“คิม จองอึน” เปิดตัวเรือพิฆาตลำที่ 2 ติดอาวุธนิวเคลียร์ ขู่เพิ่มศักยภาพกองทัพเรือ

"คิม จองอึน" เปิดตัวเรือพิฆาตลำที่ 2 ติดอาวุธนิวเคลียร์ ขู่เพิ่มศักยภาพกองทัพเรือ

7 ก.ย. 2569 10:40 น.

“คิม จองอึน” เปิดตัวเรือพิฆาตลำที่ 2 ติดอาวุธนิวเคลียร์ ขู่เพิ่มศักยภาพกองทัพเรือ

“คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ เปิดประจำการเรือพิฆาตลำที่ 2 ขนาด 5,000 ตัน ติดขีปนาวุธรองรับหัวรบนิวเคลียร์ พร้อมเรียกร้องสร้างศักยภาพยับยั้งนิวเคลียร์ที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้

วันที่ 7 กันยายน 2569 สื่อทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ทำพิธีปล่อยเรือพิฆาต “คัง กอน” (Kang Kon) เข้าประจำการในกองทัพเรือ พร้อมเรียีกร้องให้ประเทศเดินหน้าเสริมศักยภาพการยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ให้มีความแข็งแกร่งและน่าเชื่อถือมากขึ้น ท่ามกลางการซ้อมรบร่วม 3 ฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งเกาหลีเหนือมองว่าเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง

โดยพิธีเปิดประจำการเรือพิฆาตคัง กอน จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่เมืองท่าวอนซาน ทางตะวันออกของเกาหลีเหนือ โดยมีคิม จองอึน และบุตรสาววัยรุ่นเข้าร่วมพิธี ซึ่งหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ระบุว่าเธอมีแนวโน้มเป็นทายาททางการเมืองของคิม

เรือพิฆาตคัง กอน และเรือพิฆาตชเว ฮยอน (Choe Hyon) ซึ่งเข้าประจำการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นเรือรบขนาด 5,000 ตันทั้งคู่ และติดตั้งขีปนาวุธที่สามารถรองรับหัวรบนิวเคลียร์ได้ ทำให้ถูกมองว่าเป็นเรือรบที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดของเกาหลีเหนือในเวลานี้

ขณะที่ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ในพิธี คิม จองอึน ระบุว่า การเพิ่มเรือรบเข้าประจำการต่อเนื่องจะสร้างความหวาดกลัวให้แก่ฝ่ายศัตรู พร้อมชี้ว่า การติดอาวุธนิวเคลียร์ให้แก่กองทัพเรือทำให้เกาหลีเหนือสามารถใช้ศักยภาพการยับยั้งนิวเคลียร์ได้หลากหลายและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ผู้นำเกาหลีเหนือยังกล่าวว่า ความกังวลของฝ่ายศัตรูจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีเหนือสร้างศักยภาพการยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ที่ทรงพลังและน่าเชื่อถือให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานระบบอาวุธนิวเคลียร์ในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างกิจกรรมทางทหารเพื่อป้องกันทางทะเลและยับยั้งสงคราม.

 ที่มา Yonhap

ฮือฮาอีก ทรัมป์โพสต์แผนที่ เปลี่ยนชื่อ “New Mexico” เป็น “New America” หลังเปลี่ยนชื่อทะเลสาบ-อ่าว

ฮือฮาอีก ทรัมป์โพสต์แผนที่ เปลี่ยนชื่อ "New Mexico" เป็น "New America" หลังเปลี่ยนชื่อทะเลสาบ-อ่าว

7 ก.ย. 2569 10:19 น.

ฮือฮาอีก ทรัมป์โพสต์แผนที่ เปลี่ยนชื่อ “New Mexico” เป็น “New America” หลังเปลี่ยนชื่อทะเลสาบ-อ่าว

ทรัมป์สร้างกระแสอีกครั้ง หลังโพสต์ภาพแผนที่ที่แสดงชื่อรัฐ New Mexico โดยขีดฆ่าคำว่า “Mexico” แล้วเปลี่ยนเป็นคำว่า “America” กลายเป็น “New America” โดยไม่มีคำอธิบายประกอบ

ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านบัญชี Truth Social ของทรัมป์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่ทำเนียบขาวจะนำภาพไปเผยแพร่ซ้ำผ่านบัญชี X โดยภาพแสดงโครงร่างของรัฐนิวเม็กซิโก พร้อมคำว่า “Mexico” ที่ถูกขีดทับด้วยสีแดง และแทนที่ด้วยคำว่า “America”

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังไม่ได้ประกาศแผนการเปลี่ยนชื่อรัฐนิวเม็กซิโกอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีคำชี้แจงว่าภาพดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด

แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมีอำนาจในการเปลี่ยนชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์บางประเภทที่อยู่ในระบบชื่อภูมิศาสตร์ของรัฐบาลกลาง แต่การเปลี่ยนชื่อรัฐ ไม่สามารถทำได้ด้วยคำสั่งประธานาธิบดีเพียงฝ่ายเดียว และต้องผ่านกระบวนการภายในรัฐ โดยชื่อ “New Mexico” มีประวัติยาวนานกว่าการก่อตั้งประเทศสหรัฐฯ โดยมีรากย้อนกลับไปถึงศตวรรษที่ 16

การโพสต์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากทรัมป์ลงนามในคำสั่งเปลี่ยนชื่อ “Lake Ontario” เป็น “Lake America” ในระบบของรัฐบาลกลาง ขณะที่ก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งเป็นวันแรกของการกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง ทรัมป์ก็ใช้อำนาจฝ่ายบริหารเปลี่ยนชื่อ “Gulf of Mexico” เป็น “Gulf of America”

หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ นางมิเชล ลูฮาน กริแชม ผู้ว่าการรัฐนิวเม็กซิโกจากพรรคเดโมแครต ออกมาตอบโต้ โดยกล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของชาวอเมริกัน พร้อมยืนยันว่า ชื่อ New Mexico ไม่ได้อยู่ในประเด็นให้ถกเถียง เธอยังระบุว่า ขณะที่ทำเนียบขาวกำลังเสียเวลาอยู่กับการระบายสีบนแผนที่ รัฐนิวเม็กซิโกกำลังเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน

ด้านวุฒิสมาชิกมาร์ติน ไฮน์ริช จากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐนิวเม็กซิโก ก็ออกมาแสดงจุดยืนเช่นกัน โดยระบุว่า มี 3 ชื่อที่เขาจะเรียกตามชื่อจริงเสมอ ได้แก่ Gulf of Mexico, Lake Ontario และ New Mexico

ทรัมป์แสดงความสนใจเรื่องการเปลี่ยนชื่อสถานที่สำคัญของสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงอำนาจของประธานาธิบดี

นอกจากการเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็น “Gulf of America” และความพยายามเปลี่ยนชื่อ Lake Ontario แล้ว ทรัมป์ยังเคยพูดถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติกหรือแปซิฟิกอีกด้วย

ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าภาพ “New America” เป็นเพียงการโพสต์เชิงสัญลักษณ์หรือเป็นการส่งสัญญาณถึงแนวคิดใดในอนาคต แต่ในทางกฎหมาย ชื่อรัฐนิวเม็กซิโกยังคงเป็น New Mexico และไม่ได้ถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการ.

ที่มา : CNN

ดอกไม้ไฟงานฉลองนักบุญในเม็กซิโกระเบิด ทำกำแพงถล่มดับอย่างน้อย 10 ศพ เจ็บ 64 ราย

ดอกไม้ไฟงานฉลองนักบุญในเม็กซิโกระเบิด ทำกำแพงถล่มดับอย่างน้อย 10 ศพ เจ็บ 64 ราย

7 ก.ย. 2569 09:48 น.

ดอกไม้ไฟงานฉลองนักบุญในเม็กซิโกระเบิด ทำกำแพงถล่มดับอย่างน้อย 10 ศพ เจ็บ 64 ราย

เกิดเหตุพลุและดอกไม้ไฟระเบิดระหว่างงานเทศกาลฉลองนักบุญในเม็กซิโก แรงระเบิดทำกำแพงพังถล่ม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ บาดเจ็บ 64 ราย ทางการเร่งสอบสวนหาสาเหตุ

วันที่ 7 กันยายน 2569 เกิดเหตุระเบิดจากพลุและดอกไม้ไฟระหว่างงานเทศกาลทางศาสนาในเมืองซานตา มาเรีย คานเชสดา เทศบาลเตมาสกัลซิงโก รัฐเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก โดยพื้นที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากกรุงเม็กซิโกซิตีไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 160 กิโลเมตร แรงระเบิดส่งผลให้กำแพงแห่งหนึ่งพังถล่ม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ และบาดเจ็บอีก 64 ราย  

รายงานข่าวระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา บริเวณด้านข้างโบสถ์นูเอสตรา เซญอรา เด ลา ลุซ ขณะที่ประชาชนหลายร้อยคนกำลังเตรียมชมการแสดงดอกไม้ไฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลทางศาสนาเพื่อเฉลิมฉลองนักบุญประจำท้องถิ่น ก่อนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการระเบิด ขณะที่สำนักงานอัยการรัฐเม็กซิโกเปิดการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและตรวจสอบต้นตอระเบิด

เหตุระเบิดที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้ไฟเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในเม็กซิโก เนื่องจากดอกไม้ไฟถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองตามท้องถนนและเทศกาลทางศาสนาในหลายพื้นที่ ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อเกือบ 4 ปีก่อน เคยเกิดเหตุพลุระเบิดครั้งใหญ่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของเทศบาลอูเอฮุตลาในรัฐฮิดัลโก ทางตอนกลางของเม็กซิโก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 17 รายมาแล้ว.

ที่มา Aljazeera

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ รัชทายาทลำดับ 2 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ทรงเจริญพระชนมายุ 20 พรรษา

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ รัชทายาทลำดับ 2 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ทรงเจริญพระชนมายุ 20 พรรษา

7 ก.ย. 2569 09:43 น.

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ รัชทายาทลำดับ 2 ของราชวงศ์ญี่ปุ่น ทรงเจริญพระชนมายุ 20 พรรษา

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระราชนัดดาของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะแห่งญี่ปุ่น และรัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ทรงเจริญพระชนมายุครบ 20 พรรษาวานนี้ 

เจ้าชายฮิซาฮิโตะ รัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น ทรงเจริญพระชนมายุครบ 20 พรรษาแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา นับเป็นสมาชิกพระองค์ล่าสุดของราชวงศ์ญี่ปุ่นที่ทรงบรรลุนิติภาวะ

เจ้าชายฮิซาฮิโตะทรงเป็นพระโอรสในมกุฎราชกุมารอากิชิโนะ พระอนุชาของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่นพระองค์เล็กที่สุด จากสมาชิกทั้งหมด 16 พระองค์ในปัจจุบัน โดยมีสมาชิกฝ่ายชายเพียง 5 พระองค์

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เจ้าชายฮิซาฮิโตะเสด็จเยือนพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ด้านแผนที่และการสำรวจ ในจังหวัดอิบารากิ ทรงทอดพระเนตรอุปกรณ์สำรวจแผนที่ และทรงรับฟังคำอธิบายเกี่ยวกับแผนที่สามมิติของญี่ปุ่น รวมถึงทรงทดลองใช้แว่นตาสามมิติและทรงซักถามเจ้าหน้าที่อย่างสนพระทัย

ปัจจุบัน เจ้าชายฮิซาฮิโตะทรงอยู่ในลำดับที่ 2 ของการสืบราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศ หรือราชบัลลังก์ญี่ปุ่น รองจากพระบิดา คือ มกุฎราชกุมารอากิชิโนะ ขณะที่ลำดับถัดไปคือเจ้าชายมาซาฮิโตะแห่งฮิตาชิ พระปิตุลาของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ซึ่งมีพระชนมายุ 90 พรรษา

ตามกฎหมายราชวงศ์ญี่ปุ่นปัจจุบัน กำหนดให้เฉพาะพระบรมวงศานุวงศ์ชายที่สืบเชื้อสายทางฝ่ายชายเท่านั้นที่สามารถขึ้นครองราชบัลลังก์ได้ ทำให้เจ้าหญิงไอโกะ พระราชธิดาพระองค์เดียวของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ แม้จะทรงได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนชาวญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีสิทธิ์สืบราชบัลลังก์ เนื่องจากทรงเป็นสตรี

ระบบดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่สอดคล้องกับยุคสมัย และอาจทำให้จำนวนสมาชิกชายของราชวงศ์ญี่ปุ่นลดน้อยลงเรื่อย ๆ ขณะที่ผู้วิจารณ์บางส่วนมองว่า กฎการสืบราชบัลลังก์ที่จำกัดเฉพาะเพศชายยังสร้างแรงกดดันและข้อจำกัดต่อสมาชิกราชวงศ์ด้วย.

ที่มา : AP

อิหร่านเตรียมประกาศเส้นทางเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ จ่อขึ้นบัญชีคว่ำบาตรเรือฝ่าฝืน

อิหร่านเตรียมประกาศเส้นทางเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ จ่อขึ้นบัญชีคว่ำบาตรเรือฝ่าฝืน

7 ก.ย. 2569 09:14 น.

อิหร่านเตรียมประกาศเส้นทางเดินเรือใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ จ่อขึ้นบัญชีคว่ำบาตรเรือฝ่าฝืน

เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดอิหร่าน เผยเตรียมประกาศเขตจำกัดนอกช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเส้นทางเดินเรือใหม่ที่ตกลงร่วมกับโอมานในอีกไม่กี่วัน ย้ำเรือที่ฝ่าฝืนอาจถูกคว่ำบาตร

วันที่ 7 กันยายน 2569 นายโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านเตรียมประกาศ “เขตจำกัดการเดินเรือบริเวณนอกช่องแคบฮอร์มุซ” ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พร้อมขึ้นบัญชีคว่ำบาตรเรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่านพื้นที่โดยไม่ได้ประสานงานกับทางการอิหร่าน

โดยนายเรซาอีให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ไออาร์ไอบี ของทางการอิหร่าน ซึ่งออกอากาศเมื่อคืนวันอาทิตย์ ที่ผ่านมาโดยระบุว่า เขตจำกัดจะครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่แนวที่การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ เริ่มต้น ไปจนถึงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และพื้นที่ด้านในอ่าวเปอร์เซียอีกฝั่งของช่องแคบ ซึ่งเรือที่เข้าสู่พื้นที่โดยไม่ได้ประสานงานกับอิหร่านจะถูกใช้มาตรการคว่ำบาตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการประกันภัยของเรือ รวมถึงสิทธิในการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต

นายเรซาอีระบุว่า มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ของอิหร่านต่อสงครามและการทูต โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอย่างสมบูรณ์ และปฏิเสธคำกล่าวอ้างของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าเรือสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันยังสามารถแล่นผ่านช่องแคบได้  

สำหรับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ เรซาอีย้ำว่า อิหร่านจะยังคงปิดช่องแคบต่อไป จนกว่าสหรัฐฯ จะดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจเพื่อสันติภาพ ที่อิหร่านและสหรัฐฯ ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เขาเปิดเผยว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อิหร่านและโอมานจะประกาศ ระเบียงเดินเรือระหว่างประเทศเส้นทางใหม่ สำหรับเรือที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่าเส้นทางนี้จะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของอิหร่าน.

ที่มา Aljazeera

เซเลนสกีคาดสงครามลากยาวถึงฤดูหนาว หลังเสร็จสิ้นการหารือกับทูตสหรัฐฯ

เซเลนสกีคาดสงครามลากยาวถึงฤดูหนาว หลังเสร็จสิ้นการหารือกับทูตสหรัฐฯ

7 ก.ย. 2569 06:09 น.

เซเลนสกีคาดสงครามลากยาวถึงฤดูหนาว หลังเสร็จสิ้นการหารือกับทูตสหรัฐฯ

เซเลนสกีคาดว่า สงครามจะยืดเยื้อเข้าสู่ฤดูหนาวอีกครั้งในปีนี้ หลังจากที่เขาหารือกับทูตพิเศษจากสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดียูเครนเรียกร้องให้มีการจัดการประชุม 3 ฝ่ายร่วมกับรัสเซียด้วย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 2569 ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนคาดการณ์ว่า สงครามกับรัสเซียจะยืดเยื้อไปจนถึงช่วงฤดูหนาว หลังจากเสร็จสิ้นการเจรจากับคณะทูตระดับสูงของโดนัลด์ ทรัมป์ ในกรุงเคียฟ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้

การพูดคุยสิ้นสุดลงโดยไร้การประกาศจุดเปลี่ยนสำคัญใดๆ หลังจากที่สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเรด คุชเนอร์ เดินทางเยือนยูเครนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตีเต็มรูปแบบ โดยก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ทั้งคู่เพิ่งเข้าพบวลาดิเมียร์ ปูติน ในกรุงมอสโก

วิตคอฟฟ์กล่าวว่าเขารู้สึก “มีกำลังใจ” จากการหารือในกรุงเคียฟ ซึ่งเขานิยามว่าเป็นไปอย่าง “มีเนื้อหาสาระสำคัญ” และมีความหมายยิ่ง ส่วนเซเลนสกีเน้นย้ำว่า เขาต้องการสันติภาพที่ยุติธรรม และต้องไม่มีโอกาสให้รัสเซียกลับมารุกรานได้อีก

ภายหลังการเจรจาหลายรอบในวันอาทิตย์ ซึ่งดำเนินไปนานหลายชั่วโมงและเป็นการลับ เซเลนสกีบอกกับผู้สื่อข่าวว่า พวกเขาตกลงกันว่าเจ้าหน้าที่จากยูเครน ยุโรป และอเมริกาจะพบกันในเร็วๆ นี้เพื่อหารือกันต่อ นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้มีการประชุมสามฝ่ายร่วมกับรัสเซียและสหรัฐฯ ด้วย

เซเลนสกีเน้นย้ำว่า หากสงครามยังคงยืดเยื้อไปจนถึงฤดูหนาว ซึ่ง “ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นในตอนนี้” ยูเครนจะต้องได้รับการสนับสนุนด้านระบบป้องกันทางอากาศและพลังงาน

ทั้งนี้ ยูเครนต้องพึ่งพาระบบสกัดกั้นแพทริออต (Patriot) ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ เพื่อต่อสู้กับขีปนาวุธวิถีโค้งของรัสเซีย แต่สหรัฐฯ ได้นำคลังยุทโธปกรณ์ดังกล่าวไปใช้เป็นจำนวนมากในระหว่างสงครามกับอิหร่าน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัสเซียมักพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนจำเป็นต้องพัฒนาระบบต่อต้านขีปนาวุธของตนเองขึ้นมา แต่เสริมว่าทางสหรัฐฯ จะเพิ่มกำลังการผลิตในปีหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ยูเครน “กำลังตั้งความหวังไว้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เครื่องบินขนสินค้า Amazon ไถลหลุดรันเวย์ชนรถไฟลุกไหม้ ดับแล้ว 5 ศพเจ็บอีก 5

เครื่องบินขนสินค้า Amazon ไถลหลุดรันเวย์ชนรถไฟลุกไหม้ ดับแล้ว 5 ศพเจ็บอีก 5

7 ก.ย. 2569 04:54 น.

เครื่องบินขนสินค้า Amazon ไถลหลุดรันเวย์ชนรถไฟลุกไหม้ ดับแล้ว 5 ศพเจ็บอีก 5

เกิดเหตุเครื่องบินขนส่งสินค้าของบริษัท Amazon ไถลหลุดรันเวย์ของสนามบินไมอามีไปชนรถยนต์บริเวณใกล้เคียงหลายคัน ทำให้เกิดไฟไหม้ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ บาดเจ็บอีก 5 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินขนส่งสินค้าของบริษัท “แอมะซอน” (Amazon) ไถลออกนอกรันเวย์ ขณะลงจอดที่สนามบินในเมืองไมอามี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 2569 ส่งผลให้พุ่งชนรถยนต์หลายคันและเกิดเพลิงลุกไหม้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ บาดเจ็บอีก 5 ราย

คลิปวิดีโอเผยให้เห็นกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งออกจากเครื่องบินโบอิ้ง 767 สีฟ้าขาว ซึ่งเดินทางมาจากเปอร์โตริโกและลงจอดเมื่อเวลาประมาณ 14:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในขณะที่รถดับเพลิงหลายคันกำลังรีบเร่งไปยังจุดเกิดเหตุ

นางดานิเอลลา เลอวีน คาวา นายกเทศมนตรีเมืองไมอามีกล่าวในงานแถลงข่าวว่า “เราสามารถยืนยันได้ว่า เราพบผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ และมีอีกหลายคนที่ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลท้องถิ่นแห่งต่างๆ ด้วยอาการบาดเจ็บที่เรายังไม่ทราบแน่ชัด” ก่อนที่ในเวลาต่อมา นางคาวาจะยืนยันว่า มีผู้บาดเจ็บอีก 5 ราย

ขณะที่ทางสนามบินนานาชาติไมอามีระบุว่า เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดรันเวย์และทางขับ (Taxiway) ทั้งหมดเป็นการชั่วคราว

ด้านสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตไมอามี-เดด เปิดเผยผ่าน X ว่า เครื่องบินดังกล่าว ซึ่งกำลังปฏิบัติการในฐานะเที่ยวบิน ไพรม์ แอร์ (Prime Air) เที่ยวบินที่ 7598 เกิดเพลิงลุกไหม้หลังไถลชนรถยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมเพลิงและทำการประเมินอาการของผู้ป่วย

สำนักงานฯ ระบุเพิ่มเติมว่า เครื่องบินไถลเลยรันเวย์และพุ่งชนรถยนต์หลายคันบริเวณใกล้เคียงสนามบิน โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 60 นายถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผลคาดการณ์ชี้ พรรคขวาจัด AfD ชนะขาด เลือกตั้งท้องถิ่นเยอรมนี

ผลคาดการณ์ชี้ พรรคขวาจัด AfD ชนะขาด เลือกตั้งท้องถิ่นเยอรมนี

7 ก.ย. 2569 04:18 น.

ผลคาดการณ์ชี้ พรรคขวาจัด AfD ชนะขาด เลือกตั้งท้องถิ่นเยอรมนี

พรรคขวาจัด AfD คว้าชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งระดับรัฐครั้งสำคัญของเยอรมนี ท่ามกลางการจับตามองว่า AfD จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลท้องถิ่นได้หรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผลคาดการณ์เบื้องต้นชี้ว่า พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัด ได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ (Saxony-Anhalt) ทางตะวันออกของเยอรมนี โดยได้คะแนนทิ้งห่างพรรครัฐบาลอย่างขาดลอย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมืองเยอรมนีหลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์สูงถึงประมาณ 78% โดยผลคาดการณ์เบื้องต้นชี้ว่า พรรค AfD จะคว้าคะแนนเสียงสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 44% ส่วนพรรค CDU ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยคะแนนเพียง 17.8%

อุลริช ซีคมุนท์ แกนนำพรรค AfD ประจำรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ ประกาศชัยชนะและระบุว่า นี่เป็นสัญญาณส่งต่อไปยังทั่วประเทศ

การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ทางการเมืองเยอรมนี เพราะพรรคขวาจัดสามารถจัดตั้งรัฐบาลระดับรัฐได้สำเร็จ พวกเขาจะได้รับอำนาจบริหารด้านตำรวจ การศึกษา และวัฒนธรรมในท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองหลักอื่นๆ ยังคงปฏิเสธที่จะเข้าร่วมรัฐบาลผสมกับพรรค AfD เพื่อปิดกั้นฝ่ายขวาจัดเข้าสู่อำนาจ โดยรวมตัวกันเป็นสิ่งที่เรียกว่า “แนวร่วมกำแพงกั้น” (Brandmauer)

ชะตากรรมการครองเสียงข้างมากในรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ ของพรรค AfD ขึ้นอยู่กับพรรคประชานิยมฝ่ายซ้าย (BSW) ว่าจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 5% เพื่อเข้าสู่สภาได้หรือไม่ หาก BSW พลาด โอกาสที่ AfD จะได้เสียงข้างมากโดยไม่ต้องพึ่งพาพรรคอื่นจะยิ่งสูงขึ้น

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ภาพผลการเลือกตั้งลงบน Truth Social เพื่อแสดงการสนับสนุนพรรค AfD ขณะที่ คิริลล์ ดมิตรีเยฟ ทูตรัสเซีย ออกมาชื่นชมว่าเป็นการชนะครั้งประวัติศาสตร์ของพรรคที่เน้นความจริงแท้

ทั้งนี้ หนึ่งในเหตุผลที่พรรคการเมืองในเยอรมนีพยายามขัดขวางการขึ้นมามีอำนาจของพรรค AfD เพราะพวกเขาชูนโยบายพาเยอรมนีกลับมาเปิดประตูต้อนรับรัสเซียอีกครั้ง หลังจากความสัมพันธ์ย่ำแย่นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุขึ้น นอกจากนั้น พรรคฝ่ายขวาจัดยังต่อต้านผู้อพยพอย่างหนัก และเสนอนโยบายส่งกลับผู้อพยพ

ชาร์ลอตต์ โนบลอค ผู้นำชุมชนชาวยิววัย 93 ปี ผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของกองทัพนาซี แสดงความหวาดกลัวต่อผลการเลือกตั้งครั้งนี้ และเตือนพรรคการเมืองหลักว่าอย่าปล่อยให้ประเทศตกต่ำลง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านเตือนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ เร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดกว่าเดิม

อิหร่านเตือนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ เร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดกว่าเดิม

7 ก.ย. 2569 02:32 น.

อิหร่านเตือนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ เร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดกว่าเดิม

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเตือนสหรัฐฯ ว่า ประเทศของเขาจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่างรวดเร็วขึ้น หนักขึ้น และเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม หลังจากทั้งสองฝ่ายปะทะกันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 2569 นาย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าทีมเจรจาสันติภาพของอิหร่าน ออกโรงขู่สหรัฐฯ ว่า พวกเขาตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่าง “รวดเร็วขึ้น หนักขึ้น และสร้างความเจ็บปวดให้มากกว่าเดิม” หลังจากทั้งสองฝ่ายกลับมายิงอาวุธเข้าใส่กันรอบใหม่

นายกาลิบาฟย้ำว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้าใจ ”ก่อนที่จะสายเกินไป” ว่า ”กฎของเกมได้เปลี่ยนไปแล้ว”

คำขู่ล่าสุดจากฝ่ายอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ โจมตีเข้าใส่เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 3 ลำในอ่าวเปอร์เซีย โดยอ้างว่าทำเพื่อตอบโต้ที่เตหะรานยิงขีปนาวุธเข้าใส่เรือรบของกองทัพสหรัฐฯ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

สื่อทางการของอิหร่านรายงานด้วยว่า กองทัพเรือของประเทศได้โจมตีเรือไร้คนขับแบบควบคุมระยะไกลของสหรัฐฯ ที่พยายามจะเดินทางเข้ามายังช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว

”รายงานนั้นมาจากสื่อทางการของอิหร่าน และเป็นเรื่องโกหกสิ้นดี” นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม (Centcom) กล่าวตามรายงานของสำนักข่าว AP

ด้านนาย พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ส่งคำขู่ตอบกลับไปยังอิหร่านเช่นกัน โดยโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ว่า ”มันง่ายมาก หากอิหร่านยิงใส่เรือของสหรัฐฯ เราก็จะทำลาย (และจม) เรือขนส่งน้ำมันของพวกเขา”

ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 60 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้หมดอายุลงอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาแห่งความสงบชั่วคราวนั้นจบลงเมื่อสหรัฐฯ เริ่มเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค.

การสู้รบดำเนินไปตลอดทั้งสัปดาห์ โดยสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายจุดในดินแดนของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพหรือเป้าหมายทางทหารที่ตั้งอยู่ในประเทศอ่าวอาหรับ รวมถึงในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และจอร์แดน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในสัปดาห์นี้ว่า การสู้รบรอบใหม่จะดำเนินไป “ไม่นานเกินไป” ตอกย้ำสิ่งที่ตัวเขาและรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุมาตลอดนับตั้งแต่สงครามระยะเวลา 6 เดือนนี้เปิดฉากขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์

การเจรจานานหลายเดือนระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านไม่ได้นำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน และแทบจะไม่มีวี่แววของการเจรจาเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซระดับโลก ได้ถูกปิดตัวลงอย่างสิ้นเชิงนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น และกลายเป็นเครื่องมือต่อรองสำคัญสำหรับอิหร่าน และทางการเตหะรานยืนยันว่าจะไม่ยอมสูญเสียอำนาจในการควบคุมเส้นทางน้ำแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ประกาศว่าช่องแคบแห่งนี้ ”เปิดอยู่” และกองทัพสหรัฐฯ ได้เข้าช่วยในการนำทางเรือต่างๆ ในเส้นทางเดินเรือทางตอนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่อิหร่านไม่ยอมรับ และพยายามโจมตีเรือที่เดินทางด้วยเส้นทางดังกล่าวหลายต่อหลายครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คณะทูตสหรัฐฯ เยือนเคียฟพบเซเลนสกี หลังเจรจากับปูตินที่รัสเซีย

คณะทูตสหรัฐฯ เยือนเคียฟพบเซเลนสกี หลังเจรจากับปูตินที่รัสเซีย

7 ก.ย. 2569 01:26 น.

คณะทูตสหรัฐฯ เยือนเคียฟพบเซเลนสกี หลังเจรจากับปูตินที่รัสเซีย

คณะทูตสหรัฐฯ เดินทางเยือนยูเครนเป็นครั้งแรก และเข้าหารือกับ โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เพื่อหาทางยุติสงคราม หลังจากเมื่อวันเสาร์พวกเขาได้พูดคุยกับผู้นำรัสเซียไปแล้ว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 2569 สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเรด คุชเนอร์ คณะทูตพิเศษของโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเยือนกรุงเคียฟเพื่อเข้าพบประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เพื่อหารือเรื่องการยุติสงคราม ต่อเนื่องหลังจากเข้าพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่กรุงมอสโกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ก่อนการประชุม เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนพร้อมที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการ “ยุติสงครามให้เร็วขึ้น” แต่เน้นย้ำว่า “จำเป็นต้องมีการรับประกันความมั่นคง ตลอดจนสันติภาพหลังสงครามที่มีเกียรติและสมศักดิ์ศรี”

ต่อมา ผู้นำยูเครนโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า ประเทศของเขา “เป็นฝ่ายที่พร้อมสร้างสรรค์เพื่อหาทางออกเสมอมาและจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไป” พร้อมเสริมว่า “เราสนใจที่จะทำให้การยุติสงครามใกล้เข้ามามากขึ้น เราต้องการสันติภาพ เราต้องการการรับประกันความมั่นคง เราต้องการรูปแบบอันสมศักดิ์ศรีของสันติภาพหลังสงคราม ข้อเสนอต่างๆ ของเราพร้อมแล้ว”

ส่วนจาเรด คุชเนอร์ บอกกับเซเลนสกีว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มอบหมายให้พวกเขานำเสนอลู่ทางในการยุติสงคราม และสร้างเงื่อนไขที่ถูกต้องสำหรับสันติภาพที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

เขาเน้นย้ำด้วยว่า ทรัมป์ “มุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะเห็นสงครามนี้ยุติลง” พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส สำหรับความพยายามในการสร้างสันติภาพ

ขณะที่นายวิตคอฟฟ์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ทีมงานสหรัฐฯ รู้สึก “ได้รับแรงบันดาลใจ” จากการพูดคุยที่มี “เนื้อหาสาระสำคัญ” และมีความสำคัญยิ่ง แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ทูตพิเศษสหรัฐฯ บอกอีกว่า ทีมเจรจาของสหรัฐฯ จะดำเนินกระบวนการต่อไป “ตราบเท่าที่จำเป็น” และได้เอ่ยชมเซเลนสกีว่ามีการต้อนรับที่ “ยอดเยี่ยม” ในการเดินทางมาครั้งนี้

ทั้งนี้ รัสเซียกับยูเครนตกลงหยุดโจมตีเมืองหลวงของกันและกันเป็นเวลา 3 วันระหว่างการเดินทางของคณะทูต โดยคณะทูตต้องนั่งรถไฟจากโปแลนด์ข้ามมายังกรุงเคียฟเนื่องจากไม่สามารถนำเครื่องบินลงจอดได้

ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ คณะทูตสหรัฐฯ เข้าพูดคุยกับวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ที่ทำเนียบเครมลิน โดยทางรัสเซียระบุว่า เป็นการหารือที่ “ตรงไปตรงมาและได้ผลเป็นรูปธรรม”

ที่ปรึกษาของปูตินเปิดเผยด้วยว่า การหารือครอบคลุมทั้งวิกฤตยูเครน ประเด็นทางเศรษฐกิจ และโครงการความร่วมมือระหว่างรัสเซีย-อเมริกาในอนาคต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc