ครั้งแรกในไทยพัฒนาเครื่องมือวัดความวางใจแบรนด์อสังหาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มิ.ย. 2560 12:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960248


จุฬาฯ พัฒนาเครื่องมือวัดความไว้วางใจแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ CU-BTI สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยกลุ่มบ้านเดี่ยวแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และพฤกษาได้รับความไว้วางใจตามลำดับ…

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประสบผลสำเร็จเป็นครั้งแรกในการพัฒนาเครื่องมือวัดความไว้วางใจแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ (Chulalongkorn University: Brand Trust Index) CU-BTI โดยแบรนด์ใดได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่สุด ผ่านกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ ด้วยการนำดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index) เครื่องมือวัดความไว้วางใจ (Trust Barometer) และส่วนประสมการตลาดบริการ (Service Marketing Mix) มาผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือสถิติชั้นสูงเพื่อกลั่นกรองให้เกิดเครื่องมือดัชนีความไว้วางใจแบรนด์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชื่อถือได้ และถูกต้องอย่างเป็นวิชาการ

ศ.กุณฑลี รื่นรมย์ และนายเอกก์ ภทรธนกุล คณะผู้วิจัยจากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในไทยมีขนาดใหญ่กว่า 800,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา จึงถือเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญ แม้ว่า ในตลาดจะมีการแข่งขันโดยแบรนด์ที่แข็งแกร่งจำนวนมาก แต่ยังไม่มีเครื่องมือที่จะสามารถช่วยวัดผลอย่างชัดเจนว่า แบรนด์ใดได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่สุด และมีปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อความไว้วางใจของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมนี้ จึงได้พัฒนางานวิจัยในการสร้างเครื่องมือดัชนีความไว้วางใจแบรนด์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เรียกว่า CU-BTI เครื่องมือนี้ แสดงให้เห็นถึงปัจจัยที่มีผลต่อความไว้วางใจแบรนด์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้เวลา 18 เดือน ในการพัฒนา โดยผ่านกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ

ทั้งนี้ ผลวิจัยดัชนีความไว้วางใจแบรนด์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ประจำปี 2560 (Thailand’s Top Brand Trust Index in the Real Estate Industry 2017) โดยจำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย ผลปรากฏว่า บ้านเดี่ยว ได้แก่ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และพฤกษา ทาวน์เฮาส์ ได้แก่ แสนสิริ คอนโดมิเนียม ได้แก่ อนันดา และศุภาลัย โดยทั้ง 5 แบรนด์มีค่าดัชนีความไว้วางใจแบรนด์ที่ร้อยละ 81 ผลงานวิจัยในครั้งนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ประกอบการธุรกิจสามารถนำไปใช้เพื่อวัดความไว้วางใจของผู้บริโภค และนำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต.

 

เบทาโกรชูนโยบายเป็นคู่คิดให้คู่ค้านำอาหารคุณภาพสู่ผู้บริโภค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มิ.ย. 2560 10:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960193


เบทาโกร ชูนโยบาย เป็นคู่คิดให้คู่ค้านำอาหารคุณภาพและปลอดภัยสู่ผู้บริโภคทุกระดับ พร้อมโชว์นวัตกรรมอาหารในงาน THAIFEX 2017…

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายณรงค์ชัย ศรีสันติแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร สายงานปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอาหารเครือเบทาโกร กล่าวว่า เบทาโกรชูนโยบายเป็นคู่คิดให้คู่ค้านำอาหารคุณภาพและปลอดภัยสู่ผู้บริโภคทุกระดับพร้อมกับโชว์นวัตกรรมอาหาร ภายใต้แนวคิดควอลิตี้ออฟไลฟ์ในงาน THAIFEX 2017

ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็ว หากแต่ยังคงใส่ใจในคุณภาพและรสชาติของอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการด้านอาหารต่างเร่งปรับมาตรฐาน และการผลิตเพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้า เบทาโกรให้ความสำคัญนโยบายด้านฟู้ดเซฟตี้และฟู้ดควอลิตี้เคร่งครัดทุกขั้นตอนกระบวนการผลิตอาหาร ยิ่งไปกว่านั้น มีความตั้งใจที่จะพัฒนามาตรฐานการผลิตสินค้าอาหารสำหรับผู้ประกอบการในซัพพลายเชนให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้บริโภคทุกระดับให้เข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ ถูกสุขลักษณะและมีความปลอดภัย

เครือเบทาโกรได้ก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหาร โดยใช้เงินลงทุน 60 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งในส่วนของสินค้าใหม่และบรรจุภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคมากขึ้น และหน้าที่สำคัญของศูนย์คือ การสร้างทีมที่ปรึกษาในการพัฒนาธุรกิจในทุกมิติและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้ากลุ่มธุรกิจอาหารเพื่อการก้าวเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

นายณรงค์ชัย กล่าวต่อว่า เบทาโกรจะเป็นคู่คิดให้คู่ค้า โดยสร้างทีมฟู้ดโซลูชั่น ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ออกไปทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหา เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการธุรกิจอาหารในมิติต่างๆ อย่างครบวงจรให้กับผู้ประกอบการด้านอาหาร ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า เช่น คิดเมนูใหม่ พัฒนาสูตร รสชาติอาหาร สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รวมทั้ง การปรับปรุงระบบการบริหารจัดการภายในร้าน เช่น เพิ่มผลผลิต ลดการสูญเสีย การจัดซื้อ การขนส่ง ฯลฯ ด้วยการออกแบบโปรแกรมการให้บริการซึ่งเรียกว่า เซอร์วิสเมนู วิเคราะห์ตามความต้องการและศักยภาพของลูกค้าแต่ละราย

สำหรับปีนี้ ยังมีแนวคิดในการขยายช่องทางอาหารคุณภาพ ให้เข้าถึงผู้บริโภคครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยการส่งเสริมด้านอาหารปลอดภัยผ่านผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มรถทอดลูกชิ้น ไส้กรอก ทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพ การเก็บรักษาคุณภาพสินค้า การปรุงอาหารที่ถูกวิธี เช่น วิธีทอด การเปลี่ยนน้ำมัน และความสะอาด ถูกสุขลักษณะของผู้ขาย เพื่อให้ผู้ซื้อได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย ส่วนผู้ขายมีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ เบทาโกรมีการวางกลยุทธ์ในการพัฒนาสินค้าร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ พัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์และการเพิ่มมาตรฐานการผลิตเพื่อให้สินค้ามีมาตรฐานสูงขึ้น รวมถึงการพัฒนาช่องทางจำหน่วยสินค้าอาหารแบรนด์เบทาโกร และแบรนด์เอส-เพียวให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกระดับ ตั้งแต่การขนส่งที่พัฒนาระบบควบคุมอุณหภูมิแบบฟูลลี่คูลเชนช่วยคงความสดและคุณภาพของสินค้าก่อนถึงปลายทาง การพัฒนาพื้นที่จุดจำหน่ายร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ที่ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพสินค้าเช่นเดียวกับเบทาโกร รวมทั้งการขยายสำนักงานและสาขา การขยายร้านในจังหวัดต่างๆ และสู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยตั้งเป้า 200 สาขาในปี พ.ศ.2561.

 

ทองลด 50 บาท ทองแท่ง ขายออกบาทละ 20,450 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มิ.ย. 2560 10:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960175


ทองไทยวันที่ 2 มิ.ย. 2560 เปิดตลาด ราคาลดลงจากเมื่อวาน 50 บาท ส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,400 ขายออกบาทละ 20,450 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 ขายออกบาทละ 20,950 บาท…

วันที่ 2 มิ.ย. 2560 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองไทย เปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.25 น. ราคาลดลงจากเมื่อวาน 50 บาท โดยสมาคมค้าทองคำประกาศส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,400 ขายออกบาทละ 20,450 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,980.88 ขายออกบาทละ 20,950 บาท…

 

