ดัชนีเศรษฐกิจ 27/06/60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984818

ช่อง 3 เตรียมแยกทางยูทูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 27 มิ.ย. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984857

นายประชุม มาลีนนท์

นายประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ของไทยทีวีสีช่อง 3 เปิดเผยในงานแถลงข่าว “เปิดวิกบิ๊ก 3” ว่า การปรับโครงสร้างใหม่ของช่อง 3 ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยหลักการคือต้องการทำให้บริษัทมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น สลายภาพธุรกิจครอบครัว รวมไปถึงการปรับเปลี่ยน (Transform) จากธุรกิจสื่อแบบดั้งเดิม (Traditional Media) ไปเป็นสื่อดิจิทัล

“เรากำลังเพิ่มจำนวนไข่ในตะกร้าให้มากขึ้น รายได้หลักหรือไข่ใบใหญ่ ยังเป็นรายได้จากทีวี แต่เพิ่มจำนวนไข่หรือรายได้ เราจึงแยกตั้งหน่วยธุรกิจใหม่อีก 2 หน่วย ได้แก่ หน่วยธุรกิจดิจิทัลและหน่วยธุรกิจคอมเมอร์เชียล (Commercial) ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ใหม่ โดยหน่วยธุรกิจดิจิทัลจะเน้นการ บริหารจัดการธุรกิจบนสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดีย ส่วนธุรกิจคอมเมอร์เชียล เน้นการบริหารจัดการลิขสิทธิ์คอนเท้นต์ รวมทั้งดาราที่อยู่ในสังกัด”

นายประชุมกล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจดิจิทัล นอกเหนือจากการปรับสื่อออนไลน์ในเครือช่อง 3 ให้อยู่ในแบรนด์เดียวกันทั้งหมด ภายใต้ชื่อ Ch 3 Thailand แล้ว ยังกำลังเตรียมสร้างแพลตฟอร์มใหม่ ใช้ชื่อว่า Mello (เมลโล) ซึ่งจะเป็นทั้งเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และคอนเท้นต์ของช่อง 3 ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศอย่างยูทูบ เฟซบุ๊ก ซึ่งเก็บรายได้จากค่าโฆษณาเอง แล้วมาแบ่งให้ช่อง 3 ส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยหลักการ Mello จะผลิตรายการใหม่เอง รวมทั้งนำรายการจากช่อง 3 มาออกอากาศย้อนหลังในลักษณะเอ็กซ์คลูซีฟด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะเห็นภาพภายในปีนี้

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันช่อง 3 ใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการติดต่อ ประชาสัมพันธ์กับผู้ชม ส่วนยูทูบนั้น ใช้เผยแพร่ละคร รายการย้อนหลัง โดยยูทูบเป็นผู้เรียกเก็บค่าโฆษณา และแบ่งส่วนหนึ่งให้ช่อง 3

ขณะที่ธุรกิจคอมเมอร์เชียลจะเน้นการบริหารจัดการลิขสิทธิ์คอนเท้นต์ช่อง 3 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของรายได้ รวมทั้งการบริหารจัดการดารา ศิลปินในเครือ เพื่อให้ตอบโจทย์เอเจนซี่โฆษณาให้มากขึ้น เช่น การจ้างดาราช่อง 3 เป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือการซื้อโฆษณาช่อง 3 ในระยะต่อไป อาจต้องคุยในลักษณะเป็นแพ็กเกจ ขยายความร่วมมือไปจนถึงการเป็นสปอนเซอร์ชิพ รวมทั้งการจัดอีเวนต์งานให้ด้วย ไม่ใช่แค่การซื้อโฆษณา จ้างพรีเซ็นเตอร์เพียงอย่างเดียวเหมือนเดิม โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างหารือกับทั้งตัวดาราและผู้จัดการ.

 

กบร.ปรับกฎนักบินสังกัดราชการ ขยับเป็นนักบินพาณิชย์ได้ง่ายขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2560 22:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984715

กบร.ปรับกฎระเบียบนักบินพาณิชย์ ระบุนักบินข้าราชการ ที่ทำการบินมาแล้ว 1,500 ชั่วโมง ต้องมีชั่วโมงการบินพาณิชย์อีก 200 ชั่วโมง ก็เป็นนักบินพาณิชย์ได้ พร้อมเพิ่มอำนาจ กพท.อนุมัติเส้นทางบินใน-ต่างประเทศ

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ องค์การการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ที่มี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบตามที่ กพท.เสนอมาให้อนุมัติ การกำหนดคุณสมบัติในเรื่องสุขภาพของผู้ขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่นักบินศิษย์การบิน โดยให้เปิดกว้างให้ผู้ที่เรียนการบินไม่จำเป็นต้องผ่านการทดสอบสุขภาพจิตตั้งแต่ปีแรก หรือ คลาส วัน แต่ให้สามารถมาสอบสุขภาพจิตการบินในช่วงเรียนจบ หรือ คลาส ทู ก่อนสมัครเป็นนักบินได้

ทั้งนี้ ให้สถาบันการศึกษาทำความเข้าใจกับนักเรียนการบินก่อนว่าเมื่อเรียนจบผู้เรียนอาจจะสอบผ่านหรือไม่ผ่านการทดสอบสุขภาพจิตก็ได้ ทั้งนี้ ทาง กพท.จะมีการแก้ไขกฎระเบียบดังกล่าวนี้เพื่อประกาศภายใน 1 เดือน

นอกจากนั้น ที่ประชุม กบร.ยังได้มีมติแก้ไขการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ในตำแหน่งนักบินพาณิชย์เอก เรื่องการนำชั่วโมงการบินราชการมาใช้นับรวมเป็นความชำนาญในการขออนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ในตำแหน่งนักบินพาณิชย์เอกตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับที่ 89 ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตผู้ประจำหน้าที่

โดยให้นักบินของสังกัดราชการ ทั้งนักบินทหารอากาศ นักบินตำรวจ นักบินฝนหลวง นักบินของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือนักบินสิ่งแวดล้อม ที่ประสงค์อยากมาเป็นนักบินพาณิชย์ ต้องมีชั่วโมงทำการบิน 1,500 ชั่วโมง และจะต้องมีชั่วโมงทำการบินพาณิชย์เพิ่มอีก 200 ชั่วโมงด้วย

นายจุฬา กล่าวต่อว่า ที่ประชุม กบร.ยังได้มีมติกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเส้นทางบินให้กับผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ พ.ศ… หรือ (AOL) จากเดิมประกาศจัดสรรเส้นทางบินจะมี 2 ประกาศ คือ ประกาศกระทรวงคมนาคม หลักเกณฑ์จัดสรรเส้นทางบินภายในประเทศ พ.ศ. 2559 และประกาศกรมการขนส่งทางอากาศเรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรเส้นทางระหว่างประเทศให้ผู้ประกอบกิจการค้าขายเดินอากาศ พ.ศ. 2548

โดยให้ปรับปรุงออกเป็นประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์จัดสรรเส้นทางบินผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้าขายเดินอากาศ ซึ่งจะทำให้การออกอนุญาตเส้นทางบินทั้งเส้นทางบินในประเทศ และ ต่างประเทศ เป็นอำนาจของ กพท. จากเดิมต้องได้รับอนุญาตจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

 

รู้จัก ‘บลน.อินฟินิติ’ นายหน้าซื้อขายกองทุน ชูกลยุทธ์จัดพอร์ตโดนใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2560 21:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984792

รู้จัก ‘บลน.อินฟินิติ’ นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ชูกลยุทธ์ IOA จัดพอร์ตกองทุนโดนใจลูกค้า

นางสาวกมลวรรณ สุชาตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) อินฟินิติ กล่าวว่า เราเป็นธุรกิจหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน โดยใช้แนวคิด IOA -Independent Open Architecture ในการขยายธุรกิจ

สำหรับ IOA คือส่วนผสมระหว่างคำว่า Independent หมายถึงการแนะนำการลงทุนที่เป็นอิสระจากผู้ออกตราสาร ทำให้การจัดพอร์ตมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ Open Architecture คือการแนะนำการลงทุนที่สามารถเลือกจากกองทุนรวม และกองทุนส่วนบุคคลที่มีทั้งหมดในประเทศไทยนับพันกองทุน โดยมีความสะดวก ปลอดภัย เปิดเพียงบัญชีเดียวซื้อขายได้ทุกกองทุน ซึ่งแนวโน้มอุตสาหกรรม Wealth Management ทั่วโลกก็กำลังเติบโตในโมเดลธุรกิจเช่นนี้

นอกจากนี้ จุดแข็งสำคัญของ บลน.อินฟินิติ อยู่ที่ทีมงานกลยุทธ์การลงทุนที่มีความแข็งแกร่ง ทั้งอดีตประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน อดีตผู้จัดการกองทุนจากธุรกิจบริหารเงินลงทุน อดีต Investment Consultant จากธนาคารต่างประเทศ มาร่วมกันจัดพอร์ตการลงทุนกันอย่างเข้มข้น เฟ้นหากองทุน Best-in-class หรือกองทุนที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท โดยทั้งหมดเป็นบริการที่ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มเติมจากนักลงทุน และไม่มีการรับเงินโดยตรงจากลูกค้า โดยปัจจุบันมี บล.โนมูระ พัฒนสิน และบลจ.ต่างๆ ทั่วประเทศเป็นพันธมิตรหลักในการประกอบธุรกิจ

สำหรับ คำแนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนของ บลน.อินฟินิติ ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในโมเดล Global Absolute Return (GAR) ซึ่งเป็นการลงทุนในกองทุนรวมหลายประเภทสินทรัพย์ทั่วโลก เพื่อให้เกิดประโยชน์จากการกระจายการลงทุน โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 8-10% (ไม่ได้เป็นการการันตี) ขณะที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการแนะนำการลงทุนไปในกองทุนส่วนบุคคลตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในระยะเวลาที่ผ่านมา

 

กรมพัฒนาฯ ดันยุทธศาสตร์ธุรกิจ สู่การปฏิบัติจริงและเห็นผล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2560 21:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984740

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผลักดัน 30 สมาคมการค้า ทำแผนยุทธศาสตร์ต้นแบบนำร่องใน 4 กลุ่มธุรกิจ ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติจริงและเห็นผล…

วันที่ 26 มิ.ย. 60 น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยว่า กรมฯ ได้ร่วมมือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผลักดันให้สมาคมการค้าจัดทำยุทธศาสตร์ต้นแบบในการขับเคลื่อนธุรกิจ นำร่องใน 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์ โดยกรมฯ จะจัดส่งคณะผู้เชี่ยวชาญไปให้คำปรึกษาแบบใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้สมาคมการค้า ซึ่งมีเป้าหมายรวม 30 สมาคม จัดทำร่างยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจเป็นรายกลุ่ม จากนั้นจะร่วมกันพิจารณาคัดเลือกยุทธศาสตร์ต้นแบบ 1 กลุ่มธุรกิจ เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนให้ยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติจริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ในการจัดทำยุทธศาสตร์ของสมาคมการค้าเป็นรายธุรกิจนั้น จะผลักดันให้มีแผนการขับเคลื่อนธุรกิจระหว่างสมาคมและสมาชิกสมาคม รวมถึงการขยายเครือข่ายไปยังสมาคมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะ 4 ธุรกิจเป้าหมายดังกล่าว สามารถเชื่อมโยงกันได้หมด ตั้งแต่การท่องเที่ยว ที่พักอาศัย โรงแรม เชื่อมไปยังการซื้อสินค้า และเชื่อมโลจิสติกส์ที่จะมารองรับการท่องเที่ยวและการค้า และเมื่อได้ยุทธศาสตร์ต้นแบบแล้ว จะนำยุทธศาสตร์ไปปรับใช้กับธุรกิจกลุ่มอื่นๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม จะนำสมาคมการค้าไปลงพื้นที่ศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายโอกาสการค้าการลงทุนในพื้นที่จริง เช่น โครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาล ที่ไม่ใช่แค่รัฐบาลต้องการดึงดูดการลงทุน แต่ยังส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว การค้าขาย โลจิสติกส์ และอสังหาริมทรัพย์”

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับสมาคมการค้า โดยจะจัดให้ประกวดสมาคมการค้าดีเด่นและผู้บริหารสมาคมการค้าดีเด่น ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 5 นับจากปี 56 เพื่อกระตุ้นให้สมาคมการค้ามีการบริหารจัดการตามเกณฑ์มาตรฐานสากล และเป็นผู้นำสมาชิกในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจ โดยขณะนี้ได้จัดทำหลักเกณฑ์เสร็จแล้ว ใน 4 ด้าน คือ ด้านผลสำเร็จตามพันธกิจ ด้านความสามารถในการบริหารจัดการ ด้านคุณภาพการให้บริการ และด้านการพัฒนาองค์กร รวม 23 ตัวชี้วัด โดยจะประกาศผลและจัดพิธีมอบรางวัลเดือน ก.ย.นี้.

 

กพท. พร้อมตรวจมาตรฐาน ‘ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ’ มั่นใจไทยปลดล็อกธงแดงได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2560 21:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984600

การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย มั่นใจไอเคโอ ตรวจ ‘ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ’ ฉลุย เหตุปรับปรุงมาตรฐานระบบระเบียบ ด้านสนามกอล์ฟ ทอ.ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเข้มงวด ย้ำไทยปลดล็อกธงแดงได้..

วันที่ 26 มิ.ย. 60 นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการองค์การการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. เผยว่า ภายในวันศุกร์ที่ 30 มิ.ย. 60 จะทำหนังสืออย่างเป็นทางการไปยัง องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO (ไอเคโอ) ว่าไทยพร้อมที่จะให้ ไอเคโอ เข้ามาตรวจด้านการกำกับความปลอดภัยด้านการบินพลเรือน (ยูแชฟ) ของไอเคโอแล้ว โดยคาดว่า ระหว่างวันที่ 11-21 ก.ค.นี้ จะมีเจ้าหน้าที่ของไอเคโอ เข้ามาสุ่มตรวจที่สนามบินสุวรรณภูมิ 4 วัน และ สนามบินดอนเมือง 2 วัน

สำหรับในส่วนของสนามบินกอล์ฟ ของกองทัพอากาศ (ทอ.) หรือที่เรียกว่าสนามงู ภายในบริเวณสนามบินดอนเมือง ส่วนของกองบินตำรวจนั้น ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงมาตรฐานการตรวจค้นผ่านเครื่องสแกน ทั้งคนและรถยนต์อย่างเข้มงวด, ออกบัตรสมาชิกสนามกอล์ฟ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาเล่นกอล์ฟภายใน รวมถึงได้ทำประตูคุมเข้มก่อนผ่านเข้า-ออก ใหม่ ซึ่งการยกระดับมาตรฐานดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานรักษาความปลอดภัยทางด้านการบิน

เนื่องจาก เป็นพื้นที่แอร์ไซต์ ส่วนของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ได้มีการเตรียมพร้อมในทุกส่วนงานเช่นกัน เช่น 1 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป จะยกเลิกการออกบัตรอนุญาตเข้าพื้นที่หวงห้ามทั้งหมด รวมถึงได้ซักซ้อมทำความเข้าใจถึงระบบระเบียบข้อบังคับในพื้นที่อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม ทางกพท. ก็ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าว่า จะตรวจสอบส่วนไหนบ้าง แต่ก็ยืนยันว่าทาง กพท. มั่นใจอย่างมากที่จะรับมือการเข้ามาตรวจของไอเคโอ เพราะถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่งพลาด นั่นก็หมายความว่าพลาดทั้งประเทศ

ทั้งนี้ นอกจากจะเตรียมพร้อมทางด้านการกำกับมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว ทาง กพท.ได้มีการแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ ต่อความปลอดภัย (SSC) จำนวน 33 ข้อ ซึ่งได้ดำเนินการและมีความก้าวหน้ากว่า 90% และได้คอยแจ้งข้อมูลการแก้ไขต่างๆ ที่ทางไอเคโอ ติงมาเพื่อให้ข้อมูลมีความทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบันตลอดเวลาในเว็บไซต์ของ ไอเคโอ.

 

อียู ออกกฎ ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตร มีสารเคมีกำจัดโรคไหม้จากเชื้อรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2560 21:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984733

กรมการค้าต่างประเทศ เผย อียูออกระเบียบกำหนดให้มีสารตกค้าง Tricyclazole ในสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว ได้เพียง 0.01 มก./กก. มีผล 30 มิ.ย.นี้ หลังกำหนดให้สารดังกล่าวเป็นสารต้องห้ามในอียู และไม่อยู่ในบัญชีอนุญาตให้นำเข้าได้…

วันที่ 26 มิ.ย. 60 นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เผยว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกกฎระเบียบ ลงวันที่ 9 มิ.ย.60 เพื่อปรับลดปริมาณสาร Tricyclazole ที่ตกค้างได้สูงสุดในสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว ให้เหลือเพียง 0.01 มิลลิกรัม (มก.) ต่อกิโลกรัม (กก.) จากเดิมกำหนดให้ตกค้างได้ไม่เกิน 1 มก.ต่อ กก. ซึ่งสารดังกล่าวเป็นสารเคมีที่ใช้ในการกำจัดโรคไหม้ที่เกิดจากเชื้อราในสินค้าเกษตร รวมทั้งข้าว

ทั้งนี้ อียู กำหนดให้สารดังกล่าวเป็นสารเคมีห้ามใช้ในอียู และไม่อยู่ในบัญชีสารเคมีที่อนุญาตให้นำเข้าได้ โดยระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป ยกเว้นข้าวบาสมาติ ที่นำเข้าหรือเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 30 มิ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความคืบหน้ากฎระเบียบต่างๆ ของอียูอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะเผยแพร่ข้อมูลแจ้งให้ผู้ประกอบการไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อจะได้ศึกษาและดำเนินการตรวจสอบสารตกค้างของสินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยังอียูให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด.

 

รฟท. รับ พนักงานเบิกโอทีร่วมแสนจริง ชี้ทำงานล่วงเวลาในพื้นที่เสี่ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2560 18:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/984698

การรถไฟแห่งประเทศไทย แจงกรณีข้อเท็จจริงพนักงานเบิกโอทีเดือนละแสน เนื่องจากนายสถานีทำงานล่วงเวลา 1 เดือนเต็ม ทั้งยังทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีความเสี่ยงภัยกว่าที่อื่น คาดอาจนำใบเบิกค่าล่วงเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง..

วันที่ 26 มิ.ย. 60 นายอารยะ ปิณฑะดิษ ผอ.ฝ่ายบริการโดยสาร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยว่า รายการเบิกเงินค่าตอบแทน การทำงานเกินกำหนดเวลา เป็นปกติ ของพนักงานฝ่ายปฏิบัติการเดินรถของ รฟท. ส่วนที่มีการแชร์และวิพากษ์วิจารณ์กันมาในโลกโซเชียล ว่าเป็นใบรายการเบิกค่าล่วงเวลาที่เป็นของจริง ทั้งในส่วนของวันที่ทำงานล่วงเวลาและจำนวนเงินที่ระบุในใบเบิก เนื่องจากพนักงานคนดังกล่าวมีการทำงานล่วงเวลาเป็นเวลา 1 เดือนเต็มในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

เนื่องจาก รฟท. อยู่ระหว่างการเร่งรัดงานซ่อมบำรุงทางในเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงจำเป็นต้องขอร้องให้ นายสถานีคนดังกล่าวทำงานล่วงเวลาทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้งานการซ่อมทางเดินต่อไปได้เร็ว และสามารถเปิดให้บริการประชาชน 3 จังหวัดชายแดนได้รวดเร็ว โดยอัตราค่าล่วงเวลาที่ทำการเบิกเฉลี่ยวันละ 2,040 บาท นั้นก็สอดคล้องกับอัตราเงินเดือนของพนักงานคนดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นระดับนายสถานีชั้น 1 อัตราเงินเดือน 61,100 บาท

สำหรับสถานีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสถานที่มีความเสี่ยงภัยกว่าที่อื่น ทำให้ปัจจุบัน รฟท.ได้ส่งนายสถานีไปประจำแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งก็ปฏิบัติงานตามเวลาราชการในทุกๆ วัน ดังนั้นหาก รฟท. จะมีให้การทำงานนอกเวลาซ่อมทางก็จำเป็นต้องขอให้นายสถานีคนดังกล่าวมาทำโอทีให้ เพราะเรามีพนักงานประจำแค่คนเดียว ที่สำคัญนายสถานีคนนี้ก็ไม่ได้เบิกโอทีเป็นแสนทุกๆเดือน

ขณะที่เดือนอื่นๆ เค้าก็ทำงานปกติ ได้แค่เงินเดือนเท่านั้น แต่เคสนี้เป็นกรณีพิเศษที่รถไฟเร่งซ่อมทาง รวมทั้งเพื่อตอบข้อสงสัยของสังคมที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ รฟท. จะขอนำใบเบิกค่าล่วงเวลาดังกล่าว มาตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง หลังจากนั้นจะชี้แจงให้รับทราบว่ามีข้อสรุปอย่างไร

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการเบิกค่าล่วงเวลาในลักษณะนี้อีกประมาณ 10 ราย เนื่องจากในช่วงเดือน พ.ค. รฟท. มีการเร่งรัดให้นายสถานีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกสถานีเร่งรัดทำงานซ่อมทางเพื่อเปิดให้บริการประชาชน 3 จังหวัดชายแดนได้รวดเร็ว.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 3.25 ดัชนีอยู่ที่ 1,585 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มิ.ย. 2560 17:34

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984643

หุ้นไทยปิดตลาดปรับขึ้น 3.25 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,585.61 จุด มูลค่าซื้อขาย 36,632.60 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 26 มิ.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่ายพบว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 3.25 จุด อยู่ที่ 1,585.61 เปลี่ยนแปลง 0.21% มูลค่าการซื้อขาย 36,632.60 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,589.69 จุด และต่ำสุดที่ 1,584.28 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) 3. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 5. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

 

กฟน.จับมือภาคีร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการบูรณาการแผนงานโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินมหานครแห่งอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 26 มิ.ย. 2560 16:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984565

นายเทพศักดิ์ ฐิตะรักษา ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การบูรณาการแผนงานร่วมกันเพื่อความสำเร็จของโครงการมหานครแห่งอาเซียน” ในวันที่ 19 – 20 มิถุนายน 2560 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินของ กฟน. เข้าร่วม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) การประปานครหลวง (กปน.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานในสังกัดจังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ ณ โรงแรมเอทัส พระราม 4

ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า ตามที่ กฟน. ได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลด้วยการดำเนินการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาในการดำเนินโครงการบางส่วนยังมีอุปสรรคที่ทำให้เกิดความล่าช้า ทั้งปัญหาการวางระบบสาธารณูปโภคที่มีอยู่เต็มพื้นที่ใต้ดิน รวมไปถึงการควบคุมผู้ประกอบการนำสายเคเบิลลงใต้ดิน ซึ่งการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้จะช่วยให้เกิดการบูรณาการแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีการสรุปแผน และประสานงานระหว่างการไฟฟ้านครหลวงกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงแผนการดำเนินงานโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินเพื่อรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน ผ่านกิจกรรม workshop แบ่งกลุ่มระดมแนวคิดการบูรณาการแผนงานร่วมกันเพื่อความสำเร็จของโครงการฯ ทั้งในประเด็นการจัดการพื้นที่ทางเท้า การจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้าง แนวทางการจัดการแผนงานและแผนงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน การจัดการความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ดำเนินโครงการ รวมถึงการแก้ไขปัญหา และการนำเสนอปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จของการดำเนินโครงการฯ สอดรับกับนโยบายที่รัฐบาลกำหนด

ทั้งนี้ โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินของ กฟน. ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันมีระยะทาง 172.7 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการ รวม 45.4 กิโลเมตร ได้แก่ ถนนราชปรารภ ถนนศรีอยุธยา ถนนโยธี ถนนเพชรบุรี ถนนรัชดาภิเษก ถนนเทียมร่วมมิตร ถนนพระราม 4 ถนนพระราม 3 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนสาธุประดิษฐ์ ถนนสาทร ถนนนางลิ้นจี่ และโครงการเพื่อรองรับการเป็นมหานครแห่งอาเซียน ระยะที่ 1 ระยะทาง 127.3 กิโลเมตร ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดความสำเร็จ ลดผลกระทบต่อประชาชน ช่วยให้เกิดความปลอดภัย มีระบบไฟฟ้าที่มั่นคง และเป็นรากฐานการพัฒนาสู่การเป็น “มหานครไร้สาย Smart Metro”

//////////////////////////////

“มหานครไร้สาย Smart Metro”

| ระบบไฟฟ้ามั่นคง บริการมั่นใจ ห่วงใยสังคม |

—————–

**กฟน. เชิญดาวน์โหลดฟรี MEA Smart Life App แจ้งไฟดับ, จ่ายค่าไฟ, ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าในแอปเดียวจบ..คลิก http://is.gd/KlyQKF

—————–

ติดตามสื่ออื่น การไฟฟ้านครหลวง ได้ที่

Application : MEA Smart Life

Website: www.mea.or.th

Facebook : การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

Twitter : @mea_news

YouTube : MEA Multimedia

Line : @meanews


http://www.thairath.co.th/clip/138623