เผยสาเหตุเสียชีวิต “แซม นีลล์” พระเอก Jurassic Park เพื่อนนักแสดงเผยป่วยปอดบวม หลังหายจากมะเร็ง

เผยสาเหตุเสียชีวิต "แซม นีลล์" พระเอก Jurassic Park เพื่อนนักแสดงเผยป่วยปอดบวม หลังหายจากมะเร็ง

14 ก.ค. 2569 11:01 น.

เผยสาเหตุเสียชีวิต “แซม นีลล์” พระเอก Jurassic Park เพื่อนนักแสดงเผยป่วยปอดบวม หลังหายจากมะเร็ง

วงการฮอลลีวูดร่วมอาลัย “แซม นีลล์” นักแสดงชื่อดังจากภาพยนตร์ Jurassic Park หลังเสียชีวิตกะทันหันในวัย 78 ปี โดยเพื่อนนักแสดงเผยว่า เขาต่อสู้กับโรคปอดบวมก่อนเสียชีวิต หลังเพิ่งหายจากมะเร็ง

หลังครอบครัวของ แซม นีลล์ ออกแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตของนักแสดงชื่อดังเมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าเป็นการจากไปอย่างกะทันหันและไม่คาดคิด ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการป่วยของเขา

รีมา เท วีอาตา นักแสดงชาวนิวซีแลนด์ ผู้เคยร่วมงานกับนีลล์ในภาพยนตร์เรื่อง Hunt for the Wilderpeople ให้สัมภาษณ์กับ New Zealand Herald ว่า ก่อนเสียชีวิตนีลล์กำลังต่อสู้กับ โรคปอดบวม

เธอกล่าวว่า แม้นีลล์ไม่เคยหวาดกลัวความตาย แต่เชื่อว่าเขาคงรู้สึกหงุดหงิด เพราะเพิ่งผ่านการรักษาโรคมะเร็งมาได้ อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการป่วย หรือระบุว่าเขาป่วยด้วยโรคปอดบวมมานานเพียงใด

แซม นีลล์ เปิดเผยผ่านหนังสือบันทึกความทรงจำเมื่อปี 2023 ว่า เขาป่วยเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอดจ์กิน และเคยยอมรับว่าตัวเองอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปี 2026 เขาประกาศข่าวดีว่า หายจากโรคมะเร็งแล้ว หลังเข้ารับการรักษาด้วย ยีนบำบัด ที่ช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ครอบครัวของเขายืนยันในแถลงการณ์ว่า นีลล์ ไม่ได้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง แต่ไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ การจากไปของแซม นีลล์ สร้างความอาลัยให้กับคนในวงการภาพยนตร์ทั่วโลก โดยสตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับ Jurassic Park กล่าวว่า “ผมรักการได้ร่วมสร้างภาพยนตร์ Jurassic ทุกภาคกับเขา เราจะเป็นครอบครัว Jurassic ตลอดไป และแซมจะไม่มีวันถูกลืม”

ด้าน ลอรา เดิร์น นักแสดงร่วมใน Jurassic Park กล่าวยกย่องว่า เขาเป็นสุภาพบุรุษผู้สง่างามและมีเกียรติ

ขณะที่ เจฟฟ์ โกลด์บลัม กล่าวอำลาว่า การผจญภัยครั้งใหม่ของแซมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ส่วน ซิลเลียน เมอร์ฟี ซึ่งเคยร่วมงานกับนีลล์ในซีรีส์ Peaky Blinders กล่าวว่า นีลล์เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ใจดีที่สุด ตลกที่สุด และอ่อนโยนที่สุดที่เขาเคยรู้จัก

ด้าน นิโคล คิดแมน ก็ร่วมไว้อาลัย โดยระบุว่า แซมคือหนึ่งในนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ของวงการ

แซม นีลล์ เกิดที่ไอร์แลนด์เหนือในปี 1947 ก่อนย้ายไปเติบโตที่ประเทศนิวซีแลนด์ และเริ่มต้นเส้นทางการแสดงตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970

บทบาทที่ทำให้เขาโด่งดังไปทั่วโลกคือ ดร.อลัน แกรนต์ ในภาพยนตร์ Jurassic Park ปี 1993 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ในยุคนั้น

นอกเหนือจากงานแสดง เขายังเป็นเจ้าของไร่องุ่นในแคว้นเซ็นทรัลโอทาโก ทางตอนใต้ของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความหลงใหลของเขาในช่วงบั้นปลายชีวิต.

ที่มา : channelnewsasia

กลุ่มฮูตีถล่มสนามบินในซาอุฯ ตอบโต้โจมตีสนามบินซานา

กลุ่มฮูตีถล่มสนามบินในซาอุฯ ตอบโต้โจมตีสนามบินซานา

14 ก.ค. 2569 10:59 น.

กลุ่มฮูตีถล่มสนามบินในซาอุฯ ตอบโต้โจมตีสนามบินซานา

กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านประกาศว่า ได้ยิงขีปนาวุธและส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน โจมตีสนามบินนานาชาติอับฮา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุดีอาระเบีย เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศที่สนามบินนานาชาติซานา เมืองหลวงของเยเมน ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน

แม้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากทั้งสองเหตุการณ์ แต่การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งสำคัญระหว่างฮูตีกับซาอุดีอาระเบีย หลังจากทั้งสองฝ่ายรักษาระดับความสงบสัมพัทธ์มาตั้งแต่การหยุดยิงภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหประชาชาติเมื่อปี 2565

พลจัตวา ยาห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของฮูตี เผยแพร่แถลงการณ์ผ่านเทเลแกรม ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการโจมตีสนามบินซานา พร้อมเตือนสายการบินต่าง ๆ ให้หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบินผ่านน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย จนกว่าการปิดกั้นสนามบินนานาชาติซานาจะสิ้นสุดลง โดยระบุว่าคำเตือนดังกล่าวควรได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีสนามบินซานามีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องบินของอิหร่านลงจอด โดยอ้างว่าเป็นเที่ยวบินที่จะนำคณะผู้แทนฮูตีเดินทางกลับจากกรุงเตหะราน หลังเข้าร่วมพิธีศพของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี

พลเอก ทาเฮอร์ อัล-อากีลี รัฐมนตรีกลาโหมเยเมน กล่าวว่า รันเวย์ของสนามบินซานาถูกโจมตีเพื่อสกัดไม่ให้เครื่องบินของสายการบินมาฮานแอร์ของอิหร่าน เดินทางกลับเข้าประเทศ พร้อมย้ำว่าเยเมนจะไม่ยอมให้มีการละเมิดอธิปไตยทางอากาศอีกต่อไป

ด้านฮูตีระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้เปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่สนามบินโฮเดดาห์แทน พร้อมเผยแพร่ภาพวิดีโอที่อ้างว่าแสดงให้เห็นขีปนาวุธพุ่งโจมตีรันเวย์สนามบินซานา ก่อนเกิดระเบิดครั้งใหญ่

ขณะเดียวกัน พลตรี ตูร์กี อัล-มาลิกี โฆษกกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย ระบุผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถรับมือกับขีปนาวุธพิสัยไกลที่ฮูตียิงมายังพื้นที่ตอนใต้ของประเทศได้ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

หลังเหตุการณ์ รัฐบาลเยเมนประกาศปิดสนามบินทุกแห่งทั่วประเทศโดยมีผลทันที พร้อมสั่งอพยพประชาชนออกจากสนามบินซานาและพื้นที่โดยรอบ เพื่อความปลอดภัย

ด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้จัดการประชุมฉุกเฉิน โดยนายคาเลด เคียรี ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการการเมือง เตือนว่า เยเมนและภูมิภาคตะวันออกกลางไม่สามารถรับมือกับวงจรความรุนแรงรอบใหม่ได้ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาภายใต้การอำนวยความสะดวกของสหประชาชาติ

ขณะที่ฮันส์ กรุนด์เบิร์ก ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติประจำเยเมน แสดงความกังวลว่าการปะทะครั้งล่าสุดอาจทำลายความสงบที่เยเมนรักษาไว้ได้ตั้งแต่ปี 2565 และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการขยายตัวของความขัดแย้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง.

ที่มา Associated Press

12 รัฐ ฟ้องสกัดดีลยักษ์ Paramount ซื้อ Warner Bros. Discovery หวั่นผูกขาดวงการบันเทิง

12 รัฐ ฟ้องสกัดดีลยักษ์ Paramount ซื้อ Warner Bros. Discovery หวั่นผูกขาดวงการบันเทิง

14 ก.ค. 2569 10:15 น.

12 รัฐ ฟ้องสกัดดีลยักษ์ Paramount ซื้อ Warner Bros. Discovery หวั่นผูกขาดวงการบันเทิง

12 รัฐของสหรัฐฯ นำโดยรัฐแคลิฟอร์เนีย ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง ขวางแผนการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery ของ Paramount มูลค่า 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หวั่นผูกขาด กระทบผู้บริโภค

รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมด้วยอีก 11 รัฐ ได้แก่ นิวยอร์ก แอริโซนา มินนิโซตา โอเรกอน โคโลราโด คอนเนตทิคัต แมสซาชูเซตส์ เนวาดา นิวเจอร์ซีย์ นิวเม็กซิโก และวอชิงตัน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองโอ๊กแลนด์ เพื่อขอให้ระงับการควบรวมกิจการระหว่าง Paramount และ Warner Bros. Discovery มูลค่า 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 4 ล้านล้านบาท

โดยหากดีลนี้สำเร็จ จะถือเป็นหนึ่งในการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการสื่อ และจะทำให้ Paramount กลายเป็นคู่แข่งรายสำคัญของ Netflix และ Disney

ในคำฟ้องระบุว่า การควบรวมกิจการจะทำให้บริษัทใหม่มีอำนาจครอบครองตลาดสื่อขนาดใหญ่ จนสามารถกำหนดราคาภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ได้ ส่งผลให้โรงภาพยนตร์ ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก และผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น

อัยการของหลายรัฐยังเตือนว่า การแข่งขันที่ลดลงอาจส่งผลให้ค่าจ้างของแรงงานในอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น นักแสดง นักเขียนบท ทีมงานถ่ายทำ และบุคลากรเบื้องหลัง อ่อนแอลงตามไปด้วย

หากการควบรวมเกิดขึ้น Paramount จะมีส่วนแบ่งตลาดจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในสหรัฐฯ ราว 27% และครองตลาดภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ประมาณ 30% รวมถึงมีอำนาจเหนือช่องเคเบิลทีวีรายใหญ่ เช่น CNN, MTV, HGTV, Cartoon Network และ Nickelodeon

ด้าน Paramount ออกแถลงการณ์ระบุว่า คำฟ้องดังกล่าวตีความกฎหมายการแข่งขันทางการค้าผิด และไม่สะท้อนสภาพการแข่งขันที่แท้จริงของอุตสาหกรรมบันเทิงในปัจจุบัน

โดยบริษัทระบุว่า การควบรวมจะช่วยลดต้นทุนจากโครงสร้างที่ซ้ำซ้อนกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้สามารถผลิตภาพยนตร์ได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าออกฉายถึง 30 เรื่องต่อปี

อย่างไรก็ตาม รัฐที่ยื่นฟ้องเห็นว่าคำมั่นดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และแม้จะผลิตภาพยนตร์เพิ่มขึ้น บริษัทก็ยังมีอำนาจปรับขึ้นราคาและลดคุณภาพของบริการได้หลังควบรวม

คดีนี้ยังถูกจับตามองในมิติทางการเมือง เนื่องจากนักวิจารณ์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ อนุมัติดีลนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะแลร์รี เอลลิสันมหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง Oracle และบิดาของ เดวิด เอลลิสัน ซีอีโอ Paramount มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ขณะที่อัยการสูงสุดของทั้ง 12 รัฐที่ร่วมยื่นฟ้อง ล้วนสังกัดพรรคเดโมแครต โดยระบุว่าการดำเนินคดีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องผู้บริโภค ธุรกิจขนาดเล็ก และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในแต่ละรัฐ

นักวิเคราะห์มองว่า การฟ้องร้องครั้งนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดของข้อตกลง และอาจทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปหลายเดือน

โดยตามเงื่อนไขของข้อตกลง หากการควบรวมไม่แล้วเสร็จก่อนเดือนตุลาคม Paramount จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ถือหุ้นของ Warner Bros. Discovery ประมาณ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส นอกจากนี้ ความล่าช้ายังอาจส่งผลต่อการจัดหาเงินทุน ราคาหุ้น และอาจทำให้ดีลล่มได้ในที่สุด.

ที่มา : channelnewsasia

เกาหลีเหนือสั่งทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและลมแรงจากอิทธิพลพายุบาหวี่

เกาหลีเหนือสั่งทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและลมแรงจากอิทธิพลพายุบาหวี่

14 ก.ค. 2569 10:01 น.

เกาหลีเหนือสั่งทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและลมแรงจากอิทธิพลพายุบาหวี่

เกาหลีเหนือสั่งทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและลมแรงจากอิทธิพลพายุบาหวี่ แม้อ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว พร้อมเตือนหลายพื้นที่อาจมีฝนสะสมสูงสุด 200 มิลลิเมตร

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 หนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน สื่อทางการของเกาหลีเหนือ รายงานว่า ทางการได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนเร่งเตรียมมาตรการป้องกันความเสียหายจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรง หลังพายุบาหวี่ (Bavi) ส่งอิทธิพลต่อประเทศ แม้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันภายหลังขึ้นฝั่งจีนแล้วก็ตาม

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีเหนือได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและลมแรงไปจนถึงวันพุธ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงาน พื้นที่ และภาคส่วนต่างๆ เฝ้าระวังและรับมือกับสภาพอากาศอย่างเต็มที่

รายงานระบุว่า จังหวัดพย็องอันเหนือ พื้นที่ตอนใต้ของภาคกลาง และบางพื้นที่ของจังหวัดชากัง ซึ่งมีพรมแดนติดกับจีน คาดว่าจะมีฝนตก 80-120 มิลลิเมตรในวันอังคาร ขณะที่บางพื้นที่ของจังหวัดพย็องอันเหนือ จังหวัดพย็องอันใต้ และพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ อาจมีฝนตกสะสม 150-200 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดลมแรงความเร็ว 10-15 เมตรต่อวินาที บริเวณชายฝั่งตะวันตกและพื้นที่ตอนในบางแห่ง

ทางการเกาหลีเหนือจึงสั่งทบทวนมาตรการป้องกันภัย ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น.

 ที่มา Yonhap 

เตือนภัย! ขบวนการใช้สาวสวยสร้างจากเอไอ ปล่อยข่าวปลอม โจมตีหลายประเทศ ยอดวิวทะลุ 3 ล้านครั้ง

เตือนภัย! ขบวนการใช้สาวสวยสร้างจากเอไอ ปล่อยข่าวปลอม โจมตีหลายประเทศ ยอดวิวทะลุ 3 ล้านครั้ง

14 ก.ค. 2569 09:41 น.

เตือนภัย! ขบวนการใช้สาวสวยสร้างจากเอไอ ปล่อยข่าวปลอม โจมตีหลายประเทศ ยอดวิวทะลุ 3 ล้านครั้ง

สื่อสิงคโปร์เปิดโปงเครือข่ายบัญชี TikTok ใช้ AI สร้างผู้หญิงสวย ปล่อยข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับสิงคโปร์และมาเลเซีย หวั่นบ่อนทำลายความเชื่อมั่นและสร้างความแตกแยกในสังคม

ผลการสืบสวนของ CNA พบเครือข่ายบัญชี TikTok อย่างน้อย 30 บัญชี ที่เผยแพร่วิดีโอกว่า 550 คลิป โดยเกือบทั้งหมดใช้ ผู้หญิงที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือดัดแปลงภาพบุคคล พร้อมนำเสียงและสคริปต์เดิมมาใช้ซ้ำ เพื่อสร้างภาพลวงว่ามีผู้คนจำนวนมากกำลังพูดถึงประเด็นเดียวกัน

จากการตรวจสอบพบว่า กว่า 98% ของวิดีโอถูกสร้างด้วย AI หรือมีการดัดแปลง และเกือบ 90% มีเนื้อหาที่เป็นข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด เกี่ยวกับสิงคโปร์และมาเลเซีย โดยมียอดรับชมรวมมากกว่า 3 ล้านครั้ง

รายงานระบุว่า คลิปเหล่านี้เผยแพร่ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงมิถุนายน 2569 โดยใช้วิธีนำข้อเท็จจริงมาผสมกับข้อมูลบิดเบือนและเรื่องแต่ง เพื่อให้ผู้ชมหลงเชื่อ

หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกกล่าวถึงคือ การอ้างว่ารัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์เดินทางไปขอร้องจีนและอินโดนีเซีย ไม่ให้เปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ที่เลี่ยงท่าเรือสิงคโปร์ ทั้งที่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้น

หลัง CNA ส่งข้อมูลให้ TikTok ตรวจสอบ บัญชีตัวอย่าง 2 บัญชีถูกปิดในเวลาต่อมา โดย TikTok ระบุว่าละเมิดนโยบายเกี่ยวกับพฤติกรรมหลอกลวง ซึ่งรวมถึงปฏิบัติการชี้นำความคิดเห็น การแอบอ้างตัวตน สแปม และรีวิวปลอม

ผู้เชี่ยวชาญจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (NTU) ระบุว่า จุดประสงค์ของปฏิบัติการลักษณะนี้ ไม่จำเป็นต้องทำให้คนเชื่อข้อมูลทั้งหมด แต่ต้องการให้ข้อมูลเท็จ ถูกเห็นซ้ำ ๆ จนกลายเป็นเรื่องคุ้นเคย และทำให้ผู้คนเริ่มสงสัยหรือไม่ไว้วางใจข้อมูลจากรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังพบว่ามาเลเซียก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมาย โดยคลิปจำนวนหนึ่งกล่าวอ้างว่า การพัฒนาของประเทศล่าช้าเพราะนโยบายที่กีดกันชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นการนำประเด็นอ่อนไหวทางชาติพันธุ์มาสร้างความแตกแยก

การสืบสวนยังพบว่า บัญชีเหล่านี้ใช้ สคริปต์เดียวกัน เสียงเดียวกัน และใบหน้าผู้หญิง AI ซ้ำกันหลายบัญชี โดยสลับกันโพสต์คลิปในช่วงเวลาใกล้เคียง ทำให้ดูเหมือนเป็นความคิดเห็นจากหลายแหล่ง ทั้งที่อาจมาจากผู้ผลิตเพียงรายเดียว

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ปัจจุบันการพยายามจับผิดว่าใครเป็น AI อาจไม่ใช่วิธีที่ได้ผลอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยี Deepfake พัฒนาอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือการสังเกตพฤติกรรมของเครือข่าย เช่น การเผยแพร่ข้อความเดิมซ้ำ ๆ จากหลายบัญชี หรือการนำเสนอข้อมูลที่ไม่มีสำนักข่าวน่าเชื่อถือรายงาน

นักวิชาการแนะนำให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งก่อนแชร์ทุกครั้ง เพราะในยุค AI ไม่เพียงภาพและเสียงจะปลอมได้ แต่ยังสามารถสร้างผู้ประกาศข่าว ที่ไม่มีตัวตนขึ้นมา เพื่อชี้นำความคิดเห็นของสังคมและแทรกแซงข้อมูลข่าวสารได้อย่างแนบเนียน.

ที่มา :channelnewsasia

นักวิจัยญี่ปุ่นพบอาการ “ลองโควิด” อาจเกิดจากเชื้อโควิด-19 กระตุ้นไวรัสเริมที่แฝงอยู่ในร่างกาย

นักวิจัยญี่ปุ่นพบอาการ "ลองโควิด" อาจเกิดจากเชื้อโควิด-19 กระตุ้นไวรัสเริมที่แฝงอยู่ในร่างกาย

14 ก.ค. 2569 09:09 น.

นักวิจัยญี่ปุ่นพบอาการ “ลองโควิด” อาจเกิดจากเชื้อโควิด-19 กระตุ้นไวรัสเริมที่แฝงอยู่ในร่างกาย

นักวิจัยญี่ปุ่นเผยผลศึกษาพบ อาการลองโควิดอาจเกิดจากเชื้อโควิด-19 กระตุ้นไวรัสเริมที่แฝงอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดโปรตีนที่ส่งผลต่อสมองและนำไปสู่อาการอ่อนเพลีย ซึมเศร้า

 วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จิเคอิ ของญี่ปุ่น เปิดเผยผลการศึกษาที่พบว่า อาการลองโควิด (Long COVID) เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง ซึมเศร้า และภาวะสมองล้า อาจเกิดจากการที่เชื้อโควิด-19 กระตุ้นให้ไวรัสในตระกูลเริม (Herpes virus) ที่แฝงอยู่ในร่างกายกลับมาทำงานอีกครั้ง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ราว 6% ยังคงมีอาการผิดปกติหลังหายป่วย ไม่ว่าจะเป็นอ่อนเพลีย ซึมเศร้า หรือผมร่วง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถอธิบายสาเหตุที่แน่ชัดได้ โดยนักวิจัยได้วิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยกว่า 150 คนที่เข้ารับการรักษาอาการลองโควิด และพบโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อ SITH-1 ในผู้ป่วยประมาณ 70% โดยโปรตีนชนิดนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไวรัสในตระกูลเริมที่แฝงอยู่ในร่างกายถูกกระตุ้นให้กลับมาทำงาน และเมื่อนักวิจัยเพิ่มระดับโปรตีน SITH-1 ในหนูทดลอง พบว่าหนูมีการทำงานของสมองลดลงจากภาวะสารสื่อประสาทบกพร่อง และมีอาการคล้ายกับผู้ป่วยลองโควิด ได้แก่ อ่อนเพลียและซึมเศร้า

นางนาโอมิ โอกะ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์จิเคอิ ระบุว่า อาการลองโควิดอาจเกิดจากการที่เชื้อโควิด-19 ไปกระตุ้นไวรัสในตระกูลเริมที่หลบซ่อนอยู่ในร่างกาย ส่งผลให้เกิดโปรตีน SITH-1 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง ขณะที่ผลการศึกษาครั้งนี้อาจนำไปสู่การพัฒนาวิธีรักษาที่มุ่งแก้ไขต้นเหตุของอาการลองโควิดได้โดยตรงในอนาคต.

ที่มา NHK

ทรัมป์เปิดทำเนียบขาว ต้อนรับนักแข่งรถระดับแชมป์ โปรโมตแข่งรถกรังด์ปรีซ์ กลางกรุงวอชิงตัน

ทรัมป์เปิดทำเนียบขาว ต้อนรับนักแข่งรถระดับแชมป์ โปรโมตแข่งรถกรังด์ปรีซ์ กลางกรุงวอชิงตัน

14 ก.ค. 2569 08:59 น.

ทรัมป์เปิดทำเนียบขาว ต้อนรับนักแข่งรถระดับแชมป์ โปรโมตแข่งรถกรังด์ปรีซ์ กลางกรุงวอชิงตัน

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับนักแข่งรถระดับแชมป์ ก่อนการแข่งขัน “Freedom 250 Grand Prix” ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีการก่อตั้งสหรัฐฯ

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จัดงานต้อนรับนักแข่งรถระดับโลกที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ เพื่อประชาสัมพันธ์การแข่งขัน Freedom 250 Grand Prix ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม โดยจะเป็นการแข่งขันรถสูตรอินดี้ บนเส้นทางใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. นับเป็นการแข่งขันรถยนต์รูปแบบนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมืองหลวงสหรัฐฯ

ภายในงานทรัมป์กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันที่ไม่มีใครเหมือนและเชื่อว่าจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้วงการมอเตอร์สปอร์ต

ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชมนักแข่งรถที่เข้าร่วมงาน ได้แก่ อเล็กซ์ ปาลู , เฟลิกซ์ โรเซนควิสต์ และ เดวิด มาลูกัส พร้อมยอมรับว่าตนเองไม่มีวันกล้าขับรถด้วยความเร็วระดับนั้น

สำหรับการแข่งขัน Freedom 250 Grand Prix จะใช้เส้นทางบริเวณ Pennsylvania Avenue และ National Mall ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยรถแข่งจะทำความเร็วมากกว่า 190 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทรัมป์กล่าวติดตลกว่า หากมีใครขับรถด้วยความเร็วเช่นนี้บนถนนสายดังกล่าวในวันปกติคงถูกจับเข้าคุกไปตลอดชีวิต

การแข่งขันครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง 250 ปีแห่งอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา หลังทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารตั้งแต่เดือนมกราคม เพื่ออนุมัติการจัดงานอย่างเป็นทางการ

ทรัมป์ยืนยันว่า ประชาชนสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แม้จะเชื่อว่างานนี้สามารถจำหน่ายบัตรและสร้างรายได้มหาศาลก็ตาม

ภายในงานยังมี โรเจอร์ เพนสกี เจ้าของสนาม Indianapolis Motor Speedway และประธานบริษัท Penske Corporation เข้าร่วมด้วย ก่อนปิดท้ายด้วยการสาธิตรถแข่ง IndyCar บริเวณหน้าทำเนียบขาว โดย เดวิด มาลูกัส ลงขับรถจริง พร้อมการสาธิตเปลี่ยนยางแบบพิทสต็อปจากทีมช่างของ Penske สร้างสีสันให้กับผู้ร่วมงาน.


ที่มา : ABCnews

UAE เผยเรือบรรทุกน้ำมันถูกขีปนาวุธอิหร่านถล่มในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือเสียชีวิต 1 ศพ

UAE เผยเรือบรรทุกน้ำมันถูกขีปนาวุธอิหร่านถล่มในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือเสียชีวิต 1 ศพ

14 ก.ค. 2569 07:41 น.

UAE เผยเรือบรรทุกน้ำมันถูกขีปนาวุธอิหร่านถล่มในช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือเสียชีวิต 1 ศพ

UAE กล่าวหาอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 8 ราย พร้อมประกาศสงวนสิทธิ์ตอบโต้

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 กระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันของยูเออี 2 ลำ ถูกขีปนาวุธร่อนของอิหร่านโจมตีขณะแล่นอยู่ในช่องทางเดินเรือฝั่งใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ภายในน่านน้ำของโอมาน ส่งผลให้ลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอีก 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวอินเดียและชาวยูเครน

รายงานข่าวระบุว่า เรือที่ถูกโจมตี ได้แก่ Mombasa และ Al Bahiyah โดยผู้เสียชีวิตอยู่บนเรือ Mombasa ขณะที่แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือทั้งสองลำ แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยยูเออีประณามเหตุโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการโจมตีอย่างอุกอาจ พร้อมย้ำว่ามีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการตอบโต้ และระบุว่ากองกำลังของประเทศพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ

ด้าน ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันอีกลำถูกวัตถุปริศนาพุ่งชนบริเวณห้องเครื่องด้านขวา ขณะเดินเรือห่างจากเมืองกัลฮัต ของโอมานไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 40 ไมล์ทะเล อย่างไรก็ตาม ลูกเรือทุกคนปลอดภัย และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเหตุการณ์เดียวกับที่ยูเออีรายงานหรือไม่

ขณะที่อิหร่านยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุโจมตีครั้งนี้ ขณะที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ และล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมการขนส่งทางทะเลของอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าจะเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม หากสถานการณ์ยังคงยกระดับต่อไป.

ทรัมป์สั่งกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน เก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20%

ทรัมป์สั่งกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน เก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20%

14 ก.ค. 2569 05:15 น.

ทรัมป์สั่งกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน เก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20%

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 3  

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะกลับมาใช้มาตรการ ปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอีกครั้ง และจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าทุกชนิดที่ขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ หลังสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงต่อเนื่อง

ทรัมป์ระบุผ่านทรูธ โซเชียล ว่า มาตรการนี้จะป้องกันไม่ให้เรือของอิหร่านหรือลูกค้าของอิหร่าน  เข้า-ออกช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เรือของประเทศอื่นยังสามารถใช้เส้นทางเดินเรือได้ตามปกติ โดยมาตรการปิดล้อมจะมีผลตั้งแต่เวลา 16.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ  หรือ 03.00 น. ของวันอังคาร ตามเวลาในไทย

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า สหรัฐฯ จะเป็น “ผู้พิทักษ์ช่องแคบฮอร์มุซ” และเพื่อความเป็นธรรม จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าที่ผ่านช่องแคบ เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญแห่งนี้ พร้อมย้ำว่า “ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงเปิด ไม่ว่าจะมีอิหร่านหรือไม่ก็ตาม”

ขณะเดียวกัน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็น คืนที่ 3 ติดต่อกัน ตามคำสั่งของประธานาธิบดี โดยระบุว่าปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายสร้างความเสียหายต่อขีดความสามารถของกองกำลังอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์และพลเรือนในช่องแคบฮอร์มุซ

พร้อมกันนี้ ยังประกาศว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้กลับมาใช้มาตรการ ปิดล้อมการเดินเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม แต่ยืนยันว่าจะยังคงอำนวยความสะดวกให้เรือของประเทศอื่นที่ไม่ได้ฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมสามารถเดินเรือผ่านน่านน้ำในภูมิภาคได้ตามปกติ

ด้านสื่อทางการอิหร่านรายงานว่า กองทัพอิหร่านได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในประเทศคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ทางด้าน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ตอบโต้ว่า อิหร่านจะยังคงเป็น “ผู้พิทักษ์” ช่องแคบฮอร์มุซเช่นเดิม.

ที่มา BBC

เผย ลินด์เซย์ เกรแฮม สว.คนดัง เสียชีวิตเพราะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด

เผย ลินด์เซย์ เกรแฮม สว.คนดัง เสียชีวิตเพราะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด

13 ก.ค. 2569 23:49 น.

เผย ลินด์เซย์ เกรแฮม สว.คนดัง เสียชีวิตเพราะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด

แพทย์นิติเวชเผยว่า ลินด์เซย์ เกรแฮม สว.สหรัฐฯ คนดัง เสียชีวิตจากอาการ หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด อันเป็นผลมาจากโรคหัวใจ

เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. 2569 แพทย์นิติเวชประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เปิดเผยว่า นายลินด์เซย์ เกรแฮม สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกันและพันธมิตรคนสำคัญของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เสียชีวิตจากอาการ “หลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด” ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด คือการเกิดรอยฉีกขาดในเส้นเลือดแดงหลักที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงร่างกาย

ทั้งนี้ นายเกรแฮมเสียชีวิตอย่างกะทันหันขณะมีอายุได้ 71 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (11 ก.ค.) หลังล้มป่วยระยะเวลาสั้นๆ โดยโฆษกของเขากล่าวในวันจันทร์ว่า ใบมรณบัตรจะยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ จนกว่า “การทดสอบทางพิษวิทยาและการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ทั้งหมด” จะเสร็จสิ้นเรียบร้อย

นักการเมืองจากรัฐเซาท์แคโรไลนาผู้นี้ได้รับเลือกเข้าสู่ วุฒิสภาในปี 2545 และถือเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญและทรงอิทธิพลที่สุดของวอชิงตันในด้านนโยบายต่างประเทศ โดยเขามักจะผลักดันให้กองทัพสหรัฐฯ เข้าไปแทรกแซงในต่างแดนอยู่บ่อยครั้ง

นายเกรแฮมเพิ่งเดินทางกลับจากการเยือนกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หรือ 1 วันก่อนจะเสียชีวิต โดยเขาได้เข้าพบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี เพื่อหารือกันในเรื่องต่างๆ ด้วย

เซเลนสกีกล่าวว่าเขารู้สึก “เสียใจเป็นอย่างยิ่ง” ต่อการจากไปของเกรแฮม โดยได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า “ลินด์เซย์คือผู้ปกป้องเสรีภาพและค่านิยมที่แท้จริง ซึ่งช่วยทำให้โลกของเราปลอดภัยยิ่งขึ้น”

นายเกรแฮมยังเป็นที่รู้จักจากการมีจุดยืนสนับสนุนการแทรกแซงในนโยบายต่างประเทศ และเขาได้ให้การสนับสนุนอย่างแข็งกร้าวต่อสงครามในอิหร่าน โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เขาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส (CBS) ว่า สหรัฐฯ จะ “ทำลายล้าง” อิหร่าน หากอิหร่านไม่ยอมรับเรื่องที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

ก่อนหน้านี้ นายเกรแฮมเคยเป็นผู้หนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวยง โดยในช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559 เขาเคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าเราเสนอชื่อทรัมป์ พวกเราจะถูกทำลายย่อยยับ… และเราก็สมควรได้รับมันแล้ว”

อย่างไรก็ตาม เขาได้ลงคะแนนเสียงคัดค้านการเอาผิดทรัมป์ในกระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง หรือ อิมพีชเมนต์ ในปี 2564 และเปลี่ยนมาให้การสนับสนุนทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2567

“โดนัลด์ ทรัมป์ มีด้านที่มืดมน… แต่เขาก็เป็นประธานาธิบดีที่ดีมากคนหนึ่ง และที่ผมยังคงอยู่เคียงข้างเขา ก็เพราะผมเห็นสิ่งที่เขาได้ทำลงไป” นายเกรแฮมบอกกับบีบีซีเมื่อปี 2566 โดยยกผลงานของทรัมป์เรื่องการควบคุมชายแดนในภาคใต้ของสหรัฐฯ และการสังหาร กาเซม โซเลย์มานี ผู้บัญชาการคนสำคัญของอิหร่าน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc