สินค้าเครื่องครัวยึดตลาด “โฮมช็อปปิ้ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ต.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756905

 

กระทะเกาหลี-จีนฟาดฟันหนักหน้าจอตู้

นายฉี ลี่ฉิน ผู้บริหาร บริษัท ลักกี้เวย์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ภายใต้ชื่อ “CSC98” เปิดเผยว่า การเติบโตของตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้ง (TV HOME SHOPPING) ที่มีต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทเร่งรุกทำตลาดเต็มสูบ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ โฮมช็อปปิ้ง และตัวแทนจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องครัว จนสามารถครองตลาดสินค้าประเภทเครื่องครัวได้เป็นอันดับต้นๆ ของตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้ง ล่าสุดได้ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท เข็นสินค้าใหม่ กระทะเคลือบอิโนเบิล STAR KITCHEN จากประเทศเกาหลี เข้ามาทำตลาดเสริมทัพ พร้อมดึงนางเอกดัง แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ เป็นพรีเซ็นเตอร์ และพันธมิตรธุรกิจ เพื่อหวังเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัวรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น ตั้งเป้าช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี จะสามารถทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 200 ล้านบาทในต้นปี 60

“ในช่วง 13 ปี ที่ทำธุรกิจภายใต้ชื่อ CSC98 บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การทำตลาดต่อเนื่องเพื่อให้เข้ากับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเน้นเรื่องความหลากหลายของสินค้า ที่มีตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องแต่งกาย กิฟต์ช็อป เครื่องเขียน เครื่องมือช่าง เครื่องครัว และสินค้าเป่าลม เป็นต้น นอกจากนี้ยังเน้นเรื่องคุณภาพ และราคาถูกด้วย เพื่อช่วงชิงลูกค้าและตลาดที่มีคู่แข่งอยู่จำนวนมาก”

ทั้งนี้ แม้สินค้าส่วนใหญ่จะมาจากประเทศจีน แต่ก็มีสินค้าภายใต้แบรนด์ intex จากประเทศสหรัฐอเมริกาและเกาหลีด้วย ซึ่งน่าจะเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์และความต้องการที่หลากหลายได้ สำหรับช่องทางจำหน่ายที่เน้นใน 3 ช่องทางหลัก คือ ออนไลน์ โฮมช็อปปิ้ง และตัวแทนจำหน่าย ที่ปัจจุบันมีกว่า 3,000 คน เพราะเป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่าย และตรงจุดที่สุด ที่ผ่านมาสินค้าเรือธงของบริษัทคือ กระทะเคลือบผงเพชร ตรามังกร โดยสามารถครองยอดขายอันดับ 1 ในตลาดทีวีโฮมช็อปปิ้งตลอด 1 ปี.

 

กสทช. สรุปแนวทางออกอากาศ ทีวี-วิทยุ 30 วัน แนะปรับโทนสีให้เหมาะสม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 21:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756798

 

กสทช.ขอให้สถานีโทรทัศน์ 26 ช่อง ปรับเนื้อหารายการให้เหมาะสมและมีความหลากหลาย ตลอดระยะเวลา 30 วัน โดยให้ถ่ายทอดรายการกีฬาได้ ยกเว้นมวย ส่วนละคร ขอให้เป็นแนวเทิดพระเกียรติ …

พันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้ประชุมกับผู้ประกอบการโทรทัศน์ และผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียง เพื่อชี้แจงแนวทางการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุกระจายเสียง โดยที่ประชุมมีมติขอความร่วมมือผู้ประกอบการเพิ่มเติมในแนวทางการปฏิบัติการนำเสนอเนื้อหารายการให้เหมาะสม โดยขอให้ทุกสถานีเพิ่มเนื้อหาในส่วนของการรายงานให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนรับทราบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันที่มีความหลากหลาย เช่น ข่าวประจำวัน ข่าวบริหารราชการแผ่นดิน การเรียนรู้นวัตกรรม การทำงานของรัฐบาล

ส่วนเนื้อหาของละคร อนุญาตให้นำเสนอได้ แต่จะต้องเป็นแนวเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เช่นเดียวกับรายการกีฬา ที่ออกอากาศได้ แต่ขอให้ยกเว้นที่มีเนื้อหารุนแรง เช่น มวย และยังสามารถโฆษณาได้ แต่ต้องเป็นแนวทางที่แสดงถึงความอาลัยในหน่วยงานต่างๆ และควรปรับโทนสีให้เหมาะสม

พร้อมขอให้ทุกสถานีตัดเข้าสัญญาณโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทรท. และขอให้มีการเกริ่นนำเข้าถ่ายทอดสดก่อน ไม่ควรตัดเข้ารายการเลย เนื่องจากทุกสถานีมีผังและกำหนดการถ่ายทอดสดอยู่แล้ว ซึ่งแนวทางทั้งหมด กำหนดไว้ในข้อบังคับ 30 วัน ส่วนความคืบหน้าหรือรายละเอียดเพิ่มเติม ทาง กสท. จะนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ โดยมีตัวแทนผู้ประกอบการโทรทัศน์เข้าร่วมทั้งหมด 26 ช่อง รวมช่องรัฐสภาด้วย

 

สมคิด สั่ง พณ. ดูแลราคาสินค้าทั่วประเทศ พบโก่งราคาเอาผิดทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 18:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756614

 

สมคิด สั่ง พาณิชย์ ตั้งบอร์ดรูมดูแลราคาสินค้าทั่วประเทศ พบโก่งราคาเอาผิดทันที พร้อมสั่งร่วมมืออาลีบาบา-หัวเหว่ย หนุนเอสเอ็มอี-สตาร์ตอัพไทย ค้าขายผ่านเน็ต เดินหน้ารุกจีน ร่วมมืออุตสาหกรรม S-Curve …

วันที่ 17 ต.ค.59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ว่า ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตั้งบอร์ดรูม เพื่อดูแลปัญหาค่าครองชีพประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยให้กรมการค้าภายใน ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับค้าภายในจังหวัดทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง หากพบว่า ราคาสินค้ารายการใดเคลื่อนไหวผิดปกติ จะต้องเอาจริงเอาจัง และเอาผิดกับผู้ดูแลที่ปล่อยปละละเลยการทำงาน เนื่องจากในช่วงนี้ ไม่ต้องการให้ราคาสินค้าเคลื่อนไหว จนทำให้ชาวบ้านที่ลำบากอยู่แล้ว ต้องลำบากมากขึ้นอีก

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เร่งประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดูแลราคาสินค้าเกษตรในเชิงรุก และสร้างการค้าท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ตามรูปแบบ 1 ตำบล 1 ผู้ประกอบการด้านการเกษตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค ส่วนการค้าระหว่างประเทศ ให้มอบหมายอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ดูแลการส่งออกรายภูมิภาค ทั้งตะวันออกกลาง อาเซียน ยุโรป แอฟริกา เป็นต้น

“การเดินทางมากระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้ เรื่องสำคัญที่สุด ที่รัฐบาลเร่งดำเนินการ คือการดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุด จึงได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เร่งแอ็กทีฟในการกำกับดูแล ขอเตือนว่า รัฐบาลเอาจริง นายกรัฐมนตรีได้กำชับแล้ว อย่าให้มีการขายสินค้าจนชาวบ้านเดือดร้อน และกรมการค้าภายใน มีหน้าที่ดูแลโดยตรง ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ อย่าให้พบการเคลื่อนไหวอะไรที่ผิดปกติไป อย่าให้ชาวบ้านเดือดร้อน”

นายสมคิด กล่าวต่อว่า ยังได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าความร่วมมือกับอาลีบาบา และหัวเหว่ย ในการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ (สตาร์ตอัพ) ให้สามารถค้าขายผ่านอี-คอมเมิร์ซได้ ซึ่งได้มอบหมายให้นายอุตมม สาวนายน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดูแลประสานงานการทำงานร่วมกัน ระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับกระทรวงพาณิชย์

ด้าน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงมากที่สุด คือ ค่าครองชีพประชาชน และราคาสินค้าเกษตร เพราะในหลายพื้นที่มีปัญหาฝนตก น้ำท่วม ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับประชาชนทั้งประเทศ กำลังโศกเศร้า ไม่รู้สึกอยากจับจ่ายใช้สอย ซึ่งอาจกระทบต่อการค้าขาย และเศรษฐกิจในพื้นที่

ส่วนราคาสินค้าเกษตรนั้น ในราวเดือน พ.ย. นี้ สินค้าเกษตรหลายชนิด ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวเปลือก และมันสำปะหลัง จะทยอยออกสู่ตลาด อาจทำให้ราคาตกต่ำได้ จึงสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลทั้ง 2 เรื่องนี้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ นายสมคิด ยังต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้เกิด 1 ตำบล 1 ผู้ประกอบการเกษตร (1tumbon 1 smart farmer) ซึ่งเร็วๆ นี้ ตนจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางผลักดันต่อไป

สำหรับการทำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ กับประเทศต่างๆ ตามนโยบายของนายสมคิดนั้น ในเดือนพ.ย.นี้ นายสมคิด จะเดินทางไปจีน เพื่อประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-จีน (เจซี) โดยจะหารือในเรื่องการทำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างกันด้วย โดยจะทำในเรื่องที่ทั้ง 2 ประเทศสนใจ ซึ่งไทยจะเสนอให้จีนร่วมมือด้านการลงทุน วิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร ฯลฯ ในเรื่องหลักๆ คือ อุตสาหกรรมใหม่ (S-Curve) ที่รัฐบาลต้องการผลักดัน โดยเน้นใน 5 สาขาก่อน ทั้งสาขาเกษตรและอาหาร, ดิจิตอล, สุขภาพ, โครงสร้างพื้นฐาน และวัฒนธรรม

ส่วนจีน เสนอให้ไทยยกเลิก หรือชะลอการเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าเหล็ก ที่นำเข้าจากจีน ซึ่งเรื่องนี้ คงเป็นไปไม่ได้เพราะไทยต้องปกป้องอุตสาหกรรมภายในไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าเหล็กราคาถูกจากจีน ในปริมาณมาก จนผู้ประกอบการผลิตเหล็กในประเทศได้รับความเสียหาย แต่คงต้องหารือกันอีกครั้งในการประชุมเจซี

นอกจากนี้ ยังจะหารือเพิ่มเติมในรายละเอียดกับอาลีบาบา หลังจากที่นายแจ็ก หม่า ประธานบริหารของกลุ่มอาลีบาบาได้เดินทางมาเยือนไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถค้าขายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ โดยเฉพาะรายละเอียดของการค้าทำการค้าระหว่างกันโดยไม่ใช้เงินสด, การทำเขตการค้าเสรี หรือการไม่เสียภาษีบนเครือข่ายอี-คอมเมิร์ซ เฉพาะการค้าสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และผู้เริ่มต้นธุรกิจใหม่ (สตาร์ตอัพ)

 

ส.ผู้ประกอบการรถขนส่ง จัดบัสรับ-ส่ง ปชช.ฟรี 4 เส้นทาง ถึง 24 ต.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/756666

17 ต.ค. 2559 18:05

ส.ผู้ประกอบการรถขนส่ง จัดบัสรับ-ส่ง ปชช.ฟรี 4 เส้นทาง ถึง 24 ต.ค.

17 ต.ค. 2559 18:05

สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย สนองนโยบายคมนาคม ร่วมทำความดี จัดรถบัสโดยสารบริการรับ-ส่งประชาชน ที่เดินทางมาร่วมลงนามแสดงความอาลัย 4 เส้นทาง ฟรี ถึง 24 ต.ค. 59 …

วันที่ 17 ต.ค. 59 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้เชิญชวนผู้ประกอบการและผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถเมล์ รถโดยสาร ฯลฯ ร่วมทำความดีให้บริการด้วยมิตรไมตรีใจเอื้ออาทร เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงที่มีความต้องการในการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย จัดรถรับ-ส่ง ให้บริการประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมลงนามแสดงความอาลัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 17-24 ตุลาคม 2559 เวลา 08.00-16.00 น. จำนวน 40 คัน รวมทั้งสิ้น 4 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางที่ 1 บริเวณจุดจอดรถสายใต้ (ปิ่นเกล้า) ขาไป–ออกถนนบรมราชชนนี> ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า> เลี้ยวเข้าสนามหลวง จอดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขากลับ–วิ่งกลับเส้นทางเดิม

เส้นทางที่ 2 จุดจอดประตูทางเข้าสนามศุภชลาศัย ด้านถนนพระรามที่ 1 วิ่งตามพระราม 1 (เชื่อมต่อ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ) ขาไป-เลี้ยวขวาเข้าถนนอุรุพงษ์> เลี้ยวซ้ายถนนเพชรบุรี> เลี้ยวซ้ายทางรถไฟ> เข้า หลานหลวงถนนราชดำเนินกลาง> อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย> ผ่านพิภพ > สนามหลวง ขากลับ-สนามหลวง> ราชดำเนิน> หลานหลวง> เพชรบุรีตัดใหม่> เลี้ยวขวาราชเทวี> เลี้ยวขวาแยกปทุมวัน> กลับเข้าสนามศุภชลาศัย

เส้นทางที่ 3 จุดจอดรถสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี ขาไป-เลี้ยวขวาผ่านวงเวียนใหญ่> ข้ามสะพานพุทธ> เลี้ยวซ้ายผ่านกรมการรักษาดินแดน เลี้ยวขวาผ่านพระบรมมหาราชวัง> เลี้ยวซ้ายเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า> ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จอดที่สนามหลวง ขากลับ-เลี้ยวซ้ายผ่านพระบรมมหาราชวัง> เลี้ยวซ้ายกรมการรักษาดินแดน> เลี้ยวขวาขึ้นสะพานพุทธ เลี้ยวซ้ายผ่านโรงพยาบาลตากสิน> เลี้ยวขวาผ่านคลองสาน> เลี้ยวขวาเข้าถนนสาทรตากสิน> กลับมาที่จอดที่สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี

เส้นทางที่ 4 จุดจอดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าโรงพยาบาลราชวิถี ขาไป–ผ่านแยกตึกชัย> วัดเบญจมบพิตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชดำเนินนอก> เลี้ยวขวาเข้าราชดำเนินใน> ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย> ตรงเข้าสนามหลวง> จอดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนขากลับ ขับกลับในเส้นทางเดิม

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวย้ำว่า ให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการ พนักงานขับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท โดยเฉพาะรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถตุ๊กตุ๊ก รถเมล์ รถโดยสาร ฯลฯ ยึดมั่นการบริการที่ดี ปฏิบัติหน้าที่ในงานบริการรถโดยสารสาธารณะ โดยไม่เอาเปรียบผู้โดยสาร ให้บริการประชาชนด้วยความปลอดภัยเป็นธรรมและปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถโดยสารสาธารณะของประเทศ

สคบ. ลุยตรวจเข้ม ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าไว้ทุกข์ ป้องกันผู้ค้าฉวยขึ้นราคา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 17:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756654

 

สคบ. ลงพื้นที่ศูนย์การค้าแพลทินัม-ตลาดโบ๊เบ๊ ตรวจสอบการจำหน่ายชุดแต่งกายไว้ทุกข์ ป้องกันผู้ขายฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า พบบางร้านยังติดป้ายราคาไม่ชัด ย้ำ หากผู้บริโภคเจอสินค้าแพงเกินไป สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน 1166 …

วันที่ 17 ต.ค. เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายชุดแต่งกายไว้ทุกข์ ในการแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อตรวจสอบการแสดงราคาของสินค้า และรายละเอียดในฉลากสินค้า ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ใน 2 จุด จุดแรก บริเวณศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ เขตราชเทวี และจุดที่ 2 บริเวณตลาดโบ๊เบ๊ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

นางสาวทรงศิริ จุมพล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก สคบ. เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบว่า จากการตรวจสอบร้านจำหน่ายเสื้อผ้าจำนวนมาก พบว่า บางร้านแสดงป้ายราคาชัดเจน แต่บางร้านก็ยังติดป้ายราคาไม่ชัด ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายของกรมการค้าภายใน เรื่องของการแสดงราคา แต่ในส่วนของ สคบ.กำหนดให้เสื้อผ้า เป็นสินค้าควบคุมฉลาก ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดระบุให้ชัดเจนว่า เป็นเสื้อผ้าขนาดใด เล็ก กลาง ใหญ่ และต้องมีชื่อประเภทชนิดของสินค้า มีชื่อ หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศ หรือของผู้สั่งให้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย รวมถึงสถานที่ตั้งของผู้ผลิตเพื่อขาย หรือของผู้นำเข้า และต้องมีการแสดงวิธีใช้ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า สินค้านั้นใช้เพื่อสิ่งใด

จากการตรวจสอบบริเวณห้างแพทินัม พบว่าไม่ค่อยมีการทำฉลากถูกต้องเท่าใดนัก แต่กฎหมาย สคบ. ก็มีข้อยกเว้น สำหรับโรงงานที่มีผู้ผลิตต่ำกว่า 7 คน หรือกำลังการผลิตต่ำกว่า 5 แรงม้า ซึ่งจะได้มีการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป เพื่อให้ทำฉลากให้ถูกต้อง และยอมรับว่าส่วนใหญ่ฉลากเสื้อผ้าที่ถูกต้อง มักจะเป็นเสื้อผ้าที่ขายในห้างสรรพสินค้า

“การลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบในครั้งนี้ เป็นลักษณะของการป้องปรามมากกว่า เพื่อไม่ให้ผู้ขายฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ซึ่งตามกฎหมายของกรมการค้าภายใน จะมีกำหนดที่ไว้ เช่น เสื้อเชิ้ตให้ขายได้ไม่เกิน 250 บาท แต่เสื้อยืดราคาต่ำกว่า ซึ่งการพิสูจน์ต้นทุน คงต้องให้กรมการค้าภายในเป็นผู้ดูแล ส่วนทาง สคบ.คงเน้นเรื่องฉลากของสินค้าเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภค พบว่าสินค้าที่ซื้อมีราคาแพง ให้แจ้งทางสายด่วน สคบ. 1166 ได้ หรือสามารถแจ้ง สคบ. ผ่านช่องทางของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น บิ๊กซี และร้านจิฟฟี่ ได้เช่นกัน และหากมีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับกรมการค้าภายใน ทาง สคบ.ก็จะประสานเรื่องให้ ซึ่งในเบื้องต้น ขอความร่วมมือผู้จำหน่ายสินค้า ติดแสดงราคาให้ชัดเจน ไม่ขายแพงจนเกินไป และขอให้แจ้งข้อมูลกับผู้บริโภคอย่างครบถ้วนด้วย”

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน สคบ. ยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียน แต่เป็นในลักษณะมาขอความร่วมมือ และป้องปรามเอาไว้ก่อน ไม่ให้ขายสินค้าแพงเกินต้นทุนนัก ในช่วงที่คนไทยแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นระยะเวลา 1 ปี และตามกฎหมาย สคบ. การขายสินค้าโดยไม่มีฉลาก หรือฉลากไม่ถูกต้อง จะมีโทษสำหรับผู้ขาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ผลิตและผู้นำเข้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจำหน่ายเสื้อผ้า ที่ห้างแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ด้วยว่า มีประชาชนจำนวนมากเดินหาซื้อชุดแต่งกายไว้ทุกข์สีดำ แต่อย่างไรก็ตาม ร้านค้าแต่ละแห่งได้แต่นำสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อกเดิมมาขาย และแจ้งให้รออีกประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะมีการผลิตสินค้าชุดใหม่ออกมา โดยแม่ค้ารายหนึ่ง ระบุว่า ตอนนี้ขายได้แต่สีดำ สีขาวยังออกช้า ส่วนสีอื่นไม่ต้องพูดถึงเลย เบื้องต้น เริ่มมีการผลิตเสื้อยืดออกมาจำนวนหนึ่งที่มีสัญลักษณ์เลข 9 และคำเขียนแสดงความอาลัยมาวางขายด้วย.

 

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 0.27 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,477.34 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 17:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756657

 

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 0.27 จุด เปลี่ยนแปลง -0.02% ดัชนีอยู่ที่ 1,477.34 จุด มูลค่าซื้อขาย 59,965.59 ล้านบาท …

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 17 ต.ค. 59 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดลดลง 0.27 จุด เปลี่ยนแปลง -0.02% ดัชนีอยู่ที่ 1,477.34 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 59,965.59 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน).

 

คนแห่แลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ‘ในหลวง ร.9’ 24 แบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/756581

17 ต.ค. 2559 16:43

คนแห่แลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ‘ในหลวง ร.9’ 24 แบบ

17 ต.ค. 2559 16:43

ประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก รัชกาลที่ 9 จำนวน 24 แบบ จำนวน 3-4 ล้านเหรียญ …

วันที่ 17 ตุลาคม บรรยากาศการจำหน่ายเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก รัชกาลที่ 9 มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาแลกเหรียญ ที่ศูนย์จำหน่ายจ่ายแลกเหรียญ กระทรวงการคลัง ซึ่งขณะนี้มีเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 จำนวน 24 แบบ จำนวน 3-4 ล้านเหรียญ เช่น เหรียญรางวัลนักวิทยาศาตร์ดิน, เหรียญครองราชย์ 60 ปี, เหรียญกาญจนาภิเษกครองราชย์ 50 ปี ร.9, เหรียญ 80 พรรษา เหรียญฝนหลวงพระราชทาน

ทั้งนี้ หากประชาชน ผู้สนใจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์จ่ายแลกเหรียญ กระทรวงการคลัง, โรงกษาปณ์รังสิต, ศูนย์แลกเหรียญถนนจักรพงษ์ และคลังจังหวัดทั่วประเทศ

สุวรรณภูมิ สนธิกำลังทหาร-ตำรวจ เข้มมาตรการความปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 15:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756521

 

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สนธิกำลังทหาร-ตำรวจ เพิ่มความเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย ตั้งจุดตรวจยานพาหนะทุกประเภทที่ผ่านเข้า-ออก พร้อมขอความร่วมมือผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางล่วงหน้า …

วันที่ 17 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากในขณะนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัย จึงได้ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ตั้งจุดตรวจยานพาหนะทุกประเภทที่ผ่านเข้า-ออก ทสภ. จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางมาถึง ทสภ. ล่วงหน้า เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบิน และ ทสภ. ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AOT call center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง.

 

‘สมคิด’ จี้ผู้ผลิตผ้า-เสื้อผ้า เร่งผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ ปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/756310

17 ต.ค. 2559 13:30

‘สมคิด’ จี้ผู้ผลิตผ้า-เสื้อผ้า เร่งผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการ ปชช.

17 ต.ค. 2559 13:30

‘สมคิด’ จี้ผู้ผลิตผ้า-เสื้อผ้า เร่งผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการประชาชน เร่งจัดงาน ‘เทใจถวายอาลัยแด่พระเจ้าอยู่หัว’ ขายเสื้อผ้าดำราคาประหยัด เริ่ม 21 ต.ค.นี้เป็นต้นไป ในห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกทั่วประเทศ พร้อมแจกริบบิ้นดำฟรี

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากได้ร่วมประชุมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย สมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย และผู้ประกอบการห้างค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อกำหนดแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการเสื้อผ้าสีดำ โดยได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเสื้อผ้าสีดำให้เพิ่มการผลิต และจำหน่ายให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ทั้งนี้ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาพบว่า เสื้อผ้าชุดสีดำมีปัญหาขาดตลาด เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ และกระทบต่อระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ แต่ตั้งแต่สัปดาห์นี้จะมีเสื้อดำจำหน่ายเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน

“ในระยะสั้น ได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตและจำหน่าย เร่งระบายสต็อก ซึ่งผู้ประกอบการ ยืนยันว่า มีสินค้าอยู่ในสต็อก 5 เท่าของกำลังการผลิตปกติ สามารถระบายออกสู่ตลาดได้ทันทีในช่วงสัปดาห์นี้ และจะยังคงตรึงราคาจำหน่ายเดิม อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย รัฐบาลจะจัดโครงการ ‘เทใจถวายอาลัยแด่พระเจ้าอยู่หัว’ โดยจะนำเสื้อดำมาขายในราคาต่ำในห้างสรรพสินค้า และห้างค้าปลีกสมัยใหม่ทั่วประเทศ ซึ่งจะเริ่มวันที่ 21-23 ต.ค.นี้”

ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการสิ่งทอ และผ้าผืน จะทำริบบิ้นสีดำเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนฟรี เพื่อร่วมแสดงความอาลัย และอยากขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ให้ลด หรือคงราคาจำหน่ายเสื้อดำแบบเดิมไว้ อย่าเอาเปรียบประชาชน

ส่วนนายถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือรัฐบาลเต็มที่ และที่ผ่านมา ไม่ได้ปรับขึ้นราคาขายเสื้อผ้าดำ เพราะต้นทุนผ้าดิบไม่ได้ปรับขึ้นตามที่ร้านค้ามีการอ้างถึง แต่ผู้ประกอบการจะช่วยเหลือประชาชน โดยจะพยายามลดต้นทุนการผลิตลงเพื่อให้สามารถจำหน่ายในราคาที่ถูกลงได้

“ยืนยันว่าเสื้อดำในสต็อกของห้างค้าปลีก ยังมีเพียงพอต่อการจำหน่ายให้แก่ประชาชน แต่ที่ผ่านมาความต้องการเสื้อดำของประชาชนสูงกว่าปกติ 5-10 เท่า จึงทำให้สินค้าขาดแคนจากสาขาลงไปบ้าง ประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จึงไม่สามารถกระจายสินค้าจากโกดังเก็บสินค้าไปได้ ยืนยันว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะสามารถจำหน่ายเสื้อดำรวมถึงเสื้อสีเทา เสื้อสีขาว ได้ตามปกติ โดยราคาเริ่มต้นจะมีตั้งแต่ตัวละ 89 บาทสำหรับเสื้อยืดคอกลม ส่วนเสื้อโปโลเริ่มต้นตัวละ 179 บาท เสื้อเชิ้ตสีดำตัวละ 239 บาท”

ส่วนความร่วมมือในโครงการ “เทใจถวายอาลัยแด่พระเจ้าอยู่หัว” นั้น ผู้ประกอบการ อยู่ระหว่างประชุมหารือเพื่อกำหนดราคา จำนวน และมาตรฐานคุณภาพของเสื้อดำ เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนในราคาถูก และราคาเดียวกันทั่วประเทศภายในวันศุกร์ที่ 21 ต.ค.นี้ พร้อมกับขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสินค้าจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน

ขณะที่นายบัณฑิต พงศาโรจนวิทย์ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ได้ขอคามร่วมมือโรงงานผลิตผ้าทอ ที่เป็นสมาชิก เช็กสต็อกผ้าดิบของแต่ละโรงงาน ซึ่งพบว่ามีสต็อกอย่างเพียงพอ และพร้อมที่จะจัดส่งให้โรงงานผลิตเสื้อผ้า อย่างไรก็ตาม พบว่าความต้องการใช้ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากปกติราว 10% แต่มั่นใจวัตถุดิบในประเทศยังเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องนำเข้าแน่นอน.

ลอยกระทง-เคาต์ดาวน์เน้นรักสามัคคี ปรับแนวทางโปรโมตท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ต.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/755976

 

ขอความร่วมมือบริษัทนำเที่ยวนำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศในช่วงนี้ ปฏิบัติตัวให้อยู่ในความเหมาะสม ททท.เตรียมปรับแนวทางโปรโมตท่องเที่ยวโค้งสุดท้ายใหม่ ไม่เน้นสนุกสนาน เน้นรักสามัคคี ด้านแอตต้าเผยจีนใช้กฎหมายเด็ดขาดปราบศูนย์เหรียญทุกตลาด คาด 6 เดือนหมด

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า หลังหารือกับหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องและรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจท่องเที่ยว เกี่ยวกับแนวทางการสื่อสารกับตลาดต่างประเทศ รวมถึงการกำหนดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวเนื่องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงต่อไปนี้ ที่กำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซันอยู่นั้น ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ในการสื่อสารสถานการณ์ภายในประเทศ จะให้ความสำคัญกับสื่ออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลในทิศทางเดียวกัน และขอความร่วมมือกับบริษัทนำเที่ยว ที่นำคณะทัวร์เข้ามาในช่วงที่ชาวไทยแสดงความอาลัยถวายพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในการปฏิบัติตัวให้อยู่ในความเหมาะสม เช่น การแต่งกาย หากเป็นไปได้ ให้มีความสำรวมและสุภาพ รวมถึงการปฏิบัติตัวที่ไม่ให้ขัดต่อบรรยากาศในภาพรวมจนเกินไป

ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง (FIT) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานต่างประเทศทั้งหมด จะช่วยสื่อสารทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ ภายในประเทศในช่วงแสดงความอาลัย ด้วยการใช้สื่อช่องทางต่างๆ ที่ทุกสำนักงานมีอยู่ และช่วยตอบคำถามกรณีที่มีข้อสงสัยเรื่องการปฏิบัติตัว

สำหรับแนวทางกิจกรรมด้านท่องเที่ยวนั้น หากเป็นงานในเชิงวัฒนธรรมและประเพณีไทยที่ต้องสืบสาน เช่น ประเพณีลอยกระทง ในเดือน พ.ย.นี้ ก็ขอให้แต่ละพื้นที่ปฏิบัติได้ตามปกติ แต่จะขอให้งดกิจกรรมด้านความบันเทิงรื่นเริงภายในงานไปก่อน ส่วนกิจกรรมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ (เคาต์ดาวน์) นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกันในรายละเอียด แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าอาจต้องปรับแนวคิดการจัดงานใหม่ ไม่ได้เน้นแต่ความสนุกสนานเฮฮา แต่ต้องให้ความสำคัญกับการแสดงความร่วมใจและสามัคคีของชาวไทยหลังจากผ่านเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศมาแล้ว

ขณะเดียวกันในช่วงเดือน ต.ค.นี้ ได้รับทราบ ว่ามีภาคเอกชนผู้จัดงานบางรายได้พิจารณาตัดสินใจยกเลิกการจัดงานมหรสพไปด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการสนองตอบต่อคำขอร้องของรัฐบาลไปแล้ว อาทิ มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 18 ซึ่งเหลือการแสดงจากต่างประเทศอีก 2-3 รายการนั้น ผู้จัดฯตัดสินใจยกเลิกการแสดงในวันที่ 14, 16, 18 และ 19 ต.ค.เพื่อความเหมาะสม

ด้านนายสมชาย ชมระกา อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยในงานชี้แจงนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่า ขณะนี้สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน (ซีเอ็นทีเอ) ได้ประกาศมาตรการการใช้กฎหมายปราบปรามทัวร์ต่ำกว่าต้นทุน (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) อย่างเด็ดขาดในทุกตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ (เอาต์บาวด์) และตั้งเป้าหมายว่าทัวร์ศูนย์เหรียญจะต้องหมดสิ้นภายใน 4-6 เดือน “เบื้องต้น ได้เสนอให้มีการตรวจสอบราคาไล่ลำดับมาตรฐานตามขั้นบันได อาทิ นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการและพักโรงแรม 5 ดาวได้พักในราคาที่เหมาะสมกับโรงแรม 5 ดาวจริงๆ หรือในเรื่องการซื้อแพ็กเกจทัวร์เสริม (ออปชันทัวร์) ก็จะต้องมีราคาที่สมเหตุสมผล

“มาตรการจากทางประเทศจีนดังกล่าว ถือว่าจะช่วยให้ต่อจากนี้ราคาแพ็กเกจทัวร์มีมาตรฐานมากขึ้น ไม่มีประเทศใดสูงหรือต่ำจากกันมากแล้ว เพราะรัฐบาลจีนตั้งใจจะปราบปรามอย่างจริงจังในทุกตลาด ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยได้มีนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพเข้ามามากขึ้น เพราะเห็นการใช้จ่ายที่แท้จริง”.