ราคาน้ำมันโลกลง 10% หุ้นพุ่ง หลังทรัมป์เลื่อนโจมตีพลังงานอิหร่าน

ราคาน้ำมันโลกลง 10% หุ้นพุ่ง หลังทรัมป์เลื่อนโจมตีพลังงานอิหร่าน

23 มี.ค. 2569 22:49 น.

ราคาน้ำมันโลกลง 10% หุ้นพุ่ง หลังทรัมป์เลื่อนโจมตีพลังงานอิหร่าน

ตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้นและราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ จะเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป เพื่อรอผลการเจรจา

สำนักข่าว CNN รายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 975 จุด หรือ 2.1% ขณะที่ S&P 500 ปรับตัวสูงขึ้น 2% และ Nasdaq บวกเพิ่ม 2.3% หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ดัชนี Nasdaq เพิ่งปิดตัวลงในระดับที่เกือบจะเข้าสู่ภาวะปรับฐาน (Correction) ซึ่งหมายถึงการลดลง 10% จากจุดสูงสุดล่าสุด

ส่วนราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนัก โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 10.1% ลงมาอยู่ที่ 100.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงสั้นๆ ส่วนน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ลดลง 9.5% มาอยู่ที่ 88.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทันทีที่ข้อความของทรัมป์เกี่ยวกับการหยุดโจมตีอิหร่านชั่วคราวถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อเช้าวันจันทร์ ดัชนีหุ้นฟิวเจอร์สก็กระโดดสูงขึ้นทันทีในขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ตลาดมีการปรับตัวบ้างจากความตื่นเต้นในช่วงแรก หลังจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่ายังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป ขณะที่สื่ออิหร่านออกมาปฏิเสธคำพูดของนายทรัมป์ โดยยืนยันว่าไม่มีการเจรจาใดๆ กับสหรัฐฯ

ด้านตลาดหุ้นในยุโรปปรับตัวสูงขึ้น พลิกกลับจากการขาดทุนในช่วงก่อนหน้า โดยดัชนี Stoxx 600 ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงบวกขึ้น 1.1% และดัชนี DAX ของเยอรมนีพุ่งทะยาน 1.8%

ส่วนราคาทองคำร่วงลง 2% ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 0.5% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Treasury yields) ปรับตัวลดลงเนื่องจากนักลงทุนหันไปซื้อพันธบัตรแทน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์อ้าง ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเร็วๆ นี้ สหรัฐฯ-อิหร่านจะคุมร่วมกัน

ทรัมป์อ้าง ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเร็วๆ นี้ สหรัฐฯ-อิหร่านจะคุมร่วมกัน

23 มี.ค. 2569 21:43 น.

ทรัมป์อ้าง ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเร็วๆ นี้ สหรัฐฯ-อิหร่านจะคุมร่วมกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดในเร็วๆ นี้ โดยสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเป็นผู้ควบคุมร่วมกัน และย้ำว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน แต่ไม่ใช่ผู้นำสูงสุดคนใหม่

เมื่อ 23 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะ “เปิดในเร็วๆ นี้” พร้อมเสริมว่าเขาต้องการเห็นเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญแห่งนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

เมื่อถูก เคทแลน คอลลินส์ จาก CNN ซักไซ้ว่าคาดว่าช่องแคบจะกลับมาเปิดได้เมื่อใด ทรัมป์กล่าวว่า “มันจะเปิดในเร็วๆ นี้แหละ” หากการเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไปด้วยความรวดเร็ว

“มันจะเป็นการควบคุมร่วมกัน” เขากล่าวเสริม “ระหว่างผมกับอยาตอลเลาะห์ ไม่ว่าอยาตอลเลาะห์จะเป็นใคร หรือใครก็ตามที่จะมาเป็นอยาตอลเลาะห์คนต่อไป”

“และจะมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในรูปแบบที่จริงจังมากด้วย” ทรัมป์กล่าว โดยอ้างถึงการโจมตีในช่วงชั่วโมงแรกๆ ของความขัดแย้งที่กวาดล้างผู้นำระดับสูงของอิหร่านไปเป็นจำนวนมาก “การเปลี่ยนแปลงระบอบมันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว”

