เดโมแครตเฮ “วิกเตอร์ ออร์บัน” พันธมิตร “ทรัมป์” พ่ายเลือกตั้งฮังการี

เดโมแครตเฮ "วิกเตอร์ ออร์บัน" พันธมิตร "ทรัมป์" พ่ายเลือกตั้งฮังการี

13 เม.ย. 2569 11:27 น.

เดโมแครตเฮ “วิกเตอร์ ออร์บัน” พันธมิตร “ทรัมป์” พ่ายเลือกตั้งฮังการี

 สส. พรรคเดโมแครตประสานเสียงยินดี หลังนายกรัฐมนตรี วิกเตอร์ ออร์บัน ผู้นำฮังการี พันธมิตรคนสำคัญของ “โดนัลด์ ทรัมป์” พ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ ให้กับนายปีเตอร์ มอจยอร์ คู่แข่งจากพรรคฝ่ายค้านแนวอนุรักษนิยมสายกลาง

สมาชิกพรรคเดโมแครตในสหรัฐฯ ต่างออกมาแสดงความยินดีต่อความพ่ายแพ้ของนายกรัฐมนตรี วิกเตอร์ ออร์บัน ผู้นำฮังการีที่ครองเก้าอี้มายาวนานกว่า 16 ปี หลังจากที่ชาวฮังการีออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างล้นหลามเพื่อเลือกเส้นทางที่สนับสนุนสหภาพยุโรป ภายใต้การนำของนายปีเตอร์ มอจยอร์ คู่แข่งจากพรรคฝ่ายค้านแนวอนุรักษนิยมสายกลาง

ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ส่งข้อความเตือนถึงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของนายออร์บันว่า “จงดูไว้ให้ดี พวกที่อยากเป็นเผด็จการมักจะอยู่ได้ไม่นาน” ขณะที่ฮาคีม เจฟฟรีย์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร ชี้ว่าความพ่ายแพ้ของออร์บันคือสัญญาณเตือนไปถึงกลุ่ม “MAGA” และขวาจัดในสภาคองเกรสที่จะต้องเผชิญกับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ในขณะเดียวกัน สส. พรรครีพับลิกันบางส่วนอย่าง โรเจอร์ วิกเกอร์ ประธานคณะกรรมการวิเทศสัมพันธ์วุฒิสภา มองผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็นการพิสูจน์ว่าชาวฮังการีไม่ยอมรับ “อิทธิพลอันเลวร้ายของวลาดิเมียร์ ปูติน” ผู้นำรัสเซีย ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายออร์บันมาโดยตลอด

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสงวนท่าทีและไม่ได้กล่าวถึงผลการเลือกตั้งฮังการีผ่านสื่อโซเชียลตามปกติ แม้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนเขาเพิ่งจะวิดีโอคอลไปสนับสนุนนายออร์บันถึงเวทีหาเสียงก็ตาม อย่างไรก็ตาม มหาเศรษฐีอย่าง อีลอน มัสก์ พันธมิตรของทรัมป์ ได้แสดงความเสียดายต่อผลการเลือกตั้ง โดยระบุว่าฮังการีถูกครอบงำโดยองค์กรของ จอร์จ โซรอส แล้ว

ทั้งนี้ ออร์บันเป็นผู้นำยุโรปรายแรกที่สนับสนุนทรัมป์ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2016 และมีจุดยืนสอดคล้องกันในหลายประเด็น เช่น การต่อต้านผู้อพยพ การวิพากษ์องค์กรระหว่างประเทศ และท่าทีแข็งกร้าวต่อสื่อและสถาบันการศึกษา

นายวิกเตอร์ ออร์บัน ยังถือเป็นต้นแบบทางการเมือง “ประชาธิปไตยแบบไม่เสรี” ที่ทรัมป์มักหยิบยกมาอ้างอิง ทั้งในเรื่องนโยบายต่อต้านผู้อพยพอย่างแข็งกร้าว และการโจมตีสถาบันระดับโลก ซึ่งความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ถูกมองว่าจะมีแรงสั่นสะเทือนไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและทิศทางของการเมืองฝ่ายขวาในระดับสากล.

ที่มา Reuters

เดือด สหรัฐฯเตรียมปิดทุกเส้นทางเข้าออกท่าเรืออิหร่าน ทรัมป์ไม่แคร์อิหร่านกลับมาเจรจาอีกหรือไม่

เดือด สหรัฐฯเตรียมปิดทุกเส้นทางเข้าออกท่าเรืออิหร่าน ทรัมป์ไม่แคร์อิหร่านกลับมาเจรจาอีกหรือไม่

13 เม.ย. 2569 11:01 น.

เดือด สหรัฐฯเตรียมปิดทุกเส้นทางเข้าออกท่าเรืออิหร่าน ทรัมป์ไม่แคร์อิหร่านกลับมาเจรจาอีกหรือไม่

โดนัลด์ ทรัมป์ ลั่นไม่แคร์อิหร่านจะกลับมาเจรจาหรือไม่ หลังดีลล้มเหลวที่อิสลามาบัด ขณะกองทัพสหรัฐฯ เตรียมเริ่มปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน 13 เม.ย. 2569 แต่ยังเปิดทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 13 เมษายน 2569 สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ยกระดับขึ้นอีกครั้ง เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า “ไม่แคร์” ว่าอิหร่านจะกลับมาเจรจากับสหรัฐฯ หรือไม่ หลังการหารือที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์สในรัฐแมริแลนด์ ภายหลังเดินทางกลับจากฟลอริดา โดยกล่าวว่า “ผมไม่สนว่าพวกเขาจะกลับมาหรือไม่ ถ้าไม่กลับมา ผมก็โอเค”

ขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม (CENTCOM) ประกาศว่า กองทัพสหรัฐฯ จะเริ่มปฏิบัติการปิดล้อมการเดินเรือเข้า-ออกท่าเรือของอิหร่านทั้งหมด ในวันที่ 13 เมษายน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ  หรือ 21.00 น. ตามเวลาไทย  

ทรัมป์กล่าวว่า มาตรกานี้จะครอบคลุมเรือทุกสัญชาติที่เข้าและออกท่าเรือ รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเตหะราน หลังการเจรจาสันติภาพยาวนานหลายชั่วโมงล้มเหลว อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ขัดขวางเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังประเทศอื่น โดยยังคงเปิดให้การเดินเรือระหว่างประเทศดำเนินต่อไปได้

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านยืนยันว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเต็มรูปแบบของอิหร่าน และยังเปิดให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ตามปกติ ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ ไออาร์จีซี (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) ของอิหร่าน ออกมาเตือนว่า เรือทหารใดที่เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ จะถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรง.

ที่มา Aljazeera CNN  

ทรัมป์เดือด ซัดโป๊ปเลโอที่ 14 ปมสงครามอิหร่าน ลั่นนโยบายต่างประเทศแย่

ทรัมป์เดือด ซัดโป๊ปเลโอที่ 14 ปมสงครามอิหร่าน ลั่นนโยบายต่างประเทศแย่

13 เม.ย. 2569 10:51 น.

ทรัมป์เดือด ซัดโป๊ปเลโอที่ 14 ปมสงครามอิหร่าน ลั่นนโยบายต่างประเทศแย่

โดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์รุนแรง สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 หลังออกมาต่อต้านสงครามอิหร่าน ระบุ “อ่อนแอ-แย่ด้านนโยบายต่างประเทศ” จุดชนวนความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาวกับวาติกัน

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยโจมตีจุดยืนของพระองค์ต่อสงครามอิหร่าน พร้อมระบุว่า “อ่อนแอเรื่องอาชญากรรม และแย่มากด้านนโยบายต่างประเทศ”

คำวิจารณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากโป๊ปเลโอที่ 14 ซึ่งเป็นพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรก แสดงจุดยืนชัดเจนมากขึ้นต่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ได้ประณามถ้อยคำและท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ว่าไม่อาจยอมรับได้ 

โดยทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ฐานทัพ ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส หลังโพสต์ข้อความยาวผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุว่า “โป๊ปเลโออ่อนแอเรื่องอาชญากรรม และแย่มากด้านนโยบายต่างประเทศ”

พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า เขาไม่ต้องการผู้นำศาสนาที่มองว่าอิหร่านสามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ หรือมองว่าสหรัฐฯ ทำผิดที่โจมตีเวเนซุเอลา นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่าเขาไม่ต้องการโป๊ปที่ออกมาวิจารณ์ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ และยังตั้งข้อสังเกตถึงการขึ้นดำรงตำแหน่งของโป๊ปเลโอว่าพระองค์ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้มีโอกาสเป็นโป๊ป แต่ได้รับเลือกเพราะเป็นชาวอเมริกัน ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์ของศาสนจักรในการรับมือกับเขา

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับนครรัฐวาติกัน ท่ามกลางความเห็นต่างอย่างชัดเจนต่อแนวทางจัดการสงครามอิหร่าน โดยฝ่ายวาติกันเน้นย้ำการเจรจาและสันติภาพ ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ยังคงใช้นโยบายแข็งกร้าว.

ที่มา : CNN

เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดับอย่างน้อย 30 ศพ เจ็บนับสิบ

เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดับอย่างน้อย 30 ศพ เจ็บนับสิบ

13 เม.ย. 2569 09:02 น.

เฮติสลด เหยียบกันตายในป้อมปราการโบราณบนภูเขา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดับอย่างน้อย 30 ศพ เจ็บนับสิบ

สลด ประชาชนและนักท่องเที่ยวเบียดเสียดเหยียบกันเสียชีวิตอย่างน้อย 30 ศพ ในป้อมปราการโบราณบนยอดเขา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทางตอนเหนือของเฮติ สาเหตุคาดคนแออัด-จัดการฝูงชนล้มเหลว

วันที่ 13 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุโศกนาฏกรรมกลางแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “ป้อมซิทาเดล ลาแฟร์ริแยร์” ป้อมปราการบนยอดเขาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางเหนือของประเทศเฮติ เมื่อฝูงชนที่มีทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดแตกตื่นเหยียบกันตาย เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก  

ทางเทศบาลเมืองแคป เฮเทียน  แถลงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น ที่เมืองมีโลต์ขณะเกิดเหตุมีผู้เข้าร่วมงานประเพณีจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดภาวะขาดอากาศหายใจ ถูกเหยียบ และหมดสติเป็นจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่เผยว่า มีผู้ถูกนำส่งโรงพยาบาลหลายสิบราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนหนึ่ง โดยสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความแออัดอย่างรุนแรง ประกอบกับการบริหารจัดการฝูงชนที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดเหตุชุลมุนและเหยียบกัน

ด้านรัฐบาลเฮติออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะเดียวกันโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติของเฮติระบุว่า ได้เปิดการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ พร้อมระบุว่า ยังมีผู้บาดเจ็บราว 30 คนที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล และขอให้ประชาชนงดเผยแพร่ข่าวลือ.

ที่มา Reuters

“ทรัมป์” เผยข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ–อิหร่านยังคงมีผลอยู่ เตรียมปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

“ทรัมป์” เผยข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ–อิหร่านยังคงมีผลอยู่ เตรียมปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

13 เม.ย. 2569 08:59 น.

“ทรัมป์” เผยข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ–อิหร่านยังคงมีผลอยู่ เตรียมปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ ระบุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังมีเสถียรภาพ แม้เจรจาที่ปากีสถานล้มเหลว พร้อมประกาศเดินหน้าปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านเตือนจะตอบโต้รุนแรง หากถูกยั่วยุ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป แม้การเจรจาระดับสูงที่ยืดเยื้อในประเทศปากีสถาน จะไม่สามารถบรรลุผลได้ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังเดินทางกลับถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จากรัฐฟลอริดา โดยระบุว่า “ผมคิดว่ามันยังคงเป็นไปได้ดี กองทัพของพวกเขาถูกทำลายแล้ว กองทัพเรือของพวกเขาจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด”

พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า สหรัฐฯ จะเริ่มดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเล บริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น)

ด้านกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ หรือ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) แถลงก่อนหน้านี้ว่า จะเริ่มบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลกับเรือทุกลำที่เข้า-ออกท่าเรือของอิหร่าน ตามคำสั่งของทรัมป์

ขณะที่ฝั่งอิหร่าน อ้างอิงรายงานจาก สำนักข่าวฟาร์ส กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ออกมาเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า เรือรบใดก็ตามที่พยายามเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกจัดการอย่างรุนแรงและเด็ดขาด จึงยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์ต่อไป.

ที่มา : CNN

เลือกตั้งฮังการี ฝ่ายค้านกวาดชัยชนะ ปิดฉาก 16 ปี “วิคเตอร์ ออร์บาน” พันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์

เลือกตั้งฮังการี ฝ่ายค้านกวาดชัยชนะ ปิดฉาก 16 ปี "วิคเตอร์ ออร์บาน" พันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์

13 เม.ย. 2569 08:26 น.

เลือกตั้งฮังการี ฝ่ายค้านกวาดชัยชนะ ปิดฉาก 16 ปี “วิคเตอร์ ออร์บาน” พันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์

เลือกตั้งฮังการี ฝ่ายค้านกวาดชัยชนะถล่มทลาย ปิดฉาก 16 ปี “วิคเตอร์ ออร์บาน” พันธมิตรคนสำคัญของโดนัลด์ ทรัมป์ หนึ่งในผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดของยุโรป

วันที่ 13 เมษายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้งฮังการี ประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไปที่นับไปได้ประมาณ 98% โดยระบุว่า “Tisza” พรรคฝ่ายค้านกลางขวาของ นายปีเตอร์ มาจยาร์ คว้าชัยชนะถล่มทลายด้วยคะแนนเสียง 53.6% และได้ที่นั่งในรัฐสภา 138 จากทั้งหมด 199 ที่นั่ง หรือมากกว่า 2 ใน 3 ซึ่งเพียงพอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ในขณะที่พรรค “Fidesz” ของนายกรัฐมนตรีวิคเตอร์ ออร์บาน ได้ไปเพียง 37.8% ได้ที่นั่งในสภา 55 ที่นั่ง นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจ เมื่อ 16 ปีก่อน 

โดยนายวิคเตอร์ ออร์บาน ได้แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ หลังผลนับคะแนนชี้ชัดว่า พรรคฝ่ายค้านได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย ในขณะที่นายมาจยาร์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า นายออร์บานได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีกับชัยชนะแล้ว ก่อนขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้สนับสนุนนับหมื่นริมแม่น้ำดานูบ ในกรุงบูดาเปสต์ โดยระบุว่า “คืนนี้ ความจริงเอาชนะคำโกหก” พร้อมย้ำว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นฉันทามติทางประวัติศาสตร์ของประชาชน

ขณะที่ การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ออกไปใช้สิทธิสูงเป็นประวัติการณ์ โดยแตะระดับกว่า 77% สูงที่สุดนับตั้งแต่ฮังการีเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยหลังยุคคอมมิวนิสต์ในปี 2533 ส่งผลให้หลายหน่วยเลือกตั้งต้องขยายเวลาเปิดให้ประชาชนที่ยังต่อแถวได้ใช้สิทธิ

ทั้งนี้ ชัยชนะของนายมาจยาร์ถูกมองว่าจะเป็นการเปลี่ยนทิศทางนโยบายของฮังการีอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป หรือ อียู ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลของนายออร์บาน ซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์มักมีท่าทีขัดแย้ง นอกจากนี้ ความพ่ายแพ้ของนายออร์บานยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงการเมืองโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้นำฝ่ายขวา รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันยังทำให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ต้องสูญเสียพันธมิตรคนสำคัญในยุโรป

ที่มา CNN Aljazeera

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MOU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MOU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

13 เม.ย. 2569 06:33 น.

รัฐมนตรีอิหร่านอ้าง พูดคุยเกือบถึงขั้นทำ MOU แต่สหรัฐฯ ทำเจรจาล่ม

รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านเปิดเผยครั้งแรกหลังกลับจากปากีสถาน ชี้การเจรจากับสหรัฐฯ เกือบไปถึงขั้นทำบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU กันแล้ว แต่สหรัฐฯ กลับทำให้การเจรจาล่ม

เมื่อ 12 เม.ย. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ชี้แจงเรื่องผลลัพธ์ของการเจรจากับผู้แทนจากสหรัฐฯ ที่ปากีสถานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจบลงโดยไม่มีการทำข้อตกลง

ในถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางกลับจากกรุงอิสลามาบัด นายอารักชี อธิบายว่าการเจรจาครั้งนี้ถือเป็นการเผชิญหน้าที่เข้มข้นที่สุดระหว่างทั้งสองประเทศในรอบ 47 ปี เขากล่าวว่าอิหร่านได้เข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ “ด้วยความจริงใจ” โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติการสู้รบที่ดำเนินอยู่

จากข้อความในโพสต์ระบุว่า การหารือได้รุดหน้าไปจนเกือบจะถึงขั้นบรรลุบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันได้แล้ว

“แต่ในขณะที่อยู่ห่างจาก ‘บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด’ เพียงไม่กี่นิ้ว เรากลับต้องเผชิญกับการเรียกร้องผลประโยชน์สูงสุดฝ่ายเดียว, การเปลี่ยนกฎเกณฑ์ไปมา และมาตรการปิดล้อม” อารักชีระบุ โดยอ้างถึงคำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่จะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

“ไม่มีการเรียนรู้บทเรียนใด ๆ เลย มิตรภาพย่อมตอบแทนด้วยมิตรภาพ และความเป็นศัตรูย่อมตอบแทนด้วยความเป็นศัตรู” อารักชีระบุเสริมในตอนท้าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

13 เม.ย. 2569 05:42 น.

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันอิหร่านให้ทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ 12 เม.ย. 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ จะทำการปิดล้อม “เรือทุกลำที่พยายามจะเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะมีการหยุดชะงักของการลำเลียงน้ำมันมากยิ่งขึ้น

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงสากล ปรับตัวสูงขึ้น 8% อยู่ที่ประมาณ 102 ดอลลาร์ ส่วนราคาน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น 8% ไปอยู่ที่ 104 ดอลลาร์

“เราจะไม่ยอมให้อิหร่านทำเงินจากการขายน้ำมันให้กับคนที่พวกเขาชอบ และไม่ขายให้กับคนที่พวกเขาไม่ชอบ หรืออะไรก็ตามแต่ มันจะต้องเป็นแบบได้ทั้งหมดหรือไม่ก็ไม่ได้เลย” ทรัมป์กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures ทางช่อง Fox News

ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศจะเริ่มการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซตามคำสั่งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในเวลา 10.00 น.วันจันทร์นี้ตามเวลาสหรัฐฯ (ราว 21.00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย)

CENTCOM ย้ำด้วยว่า มาตรการปิดล้อมนี้จะถูกบังคับใช้อย่างเท่าเทียมต่อเรือของทุกประเทศที่เข้าหรือออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงท่าเรือทั้งหมดของอิหร่านในบริเวณอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน สำหรับเรือที่ไม่ได้เดินทางไปหรือมาจากท่าเรือของอิหร่านจะยังคงสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี

อย่างไรก็ตาม แผนการของทรัมป์มีความเสี่ยงที่จะทำให้ชาวอเมริกันต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยในวันอาทิตย์ราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการในสหรัฐฯ ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง เฉลี่ยอยู่ที่ 4.12 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 38% แล้วนับตั้งแต่เริ่มสงคราม แม้ว่าจะมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงสุดสัปดาห์ก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กองทัพสหรัฐฯ เผย เริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ในวันจันทร์นี้

กองทัพสหรัฐฯ เผย เริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ในวันจันทร์นี้

13 เม.ย. 2569 05:26 น.

กองทัพสหรัฐฯ เผย เริ่มปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ในวันจันทร์นี้

กองทัพสหรัฐฯ ประกาศจะเริ่มการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซตามคำสั่งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในเวลา 10.00 น.วันจันทร์นี้ตามเวลาสหรัฐฯ หรือ 21.00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย

เมื่อ 12 เม.ย. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศว่าจะเริ่มบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อการสัญจรทั้งหมดที่เข้าและออกจากท่าเรือของอิหร่านตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET) ของวันจันทร์นี้ (ราว 21.00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย) 

“มาตรการปิดล้อมนี้จะถูกบังคับใช้อย่างเท่าเทียมต่อเรือของทุกประเทศที่เข้าหรือออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงท่าเรือทั้งหมดของอิหร่านในบริเวณอ่าวอาหรับและอ่าวโอมาน” CENTCOM ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X

สำหรับเรือที่ไม่ได้เดินทางไปหรือมาจากท่าเรือของอิหร่านจะยังคงสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี โดย CENTCOM ยืนยันว่ามาตรการนี้จะ “ไม่ขัดขวางเสรีภาพในการเดินเรือ” ของเรือกลุ่มดังกล่าว

แถลงการณ์จาก CENTCOM มีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ประกาศมาตรการปิดล้อมในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจส่งผลให้ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีก ในขณะที่รัฐบาลวอชิงตันพยายามเพิ่มแรงกดดันเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือรัฐบาลเตหะราน

ทางด้าน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านออกมาตอบโต้คำขู่เรื่องการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ โดยการโพสต์ภาพแผนที่ราคาน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันใกล้ทำเนียบขาว พร้อมระบุข้อความผ่าน X ว่า “ขอให้มีความสุขกับราคาน้ำมันในปัจจุบันเถอะ เพราะด้วยสิ่งที่พวกคุณเรียกว่า ‘การปิดล้อม’ นี้ อีกไม่นานพวกคุณจะต้องคิดถึงราคาน้ำมันที่ 4 ถึง 5 ดอลลาร์แน่นอน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน

13 เม.ย. 2569 02:14 น.

ทำเนียบขาวเผย “ข้อเสนอ” ที่อิหร่านไม่ตกลง ในการเจรจาที่ปากีสถาน

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยเรื่อง ข้อเสนอต่างๆ ที่ฝ่ายอิหร่านไม่ยอมรับระหว่างการเจรจาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านมีท่าทีแข็งกร้าวมาตลอด

เมื่อ 12 เม.ย. 2569 ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผย รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเสนอที่เป็น “เส้นแดง” ที่ฝ่ายอิหร่านไม่ยอมรับ ในระหว่างการเจรจาอันยาวนานที่ปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจบลงด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถทำข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางได้

เงื่อนไขหลายประการเป็นสิ่งที่อิหร่านเคยปฏิเสธมาก่อนหน้านี้ โดยรัฐบาลเตหะรานยังคงท่าทีแข็งกร้าวแม้จะผ่านพ้นภาวะสงครามมานานถึง 6 สัปดาห์แล้วก็ตาม

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ประเด็นที่ไม่สามารถต่อรองได้ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดไว้สำหรับอิหร่าน ประกอบด้วย

– ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมด

– รื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์หลัก ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน

– เก็บกู้แร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงปริมาณกว่า 400 กิโลกรัม ที่เชื่อว่าถูกฝังไว้ใต้ดิน

– ยอมรับ “กรอบความร่วมมือด้านสันติภาพ ความมั่นคง และการลดความตึงเครียด” ในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงพันธมิตรในภูมิภาคด้วย

-ยุติการสนับสนุนเงินทุนแก่กลุ่มตัวแทนก่อการร้าย ได้แก่ ฮามาส, ฮิซบอลเลาะห์ และกลุ่มฮูตี

– เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ และไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการเดินเรือผ่าน

หลังการเจรจาดังกล่าวจบลง นาย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีกล่าวว่าเขาได้ยื่นข้อเสนอดีที่สุดและเป็นข้อเสนอสุดท้ายไว้บนโต๊ะเจรจาแล้ว พร้อมส่งสัญญาณว่าอิหร่านยังคงพอมีเวลาที่จะยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ

แม้การเจรจาจะมีช่วงเวลาที่ตึงเครียด แต่บรรยากาศการประชุมก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทั้งหมด ทรัมป์และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเริ่มมีความเคารพให้แก่กันหลังจากใช้เวลาร่วมกันหลายชั่วโมงในห้องประชุมแบบปิด

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากการต่อต้านของอิหร่านต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ หลายประการก่อนหน้านี้ จึงยังไม่แน่ชัดว่ารัฐบาลเตหะรานจะยอมจำนนต่อเงื่อนไขของทรัมป์ในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ เนื่องจากการที่ช่องแคบยังคงถูกปิดอยู่นั้น ทำให้อิหร่านเชื่อว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นท่าทีฝ่ายอิหร่านแสดงออกอย่างชัดเจน

แต่นายทรัมป์และนายแวนซ์มีความเห็นต่างออกไป โดยมองว่าหลังจากสงครามดำเนินมาหลายสัปดาห์ อิหร่านอยู่ในภาวะที่อ่อนแอลงอย่างมาก และควรจะฉลาดพอที่จะยอมรับข้อเรียกร้องของพวกเขา แม้จะเคยลังเลมาก่อนก็ตาม

ทั้งนี้ การที่ทรัมป์ประกาศให้กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มดำเนินการปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์กดดันเพื่อย้ำเตือนถึงจุดยืนดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn