ตลาดหุ้นเอเชียดิ่งหนัก “เกาหลีใต้” ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว

ตลาดหุ้นเอเชียดิ่งหนัก “เกาหลีใต้” ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว

4 มี.ค. 2569 12:04 น.

ตลาดหุ้นเอเชียดิ่งหนัก “เกาหลีใต้” ต้องระงับการซื้อขายชั่วคราว

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบให้ดัชนีหุ้นตัวสำคัญหลายตัวในเอเชียดิ่งลงหนัก ทั้งในญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมไปถึงเกาหลีใต้ที่ต้องสั่งใช้มาตรการระงับการซื้อขายชั่วคราว 

ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ประกาศระงับการซื้อขายชั่วคราวในวันนี้ (4 มี.ค.) หลังดัชนีสำคัญทั้งสองปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจากจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

โดยดัชนี Kospi ร่วงลงถึง 12% ในวันนี้ ซ้ำเติมสถานการณ์การเทขายอย่างหนักต่อเนื่องจากเมื่อวาน ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้จึงตัดสินใจบังคับใช้มาตรการหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว (Trading Halt) หลังจากดัชนี Kospi และ Kosdaq ต่างดิ่งลงมากกว่า 8% ในช่วงเช้าของการซื้อขาย ก่อนที่ในเวลาต่อมาดัชนี Kospi จะปรับตัวลงไปมากกว่า 12%

ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร (3 มี.ค)  ดัชนีดิ่งลงไป 7.2% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 โดยนักลงทุนต่างพากันถอนตัวออกจากตลาดที่เคยพุ่งสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ จากกระแสความตื่นตัวในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ทั้งนี้ เกาหลีใต้เป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก โดยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด และประมาณ 70% ของการนำเข้าน้ำมันนั้นมาจากภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทางด้านตลาดเงิน ค่าเงินวอนอ่อนค่าลงจนทะลุระดับแนวต้านจิตวิทยาที่ 1,500 วอนต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ส่งผลให้ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ต้องออกแถลงการณ์ทันทีหลังเปิดตลาด โดยระบุว่าทางธนาคารกลางจะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดว่าอัตราแลกเปลี่ยนเงินวอนและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีความผันผวนเบี่ยงเบนไปจากปัจจัยพื้นฐานในประเทศมากเกินไปหรือไม่ แม้จะพิจารณาถึงปัจจัยภายนอกแล้วก็ตาม พร้อมยืนยันว่าจะเข้าดำเนินการตอบโต้ต่อพฤติกรรมแห่ตามกัน (Herd-like behaviour) ในตลาด

สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบไปทั่วเอเชีย โดยดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือนที่ 3.5% เนื่องจากนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ดัชนี Topix ลดลง 3.7% ส่วนทางด้านตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลง 3% และดัชนี Straits Times ของสิงคโปร์ปรับตัวลดลง 2.4% ในช่วงเที่ยงตามเวลาท้องถิ่น โดยนักยุทธศาสตร์จาก IwaiCosmo Securities วิเคราะห์ว่านักลงทุนได้เปลี่ยนเป้าหมายมาเทขายดัชนีที่เคยทำผลงานได้ดีอย่าง Nikkei และ Kospi เพื่อเร่งเก็บกำไรในภาวะเสี่ยง

ในส่วนของภาคพลังงาน ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 12% สู่ระดับกว่า 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่เริ่มมีการโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นมากกว่า 13% ยืนเหนือระดับ 82 ดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางคำเตือนว่าราคาอาจพุ่งสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะให้คำมั่นว่ากองทัพเรือจะช่วยคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อบรรเทาความกังวล แต่การโจมตีของอิหร่านต่อประเทศเพื่อนบ้านและการปิดบ่อน้ำมันบางแห่งยังคงเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อเศรษฐกิจในเอเชียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก.

ที่มา: CNA

อ่านข่าว สงครามตะวันออกกลาง ได้ ที่นี่

“ทรัมป์-รูบิโอ” ให้ข้อมูลขัดแย้ง ปมตัดสินใจส่งกองทัพสหรัฐฯ เปิดศึกถล่มอิหร่าน

"ทรัมป์-รูบิโอ" ให้ข้อมูลขัดแย้ง ปมตัดสินใจส่งกองทัพสหรัฐฯ เปิดศึกถล่มอิหร่าน

4 มี.ค. 2569 11:15 น.

“ทรัมป์-รูบิโอ” ให้ข้อมูลขัดแย้ง ปมตัดสินใจส่งกองทัพสหรัฐฯ เปิดศึกถล่มอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยเหตุผลในการนำสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามอิหร่านไปคนละทิศทาง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนักจากทั้งฝ่ายเดโมแครตและกลุ่มอนุรักษนิยมที่สนับสนุนทรัมป์เอง ว่าเป็น “สงครามที่เลือกเอง” และอาจถูกอิสราเอลจูงจมูก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญกับแรงกดดันครั้งใหม่ในการชี้แจงเหตุผลที่เขาสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ เข้าร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยคำแถลงล่าสุดของเขามีความขัดแย้งกับข้อมูลของนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ให้ไว้เพียงหนึ่งวันก่อนหน้า

เมื่อวันจันทร์ (2 มี.ค.) นายมาร์โก รูบิโอ ระบุว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องเปิดฉากโจมตีก่อนเพราะเกรงว่าอิหร่านจะทำการตอบโต้อิสราเอลที่มีแผนโจมตีอิหร่านอยู่แล้ว “เราทราบดีว่าอิสราเอลจะลงมือ และสิ่งนั้นจะกระตุ้นให้อิหร่านโจมตีกองกำลังอเมริกัน หากเราไม่ชิงลงมือก่อน เราจะต้องสูญเสียกำลังพลมากกว่านี้”

อย่างไรก็ตาม ในวันอังคารที่ผ่านมา (3 มี.ค.) ระหว่างการเข้าพบกับนายฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ณ ห้องรูปไข่ ประธานาธิบดีทรัมป์กลับปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ว่าอิสราเอลเป็นฝ่ายกดดันสหรัฐฯ โดยระบุว่าเป็นความเชื่อส่วนตัวของเขาเองว่าอิหร่านกำลังจะโจมตีก่อน “ผมอาจจะเป็นฝ่ายกดดันพวกเขา (อิสราเอล) เองด้วยซ้ำ… ในความเห็นของผม พวกคนบ้าเหล่านั้น (อิหร่าน) กำลังจะเปิดฉากโจมตีเราก่อน ถ้าเราไม่ทำ พวกเขาก็ทำอยู่ดี ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น”

ความสับสนในข้อมูลของรัฐบาลทำให้กลุ่มสนับสนุนทรัมป์เริ่มออกมาแสดงความไม่พอใจ อาทิ แมตต์ วอลช์ นักวิเคราะห์ชื่อดังที่ตั้งคำถามว่า สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่สงครามเพียงเพราะอิสราเอลบีบบังคับใช่หรือไม่ ขณะที่ เมจิน เคลลี่ ระบุว่าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ คือการดูแลคนอเมริกัน ไม่ใช่ดูแลอิหร่านหรืออิสราเอล และสงครามครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็น “สงครามของอิสราเอล” อย่างชัดเจน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเปิดเผยว่า ก่อนการโจมตีจะเริ่มขึ้น นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ตัวแทนจากสหรัฐฯ ได้พยายามเจรจาให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่นครเจนีวา แต่อิหร่านกลับเสนอแผนที่จะเพิ่มการเสริมสมรรถนะให้สูงขึ้นไปอีก ทำให้ฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าอิหร่านกำลังใช้เมคนิคการประวิงเวลาเพื่อพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

แม้ตัวแทนจะรายงานทรัมป์ว่าอาจเป็นไปได้ที่จะทำข้อตกลงนิวเคลียร์ คล้ายกับสมัยรัฐบาลบารัก โอบามาในปี 2015 แต่ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน ทรัมป์จึงตัดสินใจสั่งการโจมตีในวันถัดมาทันที

ปัจจุบัน ทำเนียบขาวกำลังเร่งทำ “Damage Control” เพื่อควบคุมสถานการณ์ความเชื่อมั่น ท่ามกลางการสู้รบทางอากาศระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่ดำเนินมาเป็นวันที่สี่แล้ว โดยอิหร่านยังคงยืนกรานว่าการโจมตีของสหรัฐฯ ในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ปราศจากการยั่วยุ.

