เผยอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า ที่ต้องยุติภารกิจก่อนกำหนด เหตุอยู่ดีๆ พูดไม่ได้ แพทย์ยังไม่พบสาเหตุ

เผยอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า ที่ต้องยุติภารกิจก่อนกำหนด เหตุอยู่ดีๆ พูดไม่ได้ แพทย์ยังไม่พบสาเหตุ

28 มี.ค. 2569 08:20 น.

เผยอาการป่วยนักบินอวกาศนาซ่า ที่ต้องยุติภารกิจก่อนกำหนด เหตุอยู่ดีๆ พูดไม่ได้ แพทย์ยังไม่พบสาเหตุ

ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ หลังมีการเปิดเผยอาการป่วยปริศนาของนักบินอวกาศไมค์ ฟินเคอ นักบินอวกาศมากประสบการณ์ของนาซ่า ที่ป่วยกะทันหันด้วยอาการพูดไม่ได้ จนทำเอาภารกิจล่ม โดยแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุ

ไมค์ ฟินเคอ ซึ่งเป็นนักบินอวกาศที่เดินทางสู่อวกาศมาแล้ว 4 ครั้ง เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม ขณะที่เขากำลังรับประทานอาหาร หลังจากเตรียมตัวสำหรับภารกิจเดินอวกาศ (spacewalk) ในวันถัดไป

เขาเล่าว่า อาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว โดยจู่ ๆ ก็ไม่สามารถพูดได้ และไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ร่วมด้วย ทำให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่บน สถานีอวกาศนานาชาติ ISS ต้องรีบเข้าช่วยเหลือทันที พร้อมติดต่อทีมแพทย์ภาคพื้นดินอย่างเร่งด่วน

ฟินเคอกล่าวในการให้สัมภาษณ์จากศูนย์อวกาศจอห์นสัน ในเมืองฮิวสตันว่า มันเกิดขึ้นแบบไม่มีสัญญาณเตือนเลย และเกิดขึ้นเร็วมากอย่างไม่น่าเชื่อ 

ฟินเคอ วัย 59 ปี อดีตนายทหารอากาศสหรัฐฯ ระบุว่า อาการดังกล่าวกินเวลาประมาณ 20 นาที ก่อนจะหายเป็นปกติ และจนถึงปัจจุบัน เขายืนยันว่าไม่เคยมีอาการลักษณะนี้มาก่อน หรือหลังจากนั้นอีกเลย

เขาเล่าว่า ลูกเรือทั้ง 6 คนต่างเข้ามาช่วยเหลือทันทีเมื่อเห็นว่าเขาอยู่ในภาวะผิดปกติ

แม้ฟินเคอจะผ่านการตรวจร่างกายอย่างละเอียดหลายครั้งหลังกลับสู่โลก แต่ NASA ยังคงไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้

ขณะเกิดเหตุ ทีมงานได้ใช้เครื่องอัลตราซาวด์บนสถานีอวกาศตรวจสอบอาการเบื้องต้น และหลังจากนั้น องค์กรยังได้เริ่มทบทวนข้อมูลสุขภาพของนักบินอวกาศรายอื่น ๆ เพื่อค้นหากรณีที่อาจเกี่ยวข้องกัน

ฟินเคอยังระบุว่า เขาไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ เนื่องจาก NASA ต้องการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวด้านสุขภาพของนักบินอวกาศ เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลหากมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

เหตุการณ์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ “การอพยพทางการแพทย์จากสถานีอวกาศครั้งแรก” ของนาซ่า (NASA) ส่งผลให้ภารกิจเดินอวกาศต้องถูกยกเลิก ซึ่งเดิมจะเป็นการเดินอวกาศครั้งที่ 10 ของฟินเคอ และเป็นครั้งแรกของเพื่อนร่วมทีม

นอกจากนี้ ลูกเรือรวม 4 คนยังต้องเดินทางกลับโลกก่อนกำหนด โดยยานของ SpaceX พาพวกเขากลับเมื่อวันที่ 15 มกราคม เร็วกว่ากำหนดกว่า 1 เดือน และถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทันที

ทั้งนี้ ฟินเคอยอมรับว่า เขารู้สึกผิดที่เหตุการณ์ของเขาทำให้ภารกิจต้องถูกยกเลิก แต่ภายหลังได้รับกำลังใจจากผู้บริหารและเพื่อนร่วมงาน รวมถึงจาเร็ด ไอแซคแมน ที่ขอให้เขาหยุดโทษตัวเอง โดยเพื่อนร่วมทีมกล่าวว่านี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่มันคือเรื่องของอวกาศ โดยฟินเคอยังคงมองโลกในแง่ดี และหวังว่าจะมีโอกาสได้กลับไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศอีกครั้งในอนาคต.

ที่มา : channelnewsasia

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ควันดำพวยพุ่ง อิสราเอลรับโจมตีเป้าหมายรัฐบาลอิหร่าน

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ควันดำพวยพุ่ง อิสราเอลรับโจมตีเป้าหมายรัฐบาลอิหร่าน

28 มี.ค. 2569 08:06 น.

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ควันดำพวยพุ่ง อิสราเอลรับโจมตีเป้าหมายรัฐบาลอิหร่าน

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายจุดในกรุงเตหะราน ควันดำพวยพุ่ง อิสราเอลยืนยันเปิดฉากโจมตีเป้าหมายของรัฐบาลอิหร่าน

วันที่ 28 มีนาคม 2569 สำนักข่าว AFP รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายครั้งในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน ในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ โดยผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดอย่างน้อยประมาณ 10 ครั้ง และเห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นเหนือเมือง

รายงานระบุว่า เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นมีความรุนแรง และสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ ขณะที่สถานการณ์ยังคงคลี่คลายได้ยาก

ล่าสุดกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของรัฐบาลอิหร่าน ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเตหะราน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายหรือความเสียหาย

ทั้งนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ดำเนินมาแล้วราว 1 เดือน หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งยังไม่มีสัญญาณยุติ และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคและเศรษฐกิจโลกอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา AFP

“ไทเกอร์ วูดส์” โดนข้อหาเมาแล้วขับ หลังรถพลิกคว่ำในฟลอริดา ปฏิเสธตรวจปัสสาวะ

“ไทเกอร์ วูดส์” โดนข้อหาเมาแล้วขับ หลังรถพลิกคว่ำในฟลอริดา ปฏิเสธตรวจปัสสาวะ

28 มี.ค. 2569 06:17 น.

“ไทเกอร์ วูดส์” โดนข้อหาเมาแล้วขับ หลังรถพลิกคว่ำในฟลอริดา ปฏิเสธตรวจปัสสาวะ

“ไทเกอร์ วูดส์” ตำนานโปรกอล์ฟโลกถูกตั้งข้อหาเมาแล้วขับ หลังเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำในรัฐฟลอริดา แม้ผลเป่าแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ แต่ปฏิเสธตรวจเพิ่มเติม

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ไทเกอร์ วูดส์ โปรกอล์ฟชื่อดังชาวอเมริกัน ถูกตั้งข้อหา “ขับรถภายใต้อิทธิพลของสารมึนเมา” (Driving Under the Influence-DUI) หลังประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ โดยสำนักงานนายอำเภอมาร์ตินเคาน์ตี  เปิดเผยว่า นอกจากข้อหาเมาแล้วขับแล้ว วูดส์ยังถูกตั้งข้อหาทำให้ทรัพย์สินเสียหาย และปฏิเสธการตรวจตามกฎหมาย

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนบีช โรด ในพื้นที่จูปิเตอร์ ไอส์แลนด์ เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายวูดส์ขับรถแลนด์โรเวอร์พยายามแซงรถบรรทุกเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงด้วยความเร็ว ก่อนเฉี่ยวชนและทำให้รถพลิก หลังเกิดเหตุเขาต้องคลานออกจากรถทางประตูฝั่งผู้โดยสาร แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ไทเกอร์ วูดส์ ผ่านการตรวจแอลกอฮอล์ด้วยเครื่องเป่า ซึ่งให้ผลเป็นศูนย์ แต่ปฏิเสธการตรวจปัสสาวะ ทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของสารชนิดใดในขณะเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่พบสัญญาณของความบกพร่องในการขับขี่ ระหว่างการตรวจสอบภาคสนาม แม้จะไม่มีหลักฐานการดื่มแอลกอฮอล์

เขาระบุเพิ่มเติมว่า วูดส์ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ แต่เลือกไม่ให้ข้อมูลที่อาจกระทบต่อคดีและมีสิทธิ์ปฏิเสธการตรวจเพิ่มเติมตามกฎหมาย แม้จะถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากการปฏิเสธนั้น โดยภายหลังถูกควบคุมตัว วูดส์ถูกนำไปยังเรือนจำมาร์ตินเคาน์ตี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวหลังควบคุมตัวตามขั้นตอน โดยข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นความผิดระดับลหุโทษ.

ที่มา BBC 

ทูตพิเศษทรัมป์ หวังเจรจาอิหร่านสัปดาห์นี้ กดดันตอบดีล 15 ข้อ ย้ำต้องการยุติสงคราม

ทูตพิเศษทรัมป์ หวังเจรจาอิหร่านสัปดาห์นี้ กดดันตอบดีล 15 ข้อ ย้ำต้องการยุติสงคราม

28 มี.ค. 2569 05:46 น.

ทูตพิเศษทรัมป์ หวังเจรจาอิหร่านสัปดาห์นี้ กดดันตอบดีล 15 ข้อ ย้ำต้องการยุติสงคราม

ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยมีความหวังจัดการเจรจากับอิหร่านภายในสัปดาห์นี้  ระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการติดต่อกัน โดยย้ำสหรัฐฯ พร้อมรอคำตอบข้อตกลง 15 ข้อเพื่อยุติสงคราม 

วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ มีความหวังจะจัดการเจรจากับอิหร่านภายในสัปดาห์นี้ พร้อมระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการติดต่อกัน โดยนายวิทคอฟฟ์กล่าวระหว่างงาน F11 Priority ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดาว่า รัฐบาลสหรัฐฯ คาดหวังว่าจะมีการพบกันในสัปดาห์นี้ พร้อมชี้ว่า การที่เรือสามารถเดินทางผ่านเส้นทางเดินเรือได้เป็น “สัญญาณที่ดีมาก”

นอกจากนี้เขายังย้ำว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องการข้อตกลงสันติภาพ และเปิดเผยว่าสหรัฐฯ ได้เสนอ “ข้อตกลง 15 ข้อ” ให้อิหร่านพิจารณามาระยะหนึ่งแล้ว พร้อมคาดหวังคำตอบในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากคำให้สัมภาษณ์ของนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านอาจสิ้นสุดภายใน “ไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่หลายเดือน” โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการผลักดันแนวทางการเจรจาควบคู่ไปกับแรงกดดันทางทหาร ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย.

ที่มา BBC

IAEA เตือนทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน

IAEA เตือนทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน

28 มี.ค. 2569 02:20 น.

IAEA เตือนทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน

หน่วยงานพลังงานปรมาณูของสหประชาชาติ เรียกร้องทุกฝ่ายลดความตึงเครียด หวั่นเกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์ หลังอิสราเอลโจมตี 2 เป้าหมายในอิหร่าน

วันที่ 27 มีนาคม 2569 ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency (IAEA)) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีสถานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน 2 แห่ง รวมถึงโรงงานแปรรูปยูเรเนียม

โดยนายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ IAEA ระบุว่า จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการยกระดับความรุนแรงทางทหาร เพื่อป้องกันความเสี่ยงของอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมระบุว่าจากการตรวจสอบล่าสุด ไม่พบระดับรังสีเพิ่มขึ้นนอกพื้นที่บริเวณโรงงานชาฮิด เรซายี เนจัด  ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ถูกโจมตี

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานย้ำว่า สถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์อาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรง หากไม่มีการควบคุมสถานการณ์อย่างเหมาะสม โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้เพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ในภูมิภาค และตอกย้ำแรงกดดันจากนานาชาติให้ทุกฝ่ายลดการเผชิญหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามเกินควบคุม.

ที่มา AFP

ฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออก แทนซาเนียดับแล้วอย่างน้อย 20 ศพ เสี่ยงเพิ่มอีก

ฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออก แทนซาเนียดับแล้วอย่างน้อย 20 ศพ เสี่ยงเพิ่มอีก

27 มี.ค. 2569 23:43 น.

ฝนตกหนักดินถล่มแถบแอฟริกาตะวันออก แทนซาเนียดับแล้วอย่างน้อย 20 ศพ เสี่ยงเพิ่มอีก

ฝนตกหนักทำดินถล่มในหลายประเทศแถบแอฟริกาตะวันออก ที่แทนซาเนียบ้านพังหลายหลัง เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ศพ รวมไปถึงเด็กเล็ก เตือนอพยพด่วน ขณะหลายประเทศในภูมิภาคเผชิญวิกฤตหนัก

วันที่ 27 มีนาคม 2569 เกิดเหตุดินถล่มจากฝนตกหนักในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศแทนซาเนีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ศพ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมและภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงทั่วแอฟริกาตะวันออก โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า เหตุเกิดขึ้นในภูมิภาคอึมเบยา เมื่อช่วงเช้าวันพุธ ที่ผ่านมาหลังฝนตกหนักและลมแรงทำให้ดินถล่มทับบ้านเรือนหลายหลังในเขตรุงเว  

ทางด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 20 ศพแล้ว และมีผู้เสียชีวิตเป็นเด็กอายุเพียง 1 ขวบครึ่งรวมอยู่ด้วย ขณะที่หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ฝนจะยังคงตกต่อเนื่องในอีกหลายวันข้างหน้า เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มและน้ำท่วม โดยในส่วนของผู้ว่าการเขตเรียกร้องให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพออกจากพื้นที่ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศแห่งภูมิภาค  เตือนว่า ฤดูฝนระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมปีนี้ มีโอกาส 45% ที่ปริมาณฝนจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในหลายประเทศ ตั้งแต่อูกันดาไปจนถึงจิบูตี

ทั้งนี้ วิกฤตครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับสถานการณ์รุนแรงในหลายประเทศแอฟริกาตะวันออก โดยในประเทศเคนยา มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมแล้วอย่างน้อย 88 ศพและมีพื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 21 เขตการปกครอง รายงานระบุว่าแม่น้ำอย่างน้อย 2 สายเอ่อล้นตลิ่ง หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือน ส่งผลให้ต้องระดมกำลังทหารเข้าช่วยเหลือการกู้ภัย ขณะที่ทางตอนใต้ของเอธิโอเปีย มีผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มอย่างน้อย 80 ศพเมื่อต้นเดือนมีนาคม.

ที่มา AP

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จมต้นทุนน้ำมัน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือ

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จมต้นทุนน้ำมัน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือ

27 มี.ค. 2569 20:53 น.

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จมต้นทุนน้ำมัน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือ

วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จมต้นทุนน้ำมัน จี้รัฐเร่งช่วยเหลือ รายได้หด เสนอรัฐหนุนรถไฟฟ้า-ปลดล็อกการขึ้นทะเบียน ชี้เป็นทางรอดระยะยาว

ท่ามกลางสถานการณ์น้ำมันแพงที่ซ้ำเติมด้วยปัญหาน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่ ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญความยากลำบากในการหาน้ำมันเติม ต้นทุนจึงพุ่งสูง ขณะที่เวลาทำมาหากินกลับลดลง

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สัมภาษณ์ เฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย ถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันแพงที่กำลังกดทับชีวิตคนทำงานบนท้องถนนอย่างหนัก

ปัญหาไม่ได้มีเพียงราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น แต่ยังรวมถึงการหาน้ำมันเติมได้ยาก ปั๊มที่เคยใช้บริการกลับไม่มีน้ำมันให้เติม โดยเฉพาะปั๊มในซอย ทำให้ผู้ขับขี่ต้องตะเวนหาแหล่งเติมน้ำมันแทนที่จะใช้เวลาวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ส่งผลให้ทั้งต้นทุนเพิ่มขึ้นและรายได้ลดลงพร้อมกัน

เวลาหาย รายได้หด

เวลาที่ใช้หารายได้ เปลี่ยนเป็นเวลาตามหาปั๊มน้ำมัน รายได้จึงลดลง ขณะที่ค่าโดยสารยังคงเท่าเดิม เพราะผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ไม่ต้องการผลักภาระไปยังผู้โดยสาร ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น เขายกตัวอย่างว่า เดิมทีเติมน้ำมันเพียง 100-120 บาท สามารถวิ่งได้ทั้งวันและมีรายได้ราว 500 บาท แต่ปัจจุบันต้องเพิ่มค่าเติมเป็น 150 บาท ขณะที่รายได้ลดลงเหลือเพียง 300-400 บาท เนื่องจากเสียเวลาไปกับการหาน้ำมัน และจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง

สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้ผู้ขับขี่ต้องปรับตัว จากเดิมเติมน้ำมันตอนเช้า กลายเป็นต้องออกไปหาน้ำมันช่วงเย็นก่อนกลับบ้าน พร้อมมีการสื่อสารกันในกลุ่มวินว่า “ปั๊มไหนมีน้ำมัน” เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขณะเดียวกัน จำนวนผู้โดยสารก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่มีผู้ใช้บริการ 20-30 คนต่อวัน ปัจจุบันเหลือเพียงราว 25 คนหรือน้อยกว่า เนื่องจากประชาชนรัดเข็มขัด ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น และเดินทางเฉพาะกรณีจำเป็นจริง ๆ

การแข่งขันสูง งานระยะไกลหาย

โอกาสในการรับงานระยะไกลลดลง เนื่องจากการเข้ามาของแอปพลิเคชันเรียกรถ ทำให้วินมอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่รับงานได้เพียงระยะใกล้ รายได้ต่อเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 15-20 บาท กลุ่มผู้ใช้บริการหลักจึงเหลือเพียงคนที่ใช้เดินทางเข้า-ออกซอยในชีวิตประจำวัน

เสียงสะท้อนถึงรัฐ “แพงยังพอรับได้ แต่ไม่มีให้เติมรับไม่ได้”

เฉลิมสะท้อนความรู้สึกของผู้ขับขี่ว่า แม้ราคาน้ำมันจะแพง แต่สิ่งที่สร้างความไม่พอใจมากกว่าคือการไม่มีน้ำมันให้เติม ซึ่งทำให้การทำงานสะดุดและเพิ่มภาระโดยไม่จำเป็น ภายในกลุ่มผู้ขับขี่เองมีความกังวลเรื่องการปรับขึ้นค่าโดยสาร เพราะเกรงว่าจะกระทบผู้โดยสารและถูกต่อต้าน ขณะที่รายได้ในปัจจุบันก็อยู่ในระดับที่ “แทบจะอยู่ไม่ไหวแล้ว”

เฉลิมเสนอว่า ภาครัฐควรเร่งสนับสนุนการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในกลุ่มผู้ขับขี่รับจ้าง เพื่อลดภาระต้นทุนด้านพลังงาน และช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM 2.5

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดสำคัญ ทั้งระยะทางวิ่งที่ยังไม่เพียงพอ ระบบสถานีชาร์จที่ไม่ครอบคลุม รวมถึงข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัยของผู้ขับขี่ที่ไม่เอื้อต่อการชาร์จไฟ เช่น ผู้ที่พักอาศัยในอาคารหลายชั้น เขาเสนอว่า หากรัฐสามารถผลักดันให้มีการใช้รถ EV ในกลุ่มนี้จำนวนมาก เช่น ระดับแสนคัน จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นทางออกที่ยั่งยืนมากกว่าการแก้ปัญหาระยะสั้น

มาตรการช่วยเหลือยังไม่ตอบโจทย์

ในส่วนของมาตรการเยียวยา เช่น บัตรเติมน้ำมัน เฉลิมมองว่ายังมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติ เนื่องจากไม่สามารถใช้ได้กับทุกปั๊ม และบางพื้นที่ไม่มีปั๊มที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้แม้มีบัตรก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง

นอกจากนี้ ปัญหาโครงสร้างยังสะท้อนผ่านระบบทะเบียนวินมอเตอร์ไซค์ โดยปัจจุบันมีผู้ขับขี่จริงราว200,000 คัน แต่มีเพียงประมาณ 50,000 คันที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เนื่องจากรัฐไม่ได้เปิดให้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมายมานานกว่า 2 ปี ส่งผลให้ผู้ขับขี่จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสิทธิหรือมาตรการช่วยเหลือของรัฐได้ เช่นเดียวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ผู้ขับขี่จำนวนไม่น้อยไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากถูกประเมินว่ามีรายได้เกิน ทั้งที่ในความเป็นจริงต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมาก

 เขาทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการตรึงราคาหรือแจกบัตรไม่ใช่ทางออกระยะยาว หากรัฐมีนโยบายชัดเจนในการผลักดันพลังงานทดแทน โดยเฉพาะในกลุ่มขนส่งสาธารณะ จะช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันอีกต่อไป และสามารถทำงานได้อย่างมั่นคงมากขึ้นในอนาคต

น้ำมัน 17 ล้านลิตร หายไปไหน? เทียบเติมรถเก๋งได้ 4.2 แสนคัน

น้ำมัน 17 ล้านลิตร หายไปไหน? เทียบเติมรถเก๋งได้ 4.2 แสนคัน

27 มี.ค. 2569 19:14 น.

น้ำมัน 17 ล้านลิตร หายไปไหน? เทียบเติมรถเก๋งได้ 4.2 แสนคัน

น้ำมัน 17 ล้านลิตร หายไปไหน? เทียบเติมรถเก๋งได้ 4.2 แสนคัน เมื่อนำรถที่เติมน้ำมันแล้วมาเรียงกันจะยาวแบบข้ามประเทศ แม้รัฐบาลจะออกมาให้ข้อมูลว่า จำนวนน้ำมันดังกล่าวเกิดจากการกักตุนของประชาชน แต่ข้อมูลเหล่านี้ก็สะท้อนถึงความล้มเหลวของการจัดการปัญหาในภาวะวิกฤต ที่คนไทยจะต้องเจอในระยะยาว

ราคาน้ำมันขึ้นพรวดเดียว 6 – 8 บาท/ลิตร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.69 ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน และมีการตั้งคำถามถึงการจัดการราคาน้ำมันของรัฐบาล โดยก่อนหน้านั้นรัฐบาลได้ชี้แจงถึงการใช้น้ำมัน ที่หลังเกิดวิกฤตสงคราม ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น และเกิดคำถามว่าน้ำมันหายไปไหน 17 ล้านลิตร ซึ่งรัฐบาลบอกว่าประชาชนกักตุน

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ เลยมาลองคำนวณว่า น้ำมัน 17 ล้านลิตร ที่หายไปต่อวัน จะสามารถเติมน้ำมันในรถเก๋งที่เติมเต็มถัง 40 ลิตร ได้ทั้งหมดกี่คัน โดยได้ข้อสรุปว่าจะเติมได้ทั้งหมด 425,000 คัน

เมื่อนำรถเก๋ง ทั้งหมด 425,000 คัน มาเรียงต่อกัน จะมีความยาวตั้งแต่ อนุสาวรีย์ชัยฯ >>> ประจวบคีรีขันธ์>> สุราษฎร์ธานี >> สงขลา >> มาเลเซีย >>> สิงคโปร์

ทั้งนี้ น้ำมันจำนวนนี้สามารถพาแถวรถเก๋งยาวเหยียดจากกรุงเทพฯ ไปจนเกือบจะสุดปลายแหลมมลายู ทะลุไปถึงสิงคโปร์ได้เลยระยะทาง 1,912 กม. เกือบ 2 เท่าของความยาวประเทศไทย จากเหนือสุดไปใต้สุดเสียอีก

สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวร ให้ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวม “ไทย”

สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวร ให้ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวม "ไทย"

27 มี.ค. 2569 16:29 น.

สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวร ให้ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวม “ไทย”

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โพสต์ลงในเฟซบุ๊กถึงการที่สหรัฐฯ ระงับออกวีซ่าถาวรให้แก่ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวมทั้งไทยอย่างไม่มีกำหนด หลังกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ  ประกาศข่าวดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการคัดกรอง และตรวจสอบประวัติใหม่อีกครั้ง เพื่อให้มีความครอบคลุมภายใต้บทบัญญัติ “ภาระแก่สังคม” ของกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ

สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก “U.S. Embassy Bangkok” ถึงการที่อเมริการะงับออกวีซ่าถาวรให้แก่ผู้มีสัญชาติ 75 ประเทศ รวมทั้งไทย โดยระบุว่า

“ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะระงับการออกวีซ่าถาวรทั้งหมดให้แก่ผู้ที่มีสัญชาติจาก 75 ประเทศ รวมถึง ประเทศไทย ซึ่งกลุ่มผู้อพยพจากประเทศดังกล่าวมีอัตราการรับสวัสดิการสาธารณะในระดับสูง อันก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายต่อผู้เสียภาษีของสหรัฐฯ ผู้สมัครวีซ่าถาวรซึ่งเป็นผู้มีสัญชาติจากประเทศที่ได้รับผลกระทบ ยังสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าและเข้ารับการสัมภาษณ์ได้ตามปกติ แต่จะไม่มีการออกวีซ่าถาวรให้แก่ผู้มีสัญชาติจากประเทศเหล่านี้ในช่วงระยะเวลาที่มีการระงับดังกล่าว  

ข้อยกเว้นสำคัญ: ผู้สมัครที่ถือสองสัญชาติและมีหนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุจากประเทศที่ไม่อยู่ในรายการดังกล่าว จะได้รับการยกเว้น เด็กที่อยู่ในกระบวนการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมโดยครอบครัวชาวอเมริกันก็สามารถได้รับการยกเว้นเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติภายใต้ประกาศของประธานาธิบดีหมายเลข 10998″

ทั้งนี้ รายชื่อประเทศที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนมาก ครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ตลอดจนประเทศในเอเชีย แอฟริกา ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ได้แก่ อัฟกานิสถาน, อัลบาเนีย, แอลจีเรีย, แอนติกาและบาร์บูดา, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, บาฮามาส, บังกลาเทศ, บาร์เบโดส, เบลารุส, เบลีซ, ภูฏาน, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, บราซิล, พม่า, กัมพูชา, แคเมรูน, เคปเวอร์เด, โคลอมเบีย, โกตดิวัวร์, คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, โดมินิกา, อียิปต์, เอริเทรีย, เอธิโอเปีย, ฟิจิ, แกมเบีย, จอร์เจีย, กานา, เกรนาดา, กัวเตมาลา, กินี, เฮติ, อิหร่าน, อิรัก, จาเมกา, จอร์แดน, คาซัคสถาน, โคโซโว, คูเวต, สาธารณรัฐคีร์กีซ, ลาว, เลบานอน, ไลบีเรีย, ลิเบีย, มอลโดวา, มองโกเลีย, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, เนปาล, นิการากัว, ไนจีเรีย, มาซิโดเนียเหนือ, ปากีสถาน, สาธารณรัฐคองโก, รัสเซีย, รวันดา, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, เซเนกัล, เซียร์ราลีโอน, โซมาเลีย, ใต้ ซูดาน, ซีเรีย, แทนซาเนีย, ไทย, โตโก, ตูนิเซีย, ยูกันดา, อุรุกวัย, อุซเบกิสถาน และเยเมน.

ที่มา U.S. Embassy Bangkok

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2

27 มี.ค. 2569 16:26 น.

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในฮาวายตกกระแทกหาด ดับ 3 เจ็บอีก 2

เฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวประสบอุบัติเหตุตกลงบริเวณชายหาดบนเกาะคาไว รัฐฮาวาย ของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวในรัฐฮาวายของสหรัฐฯ ประสบอุบัติเหตุตกลงบริเวณชายหาดบนเกาะคาไว เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นรัฐฮาวาย รายงานจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

หน่วยดับเพลิงและกู้ภัยประจำเกาะคาไวเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวบรรทุกนักบิน 1 คนและผู้โดยสารอีก 4 คน ขณะพุ่งตกกระแทกหาด Kalalau Beach ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งนาปาลี (Na Pali Coast) ทางตอนเหนือของเกาะคาไว โดยผู้บาดเจ็บทั้ง 2 รายได้ถูกนำตัวส่งไปยังศูนย์การแพทย์วิลค็อกซ์ (Wilcox Medical Center) เพื่อเข้ารับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าเฮลิคอปเตอร์ลำที่เกิดเหตุอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท Airborne Aviation

ทั้งนี้ การนั่งเฮลิคอปเตอร์นำเที่ยวถือเป็นวิธีการยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวใช้ในการชมทัศนียภาพของหน้าผา ชายหาด และน้ำตกที่เรียงรายอยู่ตามชายฝั่งนาปาลีของเกาะคาไว เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีความทุรกันดารและสามารถเข้าถึงได้เพียงการเดินเท้าหรือทางเรือเท่านั้น.

ที่มา: AP