ชง “วาระแห่งชาติ” ลุยสแกมเมอร์ “อนุทิน” ยันเอาจริง เสนอเข้าครม.เพิ่มทีมอนุกก.ปราบเด็ดขาด

ชง "วาระแห่งชาติ” ลุยสแกมเมอร์ "อนุทิน" ยันเอาจริง เสนอเข้าครม.เพิ่มทีมอนุกก.ปราบเด็ดขาด

ชง “วาระแห่งชาติ” ลุยสแกมเมอร์ “อนุทิน” ยันเอาจริง เสนอเข้าครม.เพิ่มทีมอนุกก.ปราบเด็ดขาด

21 ต.ค. 2568 08:53 น.

“อนุทิน” ยันรัฐบาลไม่ได้อยู่นิ่งเฉยในการปราบแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา ชงเข้า ครม.เป็นวาระแห่งชาติ ยืนยันสัญญาณต่างๆที่ส่งไปฝั่งโน้นในทางตรงปิดหมดแล้ว และยังไม่ตั้งคณะอนุกรรมการเพิ่มให้ ตร.-ยธ-ปปง.-ดีอี-มท.เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการ พร้อมยืนยันให้ไปตรวจสอบชื่อนักการเมือง-จ่อถอน

พรรค LDP ญี่ปุ่นรับเงื่อนไข จับมือพรรคเล็ก JIP ตั้งรัฐบาลผสมใหม่ ก่อนลงมติโหวตนายกฯ วันนี้

พรรค LDP ญี่ปุ่นรับเงื่อนไข จับมือพรรคเล็ก JIP ตั้งรัฐบาลผสมใหม่ ก่อนลงมติโหวตนายกฯ วันนี้

21 ต.ค. 2568 08:43 น.

พรรค LDP ญี่ปุ่นรับเงื่อนไข จับมือพรรคเล็ก JIP ตั้งรัฐบาลผสมใหม่ ก่อนลงมติโหวตนายกฯ วันนี้

“ทาคาอิจิ ซานาเอะ” ปิดดีล พรรค LDP ญี่ปุ่น จับมือพรรคเล็ก JIP เตรียมนั่งเก้าอี้นายกฯ หญิงคนแรก ตั้งรัฐบาลผสมใหม่ หลังโคเมอิโตะแยกทางครั้งแรกในรอบ 26 ปี

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 พรรคเสรีประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Liberal Democratic Party-LDP) ภายใต้การนำของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ ได้บรรลุข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างเป็นทางการกับพรรค นวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party – JIP) เพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนให้เพียงพอสำหรับการลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 

โดยนางทาคาอิจิ และนายโยชิมูระ ฮิโรฟูมิ หัวหน้าพรรค JIP ได้พบกันที่อาคารรัฐสภา และลงนามในข้อตกลงจับมือร่วมรัฐบาล โดยทั้งสองพรรคจะร่วมกันผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจ การคลัง ความมั่นคงระหว่างประเทศ ความมั่นคงแห่งชาติ และพลังงาน

นางทาคาอิจิ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ กล่าวว่า นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สองพรรคจะร่วมกันเสริมสร้างเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้แข็งแกร่ง และเปลี่ยนแปลงประเทศของเราให้สามารถรับผิดชอบต่ออนาคตของคนรุ่นต่อไปได้ และเธอตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสิ่งนี้ 

ด้านนายโยชิมูระกล่าวเสริมว่า พรรค JIP จะเดินหน้าปฏิรูปตามแนวทางที่ยึดมั่นมาโดยตลอด ตามเป้าหมายที่มีร่วมกันในการทำให้ญี่ปุ่นดีขึ้น และเขาอยากให้ญี่ปุ่นเป็นสถานที่ที่เด็กๆ เติบโตขึ้นมาแล้วรู้สึกภาคภูมิใจว่า  ญี่ปุ่นคือประเทศที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ

โดยการจับมือครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่พรรค โคเมอิโตะ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ประกาศถอนตัวเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สิ้นสุดความร่วมมือยาวนานถึง 26 ปี เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากทาคาอิชิเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP

ทั้งนี้ รัฐสภาญี่ปุ่นมีกำหนดลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันนี้ (21 ต.ค.) โดยแม้ว่า LDP จะยังคงเป็นพรรคที่มีจำนวนที่นั่งมากที่สุดในสภา แต่ยังไม่ถึงเสียงข้างมาก การร่วมมือกับ JIP ทำให้สองพรรคมีจำนวนที่นั่งใกล้เคียงเกณฑ์เสียงข้างมากมากขึ้น.

ที่มา NHK

พายุทอร์นาโดพัดถล่มชานกรุงปารีส เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 4

พายุทอร์นาโดพัดถล่มชานกรุงปารีส เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 4

21 ต.ค. 2568 08:23 น.

พายุทอร์นาโดพัดถล่มชานกรุงปารีส เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 4

เกิดเหตุพายุทอร์นาโดลูกใหญ่พัดถล่มพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงปารีส เมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้เครนก่อสร้าง 3 ตัวล้มครืนลงมา คร่าชีวิตคนงาน 1 ศพ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย 

พายุทอร์นาโดลูกใหญ่ที่มีความรุนแรงอย่างที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในฝรั่งเศส พัดถล่มพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงปารีส เมื่อวันจันทร์ (20 ต.ค.) ส่งผลให้เครนก่อสร้าง 3 ตัวล้มครืนลงมา เป็นเหตุให้คนงานเสียชีวิต 1 ศพ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมือง แอร์มงต์ (Ermont) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปารีสราว 20 กิโลเมตร โดยพายุทอร์นาโดได้พัดสร้างความเสียหายกินพื้นที่กว่า 10 เขตในบริเวณโดยรอบ

ด้านอัยการเขตในพื้นที่เกิดเหตุ เปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า ผู้เสียชีวิตเป็นคนงานก่อสร้างวัย 23 ปี ที่อยู่ในไซต์งานขณะเกิดเหตุ ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 10 คน ในจำนวนนี้ 4 คนอาการสาหัส

พายุได้พัดล้มเครนก่อสร้างและพัดหลังคาอาคารจำนวนมากออกไป หนึ่งในเครนได้ล้มทับคลินิกแห่งหนึ่ง แต่โชคดีไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บภายใน ส่วนอีกตัวล้มทับอาคารที่พักอาศัย ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ และทีมแพทย์จำนวนมากต้องเร่งเข้าพื้นที่ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ด้านรัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ลอรองต์ นูเนซ กล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า พายุครั้งนี้เป็นพายุที่มีความรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างกะทันหันในระดับที่พบได้น้อยมาก

ขณะที่คลิปวิดีโอที่แชร์บนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็น ช่วงเวลาที่เครนทั้งสามตัวล้มลงเกือบพร้อมกันภายในไม่กี่วินาที ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนในละแวกนั้นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายเพิ่มเติมในหลายพื้นที่รอบกรุงปารีส และเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงระมัดระวังสภาพอากาศแปรปรวนที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์นี้.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทอร์นาโดฝรั่งเศส

รมต.เกาหลีใต้ยันไม่ลดโควตาแรงงานกัมพูชา ชี้ต้องรักษาความเป็นธรรม

รมต.เกาหลีใต้ยันไม่ลดโควตาแรงงานกัมพูชา ชี้ต้องรักษาความเป็นธรรม

21 ต.ค. 2568 06:05 น.

รมต.เกาหลีใต้ยันไม่ลดโควตาแรงงานกัมพูชา ชี้ต้องรักษาความเป็นธรรม

รัฐมนตรีแรงงานเกาหลีใต้ยืนยัน ไม่มีแผนลดโควตาแรงงานกัมพูชาในประเทศ ย้ำแรงงานทุกคนควรได้รับการปกป้องโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือถิ่นกำเนิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 20 ต.ค. 2568 นายคิม ยอง-ฮุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อเสียงเรียกร้องให้ตัดโควตาวีซ่า E-9 สำหรับแรงงานกัมพูชา ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของประชาชนที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น จากเหตุการณ์การลักพาตัวและอาชญากรรมอื่น ๆ ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีในกัมพูชา

ในการแถลงข่าวต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศในกรุงโซล นายคิมปฏิเสธข้อเสนอที่ว่ารัฐบาลกัมพูชาควรต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับพลเมืองเกาหลีใต้ หรือข้อเสนอที่ว่าเกาหลีใต้ควรลดโควตาแรงงาน E-9 ของกัมพูชาเพื่อเป็นการตอบโต้

นายคิมกล่าวว่า “ขณะนี้เราไม่มีแผนที่จะปรับโควตา E-9 ของกัมพูชา” พร้อมเตือนว่า การลดโควตาแต่เพียงฝ่ายเดียวหรือจำกัดใบอนุญาตการจ้างงานโดยอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบแยกเดี่ยวนี้ อาจทำให้แรงงานกัมพูชาที่อาศัยและทำงานอยู่ในเกาหลีอยู่แล้วถูกตีตราอย่างไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกันก็บ่อนทำลายความสัมพันธ์ด้านแรงงานทวิภาคีด้วย

ความคิดเห็นของเขามีขึ้นในขณะที่อาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปที่พลเมืองเกาหลี โดยแก๊งอาชญากรรมที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา เกิดขึ้นหลายระลอก จนจุดประกายให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับอนาคตของความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ วีซ่า E-9 อนุญาตให้นายจ้างชาวเกาหลีจ้างแรงงานต่างชาติในอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงาน เช่น การผลิต การเกษตร การประมง และการก่อสร้างได้ โดยในปีนี้ รัฐบาลได้กำหนดโควตาวีซ่า E-9 ทั้งหมดไว้ที่ 130,000 คน

นับตั้งแต่เกาหลีใต้ลงนามในข้อตกลงการจัดส่งแรงงานกับกัมพูชาในปี 2006 แรงงานกัมพูชาก็กลายเป็นผู้ใช้วีซ่า E-9 มากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากเนปาล

นายคิมกล่าวด้วยว่า ท่ามกลางปัญหาการลดลงของจำนวนแรงงาน และการลดลงของประชากรในเกาหลีใต้ แรงงานต่างชาติถือว่าเป็นผู้ร่วมมือที่ขาดไม่ได้ในการรักษาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

และรัฐบาลของประธานาธิบดีอี แจ มยอง มุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ครอบคลุม และปลอดภัย ซึ่งแรงงานทุกคน รวมถึงผู้ที่ไม่ได้เป็นพลเมืองก็สามารถทำงานได้โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ

“เรากำลังเตรียมกรอบการบริหารจัดการแรงงานที่เป็นระบบมากขึ้นและกลไกสนับสนุนแบบบูรณาการสำหรับแรงงานต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ยังคงเสริมสร้างการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของพวกเขาอย่างต่อเนื่องด้วย” นายคิมกล่าว

เนื่องจากมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเกลียดกลัวชาวต่างชาติ (xenophobia) และข้อมูลเท็จที่มุ่งเป้าไปที่แรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีน นายคิมจึงได้ยืนยันหนักแน่นอีกครั้งว่า “แรงงานทุกคนสมควรได้รับความเคารพ และแรงงานทุกคนควรได้รับการปกป้องโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือถิ่นกำเนิด”

เขากล่าวเสริมว่า “คำพูดที่สร้างความเกลียดชังและการมีอคติบนพื้นฐานของถิ่นกำเนิดและเชื้อชาติ ไม่ถือเป็นเสรีภาพในการแสดงออก แต่เป็นอาชญากรรมและไม่สามารถยอมรับได้”

เมื่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามเรื่องการละเมิดสิทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่นายจ้างในเกาหลี ยึดหนังสือเดินทางของแรงงานต่างชาติอย่างผิดกฎหมาย นายคิมยอมรับว่าการละเมิดดังกล่าวยังคงมีอยู่และได้กล่าว “ขอโทษในนามของรัฐบาล” พร้อมสัญญาว่าจะมีการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้นและมาตรการป้องกันที่เข้มแข็งขึ้น

“เราจะจัดตั้งช่องทางการรายงาน รวมถึงความร่วมมือกับกลุ่มพลเมือง เพื่อให้มั่นใจว่าเสียงของแรงงานข้ามชาติจะได้รับการรับฟัง และความกังวลของพวกเขาจะได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ” นายคิมกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : koreatimes

Amazon เผย ระบบกลับมาออนไลน์แล้ว กูรูคาดเสียหายหลักแสนล้าน

Amazon เผย ระบบกลับมาออนไลน์แล้ว กูรูคาดเสียหายหลักแสนล้าน

21 ต.ค. 2568 04:57 น.

Amazon เผย ระบบกลับมาออนไลน์แล้ว กูรูคาดเสียหายหลักแสนล้าน

Amazon เผย แก้ไขปัญหาที่เป็นสาเหตุทำให้ระบบคลาวด์ของพวกเขาหยุดชะงักได้แล้ว แต่ยังมีเว็บไซต์กับแอปพลิเคชันมากมายที่ยังประสบปัญหา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าความเสียหายอาจสูงถึงหลักแสนล้าน

บริษัท Amazon เปิดเผยเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ (20 ต.ค. 2568) ตามเวลาสหรัฐฯ ว่า ระบบส่วนใหญ่ของพวกเขากลับมาออนไลน์ได้แล้ว หลังจากเกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ของบริการคลาวด์ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งส่งผลให้แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีชื่อเสียงหลายพันแห่งต้องล่มตามไปด้วย

Amazon ระบุว่า พวกเขาแก้ปัญหาที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการหยุดชะงักได้แล้ว แต่ยอมรับว่ายังมีข้อผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญสำหรับบริการบางอย่าง “เรายังคงติดตามการฟื้นตัวในบริการ AWS ทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง”

แอปพลิเคชันบางส่วนสามารถกลับมาออนไลน์ได้หลังจากเกิดการหยุดชะงักนานกว่า 6 ชั่วโมง โดยมีบริษัทได้รับผลกระทบมากกว่า 1,000 แห่ง รวมถึง Snapchat, Duolingo, และ Roblox

ขณะที่เว็บไซต์ติดตามความขัดข้องของแพลตฟอร์มอย่าง Down detector ระบุว่า ผู้ใช้ยังคงรายงานปัญหาระหว่างการใช้แอป Grok, Lyft, และ Hulu

อีกหนึ่งบริการของ Amazon ที่ยังมีรายงานว่าเกิดปัญหาอยู่คือ Lambda ซึ่งเป็นบริการที่ให้ลูกค้าสามารถเขียนโค้ดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มของตนได้ โดย Amazon กำลังดำเนินการแก้ไขเพื่อให้บริการนี้กลับมาออนไลน์ได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ นายเมห์ดี ดาวูดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Catchpoint ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ต ประมาณการว่า ผลกระทบทางการเงินรวม จากการหยุดชะงักของบริการ AWS อาจมีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

“เหตุการณ์นี้เน้นให้เห็นถึงความซับซ้อนและความเปราะบางของอินเทอร์เน็ต รวมถึงการที่ทุกแง่มุมของการทำงานของเราต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตอย่างมาก” ดาวูดีกล่าวในแถลงการณ์ต่อ CNN

“ผลกระทบทางการเงินของการหยุดชะงักครั้งนี้สามารถสูงถึงหลายแสนล้านดอลลาร์ได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากการสูญเสียผลิตภาพ ของพนักงานหลายล้านคนที่ทำงานไม่ได้ บวกกับการดำเนินธุรกิจที่ต้องหยุดชะงักหรือล่าช้า ตั้งแต่สายการบินไปจนถึงโรงงาน”

เหตุการณ์การหยุดชะงักนี้ได้ส่งผลให้เกิดเที่ยวบินล่าช้า ผู้บริโภคไม่สามารถทำการซื้อบนแอปพลิเคชันบางตัวหรือเข้าถึงบริการทางการเงินได้ และสร้างปัญหาให้กับคนงานที่พยายามทำงานของตนตลอดทั้งวันจันทร์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

นางแบบสาวเบลารุส ถูกฆ่าชิงอวัยวะในเมียนมา หลังถูกลักพาตัวจากไทย

นางแบบสาวเบลารุส ถูกฆ่าชิงอวัยวะในเมียนมา หลังถูกลักพาตัวจากไทย

21 ต.ค. 2568 03:19 น.

นางแบบสาวเบลารุส ถูกฆ่าชิงอวัยวะในเมียนมา หลังถูกลักพาตัวจากไทย

(ภาพจาก Vera Kravtsova / Daily Mail)

นางแบบสาวชาวเบลารุส ถูกสแกมเมอร์หลอกมาไทย ก่อนถูกลักพาตัวไปเมียนมา พร้อมบังคับให้ทำงานกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์ สุดท้ายถูกฆาตกรรมแล้วชิงอวัยวะไปขาย คนร้ายไม่วายเรียกค่าไถ่ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรวมถึง เดลีเมล รายงานว่า น.ส.เวรา คราฟต์โชวา นางแบบและนักร้องสาวชาวเบลารุสวัย 26 ปี ถูกฆาตกรรมและชิงอวัยวะ หลังจากเธอตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงออนไลน์ และถูกลักพาตัวจากประเทศไทยไปยังศูนย์สแกมเมอร์ของแก๊งอาชญากรรมในประเทศเมียนมา

น.ส.คราฟต์โซวา เดินทางมายังกรุงเทพมหานคร ของประเทศไทย เมื่อ 20 ก.ย. เพื่อสัมภาษณ์งานหลังจากได้รับข้อความเสนองานถ่ายแบบแบบพาร์ทไทม์

แต่ข่าวระบุว่า ทันทีที่เธอเดินทางมาถึงประเทศไทย น.ส.คราต์โซวาก็ถูกลักพาตัวไปโดยแก๊งอาชญากรรมท้องถิ่น และถูกพาไปยังชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา พร้อมกับถูกยึดหนังสือเดินทางและโทรศัพท์มือถือ ถูกทำร้ายร่างกายและถูกข่มขู่ให้ทำงานเป็นส่วนหนึ่งในปฏิบัติการ “โรแมนซ์สแกม” (หลอกให้รักแล้วตบทรัพย์) ทางออนไลน์

ข่าวระบุอีกว่า สถานที่ที่ น.ส.คราฟต์โซวาถูกพาตัวไปนั้น เป็นพื้นที่ไร้กฎหมายที่เรียกว่า “แคมป์” (camp) ตั้งอยู่ทางเหนือของเมียนมา เป็นศูนย์ปฏิบัติการอาชญากรรมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่บริหารร่วมกันโดย แก๊งชาวจีนกับกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่น

ผู้คนที่ถูกพาไปที่นั่นจะถูกควบคุมตัวและถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมออนไลน์ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยหากไม่ทำตามที่สั่งหรือทำกำไรไม่ได้ตามเป้าหมาย พวกเขาจะถูกทำร้ายร่างกาย, ถูกทรมาน หรือถูกขู่บังคับให้ขายบริการทางเพศ และชิงอวัยวะไปขาย

ข่าวระบุว่า น.ส.คราฟต์โซวาทำกำไรไม่ได้ตามเป้าหมาย แก๊งอาชญากรจึงตัดการสืบสวนกับภายนอกของเธอทั้งหมด ไม่นานจากนั้น แก๊งก็ติดต่อไปยังครอบครัวของ น.ส.คราฟต์โซวา และอ้างว่า เธอเสียชีวิตแล้ว พร้อมเรียกร้องเงินจำนวน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการส่งร่างกลับคืน

เมื่อครอบครัวคราฟต์โซวาไม่ทำตาม แก๊งอาชญากรจึงส่งข้อความเพิ่มโดยระบุว่า ร่างของคราฟต์โซวาถูกฌาปนกิจแล้ว และบอกว่าไม่จำเป็นต้องตามหาเธออีก

ครอบครัวคราฟต์โซวายังได้รับข้อความจากบุคคลปริศนาอ้างว่า คราฟต์โซวาถูกขายให้กับแก๊งค้าอวัยวะในช่วงต้นเดือนตุลาคม และถูกนำอวัยวะออกไป ก่อนจะถูกสังหารและร่างถูกฌาปนกิจ

กระทรวงการต่างประเทศของเบลารุสยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และกำลังให้ความช่วยเหลือครอบครัวคราฟต์โซวาผ่านช่องทางทางการทูต และมีรายงานด้วยว่า มารดาของคราฟต์โซวาพยายามเจรจากับแก๊งอาชญากร ซึ่งตกลงจะคืนอัฐิลูกสาวของเธอให้โดยไม่เรียกเงินค่าไถ่ โดยเธอวางแผนจะเดินทางไปเมียนมาเพื่อจัดการเรื่องอัฐิ

ทั้งนี้ รายงานของสหประชาชาติในปี 2566 ประเมินว่า มีเหยื่อการค้ามนุษย์ประมาณ 120,000 คนถูกควบคุมตัวอยู่ในเมียนมา โดยส่วนใหญ่มาจากเวียดนาม อินเดีย ศรีลังกา และมีบางส่วนมาจากรัสเซียและประเทศในยุโรปตะวันออก ซึ่งถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงในฐานะ “ทาสยุคใหม่” (modern slave)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : chosun , the standard.hk

ทรัมป์-นายกฯ ออสเตรเลีย ลงนามข้อตกลงแร่หายาก หวังลดพึ่งพาจีน

ทรัมป์-นายกฯ ออสเตรเลีย ลงนามข้อตกลงแร่หายาก หวังลดพึ่งพาจีน

21 ต.ค. 2568 01:41 น.

ทรัมป์-นายกฯ ออสเตรเลีย ลงนามข้อตกลงแร่หายาก หวังลดพึ่งพาจีน

ผู้นำสหรัฐฯ กับออสเตรเลียลงนามข้อตกลงเกี่ยวกับแร่หายากร่วมกันแล้ว หลังจีนเพิ่มความเข้มงวดในการส่งออกแร่ดังกล่าวมากขึ้น จนโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เพิ่มกำแพงภาษี

เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ต.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับนายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ลงนามข้อตกลงเรื่องแร่หายาก (Rare Earths) และแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals) แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้มั่นใจว่าจะมีการจัดหาวัสดุเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่จีนกำลังพยายามควบคุมอุปทานทั่วโลกมากขึ้น

นายทรัมป์เปิดทำเนียบขาวต้อนรับนายอัลบาเนซี โดยนี่นับเป็นการประชุมกันต่อหน้าครั้งแรกของทั้งคู่ โดยนายทรัมป์กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ได้มีการเจรจากันมาเป็นเวลา 4-5 เดือนแล้ว ขณะที่นายอัลบาเนซีระบุว่า ท่อส่งมูลค่า 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐของพวกเขา พร้อมที่จะใช้งานแล้ว

ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าว แต่ผู้นำทั้งสองกล่าวว่าส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวข้องกับการแปรรูปแร่ธาตุ โดยนายอัลบาเนซีระบุว่าทั้งสองประเทศจะร่วมกันสนับสนุนเงินทุน 1 พันล้านดอลลาร์ให้แก่โครงการร่วมนี้ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ สหรัฐฯ กำลังมองหาเส้นทางใหม่ในการเข้าถึงแร่หายากและแร่ธาตุทั่วโลก หลังจากจีนกำลังเพิ่มการควบคุมอุปทานทั่วโลก โดยจากข้อมูลของสำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) จีนมีปริมาณแร่หายากสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ออสเตรเลียก็มีแร่ธาตุสำรองมากเช่นกัน

นอกจากข้อตกลงเรื่องแร่ธาตุแล้ว ผู้นำทั้งสองยังมีแผนจะหารือเกี่ยวกับข้อตกลง AUKUS มูลค่า 2.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งบรรลุข้อตกลงในปี 2566 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดนในขณะนั้น โดยออสเตรเลียจะซื้อเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ในปี 2032 ก่อนที่จะสร้างเรือดำน้ำคลาสใหม่ร่วมกับสหราชอาณาจักร

นายจอห์น ฟีแลน เลขาธิการทบวงทหารเรือของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ และออสเตรเลียกำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับปรุงกรอบการทำงาน AUKUS เดิมสำหรับทั้งสามฝ่าย “และชี้แจงความคลุมเครือบางอย่างที่อยู่ในข้อตกลงก่อนหน้านี้”

ด้านเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียมั่นใจว่า ข้อตกลง AUKUS จะดำเนินต่อไป โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ริชาร์ด มาร์ลส์ กล่าวว่าเขารู้ว่าการทบทวนจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

สส.เกาหลีใต้เผย พลเมืองไปกัมพูชา แต่ไม่กลับมาปีละหลายพันคน

สส.เกาหลีใต้เผย พลเมืองไปกัมพูชา แต่ไม่กลับมาปีละหลายพันคน

20 ต.ค. 2568 23:30 น.

สส.เกาหลีใต้เผย พลเมืองไปกัมพูชา แต่ไม่กลับมาปีละหลายพันคน

สส.เกาหลีใต้เผย มีชาวเกาหลีที่เดินทางไปกัมพูชาแล้วไม่กลับประเทศปีละหลายพันคน ทำให้เกิดคำถามว่า อาจมีพลเรือนเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชามากกว่าที่คิด

นาย พัค ชาน-แด สส.จากพรรคประชาธิปไตย พรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 20 ต.ค. 2568 ว่า ชาวเกาหลีใต้จำนวนหลายพันคนที่เดินทางไปกัมพูชาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ได้เดินทางกลับประเทศ บ่งชี้ว่า มีพลเมืองของพวกเขาทำงานในศูนย์หลอกลวงในชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้มากกว่าที่เคยเชื่อกัน

ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ที่ยื่นให้แก่ สส.พัคระบุว่า ส่วนต่างของจำนวนชาวเกาหลีใต้ที่เดินทางไปกัมพูชาและจำนวนผู้ที่กลับจากกัมพูชาอยู่ที่ 3,209 คนในปี 2565, 2,662 คนในปี 2566 และ 3,248 คนในปี 2567 เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปี 2564 ที่มีส่วนต่างเพียง 113 คนเท่านั้น

ชาวเกาหลีจำนวนมากที่ไม่ได้เดินทางกลับประเทศนี้ ทำให้เกิดคำถามว่าจำนวนพลเมืองที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงซึ่งมีฐานอยู่ในกัมพูชา อาจสูงกว่าตัวเลขประมาณการของรัฐบาลซึ่งระบุไว้ประมาณ 1,000 คน หรือไม่

ขณะที่ตัวเลขของปี 2568 นี้ นับตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนสิงหาคม มีชาวเกาหลีใต้เดินทางไปกัมพูชา 67,609 คน แต่เดินทางกลับมา 66,745 คน ทำให้มีส่วนต่างอยู่ที่ 864 คน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชาชี้ว่า ในปี 2567 มีชาวเกาหลีใต้เดินทางเข้าประเทศ 192,305 คน ขณะที่ข้อมูลฝั่งเกาหลีใต้ระบุว่า มีพลเมืองเดินทางออกจากประเทศไปกัมพูชาในปีเดียวกันนั้นจำนวน 100,820 คนเท่านั้น

สำนักข่าว ยอนฮัป รายงาน อ้างการเปิดเผยของผู้ที่รู้จักพนักงานในเครือข่ายอาชญากรรมแห่งหนึ่งในกัมพูชา ว่า มีชาวเกาหลีใต้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการหลอกลวงในประเทศนี้ อย่างน้อย 2,000 ถึง 3,000 คน

“ไม่ได้มีแค่คนที่เดินทางออกไปโดยเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังมีคนที่ลักลอบเข้ากัมพูชาโดยผ่านประเทศจีนด้วย” แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวอีกคนที่อ้างว่าเคยทำงานในศูนย์อาชญากรรม อ้างว่ามีชาวเกาหลีอยู่ในศูนย์ดังกล่าวประมาณ 50 คน โดยบางคนหาเงินได้แล้วก็ย้ายไปตั้งบริษัทใหม่ในภูมิภาคอื่น

ด้านนายพัค กล่าวว่า มีแนวโน้มว่าจะมีเหยื่อชาวเกาหลีจากอาชญากรรมในกัมพูชาอีกมาก พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ไม่เดินทางกลับประเทศ

“รัฐบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ไม่เดินทางกลับประเทศซ้ำ โดยการเปรียบเทียบประวัติการเข้าและออกของแต่ละบุคคลกับบันทึกของกงสุลและตำรวจ” นายพัคกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : koreatimes

เกาหลีใต้เตรียมส่งอัฐินักศึกษาที่เสียชีวิตในกัมพูชา กลับประเทศอังคารนี้

เกาหลีใต้เตรียมส่งอัฐินักศึกษาที่เสียชีวิตในกัมพูชา กลับประเทศอังคารนี้

20 ต.ค. 2568 22:08 น.

เกาหลีใต้เตรียมส่งอัฐินักศึกษาที่เสียชีวิตในกัมพูชา กลับประเทศอังคารนี้

เกาหลีใต้ส่งอัฐินักศึกษาถูกทรมาน-ฆาตกรรมในกัมพูชากลับประเทศอังคารนี้ เผยผลชันสูตรร่วมไม่พบความเสียหายต่ออวัยวะ

เมื่อวันจันทร์ที่ 20 ต.ค. 2568 ตำรวจเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เตรียมส่งอัฐิของนักศึกษาชาวเกาหลีใต้วัย 22 ปี ที่เชื่อกันว่าถูกแก๊งอาชญากรรมทรมานจนเสียชีวิตในกัมพูชา กลับประเทศในวันอังคาร หลังจากเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศร่วมกันชันสูตรศพของเขาแล้วในวันจันทร์ ก่อนจะทำการฌาปนกิจ

ตามแถลงการณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ อัฐิของนักศึกษาวัย 22 ปี ซึ่งมีการเปิดเผยเพียงนามสกุลว่า พัค จะถูกส่งออกจากกัมพูชาในเวลา 23.30 น. วันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น และมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนในเกาหลีใต้ในเวลา 7.00 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ ก่อนจะส่งมอบอัฐิให้แก่ครอบครัวของเขาต่อไป

ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ เจ้าหน้าที่สืบสวนของเกาหลีใต้และกัมพูชาได้ร่วมกันทำการชันสูตรศพนักศึกษารายนี้ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ ที่ศพถูกเก็บรักษาไว้นานกว่า 2 เดือน หลังจากที่ศพของนายพัคถูกพบเมื่อเดือนสิงหาคม ใกล้กับภูเขาบกกอร์ ซึ่งมีฐานและศูนย์กักกันของแก๊งหลอกจ้างงานที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้ตั้งอยู่

การชันสูตรศพเริ่มขึ้นในเวลา 10.35 น. ตามเวลากัมพูชา และใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนจะมีการฌาปนกิจในเวลา 13.40 น.

ตำรวจเกาหลีใต้ระบุว่า หลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ไม่พบร่องรอยความเสียหายต่ออวัยวะ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้น จะสรุปอีกครั้งหลังจากมีการตรวจสอบเพิ่มเติมในเกาหลีใต้

“สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดจะได้รับการยืนยันหลังจากรวบรวมผลการสืบสวนของทั้งสองประเทศ รวมถึงการตรวจเนื้อเยื่อ และการทดสอบยาและสารพิษ ซึ่งมีกำหนดจะดำเนินการในเกาหลีใต้” สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุในประกาศต่อสื่อมวลชน

ทั้งนี้ การเสียชีวิตของนายพัค ซึ่งถูกล่อลวงเข้าสู่กัมพูชาโดยฝีมือของแก๊งอาชญากร จุดกระแสความไม่พอใจในหมู่ชาวเกาหลีใต้ และทำให้รัฐบาลต้องส่งผู้แทนไปยังกัมพูชาเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อหาทางแก้ปัญหาอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปยังพลเมืองของพวกเขา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา: yonhup

แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก เหตุระบบคลาวด์ของ Amazon ขัดข้อง

แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก เหตุระบบคลาวด์ของ Amazon ขัดข้อง

20 ต.ค. 2568 17:02 น.

แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก เหตุระบบคลาวด์ของ Amazon ขัดข้อง

ผู้ใช้งานทั่วโลกเผชิญปัญหาระบบล่มครั้งใหญ่ เมื่อแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง ทั้ง Snapchat, Roblox, Fortnite และบริการธนาคารบางส่วน หยุดทำงานกะทันหัน หลังบริการอินเทอร์เน็ตของ Amazon Web Services (AWS) เกิดปัญหาขัดข้องครั้งใหญ่ ขณะทีมวิศวกรของ Amazon เร่งหาสาเหตุและแก้ไข

เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคครั้งใหญ่บนโลกออนไลน์ เมื่อหลายแอปพลิเคชันชื่อดังทั่วโลก เช่น Snapchat, Roblox, Fortnite, Duolingo และ Canva รวมถึงเว็บไซต์และบริการของธนาคารบางแห่งไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติในช่วงเช้าวันจันทร์ ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามระบบ “Down Detector”

 โดยสาเหตุหลักคาดว่าเกิดจากความขัดข้องในระบบของ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์รายใหญ่ของโลก ที่รองรับระบบออนไลน์ของบริษัทนับพันทั่วโลก

Downdetector ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตรวจสอบการขัดข้องของแพลตฟอร์มที่ Ookla เป็นเจ้าของ ได้แจ้งว่าได้รับรายงานปัญหามากกว่า 4 ล้านฉบับทั่วโลกเมื่อเช้านี้ ซึ่งมากกว่าสองเท่าของรายงาน 1.8 ล้านฉบับที่พบในวันธรรมดาปกติ

บริษัทกล่าวว่าเมื่อเวลา 06:56 น. ตามเวลา UTC (13:56 น. ตามเวลาประเทศไทย) ผู้ใช้เริ่มรายงานปัญหาเกี่ยวกับ AWS โดยเฉพาะในภูมิภาค US East 1  และเมื่อเวลา 08:50 น. ตามเวลามาตรฐาน UTC (15:56 น. ตามเวลาประเทศไทย) มีบริษัทมากกว่า 500 แห่งจากทั้งหมด 66 แห่ง กำลังรายงานปัญหา

AWS ระบุผ่านหน้าเว็บสถานะระบบว่า พบ “อัตราความผิดพลาดของการเชื่อมต่อเพิ่มขึ้น” และเกิด “ความล่าช้าในหลายบริการ” โดยเฉพาะบริการฐานข้อมูล DynamoDB ในภูมิภาค US-EAST-1 ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการเชื่อมต่อ DNS ของระบบ

เหตุขัดข้องดังกล่าวยืดเยื้อมานานกว่า 90 นาที โดย Amazon ยืนยันว่าทีมวิศวกรได้เร่งดำเนินการแก้ไขและตรวจสอบสาเหตุรากของปัญหาอย่างต่อเนื่อง

Amazon Web Services ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2006 ถือเป็นโครงสร้างหลักของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ ให้บริการคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์แก่บริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก โดยแข่งขันโดยตรงกับ Microsoft Azure และ Google Cloud และเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของ Amazon

เหตุขัดข้องครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตโลก ที่พึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่เพียงไม่กี่รายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก.

ที่มา BBC