ที่มา Reuters

ศาลสหรัฐฯ ตัดสินจำคุกสมาชิกยากูซาญี่ปุ่น 20 ปี ฐานค้าวัตถุนิวเคลียร์

ศาลสหรัฐฯ ตัดสินจำคุกสมาชิกยากูซาญี่ปุ่น 20 ปี ฐานค้าวัตถุนิวเคลียร์

4 มี.ค. 2569 10:51 น.

ศาลสหรัฐฯ ตัดสินจำคุกสมาชิกยากูซาญี่ปุ่น 20 ปี ฐานค้าวัตถุนิวเคลียร์

สมาชิกแก๊งยากูซาญี่ปุ่น ถูกศาลนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ตัดสินจำคุก 20 ปี หลังรับสารภาพพยายามขายพลูโตเนียมเกรดอาวุธ และลักลอบค้ายา-อาวุธ หวังจัดหาให้กลุ่มติดอาวุธในเมียนมา 

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์กมีคำพิพากษาจำคุก 20 ปี นายทาเคชิ เอบิซาวะ สมาชิกวัย 61 ปีของกลุ่มอาชญากรรมยากูซาในญี่ปุ่น หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานค้าวัสดุนิวเคลียร์ รวมถึงยาเสพติดและอาวุธโดยนายเอบิซาวะถูกตำรวจควบคุมตัวมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 พร้อมกับนาย จำเลยร่วมชาวไทยนายสมภพ สิงหศิริ ในคดียาเสพติดและอาวุธ ภายหลังการสืบสวนยาวนานหลายปีของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐ (Drug Enforcement Administration) หรือ DEA

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เขาถูกกล่าวหาว่าพยายามจำหน่ายวัตถุนิวเคลียร์ระดับที่ใช้ทางทหาร ควบคู่กับการลักลอบค้ายาเสพติด เช่น เฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีน เพื่อนำเงินไปจัดซื้ออาวุธ รวมถึงขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ให้กับกลุ่มติดอาวุธในเมียนมา

รายงานข่าวระบุว่า นายเอบิซาวะรับสารภาพรวม 6 กระทงเมื่อเดือนมกราคม ปีที่แล้ว หนึ่งในข้อกล่าวหาระบุว่า เขาพยายามขายพลูโตเนียมเกรดอาวุธให้อิหร่าน และวางแผนนำยาเสพติดปริมาณมากเข้าสู่นครนิวยอร์ก

ทางด้านผู้ช่วยอัยการสูงสุดฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่า “ทาเคชิ เอบิซาวะ ต้องรับผิดชอบต่ออาชญากรรมของเขาเอง รวมถึงความพยายามขายพลูโตเนียมเกรดอาวุธให้อิหร่าน และทำให้นครนิวยอร์กเต็มไปด้วยยาเสพติดอันตราย

คดีนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในคดีข้ามชาติที่ร้ายแรง ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งเครือข่ายอาชญากรรมจัดตั้ง อาวุธสงคราม และการค้าวัสดุอันตรายระดับสูง.

ที่มา Japan Times

เครดิตภาพ U.S. Department of Justice

อิหร่านถล่ม 3 ศูนย์เก็บข้อมูลของ Amazon ในตะวันออกกลาง ธุรกิจเสียหายรุนแรง

อิหร่านถล่ม 3 ศูนย์เก็บข้อมูลของ Amazon ในตะวันออกกลาง ธุรกิจเสียหายรุนแรง

4 มี.ค. 2569 10:49 น.

อิหร่านถล่ม 3 ศูนย์เก็บข้อมูลของ Amazon ในตะวันออกกลาง ธุรกิจเสียหายรุนแรง

อิหร่านปล่อยโดรนถล่ม ศูนย์เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ของAmazon 3แห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงทางด้านความเชื่อมั่นทางธุรกิจและตัวอาคารเก็บข้อมูล

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา อิหร่านปล่อยโดรนโจมตี ศูนย์เก็บข้อมูลที่สำคัญของ Amazon 3 แห่งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเป็นศูนย์เก็บข้อมูลที่สำคัญทางธุรกิจในภูมิภาค

โดยอิหร่านโจมตีไปยัง 2 ศูนย์สำคัญใจกลางประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ 1 ศูนย์สำคัญในประเทศบาห์เรน สร้างความเสียหายอย่างมาก เจ้าหน้าที่ของAmazonให้ข้อมูลว่า ด้านตัวอาคารเสียหายรุนแรงและไฟฟ้าภายในอาคารไม่สามารถใช้งานได้ บางแห่งเกิดไฟไหม้หลังถูกโจมตี

ความเสียหายที่เกิดขึ้นสร้างความไม่เชื่อมั่นในธุรกิจศูนย์เก็บข้อมูลของ Amazon อย่างมาก เนื่องจากการโจมตีในครั้งนี้อาจนำไปสู่ความเสียหายทางข้อมูลได้ ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ที่ใช้บริการ Amazon มักจะเป็น รัฐบาล มหาวิทยาลัย เเละธุรกิจขนาดใหญ่

เจ้าหน้าที่ IT ของ Amazon บอกว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายด้านข้อมูลเนื่องจากทางAmazonมีศูนย์ข้อมูลที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงที่สามารถดูแลข้อมูลทุกอย่างได้อย่างปลอดภัย แต่หากมีการโจมตีศูนย์เก็บข้อมูลหลายแห่งก็อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในอนาคตได้ 

ด้านAmazon ยังสร้างความเชื่อมั่นกลับมาโดยการบอกว่า ทุกศูนย์ข้อมูลของAmazon มีพลังงาน น้ำ เเละสัญญาณอินเตอร์เน็ตสำรองไว้สำหรับใช้ในเหตุการณ์ฉุกเฉินเสมอ เพราะฉนั้นพวกเขาสามารถเก็บข้อมูลที่สำคัญของลูกค้าทุกท่านไว้ได้อย่างปลอดภัยและทำการโอนย้ายข้อมูลไปยังศูนย์อื่นได้ทันเวลาอย่างแน่นอน

ยังบอกอีกว่า ความปลอดภัยด้านกายภาพก็มีความสำคัญในสถานการณ์ความวุ่นวายแบบนี้ ซึ่งทางAmazonก็มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเเละ พวกเขายังบอกว่าการทำงานของพวกเขาไม่มีอะไรต้องปิดบังเเละพร้อมสร้างความเชื่อมั่นกลับมา.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : AP

ด.ญ.ออสเตรเลียวัย 8 ขวบ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสโนว์โมบิลพลิกคว่ำที่ญี่ปุ่น

ด.ญ.ออสเตรเลียวัย 8 ขวบ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสโนว์โมบิลพลิกคว่ำที่ญี่ปุ่น

4 มี.ค. 2569 10:46 น.

ด.ญ.ออสเตรเลียวัย 8 ขวบ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสโนว์โมบิลพลิกคว่ำที่ญี่ปุ่น

เกิดเหตุสลดที่รีสอร์ตสกีในเขตหุบเขาฮาคุบะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเด็กหญิงชาวออสเตรเลียวัย 8 ขวบจากรัฐควีนส์แลนด์ เสียชีวิตหลังประสบอุบัติเหตุสโนว์โมบิลที่เธอนั่งมากับแม่พลิกคว่ำและทับร่าง นับเป็นชาวออสเตรเลียรายที่ 4 ที่เสียชีวิตในลานสกีญี่ปุ่นในปีนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย เมื่อ เด็กหญิงโคลอี้ เจฟฟรีส์ วัย 8 ขวบ จากเมืองโกลด์โคสต์ รัฐควีนส์แลนด์ ประสบอุบัติเหตุขณะร่วมทัวร์สโนว์โมบิลกับมารดาที่เขตหุบเขาฮาคุบะ จังหวัดนากาโนะ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ.)

ตามรายงานจากบริษัทผู้ให้บริการทัวร์ Hakuba Lion Adventure ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ระหว่างที่ขบวนสโนว์โมบิลจำนวน 9 คัน พร้อมมัคคุเทศก์ 3 คน กำลังเดินทางผ่านเส้นทางในป่า สโนว์โมบิลคันที่เด็กหญิงนั่งซ้อนท้ายเกิดเสียหลักขณะเข้าโค้งทางขึ้นเขา รถได้ไถลขึ้นไปบนเนินดินข้างทางก่อนจะพลิกคว่ำกลับลงมาบนถนน ส่งผลให้ร่างของเด็กหญิงโคลอี้ถูกตัวรถทับอยู่ด้านล่าง แม้เจ้าหน้าที่หน้าที่จะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทางอากาศอย่างเร่งด่วน แต่เธอได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายชินจิ วาดะ ซีอีโอของบริษัททัวร์ได้แถลงแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่ออุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมประกาศระงับการให้บริการทัวร์สโนว์โมบิลและการเดินหิมะทั้งหมดชั่วคราว เพื่อตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและกระบวนการทำงานอย่างละเอียด ขณะที่ทางสโมสรเนตบอลต้นสังกัดของโคลอี้ได้ร่วมไว้อาลัย โดยจดจำเธอในฐานะเด็กหญิงที่มี “รอยยิ้มที่สดใสและน่ารัก”

เหตุการณ์นี้ถือเป็นชาวออสเตรเลียรายที่ 4 ที่เสียชีวิตในรีสอร์ตสกีของญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้มีกรณีที่เกิดขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกัน โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ นายไมเคิล ‘มิกกี้’ เฮิร์สต์ วัย 27 ปี เสียชีวิตหลังพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อนในภูมิภาคฮอกไกโด และน.ส.บรู๊ค เดย์ วัย 22 ปี เสียชีวิตที่รีสอร์ตในจังหวัดนากาโนะ เนื่องจากสายเป้สะพายหลังไปเกี่ยวกับกระเช้าสกี จนทำให้เธอถูกแขวนลอยกลางอากาศและเกิดอาการหัวใจวาย

ส่วนเมื่อเดือนมกราคม ไรแลน เฮนรี่ ปริบาดี วัยรุ่นลูกครึ่งออสเตรเลีย-อินโดนีเซีย เสียชีวิตที่นิเซโกะ ฮอกไกโด หลังประสบอุบัติเหตุชนเสากั้นเขตเส้นทางสกี

ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลีย (DFAT) ยืนยันว่ากำลังให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่ครอบครัวของเด็กหญิงโคลอี้อย่างใกล้ชิด ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นกำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้.

ที่มา BBC

ยุโรปเร่งอพยพพลเมืองออกจากตะวันออกกลาง หลังสงครามอิสราเอล-สหรัฐฯ ปะทะอิหร่านทวีความรุนแรง

ยุโรปเร่งอพยพพลเมืองออกจากตะวันออกกลาง หลังสงครามอิสราเอล-สหรัฐฯ ปะทะอิหร่านทวีความรุนแรง

4 มี.ค. 2569 10:24 น.

ยุโรปเร่งอพยพพลเมืองออกจากตะวันออกกลาง หลังสงครามอิสราเอล-สหรัฐฯ ปะทะอิหร่านทวีความรุนแรง

หลายประเทศในยุโรปเร่งอพยพพลเมืองที่ติดค้างอยู่ในตะวันออกกลาง ท่ามกลางการสู้รบระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยกระดับความตึงเครียด ส่งผลให้น่านฟ้าหลายพื้นที่ปิดทำการ

สหราชอาณาจักร เพิ่มเที่ยวบินเช่าเหมาลำช่วยผู้เปราะบาง

รัฐบาลสหราชอาณาจักร กำลังประสานงานกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อเพิ่มเที่ยวบินอพยพ นางอีเว็ตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เที่ยวบินพาณิชย์บางส่วนเริ่มกลับมาให้บริการจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว โดยรัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับทางการท้องถิ่นและสายการบิน พร้อมจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำจากโอมาน โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่มีความเปราะบางก่อน

ฝรั่งเศส เตรียม 2 เที่ยวบินแรกอพยพประชาชน

ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ระบุว่า ฝรั่งเศสเตรียมเริ่มอพยพพลเมืองออกจากภูมิภาค โดยจะมีเที่ยวบินแรก 2 เที่ยวในช่วงเย็นวันอังคาร ทั้งนี้ มีชาวฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในตะวันออกกลางราว 400,000 คน

อิตาลี จัดเที่ยวบินพิเศษจากโอมาน-อาบูดาบี

กระทรวงการต่างประเทศของอิตาลี เปิดเผยว่า ได้จัดเที่ยวบินพาณิชย์พิเศษ 2 เที่ยวจากโอมานมายังกรุงโรม รองรับผู้โดยสารประมาณ 300 คน นอกจากนี้ ยังเตรียมเที่ยวบินอีกหนึ่งเที่ยวจากอาบูดาบี รับผู้โดยสารราว 200 คน รวมถึงนักเรียนจากโครงการ World Students’ Connection ในดูไบ และมีกำหนดเพิ่มเที่ยวบินจากมัสกัตในวันพุธ

สาธารณรัฐเช็ก ส่งเครื่องบินทหารรับพลเมืองกลับประเทศ

ขณะที่เครื่องบินอพยพของรัฐบาลสาธารณรัฐเช็ก ลำแรกลงจอดที่กรุงปรากแล้วเมื่อวันอังคาร ตามรายงานของสำนักข่าวเอพี เครื่องบินแอร์บัสของกองทัพเดินทางมาจากจอร์แดน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 40 คน และคาดว่าจะมีอีก 2 เที่ยวบินในวันเดียวกัน

หนึ่งในผู้โดยสาร นายซเดเน็ก วิคโตริน ซึ่งเดินทางพร้อมครอบครัว เปิดเผยไม่คาดคิดว่าสงครามจะปะทุขึ้นระหว่างที่พำนักอยู่ในภูมิภาค โดยเขารู้สึกสับสนกับท่าทีที่วันหนึ่งนักการเมืองบอกว่าการเจรจาเป็นไปด้วยดี แต่อีกวันสงครามกลับเริ่มต้นขึ้น มันยากจะทำความเข้าใจ.

ที่มา : CNN

คลิกอ่าน ข่าวต่างประเทศ

รัฐฟลอริดาประหารชีวิตคนร้ายยิง 14 นัดสังหารตร.เมื่อปี 2534 นับเป็นนักโทษถูกประหารรายที่ 3 ของปีนี้

รัฐฟลอริดาประหารชีวิตคนร้ายยิง 14 นัดสังหารตร.เมื่อปี 2534 นับเป็นนักโทษถูกประหารรายที่ 3 ของปีนี้

4 มี.ค. 2569 10:05 น.

รัฐฟลอริดาประหารชีวิตคนร้ายยิง 14 นัดสังหารตร.เมื่อปี 2534 นับเป็นนักโทษถูกประหารรายที่ 3 ของปีนี้

รัฐฟลอริดาประหารชีวิตนักโทษชายวัย 53 ปี จากคดียิง 14 นัดสังหารตำรวจเสียชีวิตระหว่างตรวจจราจรเมื่อปี 2534 นับเป็นการประหารชีวิตนักโทษรายที่ 3 ของปีนี้ 

วันที่ 4 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายบิลลี ลีออน เคียร์ส นักโทษประหารวัย 53 ปี มีกำหนดถูกประหารชีวิตด้วยวิธีฉีดยา 3 ชนิดที่เรือนจำรัฐฟลอริดา ใกล้เมืองสตาร์ก เวลา 18.00 น. ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น หลังศาลสูงปฏิเสธคำอุทธรณ์ครั้งสุดท้าย

โดยนายเคียร์สถูกตัดสินประหารชีวิตจากคดีฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปล้นทรัพย์ด้วยอาวุธปืน จากเหตุการณ์เมื่อเดือนมกราคม 2534 ระหว่างการตรวจจราจรในเมืองฟอร์ตเพียร์ซ รัฐฟลอริดา โดยเจ้าหน้าที่แดนนี่ เพอร์ริช สั่งหยุดรถของเขาเนื่องจากขับสวนทางบนถนนวันเวย์

บันทึกของศาลระบุว่า หลังเคียร์สไม่สามารถแสดงใบขับขี่ที่ถูกต้องและขัดขืนการใส่กุญแจมือ เกิดการต่อสู้กันขึ้น ก่อนที่เขาจะฉวยปืนของเจ้าหน้าที่และกระหน่ำยิงทั้งหมด 14 นัด กระสุนถูกตัวผู้เสียชีวิต 9 นัด และกระทบเสื้อเกราะอีก 4 นัด อัยการระบุว่า คนขับแท็กซี่ที่อยู่ใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนและใช้วิทยุสื่อสารของตำรวจเรียกกำลังเสริม

โดยการประหารชีวิตครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 ของรัฐฟลอริดาในปี 2569 ต่อจากสถิติสูงถึง 19 ครั้งในปีที่แล้ว โดยนายรอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐลงนามหมายประหารชีวิตมากกว่าผู้ว่าการรัฐคนใดนับตั้งแต่มีการรื้อฟื้นโทษประหารในปี 2519  

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เรือนจำระบุว่า การประหารชีวิตจะดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานของรัฐ ท่ามกลางการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับโทษประหารชีวิตในสหรัฐฯ.

