การเจรจาระหว่างเขากับนายเซเลนสกีเป็น “การโต้เถียงด้วยเสียงดัง” โดยแหล่งข่าวชี้ว่า นายทรัมป์พยายามผลักดันให้นายเซเลนสกียอมสละพื้นที่ขนาดใหญ่ในภูมิภาคทางตะวันออกของแคว้นโดเนตสก์กับแคว้นลูฮานสก์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ภูมิภาคดอนบาส เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับรัสเซีย

แต่นายเซเลนสกียืนยันมาตลอดว่า ยูเครนไม่สามารถยกพื้นที่บางส่วนของดอนบาสที่พวกเขายังคงควบคุมอยู่ให้กับรัสเซียได้ เนื่องจากรัสเซียอาจใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานตั้งต้นสำหรับการโจมตีเพิ่มเติมในภายหลัง

ต่อมาในวันจันทร์ (20 ต.ค.) นายทรัมป์ได้ยอมรับข้อเสนอหยุดยิงที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเคียฟและผู้นำยุโรป ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อระงับการต่อสู้ให้หยุดอยู่ที่แนวรบปัจจุบัน แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่รัสเซียต่อต้านมาตลอด

นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลินของรัสเซียกล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวถูกเสนอต่อรัสเซียซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่จุดยืนของรัสเซียนั้นไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการให้ยูเครนถอนทหารออกจากพื้นที่ทางตะวันออกที่ยังคงมีการต่อสู้อยู่ทั้งหมด

ด้านนายเซอร์เก ลาฟรอฟ กล่าวในวันอังคารว่า รัสเซียสนใจเพียง “สันติภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว” เท่านั้น โดยสื่อความหมายว่า การระงับแนวรบเอาไว้ในระดับปัจจุบันจะเป็นเพียงการหยุดยิงชั่วคราวเท่านั้น

นายลาฟรอฟกล่าวอีกว่า “สาเหตุที่แท้จริงของความขัดแย้ง จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข” โดยนี่เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องสูงสุดของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการรับรองอำนาจอธิปไตยเต็มรูปแบบของรัสเซียเหนือภูมิภาคดอนบาส และการปลอดอาวุธยูเครน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลเคียฟและพันธมิตรยุโรปไม่สามารถยอมรับได้

ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร ผู้นำยุโรปได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับนายเซเลนสกี โดยระบุว่า การเจรจาใด ๆ ที่จะยุติสงครามในยูเครนควรเริ่มต้นด้วยการระงับแนวรบเอาไว้ในพื้นที่ปัจจุบัน และกล่าวหารัสเซียว่า “ไม่จริงจัง” กับการสร้างสันติภาพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

22 ต.ค. 2568 00:03 น.

ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

ฝรั่งเศสจับกุมและตั้งข้อหาหญิงชาวจีน ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจรกรรมทองคำหนักหลายกิโลกรัมจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงปารีสเมื่อเดือนก่อน โดยเธอลงมือเพียงลำพัง

อัยการฝรั่งเศสเปิดเผยในวันอังคารที่ 21 ต.ค. 2568 ว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมและตั้งข้อหาหญิงชาวจีนรายหนึ่ง ในคดีลักขโมยทองคำจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงปารีส ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีบุกรุกสถาบันวัฒนธรรมของฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

การโจรกรรมดังกล่าว ซึ่งผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ระบุในตอนนั้นว่าเป็นฝีมือของ “ทีมงานที่เป็นมืออาชีพอย่างมาก” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ย. หรือเพียงหนึ่งเดือนเศษก่อนจะเกิดคดีโจรกรรมเครื่องเพชรอย่างอุกอาจที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

น.ส.ลอเรอ เบคคู อัยการกรุงปารีส กล่าวว่า หญิงชาวจีนวัย 24 ปี ถูกจับกุมที่เมืองบาร์เซโลนาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. หลังก่อเหตุบุกรุกพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและลักขโมยทองคำมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเมื่อ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา และถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์กับสมคบคิดก่ออาชญากรรม

การสืบสวนพบว่า หญิงรายนี้เดินทางออกจากฝรั่งเศสในวันเดียวกับที่มีการบุกรุกและกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศจีน โดยอัยการกล่าวว่า ในตอนที่ถูกจับกุม หญิงต้องสงสัยพยายามกำจัดทองคำที่ถูกหลอมแล้วน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติพบว่าทองคำที่จัดแสดงถูกขโมยไปหลังจากพนักงานทำความสะอาดแจ้งว่าพบเศษซากความเสียหายในพื้นที่จัดแสดง

โดยวัตถุที่ถูกขโมยไปได้แก่ ก้อนทองคำจากโบลิเวีย ที่ได้รับบริจาคในศตวรรษที่ 18, ก้อนทองคำจากเทือกเขาอูรัล ของรัสเซีย ซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2376, ก้อนทองคำจากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงยุคตื่นทอง (พ.ศ.2391–2398) และก้อนทองคำหนัก 5 กิโลกรัม จากออสเตรเลียที่ถูกค้นพบในปี พ.ศ.2533

น.ส.เบคคูกล่าวว่า ทองคำธรรมชาติ (Native Gold) ถูกขโมยไปเกือบ 6 กิโลกรัม ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ที่ 1.5 ล้านยูโร แต่มูลค่าทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของวัตถุเหล่านี้นั้น “ไม่อาจประเมินได้”

การสืบสวนพบว่า ประตูพิพิธภัณฑ์สองบานถูกตัดด้วยเครื่องเจียร และตู้จัดแสดงถูกเจาะด้วยหัวเป่าไฟ (blowtorch) อีกทั้งยังพบเครื่องมือต่าง ๆ เช่น หัวเป่าไฟ, เครื่องเจียร, ไขควง, ถังแก๊ส และเลื่อย ถูกทิ้งไว้ในบริเวณใกล้เคียงด้วย

ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า มีผู้บุกรุกเพียงคนเดียวเข้าสู่พิพิธภัณฑ์หลังเวลา 01:00 น. เล็กน้อย และเดินทางออกจากพื้นที่ราว 04:00 น.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

23 วัน จากรันเวย์สู่ขุมนรก นางแบบเบลารุส เหยื่อสแกมเมอร์โหด

23 วัน จากรันเวย์สู่ขุมนรก นางแบบเบลารุส เหยื่อสแกมเมอร์โหด

21 ต.ค. 2568 16:33 น.

23 วัน จากรันเวย์สู่ขุมนรก นางแบบเบลารุส เหยื่อสแกมเมอร์โหด

23 วัน จากรันเวย์สู่ขุมนรก นางแบบเบลารุส เหยื่อสแกมเมอร์โหด “เมียนมา” ทำกำไรไม่ตามเป้า ถูกจับบังคับขังเรียกค่าไถ่ พฤติกรรมโหดก่อนสิ้นใจ 

จากกรณี เวรา คราฟต์โชวา นางแบบอิสระวัย 27 ปี ถูกฆาตกรรมและชิงอวัยวะ หลังเธอตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงออนไลน์ และถูกลักพาตัวจากประเทศไทยไปยังศูนย์สแกมเมอร์ของแก๊งอาชญากรรมในประเทศเมียนมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเธอเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 68 เพื่อสัมภาษณ์งานหลังจากได้รับงานถ่ายแบบพาร์ทไทม์

ข่าวระบุว่า ทันทีที่เธอเดินทางมาถึงประเทศไทย นางแบบสาว “คราฟต์โชวา” ถูกลักพาตัวไปยังชายแดนในพื้นที่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลเมียนมา ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการอาชญากรรมออนไลน์ขนาดใหญ่ พร้อมถูกยึดหนังสือเดินทาง และโทรศัพท์มือถือ ขณะเดียวกันก็ถูกทำร้ายร่างกายข่มขู่ให้ร่วมมือกับแก๊สแกมเมอร์ออนไลน์

นรกบนดิน.. ผู้คนที่ถูกนำตัวไปที่นั่นถูกควบคุม และบังคับให้มีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ เช่น แก๊งคอลเซนเตอร์ หรือเว็บพนัน หากไม่ทำตามที่สั่งหรือทำกำไรไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ จะถูกทำร้ายร่างกาย ทรมาน หรือขู่ให้ขายบริการทางเพศ และถูกนำอวัยวะไปขาย

มีข้อมูลระบุว่า “คราฟต์โชวา” ไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าที่วางไว้ แก๊งอาชญากรจึงตัดการติดต่อจากโลกภายนอกกับเธอ และเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 68 ทางครอบครัว “คราฟต์โชวา” ได้รับการติดต่อจากแก๊งอาชญากร อ้างว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว พร้อมเรียกร้องเงินจำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16ล้านบาท) เพื่อแลกกับการส่งร่างกลับคืน เมื่อครอบครัว “คราฟต์โชวา” ไม่ทำตาม แก๊งอาชญากรจึงส่งข้อความเพิ่มโดยระบุว่า ร่างของ “คราฟต์โชวา” ถูกเผาแล้ว และบอกว่าไม่จำเป็นต้องตามหาเธออีก

ความคืบหน้า ไทยปฎิเสธเป็นทางผ่านค้ามนุษย์

ล่าสุดวันนี้ (21 ต.ค. 68) พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ สตม. ในฐานะ โฆษก สตม. เผยว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรของบุคคลดังกล่าวผ่านระบบฐานข้อมูล Biometric อย่างละเอียดแล้ว

ผลการตรวจสอบพบว่ามีชื่อ Ms.VERA KRAVUTSOVA สัญชาติ เบลารุส (BLR) เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 68 เวลา 00.41 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ต่อมาได้เดินทางออกประเทศไทย ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG301 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปลายทาง สนามบินย่างกุ้งประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.68 เวลา 07.20 น ซึ่งระบบ Biometricยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า คราฟต์โชวาไม่มีท่าทีในการถูกบังคับแต่อย่างใด

พล.ต.ต.เชิงรณ ยืนยันว่า การเสนอข่าวว่า นางแบบคนดังกล่าว เข้ามาประเทศไทย แล้วถูกอุ้มไปยังประเทศเมียนมาร์ ไม่ใช่เรื่องจริง พร้อมยืนยันว่า กรณีการหลอกเหยื่อผ่านประเทศไทย ไปยังพื้นที่สแกมเมอร์ประเทศเพื่อนบ้านลักษณะดังกล่าว ตำรวจได้วางแนวทางในการคัดกรองคนต่างชาติ ไม่ให้ถูกหลอกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ สัมภาษณ์คัดกรองที่สนามบิน ลงข้อมูลที่พักในระบบ  TDAC การตั้งด่านสกัดของทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ในพื้นที่จังหวัดตาก

รวมถึงการปฎิเสธการเข้าเมืองของบุคคลที่เสี่ยงต่อการเป็นกลุ่มขบวนการทึ่แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวโดยใช้ Free Visa ซึ่งตั้งแต่ต้นปีมาจนปัจจุบัน มีการปฎิเสธการเข้าเมืองไปแล้ว 34,000 ราย

ทั้งนี้ รายงานของสหประชาชาติ (UN) ประมาณการว่า มีเหยื่อการค้ามนุษย์ประมาณ 120,000 คนถูกควบคมอยู่ในประเทศเมียนมา ดยส่วนใหญ่มาจากเวียดนาม อินเดีย ศรีลังกา และมีบางส่วนมาจากรัสเซียและประเทศในยุโรปตะวันออก ซึ่งถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงในฐานะทาสยุคใหม่

“นิโกลาส์ ซาร์โกซี” อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส เข้าเรือนจำเริ่มรับโทษ 5 ปี คดีรับเงินลิเบีย

"นิโกลาส์ ซาร์โกซี" อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส เข้าเรือนจำเริ่มรับโทษ 5 ปี คดีรับเงินลิเบีย

21 ต.ค. 2568 15:57 น.

“นิโกลาส์ ซาร์โกซี” อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส เข้าเรือนจำเริ่มรับโทษ 5 ปี คดีรับเงินลิเบีย

นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส กลายเป็นอดีตผู้นำรัฐในสหภาพยุโรปคนแรกที่ถูกจำคุก หลังเดินทางถึงเรือนจำในกรุงปารีส เพื่อเริ่มต้นรับโทษจำคุก 5 ปี ในข้อหาสมคบคิดทางอาญาเกี่ยวข้องกับการรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลลิเบีย ของนายโมอัมมาร์ กัดดาฟี โดยที่ซาร์โกซียังคงยืนกรานว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์และจะอุทธรณ์ต่อไป

นิโกลาส์ ซาร์โกซี อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศสวัย 70 ปี ได้เดินทางถึง เรือนจำลา ซ็องเต ในกรุงปารีส เพื่อเริ่มต้นรับโทษจำคุก 5 ปี ตามคำพิพากษาของศาลเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้เขาเป็นอดีตผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปคนแรกที่ถูกจำคุก

ซาร์โกซี ซึ่งเคยเป็นผู้นำฝ่ายขวาของฝรั่งเศสระหว่างปี 2007 ถึง 2012 ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดี สมรู้ร่วมคิดทางอาญา จากแผนการที่พยายามแสวงหาเงินทุนจากรัฐบาลลิเบียภายใต้การนำของนายโมอัมมาร์ กัดดาฟี สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ทำให้เขาได้รับชัยชนะในปี 2007

ก่อนเข้าเรือนจำ ซาร์โกซีได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “เช้านี้ไม่ใช่การจำคุกอดีตประธานาธิบดี แต่เป็น ผู้บริสุทธิ์… ผมไม่สงสัยเลยว่า ความจริงจะปรากฏ” ขณะที่ผู้สนับสนุนและสมาชิกในครอบครัวหลายสิบคนมารวมตัวกันนอกบ้านพักของเขา พร้อมตะโกนให้กำลังใจ และร้องเพลงชาติฝรั่งเศส

เจ้าหน้าที่เรือนจำเปิดเผยว่า ซาร์โกซีมีแนวโน้มจะถูกคุมขังในห้องขังเดี่ยวขนาด 9 ตารางเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อกับนักโทษคนอื่น หรือการถูกถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือที่มักจะมีการลักลอบนำเข้า

ซาร์โกซีถือเป็นผู้นำฝรั่งเศสคนแรกที่ถูกคุมขังนับตั้งแต่ ฟิลิป เปอแตง ประมุขแห่งรัฐที่ให้ความร่วมมือกับนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งถูกจำคุกหลังสงคราม

แม้ศาลจะสั่งให้ซาร์โกซีเริ่มรับโทษจำคุกทันที แม้จะมีการยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากมองว่าความผิดดังกล่าวมีความ “ร้ายแรงเป็นพิเศษ” แต่ทนายความของซาร์โกซีคาดว่าจะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวทันที ซึ่งศาลอุทธรณ์จะมีเวลาสองเดือนในการพิจารณา

ใน “คดีลิเบีย” นี้ อัยการกล่าวหาว่า ผู้ช่วยของซาร์โกซีได้ทำข้อตกลงกับกัดดาฟีในปี 2005 เพื่อสนับสนุนเงินทุนอย่างผิดกฎหมายให้กับการหาเสียงเลือกตั้งของเขา โดยเชื่อว่าสิ่งตอบแทนคือการช่วยเหลือกัดดาฟีในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ

นับตั้งแต่พ่ายแพ้การเลือกตั้งในปี 2012 ซาร์โกซีได้เผชิญกับปัญหาทางกฎหมายหลายคดี และก่อนหน้านี้เขาเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีทุจริตอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเขาได้รับโทษอยู่ภายใต้การกักบริเวณในบ้านพร้อมกับติดกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์

ผลสำรวจของสำนัก Elabe ระบุว่า ชาวฝรั่งเศสกว่า 60% เห็นว่าการจำคุกครั้งนี้ “ชอบธรรม” อย่างไรก็ตาม ซาร์โกซียังคงมีฐานสนับสนุนในฝ่ายขวา และยังคงมีความสัมพันธ์ในระดับส่วนตัวกับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งเพิ่งเชิญเขาไปที่ทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยนายมาครงชี้แจงว่า “ในฐานะมนุษย์ เป็นเรื่องปกติที่ผมจะต้อนรับอดีตผู้นำประเทศของเราในช่วงเวลาเช่นนี้.”

แฉพิกัดอาณาจักรสแกมเมอร์จีนเทา ตรงข้าม “จันทบุรี-ตราด” ฝั่งกัมพูชา

แฉพิกัดอาณาจักรสแกมเมอร์จีนเทา ตรงข้าม "จันทบุรี-ตราด" ฝั่งกัมพูชา

21 ต.ค. 2568 15:29 น.

แฉพิกัดอาณาจักรสแกมเมอร์จีนเทา ตรงข้าม “จันทบุรี-ตราด” ฝั่งกัมพูชา

แฉพิกัดอาณาจักรสแกมเมอร์จีนเทา ตรงข้าม “จันทบุรี-ตราด” สร้างตึกปักหลักกัมพูชา ทำคาสิโนออนไลน์ เบื้องหลังพนักงานจีนกว่า 5,000 คน ฉากหลังค่าชีวิตทรมานเหยื่อ

เปิดข้อมูลลับสแกมเมอร์ จีนเทา จับมือนายทุนกัมพูชา ตั้งฐานหลอกลวงทั่วโลก และมีการเชื่อมโยงกับขบวนการค้ามนุษย์หลอกให้มาทำงาน แต่เหยื่อบางรายไม่ยอมทำตามก็จะถูกทำร้าย หรือทรมานจนเสียชีวิต เหยื่อจากทั่วโลกหลายคนตกอยู่ในอาณาจักรสีดำ โดยจะมีการเกาะตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนใหญ่จะสร้างตึกหรือเช่าเป็นอาณาจักรในฝั่งกัมพูชา และดึงทรัพยากร เช่น อินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์ รวมถึงการขนส่งเหยื่อผ่านทางประเทศไทย

ข้อมูลจากแหล่งข่าว ชี้ให้เห็นอาณาจักรขนาดใหญ่ ที่นายทุนจีนเทามาตั้งฐานตลอดแนว สำหรับฝั่งตะวันออกของไทย ตรงข้าม จ.จันทบุรี และ จ.ตราด มีพิกัดลับดังนี้

1. ฝั่งตรงข้าม จ.จันทบุรี มี 2 พื้นที่คือ 1.พื้นที่ อ.ศาลาเกรา จ.ไพลิน ฝั่งตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวร บ้านผักกาด มีแหล่งคาสิโนออนไลน์และคอลเซ็นเตอร์ที่สำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ 1. NEW FORTUNA CASINO ชื่อเดิม โหยวฮัวทูนา คาสิโน ใกล้กับแนวเขตแดนกัมพูชา – ไทย มีพนักงานชาวจีนอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 5,000 คน

2. CROWN PAILIN CASINO & HOTEL ตั้งอยู่ติดกับแนวเขตแดนกัมพูชา-ไทย มีพนักงานเป็นชาวจีนและสัญชาติอื่นอาศัยอยู่ ประมาณ 500-600 คน

3.หมู่บ้านชาวจีน (โรงปูน) มีที่ตั้งติดกับ ถ.หมายเลข 57 ห่างจากจุดผ่านแดนถาวร บ้านผักกาด ประมาณ 5.5 กม. มีชาวจีนและพนักงานคาสิโนออนไลน์ รวมถึงคอลเซ็นเตอร์อาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 5,000 คน ถือเป็นกลุ่มคาสิโนออนไลน์และคอลเซ็นเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน จ.ไพลิน มีชาวจีนและพนักงานอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับคนไทยที่ถูกหลอกชักชวนเข้ามาทำงาน รวมถึงอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม Starlink ที่มีการลักลอบนำเข้าจากไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มชาวจีนที่ประกอบธุรกิจในเมียนมา ติดกับพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่ผ่านมามีพนักงานคาสิโนออนไลน์ รวมถึงคอลเซ็นเตอร์ชาวไทยและสัญชาติอื่นที่ทำงานในสถานที่ดังกล่าวได้ลักลอบหลบหนีออกมาเข้าประเทศไทย รวมถึงกลุ่มชาวจีนที่มีการลักลอบข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย

อาณาจักรใหม่ฝั่งตรงข้ามจันทบุรี

1. พื้นที่ อ.ก็อมเรียง จ.พระตะบอง ฝั่งตรงข้าม บ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี กลุ่มทุนจีน ได้เข้ามาเช่าโรงแรมโกลเดน ฮิว โฮเทล เพื่อประกอบกิจการคาสิโนออนไลน์และสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ รวมถึงใช้เป็นที่พักสำหรับพนักงานในกลุ่มขบวนการมีชาวจีน ชาวต่างชาติ และพนักงานคาสิโนออนไลน์และสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ อาศัยอยู่ประมาณ 400 คน บริเวณโดยรอบมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ทราบสัญชาติอย่างเข้มงวด

สถานการณ์กลุ่มทุนจีน

2.พื้นที่ จ.ไพลิน ตรงข้ามกับ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี มีพื้นที่เฝ้าระวัง จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1. นิวฟอร์จูนกาสีโน (ชื่อเติม โหยวฮัวทูนา กาสีโน) ใกล้กับแนวเขตแดนกัมพูชา – ไทย มีพนักงานชาวจีนอาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 5,000 คน 2. คราวน์ไพลินคาสิโนแอนด์โฮเทล มีพนักงานเป็นชาวจีนและสัญชาติอื่นอาศัยอยู่ ประมาณ 500 – 600 คน และ 3. หมู่บ้านชาวจีน (โรงปูน) มีบริเวณติดกับถนนหมายเลข 57 ห่างจากจุดผ่านแดนถาวร บ้านผักกาด ประมาณ 5.5 กิโลเมตร มีชาวจีนและพนักงานคาสิโนออนไลน์ รวมถึงคอลเซ็นเตอร์อาศัยอยู่ไม่น้อยกว่า 5,000 คน

3. พื้นที่ อ.ก็อมเรียง จ.พระตะบอง มีพื้นที่เฝ้าระวัง จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1. โกลเดน ฮิว โฮเทล ตรงข้าม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ปรากฏชาวจีนที่ย้ายมาจากฐานปฏิบัติการในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และ 2. พื้นที่ อ.พนมปัก ตรงข้าม อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ปรากฏอาคารที่พักของพนักงาน หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับพนักงานได้ประมาณ 5,000 คน

ด้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จ.ตราด

1. พื้นที่ บ้านจำเยียม อ.มณฑลสีมา จ.เกาะกง ฝั่งตรงข้าม บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ห้วงเดือนเมษายน 2567เป็นต้นมา ปรากฏการก่อสร้างและพัฒนาของกลุ่มทุนจีนในพื้นที่ บ้านจำเยียม มีการขยายการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับกลุ่มทุนจีนที่ย้ายมาจาก จ.พระสีหนุ และพื้นที่ตอนในของกัมพูชา เข้ามาประกอบธุรกิจกาสิโนออนไลน์ และคอลเซ็นเตอร์ ปัจจุบันมีการก่อสร้างอาคารใหม่เพิ่มขึ้นรวมประมาณ 22 อาคาร มีชั้นความสูงตั้งแต่ 6 – 18 ชั้น การก่อสร้างใช้แรงงานเป็นชาวกัมพูชา ชาวเวียดนาม และชาวอินเดีย โดยมีผู้ควบคุมเป็นชาวจีน รวมประมาณ 4000-5000 คน พนักงานที่ทำงานออนไลน์ เป็น ชาวไทย ประมาณ 3000 คน ชาวเวียดนาม ประมาณ 500 คน ชาวจีนและสัญชาติชาติ อื่น ๆ จำนวน ประมาณ 3000 คน หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้เข้าอยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า 50000 คน

2.ข้อมูลด้านความมั่นคง พื้นที่ จ.เกาะกง ตรงข้ามกับ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด มีพื้นที่เฝ้าระวัง จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1. เขตเศรษฐกิจพิเศษดาราสาคร เนื่องจากเป็นที่ตั้งของลองเบย์กาสีโน ซึ่งพบการก่อสร้างอาคารจำนวนมาก เพื่อรองรับแรงงานหลายเชื้อชาติ และ 2. พื้นที่บ้านจามเยียม พบการขยายการก่อสร้างอาคารเพื่อรองรับกลุ่มทุนจีน จำนวน 22 อาคาร โดยพื้นที่ดังกล่าวได้ใช้ไฟฟ้าที่เชื่อมต่อจาก อ.คลองใหญ่ และหากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับกลุ่มอาชญากรได้ประมาณ 50000 คน ขณะที่ พื้นที่ จ.โพธิสัต ตรงข้าม อ.เมือง จ.ตราด พบฐานปฏิบัติการอาชญากรรมออนไลน์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทมอดา ซึ่งพบพนักงานต่างชาติ ประกอบด้วย ชาวจีน ชาวเวียดนาม และชาวไทย โดยมีการหมุนเวียนพนักงานเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นิวเดลีอ่วมหนัก เผชิญมลพิษระดับ “อันตราย” ค่าฝุ่นพุ่งเกิน 440 เหตุควันพลุเทศกาล “ดิวาลี”

นิวเดลีอ่วมหนัก เผชิญมลพิษระดับ "อันตราย" ค่าฝุ่นพุ่งเกิน 440 เหตุควันพลุเทศกาล "ดิวาลี"

21 ต.ค. 2568 15:18 น.

นิวเดลีอ่วมหนัก เผชิญมลพิษระดับ “อันตราย” ค่าฝุ่นพุ่งเกิน 440 เหตุควันพลุเทศกาล “ดิวาลี”

กรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย เผชิญมลพิษทางอากาศในระดับ “อันตราย” เมื่อวันอังคาร โดยบริษัทวัดคุณภาพอากาศสัญชาติสวิส IQAir ระบุว่า กรุงนิวเดลีมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงถึง 442 ไมโครกรัมต่ออากาศ 1 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ถึงกว่า 59 เท่า ทำให้กลายเป็นเมืองที่มีมลพิษรุนแรงที่สุดในโลกในขณะนี้

ค่ามลพิษทางอากาศ (AQI) ของนิวเดลีซึ่งอยู่ที่ 442 ทำให้เมืองหลวงของอินเดียเป็นเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 (มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 ไมโครเมตรหรือเล็กกว่า) สูงกว่าแนวทางแนะนำประจำปีขององค์การอนามัยโลก (WHO) ถึง 59 เท่า ซึ่งฝุ่น PM 2.5 สามารถเข้าสู่ปอดและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจและปัญหาหัวใจได้

สถานการณ์เลวร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี ที่ประชาชนจำนวนมากจุดพลุและดอกไม้ไฟทั่วเมือง แม้ศาลฎีกาอินเดียเพิ่งผ่อนปรนคำสั่งห้าม โดยอนุญาตให้ใช้เฉพาะ “พลุเพื่อสิ่งแวดล้อม” ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษต่ำกว่าพลุปกติ 30–50% และจำกัดเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมงต่อวันในวันอาทิตย์และวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์พบว่ามีการจุดพลุนอกช่วงเวลาที่กำหนดอย่างกว้างขวาง

คณะกรรมการควบคุมมลพิษกลางของอินเดีย (CPCB) ประเมินคุณภาพอากาศของกรุงเดลีอยู่ในระดับ “แย่มาก” โดยมีค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) 350 จากมาตรฐานที่ 0–50 ถือว่าดี กระทรวงวิทยาศาสตร์โลกของอินเดียคาดการณ์ว่า กรุงนิวเดลีจะยังคงเผชิญอากาศ “แย่ถึงแย่มาก” อีกหลายวัน โดยมีค่าดัชนีระหว่าง 201–400

โดยในทุกฤดูหนาว เมืองหลวงของอินเดียและเขตรอบนอกมักถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบ เนื่องจากอากาศเย็นและหนักทำให้ฝุ่นจากการก่อสร้าง ควันรถยนต์ และการเผาเศษพืชในภาคเกษตรสะสม ส่งผลให้ประชาชนกว่า 20 ล้านคนเผชิญปัญหาระบบทางเดินหายใจรุนแรง รัฐบาลท้องถิ่นเคยต้องสั่งปิดโรงเรียน หยุดงานก่อสร้างบางส่วน และจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อบรรเทามลพิษ

ไม่เพียงอินเดียที่เผชิญปัญหานี้เท่านั้น ในจังหวัดปัญจาบของปากีสถานซึ่งติดกับอินเดีย ทางการได้ประกาศ “แผนฉุกเฉิน” สู้มลพิษ ด้วยมาตรการเข้มงวด เช่น ปราบการเผาในไร่นา ควบคุมรถยนต์ควันดำ และใช้เครื่องพ่นละอองน้ำลดฝุ่น โดยข้อมูลจาก IQAir ระบุว่า เมืองละฮอร์ เมืองเอกของปัญจาบ มีค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 234 ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากกรุงนิวเดลีเท่านั้น.

ที่มา Reuters