จากนั้นนายทรัมป์บอกเป็นนัยว่าการพูดคุยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีที่จะยุติความขัดแย้ง “แต่เรากำลังดีลกับบางคนที่ผมพบว่ามีเหตุผลมากและพึ่งพาได้” ทรัมป์บอกกับคอลลินส์ “คนในนั้นรู้ดีว่าพวกเขาเป็นใคร พวกเขาได้รับความเคารพมาก และบางทีหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นคนที่เรากำลังมองหาอยู่พอดีก็ได้”

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านมีการเจรจาระหว่างกันในช่วง 2 วันที่ผ่านมา และการพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี เขาจึงประกาศเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นเวลา 5 วัน เพื่อเปิดทางให้การเจรจาซึ่งจะเกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์นี้

แต่อิหร่านออกมาปฏิเสธในเวลาต่อมาว่า รัฐบาลเตหะรานไม่ได้กำลังเจรจาใดๆ กับวอชิงตัน และกล่าวหาว่า นายทรัมป์มีคำกล่าวอ้างดังกล่าวเพื่อหวังลดราคาน้ำมันโลกที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์บอกกับ CNN ว่า สหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับ “บุคคลระดับสูง” ในระบอบการปกครองของอิหร่านเพื่อพยายามยุติสงคราม แต่ไม่ใช่ “โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดคนใหม่

ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับ “คนระดับสูงคนหนึ่ง” แต่ย้ำด้วยว่า “อย่าลืมนะว่าเราได้กวาดล้างผู้นำระดับที่หนึ่ง ระดับที่สอง และส่วนใหญ่ของระดับที่สามไปแล้ว แต่เรากำลังดีลกับชายคนหนึ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพสูงสุดและเป็นผู้นำ คุณก็รู้ว่ามันยากหน่อย เพราะพวกเขาถูกกวาดล้าง … คือเรากวาดล้างทุกคนไปหมดแล้ว”

ทรัมป์บอกด้วยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน 15 ประเด็น — แม้ว่าเขาจะระบุรายละเอียดเพียงข้อเดียวคือ ฝั่งอิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมมป์เคยพูดไปแล้วในอดีต 

“ผมบอกได้เลยว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ” เขากล่าวเสริมในภายหลัง พร้อมระบุว่าอิหร่านเป็นฝ่ายเริ่มการเจรจาครั้งนี้ก่อน “ผมคิดว่าถ้าพวกเขาสานต่อเรื่องนั้นได้ มันจะยุติปัญหา ยุติความขัดแย้ง และผมคิดว่ามันจะจบลงอย่างเป็นรูปธรรมมากจริงๆ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านปฏิเสธลั่น ไม่ได้กำลังเจรจากับสหรัฐฯ อัดทรัมป์แค่หวังลดราคาน้ำมัน

อิหร่านปฏิเสธลั่น ไม่ได้กำลังเจรจากับสหรัฐฯ อัดทรัมป์แค่หวังลดราคาน้ำมัน

23 มี.ค. 2569 20:32 น.

อิหร่านปฏิเสธลั่น ไม่ได้กำลังเจรจากับสหรัฐฯ อัดทรัมป์แค่หวังลดราคาน้ำมัน

อิหร่านออกมาปฏิเสธคำพูดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ว่ากำลังมีการเจรจากันระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ชี้คำอ้างของทรัมป์แค่ต้องการลดราคาน้ำมัน

สำนักข่าว “เมห์ร” ของอิหร่าน รายงานเมื่อ 23 มี.ค. 2569 อ้างข้อมูลจากกระทรวงต่างประเทศว่า ปฏิเสธเรื่องการเจรจาใดๆ ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่วนทางกับที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาบอกก่อนหน้านี้ พร้อมตอกกลับว่า คำกล่าวอ้างของนายทรัมป์เป็นเพียงความพยายามที่จะลดราคาพลังงานและถ่วงเวลาเพื่อเตรียมแผนการทางทหารเท่านั้น

เมห์ร ระบุอีกว่า อิหร่านได้รับข้อเสนอจากกลุ่มประเทศในภูมิภาคเพื่อ “ลดความตึงเครียด” แต่คำตอบของอิหร่านนั้นชัดเจนเสมอมานั่นคือ “เราไม่ใช่ฝ่ายที่เริ่มสงครามครั้งนี้ และคำร้องขอทั้งหมดควรถูกส่งต่อไปยังวอชิงตัน”

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐอเมริกากับอิหร่านมีการเจรจาที่ดีมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เขาจึงสั่งให้กองทัพเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นเวลา 5 วันระหว่างที่การเจรจายังดำเนินอยู่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์สั่งเลื่อนโจมตีระบบพลังงานอิหร่าน 5 วัน ชี้เจรจาไปได้สวย

ทรัมป์สั่งเลื่อนโจมตีระบบพลังงานอิหร่าน 5 วัน ชี้เจรจาไปได้สวย

23 มี.ค. 2569 19:36 น.

ทรัมป์สั่งเลื่อนโจมตีระบบพลังงานอิหร่าน 5 วัน ชี้เจรจาไปได้สวย

โดนัลด์ ทรัมป์สั่งกองทัพเลื่อนโจมตีโรงไฟฟ้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน 5 วัน ชี้การเจรจากับอิหร่านช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมากำลังไปได้ดี และการหารือจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์

เมื่อ 23 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐอเมริกากับอิหร่านมีการเจรจาที่ดีมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เขาจึงสั่งให้กองทัพเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นเวลา 5 วันระหว่างที่การเจรจายังดำเนินอยู่

ข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า “ผมมีความยินดีที่จะรายงานว่า สหรัฐอเมริกาและประเทศอิหร่านได้มีการหารือที่ดีมากและเกิดผลสำเร็จในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เรื่องการแก้ไขปัญหาความเป็นอริต่อกันในตะวันออกกลางอย่างสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ”

“จากกระแสและบรรยากาศของการสนทนาที่เจาะลึก มีรายละเอียด และสร้างสรรค์เหล่านี้ ซึ่งจะดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์ ผมได้สั่งการให้กระทรวงสงครามเลื่อนการโจมตีทางทหารต่อโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านทุกกรณี เป็นระยะเวลา 5 วัน โดยขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการประชุมและการหารือที่กำลังดำเนินอยู่”

“ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้! ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์” ข้อความระบุทิ้งท้าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

กฎหมายความมั่นคงใหม่ฮ่องให้อำนาจ ตร.บังคับขอรหัสผ่านมือถือ-คอมพิวเตอร์ได้ ขัดขืนเจอคุก-ปรับอ่วม

กฎหมายความมั่นคงใหม่ฮ่องให้อำนาจ ตร.บังคับขอรหัสผ่านมือถือ-คอมพิวเตอร์ได้ ขัดขืนเจอคุก-ปรับอ่วม

23 มี.ค. 2569 16:46 น.

กฎหมายความมั่นคงใหม่ฮ่องให้อำนาจ ตร.บังคับขอรหัสผ่านมือถือ-คอมพิวเตอร์ได้ ขัดขืนเจอคุก-ปรับอ่วม

ฮ่องกงยกระดับกฎหมายความมั่นคง ให้อำนาจตำรวจสามารถขอรหัสผ่านมือถือ-คอมพิวเตอร์ผู้ต้องสงสัยได้ หากขัดขืนมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี และปรับสูงสุดราว 4 แสนบาท

รัฐบาลฮ่องกงประกาศใช้ข้อบังคับใหม่ภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (NSL) ซึ่งให้อำนาจตำรวจสามารถบังคับให้ผู้ต้องสงสัยละเมิดกฎหมายความมั่นคง “บอกรหัสผ่าน” โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบได้ในทันที

ผู้ที่ปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่ยอมบอกรหัสผ่าน อาจต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี และปรับเป็นเงินสูงสุดถึง 100,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 421,000 บาท นอกจากนี้ หากบุคคลใดจงใจให้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ อาจได้รับโทษหนักถึงขั้นจำคุกสูงสุด 3 ปี

ข้อบังคับใหม่นี้ถูกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในวันนี้ (23 มี.ค.)  โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งนอกจากจะให้อำนาจตำรวจในการขอรหัสผ่านแล้ว ยังมีการเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถยึดทรัพย์สินหรือวัตถุใด ๆ ที่พิจารณาแล้วว่า “มีเจตนาปลุกระดม” (Seditious intention) ได้อีกด้วย

นายจอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เป็นผู้ประกาศความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้โดยใช้อำนาจบริหารก้าวข้ามขั้นตอนปกติของสภานิติบัญญัติ โดยยืนยันว่า การแก้ไขกฎหมายนี้เป็นไปเพื่อรับประกันว่า “กิจกรรมที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติจะถูกป้องกันและปราบปรามได้อย่างทันท่วงที” พร้อมทั้งยืนยันว่าสิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมายของประชาชนจะยังคงได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2020 ภายหลังเหตุการณ์ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในปี 2019 ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยฝ่ายที่เห็นต่างมองว่ากฎหมายนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดผู้เห็นต่างทางการเมือง เนื่องจากมีการนิยามขอบเขตความผิดไว้กว้างขวางเกินไป ทั้งการแบ่งแยกดินแดน การล้มล้างการปกครอง และการสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ โดยในบางคดีอาจมีการพิจารณาคดีแบบลับอีกด้วย

นับตั้งแต่กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ มีนักเคลื่อนไหวและอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายค้านถูกจับกุมแล้วหลายร้อยราย โดยล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายจิมมี่ ไหล เจ้าพ่อสื่อยักษ์ใหญ่เพิ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 20 ปี ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติและเผยแพร่เนื้อหาปลุกระดม 

และในเดือนเดียวกันยังมีผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้อีกราย คือบิดาของนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยรายหนึ่งที่กำลังลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ โดยเขาถูกศาลสั่งจำคุกเพียงเพราะพยายามจะเบิกเงินจากกรมธรรม์ประกันภัยให้กับลูกสาวของตัวเอง เนื่องจากทางการฮ่องกงมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินเพื่อประโยชน์ต่อผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่กำลังหลบหนี.

ที่มา: BBC

จีนเตือนระวัง “วงจรอุบาทว์” หวั่นสงครามตะวันออกกลางบานปลายจนคุมไม่ได้

จีนเตือนระวัง "วงจรอุบาทว์" หวั่นสงครามตะวันออกกลางบานปลายจนคุมไม่ได้

23 มี.ค. 2569 16:41 น.

จีนเตือนระวัง “วงจรอุบาทว์” หวั่นสงครามตะวันออกกลางบานปลายจนคุมไม่ได้

กระทรวงการต่างประเทศจีนออกโรงเตือน สั่งจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางชี้เสี่ยงเข้าสู่ “วงจรอุบาทว์” หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาด 48 ชั่วโมงให้อิหร่านยุติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ มิเช่นนั้นจะเผชิญการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างหนัก

สถานการณ์ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศยื่นคำขาดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ให้กรุงเตหะรานยุติการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) บางส่วนภายใน 48 ชั่วโมง โดยช่องแคบดังกล่าวถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 1 ใน 5 ของโลก หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตาม ทรัมป์ขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหาร “กวาดล้าง” โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของอิหร่านให้สิ้นซาก

นาย หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงข่าววันนี้ (23 มี.ค.) ว่า จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่กระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานโลก แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดส่งน้ำมันไปยังประเทศจีนด้วย

นายหลินกล่าวเสริมว่า “การใช้กำลังทหารมีแต่จะนำไปสู่ “วงจรอุบาทว์” (Vicious Cycle) หากสงครามขยายตัวและสถานการณ์เลวร้ายลงไปมากกว่านี้ ทั้งภูมิภาคอาจตกอยู่ในสภาวะที่ยากจะควบคุม” 

แม้จีนจะเป็นพันธมิตรที่สำคัญของอิหร่าน ซึ่งตกเป็นเป้าโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่จีนก็ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า “ไม่เห็นด้วย” กับการที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยเร็วที่สุด

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งมีกำหนดการจะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในเดือนนี้ แต่ต้องเลื่อนออกไปเพื่อจัดการวิกฤตสงคราม ได้เรียกร้องให้จีนและประเทศอื่นๆ ร่วมมือกันเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้ทางการจีนยังไม่มีคำตอบรับต่อคำขอดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่ได้ส่งนายไจ๋ จุ้น ทูตพิเศษ ออกเดินทางเยือนภูมิภาคเพื่อเร่งเจรจาลดระดับความรุนแรง

ด้านนาย หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ย้ำจุดยืนเดิมว่าสงครามครั้งนี้ “ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก” และขอให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมที่ขยายวงกว้างไปมากกว่านี้.

ที่มา China Daily / Reuters

หุ้น HYBE ร่วงกราว หลังยอดแฟนเพลงชมคอนเสิร์ตคัมแบ็ก BTS ต่ำกว่าคาด

หุ้น HYBE ร่วงกราว หลังยอดแฟนเพลงชมคอนเสิร์ตคัมแบ็ก BTS ต่ำกว่าคาด

23 มี.ค. 2569 15:05 น.

หุ้น HYBE ร่วงกราว หลังยอดแฟนเพลงชมคอนเสิร์ตคัมแบ็ก BTS ต่ำกว่าคาด

ราคาหุ้นของ HYBE ต้นสังกัดวง BTS ดิ่งลงเกือบ 15% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หลังจำนวนผู้ชมคอนเสิร์ตคัมแบ็กครั้งประวัติศาสตร์ที่จัตุรัสควางฮวามุน น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้กว่าครึ่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากวงคู่แข่ง และกระแส “KPop Demon Hunters” จากฝั่งเน็ตฟลิกซ์

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) วง BTS บอยแบนด์ระดับโลกได้เปิดฟรีคอนเสิร์ตที่จัตุรัสควางฮวามุน ในกรุงโซล ซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันครบทั้ง 7 สมาชิก ได้แก่ จิน, ชูก้า, เจโฮป, อาร์เอ็ม, จีมิน, วี และ จองกุก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ประกาศพักวงไปปฏิบัติภารกิจรับใช้ชาติเมื่อปี 2022

แม้จะเป็นคอนเสิร์ตเปิดเวิลด์ทัวร์ 82 รอบที่บัตรขายหมดเกลี้ยง แต่จำนวนผู้เข้าชมในสถานที่จริงกลับอยู่ที่ประมาณ 104,000 คน ซึ่งน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีสูงถึง 260,000 คน ส่งผลให้ในวันนี้ (23 มี.ค.) ราคาหุ้นของ HYBE ร่วงลงทันทีเกือบ 15% เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อกระแสตอบรับที่ไม่เป็นไปตามเป้า

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ยอดผู้ชมในพื้นที่จริงลดลงอาจมาจากมาตรการควบคุมฝูงชนที่เข้มงวดของทางการ รวมถึงการที่คอนเสิร์ตครั้งนี้มีการถ่ายทอดสดผ่านเน็ตฟลิกซ์ ไปยังกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ทำให้แฟนคลับบางส่วนเลือกชมผ่านหน้าจอแทน อย่างไรก็ตาม ในด้านยอดขายอัลบั้มใหม่ “Arirang” ยังคงแข็งแกร่ง โดยทำสถิติขายได้ถึง 3.98 ล้านชุดภายในวันแรกที่วางจำหน่าย

ปัจจุบัน BTS และ HYBE กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นกว่าปี 2019 อย่างมาก ไม่เพียงแต่จากวงคู่แข่งระดับแถวหน้าอย่าง Blackpink, Seventeen หรือ Stray Kids เท่านั้น แต่ยังมีคู่แข่งหน้าใหม่ที่มาแรงอย่าง “KPop Demon Hunters” วงไอดอลเสมือนจริงจากภาพยนตร์ยอดฮิตของเน็ตฟลิกซ์

มีรายงานว่าเน็ตฟลิกซ์กำลังวางแผนจัดเวิลด์ทัวร์ให้กับศิลปินจาก KPop Demon Hunters ในปีหน้า เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากภาพยนตร์และโปรโมตภาคต่อ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่อาจมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดและเวลาของแฟนคลับจากวงไอดอลที่มีตัวตนจริงในระยะยาว

สถานการณ์นี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ HYBE เนื่องจาก BTS คือรายได้หลักของบริษัท ซึ่งในช่วงที่สมาชิกวงไปเกณฑ์ทหาร กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทลดลงอย่างเห็นได้ชัด การคัมแบ็กครั้งนี้จึงถูกฝากความหวังไว้สูงมากว่าจะช่วยกู้สถานการณ์การเงินและอิทธิพลในตลาดเค-ป๊อป ให้กลับมาผงาดได้อีกครั้ง.

ที่มา BBC

อินโดนีเซียปัดไม่จ่าย 1 พันล้านดอลลาร์ ซื้อที่นั่ง “คณะกรรมการสันติภาพ” ของทรัมป์

อินโดนีเซียปัดไม่จ่าย 1 พันล้านดอลลาร์ ซื้อที่นั่ง "คณะกรรมการสันติภาพ" ของทรัมป์

23 มี.ค. 2569 14:48 น.

อินโดนีเซียปัดไม่จ่าย 1 พันล้านดอลลาร์ ซื้อที่นั่ง “คณะกรรมการสันติภาพ” ของทรัมป์

ประธานาธิบดีอินโดนีเซียปฏิเสธข่าวลือเรื่องการจ่ายเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 32,965 ล้านบาท เพื่อเข้าร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จัดตั้งขึ้น ย้ำจุดยืนส่งเพียงกองกำลังรักษาสันติภาพไปฉนวนกาซาเท่านั้น พร้อมขู่ถอนตัวทันทีหากผลประโยชน์ไม่ตกถึงมือชาวปาเลสไตน์

ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ผ่านช่องยูทูบของทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 มี.ค.) เพื่อสยบกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักภายในประเทศ โดยยืนยันว่าอินโดนีเซียจะไม่จ่ายเงินค่าธรรมเนียม 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 32,965 ล้านบาท เพื่อเป็นสมาชิกถาวรของ “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ตามโครงการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

ปราโบโวระบุว่า ข้อตกลงที่อินโดนีเซียทำไว้มีเพียงการส่งกองกำลังรักษาสันติภาพจำนวน 8,000 นายไปยังฉนวนกาซาเท่านั้น และปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาเรื่องความช่วยเหลือทางการเงินใดๆ ทั้งสิ้น

“คณะกรรมการสันติภาพ” ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของรัฐบาลทรัมป์ โดยได้รับความร่วมมือจากกาตาร์และอียิปต์ หลังจากสามารถเจรจาหยุดยิงในสงครามกาซาที่ยืดเยื้อมานาน 2 ปีได้สำเร็จเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเป็นสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเวอร์ชัน “Pay-to-Play” หรือการจ่ายเงินเพื่อซื้ออิทธิพล เนื่องจากมีการเรียกเก็บเงินสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สำหรับประเทศที่ต้องการเป็นสมาชิกถาวร

นายปราโบโวเผชิญกับแรงต้านจากกลุ่มมุสลิมในอินโดนีเซียที่มองว่าการเข้าร่วมบอร์ดนี้อาจทำให้นโยบายต่างประเทศของอินโดนีเซียไขว้เขว แม้เขาจะเดินทางไปร่วมประชุมนัดแรกที่กรุงวอชิงตันเมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่ล่าสุดเขาประกาศกร้าวว่า “พร้อมจะถอนตัวทันที” หากคณะกรรมการดังกล่าวไม่ได้สร้างประโยชน์ที่แท้จริงให้กับชาวปาเลสไตน์ หรือขัดกับผลประโยชน์แห่งชาติของอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ แม้อินโดนีเซียจะเพิ่งลงนามในข้อตกลงด้านภาษีกับสหรัฐฯ เมื่อเดือนก่อน แต่ปราโบโวย้ำว่าเขาสามารถยกเลิกข้อตกลงใดๆ ก็ตาม หากการดำเนินงานนั้นคุกคามผลประโยชน์ของประเทศ

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอันตาราของรัฐบาลอินโดนีเซีย รายงานโดยอ้างคำพูดของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศว่า ในขณะนี้การเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับภารกิจรักษาสันติภาพในกาซาทั้งหมดได้ถูกสั่ง “ระงับไว้ก่อน” เพื่อรอความชัดเจนต่อไป.

ที่มา AFP

ระบบไฟฟ้าของคิวบากลับมาใช้ได้อีกครั้งหลังจากไฟดับไปกว่าหนึ่งสัปดาห์

ระบบไฟฟ้าของคิวบากลับมาใช้ได้อีกครั้งหลังจากไฟดับไปกว่าหนึ่งสัปดาห์

23 มี.ค. 2569 14:38 น.

ระบบไฟฟ้าของคิวบากลับมาใช้ได้อีกครั้งหลังจากไฟดับไปกว่าหนึ่งสัปดาห์

ทางการคิวบารายงานว่าระบบไฟฟ้าของคิวบากลับมาใช้งานได้อีกครั้งหลังจากไฟฟ้าทั้งประเทศคิวบาดับไปกว่าหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากปัญหาการกีดกั้นทางน้ำมันของสหรัฐอเมริกา 

ระบบไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้อีกครั้งในพื้นที่สองในสามของเมืองหลวงฮาวานา ประเทศคิวบา หลังจากที่ไฟดับเป็นครั้งที่สองในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชากรกว่า 9.6 ล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้

เหตุการณ์ไฟดับครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ของคิวบากำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้ประกาศปิดล้อมทางการค้าทำให้ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันมาใช้ได้ในเดือนมกราคม และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะ “ยึดครอง” เกาะในทะเลแคริบเบียนแห่งนี้

นักการทูตระดับสูงของคิวบาคนหนึ่งกล่าวว่า กองทัพของประเทศกำลัง “เตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรุกรานทางทหาร”

มานูเอล มาร์เรโร ครูซ นายกรัฐมนตรีของคิวบา โพสต์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้ไฟฟ้าของคิวบากลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

คาร์ลอส เฟอร์นันเดซ เดอ คอสซิโอ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เราหวังอย่างยิ่งว่ามันจะไม่เกิดขึ้นและฮาวานายินดีที่จะเจรจากับวอชิงตันต่อไป แต่การหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองนั้นอยู่นอกเหนือขอบเขต เขาทิ้งท้ายในการสัมภาษณ์ว่า คิวบาไม่มีข้อขัดแย้งกับสหรัฐฯ เรามีความจำเป็นและสิทธิที่จะปกป้องตนเอง แต่เรายินดีที่จะนั่งเจรจา

นับตั้งแต่ปี 2024 เกิดไฟฟ้าดับทั่วประเทศไปแล้ว 7 ครั้ง ทำให้ชีวิตของชาวคิวบาลำบากมากขึ้น อีกทั้งคิวบายังต้องเผชิญกับปัญหา การขาดแคลนอาหาร ยา และสิ่งจำเป็นพื้นฐานอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ในบางครั้งประชาชนตัดสินใจประท้วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการทำเสียงดังรบกวนอย่างการเคาะหม้อในช่วงกลางคืน และประชาชนบางคนประท้วงโดยการบุกทำลายสำนักงานประจำจังหวัดของพรรคคอมมิวนิสต์คิวบา

สถานการณ์ความไม่สงบทวีความรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่ นิโคลัส มาดูโร ผู้นำสังคมนิยมของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในภูมิภาคและผู้จัดหาน้ำมันรายใหญ่ของคิวบา ถูกจับกุมในการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคม ทำให้ไม่มีน้ำมันส่งมาถึงคิวบา

เหตการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อภาคพลังงาน ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะลดลง และสายการบินต่างๆ ลดเที่ยวบินไปยังคิวบา ซึ่งเป็นผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวภายในคิวบา 

ทางการระบุว่า เหตุไฟฟ้าดับครั้งล่าสุดเกิดจากหน่วยผลิตไฟฟ้าขัดข้องในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนเก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศ ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วเครือข่ายการผลิตไฟฟ้า 

ด้านรัฐบาลคิวบารายงานว่า เราต้องดำเนินการเชิงรุกให้มากที่สุดเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ เเละเราหวังว่าเชื้อเพลิงพลังงานเเละน้ำมันจะเดินทางมาถึงคิวบาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และการคว่ำบาตรที่สหรัฐฯ กำลังดำเนินการอยู่นั้นจะไม่ยืดเยื้อและหาทางออกกับเรื่องนี้ได้.

ที่มา : CNA

รถพยาบาล 4 คันถูกลอบเผาในกรุงลอนดอน ตร.ชี้อาจเป็น “อาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวยิว”

รถพยาบาล 4 คันถูกลอบเผาในกรุงลอนดอน ตร.ชี้อาจเป็น "อาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวยิว"

23 มี.ค. 2569 14:10 น.

รถพยาบาล 4 คันถูกลอบเผาในกรุงลอนดอน ตร.ชี้อาจเป็น “อาชญากรรมจากความเกลียดชังชาวยิว”

ตำรวจลอนดอนเร่งล่าตัว 3 ผู้ต้องสงสัย ก่อเหตุลอบวางเพลิงรถพยาบาลหน่วยกู้ชีพอาสาสมัครชาวยิว 4 คันรวด กลางดึกคืนที่ผ่านมา (23 มี.ค.) คาดแรงจูงใจมาจากการเหยียดเชื้อชาติและความเกลียดชังทางศาสนา

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุลอบวางเพลิงรถพยาบาล 4 คันของ กลุ่มฮัตโซลาห์ (Hatzolah) หน่วยอาสาสมัครกู้ชีพของชุมชนชาวยิวในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา (23 มี.ค) ขณะนี้ตำรวจนครบาลลอนดอนกำลังเร่งสืบสวนหาผู้กระทำผิดโดยพุ่งเป้าไปที่ประเด็น “อาชญากรรมจากความเกลียดชังต่อชาวยิว” (Antisemitic hate crime)

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 01.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงลอนดอน โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถพยาบาลบริเวณไฮฟิลด์ คอร์ต (Highfield Court) ในย่านโกลเดอร์ส กรีน (Golders Green) ซึ่งเป็นย่านที่มีชาวยิวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แรงระเบิดจากถังแก๊สภายในตัวรถส่งผลให้หน้าต่างอาคารพักอาศัยบริเวณใกล้เคียงแตกเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ทันทีเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลา 03.06 น. โดยที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ตำรวจในพื้นที่เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางตำรวจกำลังเร่งตามหาผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ รวมถึงกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และคลิปวิดีโอที่ถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์ด้วยเช่นกัน

ด้านผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้นให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่าเขาและคนอื่น ๆ สะดุ้งตื่นขึ้นมาช่วงหลังตีหนึ่งครึ่งจากเสียงระเบิดที่ดังสนั่น ก่อนจะพบว่ารถพยาบาลกำลังถูกไฟลุกท่วม

โดยรถพยาบาลทั้ง 4 คันที่ถูกเผา เป็นของกลุ่ม “ฮัตโซลาห์” องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ให้บริการด้านการช่วยเหลือฉุกเฉินและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยชาวยิวส่งโรงพยาบาลโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งได้เริ่มก่อตั้งและดูแลชุมชนในย่านโกลเดอร์ส กรีน มาตั้งแต่ปี 1979

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับคนในชุมชนอย่างมาก ทางการจึงได้สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราอย่างเข้มงวด และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำทางศาสนาในพื้นที่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้ที่มีเบาะแสเข้าให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่โดยด่วน.

ที่มา: BBC