ที่มา AP

อิหร่านส่งโดรนถล่ม สถานกงสุลสหรัฐในดูไบ สหรัฐฯ ยืนยันทุกคนปลอดภัย

อิหร่านส่งโดรนถล่ม สถานกงสุลสหรัฐในดูไบ สหรัฐฯ ยืนยันทุกคนปลอดภัย

4 มี.ค. 2569 09:50 น.

อิหร่านส่งโดรนถล่ม สถานกงสุลสหรัฐในดูไบ สหรัฐฯ ยืนยันทุกคนปลอดภัย

สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ในนครดูไบ ถูกอิหร่านใช้โดรนโจมตี มีกลุ่มควันดำลอยคลุ้งในอากาศ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยัน เสียหายไม่มากและทุกคนปลอดภัย

สำนักข่าวเอพี ได้เผยคลิปภาพขณะที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ในนครดูไบ ถูกโดรนโจมตีจนมีกลุ่มควันดำลอยคลุ้งในอากาศ  โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โค รูบิโอ เปิดเผยว่า โดรนอิหร่านพุ่งชนลานจอดรถนอกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้เกิดเพลิงไหม้ขนาดเล็ก แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ทุกคนปลอดภัย

แม้จำนวนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านจะชะลอลง แต่เหตุการณ์เฉียดเป้าครั้งนี้สะท้อนว่า อิหร่านยังสามารถส่งอาวุธฝ่าระบบสกัดกั้นของสหรัฐฯ ได้

ด้านรัฐบาล UAE ระบุว่า สามารถสกัดกั้นการโจมตีจากอิหร่านได้เกือบทั้งหมด จากมากกว่า 1,000 ครั้งที่ผ่านมา

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สั่งอพยพเจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นและครอบครัว ออกจากหลายประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงคูเวต บาห์เรน อิรัก กาตาร์ จอร์แดน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมแนะนำให้พลเมืองอเมริกันเดินทางออกจากภูมิภาค แม้หลายคนยังติดค้างอยู่ เนื่องจากน่านฟ้าหลายพื้นที่ถูกปิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ.

ที่มา : AP

คลิกอ่าน ข่าวต่างประเทศ

จีนอพยพพลเมืองกว่า 3,000 คนออกจากอิหร่าน หลังเหตุระเบิดใกล้สถานทูต พร้อมเรียกร้องยุติโจมตีทันที

จีนอพยพพลเมืองกว่า 3,000 คนออกจากอิหร่าน หลังเหตุระเบิดใกล้สถานทูต พร้อมเรียกร้องยุติโจมตีทันที

4 มี.ค. 2569 08:54 น.

จีนอพยพพลเมืองกว่า 3,000 คนออกจากอิหร่าน หลังเหตุระเบิดใกล้สถานทูต พร้อมเรียกร้องยุติโจมตีทันที

สถานทูตจีนในอิหร่านเผยพลเมืองส่วนใหญ่ได้รับการอพยพแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงเลวร้ายลง ขณะที่จีนประณามการโจมตีอิหร่านของอิสราเอลและสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องหยุดยิงโดยทันที

วันที่ 3 มีนาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงเตหะราน ของอิหร่าน เปิดเผยว่า พลเมืองจีนส่วนใหญ่ได้อพยพออกจากอิหร่านแล้ว หลังเกิดเหตุระเบิดหลายครั้งใกล้สถานทูตและสมาคมชุมชนชาวจีนในพื้นที่ โดยกลุ่มสุดท้ายที่จัดการโดยสมาคมมีกำหนดเดินทางออกในวันที่ 3 มีนาคม และจะมีการจัดอพยพเพิ่มเติมหากจำเป็น

