เติมฝันคนไทย “สวย-สุขภาพดี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ต.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764522

 

“แอมเวย์” ยึดหลัก “สร้างโอกาส-สร้างชีวิตที่ดีขึ้น”

“แอมเวย์” ยืนยันทำธุรกิจบนพื้นฐานความเท่าเทียมในการขาย สร้างโอกาสให้ผู้คนได้มีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ตอกย้ำกลยุทธ์ “Healthy You, Beautiful You, Perfect You สร้างยอดขายปีนี้ 17,200 ล้านบาท ต่อยอดความสำเร็จปีหน้า

นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจในปี 2559 นี้ว่า การใช้กลยุทธ์ “Healthy You, Beautiful You, Perfect You รองรับเทรนด์โลกเรื่องสุขภาพและความงามอย่างบูรณาการ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการมีสุขภาพดี ผิวพรรณสวยงาม ดูดีทั้งภายในและภายนอก ซึ่งแอมเวย์ได้ผสานผลิตภัณฑ์คุณภาพเวิลด์คลาส ส่วนความงามภายใต้แบรนด์เครื่องสำอางอาร์ทิสทรี และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ สร้างเป็นกระบวนการแก้ปัญหาความงามและสุขภาพอย่างเฉพาะเจาะจง รวมทั้งใช้ความแข็งแกร่งของนักธุรกิจแอมเวย์นำเสนอผลิตภัณฑ์และแนะนำแนวปฏิบัติเพื่อความงามและสุขภาพที่ดีของลูกค้า

“ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ แอมเวย์จะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 17,200 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5% จากปีที่ผ่านมา และยังช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อของลูกค้าต่อเนื่องไปอีกถึงปีหน้า เนื่องจากการนำเสนอกระบวนการดังกล่าว และการเกิดขึ้นของกลุ่มที่ปรึกษาความงามและสุขภาพดีของผู้ใช้และผู้แนะนำของแอมเวย์ ซึ่งลูกค้าให้ความมั่นใจในความสำเร็จจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการซื้อขายในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ในอนาคต”


ขณะเดียวกัน ในวาระที่ทุกฝ่ายในประเทศพยายามสืบสานการทำธุรกิจบนพื้นฐานของความดีตามรอยพ่อหลวงของประชาชนคนไทย นายกิจธวัช กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของแอมเวย์ ซึ่งเราดำเนินการมาตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา เรายืนอยู่บนหลักการสำคัญของการสร้างโอกาสให้ผู้คนได้มีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น บนพื้นฐานจรรยาบรรณที่ยุติธรรมในการอยู่ร่วมกันขององค์กรขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและความสามัคคี มีหลักการการทำงานร่วมกันของบริษัท มีกฎจรรยาบรรณและระเบียบปฏิบัติเพื่อดูแลให้เกิดความถูกต้อง บริษัทไม่ได้หวังแต่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการในยอดขายที่สุจริตยุติธรรม หากผลประกอบการนั้นไม่ได้มาจากการปฏิบัติที่ถูกต้อง หรือไม่ทำให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน จุดยืนของแอมเวย์จะไม่ยอมให้ทำ ซึ่งใครจะว่าเราไม่ตามสมัยเราก็ไม่กังวล

“อย่างที่รู้กันว่า เรามีนักธุรกิจของแอมเวย์กว่า 330,000 ครอบครัว และแต่ละคนมีความรู้ความสามารถ ต้นทุน รวมทั้งฐานะที่แตกต่างกัน ในโลกยุคออนไลน์ นักขายหลายคนอยากจะเปิดร้านขายผ่านสื่อออนไลน์ รับสั่งสินค้าผ่านออนไลน์ ซึ่งส่วนนี้บริษัทไม่อนุญาตให้นักธุรกิจแอมเวย์ทำ รวมทั้งไม่อนุญาตให้มีการขายสินค้าโดยการแย่งลูกค้ากัน หรือวางโชว์สินค้าขายไว้ตามหน้าร้านต่างๆ เพราะเป็นการตัดโอกาสคนที่ไม่มีร้านค้าของตนเอง หรือไม่มีความรู้ในเรื่องคอมพิวเตอร์ที่ดีพอ ซึ่งทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน เราให้ใช้โซเชียลมีเดียในการติดต่อลูกค้าสร้างกลุ่มให้คำแนะนำได้ แต่ทุกอย่างต้องทำภายใต้การเปิดโอกาสที่เท่าเทียม”

ขณะที่นางรัตนา ชาญนรา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ “Healthy You, Beautiful You, Perfect You 3 ส่วนสำคัญ โดย HEALTHY YOU ได้ประสบความสำเร็จไปแล้วอย่างสวยงามจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์ ในส่วนของการควบคุมน้ำหนัก บอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ ในปีที่ผ่านมา และแคมเปญจุดเปลี่ยนในปีนี้ ซึ่งมีโก๊ะตี๋ นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง มาเป็นตัวแทนนำเสนอในฐานะผลิตผลของผลิตภัณฑ์ ทำให้มียอดขายในกลุ่มนี้ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย.แล้ว 1,348 ล้านบาท”

ส่วน BEAUTIFUL YOU เป็นการสานต่อยอดความสำเร็จเพราะเมื่อมีสุขภาพดีแล้ว ภาพลักษณ์ภายนอกก็ต้องดูดีด้วยเช่นกัน โดยในปีนี้ แอมเวย์ได้แนะนำ 2 ผลิตภัณฑ์ความงามที่สำคัญจากอาร์ทิสทรี เริ่มจากการดูแลผิวสำหรับคนลดน้ำหนัก โดยแนะนำผลิตภัณฑ์ยกกระชับพร้อมมอบความชุ่มชื้นให้ผิว ตามด้วย “อาร์ทิสทรี สกิน ดีทอกซ์” ซึ่งส่วนนี้ อาร์ทิสทรีร่วมกับชีวาศรม อคาเดมี สถาบันสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชั้นนำ ออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพผิวประจำสัปดาห์ โดยใช้ผลิตภัณฑ์อาร์ทิสทรี ซึ่งจะช่วยลดการสะสมของของเสียในชั้นผิว ประกอบด้วย อาร์ทิสทรี ดีพ เคล็นซิ่ง มาสค์ มาสค์โคลนสูตรเย็น อาร์ทิสทรี โพลิชชิ่ง เอ็กซ์โฟลิแอนท์สครับเพื่อผิวเรียบเนียน อาร์ทิสทรี ครีมมี่มาสซาจ ครีมนวดหน้าเพื่อลดผิวเหนื่อยล้า และไฮดร้า-วี รีเฟรชชิ่ง มอยส์เจอร์ มาสค์เติมน้ำให้ผิวแบบเร่งด่วน และต่อยอดสู่ PERFECT YOU ที่จะสร้างคนไทยทั้งสวยหล่อและมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมกัน.

 

รวบรวมปัญหาปั่นหุ้น-อินไซเดอร์เพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ต.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764517

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติสำคัญประจำไตรมาส 3 ปี 2559 พบมีเรื่องร้องเรียน 16 เรื่อง ลดลงจากช่วง เดียวกันของปีก่อนที่มี 17 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นกรณีเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรม คือ การแพร่ ข่าวหรือข้อมูลการสร้างราคาหรือปั่นหุ้น และการใช้ข้อมูลภายในมาซื้อขายหุ้น(อินไซเดอร์ เทรดดิ้ง) มีจำนวน 8 เรื่อง ขณะเดียวกัน มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจไม่มีใบอนุญาต 4 เรื่อง และเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แนะนำการลงทุน 4 เรื่อง

นอกจากนี้ ในไตรมาส 3 ยังมีการดำเนินคดีทางอาญา ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ รวมทั้งสิ้น 69 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 26 ราย แบ่งเป็นการเปรียบเทียบปรับ 50 ราย จำนวนเงินค่าปรับ 24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 10.70 ล้านบาท ขณะที่มีผู้ถูกกล่าวโทษ 19 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผู้ถูกกล่าวโทษ 14 ราย ด้าน การดำเนินการทางบริหารในไตรมาส 3 ได้สั่งพักงานผู้บริหารและบุคลากรในตลาดทุน 5 ราย ในจำนวนนี้มีผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ 1 ราย นอกจากนี้ ในไตรมาส 3 ยังมีกิจกรรมการเข้าซื้อกิจการมากถึง 7 บริษัท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเพียง 2 บริษัท คิดเป็นมูลค่าการทำคำเสนอซื้อ
กิจการรวม 23,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 2,535 ล้านบาท.

 

เปิดตลาดค้าส่งค้าปลีกกลางคืน รับการแข่งขันแรงย่านประตูน้ำ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ต.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764512

 

นางสาวอนุตตรา พร้อมทวีสิทธิ์ ผู้จัดการบริษัท โอเวอร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้บริหารโครงการศูนย์การค้า “วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน” ประตูน้ำเปิดเผยว่า การแข่งขันที่รุนแรงของตลาดค้าปลีก-ค้าส่ง ย่านประตูน้ำ ที่มี ผู้ประกอบการหนาแน่น ทั้งรายใหญ่ รายกลาง และรายย่อย ส่งผลให้บริษัทต้องปรับแผนการทำธุรกิจใหม่ ด้วยการเปิดพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ชั้นใต้ดินรองรับ 150 ร้านค้า เป็น “ไนท์มาร์เก็ต วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน” ให้บริการขายสินค้าแฟชั่น ของที่ระลึก และร้านอาหาร ตั้งแต่เวลา 09.00-24.00 น. เพื่อเสริมทัพในช่วงเวลาปกติ ที่เปิดให้บริการเวลา 09.00-20.00 น. หวังเป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังต้องการปลุกกำลังซื้อทั้งกลุ่มขาช็อปคนไทย กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าคนไทย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกลุ่มผู้ประกอบการชาวต่างชาติที่เข้ามาซื้อสินค้าไปขาย ที่ตลาดหลักเป็นลูกค้าจากกลุ่มประเทศบราซิล อินเดีย อเมริกาใต้ แอฟริกา และสหรัฐอเมริกา โดยสัดส่วนลูกค้า ที่เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้า “วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน” เป็นกลุ่มคนไทย 50% ชาวต่างชาติ 50% คาดว่าหลังเปิดให้บริการเต็มรูปแบบต้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา จะมีลูกค้าทั้งกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการใน “ไนท์มาร์เก็ต วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน” เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 300-500 คน และเพิ่มเป็นวันละ 800-1,000 คน ในเร็วๆนี้คาดว่าจะมีกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ จากอินเดีย ฮ่องกง จีน และเกาหลี เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นด้วย “ที่เปิดไนท์มาร์เก็ตเพิ่มขึ้น เพราะมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ เนื่องจากในย่านการค้านี้มีคนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน ทั้งกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งที่เข้ามาช็อปปิ้งซื้อสินค้า มารับประทานอาหาร ซึ่งการเปิดให้บริการค้าปลีก-ค้าส่ง และร้านอาหารกินดื่มถึงเที่ยงคืน ยังไม่มีใครทำในย่านประตูน้ำนี้ น่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จเกินคาด ส่วนแผนปี 60 จะขยายธุรกิจศูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง ในช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น”.

 

อัจฉริยราชาเพื่อพสกนิกรไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ต.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764511

 

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะจัดนิทรรศการแสดงผลงานทรัพย์สินทางปัญญาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “อัจฉริยราชา ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อพสกนิกร ไทย” ระหว่างวันที่ 28 ต.ค.-6 พ.ย.59 ที่ลานอีเดน 3 ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด และศูนย์การค้าสยามพารากอน ส่วนในต่างจังหวัดจะจัดที่สาขาของห้างเซ็นทรัล เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถด้านทรัพย์สินทางปัญญา ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน และยังเป็นการกระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนในการคิดค้นผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและประเทศในอนาคต นอกจากนี้ ยังจะจัดนิทรรศการดังกล่าว ที่สำนักงานของที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ซึ่งอยู่ในสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ด้วย เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เห็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยจะมีโดมสำหรับฟังเพลงพระราชนิพนธ์ กังหันน้ำชัยพัฒนา ฝนเทียม เป็นต้น ไปจัดแสดง ซึ่งในวันเปิดงานจะเชิญทูตานุทูตเข้าร่วมงานด้วย

“ขณะเดียวกัน กระทรวงฯได้จัดส่งภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง ฟ้าทอฝัน ซึ่งเป็นแอนิเมชั่นที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดทำขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระองค์ในช่วงที่ผ่านมา และมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพด้านทรัพย์สินทางปัญญา ไปยังสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ เพื่อเปิดให้ประชาชนได้รับชมด้วย”

สำหรับผลงานในด้านสิทธิบัตร พระองค์ได้รับการถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร รวม 11 ผลงาน เช่น กังหันน้ำชัยพัฒนา ฝนหลวง โครงการแกล้งดิน ไบโอดีเซล เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังจลน์ เป็นต้น ส่วนผลงานด้านลิขสิทธิ์ มีทั้งสิ้น 79 ผลงาน แบ่งเป็นผลงานด้านวรรณกรรม 6 ผลงาน เช่น หนังสือแนวคิดทฤษฎีใหม่, โครงการทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ, พระมหาชนก, นายอินทร์ผู้ปิดทอง หลังพระ, ติโต ผลงานด้านจิตรกรรม 8 ภาพ เช่น ภาพชื่อ “สมเด็จพระราชบิดา” ภาพชื่อ “ทะเลาะ” ผลงานด้านประติมากรรม 7 ผลงาน เช่น รูปปั้นหญิงเปลือยนั่งคุกเข่า, พระรูปปั้นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครึ่งพระองค์, พระพุทธรูปปางประทานพร ภปร. ผลงานด้านภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ 10 ภาพ เช่น ตามรอยพระยุคลบาท, เรือรบจำลอง, คู่ดาว, สามัคคีสี่พระหัตถ์ เป็นต้น ขณะที่ผลงานด้านดนตรีกรรม มี 48 เพลง เช่น เพลงแสงเทียน, ยามเย็น, สายฝน, ใกล้รุ่ง และชะตาชีวิต เป็นต้น.

 

ซิป้าขยายโครงสร้างพื้นฐานท่องเที่ยว โชว์แอพพลิเคชั่นแสดงภาพเสมือนจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764502

 

นายศุภชัย จงศิริ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า กล่าวว่า เพื่อเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านไอซีที (Hard Infrastructure และ Soft Infrastructure) ให้กับภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ทางซิป้าได้จัดทำแอพพลิเคชั่น “SEE THRU THAILAND” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ผสมโลกแห่งความเป็นจริง (Real) เข้ากับโลกเสมือนจริง (Virtual) ทำให้ภาพที่เห็นในจอ กลายเป็นวัตถุ 2 หรือ 3 มิติ ลอยอยู่เหนือพื้นผิวจริง นับเป็นการเปิดมุมมองการนำเสนอข้อมูลการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ และตอบโจทย์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ชอบการท่องเที่ยวด้วยตนเอง รวมทั้งยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวสามารถนำมาต่อยอดการทำการตลาด ให้เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายโดยตรงช่วยลดต้นทุนการทำการตลาดในระยะยาว

การทำงานของแอพพลิเคชั่น “SEE THRU THAILAND” จะมีข้อมูลการท่องเที่ยวไทยกว่า 10 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง, บุรีรัมย์ อุบลราชธานี, จันทบุรี ตราด, กาญจนบุรี เพชรบุรี, ตรัง พังงา ซึ่งข้อมูลแต่ละจังหวัดประกอบด้วยแผนที่นำทาง สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่พัก ร้านอาหาร และบริการต่างๆ ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง โดยจัดทำใน 4 ภาษา ได้แก่ ไทย, ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น ดาวน์โหลดผ่าน Google Play พิมพ์ “See Thru Thailand” ส่วนระบบ IOS ต้องรอ แต่อีกไม่นาน “ปัจจุบันการท่องเที่ยวในไทยยังคงเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลาย โดยพบว่า นักท่องเที่ยวจีนมองว่าไทยเป็นปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่จะเดินทางมาไทย คาดว่ามีจำนวนถึง 695,000 คน ส่วนนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรป ไม่รวมสหราชอาณาจักร คาดว่าจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้น 7.6-8.5% หรือประมาณ 3.72-3.75 ล้านคน”.

 

แนะเลี่ยง! ปิดเดินทางเรือ 3 เส้นหลัก 26ต.ค. มีพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/764232

25 ต.ค. 2559 22:56

แนะเลี่ยง! ปิดเดินทางเรือ 3 เส้นหลัก 26ต.ค. มีพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน

25 ต.ค. 2559 22:56

กรมเจ้าท่า ประกาศปิดเดินทางเรือ 3 เส้นทางหลัก 26 ต.ค.นี้ ตั้งแต่ 12.00-19.00 น. ประกอบพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ประจำปี 59

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 59 นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ทางกรมเจ้าท่า จะมีการดำเนินการปิดการจราจรทางน้ำชั่วคราว 3 จุดหลัก ประกอบด้วย 1. ระหว่างสะพานพระปิ่นเกล้า-สะพานพระปกเกล้า 2. ประตูระบายน้ำคลองมอญ-ปากคลองมอญ และ 3. คลองบางกอกใหญ่ ตั้งแต่ประตูระบายน้ำ-ปากคลองบางกอกใหญ่ เนื่องจากจะมีการประกอบพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ประจำปี 2559 ในวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2559 ระหว่างเวลา 12.00-19.00 น.

ในการนี้ ประกาศเพื่อขอความร่วมมือเรือทุกประเภทไม่ให้ผ่านเส้นทาง และแจ้งให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางในวันและเวลาดังกล่าว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มได้www.md.go.th หรือสอบถามสายด่วนกรมเจ้าท่า 1199 ตลอด 24 ชั่วโมง.

จัดรถรับส่งฟรี! สุวรรณภูมิ-สนามหลวง 2 รอบ/วัน เริ่ม 28 ต.ค.-30 พ.ย.59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ต.ค. 2559 21:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764217

 

ไทยสมายล์ การบินไทย และ ก.คมนาคม จัดรถรับส่งฟรี อำนวยความสะดวกประชาชนที่มาจากต่างจังหวัด เส้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ-สนามหลวง วันละ 2 รอบ ตั้งแต่ 28 ต.ค.-30 พ.ย. 59

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทางสายการบินไทยสมายล์ ร่วมกับสายการบินการบินไทย และกระทรวงคมนาคม อำนวยความสะดวกประชาชนต่างจังหวัดที่ต้องการเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย และถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง โดยจัดรถรับ-ส่งบริการฟรี ระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง รอบเช้าเวลา 10.30 น. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง รถจอดให้บริการ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 1 ประตู 8 รอบบ่ายเวลา 15.30 น. สนามหลวง-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รถจอดให้บริการหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนราชดำเนินกลาง โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2559.

 

พาณิชย์ เตรียมประสานผู้ผลิต จัดส่งผ้าม้วน-ผ้าพับสีดำ ให้พื้นที่ขาดแคลน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/764142

25 ต.ค. 2559 21:05

พาณิชย์ เตรียมประสานผู้ผลิต จัดส่งผ้าม้วน-ผ้าพับสีดำ ให้พื้นที่ขาดแคลน

25 ต.ค. 2559 21:05

พาณิชย์ เตรียมประสานผู้ผลิต ส่งผ้าม้วน-ผ้าพับสีดำลงพื้นที่ต่างจังหวัด แก้ปัญหาขาดแคลน ส่วนกรุงเทพฯ สถานการณ์คลี่คลาย มีสินค้าทยอยออกมาต่อเนื่อง …

วันที่ 25 ต.ค. 59 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้สั่งให้พาณิชย์จังหวัดที่ประจำอยู่แต่ละจังหวัด รวบรวมความต้องการผ้าม้วนและผ้าพับสีดำ ที่จะนำไปผลิตเสื้อสีดำและผ้าพับขาวดำ สำหรับประดับสถานที่ต่างๆ เพื่อใช้ในการไว้อาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจังหวัดใดที่ยังขาดแคลนให้รวบรวมข้อมูล หรือแจ้งมาที่สายด่วน 1569 ซึ่งกระทรวงฯ จะประสานผู้ผลิตจากแหล่งผลิตในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนำไปจัดจำหน่ายให้

“สถานการณ์เสื้อผ้าสีดำในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเริ่มคลี่คลาย มีสินค้าทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในต่างจังหวัดบางพื้นที่ยังขาดแคลนอยู่ ซึ่งจะเร่งประสานผู้ผลิตผ้าม้วนและผ้าพับ ให้นำสินค้าไปจำหน่ายให้เพียงพอ ไม่ให้เกิดการขาดแคลน”

ด้าน นางดวงกมล เจียมบุตร เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาวะการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่า ยังมีปัญหาเสื้อโปโลสีดำขาดตลาด ขณะที่ เสื้อยืดคอกลม และคอวี ยังมีจำหน่ายในราคาปกติ จึงประสานผู้ผลิตเร่งกระจายสินค้าเข้าพื้นที่ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแล้ว ซึ่งสินค้าลอตใหม่อาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยตัวละ 10-20 บาท แต่เมื่อมีสินค้าออกสู่ตลาดจำนวนมาก ราคาจะลดลงได้

“การจำหน่ายเครื่องแต่งกายสีดำ กระทรวงพาณิชย์ มีสายตรวจออกตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยจะปรับทันที หากพบผู้ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา ซึ่งได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับไปแล้วหลายราย ส่วนการตรวจสอบราคาสินค้า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลภาวะค่าครองชีพของประชาชนมาก ซึ่งการลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าแต่ละครั้ง ไม่ได้ดูแค่ราคา แต่ยังตรวจสอบคุณภาพ และความเพียงพอของสินค้าด้วย”

สำหรับสินค้าประเภทอื่นๆ เช่น ผักสด พบว่า ราคายังเป็นปกติ มีบางชนิดที่เน่าเสียง่าย เช่น ต้นหอม ผักชี คะน้า ผักกาดขาว มีราคาสูงขึ้น ส่วนปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เหลือเพียงตันละ 5,000 บาทนั้น ตรวจสอบแล้ว พบว่า เป็นข้าวเกี่ยวสดแล้วขายทันที ทำให้มีความชื้นสูง แต่ข้าวความชื้น 15% โรงสียังรับซื้อที่ตันละ 8,000 บาท อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ จะพิจารณาจัดตลาดนัดข้าวเปลือกในแต่ละพื้นที่ เพื่อช่วยให้ชาวนาจำหน่ายข้าวได้ราคาสูงขึ้น

‘ออมสิน’ เผย จัดระเบียบรถตู้วันแรกน่าพอใจ ยังมี ปชช.สับสนนิดหน่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ต.ค. 2559 18:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764102

 

รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยการจัดระเบียบรถตู้โดยสารวันแรก เผยภาพรวมออกมาเป็นที่น่าพอใจ รับ ยังมี ปชช.บางส่วนสับสนในการใช้บริการอยู่ ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้มากขึ้น …

วันที่ 25 ต.ค. 59 นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย พล.ต.อ.เอก อังศนานนท์ ประธานบอร์ด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อย การจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และ สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต ซึ่งเป็นการจัดระเบียบวันนี้ (25 ต.ค.) วันแรก


นายออมสิน กล่าวว่า การจัดระเบียบครั้งนี้ จะช่วยทำให้รถตู้โดยสารหมวด 2 ที่วิ่งให้บริการระหว่างจังหวัดกว่า 4,000 คัน ที่เคยมาวิ่งและจอดให้บริการรอบอนุสาวรีย์ฯ จะต้องย้ายการให้บริการไปอยู่ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต เอกมัย และสถานีขนส่งสายใต้ และเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่ไม่ชินเส้นทาง ทาง ขสมก. ได้จัดรถเมล์ชัทเทิล บัส คอยวิ่งบริการจากอนุสาวรีย์ฯ ไปยัง 3 สถานีหลัก จนกว่าประชาชนจะคุ้นเคย โดยรถเมล์ชัทเทิลบัสที่ ขสมก.เอามาวิ่งให้บริการ เพื่อส่งสถานีขนส่ง มีกว่า 36 คัน แบ่งเป็นชัทเทิลบัสจากอนุสาวรีย์ฯ ไปยังสายใต้ใหม่ 8 คัน, จากอนุสาวรีย์ฯ ไปหมอชิต 8 คัน, จากอนุสาวรีย์ฯ ไปเอกมัย 8 คัน และจากหมอชิตมาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจตุจักร อีก 8 คัน


“ในวันนี้ ได้รายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ เรื่องการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะเป็นวันแรก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ทางกระทรวงคมนาคม ดูแลความปลอดภัยและให้ประชาชนที่มาใช้บริการได้รับผลกระทบ หรือเดือดร้อนน้อยที่สุด ส่วนภาพรวมการจัดระเบียบในวันนี้ ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยยังไม่มีประชาชนร้องเรียนความเดือดร้อนเข้ามา อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีประชาชนบางส่วนที่ยังสับสนในการใช้บริการอยู่ ซึ่งต้องมีการสร้างความรู้และความเข้าใจในจุดจอดรถต่างๆ เพิ่มมากขึ้น” นายออมสิน กล่าว.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 6.10 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,506.47 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ต.ค. 2559 17:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764112

 

หุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่าย เพิ่มขึ้น 6.10 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,506.47 จุด มูลค่าการซื้อขาย 47,446.91 ล้านบาท …

การเคลื่อนไหวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 25 ต.ค. 59 รายงานหุ้นไทยปิดตลาดภาคบ่าย เพิ่มขึ้น 6.10 จุด เปลี่ยนแปลง 0.41% ดัชนีอยู่ที่ 1,506.47 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 47,446.91 ล้านบาท

สำหรับมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน).