เครื่องบินรบกรีซตก ขณะแสดงโชว์ นักบินเสียชีวิต 2 นาย

เครื่องบินรบกรีซตก ขณะแสดงโชว์ นักบินเสียชีวิต 2 นาย

6 ก.ย. 2569 03:26 น.

เครื่องบินรบกรีซตก ขณะแสดงโชว์ นักบินเสียชีวิต 2 นาย

เกิดเหตุเครื่องบินรบของกองทัพกรีซ ตกระเบิดไฟลุกท่วม ระหว่างทำการแสดงกลางอากาศ ส่งผลให้นักบินทั้ง 2 คนเสียชีวิต หลังจากทั้งคู่ไม่ได้ดีดตัวออกจากเครื่อง

สำนักข่าว ANA ของกรีซรายงานว่า เครื่องบินรบรุ่น F-4 แฟนทอม (F-4 Phantom) ของกองทัพกรีซประสบเหตุตกเมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. 2569 ที่ฐานทัพแห่งหนึ่งนอกกรุงเอเธนส์ ในระหว่างทำการแสดงทางอากาศ ส่งผลให้นักบินเสียชีวิตทั้ง 2 นาย

สื่อท้องถิ่นระบุว่า เครื่องบินเพิ่งทะยานขึ้นฟ้าได้ไม่นาน ก่อนจะสูญเสียความสูงอย่างกะทันหันและตกลงสู่พื้น และเกิดการระเบิดขึ้นทันที ต่อหน้าต่อตาของประชาชนหลายพันคนที่เดินทางมาร่วมชมงานแสดงทางอากาศประจำปี “Athens Flying Week”

ตอนนี้รายละเอียดและสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่นักบินไม่ได้ทำการดีดตัวออกจากเครื่องบิน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ของกรีซส่งเครื่องบินดับเพลิงหลายลำไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อเข้าควบคุมและดับเพลิงที่ลุกไหม้จากเหตุเครื่องบินตก

ทั้งนี้ งาน “Athens Flying Week” ถูกยกเลิกทันทีหลังเกิดเหตุ ขณะที่ นายนิกอส เดนดิอัส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกรีซ ยกเลิกภารกิจการเดินทางไปร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติที่เมืองเทสซาโลนิกี เพื่อลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุเครื่องบินตก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

คดี ลินด์เซย์ แคลนซี สหรัฐฯ เสียงแตกว่าเธอคือเหยื่อหรืออาชญากร

คดี ลินด์เซย์ แคลนซี สหรัฐฯ เสียงแตกว่าเธอคือเหยื่อหรืออาชญากร

6 ก.ย. 2569 02:05 น.

คดี ลินด์เซย์ แคลนซี สหรัฐฯ เสียงแตกว่าเธอคือเหยื่อหรืออาชญากร

สังคมอเมริกากำลังแตกเป็น 2 ฝ่ายในเรื่องคดีของ ลินด์เซย์ แคลนซี แม่ผู้ฆาตกรรมลูก 3 คน ฝั่งหนึ่งมองว่าเธอไม่ต้องรับโทษเพราะต้องต่อสู้กับโรคจิตเภทหลังคลอด อีกฝั่งชี้ว่าเธอคืออาชญากรที่ต้องรับโทษ

คดีของ ลินด์เซย์ แคลนซี พยาบาลวัย 36 ปี ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งก่อเหตุรัดคอลูกๆ ทั้งสามคนเสียชีวิต ก่อนจะกระโดดหน้าต่างพยายามจบชีวิตตนเองจนเป็นอัมพาต ได้สร้างกระแสถกเถียงและรอยร้าวทางความคิดอย่างหนักในสังคมอเมริกันตลอดช่วงเวลาการไต่สวนเกือบ 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2566 โดยลินด์เซย์ ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 32 ปี ก่อเหตุทำร้ายลูกๆ ทั้งสามคน อายุ 5 ขวบ, 3 ขวบ และ 8 เดือน ในบ้านพักจนเสียชีวิต จากนั้นได้พยายามจบชีวิตตนเองด้วยการกระโดดลงมาจากหน้าต่างชั้นสอง ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงเอวลงมา

เธอถูกอัยการสั่งฟ้องในข้อหาฆาตกรรม โดยการไต่สวนคดีเริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางปี 2569 แต่ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่ว่าเธอเป็นผู้ลงมือหรือไม่ (เพราะฝ่ายจำเลยยอมรับว่าก่อเหตุจริง) แต่อยู่ที่ “สภาวะทางจิตและการรับผิดชอบทางอาญา” ว่าลินด์เซย์สมควรถูกลงโทษตามกฎหมายหรือไม่

ผู้พิพากษา วิลเลียม ซัลลิแวน
ผู้พิพากษา วิลเลียม ซัลลิแวน

ทนายความของลินด์เซย์ สู้คดีด้วยเหตุผลว่าเธอไม่มีความรับผิดชอบทางอาญา เนื่องจากขณะเกิดเหตุเธอกำลังเผชิญกับโรคจิตเภทหลังคลอดอย่างรุนแรง (Postpartum Psychosis) ร่วมกับภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล ทำให้เกิดอาการหูแว่วสั่งให้ทำร้ายลูกๆ และไม่สามารถควบคุมตนเองได้

ทนายบอกอีกว่า ลินด์เซย์ป่วยหนัก มีอาการนอนไม่หลับ วิตกกังวล และสมองมึนงงสะสมอย่างรุนแรงในช่วงหลายเดือนก่อนเกิดเหตุ นอกจากนั้น สมุดบันทึกของเธอยังสะท้อนถึงความสิ้นหวังและความทรมานจากปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นหลังคลอดลูกคนเล็กด้วย

ส่วนอัยการซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์ โต้แย้งว่าเธอรับรู้และวางแผนการกระทำทั้งหมด โดยพยายามชี้ให้เห็นว่าการกระทำของเธอเป็นการฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ไม่ใช่ภาวะขาดสติไร้การควบคุม โดยมีผู้เชี่ยวชาญบางรายระบุว่าเธอไม่ได้แสดงอาการของโรคจิตเภท และการแพทย์บางแห่งไม่จัดว่าภาวะนี้เป็นโรคจิตเภทแบบเฉพาะเจาะจง

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะลูกขุน 12 คน (หญิง 9 คน ชาย 3 คน) ใช้เวลาหารือเครียดนานกว่า 40 ชั่วโมงตลอด 7 วัน แต่ไม่สามารถบรรลุความเห็นร่วมกันอย่างเป็นเอกฉันท์ได้ ผลการลงคะแนนของลูกขุนติดอยู่ที่ 11 ต่อ 1 โดยมีลูกขุน 1 คนที่ไม่ยอมเห็นพ้องตามเสียงส่วนใหญ่

คณะลูกขุน 11 คน มีความเห็นโน้มเอียงไปทางฝ่ายจำเลย โดยมองว่าลินด์เซย์มีอาการทางจิตอย่างรุนแรงจากโรคซึมเศร้าหลังคลอดในขณะที่ก่อเหตุ ซึ่งเข้าข่ายภาวะวิกลจริต (Insanity) ตามข้อต่อสู้ จึงไม่ควรมีความผิดทางอาญาฐานฆาตกรรม

ส่วนลูกขุนอีก 1 คน ไม่เห็นด้วย และปฏิเสธที่จะรับฟังหลักฐานหรือข้อต่อสู้เรื่องอาการทางจิตดังกล่าว โดยยืนกรานว่าจำเลยมีความผิดตามข้อกล่าวหา

สุดท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้พิพากษา วิลเลียม ซัลลิแวน ก็ประกาศให้การพิจารณาคดีเป็น โมฆะ (Mistrial) เนื่องจากคณะลูกขุนไม่อาจลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ได้ ซึ่งสะท้อนถึงความเห็นที่แตกแยกของคนในสังคมได้อย่างชัดเจน

ผู้พิพากษาตัดสินให้การพิจารณาคดีเป็น โมฆะ (Mistrial)
ผู้พิพากษาตัดสินให้การพิจารณาคดีเป็น โมฆะ (Mistrial)

ในวันพิจารณาคดี มีผู้หญิงและแม่จำนวนมาก หลายคนใส่ชุดสีชมพูมาให้กำลังใจลินด์เซย์ที่ศาล เนื่องจากพวกเธอมองว่าลินด์เซย์เป็นเหยื่อของความล้มเหลวในระบบดูแลสุขภาพจิตของผู้หญิงหลังคลอด

มีข้อมูลเปิดเผยออกมาด้วยว่า ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม ลินด์เซย์พยายามขอความช่วยเหลือมาโดยตลอด ทั้งเข้าห้องฉุกเฉิน พบแพทย์หลายคน และโทรสายด่วนป้องกันการฆ่าตัวตาย ทำให้หลายคนเห็นใจและมองว่าเธอทำดีที่สุดแล้วแต่ระบบไม่สามารถช่วยเธอได้ทัน

ส่วนอีกฝ่ายมองว่าลินด์เซย์คือ “อาชญากร” ที่ต้องรับโทษ เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่า การป่วยทางจิตไม่ใช่ข้ออ้างในการพรากชีวิตเด็ก 3 คน และมองว่าเธอได้รับการดูแลช่วยเหลือจากครอบครัวและแพทย์มากกว่าแม่คนอื่นๆ ด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “Toxic Empathy” (ความเห็นอกเห็นใจที่เป็นพิษ) โดยมองว่าไม่ควรยกเธอเป็นสัญลักษณ์ของความยากลำบากในการเป็นแม่ เพราะแม่คนอื่นๆ ที่เผชิญความยากลำบากก็ไม่ได้ทำร้ายลูกของตนเอง

นอกจากนั้น หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า หากผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชายหรือคนเป็นพ่อ สังคมจะไม่มีวันแสดงความเห็นอกเห็นใจมากขนาดนี้ และควรเน้นไปที่การเรียกร้องความยุติธรรมให้เด็กที่เสียชีวิตมากกว่า

ทนายความของ ลินด์เซย์ ลุกขึ้นให้ข้อมูลในชั้นศาล
ทนายความของ ลินด์เซย์ ลุกขึ้นให้ข้อมูลในชั้นศาล

บนโซเชียลมีเดีย คดีนี้ถูกพูดถึงอย่างมากจนเกิดทฤษฎีสมคบคิด รวมถึงการโจมตีสามีเก่าของลินด์เซย์อย่างรุนแรงจนทนายต้องออกมาชี้แจงว่า เขาก็เป็นผู้สูญเสียเช่นกัน และข้อมูลที่โจมตีเขาไม่เป็นความจริง

หลังจากนี้ ศาลได้นัดหมายฟังคำสั่งและสถานะคดีอีกครั้งในวันที่ 29 ก.ย. 2569 โดยอัยการต้องตัดสินใจว่าจะยื่นฟ้องดำเนินคดีใหม่ (Retrial) โดยตั้งคณะลูกขุนชุดใหม่ หรือยอมเสนอข้อตกลงยอมรับสารภาพ (Plea Deal) กับลินด์เซย์

ส่วนตัวของลินด์เซย์ยังคงถูกควบคุมตัวและรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชต่อไป ระหว่างรอผลการตัดสินใจจากอัยการว่าจะดำเนินคดีต่ออย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกิดเหตุระเบิดที่ค่ายทหารโบลิเวีย ดับ 2 ศพ เจ็บอื้อ

เกิดเหตุระเบิดที่ค่ายทหารโบลิเวีย ดับ 2 ศพ เจ็บอื้อ

6 ก.ย. 2569 00:04 น.

เกิดเหตุระเบิดที่ค่ายทหารโบลิเวีย ดับ 2 ศพ เจ็บอื้อ

เกิดเหตุระเบิดที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในประเทศโบลิเวียส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย ในขณะที่เจ้าหน้าที่แสดงความกังวลว่าผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. 2569 นายเออร์เนสโต จัสติเนียโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโบลิเวีย เปิดเผยว่า วัตถุสำหรับทำพลุเกิดระเบิดขึ้นที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมทหารปืนใหญ่ เมื่อเวลาประมาณ 14:30 น. ของวันศุกร์ (4 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บอีก 81 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 14 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงคำสัมภาษณ์ของ ริตา เนบราสกา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผ่านสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า คาดว่ามีผู้เสียชีวิตระหว่าง 10 ถึง 15 รายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นในเมืองเวียชา (Viacha) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงลาปาซราว 30 กิโลเมตร

ตำรวจเปิดเผยว่าบ้านเรือนหลายสิบหลังได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด และเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง

เนบราสกาเตือนว่าอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระเบิดซ้ำ และเรียกร้องให้ประชาชนเว้นระยะห่างจากฐานทัพดังกล่าวอย่างน้อย 150 เมตร

ด้านพันเอก อันโตนิโอ อามารู ผู้บังคับการฐานทัพ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ผู้สูญหายรวมถึงจ่าทหาร 1 นาย และพลทหารเกณฑ์อายุระหว่าง 18 ถึง 19 ปี อีก 13 นาย

ส่วนประธานาธิบดี โรดริโก ปาซ แห่งโบลิเวียออกมาแสดงความเสียใจอย่างที่สุด ต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ และให้คำมั่นว่าจะมีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่าง “ละเอียดถี่ถ้วน ตามหลักเทคนิค และโปร่งใส”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รอดปาฏิหาริย์ หญิงเนปาลติดใต้ซากบ้าน 10 วัน หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่

รอดปาฏิหาริย์ หญิงเนปาลติดใต้ซากบ้าน 10 วัน หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่

5 ก.ย. 2569 23:08 น.

รอดปาฏิหาริย์ หญิงเนปาลติดใต้ซากบ้าน 10 วัน หลังน้ำท่วมครั้งใหญ่

หญิงวัย 64 ปี รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ หลังจากเธอติดอยู่ใต้ซากบ้านที่พังทลายเพราะเหตุน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงมานานถึง 10 วัน ก่อนเจ้าหน้าที่จะพบและช่วยเหลือเธอขึ้นมาในวันเสาร์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือหญิงชาวเนปาลขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อวันเสาร์ (5 ก.ย. 2569) จากบ้านที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลนหนาและเศษซากความเสียหาย หลังภูมิภาคดังกล่าวถูกโคลนและน้ำท่วมฉับพลันซัดถล่มอย่างหนักเมื่อ 10 วันก่อน

เจ้าหน้าที่ของเนปาลส่งเสียงโห่ร้องยินดี ขณะที่นางจันทริกา เศรษฐา (Chandrika Shrestha) หญิงวัย 64 ปี ถูกดึงตัวออกมาจากบ้านที่ถูกฝังในอำเภอนูวาโกต (Nuwakot) ในสภาพตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน

“ทีมตำรวจพบเธอขณะกำลังเคลียร์พื้นที่ เธอถูกลำเลียงทางอากาศไปยังกรุงกาฐมาณฑุเพื่อรับการรักษาแล้ว” อิคบาล ฮาวารี (Iqbal Hawari) รองผู้บังคับการตำรวจ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP)

ทั้งนี้ ทีมตอบสนองภัยพิบัติฉุกเฉินทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต นับตั้งแต่คลื่นน้ำและโคลนมหึมาคล้ายสึนามิพัดถล่มบริเวณชายแดนจีน-เนปาล หลังเกิดเหตุธารน้ำแข็งและหินถล่มเมื่อวันที่ 26 ส.ค.

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็เพิ่งช่วยเหลือชายชาวจีนที่รอดชีวิตอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Upper Trishuli-1 ในอำเภอราสุวา (Rasuwa) ของเนปาล

อย่างไรก็ตาม สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติระบุว่า จนถึงขณะนี้พบผู้เสียชีวิตในเนปาลแล้ว 1,344 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีกราว 5,000 คน ขณะที่สื่อรัฐบาลจีนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตในฝั่งจีน 31 ศพ และสูญหาย 531 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเรือน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ ในอ่าวเปอร์เซีย

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเรือน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ ในอ่าวเปอร์เซีย

5 ก.ย. 2569 22:07 น.

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเรือน้ำมันอิหร่าน 3 ลำ ในอ่าวเปอร์เซีย

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเข้าใส่เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย 3 ลำ เพื่อตอบโต้หลังจากเรือรบของสหรัฐฯ 2 ลำที่ฝ่ายอิหร่านโจมตีเข้าใส่ก่อนหน้านี้

กองทัพสหรัฐอเมริกาเปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ 5 ก.ย. 2569 ว่า พวกเขาโจมตีเข้าใส่เรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน จำนวน 3 ลำ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวเข้าใส่เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ 2 ลำ

“เรือบรรทุกเครื่องบินและเรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐฯ สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีโดยไร้เหตุยั่วยุหลายครั้งของอิหร่านได้สำเร็จ” แถลงการณ์จากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุ

CENTCOM บอกอีกว่า หลังจากการโจมตีที่ไม่สำเร็จของอิหร่าน กองทัพสหรัฐฯ ก็ได้สร้างความเสียหายอย่างถาวรแก่เรือบรรทุกน้ำมันดิบ M/T Downy ของ IRGC นอกชายฝั่งเกาะคาร์ก (Kharg Island) และเรือ M/T Stark 1 ใกล้กับเมืองจาสค์ (Jask)

“กองกำลังอเมริกันยังได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบเปล่า M/T Kylo (หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “Noxen”) ในอ่าวโอมานอย่างสิ้นเชิง โดยยิงเข้าใส่จุดสำคัญหลายจุดของเรือเพื่อให้ใช้งานไม่ได้ หลังจากลูกเรือได้รับคำสั่งให้สละเรือแล้ว”

แถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุด้วยว่า เรือทั้ง 3 ลำ “เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายลับมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งทำหน้าที่ระดมทุนให้แก่ IRGC และกองกำลังตัวแทนในภูมิภาค”

“ขอส่งข้อความที่ชัดเจนถึง IRGC หากคุณยิงใส่เรือของเรา 2 ลำ เราจะลงโทษด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงยิ่งกว่าเดิม นั่นคือการทำลายเรือของคุณ 3 ลำ” พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการ CENTCOM กล่าว

ทั้งนี้ สหรัฐฯ กับอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันอีกครั้งเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากระงับการโจมตีมานานกว่า 1 เดือน จากนั้นพวกเขาก็ยิงอาวุธเข้าใส่ดินแดนหรือสถานที่ทางทหารของอีกฝ่ายแทบจะรายวัน

สำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) รายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันซึ่งจอดอยู่ในพื้นที่ทอดสมอ ถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิด 4 ลูกที่ยิงมาจากกองทัพสหรัฐฯ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และลูกเรือกำลังอยู่ในขั้นตอนการอพยพออกจากเรือ

ไฟล์เสียงที่ CNN ยืนยันความถูกต้องแล้วแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ ส่งคำเตือนไปยังเรือลำดังกล่าวผ่านช่องทางฉุกเฉิน โดยในไฟล์เสียงหนึ่ง นักบินอเมริกันกล่าวว่า “เรือบรรทุกน้ำมัน STARK 1 นี่คือเครื่องบินทหารของสหรัฐฯ ผมกำลังเตรียมยิงใส่ท้ายเรือของคุณ คุณมีเวลา 10 นาทีในการย้ายลูกเรือออกจากท้ายเรือ เปลี่ยน”

ในการสื่อสารต่อมา เรือได้รับการเตือนว่า “นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้าย … ลงเรือชูชีพและสละเรือทันที”

ในระหว่างนั้น ตามไฟล์เสียงที่ CNN ได้ยิน มีเสียงของผู้ที่อ้างว่าอยู่บนเรือลำดังกล่าวขอให้เครื่องบินหยุดยิง พร้อมเสริมว่า “พวกเราถูกทำลายหมดแล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 กันยายน 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 กันยายน 2569 น้ำมัน "เบนซิน-ดีเซล" แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

5 ก.ย. 2569 17:00 น.

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 กันยายน 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

อัปเดตล่าสุด ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 กันยายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดต ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 กันยายน 2569 กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยราคาน้ำมันพรุ่งนี้ มีดังนี้

ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 6 กันยายน 2569

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 6 กันยายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส อยู่ที่ 49.25 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98 พลัส อยู่ที่ 49.29 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 29.23 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 33.29 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 37.92 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 38.29 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 6 กันยายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 33.29 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 37.92 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 38.29 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 47.28 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 47.79 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ X ดีเซล อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ X 99 อยู่ที่ 49.79 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 6 กันยายน 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 33.49 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 38.42 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 38.79 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 6 กันยายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 38.29 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 37.92 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 47.78 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 33.29 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 6 กันยายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตร
  • เบนซิน 95 อยู่ที่ 47.43 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 38.29 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 37.92 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 33.29 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 6 กันยายน 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 49.26 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 38.29 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 37.92 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 33.29 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 49.80 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่.

ระทึก ไฟป่าอินโดนีเซียลามใกล้เมืองหลวงใหม่ “นูซันตารา” เผาพื้นที่ 400 ไร่ เร่งดับไฟ

ระทึก ไฟป่าอินโดนีเซียลามใกล้เมืองหลวงใหม่ "นูซันตารา" เผาพื้นที่ 400 ไร่ เร่งดับไฟ

5 ก.ย. 2569 09:16 น.

ระทึก ไฟป่าอินโดนีเซียลามใกล้เมืองหลวงใหม่ “นูซันตารา” เผาพื้นที่ 400 ไร่ เร่งดับไฟ

ไฟป่าอินโดนีเซียเริ่มลุกลามเข้าใกล้ “นูซันตารา” เมืองหลวงแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างบนเกาะบอร์เนียว เผาพื้นที่ไปแล้วราว 2,500 ไร่ ทางการเร่งขอทำฝนเทียมและโปรยน้ำเพื่อดับไฟให้เร็วที่สุด

สถานการณ์ไฟป่าในอินโดนีเซียเริ่มน่าวิตก หลังไฟป่าหลายจุดบนเกาะบอร์เนียวลุกลามเข้าใกล้พื้นที่ของ นูซันตารา เมืองหลวงแห่งใหม่ของอินโดนีเซียที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่งผลให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติเร่งดำเนินมาตรการควบคุมไฟ ทั้งการทำฝนเทียมและการใช้เครื่องบินทิ้งน้ำดับไฟ

อินโดนีเซียกำลังเพิ่มความพยายามรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันใน 6 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดบนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา โดยขณะนี้มีพื้นที่ถูกไฟเผาไปแล้วรวมประมาณ 73,311 เฮกตาร์ หรือกว่า 458,000 ไร่

ก่อนหน้านี้พื้นที่ทางตะวันออกของเกาะบอร์เนียว ซึ่งเป็นที่ตั้งของนูซันตารา ถือว่าค่อนข้างปลอดภัย แม้ไฟป่าจะเริ่มรุนแรงขึ้นหลังเข้าสู่ฤดูแล้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ล่าสุดไฟได้ลุกลามเข้าสู่พื้นที่โดยรอบเมืองหลวงใหม่แล้ว

อากุส ริยันโต ผู้อำนวยการฝ่ายตอบสนองเหตุฉุกเฉินของหน่วยงานจัดการภัยพิบัติ เปิดเผยว่า หน่วยงานที่ดูแลโครงการนูซันตาราได้ร้องขอให้มีการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมสถานการณ์

จุดที่เกิดไฟป่ารุนแรงที่สุดในเขตเมืองหลวงใหม่อยู่ที่ อุทยานป่าบูกิต ซูฮาร์โต หรือ “เขาซูฮาร์โต” ซึ่งตั้งชื่อตามอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต โดยมีพื้นที่ถูกไฟเผาไปแล้วประมาณ 300 เฮกตาร์ หรือเกือบ 1,900 ไร่

พื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากใจกลางนูซันตาราประมาณ 50 กิโลเมตร ขณะที่เมื่อรวมพื้นที่โดยรอบเมืองหลวงใหม่ พบว่าไฟป่าได้เผาพื้นที่ไปแล้วประมาณ 400 เฮกตาร์ หรือราว 2,500 ไร่ ณ วันที่ 2 กันยายน

อินโดนีเซียเจอฤดูแล้งหนักที่สุดในรอบ 10 ปี

หน่วยงานรับมือภัยพิบัติของอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับฤดูแล้งที่ท้าทายที่สุดในรอบประมาณ 1 ทศวรรษ โดยสถานการณ์รุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์ เอลนีโญรุนแรง หรือ ซูเปอร์เอลนีโญ ส่งผลให้สภาพอากาศแห้งแล้งและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า

ขณะนี้อินโดนีเซียมีเครื่องบินจำนวน 53 ลำ ที่ปฏิบัติภารกิจโปรยน้ำดับไฟและทำฝนเทียม ขณะที่ญี่ปุ่นได้ส่งเครื่องบินและเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือด้วย

หน่วยงานจัดการภัยพิบัติยังเตรียมส่งเฮลิคอปเตอร์จากจังหวัดกาลิมันตันใต้ ซึ่งอยู่ใกล้เคียง เข้ามาปฏิบัติภารกิจโปรยน้ำดับไฟในพื้นที่รอบนูซันตารา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้ปริมาณเมฆในพื้นที่ยังไม่เพียงพอสำหรับการทำฝนเทียม แต่จะดำเนินการทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย

ขณะเดียวกัน ชาวมุสลิมหลายร้อยคนรวมตัวกันบริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาลในนูซันตาราเมื่อวันศุกร์ เพื่อประกอบพิธีละหมาดอิสติสกอ ซึ่งเป็นการสวดขอฝน ท่ามกลางสถานการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกลาม

รุดดี อับดุลเลาะห์ ผู้นำในการประกอบพิธีกล่าวว่า ผู้คนจำเป็นต้องขอการอภัยจากพระเจ้า และหากได้รับการโปรดปราน ฝนตกหนักก็จะตามมา

โครงการก่อสร้างนูซันตารา เมืองหลวงแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย มีมูลค่าประมาณ 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอดีตประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ประกาศแผนก่อสร้างเมื่อปี 2562 เพื่อย้ายเมืองหลวงออกจากกรุงจาการ์ตาบนเกาะชวา ซึ่งเผชิญปัญหาการจราจรติดขัด น้ำท่วม และแผ่นดินทรุดอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวเผชิญความล่าช้าและการปรับลดงบประมาณ หลังประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เข้ารับตำแหน่งในปี 2567

วิสนูโบรโต ซาโรซา ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองและการวางแผนกล่าวว่า นูซันตาราอาจไม่ใช่ทำเลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยป่าและมีแหล่งน้ำจำกัด แม้ความเสี่ยงไฟป่าจะยังต่ำกว่าพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของเกาะบอร์เนียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อินโดนีเซียใช้ร่วมกับมาเลเซียและบรูไนก็ตาม

สถานการณ์ไฟป่าครั้งนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของอินโดนีเซีย ขณะที่ทางการต้องเร่งควบคุมไฟและหมอกควัน ก่อนที่สถานการณ์จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ก่อสร้างและชุมชนโดยรอบเมืองหลวงแห่งใหม่.

ที่มา : channelnewsasia

ระทึกสะพานบรูคลิน ชายถือมีดเดินบนสายเคเบิล ตำรวจยิงดับ หลังพุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่

ระทึกสะพานบรูคลิน ชายถือมีดเดินบนสายเคเบิล ตำรวจยิงดับ หลังพุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่

5 ก.ย. 2569 08:09 น.

ระทึกสะพานบรูคลิน ชายถือมีดเดินบนสายเคเบิล ตำรวจยิงดับ หลังพุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่

เกิดเหตุระทึกบนสะพานบรูคลิน แลนด์มาร์กสำคัญของนิวยอร์ก เมื่อชายคลั่งถือมีดเดินอยู่บนสายเคเบิลของสะพาน ก่อนพุ่งใส่ตำรวจที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้ลงจากสะพาน จนถูกตำรวจยิงดับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครนิวยอร์กเปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันศุกร์ตามเวลาในท้องถิ่น ส่งผลให้ต้องปิดสะพานบรูคลินและทำให้การจราจรในพื้นที่ติดขัดเป็นเวลาหลายชั่วโมง

เจอราร์ด ดาวลิง ผู้บังคับบัญชาหน่วยบริการฉุกเฉินของตำรวจนครนิวยอร์ก เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า ชายคนดังกล่าวบอกทีมกู้ภัยของตำรวจว่า ต้องการให้ตำรวจฆ่าเขา และอ้างว่ามีระเบิด

เจ้าหน้าที่จึงใช้สายรัดนิรภัยยึดตัวเองเข้ากับโครงสร้างของสะพาน พร้อมพูดคุยเกลี้ยกล่อมชายคนดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมง โดยพยายามบอกว่าต้องการช่วยเหลือและพาเขาลงมายังจุดปลอดภัย พร้อมขอให้ชายคนนี้วางมีดหลายครั้ง แต่เขายังคงถืออาวุธเอาไว้

ต่อมาชายคนดังกล่าวเริ่มปีนลงมาตามสายเคเบิลอย่างรวดเร็ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เรียงกันอยู่ด้านล่างบนสายเคเบิลเส้นเดียวกัน ทำให้เจ้าหน้าที่พยายามถอยห่างจากชายคนดังกล่าว แต่ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้เร็วเท่าเขา เนื่องจากชายคนนี้กำลังมุ่งหน้าเข้ามาหาเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว เมื่อชายคนดังกล่าวเข้ามาในระยะประมาณ 3 ฟุตจากเจ้าหน้าที่นายหนึ่ง เขายกแขนที่ถือมีดและพุ่งเข้าหาตำรวจ ทำให้ตำรวจอีกนายหนึ่งซึ่งอยู่บนพื้นถนนของสะพานตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงชายคนดังกล่าว 1 นัด ก่อนจะนำตัวชายคนนี้ลงจากสายเคเบิลและนำส่งโรงพยาบาล แต่เขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตำรวจระบุว่า กล้องติดตัวของเจ้าหน้าที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาไว้ได้ทั้งหมด ขณะที่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อของชายผู้เสียชีวิต โดยนอกจากมีดแล้ว ตำรวจยังพบไฟฉายอยู่กับตัวชายคนดังกล่าวด้วย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เจ้าหน้าที่พบระเบิดตามที่ชายคนนี้กล่าวอ้างหรือไม่ เจอราร์ด ดาวลิง ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 4 วันหลังจากเกิดเหตุหญิงรายหนึ่งใช้มีดแทงคนแบบสุ่มในไทม์สแควร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ก่อนหญิงคนดังกล่าวจะถูกตำรวจยิงวิสามัญเสียชีวิตเช่นกัน.

ที่มา : AP

รัสเซียส่งโดรนถล่มสำนักงานใหญ่หน่วยความมั่นคงยูเครนกลางกรุงเคียฟ เจ็บ 12 ราย

รัสเซียส่งโดรนถล่มสำนักงานใหญ่หน่วยความมั่นคงยูเครนกลางกรุงเคียฟ เจ็บ 12 ราย

5 ก.ย. 2569 07:50 น.

รัสเซียส่งโดรนถล่มสำนักงานใหญ่หน่วยความมั่นคงยูเครนกลางกรุงเคียฟ เจ็บ 12 ราย

รัสเซียส่งโดรนโจมตีสำนักงานใหญ่หน่วยความมั่นคงยูเครน กลางกรุงเคียฟ โดยตรงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่ม มีผู้บาดเจ็บ 12 ราย ท่ามกลางการโจมตีต่อเนื่อง 8 วัน

วันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุโดรนรัสเซียโจมตีสำนักงานใหญ่ของหน่วยความมั่นคงยูเครน ในกรุงเคียฟ โดยตรงในช่วงกลางวัน นับเป็นครั้งแรกที่อาคารสำคัญของหน่วยงานแห่งนี้ถูกโจมตีนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 4 ปีก่อน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 12 ราย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่า โดรนพุ่งเป้าไปยังสำนักงานของนายโอเล็กซานเดอร์ โปกลัด หัวหน้าหน่วยความมั่นคง ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคาร แต่ทางหน่วยความมั่นคงยืนยันในเวลาต่อมาว่านายโปกลัดปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

โดยนายเซเลนสกีกล่าวว่า ได้สั่งให้นายโปกลัดดำเนินการตอบโต้รัสเซียอย่างเหมาะสมและสร้างผลกระทบที่ชัดเจน โดยหากเป็นไปได้จะตอบโต้ในลักษณะที่สอดคล้องกับการโจมตีครั้งนี้ หลังเตรียมการเสร็จสิ้น พร้อมระบุว่ากองทัพยูเครนจะสนับสนุนปฏิบัติการตอบโต้

ทั้งนี้ การโจมตีเกิดขึ้นหลังกรุงเคียฟเผชิญการโจมตีทางอากาศจากรัสเซียต่อเนื่องเกือบไม่เว้นช่วงนาน 8 วัน โดยมีทั้งอาคารหลายแห่งในพื้นที่ใจกลางเมือง รวมถึงคลังสินค้าและโรงงานในเขตชานเมืองถูกโจมตี ซึ่งนับตั้งแต่การโจมตีระลอกต่อเนื่องเริ่มขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 53 ราย และบาดเจ็บ 134 รายในกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยูเครนกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างหนัก.

ที่มา Aljazeera

ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสึนามิ หลังภูเขาไฟอินโดนีเซียปะทุ ยังไม่พบระดับน้ำทะเลเปลี่ยนชัดเจน

ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสึนามิ หลังภูเขาไฟอินโดนีเซียปะทุ ยังไม่พบระดับน้ำทะเลเปลี่ยนชัดเจน

5 ก.ย. 2569 06:01 น.

ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสึนามิ หลังภูเขาไฟอินโดนีเซียปะทุ ยังไม่พบระดับน้ำทะเลเปลี่ยนชัดเจน

ญี่ปุ่นเฝ้าระวังความเสี่ยงสึนามิ หลังภูเขาไฟกรากะตัว ของอินโดนีเซียปะทุรุนแรง ส่งลาวาพุ่งจากปากปล่องและเถ้าถ่านสูง 400 เมตร

วันที่ 5 กันยายน 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น กำลังติดตามความเป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิ หลังภูเขาไฟกรากะตัว (Krakatau) ของอินโดนีเซียเกิดการปะทุครั้งใหญ่เมื่อคืนวันศุกร์ โดยจนถึงเวลา 06.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลอย่างชัดเจนในญี่ปุ่น

รายงานข่าวระบุว่า ข้อมูลของ MAGMA Indonesia หน่วยงานติดตามภูเขาไฟของอินโดนีเซียเผยให้เห็นว่่า มีการปะทุของภูเขาไฟส่งน้ำพุลาวาพุ่งขึ้นเหนือปากปล่อง ขณะที่กลุ่มเถ้าถ่านลอยขึ้นไปสูงประมาณ 400 เมตร 

ล่าสุดทางการอินโดนีเซียยังคงประกาศระดับการเตือนภัยภูเขาไฟอยู่ที่ระดับ 3 และกำหนดเขตห้ามเข้าในรัศมี 3 กิโลเมตรจากปากปล่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังคงตรวจสอบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่าการปะทุของภูเขาไฟจะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่ส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่นหรือไม่

ที่มา NHK