ทางด้าน เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงว่า มีพลเมืองจีนมากกว่า 3,000 คนอพยพออกจากอิหร่านแล้ว โดยตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงที่ร้ายแรงในอิหร่านและมาตรการของรัฐบาลจีน

ขณะเดียวกันนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายกีเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล โดยระบุว่าจีนคัดค้านการโจมตีทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน และเรียกร้องให้ยุติการสู้รบในทันที

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศจีนอ้างคำกล่าวของหวัง อี้ว่า กำลังทหารไม่อาจแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง กลับมักสร้างปัญหาใหม่และทิ้งผลกระทบระยะยาวอย่างร้ายแรง คุณค่าที่แท้จริงของอำนาจทางทหารไม่ได้อยู่ในสนามรบ แต่อยู่ที่การป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม.

ที่มา Shanghai Daily

ทรัมป์เล็งส่งกองทัพเรือ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เล็งส่งกองทัพเรือ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

4 มี.ค. 2569 05:53 น.

ทรัมป์เล็งส่งกองทัพเรือ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งหน่วยงานรัฐ ทำประกันภัยให้กับเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกอิหร่านสั่งปิด พร้อมประกาศว่า จะส่งกองทัพเรือคุ้มกันด้วยหากจำเป็น

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เขาได้สั่งการให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาแห่งชาติของสหรัฐฯ (DFC) จัดทำ “การประกันภัยและการค้ำประกัน” สำหรับเรือที่เดินทางผ่านอ่าวเปอร์เซีย พร้อมทั้งส่งสัญญาณว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ จะทำการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “หากจำเป็น”

“ผมได้สั่งการให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาแห่งชาติของสหรัฐฯ (DFC) จัดทำประกันภัยความเสี่ยงทางการเมืองและการค้ำประกันความมั่นคงทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลทั้งหมด โดยเฉพาะด้านพลังงานที่เดินทางผ่านอ่าวเปอร์เซีย ในราคาที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง ซึ่งบริการนี้จะเปิดให้สายการเดินเรือทุกแห่งสามารถใช้ได้ โดยจะมีผลในทันที” นายทรัมป์ระบุในโพสต์บน Truth Social

ผู้นำสหรัฐฯ เสริมอีกว่า “หากจำเป็น กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มทำการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สหรัฐฯ จะรับรองว่าพลังงานจะไหลเวียนสู่โลกได้อย่างเสรี แสนยานุภาพทางเศรษฐกิจและทางการทหารของสหรัฐฯ นั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก — และจะมีการดำเนินการอื่นๆ ตามมาอีก”

ข้อความล่าสุดของนายทรัมป์มีขึ้นหลังจาก อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และขู่จะโจมตีเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าว โดยมีเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนหนึ่งถูกโจมตีไปบ้างแล้ว ส่งผลให้บริษัทประกันภัยทางทะเลหลายแห่ง รวมถึง Skuld, Steamship Mutual และ North Standard ได้แจ้งแก่ลูกค้าว่าพวกเขาได้ยุติการคุ้มครองความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสงครามในน่านน้ำใกล้เคียง

“ผมไม่คิดว่าอิหร่านจะสามารถปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่บริษัทประกันภัยและผู้ประกอบการเดินเรือทำได้” ทอม โคลซา นักวิเคราะห์น้ำมันอิสระซึ่งเป็นที่ปรึกษาให้กับ Gulf Oil เคยให้สัมภาษณ์กับ CNN ไว้ก่อนหน้านี้

อนึ่ง โครงการของทรัมป์มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองเรือที่สูญเสียการประกันภัยไป ซึ่งหากไม่มีการประกันภัยนี้ พวกเขาจะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายของน้ำมันทั้งหมดที่สูญเสียไปหากเกิดการโจมตี

ผลที่ตามมาคือช่องแคบดังกล่าวจะถูกปิดลงโดยปริยาย โดยข้อมูลจาก S&P Global Commodities at Sea ที่แบ่งปันกับ CNN ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีเรือบรรทุกน้ำมันและสารเคมีเพียง 2 ลำเท่านั้นที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งที่ตามปกติจะมีเรือแล่นผ่านประมาณ 60 ลำต่อวัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn