ราคาทองเปิดตลาดคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,600

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2559 09:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796562

 

ทองเปิดตลาดวันที่ 29 พ.ย. ราคาคงที่ ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,000 ขายออกบาทละ 20,100 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,647.36 ขายออกบาทละ 20,600 บาท …

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.26 น. ราคาคงที่ ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,000.00 บาท ขายออกบาทละ 20,100.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,647.36 บาท ขายออกบาทละ 20,600.00 บาท.

 

เปิดตัวช็อกโกแลตไร้น้ำตาล จับเทรนด์ชอบหวานแต่กลัวอ้วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2559 08:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796517

 

“กูลิโกะ” เปิดตัวช็อกโกแลตสูตรใหม่ในไทยไม่มีน้ำตาล โดยใช้สารให้ความหวานแทน ชี้ตลาดรวมช็อกโกแลตในไทยยังเติบโตต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมา มูลค่าแตะ 5 พันล้าน…

นายทาคะยาสุ ทัสซึมิ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มงานการตลาด บริษัท ไทยกูลิโกะ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมรายใหญ่ กล่าวว่า กูลิโกะจับเทรนด์อร่อยด้วยทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพ ล่าสุด เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ กูลิโกะ ซีโร่ ชูการ์ ช็อกโกแลต เฟลเวอร์ ครั้งแรกในไทยกับช็อกโกแลตไม่มีน้ำตาล ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลมัลติตอลเป็นสารให้ความหวาน

ทั้งนี้ ช็อกโกแลตเป็นขนมหวานของโปรดคนไทย มูลค่าตลาดรวมในปี 2558 อยู่ที่ประมาณ 5,500 ล้านบาท ซึ่งมีการเติบโตต่อเนื่อง สำหรับกูลิโกะมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักสำคัญ 3 ประการ คือ หัวใจ สุขภาพ และชีวิต พร้อมกันนี้ยังได้เลือก แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ กูลิโกะ ซีโร่ ชูการ์ ช็อกโกแลต เฟลเวอร์ ด้วย.

 

ชวนช็อปสินค้า “โครงการหลวง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 พ.ย. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796396

 

นางสาวภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด และท็อปส์ เปิดเผยว่า เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ท็อปส์จึงได้จัดงาน “สานต่อที่พ่อทำ สัปดาห์สินค้าตามแนวพระราชดำริ” ระหว่างวันที่ 1-7 ธ.ค.นี้ ที่ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ สาขาเซ็นทรัลพลาซาเวสต์เกต และท็อปส์ มาร์เก็ตสาขาปิ่นเกล้า โดยภายในงาน ผู้บริโภคจะได้พบกับผลิตภัณฑ์จาก “มูลนิธิโครงการหลวง พิเศษเปิดตัวครั้งแรก!!! ร่วมเป็นเจ้าของชุดชา 9 ในดวงใจ” จำหน่ายราคาชุดละ 999 บาท ที่มีจำนวนจำกัด

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์ผัก ผลไม้ เช่น อโวคาโด เคพกูสเบอร์รี่ และโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา อาทิ น้ำผึ้งสวนจิตรลดา ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิชัยพัฒนา ได้แก่ ภัทรพัฒน์น้ำมันเมล็ดชา ชาสมุนไพรชัยพัฒนา ผลิตภัณฑ์จากโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ ได้แก่ นมโคเต็มมันเนยสเตอริไลซ์ มันเทศญี่ปุ่น ฯลฯ ดอยคำ ผลิตภัณฑ์โครงการหลวง อาทิ น้ำผลไม้พร้อมดื่ม ผลไม้อบแห้ง กระเช้าของขวัญ และประชาชนยังสามารถเลือกซื้อสินค้า ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์และท็อปส์ทุกสาขา

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการฝ่ายการพาณิชย์ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส ได้จัดแคมเปญ “รวมใจช่วยคนไทยลดค่าครองชีพ” ที่คัดสรรจากสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพของลูกค้า ที่ได้รับความร่วมมือจากคู่ค้า 14 ราย นำสินค้า 700 รายการ ภายใต้ 27 แบรนด์ดังมาร่วมลดราคา 20% หรือมากกว่า โดยส่วนนี้เป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างเทสโก้ โลตัสและคู่ค้า มูลค่า 200 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 2559-4 ม.ค.2560.

 

ธุรกิจ “อีคอมเมิร์ซ” ขายทะลัก คนต่างจังหวัดนิยมซื้อเหตุราคาถูกกว่าปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 พ.ย. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796376

 

นายอเล็กแซนดรอ บิสซินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทลาซาด้า ประเทศไทย ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในเอเชีย เปิดเผยว่า ตั้งแต่อาลีบาบา (AIibaba) อีคอมเมิร์ซอันดับ 1 จากประเทศจีน เข้ามาถือหุ้นใหญ่ในลาซาด้าเมื่อเดือน เม.ย. ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในแง่ขององค์กร นอกเหนือจากศักยภาพด้านการทำธุรกิจของลาซาด้าที่โดดเด่นมากขึ้น จากความแข็งแกร่งของอาลีบาบา รวมทั้งโอกาสที่ดีทางธุรกิจ ที่คู่ค้าของลาซาด้าได้รับมากขึ้นด้วย

“ปีนี้ ลาซาด้าขยายธุรกิจในไทยอย่างชัดเจน แม้ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้แต่เราสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ มีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร จุสินค้าได้ 500,000 ชิ้น นอกเหนือจากการเปิดบริการส่งสินค้าฟรีเมื่อซื้อเกิน 99 บาท รวมทั้งเพิ่มหมวดหมู่สินค้าจาก 14 เป็น 17 หมวด รองรับยอดขายที่เติบโต ล่าสุดจากแคมเปญลาซาด้า ออนไลน์ ซุปเปอร์เซลส์ที่ผ่านมา นักช็อปไทยทำสถิติใหม่ด้วยยอดขาย 270,000 ชิ้น ภายใน 24 ชั่วโมง”

นายบิสซินีกล่าวว่า ตั้งแต่ลาซาด้าเปิดกิจการในไทยปี 2555 เดิมยอดขาย 70% อยู่ในกรุงเทพฯปริมณฑล แต่ขณะนี้ยอดขาย 70% มาจากต่างจังหวัด เนื่องจากการขยายโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ ตลอดจนห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆในต่างจังหวัดมีไม่มากนัก ฯลฯ คนต่างจังหวัดจึงหันมาซื้อสินค้าออนไลน์ และ 60% ของยอดขายทั้งหมด ยังมาจากมือถือด้วย โดย 5 จังหวัดที่มียอดขายเติบโตสูงสุด ได้แก่ สมุทรสงคราม มียอดการสั่งสินค้าเพิ่มขึ้น 220% ตามมาด้วยอำนาจเจริญ ชุมพร กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ หมวดสินค้าที่เติบโตสูงสุด ได้แก่ สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ยานยนต์ ท่องเที่ยว และสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ หมวดความงามและสุขภาพ ที่ปีนี้ขายไปแล้ว 3.6 ล้านชิ้น

“คนไทยเข้าถึงการค้นหาดีลและโปรโมชั่นพิเศษ ได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อซื้อสินค้าออนไลน์ ในราคาที่ถูกขึ้น ผ่านมหกรรม ออนไลน์ ซุปเปอร์เซลส์ของลาซาด้า ซึ่งปี 2558 มีผู้เข้ามาชมสินค้า 3 ล้านราย สั่งซื้อสินค้า 130,000 ชิ้นใน 2 วัน โดยมหกรรมลดราคาครั้งใหญ่ปีนี้ จะมีขึ้นวันที่ 12-14 ธ.ค.ไฮไลต์อยู่ที่สินค้า เช่น L’Oreal, Maybelline และ Garnier ลดราคาทุกชิ้นกว่า 50% และสินค้าลดราคา 70% จากเทสโก้ โลตัส”.

 

หวังรายได้ท่องเที่ยว 2.7 ล้านล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 พ.ย. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796371

 

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมตั้งเป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยวปี 2561 ทั้งจากคนไทยเที่ยวในประเทศและคนต่างชาติเที่ยวไทย เพิ่มขึ้นอีก 100,000 ล้านบาท เป็น 2.7 ล้านล้านบาท ภายใต้จำนวนนักท่องเที่ยว 34 ล้านคน จากเป้าหมายเดิม 2.6 ล้านล้านบาท จำนวน 33 ล้านคน เพื่อสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวไทย และกลยุทธ์การตลาดมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ เน้นเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อคนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพนักท่องเที่ยวจีน ที่พบว่าคนจีนใช้จ่ายเพิ่มเป็น 49,000 บาทต่อทริป จากเดิม 47,000 บาทต่อทริป ส่วนรายได้ของการท่องเที่ยวปี 2559 นี้จะเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนด 2.48 ล้านล้านบาทแน่นอน และมีแนวโน้มถึง 2.5 ล้านล้านบาท ส่วนเป้าหมายรายได้ปี 2560 ตั้งไว้ที่ 2.5 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจุบันภาคการท่องเที่ยวเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศและเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยไตรมาส 4 ของปีนี้ ททท.เตรียมจัดรายการส่งเสริมการขาย สร้างบรรยากาศการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ขณะที่ตลาดในประเทศ มุ่งส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในโครงการ “70 เส้นทาง ตามรอยพระบาท”

สำหรับแนวทางการแก้ไขผลกระทบจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมาย ได้สั่งการให้นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกกลุ่ม เช่น บริษัททัวร์ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทัวร์จีนทั้งหมดในวันที่ 30 พ.ย.นี้เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางการให้ความช่วยเหลือ และร่วมวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นการทำทัวร์ถูกกฎหมาย

ด้าน พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ธนะศักดิ์ได้สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวบังคับใช้กฎหมายปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดระเบียบให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์อย่างถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด.

 

คนจนเฮ! 1 ธ.ค.รับเงินช่วยเหลือ รัฐทุ่มสุดตัว 2 หมื่นล้านผ่านธนาคาร 3 แห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 พ.ย. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796367

 

นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า วันที่ 1 ธ.ค.นี้ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย พร้อมโอนเงินตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ต้องการช่วยเหลือคนมีรายได้ไม่เกินปีละ 100,000 บาท หลังจากที่มีประชาชนมาลงทะเบียนขอรับสวัสดิการจากรัฐจำนวน 8.3 ล้านคน “เงินที่โอนให้ประชาชนมีประมาณ 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคนจนที่ไม่ได้ทำอาชีพเกษตร 5.4 ล้านคน จะใช้เงิน 12,700 ล้านบาท ส่วนคนที่ทำอาชีพการเกษตร มี 2.9 ล้านคน จะใช้เงินอีก 7,300 ล้านบาท โดย ครม.กำหนดให้ธนาคารทั้ง 3 แห่งโอนเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.-30 ธ.ค.59 ในวันนี้ (29 พ.ย.) สศค.จะหารือกับธนาคารทั้ง 3 แห่งเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อเตรียมความพร้อมไม่ให้การโอนเงินสะดุด”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าวันที่ 1 ธ.ค.จะโอนเงินได้ทั้งหมด 20,000 ล้านบาทหรือไม่ เพราะผู้ที่ลงทะเบียน 8.3 ล้านคน มีบางรายที่กรมสรรพากร และกระทรวงมหาดไทย อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง หากผลการตรวจสอบถูกต้องว่ามีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาท และมีตัวตนอยู่จริงตามทะเบียนบ้านหรือไม่ หากผลการตรวจสอบถูกต้อง ผู้ลงทะเบียนต้องตรวจสอบด้วยว่ามีสมุดบัญชีของธนาคารหรือไม่ โดยใครที่ลงทะเบียนกับธนาคารแห่งใดใน 3 แห่งนี้ จะโอนเงินเข้าธนาคารแห่งนั้น

หากยังไม่มีสมุดบัญชีต้องเปิดบัญชีเงินฝากก่อน ทั้งนี้ ครม.กำหนดการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยจากรัฐบาล 3,000 บาท หากมีรายได้เกิน 30,000 บาท แต่ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท จ่ายให้ปีละ 1 ครั้ง ส่วนปีหน้ากระทรวงการคลังวางแผน เปิดลงทะเบียนเดือน ก.ย.60 แต่ รมว.คลังเร่งรัดให้เร็วขึ้น ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจน.

 

หุ้นสหรัฐฯ ร่วง จากแรงฉุดกลุ่มค้าปลีก-ขายเอากำไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 พ.ย. 2559 06:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796457

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงในวันจันทร์ ส่วนหนึ่งมาจากแรงฉุดของบริษัทกลุ่มค้าปลีกหลังช่วงการช็อปปิ้งในวันหยุด อีกส่วนมาจากการขายหุ้นเอากำไร…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 28 พ.ย. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 54.24 จุด หรือ 0.28% ปิดที่ 19097.90 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 11.63 จุด หรือ 0.53% ปิดที่ 2201.72 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 30.11 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 5368.81 จุด

นักวิเคราะห์ระบุว่า หุ้นสหรัฐฯ ลดลงจากการขายเอากำไร หลังจากหุ้นพุ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และความไม่สบายใจเกี่ยวกับการซื้อขายในช่วง ‘แบล็คฟรายเดย์’ หลังมีรายงานว่า การยอดการซื้อขายผ่านทางออนไลน์เพิ่มขึ้น แต่ซื้อขายตามร้านค้ากลับน่าผิดหวัง

 

ดิจิทัล เวนเจอร์สเปิดโครงการหนุนสตาร์ทอัพไทยเต็มสูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ย. 2559 13:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/794411

 

ดิจิทัล เวนเจอร์ส ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าเปิดตัว Digital Ventures Accelerator โครงการผลักดันและส่งเสริมสตาร์ทอัพให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์สร้างระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพไทย…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดิจิทัล เวนเจอร์ส ผู้ศึกษาและพัฒนานวัตกรรมทางการเงินในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดตัว “Digital Ventures Accelerator (DVA) Accelerator” โครงการผลักดันและส่งเสริมสตาร์ทอัพให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้เริ่มเปิดคลาสอย่างเป็นทางการแล้วแก่สตาร์ทอัพทั้ง 10 ทีม ที่ได้รับคัดเลือกจากกว่า 140 ทีม ที่สมัครเข้ามา มุ่งผลักดันให้สตาร์ทอัพเติบโตได้จริงและสามารถขยายตลาดได้ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค มุ่งหวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพที่ดีที่สุด โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มากมายในหลากหลายวงการมาร่วมกันเพิ่มศักยภาพแก่สตาร์ทอัพ ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์และพันธมิตรที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากหลากหลายวงการ

นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า หนึ่งในวิสัยทัศน์ของดิจิทัล เวนเจอร์ส คือ การสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการที่เรียกว่า Digital Ventures Accelerator (DVA) ที่มุ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบนิเวศที่ดีที่สุดให้กับสตาร์ทอัพไทย (Build Startup Ecosystem) ด้วยการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์และพันธมิตรจากหลากหลายวงการ ที่จะมาช่วยให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน กฎหมาย และเทคโนโลยี

นอกจากนี้ สตาร์ทอัพยังได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 300,000 บาท ตั้งแต่ต้นโครงการเพื่อให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ตลอดเวลาที่อยู่ในโครงการ ในขณะเดียวกันธนาคารไทยพาณิชย์และสตาร์ทอัพสามารถต่อยอดธุรกิจร่วมกันเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับลูกค้าธนาคารในอนาคตต่อไปได้ อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะได้รับเงินลงทุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ขั้นต่ำ 1 ล้านบาท หลังจากจบโครงการด้วย เชื่อว่าจากความพร้อมทั้ง 3 ด้านนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตอย่างยั่งยืนได้

นายชาร์ล เจริญพันธ์ Head of Accelerator บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า โครงการ Digital Ventures Accelerator (DVA) เล็งเห็นว่าสตาร์ทอัพไทยนั้นมีศักยภาพ แต่อาจจะเติบโตได้ไม่ดีหรือไม่เร็วเท่าที่ควร นอกเหนือจากเรื่องเงินทุนแล้ว สตาร์ทอัพอาจขาดความรู้ในหลายด้านที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ ที่สำคัญที่สุดคือขาดฐานลูกค้า จึงไม่สามารถขยายธุรกิจได้ เราตั้งเป้าให้ DVA เป็น Accelerator ที่ดีที่สุดในไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้สตาร์ทอัพที่จบจากโครงการเติบโตอย่างน้อย 20% และเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย จึงออกแบบและพัฒนาหลักสูตรให้ตอบโจทย์ความตั้งใจของเราให้มากที่สุด โดย 3 เดือนแรก จะปูพื้นฐานให้แน่นด้วยความรู้ที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจให้มีความพร้อมมากที่สุด ด้วย Startup Essential Program โดย สุรวัฒน์ พรหมโยธิน ความรู้ด้านกฎหมาย โดย Baker & McKenzie และความรู้ด้านการเงิน โดย PrimeStreet Advisory และอีก 3 เดือนถัดมา จะมุ่งให้สตาร์ทอัพสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยโปรแกรม Growth Hacking สอนโดย Chris Tweten นอกจากนี้ สตาร์ทอัพยังมีเมนทอร์พิเศษที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละทีมมาแชร์ประสบการณ์และให้คำปรึกษาแบบทีมต่อทีม (Specialist & Dedicated Mentor) และทุกทีมจะมีเมนทอร์หลัก (Core Mentor) เพื่อเซต KPI และติดตามผลในทุกสัปดาห์อีกด้วย ข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่ง คือสตาร์ทอัพจะได้รับโอกาสปรึกษาเรื่องเงินลงทุน และความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีกับทีมผู้บริหารของ ดิจิทัล เวนเจอร์ส อย่างใกล้ชิด

“สตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ Digital Ventures Accelerator (DVA) รุ่นแรกนี้ มีทั้งหมด 10 ทีม ทั้งกลุ่มที่เป็น FinTech อาทิ KYC Chain ที่พัฒนาบริการ Know Your Customer หรือ KYC บนเทคโนโลยี Blockchain เพื่อยกระดับการทำธุรกรรมการเงินในอนาคต Refinn สตาร์ทอัพที่ให้บริการระบบรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่ำ PeerPower ให้บริการขอสินเชื่อหรือกู้ยืมเงินระหว่างบุคคล และยังมีกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ PetInsure สตาร์ทอัพที่เอาใจคนรักสัตว์ด้วยประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์ครั้งแรกในไทย Seekster ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นหางานด้านการบริการสำหรับลูกค้าทั่วไป และลูกค้า SMEs เป็นต้น  ด้วยศักยภาพของสตาร์ทอัพทั้ง 10 ทีมผนวกกับความแตกต่างของหลักสูตรในโครงการ Digital Ventures Accelerator (DVA) ที่ออกแบบมาเพื่อสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ และความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบนิเวศให้กับสตาร์ทอัพที่ดีที่สุด จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถของสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตทัดเทียมสู่ระดับสากลได้อย่างยั่งยืน” นายชาร์ล กล่าว

 

ตั้งประชารัฐขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 ยกระดับพัฒนาฝีมือแรงงานก่อนตกงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796332

 

(นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี)

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เห็นชอบให้จัดตั้งประชารัฐกลุ่มที่ 14 ว่าด้วยการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 คาดว่าจะตั้งได้ภายในสิ้นปีนี้ เพราะเรื่องนี้สำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต โดยเฉพาะการพัฒนาฝีมือแรงงานให้เข้าสู่แรงงาน 4.0 หากไม่มีการพัฒนา แรงงานกลุ่มนี้จะตกงานจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้หารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม แรงงาน ศึกษาธิการ และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการพัฒนาคนที่จะก้าวสู่แรงงาน 4.0 แล้ว รวมถึงให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ดูเรื่องสิทธิประโยชน์สำหรับเอกชนที่ลงทุนพัฒนาคน

ด้านนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากประเทศไทยไม่ดำเนินการแผนยกระดับอุตสาหกรรม 4.0 ในอนาคตภาคอุตสาหกรรมก็จะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว และประเทศไทยควรเป็นผู้นำในด้านนโยบาย ไม่ใช่เป็นผู้ตาม ซึ่ง ส.อ.ท. ได้ยื่นสมุดปกขาว ยุทธศาสตร์การยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ให้นายสุวิทย์แล้ว เพื่อร่วมผลักดันและวางเป้าหมายยกระดับอุตสาหกรรม 4.0 ในปี 2568

 

จับมือพัฒนาสินค้าเกษตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 พ.ย. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796341

 

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร กับนายคิม แจ ซู รมว.เกษตร อาหาร และกิจการชนบทสาธารณรัฐเกาหลีว่า การลงนามครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่ทั้ง 2 ประเทศจะมีความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกันใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการอำนวยความสะดวกทางการค้าสินค้าเกษตร แก้ไขปัญหาทางเทคนิคระหว่างกัน รวมถึงยังเป็นช่องทางให้ไทยขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะด้านการเกษตรไปยังสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และที่มีศักยภาพในการขยายความร่วมมือด้านการเกษตรในอนาคต

“กระทรวงเกษตรฯได้ขอบคุณเกาหลีใต้ที่เปิดตลาดไก่สดแช่เย็นแช่แข็งให้ไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.59 ส่งผลให้ไทยส่งออกไก่สดแช่เย็นหรือแช่แข็งไปเกาหลีใต้ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีหลังจากเกิดปัญหาไข้หวัดนก พร้อมทั้งยืนยันว่ากระทรวงจะดำเนินการตามเงื่อนไขการนำเข้าของเกาหลีใต้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้บริโภคไก่สดแช่เย็นแช่แข็งที่มีคุณภาพความปลอดภัย และได้มาตรฐานจากไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเนื้อไก่ดิบสดแช่แข็งของไทยลอตแรกส่งออกไปเกาหลีใต้แล้วตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย.59 ในปี 60 คาดว่าไทยส่งออกไปเกาหลีใต้ได้เฉลี่ยได้ 30,000-40,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท”.