‘พาณิชย์’ ตั้งเป้าเปิด ธงฟ้าประชารัฐ กว่า 5 พันแห่ง ภายใน ก.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2560 18:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981918

‘พาณิชย์’ มั่นใจร้านค้าธงฟ้าประชารัฐจะเปิดได้มากกว่า 5,000 แห่ง ภายในเดือน ก.ค.นี้ พร้อมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 48 รายการ ถูกกว่าท้องตลาด 15-20% คาดช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ถาวร

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการตรวจเยี่ยม “ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ” และโครงการตลาดประชารัฐอำเภอปากเกร็ด ของดีวิถีนนท์ (ข้างเทศบาลนครปากเกร็ด) ของเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจังหวัดนนทบุรีว่า กระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลักดันให้มีร้านค้าธงฟ้าประชารัฐกระจายไปยังชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยภายในเดือน ก.ค.นี้ จะมีมากกว่า 5,000 แห่ง ที่จะนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันไปจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลาด 15-20% ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และลดค่าครองชีพลงได้แบบถาวร

สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เป็นสินค้าที่กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่ 5 ราย ผลิตป้อนให้กับร้านค้าปลีกที่อยู่ในความดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ มีสินค้าที่จำเป็น 18 สินค้า จำนวน 48 รายการ

ยกตัวอย่างเช่น บะหมี่ซื่อสัตย์, คนอร์สูตรสำเร็จ, ปลากระป๋องซื่อสัตย์, ผงซักฟอกซื่อสัตย์, ผงซักฟอกโอโมสูตรมาตรฐาน, ยาสีฟันคอลเกต, แชมพูสระผมเคลียร์ และรีจอยส์ ริช, บรีสเอกเซล, น้ำยาล้างจานซันไลต์ เนเจอร์, ครีมอาบน้ำลักส์, แป้งเด็กแคร์, แป้งโพรเทคส์, ซิตร้าโลชั่น, กระดาษชำระซิลค์ม้วนเดี่ยว เป็นต้น โดยกระทรวงฯ ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันให้มีร้านธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศ 20,000 แห่งภายในปีนี้

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดงานธงฟ้า ระหว่างวันที่ 23-27 มิ.ย.นี้ โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดี ราคาประหยัด ราคาถูกกว่าท้องตลาด 20-40% มาจำหน่าย รวมถึงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) สินค้าจากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ร้านค้าธนาคารออมสิน และยังมีกิจกรรมนั่งรถรางชมสถานที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

การบินไทย ร่วมกับ กลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ จัดงานฉลองครบรอบ 20 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 23 มิ.ย. 2560 17:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981900

การบินไทย ร่วมกับ กลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ จัดงานจัดเลี้ยงเฉลิม ฉลองครบรอบ 20 ปี แห่งการก่อตั้งกลุ่มพันธมิตร ณ โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ พร้อมจัดงานเสวนา “Star Alliance – 20 Years of Connecting People and Cultures”

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ คณะกรรมการดำเนินการประจำประเทศไทย กลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ ร่วมจัดงานจัดเลี้ยงเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี แห่งการก่อตั้งกลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ ณ โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร. ชวนี ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้แทนนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน และมีแขกผู้มีเกียรติกว่า 300 คน ได้แก่ สมาชิกระดับสูงของรายการสะสมไมล์ของสายการบินในกลุ่มพันธมิตรฯ ลูกค้าของบริษัท การบินไทยฯ เจ้าหน้าที่สถานทูต เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว และตัวแทนท่องเที่ยวชั้นนำ เข้าร่วมงาน

นายกฤตพล ฉันทฤธานนท์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารพันธมิตรการบินและกลยุทธ์การพาณิชย์ บริษัท การบินไทยฯ กล่าวว่า ตลอดทั้งปี 2560 นี้ สมาชิกกลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ทั่วโลกต่างจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีแห่งการก่อตั้งกลุ่มพันธมิตรซึ่งได้เชื่อมโยงผู้คนต่างวัฒนธรรม (Connecting People and Culture) จากทั่วโลกเข้าด้วยกัน โดยได้ตั้งเป้าที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายในกลุ่มพันธมิตร เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารเดินทางได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น

อนึ่ง ภายในงานได้มีการจัดงานเสวนาหัวข้อ “Star Alliance – 20 Years of Connecting People and Cultures” (สตาร์ อัลไลแอนซ์ – 20 ปีแห่งการสานสายใยผู้คนต่างวัฒนธรรม) โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ นางพลอย จริยะเวช นักเขียนเรื่องไลฟ์ไตล์ชื่อดัง นายเกริกพล มัสยวาณิช นักแสดงและพิธีกรผู้มีชื่อเสียง และ นายนอร์เบิร์ต คอสต์เนอร์ หัวหน้าเชฟ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ กลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2540 ภายใต้ความร่วมมือของสายการบินจำนวน 5 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย แอร์แคนาดา ลุฟต์ฮันซา สแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ ซิสเต็ม (SAS) และยูไนเต็ด แอร์ไลน์ โดยมีคำขวัญประจำกลุ่มว่า “The Way the Earth Connects” และนับตั้งแต่ก่อตั้งกลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ ก็ได้ยึดมั่นในวิสัยทัศน์ที่จะเป็นกลุ่มพันธมิตรสายการบินชั้นนำระดับโลกสำหรับนักท่องเที่ยวเปี่ยมคุณภาพทั่วโลกตลอดมา

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ได้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมีสายการบินสมาชิกรวม 28 สายการบิน และมีเครือข่ายเส้นทางบินทั่วโลกซึ่งครอบคลุมจุดหมายปลายทางมากกว่า 1,300 จุดใน 191 ประเทศ ในขณะที่ผู้โดยสารต่างมีความต้องการที่มากขึ้นและเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต กลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ก็ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายในการเป็นกลุ่มพันธมิตรสายการบินชั้นนำระดับโลกสำหรับนักท่องเที่ยวเปี่ยมคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะยกระดับการเดินทางของผู้โดยสารให้ดียิ่งขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถจัดการการเดินทางด้วยตนเองได้มากยิ่งขึ้น

อนึ่ง ปัจจุบันมีสายการบินสมาชิกในกลุ่มพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์จำนวน 16 สายการบินที่มีสำนักงานในประเทศไทย โดยมี 14 สายการบินให้บริการเที่ยวบินเข้าสู่และออกจากประเทศไทย ได้แก่ การบินไทย แอร์อินเดีย อีวีเอแอร์ แอร์ไชนา เอธิโอเปียนแอร์ไลน์ ลุฟต์ฮันซา สวิส อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ ไลน์ อียิปต์แอร์ ออล นิปปอน แอร์เวย์ส (ANA) ออสเตรียนแอร์ไลน์ เอเชียนา สิงคโปร์แอร์ไลน์ เตอร์กิชแอร์ไลน์ และ เสิ่นเจิ้นแอร์ไลน์ และมี 2 สายการบินซึ่งมีสำนักงานขายประจำประเทศไทย ได้แก่ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ และเซาท์แอฟริกันแอร์เวย์ส นอกจากนั้นยังมีจูนเหยา แอร์ไลน์ที่ให้บริการเที่ยวบินร่วมสู่ประเทศไทยกับกลุ่มพันธมิตรสตาร์อัลไลแอนซ์อีกด้วย

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับขึ้น 1.45 ดัชนีอยู่ที่ 1,582 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2560 17:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981932

หุ้นไทยปิดตลาดปรับขึ้น 1.45 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,582.36 จุด มูลค่าซื้อขาย 39,211.62 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 23 มิ.ย. 60 ช่วงครึ่งวันบ่าย พบว่า ดัชนีปรับตัวขึ้น 1.45 จุด อยู่ที่ 1,582.36 เปลี่ยนแปลง 0.09% มูลค่าการซื้อขาย 39,211.62 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,585.41 จุด และต่ำสุดที่ 1,581.28 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 5. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

 

ผลตอบรับดี ฝากทุเรียนไปกับทัวร์โดยสาร 1เดือนยอดคนใช้บริการกว่าพันครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2560 17:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981835

นครชัยแอร์ เผยผลตอบรับ บริการต้อนรับ “ทุเรียน” ร่วมเดินทางไปกับรถโดยสาร โดยไม่มีกลิ่นรบกวนผู้โดยสาร เกินคาด ยอดใช้บริการสูงกว่า 1,000 ครั้ง ภายใน 1 เดือน …

วันที่ 23 มิ.ย. 60 นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เผยว่า ตามที่ นครชัยแอร์ ประกาศเปิดให้บริการ “ยินดีต้อนรับทุเรียนร่วมเดินทางไปกับรถโดยสารของเรา” ภายใต้แนวคิด ให้ลูกค้ามีทางเลือกส่งทุเรียนกลับบ้าน หรือนำไปฝากคนที่รัก เพื่อรักษาความสดใหม่ตลอดการเดินทาง และป้องกันกลิ่นรบกวนในห้องโดยสาร รวมถึง บริษัทฯ ได้อำนวยความสะดวกในส่วนของอุปกรณ์การแพ็กทุเรียน จัดเป็นเซตราคาพิเศษ ในช่วงฤดูกาลทุเรียนนั้น ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ผลตอบรับจากลูกค้าดีเกินคาด ประชาชนนิยมมาใช้บริการจัดส่ง โดยจัดเป็นสัมภาระในการเดินทาง หรือการจัดส่งแบบพัสดุด่วน

สำหรับบริการ ‘ยินดีต้อนรับทุเรียนร่วมเดินทางไปกับรถโดยสารของเราปี 2’ สถิติ 3 จังหวัด ที่มีการจัดส่งทุเรียน รวมทั้งผลไม้อื่นๆ นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 21 มิ.ย. 60 พบว่า จังหวัดระยอง มีผู้ใช้บริการสูงสุด ปริมาณการจำหน่ายเซตบรรจุภัณฑ์สูงถึง 642 กล่อง อันดับสอง กรุงเทพฯ 287 กล่อง และอันดับสาม จังหวัดศรีสะเกษ 107 กล่อง โดยแบ่งตามขนาดกล่อง อาทิ 15, 20 และ 25 กิโลกรัม มาพร้อมอุปกรณ์แพ็ก (ถุงพลาสติก+เทปใส) โดยที่กล่องขนาดใหญ่ 25 กิโลกรัม

ซึ่งสามารถบรรจุทุเรียนได้ถึง 2-3 ลูกเล็ก หรือทุเรียน 1-2 ลูกใหญ่ ได้รับความนิยมสูง และจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นได้ว่า จังหวัดระยอง เป็นเมืองแห่งผลไม้ ที่มีประชาชนให้ความนิยมมาใช้บริการจัดส่งทุเรียนสูงสุด ถึงแม้ว่าบริการจัดส่งทุเรียน จะเปิดให้บริการได้เดือนกว่าแล้ว แต่ความต้องการของผู้จัดส่งทุเรียนยังคงสูง ทำให้โรงงานที่ผลิตกล่องโฟม และถุงพลาสติกต้องจัดส่งเพิ่มเป็น 2 เท่า จากยอดสั่งปกติ

สำหรับมาตรการการบรรจุหีบห่อ และจัดเก็บบริเวณใต้ท้องรถ ที่นครชัยแอร์กำหนดเพื่อป้องกันกลิ่นรบกวนในห้องโดยสารนั้น ส่งผลให้ บริษัทฯ สามารถควบคุมกลิ่น และไม่พบการร้องเรียนจากผู้โดยสาร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ส่งเสริมการห่อพัสดุด้วยวัสดุกันเปียกน้ำ เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหายของพัสดุ อันมีสาเหตุมาจากฝนตก โดยส่งเสริมให้ห่อพัสดุด้วยพลาสติกหรือใส่ถุงซิปล็อก และหากพัสดุบอบบางหรือแตกหักง่าย ควรเลือกส่งพัสดุพิเศษ พร้อมห่อกันกระแทกหรือห่อกระดาษ เพื่อป้องกันการเคลื่อนไปมาระหว่างขนส่ง และติดเทปหรือผูกเชือกให้แน่นหนา เพื่อรักษาพัสดุให้อยู่ในสภาพดีจนถึงปลายทาง

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจใช้บริการส่งพัสดุด่วน นครชัยแอร์ ให้บริการเส้นทาง ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน เมื่อมีพัสดุส่งมาถึงท่าน และแจ้งไปยังผู้ส่ง และผู้รับมารับพัสดุแล้ว จะมี SMS แจ้งเตือนด้วย.

 

วายแอลจีฯ ส่งหนังสือชี้แจง ระบุไม่ใช่บริษัทแชร์ลูกโซ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2560 17:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981893

จากกรณี มีผู้เสียหายจากการลงทุนในทองคำ เดินทางเข้าพบดีเอสไอ โดยระบุว่าได้ลงทุนทองคำกับ บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และขาดทุนหลายสิบล้านบาทนั้น

ทางบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขอเรียนชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ในความเป็นจริงแล้วลูกค้ากลุ่มนี้มีประมาณ 10 กว่าราย เป็นลูกค้าที่ได้ซื้อขายทองคำแท่งกับบริษัท ประมาณปี 2554 และได้ทำการเปิดบัญชีและทำสัญญาซื้อขายทองคำแท่งกับบริษัท และรับทราบรายละเอียดของเงื่อนไขในการซื้อขาย การชำระราคา และส่งมอบทองคำแท่ง

ทั้งนี้ การกำหนดราคาการซื้อขายทองคำแท่ง ลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นผู้ตัดสินใจราคาเอง โดยอ้างอิงราคาทองคำตลาดโลกในขณะนั้น ซึ่งราคาตลาดโลกมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา (Real time) ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีกำไรจากการซื้อขายทองคำแท่งตลอดมา ต่อมาช่วงต้นเดือนเมษายน 2556 ปรากฏว่า เกิดวิกฤติราคาทองคำในตลาดโลกลดลงอย่างมาก ทำให้ลูกค้าที่ทำการซื้อทองคำแท่งกับบริษัทในราคาที่สูงได้รับผลกระทบและเกิดผลขาดทุนจากภาวการณ์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าทุกรายรับทราบถึงวิกฤติดังกล่าวและยอมรับผลขาดทุนและได้ชำระหนี้แก่บริษัทฯ ยกเว้นลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ยอมรับผลขาดทุนและผิดนัดชำระหนี้ บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการฟ้องร้องลูกค้ากลุ่มนี้ เรียกค่าเสียหายจากการไม่ชำระราคา ซึ่งคดีส่วนใหญ่ศาลได้พิจารณาพิพากษาให้บริษัทฯ ชนะคดี และมีการบังคับคดีบางส่วนแล้ว ยกเว้นบางคดีศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากขาดพยานหลักฐานบางส่วนและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

โดยการวินิจฉัยคดีทั้งหมดของศาล ศาลได้พิจารณาแล้วว่า ธุรกรรมการซื้อขายของบริษัทฯ เป็นการซื้อขายแบบปกติและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่การซื้อขายทองคำแท่งล่วงหน้า ไม่ใช่เป็นเรื่องของแชร์ลูกโซ่ และไม่ใช่เป็นการหลอกลวงหรือฉ้อโกงลูกค้าแต่อย่างใด โดยบริษัทได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมส่งมอบพยานหลักฐานต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพิ่มเติมเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งบริษัท มีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยในระหว่างการชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษนี้ ลูกค้าของบริษัท ยังสามารถดำเนินธุรกรรมกับบริษัท ได้ตามปกติ

สำหรับการดำเนินการซื้อขายทองคำแท่งระหว่างลูกค้ากับบริษัทฯ ทุกครั้ง มีขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด ทั้งการยืนยันการซื้อขายทางโทรศัพท์ การบันทึกเทปการสนทนา การยืนยันคำสั่งซื้อขายระหว่างเจ้าหน้าที่และลูกค้า ตลอดจนจะต้องได้รับการยินยอมจากลูกค้า ในการตัดเงิน หรือการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร มีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขธนาคารแห่งประเทศไทยและไม่ได้ดำเนินธุรกิจในลักษณะแชร์ลูกโซ่

ทั้งนี้ บริษัท ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต โปร่งใส ตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ บริษัท ตระหนักถึงความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้ามาเป็นระยะเวลากว่า 14 ปี ทั้งกลุ่มผู้ค้าทองคำ และลูกค้ารายย่อย จนบริษัท สามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านนำเข้าและส่งออก ทองคำแท่งของไทยมาอย่างต่อเนื่อง บริษัท จึงขอให้ความมั่นใจแก่กลุ่มลูกค้า ในเรื่องของความโปร่งใสและยังดำเนินงานไปด้วยความมั่นคงเจริญก้าวหน้า และขอได้ให้ความไว้วางใจในบริษัทฯ ดังเช่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

 

14 ก.ค.ICAO เข้าไทยตรวจความปลอดภัยสนามบิน ทอท.เร่งติวเข้มมั่นใจผ่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2560 15:43

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981623

ลุ้นระลึก! ICAO เข้าไทยเริ่มตรวจโปรแกรมด้านการรักษาความปลอดภัย (USAP) ท่าอากาศยานนานาชาติส่วนกลาง ทั้งสุวรรณภูมิ และดอนเมือง 14 ก.ค.นี้ ด้าน ทอท.ติวเข้มพร้อมรับมือทั้งระบบและผู้ปฏิบัติงาน มั่นใจสอบผ่านได้…

น.ต.ดร.สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายมาตรฐาน ท่าอากาศยาน และอาชีวอนามัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวยอมรับ ในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ ผู้แทนด้านตรวจมาตรฐานความปลอดภัย จากองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอเคโอ (ICAO) จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อเริ่มตรวจมาตรฐานตามโปรแกรม ด้านการรักษาความปลอดภัย Universal Security AuditProgramme( USAP) หลังจากเคยตรวจ ตามโปรแกรมในโครงการตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัย (Universal Safety Oversight Audit Program; USOAP) ในปี 2558 ที่ผ่านมา โดยการตรวจมาตรฐานการรักษาความปลอดภัย ของ ICAO ในโปรแกรม USAP คาดว่า จะลงพื้นที่ตรวจ ท่าอากาศยานนานาชาติ ในส่วนกลางของ ทอท.ทั้ง 2 แห่ง คือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง

นอกเหนือจากการตรวจงานกำกับดูแล ในส่วนของภาครัฐ ซึ่งแน่นอน ICAO จะเข้าตรวจงานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท.แล้ว ในส่วนท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง มีความเป็นไปได้ ที่เจ้าหน้าที่ ICAO ซุ่มตรวจมาตรการต่างๆ ตั้งแต่ลงเครื่อง ดังนั้น จึงได้มีการสั่งการ ให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับงานรักษาความปลอดภัย ต้องเตรียมพร้อมไว้โดยตลอดช่วงเวลาของโปรแกรม ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา การเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการตรวจ ตามโปรแกรม USAP นี้ ไทยได้รับความช่วยเหลือ จากหน่วยงานรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐอเมริกา หรือ Transportation Security Administration (TSA) ซึ่งอันที่จริง เข้ามาช่วยเหลือไทยตั้งแต่เปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และล่าสุด ทอท.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ ไปรับการฝึกอบรม มาตรการรักษาความปลอดภัย อย่างเข้มข้นเพิ่มเติม ทั้งจาก TSA และหน่วยงานด้านรักษาความปลอดภัยการบิน ของอิสราเอลด้วย ในขณะที่สภาพการเตรียมความพร้อมในปัจจุบัน นอกจากระบบจะพร้อมแล้ว เรื่องของตัวบุคคล ยังมีการเตรียมพร้อม ทั้งในส่วนพนักงาน ทอท. และพนักงานที่จัดจ้างจากภายนอก (Out Source) ให้ตื่นตัวตลอดเวลา

“การตรวจมาตรฐานในแต่ละวัน จะมีการทดสอบนำวัสดุที่มีลักษณะเป็นสิ่งของเป้าหมาย ใส่เข้าไปในระบบกระเป๋าสัมภาระ เหมือนการเดินทางของผู้โดยสารทั่วไป เพื่อผ่านระบบตรวจค้นของพนักงาน ที่ปฏิบัติ หน้าที่ หากวัสดุสามารถผ่านระบบตรวจค้นไปได้ โดยไม่ถูกตรวจจับ เจ้าหน้าที่ ซึ่งปฏิบัติงาน ณ จุดนั้น จะถูกส่งกลับเข้ารับการฝึกเพิ่มเติมทันที ดังนั้นด้วยการเตรียมความพร้อมที่เข้มข้นระดับนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมั่นใจ จะสามารถผ่านการตรวจตามโปรแกรม USAP ไปได้” น.ต.ดร.สมชนก กล่าว

สุดท้ายเรื่องความทันสมัย ของระบบตรวจสอบสัมภาระ ที่ต้องมีความทันสมัย เพื่อให้ทันต่อภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายนั้น ในส่วนของระบบเอกซเรย์ตรวจสอบสัมภาระ ปัจจุบันยืนยันว่า เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด หรือ CTX ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ยังมีความทันสมัย และเป็นที่ยอมรับ เชื่อถือ จากองค์กรด้านความปลอดภัยการบินทั่วโลก ทั้งนี้ประเด็นเรื่อง การเตรียมการเพื่อรับการตรวจด้านการรักษาความปลอดภัย (Universal Security Audit Programme : USAP) ที่ ICAO จะมาตรวจสอบ USAP

ช่วงค่ำวานนี้ (22 มิ.ย.) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน ครั้งที่ 4/2560 เพื่อเตรียมตวามพร้อมต่อประเด็นดังกล่าว โดยกำหนดการรวมในกรกฎาคม 2560 โดย ICAO จะทำการตรวจ กพท. ระหว่างวันที่ 11-17 กรกฎาคม 2560 ตรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 3 วัน และท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน 3 วัน ซึ่ง กพท. ได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ให้เตรียมความพร้อมของบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการตรวจสอบแล้ว.

 

Prakit Holdings พร้อมตอบโจทย์ลูกค้า รุกตลาด AEC ด้วยประสบการณ์ กว่า 20 ปี ในตลาด Indochina

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 23 มิ.ย. 2560 15:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981785

นายอภิรักษ์ อภิสารธนรักษ์ กรรมการบริหาร บริษัท Prakit Holdings จำกัด มหาชน และกรรมการผู้จัดการ บริษัท Prakit Advertising จำกัด กล่าวว่า ด้วยมุมมองและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของคุณประกิต อภิสารธนรักษ์ (คุณพ่อ) ที่เริ่มลุยตลาด Indochina ตั้งแต่เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว โดยได้ก่อตั้งบริษัทโฆษณาสัญชาติไทยที่ประเทศเวียดนามเป็นที่แรก ตั้งแต่ปี 2537 เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าไทยในตอนนั้นก่อนที่กระแส AEC จะมีมากอย่างในปัจจุบัน คุณประกิต ได้มองว่า ตลาดอินโดจีนจะเป็นตลาดใหญ่ในอนาคต และเวียดนามก็เป็นประเทศที่มีประชากรสูง และกำลังเติบโต จึงเลือกที่จะบุกที่เวียดนามเป็นประเทศแรก และในอีก 2 ปีต่อมา ก็ได้เปิดบริษัทโฆษณาเพิ่มอีก 2 ที่ คือที่พม่า และกัมพูชา

นายอภิรักษ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาเราได้พัฒนาเพิ่มศักยภาพทีมงานให้แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมตอบโจทย์ Full Service Agency ให้กับลูกค้าไทยและต่างชาติ ด้วย Network ของทีมที่เรามีทั้งคนไทย และ คนท้องถิ่น ในเกือบทุกแผนก พร้อมที่จะแชร์และปรับเปลี่ยนข้อมูลช่วยกันทำงานในระหว่างองค์กรได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ เรายังมีความสัมพันธ์กับสื่อท้องถิ่น และหน่วยงานราชการที่เกียวข้องกับการโฆษณาของประเทศนั้นๆ เป็นอย่างดี ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างสะดวก ราบรื่น ดังนั้น ด้วยประสบการณ์ที่มีมายาวนาน ลองผิด ลองถูก มาก่อนคนอื่น จึงทำให้เราในวันนี้ กล้าที่จะบอกได้ว่า เรามีความเชี่ยวชาญเรื่องการทำโฆษณาในตลาด AEC กว่าใคร

ผู้บริหารระดับสูงของเราในตลาด AEC ทั้งในประเทศเวียดนาม กัมพูชา และพม่า นั้น ส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มากด้วยประสบการณ์ทั้งสิ้น และท่านเหล่านั้นได้ทำงานคลุกคลีกับคนท้องถิ่นแบบใกล้ชิด มาอย่างยาวนาน จนรู้ลึกและรู้ซึ้งถึงตลาดและความต้องการของผู้บริโภคในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นอย่างดี ทำให้สินค้าไทยหลายรายที่ไปลงทุนทำธุรกิจที่นั่น เจริญรุ่งเรือง และลูกค้าในพื้นที่ต่างไว้วางใจ
ทั้งหมดนี้ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เราแข็งแกร่งในตลาด AEC ด้วยความที่เรามีทีมที่พร้อม ประสบการณ์พร้อม และ มี Know How ต่างๆ ไว้คอยสนันสนุน ทำให้บริษัทในเครือของ Prakit Holdings ทั้งหมด พร้อมไขกุญแจ และรับมือกับการแข่งขันในตลาดโฆษณาใน AEC ที่มีมากขึ้น โดยตั้งเป้า อัตราการเติบโตในปีนี้อยู่ที่ 15% และจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี

ปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมันทุกชนิด 50 สต. ดีเซล ลด 40 สต. E85 ลด 30 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2560 14:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981658

 

ยิ้มได้อีก! ปตท.-บางจาก ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิดลง 50 สตางค์ต่อลิตร เว้นดีเซล 40 สตางค์ต่อลิตร  E85 ลด 30 สตางค์ต่อลิตร มีผลตี 5 วันที่ 24 มิ.ย. 60

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 60 บมจ.ปตท. และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์ต่อลิตร ดีเซลลด 40 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้น E85 ปรับราคาลง 30 สตางค์ต่อลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. 60

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 อยู่ที่ 32.16 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 25.05 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 24.78 บาทต่อลิตร E20 อยู่ที่ 22.54 บาทต่อลิตร E85 ราคา 18.94 บาทต่อลิตร ดีเซล 23.49 บาทต่อลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)

 

เปิดแล้วอย่างเป็นทางการ แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 23 มิ.ย. 2560 10:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981397

ฯพณฯ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธานในพิธีเปิดงาน “แมนูแฟกเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2017 และสัมมนา ออโตโมทีฟ ซัมมิท 2017” รวมเทคโนโลยีและสัมมนา เพื่อเดินหน้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตยุค 4.0 รองรับเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก จัดโดย บจก. รี้ด เทรดเด็กซ์ และสถาบันยานยนต์ ระหว่างวันที่ 21 – 24 มิถุนายนนี้ ณ ไบเทค

ไฮไลต์ กิจกรรมและสัมมนา

– สัมมนา Automotive Summit “แนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ 4.0” โดยสถาบันยานยนต์

– หุ่นยนต์จากโครงการพัฒนาลิฟต์สู่สถานีอวกาศ (SPACE ELEVATOR) โดยสมาคม JAPAN SPACE ELEVATOR ASSOCIATION (JSEA) จากประเทศญี่ปุ่น สาธิตการพัฒนาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ต้านแรงโน้ม ถ่วงของ โลกจาก ภาคพื้นสู่อากาศ ครั้งแรกในอาเซียน

– M-Fair งานเจรจาจับคู่ทางธุรกิจ รับช่วงการผลิตสำหรับ SMEs ญี่ปุ่นและผู้ประกอบการในอาเซียน

– 3D Technology Zone ส่วนแสดงพิเศษเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ครบวงจร

– Smart 4.0 Zone พบแนวคิดสร้างสรรค์ทางอุตสาหกรรม การจัดแสดงการควบคุมเครื่องควบคุมอัตโนมัติ (PLC) เชื่อมต่อการสั่งงานผ่าน Internet of Things

– Plastic Innovation Showcase ชมตัวอย่างชิ้นงาน วัสดุแห่งอนาคต และนวัตกรรมด้านการผลิตพลาสติก

– สัมมนาพลาสติก ฟอรั่ม “ปฏิรูปอุตสาหกรรมการฉีดพลาสติก” ร่วมกับสถาบันพลาสติก

ทองไทยเปิดตลาดคงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,700

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 มิ.ย. 2560 10:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/981348

ทองไทยเปิดตลาดวันศุกร์ ราคาคงที่ ส่งผลให้ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,100 ขายออกบาทละ 20,200 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,738.32 ขายออกบาทละ 20,700…

วันที่ 23 มิ.ย. 2560 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองไทย เปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.28 น. ราคาคงที่ โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,100 ขายออกบาทละ 20,200 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,738.32 ขายออกบาทละ 20,700 บาท.