จับได้แล้ว หมาป่าหลุดสวนสัตว์เกาหลีใต้ หลังหลบหนี 9 วัน ลุ้นทั้งประเทศ

จับได้แล้ว หมาป่าหลุดสวนสัตว์เกาหลีใต้ หลังหลบหนี 9 วัน ลุ้นทั้งประเทศ

17 เม.ย. 2569 08:28 น.

จับได้แล้ว หมาป่าหลุดสวนสัตว์เกาหลีใต้ หลังหลบหนี 9 วัน ลุ้นทั้งประเทศ

ปฏิบัติการไล่ล่าหมาป่าหลุดกรงสุดระทึกจบลงแล้ว หลังเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ระดมกำลังนับร้อยตามจับเจ้า “นึกกู” จนสำเร็จ ท่ามกลางกระแสโซเชียลและความกังวลด้านสวัสดิภาพสัตว์

ทางการเมืองแทจอน ประเทศเกาหลีใต้ ยืนยันว่า สามารถจับ “นึกกู” หมาป่าเพศผู้วัย 2 ปี ที่หลุดจากสวนสัตว์ได้สำเร็จ หลังปฏิบัติการค้นหานานถึง 9 วัน

นึกกูถูกจับได้ใกล้ทางด่วน เมื่อเวลา 00:44 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยหลังการตรวจร่างกายพบว่า ชีพจรและอุณหภูมิร่างกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยนายถูกส่งตัวออกค้นหา หลังนึกกูหลุดออกจากสวนสัตว์และสวนสนุก โอเวิลด์

แม้หลายครั้งเจ้าหน้าที่จะเกือบจับตัวได้ แต่ทุกครั้งที่วงล้อมเริ่มแคบลง หมาป่าตัวนี้กลับหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

มีรายงานว่ามันเคยถูกพบในพื้นที่ภูเขาห่างจากสวนสัตว์เพียง 2 กิโลเมตร และยังมีคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นมันวิ่งอยู่บนถนนยามค่ำคืน ท่ามกลางแสงไฟหน้ารถ ซึ่งถูกแชร์อย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย

ตลอดช่วงที่หลบหนีหมาป่านึกกู กลายเป็นกระแสไวรัลทั่วประเทศ ถึงขั้นมีการสร้างมีมและเหรียญมีม โดยยกให้เป็น หมาป่าที่ไม่ยอมถูกขัง และเป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพ

อย่างไรก็ตาม ก็มีความกังวลว่า เนื่องจากเติบโตในกรงเลี้ยง นึกกูอาจไม่สามารถเอาชีวิตรอดในธรรมชาติได้  

จนท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสในพื้นที่อันยองดง ก่อนเปิดปฏิบัติการครั้งสุดท้ายและสามารถจับตัวได้สำเร็จ

ภาพจากทางการเผยให้เห็นนึกกูในสภาพถูกวางยาสลบ ก่อนถูกเคลื่อนย้ายใส่กรงและส่งเข้ารับการดูแลทางการแพทย์

ทางการเมืองแทจอนโพสต์ข้อความว่า “ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันพานึกกูกลับบ้าน” พร้อมขอบคุณประชาชนที่ติดตามและให้กำลังใจตลอดภารกิจ

ทั้งนี้ นึกกูเกิดในปี 2024 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูหมาป่าเกาหลี ซึ่งเคยอาศัยอยู่ทั่วคาบสมุทรเกาหลี แต่ปัจจุบันสูญพันธุ์ในธรรมชาติแล้ว

ขณะเดียวกัน กลุ่มสิทธิสัตว์แสดงความกังวลว่า การจับกุมอาจทำให้สัตว์ตาย โดยอ้างถึงกรณี “โพรงงี” เสือพูมาที่ถูกยิงตายหลังหลุดจากสวนสัตว์เดียวกันในปี 2018 แม้แต่ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ยังออกมาโพสต์แสดงความหวังให้หมาป่าตัวนี้กลับมาอย่างปลอดภัย.

ที่มา : BBC

ทรัมป์เผยดีลสันติภาพสงครามตะวันออกกลางใกล้บรรลุ หลังอิหร่านยอมส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้

ทรัมป์เผยดีลสันติภาพสงครามตะวันออกกลางใกล้บรรลุ หลังอิหร่านยอมส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้

17 เม.ย. 2569 07:52 น.

ทรัมป์เผยดีลสันติภาพสงครามตะวันออกกลางใกล้บรรลุ หลังอิหร่านยอมส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุการเจรจากับอิหร่านคืบหน้าอย่างมาก หลังอิหร่านตกลงที่จะส่งมอบคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้กับสหรัฐฯ พร้อมย้ำต้องยุติโครงการนิวเคลียร์ และเร่งพิจารณาข้อเสนอที่ยังต่างกัน

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า อิหร่านได้ตกลงที่จะส่งมอบคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะให้กับสหรัฐฯ ซึ่งเขาเรียกว่า “ผงนิวเคลียร์” โดยระบุว่าวัสดุดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ ทรัมป์ย้ำว่า ข้อตกลงใด ๆ ต้องทำให้อิหร่านไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างถาวร

ก่อนหน้านี้ สหรัฐอเมริกา ขู่จะกลับมาใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ และคงมาตรการปิดล้อมทางทะเล หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงยุติความขัดแย้งที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 16 เมษายนว่า ทั้งสองฝ่ายใกล้มาก ที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ เพื่อยุติสงครามที่ลุกลามในตะวันออกกลาง

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ เตือนว่า หากอิหร่านตัดสินใจผิดพลาด จะต้องเผชิญทั้งการปิดล้อมและการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์ยังประกาศว่า อิสราเอล และ เลบานอน ตกลงหยุดยิงชั่วคราว 10 วัน และคาดว่าผู้นำทั้งสองประเทศจะเดินทางไปยังทำเนียบขาวภายในไม่กี่วัน

ขณะที่กลุ่ม ฮิซบอลเลาะห์ ระบุว่าจะเคารพข้อตกลง หากอิสราเอลยุติการโจมตี

มีรายงานว่าความพยายามทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป โดยปากีสถาน มีบทบาทเป็นคนกลางจัดการเจรจาระหว่างวอชิงตันและเตหะราน

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดปากีสถาน อาซิม มูนีร์ ได้พบกับประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หลังการเจรจารอบแรกยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง

ด้านเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ ระบุว่า เตหะรานมองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง ต่อการเจรจา

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายยังต่างกัน โดยสหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมนานถึง 20 ปี ขณะที่อิหร่านเสนอเพียง 5 ปี และยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนมีเป้าหมายเพื่อพลเรือน

ล่าสุดความตึงเครียดยังขยายไปถึง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ อ้างว่าสามารถหยุดการค้าทางทะเลของอิหร่านได้เกือบทั้งหมด และมีการสกัดเรือแล้วอย่างน้อย 13 ลำ

ขณะเดียวกัน อิหร่านเตือนว่า หากสหรัฐฯ ยกระดับควบคุมเส้นทางเดินเรือ จะตอบโต้ด้วยการปิดกั้นการส่งออก-นำเข้าในอ่าวเปอร์เซีย ทะเลโอมาน และทะเลแดง รวมถึงอาจโจมตีเรือสหรัฐฯ.

ที่มา : channelnewsasia

หยุดยิง “อิสราเอล–เลบานอน” มีผลแล้ว 10 วัน ประชาชนเฮ! ทยอยกลับบ้าน หลังสู้รบเดือดกว่าหนึ่งเดือน

หยุดยิง “อิสราเอล–เลบานอน” มีผลแล้ว 10 วัน ประชาชนเฮ! ทยอยกลับบ้าน หลังสู้รบเดือดกว่าหนึ่งเดือน

17 เม.ย. 2569 07:27 น.

หยุดยิง “อิสราเอล–เลบานอน” มีผลแล้ว 10 วัน ประชาชนเฮ! ทยอยกลับบ้าน หลังสู้รบเดือดกว่าหนึ่งเดือน

ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการ ด้านผู้นำทั้งสองฝ่ายหนุนสันติภาพ ขณะที่ประชาชนเลบานอนฉลองและเริ่มเดินทางกลับพื้นที่ภาคใต้

ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 10 วันระหว่าง อิสราเอล และ เลบานอน มีผลบังคับใช้แล้วในช่วงเช้ามืดวันนี้ หลังถูกประกาศโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางความหวังว่าจะช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีเลบานอน โจเซฟ อาอูน ออกมาแสดงความยินดีต่อข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า นี่คือโอกาสประวัติศาสตร์สำหรับสันติภาพ

แม้ข้อตกลงจะเริ่มมีผล แต่ก่อนหน้านั้นไม่นาน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ยังคงมีการโจมตีตอบโต้กับกองกำลังอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง

ทางฮิซบอลเลาะห์ระบุว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงภายใต้เงื่อนไข สะท้อนถึงความเปราะบางของสถานการณ์ในพื้นที่

ภายหลังการหยุดยิงมีผล ประชาชนในเลบานอนจำนวนมากออกมาเฉลิมฉลองด้วยความโล่งใจ บางส่วนรวมตัวกันตามท้องถนน ขณะที่อีกจำนวนมากเริ่มขบวนรถเดินทางกลับบ้าน

โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งถูกอิสราเอลโจมตีอย่างหนักต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งเดือน ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพ

ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่อาจเปิดทางไปสู่การเจรจาระยะยาว หรืออาจเป็นเพียงการพักรบชั่วคราวเท่านั้น

สถานการณ์หลังจากนี้ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าทั้ง อิสราเอล เลบานอน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ จะสามารถรักษาข้อตกลงหยุดยิงได้ตลอด 10 วันหรือไม่ ท่ามกลางความหวังของประชาคมโลกที่จะเห็นสันติภาพเกิดขึ้นจริงในภูมิภาคนี้.

ที่มา : BBC

ปธน.คองโก วัย 82 ปี สาบานตนรับตำแหน่งสมัยที่ 5 หลังบริหารประเทศยาวนาน 41 ปี

ปธน.คองโก วัย 82 ปี สาบานตนรับตำแหน่งสมัยที่ 5 หลังบริหารประเทศยาวนาน 41 ปี

17 เม.ย. 2569 07:25 น.

ปธน.คองโก วัย 82 ปี สาบานตนรับตำแหน่งสมัยที่ 5 หลังบริหารประเทศยาวนาน 41 ปี

“เดอนี ซัสซู-เอ็นเกสโซ” วัย 82 ปี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐคองโก สมัยที่ 5 หลังชนะเลือกตั้งเกือบ 95% ท่ามกลางปัญหาหนี้สูงและคนจนล้นประเทศ

วันที่ 17 เมษายน 2569 นายเดอนี ซัสซู-เอ็นเกสโซ วัย 82 ปี สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสาธารณรัฐคองโก สมัยที่ 5 หลังชนะเลือกตั้งเกือบ 95% โดยพิธีจัดขึ้นที่กรุงบราซซาวิล มีผู้นำหลายประเทศในแอฟริกาเข้าร่วม ท่ามกลางการจับตาถึงอนาคตทางการเมืองของประเทศในแอฟริกากลางแห่งนี้

ผู้นำวัย 82 ปี กล่าวสุนทรพจน์หลังสาบานตน โดยให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ เร่งสร้างงานให้ประชาชน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ เขาระบุว่า รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการระบุว่า ซัสซู-เอ็นเกสโซ ชนะตั้งแต่รอบแรก ด้วยคะแนนเสียง 94.90% ขณะที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากกว่า 84% แม้ผู้สังเกตการณ์จากสหภาพแอฟริกาจะชื่นชมว่ากระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างสงบและเรียบร้อย แต่ผู้สมัครฝ่ายค้านทั้ง 6 คนออกมาร้องเรียนว่ามีการทุจริต และยอดผู้มาใช้สิทธิจริงต่ำกว่าที่ประกาศ

นายซัสซู-เอ็นเกสโซ ขึ้นสู่อำนาจครั้งแรกในปี 2522 และปกครองประเทศจนถึงปี 2535 ก่อนกลับมามีอำนาจอีกครั้ง ในปี 2540 หลังสงครามกลางเมืองยาวนาน 4 เดือน รวมบริหารประเทศยาวนาน 41 ปี ขณะที่สาธารณรัฐคองโกยังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจหนัก โดยธนาคารโลกระบุว่า หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ที่ 94.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ นอกจากนี้ ประชากรกว่า 5.7 ล้านคนของประเทศ มากกว่าครึ่งยังอยู่ใต้เส้นความยากจน และ 47% ของประชากรทั้งหมดมีอายุต่ำกว่า 18 ปี สะท้อนความท้าทายด้านการจ้างงานและสวัสดิการในระยะยาว.

โป๊ปเลโอ ที่ 14 ซัด โลกกำลังถูกทำลายโดย “ทรราชเพียงไม่กี่คน” ที่ทุ่มงบมหาศาลทำสงคราม

โป๊ปเลโอ ที่ 14 ซัด โลกกำลังถูกทำลายโดย “ทรราชเพียงไม่กี่คน” ที่ทุ่มงบมหาศาลทำสงคราม

17 เม.ย. 2569 06:18 น.

โป๊ปเลโอ ที่ 14 ซัด โลกกำลังถูกทำลายโดย “ทรราชเพียงไม่กี่คน” ที่ทุ่มงบมหาศาลทำสงคราม

พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 แสดงจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำโลกที่ใช้งบประมาณมหาศาลไปกับสงคราม พร้อมกล่าวว่า โลกกำลังถูกทำลายโดย “ทรราชเพียงไม่กี่คน” ระหว่างการเยือนประเทศแคเมอรูนอย่างเป็นทางกา

วันที่ 17 เมษายน 2569 พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 องค์ประมุขแห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก มีพระดำรัสอย่างหนักแน่นระหว่างเยือนเมืองบาเมนดา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคเมอรูน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เผชิญความรุนแรงจากการก่อความไม่สงบต่อเนื่องเกือบ 10 ปี

พระองค์ทรงวิจารณ์บรรดาผู้นำที่ “เมินเฉยต่อความจริง” ว่า มีการใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับการเข่นฆ่าและการทำลายล้าง ขณะที่งบประมาณสำหรับการเยียวยา การศึกษา และการฟื้นฟูกลับหาได้ยาก พระองค์ยังตรัสว่า “เจ้าแห่งสงครามทำเหมือนไม่รู้ว่า การทำลายล้างใช้เวลาเพียงชั่วขณะ แต่การสร้างขึ้นใหม่ บางครั้งใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่พอ”

นอกจากนี้ พระองค์ยังประณามการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในภูมิภาค พร้อมชี้ว่าผู้ที่ปล้นทรัพยากรของผู้อื่น มักนำผลกำไรไปซื้ออาวุธ ส่งผลให้วงจรแห่งความไม่มั่นคงและความตายดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุโดยแคเมอรูนเผชิญเหตุรุนแรงจากกลุ่มกบฏในพื้นที่มานานหลายปี มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6,000 ศพ และประชาชนจำนวนมากต้องพลัดถิ่น

ทั้งนี้ ท่าทีของพระสันตะปาปาเลโอ มีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังเกิดวิวาทะกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งโจมตีพระองค์ผ่านทรูธ โซเชียล จากกรณีที่พระองค์เรีกยร้องสันติภาพ วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน โดยแสดงความกังวลต่อคำขู่ของทรัมป์ที่ระบุว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะถูกทำลายในคืนนี้” หากอิหร่านไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้เผชิญแรงกดดันทางการเมือง พระองค์ยืนยันตั้งแต่เริ่มการเยือนแอฟริกาว่า ไม่ต้องการเปิดศึกโต้เถียงกับทรัมป์ แต่จะเดินหน้าส่งสารแห่งสันติภาพต่อไป.

ที่มา BBC

รัสเซียโจมตียูเครนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของปีนี้ โดรนเกือบ 700 ลำ ขีปนาวุธ 44 ลูก ดับ 18 ศพ

รัสเซียโจมตียูเครนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของปีนี้  โดรนเกือบ 700 ลำ ขีปนาวุธ 44 ลูก ดับ 18 ศพ

17 เม.ย. 2569 05:51 น.

รัสเซียโจมตียูเครนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของปีนี้ โดรนเกือบ 700 ลำ ขีปนาวุธ 44 ลูก ดับ 18 ศพ

ยูเครนเผยรัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ ใช้โดรน 659 ลำและขีปนาวุธ 44 ลูก ถล่มหลายเมือง เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ศพ บาดเจ็บกว่า 100 ราย

วันที่ 17 เมษายน 2569 กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเช้าวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา รัสเซียยิงโดรน 659 ลำ และขีปนาวุธอีก 44 ลูก เข้าโจมตีหลายระลอก ครอบคลุมกรุงเคียฟ คาร์คิฟ โอเดสซา ดนีโปร และซาปอริซเซีย

นายอันดรี ซิบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ระบุว่า รัสเซียก่อเหตุโจมตีแบบก่อการร้ายครั้งใหญ่ต่อยูเครน โดยมุ่งเป้าโจมตีพลเรือนเป็นหลัก โดยในกรุงเคียฟ มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ รวมถึงเด็กชายวัย 12 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่พบร่างอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่ม และมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 48 ราย

ผู้บริหารบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในเคียฟเปิดเผยว่า แรงระเบิดเกิดขึ้นใกล้ไซต์งานอย่างมาก ส่งผลให้คนงานบาดเจ็บ 6 ราย ในจำนวนนี้ 2 คนอาการสาหัสต้องเข้ารับการผ่าตัด ขณะที่เมืองโอเดสซาทางตอนใต้ได้รับความเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ โดยทั้งหมดอยู่ในอาคารพักอาศัยแห่งเดียวกัน ซึ่งถูกโดรนโจมตีก่อนมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ จากนั้นถูกขีปนาวุธพิสัยไกลยิงซ้ำ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

เจ้าหน้าที่สถาบันดนตรีแห่งชาติเมืองโอเดสซา เปิดเผยว่า หอพักนักศึกษาถูกโจมตีเสียหายหนัก นักศึกษาทั้งหมดต้องอพยพกลางดึก และมีนักศึกษา 5 คนได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

ส่วนเมืองดนีโปร ทางภาคกลาง มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 34 ราย ขณะที่เมืองซาปอริซเซีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประณามรัสเซียว่าเลือกเดิมพันด้วยสงคราม พร้อมระบุว่า เหตุโจมตีครั้งนี้พิสูจน์ว่าไม่ควรมีการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย โดยครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน รัสเซียประกาศหยุดยิงชั่วคราว 32 ชั่วโมง เนื่องในเทศกาลอีสเตอร์ของคริสต์ศาสนานิกายออร์โธดอกซ์ แต่สถานการณ์สงบอยู่ได้ไม่นาน ก่อนการสู้รบจะกลับมารุนแรงอีกครั้ง.

ที่มา CNN

ทรัมป์เผย อิสราเอล-เลบานอนตกลงหยุดยิง 10 วัน เริ่มมีผลบังคับใช้ทันที

ทรัมป์เผย อิสราเอล-เลบานอนตกลงหยุดยิง 10 วัน เริ่มมีผลบังคับใช้ทันที

17 เม.ย. 2569 00:04 น.

ทรัมป์เผย อิสราเอล-เลบานอนตกลงหยุดยิง 10 วัน เริ่มมีผลบังคับใช้ทันที

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่เย็นวันพฤหัสบดี ตามเวลาสหรัฐฯ หลังเขาได้หารือกับผู้นำของทั้งสองประเทศ

วันที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิสราเอลและเลบานอนได้ตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่เย็นวันพฤหัสบดี ตามเวลาสหรัฐฯ หลังเขาได้หารือกับผู้นำของทั้งสองประเทศ

วันที่ 17 เมษายน 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ผ่านทรูธ โซเชียล ระบุว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และโจเซฟ อูน ประธานาธิบดีเลบานอน เห็นพ้องให้เริ่ม “หยุดยิงอย่างเป็นทางการ” เป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ

ทรัมป์ยังระบุอีกว่า จะเชิญเนทันยาฮูและโจเซฟ อูน เดินทางเยือนทำเนียบขาว เพื่อหารืออย่างมีนัยสำคัญระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งจะถือเป็นการพูดคุยสำคัญครั้งแรกนับตั้งแต่ปี  2526  

แม้จะมีการประกาศหยุดยิง แต่สถานการณ์ในเลบานอนยังเปราะบาง เนื่องจากการปะทะระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังดำเนินต่อเนื่อง แม้ก่อนหน้านี้จะมีการหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รัฐบาลเลบานอนรายหนึ่งเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ปฏิเสธที่จะพูดคุยโดยตรงกับเนทันยาฮู แม้สหรัฐฯ จะพยายามผลักดันให้เกิดการติดต่อระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ.

ยุโรปเสี่ยงน้ำมันเครื่องบินหมด อาจเหลือใช้ได้เพียง 6 สัปดาห์ เสี่ยงยกเลิกเที่ยวบินฤดูร้อน

ยุโรปเสี่ยงน้ำมันเครื่องบินหมด อาจเหลือใช้ได้เพียง 6 สัปดาห์ เสี่ยงยกเลิกเที่ยวบินฤดูร้อน

16 เม.ย. 2569 23:02 น.

ยุโรปเสี่ยงน้ำมันเครื่องบินหมด อาจเหลือใช้ได้เพียง 6 สัปดาห์ เสี่ยงยกเลิกเที่ยวบินฤดูร้อน

ยุโรปเสี่ยงน้ำมันเครื่องบินหมด อาจเหลือใช้ได้เพียง 6 สัปดาห์ เสี่ยงยกเลิกเที่ยวบินฤดูร้อน หากไม่สามารถหาแหล่งอื่นนำเข้าทดแทนตะวันออกกลาง หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่อง 

วันที่ 17 เมษายน 2569 สำนักงานพลังงานสากล หรือ ไออีเอ (IEA) เตือนว่า ยุโรปกำลังเผชิญความเสี่ยงขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานภายในไม่กี่สัปดาห์ หากไม่สามารถหาน้ำมันทดแทนจากตะวันออกกลางได้เพียงพอ โดยยุโรปอาจมีน้ำมันเครื่องบินเหลือใช้อีกเพียง 6 สัปดาห์ และสถานการณ์จะเข้าสู่จุดวิกฤตในเดือนมิถุนายน และเสี่ยงยกเลิกเที่ยวบินฤดูร้อน หากไม่สามารถทดแทนการนำเข้าจากตะวันออกกลางได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

ฟาติห์ บีรอล ผู้อำนวยการบริหารไออีเอ ระบุว่า หากเส้นทางขนส่งยังถูกปิดกั้นต่อไป อาจเริ่มเห็นการยกเลิกเที่ยวบินในเร็วๆ นี้ เนื่องจากปริมาณเชื้อเพลิงไม่เพียงพอ

ด้านไออีเอประเมินว่า หากยุโรปทดแทนอุปทานได้ไม่ถึง 50% อาจเกิดภาวะขาดแคลนจริงในสนามบินบางแห่ง ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินและกระทบความต้องการเดินทาง ขณะเดียวกันแม้ทดแทนได้ถึง 75% ความเสี่ยงนี้ก็ยังอาจเกิดขึ้นได้ภายในเดือนสิงหาคม หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย

รายงานของไออีเอระบุว่า ก่อนเกิดวิกฤต ยุโรปพึ่งพาน้ำมันเครื่องบินจากตะวันออกกลางราว 75% ของการนำเข้าทั้งหมด ขณะนี้หลายประเทศเร่งหาซัพพลายใหม่จากสหรัฐฯ และไนจีเรีย ถึงแม้การส่งออกจากสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังสามารถชดเชยปริมาณที่หายไปได้เพียงเล็กน้อยเกินครึ่งเท่านั้น. 

ที่มา BBC

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 17 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล-เบนซิน ลิตรละกี่บาท

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 17 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล-เบนซิน ลิตรละกี่บาท

16 เม.ย. 2569 22:02 น.

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 17 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซล-เบนซิน ลิตรละกี่บาท

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 17 เมษายน 2569 เช็กราคาน้ำมันล่าสุด หลัง กบน. มีมติเห็นชอบปรับลดราคาดีเซล 1.50 บาท และเบนซิน 0.50 บาท เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายประชาชน

อัปเดต “น้ำมันลดราคา” ล่าสุด

วันที่ 16 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดตราคาน้ำมัน พรุ่งนี้ 17 เมษายน 2569 กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล หลังจากที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับอัตราเงินกองทุน เพื่อลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล และกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ เพื่อสะท้อนราคาตลาดโลก ที่มีทิศทางอ่อนตัวลง โดยสถานการณ์ราคาตลาดน้ำมันสิงคโปร์วันที่ 16 เมษายน 2569 น้ำมันดีเซลปิดที่ประมาณ 172 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันเบนซินปิดที่ประมาณ 122 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงจากวันก่อนประมาณ 1 และ 3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ตามลำดับ โดยอัตราเงินกองทุนมีผลตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2569 ดังนี้

  • น้ำมันเบนซิน ราคาขายปลีกเดิม 52.54 ปรับใหม่ 52.04 บาทต่อหน่วย 
  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ราคาขายปลีกเดิม 42.95 ปรับใหม่ 42.45 บาทต่อหน่วย
  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ราคาขายปลีกเดิม 42.58 ปรับใหม่ 42.08 บาทต่อหน่วย
  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ราคาขายปลีกเดิม 35.95 ปรับใหม่ 35.45 บาทต่อหน่วย
  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 ราคาขายปลีกเดิม 31.89 ปรับใหม่ 31.39 บาทต่อหน่วย
  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี 7 ราคาขายปลีกเดิม 44.40 ปรับใหม่ 42.90 บาทต่อหน่วย
  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ราคาขายปลีกเดิม 37.40 ปรับใหม่ 35.90 บาทต่อหน่วย

อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังต้องรอการประกาศราคาจากปั๊มเอกชนแต่ละแห่งอีกครั้ง.

ค่ายรถจีน Seres จดสิทธิบัตร “สุขาในรถ” สั่งงานด้วยเสียง-ซ่อนใต้เบาะ

ค่ายรถจีน Seres จดสิทธิบัตร "สุขาในรถ" สั่งงานด้วยเสียง-ซ่อนใต้เบาะ

16 เม.ย. 2569 16:20 น.

ค่ายรถจีน Seres จดสิทธิบัตร “สุขาในรถ” สั่งงานด้วยเสียง-ซ่อนใต้เบาะ

Seres ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะจากจีนได้รับอนุมัติสิทธิบัตร “สุขาเคลื่อนที่” ซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งแบบเลื่อนได้ สั่งงานได้ผ่านระบบเสียง พร้อมระบบกำจัดกลิ่นและจัดการของเสียเสร็จสรรพ หวังชิงส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่แข่งขันเดือด

รายงานจากฐานข้อมูลสิทธิบัตรของรัฐบาลจีนระบุว่า บริษัท Seres (เซเรส) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในเครือ AITO (ที่พัฒนาร่วมกับ Huawei) ได้รับการอนุมัติสิทธิบัตรอุปกรณ์ “สุขาภายในรถยนต์” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา โดยนวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของผู้ใช้รถที่ต้องเดินทางไกล พักอาศัยในรถ หรือกลุ่มผู้รักการตั้งแคมป์

หัวใจสำคัญของสิทธิบัตรนี้คือการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า โดยตัวโถสุขภัณฑ์จะถูกติดตั้งอยู่บนรางเลื่อนที่ซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งผู้โดยสารอย่างมิดชิด ผู้ใช้สามารถเปิดใช้งานได้ 2 วิธี คือการเลื่อนเบาะออกด้วยมือ หรือการใช้คำสั่งเสียง ว่า “Start up toilet function” เพื่อให้ระบบเตรียมความพร้อมใช้งาน

หลายฝ่ายกังวลเรื่องสุขอนามัยและกลิ่นภายในห้องโดยสาร ซึ่งทางวิศวกรของ Seres ได้ระบุในสิทธิบัตรถึงแนวทางการแก้ไข ซึ่งมีกลไกพัดลมและท่อไอเสียที่จะดูดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปนอกตัวรถโดยตรง ขณะที่ของเสียจะถูกเก็บไว้ในถังเก็บที่ต้องนำไปเททิ้งเป็นระยะ นอกจากนั้น ยังมีตัวทำความร้อนแบบหมุนที่ช่วยระเหยน้ำปัสสาวะและทำให้ของเสียอื่นๆ แห้ง เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียและกลิ่น

การจดสิทธิบัตรครั้งนี้สะท้อนถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีน ซึ่งแต่ละค่ายพยายามงัดฟีเจอร์ที่แปลกใหม่มาดึงดูดใจลูกค้า เช่น Nio มีเบาะนั่งนวดด้วยหินร้อน ส่วน BYD เปิดตัวระบบโดรนอัจฉริยะติดตั้งในตัวรถ ด้าน XPeng เตรียมส่งมอบ “รถบินได้” (Land Aircraft Carrier) ภายในปีนี้

แม้สิทธิบัตรเลขที่ CN224104011U จะได้รับการอนุมัติ แต่การนำมาผลิตจริงยังมีความท้าทายสูงทั้งในแง่วิศวกรรมการวางระบบท่อในแชสซีรถยนต์ไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยแบตเตอรี่ และความท้าทายด้าน “จิตวิทยา” ของผู้ใช้รถที่อาจยังไม่คุ้นชินกับการทำธุระส่วนตัวภายในห้องโดยสาร

ปัจจุบัน Seres ยังไม่ได้ประกาศว่าจะติดตั้งห้องน้ำนี้ในรถรุ่นใดเป็นพิเศษ แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจถูกนำเสนอเป็น “ออปชันเสริม” เฉพาะบุคคลในอนาคต โดยเฉพาะในรถรุ่นเรือธงอย่าง AITO M9 ที่กำลังเตรียมปรับโฉมใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขายที่ชะลอตัวลงในขณะนี้.

ที่มา AFP / CarNewsChina.com