ทรัมป์ประกาศส่งเจ้าหน้าที่ ICE ช่วยคุ้มกันสนามบินในวันจันทร์นี้

ทรัมป์ประกาศส่งเจ้าหน้าที่ ICE ช่วยคุ้มกันสนามบินในวันจันทร์นี้

23 มี.ค. 2569 04:43 น.

ทรัมป์ประกาศส่งเจ้าหน้าที่ ICE ช่วยคุ้มกันสนามบินในวันจันทร์นี้

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) ไปประจำการที่สนามบินต่างๆ ในวันจันทร์นี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่อรับมือปัญหาเจ้าหน้าที่ขาดแคลน เนื่องจากไม่มีงบประมาณ

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) จะเริ่มเข้าประจำการในสนามบินในวันจันทร์นี้ เพื่อช่วยรับมือกับแถวรอคิวที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณจุดตรวจความปลอดภัย อันเป็นผลจากภาวะขาดงบประมาณ จนไม่มีเงินจ่ายเงินเจ้าหน้าที่

ทางด้านสหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่ง (TSA) ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวนี้ โดยระบุว่าพนักงาน “ควรได้รับค่าจ้าง ไม่ใช่ถูกแทนที่ด้วยเจ้าหน้าที่ติดอาวุธที่ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมด้านนี้มาโดยเฉพาะ”

อนึ่ง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นักเดินทางต้องเผชิญกับการเข้าแถวรอคิวตรวจความปลอดภัยนานหลายชั่วโมง เนื่องจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) อยู่ในสภาวะขาดงบประมาณมาตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถบรรลุข้อตกลงด้านงบประมาณได้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ TSA ไม่ได้รับค่าจ้าง

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ว่า: “ในวันจันทร์นี้ เจ้าหน้าที่ ICE จะเดินทางไปยังสนามบินต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ TSA ที่แสนวิเศษของเราซึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่”

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่เขาขู่ว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ ICE ไปประจำการในสนามบินต่างๆ เพื่อจับกุมผู้อพยพผิดกฎหมาย โดยเฉพาะชาวโซมาเลีย หากพรรคเดโมแครตไม่ตกลงอนุมัติงบประมาณให้ DHS โดยทันที

ด้านนาย ทอม โฮแมน “ผู้คุมชายแดน” (Border Czar) ของนายทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ State of the Union ของช่อง CNN ว่า เจ้าหน้าที่ ICE จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการตรวจค้นผู้โดยสาร แต่พวกเขาจะถูกนำมาใช้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ TSA สามารถไปทำหน้าที่ตรวจคัดกรองตามที่พวกเขาได้รับการฝึกฝนมาได้อย่างเต็มที่

โฮแมนเสนอแนะว่า เจ้าหน้าที่ ICE จะช่วยดูแลจุดเข้าและออก เพื่อให้ “เป็นการปลดภาระเจ้าหน้าที่ TSA ให้ไปทำหน้าที่ตรวจคัดกรองและช่วยลดแถวรอคิวเหล่านั้น” และเขายังคงทำงานร่วมกับ TSA และ ICE เพื่อเก็บรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงจำนวนเจ้าหน้าที่ที่จะต้องใช้ แต่ยืนยันว่าแผนการนี้จะเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ในวันจันทร์

ทั้งนี้ ภาวะชัตดาวน์บางส่วนของ DHS บีบให้เจ้าหน้าที่ TSA ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ได้รับค่าจ้างมานานกว่าหนึ่งเดือน ซึ่งนำไปสู่การขาดงานของเจ้าหน้าที่ที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ทางทำเนียบขาวยังระบุว่ามีเจ้าหน้าที่ลาออกไปแล้วกว่า 400 ราย นับตั้งแต่การชัตดาวน์เริ่มขึ้น

“สมาชิก TSA ของเรามาทำงานทุกวันโดยไม่มีเช็คเงินเดือน เพราะพวกเขามีความเชื่อมั่นในภารกิจที่จะรักษาความปลอดภัยให้แก่สาธารณชนที่เดินทางโดยเครื่องบิน” เอเวอเรตต์ เคลลีย์ ประธานสหพันธ์พนักงานรัฐแห่งอเมริกา (AFGE) ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงาน TSA กล่าว

“พวกเขาควรได้รับค่าจ้าง ไม่ใช่ถูกแทนที่ด้วยเจ้าหน้าที่ติดอาวุธที่ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งเคยแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถสร้างอันตรายได้เพียงใด” เคลลีย์ระบุในแถลงการณ์ โดยสื่อถึงการปราบปรามผู้อพยพในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชายแดนสังหารชาวอเมริกาไป 2 ศพ จนทำให้เกิดการประท้วงอย่างรุนแรง

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว พรรคเดโมแครตได้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปหน่วยงาน ICE โดยร้องขอให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) สั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสวมหน้ากากอำพรางใบหน้า ให้มีการระบุตัวตนของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และเพิ่มความเข้มงวดในกฎระเบียบการขอหมายศาล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เซเลนสกีเตือน สงครามอิหร่านยิ่งยืดเยื้อ จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อปูติน

เซเลนสกีเตือน สงครามอิหร่านยิ่งยืดเยื้อ จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อปูติน

23 มี.ค. 2569 01:48 น.

เซเลนสกีเตือน สงครามอิหร่านยิ่งยืดเยื้อ จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อปูติน

ประธานาธิบดียูเครนออกมาแสดงความกังวลว่า สงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อจะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อรัสเซีย หลังการเจรจาต่างๆ เกี่ยวกับสงครามยูเครนถูกเลื่อนออกไปหมด และรัสเซียก็เริ่มการโจมตีรอบใหม่แล้ว

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนออกมากล่าวว่า เขามีสังหรณ์ไม่ดีเลยเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่จะมีต่อประเทศของเขา ในขณะที่กองทัพรัสเซียเริ่มเปิดฉากบุกโจมตีในช่วงฤดูใบไม้ผลิแล้ว ในพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครน

“คุณจะเห็นว่าการประชุมทางการทูต หรือการประชุมไตรภาคีของเราถูกเลื่อนออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันมีสาเหตุเดียวเท่านั้น คือสงครามในอิหร่าน” เซเลนสกีให้สัมภาษณ์กับ BBC ในวันอาทิตย์

เขากล่าวเสริมว่า “ปูติน ต้องการให้สงครามยืดเยื้อ สำหรับปูตินแล้ว สงครามที่ยาวนานในอิหร่านคือผลกำไร” เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและการระงับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อน้ำมันดิบของรัสเซียบางส่วน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของรัสเซีย

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว รัสเซียกำลังเร่งการโจมตีพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนมากขึ้น โดย โอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า “ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ผู้รุกรานชาวรัสเซียได้เพิ่มแรงกดดันในหลายภาคส่วนของพื้นที่แนวหน้า”

ทางด้าน สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) ในกรุงวอชิงตัน ตั้งข้อสังเกตว่า “การบุกโจมตีในระดับกองพันครั้งนี้ มีขนาดใหญ่กว่าการรุกคืบด้วยยานยนต์ของรัสเซียเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

โป๊ปเลโอประณามสงครามตะวันออกกลาง คือ “ความอัปยศ” ของมนุษยชาติ

โป๊ปเลโอประณามสงครามตะวันออกกลาง คือ "ความอัปยศ" ของมนุษยชาติ

23 มี.ค. 2569 01:22 น.

โป๊ปเลโอประณามสงครามตะวันออกกลาง คือ “ความอัปยศ” ของมนุษยชาติ

โป๊ปเลโอทรงประณามสงครามในตะวันออกกลางว่าเป็นความอัปยศของมนุษยชาติ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการต่อสู้แล้วแก้ปัญหาด้วยการเจรจา

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงประณามสงครามในตะวันออกกลางว่าเป็น “ความอัปยศต่อมวลมนุษยชาติและเป็นเสียงร่ำไห้ต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า” ในระหว่างการสวดภาวนาประจำสัปดาห์ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในนครรัฐวาติกัน

ตามรายงานจาก Vatican News สื่อทางการของวาติกัน ระบุว่า โป๊ปเลโอทรงสนับสนุนให้ผู้ที่มารวมตัวกันร่วมกันสวดภาวนาเพื่อให้ “การสู้รบยุติลง” และให้หนทางแห่งสันติภาพที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเจรจาอย่างจริงใจและการเคารพในศักดิ์ศรีของมนุษย์ทุกคนได้เปิดออกเสียที

พระองค์ยังทรงแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงส่วนอื่นๆ ของโลก โดยตรัสว่า “เราไม่อาจนิ่งเฉยต่อความทุกข์ทรมานของผู้คนจำนวนมาก ที่ต้องตกเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ของความขัดแย้งเหล่านี้ได้”

ทั้งนี้ พระดำรัสของโป๊ปเลโอมีขึ้นในขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ และยอดผู้เสียชีวิตทั่วทั้งภูมิภาคยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมากกว่า 4,300 ศพแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลทำลาย สะพานหลักของเลบานอน สั่งรื้อบ้านติดชายแดน

อิสราเอลทำลาย สะพานหลักของเลบานอน สั่งรื้อบ้านติดชายแดน

23 มี.ค. 2569 00:19 น.

อิสราเอลทำลาย สะพานหลักของเลบานอน สั่งรื้อบ้านติดชายแดน

กองทัพอิสราเอลทำลายสะพานสายหลักที่เชื่อมโยงภาคใต้ของเลบานอนกับภูมิภาคอื่นๆ และกำลังเร่งรื้อบ้านของชาวเลบานอนบริเวณชายแดน อ้างเพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อชุมชนต่างๆ ของอิสราเอล

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 กองทัพอิสราเอลโจมตีสะพานหลักที่เชื่อมต่อพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนกับส่วนอื่นๆ ของประเทศแล้ว หลังจากได้รับคำสั่งให้ทำลายจุดข้ามแม่น้ำลิตานี (Litani River) ทั้งหมด และให้ยกระดับการรื้อถอนบ้านเรือนบริเวณใกล้ชายแดนทางตอนใต้ของเลบานอนด้วย

การทำลายสะพานและบ้านเรือนในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนครั้งสำคัญ หลังจากเลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามระดับภูมิภาคเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ยิงมิสไซล์เข้าไปในดินแดนของอิสราเอล เพื่อแสดงการสนับสนุนอิหร่าน ที่ถูกสหรัฐฯ กับอิสราเอลโจมตีไปก่อนหน้านั้น

ตามปกติแล้ว กฎหมายระหว่างประเทศสั่งห้ามกองทัพโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ซึ่งหัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในเลบานอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อำนาจสั่งอพยพผู้คนในเลบานอนเป็นวงกว้าง

การโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ได้ทำลายจุดข้ามบนทางหลวงเลียบชายฝั่งของเลบานอนซึ่งตัดผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และถือเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างภาคใต้และภาคกลางของเลบานอนจนแหลกละเอียด

ทั้งนี้ โฆษกกองทัพอิสราเอลได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า กองทัพจะดำเนินการโจมตีสะพานดังกล่าว

ด้านนายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กองทัพได้รับคำสั่งให้ทำลายสะพานข้ามแม่น้ำลิตานีทุกแห่งที่ถูกใช้สำหรับ “กิจกรรมก่อการร้าย” เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์และอาวุธต่างๆ เคลื่อนย้ายลงมาทางใต้ได้

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลได้ทำลายสะพานในตอนใต้ของเลบานอนไปแล้ว 3 แห่งในช่วง 10 วันที่ผ่านมา

คัตซ์ยังระบุว่า กองทัพได้รับคำสั่งให้เร่งรัดการรื้อถอนบ้านเรือนของชาวเลบานอนใน “หมู่บ้านแนวหน้า” เพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อชุมชนต่างๆ ของอิสราเอลด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้คนทั่วโลก เดินขบวนประท้วง ต่อต้านสงครามในอิหร่าน

ผู้คนทั่วโลก เดินขบวนประท้วง ต่อต้านสงครามในอิหร่าน

22 มี.ค. 2569 23:00 น.

ผู้คนทั่วโลก เดินขบวนประท้วง ต่อต้านสงครามในอิหร่าน

ประชาชนในหลายประเทศออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ซึ่งตอนนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกที่ออกมาเดินขบวนเพื่อแสดงพลังประท้วงต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ที่ดำเนินมานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว และกำลังทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน และมีทีท่าว่าจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต

ประชาชนออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน ในกรุงเทลอาวิฟ ของอิสราเอล
ประชาชนออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน ในกรุงเทลอาวิฟ ของอิสราเอล

หนึ่งในผู้ที่ออกมาประท้วงคือชาวอิสราเอล โดยพวกเขาเดินขบวนในกรุงเทลอาวีฟ ผู้ประท้วงบางส่วนทาสีแดงลงบนฝ่ามือ ขณะที่คนอื่นๆ ชูป้ายข้อความมากมาย รวมถึงป้ายที่เขียนว่า “หยุดสงคราม” และ “ระงับการส่งอาวุธเดี๋ยวนี้” นอกจากนั้น ยังมีผู้ถือป้ายที่ทำเองพร้อมข้อความต่างๆ เช่น “สหรัฐฯ และอิสราเอล = กลุ่มอักษะแห่งความชั่วร้าย”

ที่สหราชอาณาจักร มีผู้ออกมาเดินขบวนประท้วงตามท้องถนนในกรุงลอนดอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) พร้อมชูป้ายข้อความว่า “หยุดสงครามของทรัมป์” และ “หยุดทิ้งระเบิดอิหร่าน” โดยบางส่วนได้รวมตัวกันที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นทำเนียบพักอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี

กลุ่มผู้ชุมนุมถือป้ายประท้วงที่หน้าฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด”ของอังกฤษ
กลุ่มผู้ชุมนุมถือป้ายประท้วงที่หน้าฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด”ของอังกฤษ

ส่วนที่ฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด” (Fairford) ในกลอสเตอร์เชอร์ ซึ่งเป็นฐานทัพที่เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ใช้งานด้วยนั้น กลุ่มผู้ประท้วงได้ถือโปสเตอร์ที่มีข้อความว่า “อย่าแตะต้องอิหร่าน”, “หยุดฆ่าคนได้แล้ว” และ “วันนี้คุณช่วยฆ่าเด็กไปกี่คนแล้ว?” มารวมตัวกันอยู่

ที่เยอรมนี มีฝูงชนจำนวนมากออกมาประท้วงในกรุงเบอร์ลินเมื่อวานนี้ ณ จุดรำลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตจากการโจมตีโรงเรียนประถมในอิหร่านในช่วงเริ่มสงคราม มีป้ายข้อความระบุว่า “เด็กหญิงตัวน้อย 168 คน ถูกสังหารโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล”

ผู้ประท้วงรายหนึ่งกล่าวว่า “พวกเขาไม่ได้เล่นตามกติกา เหมือนกับที่เคยทำในช่วงสงครามอิรัก สหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศมานานแล้ว และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสถานการณ์มีแต่จะแย่ลง ตัวอย่างล่าสุดเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านี่คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างหน้าไม่อาย”

ผู้คนรวมตัวในกรุงมาดริดของสเปน เพื่อประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน
ผู้คนรวมตัวในกรุงมาดริดของสเปน เพื่อประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน

ที่สเปน มีผู้ประท้วงมารวมตัวกันในกรุงมาดริด โดยถือป้ายแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า “ไม่เอาสงคราม” และ “สันติภาพ” โดยมีผู้คนจำนวนมากโบกธงปาเลสไตน์ร่วมด้วย

ขณะที่ในอินเดีย ก็มีชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ออกมาชุมนุมกันตามท้องถนนในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียบริหาร พร้อมถือภาพเหมือนของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่าน และต่างสวมชุดสีดำเพื่อเป็นการไว้อาลัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐาน “อย่างไม่อาจฟื้นคืน” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

อิหร่านลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐาน “อย่างไม่อาจฟื้นคืน” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

22 มี.ค. 2569 22:17 น.

อิหร่านลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐาน “อย่างไม่อาจฟื้นคืน” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

อิหร่านประกาศลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานในตะวันออกกลางอย่างไม่อาจฟื้นคืน หากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านตามคำขู่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยื่นคำขาดให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชม.

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่และสื่อของรัฐบาลอิหร่านออกมาประกาศกร้าวว่า อิหร่านจะดำเนินการตอบโต้ทั่วทั้งภูมิภาค หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ตามที่ตัวเขาพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้

ความเคลื่อนไหวของอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) ทรัมป์ยื่นคำขาดว่า เขาจะสั่งให้กองทัพทิ้งระเบิดทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดให้เรือขนส่งผ่านได้อย่างเต็มที่ภายใน 48 ชั่วโมง

แม้เมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.) ประธานาธิบดีทรัมป์จะบอกว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเริ่มลดระดับลงแล้ว แต่คำขู่ของเขาและการตอบโต้จากอิหร่านบ่งชี้ว่า สิ่งอำนวยความสะดวกภาคพลเรือนทั่วตะวันออกกลาง อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมากขึ้นในสัปดาห์หน้า

นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ว่า โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในตะวันออกกลางอาจถูก “ทำลายอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้” หากโรงไฟฟ้าของอิหร่านตกเป็นเป้าหมาย

นายกาลิบาฟบอกอีกว่า โครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคจะกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” ทันทีหากฐานที่มั่นของอิหร่านถูกโจมตี และการตอบโต้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นเวลานาน

ด้านสำนักข่าว “เมห์ร” (Mehr) สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน เผยแพร่แผนที่โรงไฟฟ้าในอ่าวเปอร์เซียพร้อมคำเตือนว่า “เตรียมบอกลาไฟฟ้าได้เลย” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

“ในกรณีที่มีการโจมตีเพียงเล็กน้อยต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของอิหร่าน ทั้งภูมิภาคจะตกอยู่ในความมืดมิด… โรงไฟฟ้าหลัก 70% ถึง 80% ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย… ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระยะการป้องปรามของอิหร่าน”

ทางด้านสำนักข่าว Nour news ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสภาความมั่นคงสูงสุดแห่งชาติของอิหร่าน ระบุว่าคำขู่ของทรัมป์ไม่ใช่การแสดงความแข็งแกร่ง แต่เป็นการเปิดเผยจุดอ่อนของสหรัฐฯ แม้จะมีการกล่าวอ้างเรื่องความเป็นอิสระทางพลังงานก็ตาม

Nour news เสริมอีกว่า “การยกระดับความรุนแรงใดๆ จะกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้แบบหลายชั้นจากอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินในภูมิภาค และก่อให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง”

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกองทัพอิหร่านยังได้แสดงท่าทีท้าทายว่า “หลักการของกองทัพเราได้เปลี่ยนจาก ‘เชิงรับ’ เป็น ‘เชิงรุก’ แล้ว และกำลังจะมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ ตามมา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในกาตาร์ ดับยกลำ 7 ศพ คาดขัดข้องทางเทคนิค

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในกาตาร์ ดับยกลำ 7 ศพ คาดขัดข้องทางเทคนิค

22 มี.ค. 2569 21:53 น.

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในกาตาร์ ดับยกลำ 7 ศพ คาดขัดข้องทางเทคนิค

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในประเทศกาตาร์ ระหว่างปฏิบัติการฝึกซ้อม ส่งผลให้คนบนเครื่องทั้งหมด 7 รายเสียชีวิตทั้งหมด ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิค

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ทหารตกในน่านน้ำของกาตาร์ระหว่างการฝึกซ้อมทางทหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. 2569 ส่งผลให้ผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 7 รายเสียชีวิตทั้งหมด โดยมีสาเหตุมาจากความขัดข้องทางเทคนิค

ทางการกาตาร์และตุรกีให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกาตาร์ 4 นาย, ทหารชาวตุรกี 1 นาย และช่างเทคนิคจากบริษัทด้านการป้องกันของตุรกีอีก 2 นาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงในการตกของเฮลิคอปเตอร์ลำนี้

อนึ่ง ตุรกีมีฐานทัพตั้งอยู่ในกาตาร์ภายใต้ข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศที่ทั้งสองลงนามร่วมกันในปี 2557

กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์ระบุในแถลงการณ์ว่า พบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายแล้ว พร้อมทั้งขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อครอบครัวของผู้ประสบภัย

ทางด้านกระทรวงกลาโหมของตุรกีเปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ทหารของกาตาร์ลำดังกล่าวอยู่ระหว่าง “การปฏิบัติภารกิจฝึกซ้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองบัญชาการกองกำลังร่วมกาตาร์-ตุรกี”

กระทรวงกลาโหมตุรกีระบุเพิ่มเติมว่า ช่างเทคนิคทั้งสองรายมาจากบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ Aselsan โดยทางการกาตาร์จะเป็นผู้สรุปสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกในครั้งนี้ต่อไป

ทั้งนี้ เหตุเฮลิคอปเตอร์ตกครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างกว้างขวาง ขณะที่ทางเตหะรานก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและรัฐพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ศรีลังกาขึ้นราคาน้ำมัน 25% รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

ศรีลังกาขึ้นราคาน้ำมัน 25% รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

22 มี.ค. 2569 11:57 น.

ศรีลังกาขึ้นราคาน้ำมัน 25% รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

รัฐบาลศรีลังกาประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสองสัปดาห์ อีก 25% หลังสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อจนกระทบการนำเข้าพลังงาน ด้านประธานาธิบดีสั่งบังคับใช้มาตรการประหยัดขั้นสูงสุด ทั้งการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ และรื้อฟื้นระบบ Work from Home เพื่อประคองเศรษฐกิจประเทศไม่ให้ซ้ำรอยวิกฤตปี 2022

รัฐบาลศรีลังกาได้ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงอีก 25% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สองภายในระยะเวลาเพียงสองสัปดาห์ เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 398 รูปี (ประมาณ 41.95 บาท) ต่อลิตร จากเดิม 317 รูปี (ราว 33.42 บาท) ขณะที่น้ำมันดีเซลซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบขนส่งมวลชน ปรับขึ้นอีก 79 รูปี ไปอยู่ที่ 382 รูปี (ราว 40.27 บาท) ต่อลิตร

เจ้าหน้าที่จากบรรษัทปิโตรเลียมซีลอนระบุว่า เป้าหมายของการขึ้นราคาสูงสุดครั้งนี้คือการบีบให้การบริโภคน้ำมันในประเทศลดลงให้ได้ 15-20% หลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้สั่งปันส่วนน้ำมันไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

วิกฤตครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน เพื่อตอบโต้สงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ซึ่งช่องแคบดังกล่าวเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบถึง 20% ของโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อศรีลังกาที่ต้องนำเข้าน้ำมันและถ่านหินทั้งหมด 100% เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดีอนุรา กุมารา ดิสซานายาเก ได้ออกคำสั่งด่วนเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสงครามที่อาจยืดเยื้อ ซึ่งมีมาตรการต่างๆ เช่นการปรับลดวันทำงาน เหลือเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ โดยเริ่มตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา (18 มี.ค.) และการ Work from Home โดยขอความร่วมมือให้นายจ้างกลับไปใช้ระบบทำงานจากที่บ้านในส่วนที่ทำได้ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงในการเดินทาง

รัฐบาลศรีลังกาแสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า สงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางอาจทำลายความพยายามในการฟื้นฟูประเทศจากวิกฤตเศรษฐกิจล่มสลายในปี 2022 ซึ่งในครั้งนั้นศรีลังกาต้องผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศมูลค่ากว่า 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์เนื่องจากขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ จนต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 2.9 พันล้านดอลลาร์จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มาจนถึงปัจจุบัน.

ที่มา AFP 

โจมตีโรงพยาบาลซูดานคร่าชีวิต 64 ศพ WHO ประณามหนัก เรียกร้องยุติสงคราม

โจมตีโรงพยาบาลซูดานคร่าชีวิต 64 ศพ WHO ประณามหนัก เรียกร้องยุติสงคราม

22 มี.ค. 2569 11:16 น.

โจมตีโรงพยาบาลซูดานคร่าชีวิต 64 ศพ WHO ประณามหนัก เรียกร้องยุติสงคราม

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยเหตุโจมตีโรงพยาบาลในรัฐดาร์ฟูร์ตะวันออกของซูดาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 64 ราย ในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย 13 ราย ด้าน ผอ. WHO เรียกร้องยุติสงคราม หลังสงครามยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 3 ทำลายระบบสาธารณสุขจนอัมพาตและมียอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีสถานพยาบาลทะลุ 2,000 ศพ

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยรายละเอียดเหตุโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 มี.ค.) ที่โรงพยาบาลศูนย์การเรียนรู้ ในเมืองเอล-แดน เมืองหลวงของรัฐดาร์ฟูร์ตะวันออก โดยแรงระเบิดจากอาวุธหนักส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีอย่างน้อย 64 ราย และบาดเจ็บอีก 89 ราย

ในกลุ่มผู้เสียชีวิตยืนยันว่าเป็นเด็ก 13 ราย พยาบาลหญิง 2 ราย แพทย์ชาย 1 ราย และคนไข้จำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอีก 8 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยกลุ่มนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชนในพื้นที่รายงานว่า เป็นผลจากการโจมตีด้วยโดรนของกองทัพซูดาน ซึ่งพยายามรุกคืบเข้าไปยังพื้นที่อิทธิพลของกองกำลังกึ่งทหาร RSF

การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับแผนกกุมารเวชกรรม แผนกสูตินรีเวช และแผนกฉุกเฉิน จนทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถเปิดให้บริการได้อีกต่อไป ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่จำเป็นของประชาชนในพื้นที่

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังการโจมตีสถานพยาบาล (SSA) ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามในซูดานปะทุขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2023 ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีสถานพยาบาลรวมแล้วสูงถึง 2,036 ราย จากเหตุการณ์โจมตีทั้งหมด 213 ครั้ง โดยเฉพาะในปี 2025 เพียงปีเดียว มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,620 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 82 ของยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีสถานพยาบาลทั่วโลก

ผู้อำนวยการ WHO กล่าวด้วยความสลดใจว่า “เลือดถูกหลั่งมามากเกินพอแล้ว ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นนั้นเกินกว่าจะรับไหว สถานพยาบาลต้องไม่ตกเป็นเป้าหมายของสงคราม เพราะสันติภาพคือยาที่ดีที่สุดสำหรับมนุษยชาติ”

ปัจจุบัน สงครามในซูดานส่งผลให้มีผู้พลัดถิ่นกว่า 11 ล้านคน และประชาชนอีกกว่า 33 ล้านคนกำลังเผชิญกับวิกฤตความหิวโหยและความต้องการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน ขณะที่การใช้โดรนโจมตีพื้นที่ชุมชนกลายเป็นภาพชินตาที่โหดร้าย ซึ่งทางสหประชาชาติ (UN) ได้ออกมาประณามอย่างต่อเนื่องถึงความสูญเสียของพลเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว.

ที่มา Al Jazeera

“ทรัมป์” ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชั่วโมงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงาน

"ทรัมป์" ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชั่วโมงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงาน

22 มี.ค. 2569 10:28 น.

“ทรัมป์” ยื่นคำขาดอิหร่าน 48 ชั่วโมงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่ทำลายโครงสร้างพลังงาน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอิหร่านให้สิ้นซาก หากไม่ยอมเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง ด้านอิหร่านโต้กลับด้วยการส่งขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลครั้งรุนแรง มีผู้บาดเจ็บนับร้อย ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศคำขาดผ่านทางทรูธโซเชียล โดยให้เวลาอิหร่านเพียง 48 ชั่วโมงในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสินค้าผ่านได้ตามปกติ มิเช่นนั้นสหรัฐฯ จะปฏิบัติการ “ถล่มและทำลาย” โรงไฟฟ้าของอิหร่านให้ราบคาบ โดยจะเริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับแรก

คำขู่นี้มีกำหนดเส้นตายตรงกับเวลา 23:44 น.ของวันจันทร์ (23 มี.ค.) ตามเวลามาตรฐานสากล ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดถึงขีดสุด หลังจากอิหร่านสั่งปิดช่องแคบซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบถึง 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะยานสูงขึ้นเกิน 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที

เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนคำขู่ของทรัมป์ อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลทางตอนใต้อย่างหนักหน่วง ขีปนาวุธสามารถฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าถล่มอาคารที่พักอาศัยในเมืองอาราด และเมืองดิมอนา  ซึ่งเป็นที่ตั้งขอศูนย์นิวเคลียร์สำคัญของอิสราเอล แรงระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บรวมกว่า 100 ราย  ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศลั่นจะตอบโต้คืน “ในทุกแนวรบ” และได้ส่งฝูงบินถล่มกรุงเตหะรานในเวลาต่อมา

ทางด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการแก้แค้นที่อิสราเอลถล่มโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ เมื่อช่วงกลางปี 2025 พร้อมขู่ว่าหากสหรัฐฯ ลงมือตามคำขู่ อิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและระบบผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคทันที

สงครามซึ่งล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ได้ขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค โดยมีรายงานว่าอิหร่านพยายามยิงขีปนาวุธข้ามทวีปโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ-อังกฤษที่เกาะดิเอโกการ์เซีย ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 4,000 กิโลเมตร แม้จะไม่สำเร็จแต่ถือเป็นการโจมตีระยะไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังรายงานว่าถูกโจมตีทางอากาศเช่นกัน หลังจากอิหร่านเตือนไม่ให้ยอมใช้พื้นที่เป็นฐานโจมตีตน

ผู้นำจากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และเกาหลีใต้ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการ IAEA เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุดเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีสถานประกอบการปรมาณู

แม้ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน “โมจตาบา คาเมเนอี” จะยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่รับตำแหน่งต่อจากบิดาที่เสียชีวิตในสงคราม แต่นักวิเคราะห์มองว่ารัฐบาลเตหะรานมีความยืดหยุ่นและขีดความสามารถในการตอบโต้ที่ทนทานกว่าที่สหรัฐฯ คาดการณ์ไว้มาก ทำให้โลกต้องจับตาดูว่าเมื่อสิ้นสุด 48 ชั่วโมงนี้ สถานการณ์จะก้าวข้ามไปสู่สงครามเต็มรูปแบบหรือไม่.

ที่มา AFP