โออิชิโชว์ฟอร์มยักษ์ รั้งผู้นำอาหารญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 มิ.ย. 2560 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960065


นายกชกร อรรถรังสรรค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการรอบด้าน โดยยึดหลักการสร้างตราสินค้าให้แข็งแกร่งโดดเด่น ภายใต้แนวคิดหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1.นำตลาดด้วยนวัตกรรม เพื่อครองผู้นำตลาดแมสพรีเมียม 2.มอบคุณภาพของสินค้าและบริการด้วยมาตรฐานระดับญี่ปุ่น และ 3.เป็นแบรนด์ที่ช่างคิด สร้างสรรค์ สนุกสนาน

สำหรับการออกบูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ในงาน “THAIFEX” เพื่อแสดงศักยภาพทางธุรกิจ ด้านการเป็นผู้นำและสร้างสรรค์ธุรกิจสินค้าสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งบริษัทได้เตรียมสินค้าที่มีคุณภาพมาเสนอขาย แบ่งออกเป็น 4 ประเภท 1.สินค้ากลุ่มอาหารแช่เย็น 2.สินค้ากลุ่มอาหารแช่แข็ง 3.สินค้ากลุ่มฟู้ดเซอร์วิสและโฮเรก้า และ 4.สินค้ากลุ่มสินค้าพร้อมส่งออก โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-4 มิ.ย.60 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี.

 

“เจ๊ติ๋ม” ยิ้มศาลสูงสุดตัดสิน ยุติจ่ายค่าประมูลจนกว่าคดีฟ้อง กสทช.บ้อท่าสิ้นสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 มิ.ย. 2560 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960063


เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ให้บริษัท ไทยทีวี จำกัด ระงับการจ่ายค่างวดประมูลทีวีดิจิทัลไว้ก่อนนับเป็นที่สิ้นสุดแล้วว่า ไทยทีวีไม่ต้องชำระเงินค่าประมูลอีกต่อไป ให้รอจนกว่าคดีที่ไทยทีวีฟ้องร้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าดำเนินนโยบายผิดพลาดจะเป็นที่สิ้นสุด โดยประเด็นการฟ้องร้องกันระหว่างไทยทีวีกับ กสทช.มีอยู่ด้วยกัน 2 คดี 1.การฟ้องร้องขอระงับการจ่ายเงินงวดค่าประมูล ซึ่งที่สุดศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ระงับการชำระไปแล้ว ส่วนคดีที่ 2.กรณีไทยทีวีฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกสทช.เกือบ 1,000 ล้านบาทด้วยว่า กสทช.ในฐานะกำกับดูแล ไม่ได้ดำเนินการกำกับหรือดูแลการเปลี่ยนผ่านการรับชมทีวีดิจิทัลให้เป็นไปตามกฎหมายและแผนแม่บท

ทั้งนี้ ไทยทีวีประมูลช่องทีวีดิจิทัลได้ 2 ช่อง ได้แก่ ช่องข่าวในราคา 1,328 ล้านบาทและช่องเด็กที่ราคา 648 ล้านบาท คิดเป็นเงิน 1,976 ล้านบาท โดยได้ชำระเงินงวดแรกไปแล้ว 365.50 ล้านบาท แต่ยุติการชำระตั้งแต่งวดที่ 2 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามธนาคารกรุงเทพในฐานะผู้ค้ำประกันวงเงินประมูล ได้ชำระแทนให้ในงวดที่ 2 และ 3 เป็นเงินรวมประมาณ 500 ล้านบาท ก่อนที่ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายไว้ก่อนเมื่อเดือน ธ.ค.2559 ที่ผ่านมา

นางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยทีวี จำกัด หรือ เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล เปิดเผยว่าขณะนี้ถือเป็นที่ สิ้นสุดแล้วว่า ไทยทีวีไม่ต้องชำระเงินค่าประมูลในงวดที่เหลือ ส่วนตัวนับว่าโล่งใจ ขณะนี้ก็ต้องรอผลการตัดสินอีกคดี ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 7-10 ปีจากนี้ ยืนยันว่า กสทช. ดำเนินนโยบายผิดพลาดจริง เพราะไม่เช่นนั้นทีวีดิจิทัลทั้งหมดคงไม่ลำบากเช่นนี้ และหากศาลตัดสินว่า กสทช.ผิด ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ไทยทีวีเกือบ 1,000 ล้านบาท.

 

“เงินเฟ้อ” ทิ้งดิ่งติดลบรอบ 14 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 มิ.ย. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960058


นางสุรีย์พร สหวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน พ.ค.60 ว่า เท่ากับ 100.64 ลดลง 0.04% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค.59 ซึ่งกลับมาขยายตัวติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 14 เดือนนับจากเดือน มี.ค.59 ที่ติดลบ 0.46% และเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.60 เพิ่มขึ้น 0.15% ส่วนเฉลี่ย 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ของปี 60 เพิ่มขึ้น 0.81% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.46%

สาเหตุที่เงินเฟ้อในเดือน พ.ค.60 ลดลง เพราะราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 1.38% จากการลดลงของผักสดมากสุดถึง 26.56% ผลไม้ลดลง 2.55% เพราะปีที่แล้วเกิดภาวะภัยแล้งทำให้ผักและผลไม้ราคาสูง ขณะที่ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้งลด 1.92% ไข่และผลิตภัณฑ์นมลด 1.46% ส่วนสินค้าที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่ม 0.74% จากการสูงขึ้นของน้ำมันเชื้อเพลิง 4.99% เคหสถานเพิ่ม 0.64% บันเทิงการอ่านการศึกษาเพิ่ม 0.44% ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 0.08% ส่วนเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า ลด 0.01%

“เงินเฟ้อเดือน พ.ค.ที่กลับมาลดลง เพราะหมวดอาหารเป็นตัวฉุด โดยเฉพาะกลุ่มผักที่ราคาปรับลดลงมาก ปีนี้ไม่มีปัญหาภัยแล้งราคาก็เลยปกติ แต่เดือนต่อไปราคาผักอาจจะสูงขึ้นก็ได้ เพราะขณะนี้เกิดภาวะน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตเสียหาย ส่วนหมวดไม่ใช่อาหาร มีแค่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนรายการอื่นๆทรงตัว”

ทั้งนี้ สนค.จะประเมินเป้าหมายเงินเฟ้อทั้งปี 60 ใหม่ในการแถลงข่าวเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.60 จากเป้าหมายเงินเฟ้อขณะนี้ที่คาดจะขยายตัว 1.5-2.2% เพราะมีปัจจัยใหม่ที่ส่งผลกระทบ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบดูไบที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้น และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น.

 

เคลียร์ทุกเม็ดสัญญา “คิงเพาเวอร์” ทอท.แจงชัดทำตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 มิ.ย. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960055


ยันประมูลโปร่งใสยึดธรรมาภิบาล

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวว่า ทอท.ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) ในกรณีการให้สัมปทานกับ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด และบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด เพื่อประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากร และร้านค้าเชิงพาณิชย์ภายในสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ทอท.นั้น ในเรื่องดังกล่าวขอชี้แจงว่า การดำเนินงานในโครงการดังกล่าว ทั้งเรื่องการประเมินมูลค่าลงทุน ทาง ทอท.ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาประเมินมูลค่าการลงทุนทั้งสัญญาร้านค้าปลอดอากร และการประมูลกิจกรรมเชิงพาณิชย์ของคิงเพาเวอร์ ซึ่งผลการศึกษาพบว่าทั้ง 2 โครงการมีมูลค่าการลงทุนไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ประกอบกับการประเมินมูลค่าลงทุนได้อิงราคาก่อสร้างของกิจการในลักษณะเดียวกันและเมื่อภาครัฐประเมินราคาตามมาตรฐานแล้ว ผู้ลงทุนจะพิจารณาลงทุนเป็นเท่าใดในขอบเขตงาน ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ลงทุนที่จะเห็นเหมาะสมกับสภาพกิจการที่จะลงทุน

“ที่ผ่านมา ทอท.ได้เคร่งครัดบริหารสัญญามาโดยตลอด หากเอกชนมีการขยายพื้นที่การประกอบการ หรือมีการต่ออายุสัญญาสัมปทาน ทอท.จะคำนวณเม็ดเงินลงทุนส่วนเพิ่มตามสัดส่วนพื้นที่ หรือระยะเวลาที่ขยายเพื่อให้ ทอท.ได้ค่าตอบแทนที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ทอท.ได้ประเมินมูลค่าการลงทุนตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯดังกล่าวเป็นไปด้วยความโปร่งใสถูกต้องตามหลักวิชาการ

นายนิตินัยกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่ผู้เกี่ยวข้องทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่เพื่อช่วยเหลือกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัดให้เป็นผู้ประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากรสนามบินสุวรรณภูมิและภูมิภาคและได้รับสิทธิในการบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิโดยมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามพระ-ราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 นั้น ในเรื่องนี้ได้ข้อสรุปเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2554 โดย ป.ป.ช. ได้มีมติว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่ามีการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 และกีดกันให้ผู้เสนอราคารายอื่นมิให้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในโครงการบริหารร้านค้าปลอดอากรและโครงการบริหารกิจกรรมพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิ ตามที่กล่าวหา ทำให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป

“ซึ่งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.สามารถยืนยันถึงความถูกต้องในการปฏิบัติตามกฎหมายของบอร์ด ทอท.และผู้บริหาร ทอท.ในอดีต ดังนั้น การกล่าวหาว่า ทอท.ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯได้ส่งผลกระทบมายังคณะกรรมการ ทอท.และผู้บริหาร ทอท.ชุดปัจจุบัน รวมถึงสร้างความสับสนให้กับประชาชนและนักลงทุน และเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ ทอท. ดังนั้น ทอท.จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว”

 

“ศรีสวัสดิ์” จับมือเครดิตบูโรบริหารเสี่ยง ประวัติจ่ายหนี้ดีได้ลดดอก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 มิ.ย. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960050


เงินทุนศรีสวัสดิ์ บริหารความเสี่ยงการปล่อยกู้พนักงานบริษัท เช็กข้อมูลเครดิต บูโรเพิ่ม ระบุประวัติการเงินดี มีผลต่อการคิดดอกเบี้ยต่ำ เล็งนำระบบเครดิตสกอริ่ง ช่วยวิเคราะห์สินเชื่อ พร้อมเคลียร์ในเครดิตบูโร ไม่มีบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์

นางสาวธิดา แก้วบุตตา นักลงทุนสัมพันธ์บริษัทเงินทุนศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในกลุ่มบริษัทศรีสวัสดิ์ ได้เปิดเผยว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มมากขึ้น เพราะในขณะนี้บริษัทถือเป็นสถาบันการเงินภายใต้การควบคุมของธนาคารแห่งประ-เทศไทย จากรูปแบบเดิมที่ฐานลูกค้าของบริษัทเงินทุน จะมีแค่การปล่อยกู้ให้กับพนักงานบริษัท โดยจะใช้ข้อมูลของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ละบริษัทเป็นข้อมูลในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ

แต่ในกรณีที่ลูกค้าต้องการวงเงินที่สูงกว่าปกติ บริษัทก็มีกระบวนการการเช็กประวัติข้อมูลการก่อหนี้ และการชำระหนี้จากเครดิตบูโร หรือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ซึ่งข้อมูลเครดิตบูโรของลูกค้าจะมีผลต่อการกำหนดอัตราดอกเบี้ย เพราะเราเชื่อว่าการมีวินัยทางการเงิน ใช้หนี้ครบและตรงตามกำหนดเวลา จะส่งผลให้ถูกจัดเป็นบุคคลที่มีประวัติเครดิตดี จากการมีวินัยทางการเงินดี โดยเฉพาะลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อที่มีวงเงินค่อนข้างสูง

นอกจากนี้ บริษัทจะมีการนำระบบเครดิตสกอริ่ง หรือ “ตัวชี้วัดความน่าจะเป็นในการชำระหนี้ได้” มาช่วยในการวิเคราะห์สินเชื่อ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการความเสี่ยงด้านสินเชื่อ (Credit Risk Management) โดยก่อนหน้านี้ที่บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด หนึ่งในกลุ่มบริษัทศรีสวัสดิ์ ได้มีการลงนามร่วมกับเครดิตบูโร หรือบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ไปแล้ว

“สิ่งที่ผู้ปล่อยสินเชื่อพิจารณาคือ ข้อมูลตามความจริง ตัวอย่างเช่น ไม่มีประวัติการค้างชำระ มีประวัติการเคยค้างชำระหรือเป็นคนเคยค้างในอดีต หรือในปัจจุบันนี้ยังมีการค้างชำระในบางบัญชีอยู่ โดยเครดิตบูโรไม่ได้เป็นตัวที่ขัดขวางไม่ให้คนได้เงินกู้ แต่ประวัติของคนที่ยื่นขอกู้ต่างหากที่เป็นโอกาสหรืออุปสรรคในการได้เงินกู้ เครดิตบูโร เป็นแค่หน่วยงานเก็บรักษาข้อมูล และเปิดเผยเมื่อลูกค้าให้ความยินยอมให้เปิดเผยเท่านั้น เราในฐานะสมาชิกและผู้ใช้ข้อมูลเครดิตบูโรในการพิจารณาสินเชื่อ ไม่พบว่ามีการขึ้นบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์ในข้อมูลเครดิตบูโร”

ด้านนายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด กล่าวว่า ข้อมูลสินเชื่อจากเครดิตบูโรมีประโยชน์ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการที่เป็นสถาบันการเงิน และในส่วนของผู้ขอสินเชื่อ เพราะเครดิตบูโรเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการมีสินเชื่อ และการชำระหนี้ของลูกค้าสินเชื่อทั้ง Bank และ Non-Bank ที่เป็นสมาชิก

โดยการจะเปิดเผยให้สมาชิกเข้ามาดูข้อมูลได้ ก็จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนเท่านั้น จึงจะเปิดเผยได้ ขณะที่ลูกค้าผู้ขอสินเชื่อเอง ก็สามารถเช็กประวัติของตัวเองได้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการขอสินเชื่อ และในรายที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ สามารถนำจดหมายปฏิเสธสินเชื่อมายื่นขอตรวจสอบเครดิตบูโรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อตรวจดูว่าข้อมูลเครดิตของท่านถูกต้องหรือไม่และมีจุดไหนที่เป็นสาเหตุให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อ จะได้นำไปแก้ไขปรับปรุงต่อไป

“สิ่งที่สมาชิกในกลุ่มศรีสวัสดิ์ได้ออกมายืนยันก็คงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าในเครดิตบูโรไม่มีการจัดเก็บสิ่งที่เรียกว่า บัญชีดำ หรือมีข้อมูล Blacklist หรือคำที่ชอบพูดกันว่าติดเครดิตบูโร แต่อย่างใด เพราะการจะได้สินเชื่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอาชีพ อายุ รายได้ ทรัพย์สิน ความสามารถในการชำระหนี้ ประวัติการก่อหนี้ ประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา เป็นต้น”.

 

ดันส้มบางมด-ลิ้นจี่บางขุนเทียนสินค้าจีไอ “สนธิรัตน์”ลั่น!ปั้นครบทุกจังหวัดทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 มิ.ย. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960048


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปเขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดทำโครงการส่งเสริมหนึ่งจังหวัดหนึ่งสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) หลังจากตั้งเป้าที่จะผลักดันให้ 77 จังหวัดของไทย มีสินค้าจีไอครบทุกจังหวัด และจนถึงขณะนี้เหลือเพียง 8 จังหวัดเท่านั้น ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนจีไอ ได้แก่ กรุงเทพฯ สระแก้ว สิงห์บุรี สมุทรสาคร สตูล กาญจนบุรี ระนอง และกระบี่ ซึ่งครั้งนี้เป็นที่น่ายินดีที่กรุงเทพฯ โดยวิสาหกิจชุมชนจอมทองพัฒนาได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนจีไอ “ส้มบางมด” และ “ลิ้นจี่บางขุนเทียน” ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ทำให้เหลืออีกเพียง 7 จังหวัด ที่จะผลักดันให้จัดทำคำขอขึ้นทะเบียนจีไอต่อไป โดยตั้งเป้าให้สำเร็จภายในปีนี้

สำหรับส้มบางมด เป็นส้มเขียวหวาน มีทรงผลกลมมน หรือแป้นเล็กน้อย ผิวผลเรียบ เปลือกบาง เนื้อส้มภายในเป็นสีส้มอมทอง ฉ่ำน้ำ ซังนิ่ม กลีบแยกออกจากกันได้โดยง่าย เมื่อแกะออกมาแล้วกลิ่นจะติดจมูก มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย จากประวัติพบว่าส้มบางมด ปลูกในพื้นที่ตำบลบางมดปัจจุบัน คือ แขวงบางมดในเขตทุ่งครุ และเขตจอมทอง กรุงเทพฯ จนเป็นที่นิยมและมีชื่อเสียง แต่ตั้งแต่ปี 2526 ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ บางปีมีน้ำทะเลหนุน และเกิดโรคระบาด ทำให้สวนส้มบางมดล่มเป็นจำนวนมาก “สำนักงานเขตจอมทอง กรุงเทพฯ สนองพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดทำโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสวนส้มบางมด และผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ปัจจุบันส้มบางมดมีพื้นที่ปลูกใน 8 เขต คือ เขตจอมทอง เขตบางขุนเทียน เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางบอน เขตภาษีเจริญ เขตบางแค และเขตหนองแขม”

ส่วนลิ้นจี่บางขุนเทียน ถูกนำมาปลูกตั้งแต่ยุคต้นรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ 3 พันธุ์ทางการค้าที่มีการปลูกมากที่สุด คือ พันธุ์กะโหลกใบยาว การหาตลาดกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมกับบริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด จัดมุม GI Corner เพื่อขยายช่องทำตลาดให้.

 

“บิ๊กตู่” ขยายเวลาอีก 1 ปี จัดแพ็กเกจช่วยดันเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 2 มิ.ย. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/960043


นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนสำหรับกิจการเป้าหมายในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนใน 10 จังหวัดออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดในสิ้นปี 2560 นี้ ให้ขยายเวลาไปถึงสิ้นปี 2561 ขณะเดียวกันในบางประเภทกิจการที่ยกเลิกการส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว

เช่น ผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหารสัตว์ ยาสีฟัน สบู่ แชมพู เครื่องสำอาง ให้กลับมาตั้งกิจการในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขเป็นเวลา 8 ปี สิ้นสุดการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในสิ้นปี 2561 ซึ่งคนในท้องถิ่นมีความสามารถที่จะทำธุรกิจประเภทนี้ได้ ดังนั้น เชื่อว่าการกลับมาส่งเสริมกิจการที่ยกเลิกไปแล้ว จะช่วยผลักดันให้มีการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเพิ่มขึ้น

“นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้บีโอไอหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ.และกระทรวงการคลัง เพื่อหามาตรการเป็นแพ็กเกจจูงใจให้มีการลงทุนมากขึ้นในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เช่น ประสานไปยังกรมธนารักษ์ พิจารณาปรับปรุงอัตราค่าเช่า ให้มีแรงจูงใจกับภาคเอกชนมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เดือน ม.ค.2558-เม.ย.2560 มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนพื้นที่ 10 จังหวัด รวม 41 โครงการ เงินลงทุนรวม 8,578 ล้านบาท”

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติให้เปิดประเภทกิจการที่จะได้รับสิทธิ์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ คือ กิจการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้วย.