ช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว แต่เรือยังผ่านน้อยมาก คาดกังวลความปลอดภัย

ช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว แต่เรือยังผ่านน้อยมาก คาดกังวลความปลอดภัย

18 เม.ย. 2569 08:13 น.

ช่องแคบฮอร์มุซเปิดแล้ว แต่เรือยังผ่านน้อยมาก คาดกังวลความปลอดภัย

แม้อิหร่านยืนยันเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันช่องแคบฮอร์มุซแล้ว แต่ข้อมูลติดตามเรือเผยความเคลื่อนไหวยังเบาบาง ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยและแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังอิหร่านประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สำคัญของโลก ได้กลับมาเปิดให้เดินเรือพาณิชย์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการติดตามเรือกลับพบว่า ปริมาณการสัญจรยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างมีนัยสำคัญ

ช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานระดับโลก โดยมีน้ำมันและ LNG ราว 20% ของโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ แต่ในช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา จำนวนเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าวลดลงอย่างมาก หลังอิหร่านขู่โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน รวมถึงเตือนว่ามีการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเปิดอย่างสมบูรณ์ สำหรับเรือพาณิชย์ในช่วงเวลาที่เหลือของการหยุดยิง โดยต้องใช้เส้นทางที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม โทรทัศน์ทางการอิหร่านอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงว่า การเดินเรือจะต้องอยู่ในเส้นทางเฉพาะเท่านั้น และยังคงห้ามเรือทหารผ่านช่องแคบแห่งนี้

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ขณะที่ความขัดแย้งก่อนหน้านี้เริ่มต้นจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพ แม้เขาจะกล่าวว่าวันดังกล่าวเป็นวันที่ยอดเยี่ยมสำหรับโลกก็ตาม

ในฝั่งอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา ออกมาตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ โดยระบุว่าคำกล่าว 7 ข้อในหนึ่งชั่วโมง ล้วนไม่เป็นความจริง พร้อมย้ำว่า หากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าปิดล้อม ช่องแคบฮอร์มุซจะไม่สามารถเปิดได้จริง

ด้วยความไม่แน่นอนที่ยังสูง ทั้งองค์กรด้านการเดินเรือระหว่างประเทศ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าการเดินเรือปลอดภัยจริงหรือไม่ แม้จะมีรายงานว่าเริ่มมีเรือบางส่วนออกเดินทางแล้ว

อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการ IMO กล่าวว่า ยังต้องการความชัดเจนเพิ่มเติม เนื่องจากมีเรือบางลำปิดระบบระบุตัวตนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี

ขณะที่ คอร์แมค แม็กแกร์รี ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางทะเลมองว่า สถานการณ์แทบไม่เปลี่ยนแปลง และยังมีความเสี่ยงสูงจากทุ่นระเบิด โดยประเมินว่าแนวโน้มการขนส่งทางเรือในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าค่อนข้างน่ากังวล.

ที่มา : BBC

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งลงทันที หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านช่วงหยุดยิง

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งลงทันที หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านช่วงหยุดยิง

17 เม.ย. 2569 22:50 น.

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งลงทันที หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านช่วงหยุดยิง

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกดิ่งลงทันที หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านช่วงหยุดยิง คลายกังวลวิกฤตพลังงาน ดันตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัว

วันที่ 17 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างแรง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานตลาดโลก ร่วงลงมาอยู่ที่ราว 88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 3,200 บาท จากก่อนหน้านี้ที่เคยยืนเหนือระดับ 98 ดอลลาร์ภายในวันเดียวกัน การร่วงลงของราคาน้ำมันมีขึ้นหลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สัญจรได้ตามปกติในช่วงเวลาของข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานโลกเริ่มผ่อนคลายลง

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน แถลงว่า อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์สำหรับเรือพาณิชย์ตลอดช่วงเวลาที่มีการหยุดยิง ทำให้ตลาดตอบรับทันที โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญ เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ โดยมีน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกประมาณ 1 ใน 5 ขนส่งผ่านเส้นทางนี้

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงความยินดีกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ย้ำว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านจะยังคงมีผลต่อไป จนกว่าจะมีข้อตกลงถาวรยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการขนส่งน้ำมันบางรายยังคงระมัดระวัง โดยระบุว่ายังไม่พร้อมส่งเรือผ่านช่องแคบทันที จนกว่าจะมั่นใจว่าสถานการณ์ปลอดภัยจริง

ก่อนหน้านี้ อิหร่านปิดช่องแคบแห่งนี้เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานอย่างต่อเนื่อง โดยเคยขึ้นสูงกว่า 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมีนาคม

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปต่างปรับตัวขึ้น ขานรับความหวังว่าวิกฤตพลังงานอาจคลี่คลายลง โดยนักวิเคราะห์มองว่า แม้ข่าวนี้ช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดพลังงานในระยะสั้น แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเปราะบาง และอาจทำให้ราคาน้ำมันกลับมาผันผวนได้ทุกเมื่อ หากการหยุดยิงล้มเหลวหรือเกิดเหตุปะทะรอบใหม่.

ที่มา BBC

อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง

อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง

17 เม.ย. 2569 20:45 น.

อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สัญจรผ่านได้โดยสมบูรณ์ ตลอดช่วงระยะเวลาหยุดยิงที่เหลืออยู่ระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน

เมื่อ 17 เม.ย. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกมากล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์ทุกลำสัญจรผ่านได้โดยสมบูรณ์แล้ว หลังจากมีการประกาศหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนในวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา

นายอารักชีระบุผ่าน X ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว “สอดคล้องกับการประกาศหยุดยิงในเลบานอน”

“การสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือพาณิชย์ทุกลำ ตามเส้นทางที่องค์การท่าเรือและการเดินเรือแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ได้รับการประกาศให้เปิดโดยสมบูรณ์แล้วตลอดช่วงระยะเวลาหยุดยิงที่เหลือ” นายอารักชีกล่าว

ภายหลังการประกาศของนายอารักชี ราคาน้ำมันร่วงลงทันทีประมาณ 9% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ โดย ณ เวลา 13.00 น. ตามเวลา GMT น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ร่วงลง $8.46 หรือ 8.5% อยู่ที่ $90.93 ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ลดลง $8.87 หรือ 9.4% อยู่ที่ $85.82 ต่อบาร์เรล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี

พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี

17 เม.ย. 2569 15:51 น.

พ่อเลี้ยงญี่ปุ่นรับสารภาพบีบคอปลิดชีพลูกเลี้ยงวัย 11 ปี ก่อนย้ายศพอำพรางคดี

ชายวัย 37 ปี ในจังหวัดเกียวโต ยอมรับสารภาพเป็นคนลงมือบีบคอเด็กชายซึ่งเป็นลูกเลี้ยงวัย 11 ปีด้วยอารมณ์ชั่ววูบ หลังแจ้งความเท็จว่าลูกหายตัวไปนานหลายสัปดาห์ เผยย้ายศพหนีการตรวจค้นหลายครั้งจนกระทั่งตำรวจตามพบร่างในป่า 

ความคืบหน้าคดีการหายตัวไปอย่างปริศนาของ ด.ช. ยูกิ อาดาจิ นักเรียนชั้นประถมวัย 11 ปี ในเมืองนันตัน จังหวัดเกียวโต ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุม นายยูกิ อาดาจิ  พ่อเลี้ยงวัย 37 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ โดยเขาได้รับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนแล้วว่า เป็นผู้ลงมือฆ่าลูกเลี้ยงด้วยการบีบคอจนเสียชีวิตด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา พ่อเลี้ยงรายนี้ได้แจ้งตำรวจว่าลูกชายหายตัวไปหลังจากที่เขาขับรถไปส่งใกล้โรงเรียนประถมโซโนเบะ เมื่อครูสังเกตว่าเด็กไม่มาเรียนจึงรีบแจ้งมารดา และพ่อเลี้ยงได้โทรแจ้งเหตุฉุกเฉินในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ผลการสืบสวนพบพิรุธหลายประการ โดยในเช้าวันที่เกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยได้ลางานกระทันหันโดยอ้างว่า “มีบางอย่างเกิดขึ้นที่บ้าน” 

แหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งในเมืองเคียวทัมบะ ใกล้กับเมืองนันตัน และไม่ได้มาทำงานในวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่เขาควรจะเดินทางไปทำธุระเรื่องงาน โดยอ้างว่าติดเชื้อโนโรไวรัส

เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังค้นหาอย่างหนักและเผยแพร่รูปภาพของเด็กชายเพื่อขอเบาะแสจากประชาชน จนกระทั่งวันที่ 29 มีนาคม ญาติพบกระเป๋านักเรียนของเด็กชายในป่า ห่างจากโรงเรียนประมาณ 3 กิโลเมตร ต่อมาวันที่ 12 เมษายน พบรองเท้าผ้าใบสีดำซึ่งคาดว่าเป็นของเด็กชายใกล้กับป่าระหว่างบ้านและโรงเรียน และวันที่ 13 เมษายน เจ้าหน้าที่พบร่างของเด็กชายในสภาพไร้รองเท้า บริเวณถนนในพื้นที่เกษตรกรรมกลางป่า ห่างจากโรงเรียนราว 2 กิโลเมตร

แหล่งข่าวสืบสวนระบุว่า พ่อเลี้ยงยอมรับว่าได้ฆ่าลูกชายและนำศพไปทิ้งไว้ในเมืองนันตันช่วงระหว่างเช้าวันที่ 23 มีนาคม ถึงบ่ายวันที่ 13 เมษายน โดยผลการสืบสวนชี้ว่าผู้ต้องสงสัยได้ “เคลื่อนย้ายศพไปหลายสถานที่” เพื่อหลบซ่อนจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะถูกพบในที่สุด

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนหามูลเหตุจูงใจที่แน่ชัด และรอผลชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อยืนยันสาเหตุการตายที่แน่นอน แม้ผลเบื้องต้นจะไม่พบบาดแผลภายนอกที่เด่นชัด แต่จากการรับสารภาพของผู้ต้องสงสัยว่า “สังหารด้วยการบีบคอ” ทำให้คดีนี้มุ่งไปที่การฆาตกรรมโดยเจตนา.

ที่มา JapanToday / livedoornews

ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า

ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง "Skynest" ตู้นอนลอยฟ้า

17 เม.ย. 2569 14:24 น.

ชั้นประหยัดก็นอนได้ แอร์นิวซีแลนด์เตรียมเปิดจอง “Skynest” ตู้นอนลอยฟ้า

สายการบินแอร์นิวซีแลนด์เปิดตัว “Skynest” ตู้นอนแบบเตียง 6 ที่นั่ง สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัดบนเที่ยวบินระหว่างเมืองอ๊อกแลนด์และนครนิวยอร์ก จำกัด 4 ชั่วโมงต่อคน จ่ายเพิ่มในราคาประมาณ 9,300 บาท เริ่มเปิดจองพฤษภาคมนี้ ชูจุดขายให้นอนราบได้จริงแม้จ่ายราคาประหยัด พร้อมกฎเหล็กห้ามนำเด็กแอบเข้าและห้ามกินขนมในตู้นอน

สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญของบริการ “Skynest” หรือตู้นอนแบบเตียงราบซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัดและชั้นประหยัดพรีเมียม โดยเตรียมเปิดให้จองสิทธิ์เข้าใช้บริการตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมนี้ สำหรับเที่ยวบินเส้นทางระยะไกลพิเศษระหว่างเมืองอ๊อกแลนด์และนิวยอร์ก ซึ่งมีกำหนดเริ่มให้บริการจริงในช่วงปลายปี 2026

Skynest จะติดตั้งบนเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์ จำนวน 6 ตู้ต่อลำ โดยผู้โดยสารยังคงต้องซื้อที่นั่งปกติสำหรับเที่ยวบินที่ใช้เวลาเดินทางกว่า 17 ชั่วโมง แต่สามารถเลือกซื้อบริการเสริมเพื่อเข้าใช้ตู้นอนได้ในรอบเวลา 4 ชั่วโมงต่อคน ราคาต่อรอบอยู่ที่ประมาณ 495 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (หรือประมาณ 9,354 บาท) โดยในช่วงแรกจะจำกัดสิทธิ์การจองได้เพียงคนละ 1 รอบต่อเที่ยวบินเท่านั้น

ภายในตู้นอนจะมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ได้แก่ เครื่องนอนที่เปลี่ยนใหม่ทุกรอบ, ม่านบังตาเพื่อความเป็นส่วนตัว, ไฟปรับบรรยากาศ รวมถึงชุดอุปกรณ์พักผ่อนที่มีทั้งที่ปิดตา, สกินแคร์, ที่อุดหู และถุงเท้า

เตียงแต่ละเตียงมีความยาวประมาณ 203 เซนติเมตร และความกว้างบริเวณไหล่ประมาณ 64 เซนติเมตร และค่อยๆ แคบลงเหลือประมาณ 41 เซนติเมตร บริเวณปลายเท้า

เพื่อให้การพักผ่อนเป็นไปอย่างราบรื่น สายการบินได้วางระเบียบข้อบังคับไว้ เช่น  ไม่อนุญาตให้เข้าพักพร้อมกันสองคน, ห้ามนำเด็กแอบเข้าไปในตู้นอนเด็ดขาด, ห้ามรับประทานขนม และขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงน้ำหอมกลิ่นแรง สายการบินระบุว่าความเงียบเป็นเรื่องยากในทางสถิติ จึงมีการเตรียมที่อุดหูไว้ให้ผู้โดยสารทุกคนเผื่อกรณีที่มีคนนอนกรน

นายนิขิล ราวิชันการ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอร์นิวซีแลนด์ ระบุว่าสำหรับประเทศที่อยู่ห่างไกลอย่างนิวซีแลนด์ “การเดินทางมีความหมายอย่างยิ่ง” และการทำให้ผู้คนยอมนั่งเครื่องบินนานหลายชั่วโมงได้นั้น จำเป็นต้องทำให้การพักผ่อนบนเครื่องเป็นเรื่องที่จัดการได้จริงและสะดวกสบายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของอุตสาหกรรมการบินยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิงที่ผันผวนและผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้แอร์นิวซีแลนด์ต้องปรับขึ้นค่าโดยสารและลดจำนวนเที่ยวบินลงราว 4% ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อพยุงสถานะทางการเงินของบริษัท.

ที่มา  Air New Zealand / Guardian

“มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6

"มิน อ่อง หล่าย" สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ "ซูจี" ลง 1 ใน 6

17 เม.ย. 2569 12:59 น.

“มิน อ่อง หล่าย” สั่งลดโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิต-ลดโทษ “ซูจี” ลง 1 ใน 6

“มิน อ่อง หล่าย” ประธานาธิบดีเมียนมา ประกาศอภัยโทษครั้งใหญ่เนื่องในเทศกาลปีใหม่ “ทิงยาน” สั่งลดโทษผู้ต้องขังประหารชีวิตทั้งหมดเหลือเพียงจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่มีรายงานว่า “อองซานซูจี” ถูกลดโทษลง 1 ใน 6 พร้อมการปล่อยตัวนักโทษกว่า 4,300 ราย ที่รวมถึงการปล่อยตัวนายวิน มยินต์ อดีตประธานาธิบดี

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ออกแถลงการณ์ประกาศอภัยโทษครั้งใหญ่เนื่องในเทศกาล “ทิงยาน” หรือวันขึ้นปีใหม่ของเมียนมา โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการประกาศเปลี่ยนโทษประหารชีวิตสำหรับนักโทษทุกราย ให้กลายเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิตแทน

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลทหารได้รื้อฟื้นการประหารชีวิตขึ้นมาอีกครั้งภายหลังการรัฐประหารในปี 2021 ซึ่งส่งผลให้มีผู้ถูกตัดสินประหารชีวิตแล้วมากกว่า 130 ราย ตามข้อมูลของสหประชาชาติ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองและผู้ต่อต้านรัฐประหาร

นอกจากโครงการลดโทษประหารชีวิตแล้ว ทางการเมียนมายังเตรียมปล่อยตัวนักโทษรวมกว่า 4,300 ราย และชาวต่างชาติอีก 179 ราย รวมถึงประกาศลดโทษ 1 ใน 6 สำหรับนักโทษที่มีกำหนดโทษจำคุกต่ำกว่า 40 ปี 

ด้านสำนักงานเลขาธิการประธานาธิบดีเมียนมาแถลงว่าพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ลงนามในคำสั่งอภัยโทษนายวิน มยินต์ อดีตประธานาธิบดี ซึ่งถูกควบคุมตัวตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2021

ด้านทนายความของนางอองซานซูจี แจ้งกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าทางการเมียนมาได้ประกาศลดโทษให้นางซูจี วัย 80 ปี หลังรับโทษจำคุก 27 ปี จากความผิดหลายกระทง ซึ่งพันธมิตรของเธอกล่าวว่าเป็นการกระทำทางการเมืองเพื่อกีดกันเธอออกจากอำนาจ ตั้งแต่ข้อหายุยงปลุกปั่น การทุจริต การฉ้อโกงการเลือกตั้ง และการละเมิดกฎหมายความลับของรัฐ

ทนายความกล่าวว่าโทษจำคุกถูกลดลง 1 ใน 6 แต่ยังไม่ชัดเจนว่านางซูจีซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจะได้รับอนุญาตให้รับโทษส่วนที่เหลือภายใต้การกักบริเวณในบ้านหรือไม่ 

ที่บริเวณหน้าเรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้ง มีกลุ่มญาติพี่น้องของผู้ต้องขังจำนวนมากมารอคอยด้วยความหวังว่าบุคคลในครอบครัวจะได้รับการปล่อยตัว โดยเฉพาะผู้ที่ถูกคุมขังในคดีทางการเมือง ซึ่งจากข้อมูลของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (AAPP) ระบุว่ามีผู้ถูกคุมขังด้วยเหตุผลทางการเมืองแล้วมากกว่า 30,000 ราย นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร

นักวิเคราะห์และกลุ่มจับตามองด้านประชาธิปไตยให้ความเห็นว่า การขยับตัวครั้งนี้ของมิน อ่อง หล่าย เป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม “ฟอกขาว” หรือปรับภาพลักษณ์ของรัฐบาลทหารให้ดูเป็นรัฐบาลพลเรือนมากขึ้น หลังจากที่เขาได้รับเลือกจากรัฐสภาที่จัดตั้งโดยกองทัพให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สถาบันยุทธศาสตร์และนโยบายเมียนมา ระบุว่า ในการอภัยโทษรอบก่อนๆ มีนักโทษทางการเมืองเพียงไม่ถึงร้อยละ 14 เท่านั้นที่ได้รับการปล่อยตัวจริง ขณะที่ “อองซาน ซูจี” อดีตผู้นำพลเรือนวัย 78 ปี ยังคงถูกคุมขังและตัดขาดจากการติดต่อสื่อสาร เพื่อรับโทษจำคุกรวม 27 ปี ซึ่งนานาชาติมองว่าเป็นคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง

ปัจจุบัน เมียนมายังคงตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ ระหว่างกองทัพรัฐบาลกับกลุ่มติดอาวุธฝ่ายประชาธิปไตยและกองกำลังชาติพันธุ์ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การเลือกตั้งที่จัดโดยรัฐบาลทหารเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งพรรคเอ็นแอลดีของนางซูจีถูกสั่งยุบและห้ามลงแข่งขันในครั้งนั้น.

ที่มา AFP / Reuters

รวบตัว “D4vd” นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี

รวบตัว "D4vd" นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี

17 เม.ย. 2569 12:24 น.

รวบตัว “D4vd” นักร้องดาวรุ่ง TikTok ตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมเด็กสาววัย 14 ปี

ตำรวจลอสแองเจลิสเข้าจับกุม “เดวิด แอนโธนี เบิร์ก” หรือ “D4vd”  นักร้องดาวรุ่ง TikTok เจ้าของเพลงฮิต Romantic Homicide หลังพบชิ้นส่วนศพเด็กสาวที่หายตัวไปนานหลายเดือนซุกซ่อนอยู่ในรถเทสลาของเขา รวมถึงพบรอยสักบนนิ้วมือผู้ตายคล้ายคลึงกับของนักร้อง

สำนักงานตำรวจลอสแอนเจลิส (LAPD) แถลงยืนยันการจับกุมตัว “เดวิด แอนโธนี เบิร์ก” (David Anthony Burke) หรือที่รู้จักในนามศิลปินหนุ่มชื่อดัง D4vd (เดวิด) วัย 21 ปี ในข้อหาฆาตกรรม เซเลสเต ริวาส เอร์นานเดซ (Celeste Rivas Hernandez) เด็กสาววัย 14 ปี ที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2024 โดยขณะนี้เขาถูกควบคุมตัวโดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว

จุดเริ่มต้นของคดีสะเทือนขวัญคดีนี้ถูกเปิดโปงขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2025 หลังจากมีรายงานเรื่องกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงโชยออกมาจากรถยนต์เทสลาที่จอดอยู่ในอู่ลากรถย่านฮอลลีวูด จากการตรวจสอบพบชิ้นส่วนศีรษะและลำตัวของเด็กสาวบรรจุอยู่ในถุงเก็บศพ ซุกซ่อนอยู่ในกระโปรงหน้ารถ ซึ่งจดทะเบียนในชื่อและที่อยู่ของนักร้องหนุ่มในรัฐเท็กซัส

สถาบันนิติเวชระบุว่าสภาพศพเน่าเปื่อยอย่างรุนแรง และคาดว่าเสียชีวิตมานานหลายสัปดาห์ก่อนถูกค้นพบ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดที่น่าตกใจคือ ผู้ตายมีรอยสักคำว่า “Shhh…” บนนิ้วชี้ ซึ่งเป็นลายเดียวกับรอยสักบนนิ้วชี้ของ D4vd 

ข้อมูลจากศาลระบุว่า คณะลูกขุนใหญ่ได้เริ่มพิจารณาคดีนี้ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีการเรียกตัวครอบครัวของนักร้องหนุ่มจากเท็กซัสมาให้การ จนกระทั่งมีการเปิดเผยเอกสารที่ระบุว่า D4vd คือ “เป้าหมายหลัก” ของการสืบสวนคดีฆาตกรรมในครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าตรวจค้นคฤหาสน์ในย่านฮอลลีวูดฮิลส์ ซึ่งนักร้องหนุ่มพักอาศัยอยู่ห่างจากจุดที่พบรถเพียงไม่กี่ช่วงถนน ขณะที่ตัวแทนของนักร้องหนุ่มระบุเพียงว่าเขากำลังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่

ภายหลังการค้นพบศพ D4vd ได้ประกาศยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกทันทีและเก็บตัวเงียบจากสื่อโซเชียล ขณะที่แบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำอย่าง Hollister และแบรนด์รองเท้า Crocs ได้ประกาศยุติแคมเปญโฆษณาทั้งหมดกับเขา รวมถึงนักร้องสาวชื่อดัง Kali Uchis ก็ได้ถอดเพลง “Crashing” ที่เคยทำร่วมกับเขาออกจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ด้วย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาเข้าพบอัยการเขตในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เพื่อดำเนินการส่งฟ้องตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.

ที่มา BBC

รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

17 เม.ย. 2569 11:51 น.

รวบอดีต สส.ฟิลิปปินส์ในกรุงปราก พัวพันคดีทุจริตโครงการน้ำท่วม

อดีต สส. ฟิลิปปินส์ “เอลิซัลดี โค” ถูกรวบตัวกลางกรุงปราก ในสาธารณรัฐเช็ก หลังหนีคดีทุจริตโครงการป้องกันน้ำท่วมมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท ด้านประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ เร่งประสานส่งตัวกลับประเทศ แม้ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ทางการฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ยืนยันการจับกุม นายเอลิซัลดี โค (Elizaldy Co) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีคอร์รัปชันครั้งมโหฬาร โดยถูกรวบตัวได้ที่สาธารณรัฐเช็ก หลังหลบหนีออกจากประเทศไปนานหลายเดือน

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ เปิดเผยว่า นายโคถูกเจ้าหน้าที่ในกรุงปรากควบคุมตัวหลังจากพยายามเดินทางข้ามพรมแดนโดย “ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนที่ถูกต้อง” เนื่องจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้เพิกถอนพาสปอร์ตของเขาไปตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา และได้ประสานงานกับตำรวจสากลเพื่อออกหมายแดงล่าตัวไปทั่วโลก

คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายย่อยยับไปทั่วประเทศ จนนำไปสู่การสืบสวนที่พบความผิดปกติในโครงการป้องกันน้ำท่วม โดยพบว่ามีการเบิกจ่ายงบประมาณให้กับ “โครงการทิพย์” หรือโครงการที่ไม่มีการก่อสร้างจริงตลอดหลายปีที่ผ่านมา คิดเป็นความเสียหายต่อเศรษฐกิจสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 72,000 ล้านบาท) โดยนายโคถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้รับเงินสินบนก้อนโตจากโครงการเหล่านี้

นายโคลาออกจากตำแหน่ง สส. เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ก่อนจะหลบหนีไปต่างประเทศในเดือนกรกฎาคม 2025 ในระหว่างที่หลบหนี เขาได้เผยแพร่วิดีโอพาดพิงว่าประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้นำฟิลิปปินส์ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง โดยระบุว่าเขาเองเป็นผู้เปิดโปงเรื่องนี้ต่อสาธารณชน

นอกจากนายโคแล้ว ยังมีนักการเมืองระดับสูงอีกหลายรายที่ถูกซัดทอด รวมถึงอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของมาร์กอส และอดีตประธานวุฒิสภาที่เพิ่งถูกปลดจากตำแหน่งหลังพบความเชื่อมโยงกับผู้รับเหมาโครงการ

แม้ฟิลิปปินส์จะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับสาธารณรัฐเช็ก แต่นายจอนวิก เรมุลลา รัฐมนตรีมหาดไทย ระบุว่าทางการทั้งสองประเทศกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิด และคาดว่าอาจจะสามารถคุมตัวนายโคกลับมาดำเนินคดีที่ฟิลิปปินส์ได้ภายใน 1 ถึง 3 สัปดาห์นี้

ฟิลิปปินส์ถือเป็นประเทศที่เผชิญกับพายุและไต้ฝุ่นเฉลี่ยปีละ 20 ลูก การทุจริตงบประมาณป้องกันภัยธรรมชาติจึงเป็นประเด็นอ่อนไหวที่สร้างความโกรธแค้นให้กับประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ไต้ฝุ่นคาลเมกีเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 85 คนในเกาะเซบู เนื่องจากระบบป้องกันน้ำท่วมล้มเหลว.

ที่มา INQUIRER.net

เคนยาตัดสินจำคุกหนุ่มจีน 1 ปี ลอบขนมดราชินีกว่า 2,000 ตัว ส่งขายตลาดมืดต่างประเทศ

เคนยาตัดสินจำคุกหนุ่มจีน 1 ปี ลอบขนมดราชินีกว่า 2,000 ตัว ส่งขายตลาดมืดต่างประเทศ

17 เม.ย. 2569 11:08 น.

เคนยาตัดสินจำคุกหนุ่มจีน 1 ปี ลอบขนมดราชินีกว่า 2,000 ตัว ส่งขายตลาดมืดต่างประเทศ

ศาลในกรุงไนโรบีของเคนยา ตัดสินจำคุกชายชาวจีน 1 ปี พร้อมปรับกว่า 2 แสนบาท หลังพยายามลักลอบขน “มดราชินี” กว่า 2,200 ตัวมุ่งหน้าไปจีน เผยเป็นหนึ่งในธุรกิจทำเงินในแอฟริกาตะวันออก พบมีราคาพุ่งสูงถึงตัวละ 7,000 บาทในตลาดนักสะสม

ศาลเคนยามีคำพิพากษาให้จำคุก นายจาง เค่อฉวิน สัญชาติจีน เป็นเวลา 1 ปี และสั่งปรับเป็นเงิน 1 ล้านชิลลิงเคนยา (ประมาณ 248,000 บาท) ในข้อหาลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย หลังถูกจับกุมพร้อมของกลางเป็นมดราชินีจำนวนมาก

นายจางถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรจับกุมได้ที่สนามบินนานาชาติไนโรบี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ขณะกำลังเตรียมเดินทางไปประเทศจีน จากการตรวจสอบกระเป๋าเดินทาง พบหลอดทดลองขนาดเล็กบรรจุมดที่มีชีวิตจำนวน 2,238 ตัว ในจำนวนนี้เป็น “มดเก็บเกี่ยวแอฟริกายักษ์” (Messor cephalotes) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เหล่านักสะสมต้องการสูงถึง 1,948 ตัว

ไอรีน กิโชบี ผู้พิพากษาในคดีนี้ ระบุในคำวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความซื่อสัตย์และขาดความสำนึกผิด พร้อมย้ำว่าจำเป็นต้องลงโทษอย่างหนักเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ เนื่องจากปัจจุบันมีการลักลอบค้ามดสวนในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติ

จากการสอบสวนพบว่านายจางได้รับซื้อจำพวกมดมาจากนายชาร์ลส์ มวางกี ชาวเคนยา ในราคา 10,000 ชิลลิงเคนยา ต่อมด 100 ตัว โดยนายมวางกีถูกตั้งข้อหาและอยู่ระหว่างการประกันตัว ทั้งนี้ ข้อมูลระบุว่ามดเหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มนักสะสมสัตว์แปลกในจีน สหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยมดราชินีบางตัวอาจมีมูลค่าสูงถึง 220 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,050 บาทต่อตัว

คดีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ศาลเคนยาเคยสั่งจำคุกชาวเบลเยียม 2 ราย ชาวเวียดนาม และชาวเคนยา ในข้อหาลักษณะเดียวกัน หลังพยายามลักลอบขนมดเกือบ 5,000 ตัวใส่หลอดทดลองออกนอกประเทศ

สำหรับนายจาง หลังจากรับโทษจำคุกครบ 1 ปีแล้ว เขาจะถูกส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิดทันที อย่างไรก็ตาม ทนายความของเขาเปิดเผยว่าเตรียมจะยื่นอุทธรณ์คำพิจารณาดังกล่าวภายใน 14 วันตามกรอบที่กฎหมายกำหนด.

ที่มา BBC / The Guardian

อุกอาจกลางวันแสกๆ! ปล้นแบงก์เนเปิลส์ จับตัวประกัน 25 คน ก่อนหนีผ่านอุโมงค์ล่องหน

อุกอาจกลางวันแสกๆ! ปล้นแบงก์เนเปิลส์ จับตัวประกัน 25 คน ก่อนหนีผ่านอุโมงค์ล่องหน

17 เม.ย. 2569 08:58 น.

อุกอาจกลางวันแสกๆ! ปล้นแบงก์เนเปิลส์ จับตัวประกัน 25 คน ก่อนหนีผ่านอุโมงค์ล่องหน

คนร้ายติดอาวุธบุกปล้นธนาคารในเมืองเนเปิลส์ จับตัวประกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนปล่อยตัวทั้งหมดโดยไร้ผู้บาดเจ็บสาหัส แต่สุดท้ายหลบหนีผ่านอุโมงค์ลอยนวล คาดเชื่อมท่อระบายน้ำ

เกิดเหตุปล้นธนาคารสุดอุกอาจในเมือง เนเปิลส์ ประเทศอิตาลี เมื่อกลุ่มคนร้ายติดอาวุธบุกเข้าธนาคาร Crédit Agricole สาขาหนึ่งในช่วงกลางวัน คนร้ายจับตัวประกันรวม 25 คน ขังไว้ภายในอาคาร ขณะที่ตำรวจเร่งปิดล้อมพื้นที่ทันทีหลังเกิดเหตุ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงในการเจรจากับคนร้าย ก่อนที่ตัวประกันจะได้รับการปล่อยตัว

ภาพจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เครื่องทุบกระจก ช่วยผู้คนปีนหนีออกจากอาคาร บางคนปัดเศษกระจกแล้วเดินออกมาเอง ขณะที่บางรายอยู่ในอาการตกใจ ร้องไห้ และเข้าสวมกอดญาติ

มีผู้ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างน้อย 6 คนจากภาวะช็อก แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บสาหัส

หนึ่งในตัวประกันให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า คนร้ายพาพวกเขาไปขังรวมกันในห้องหนึ่ง แม้จะมีอาวุธ แต่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่า ตัวประกันทั้งหมดได้รับการช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยภายในช่วงเวลาหลัง 13:30 น.

ทั้งนี้ ระหว่างเกิดเหตุ มีการส่งกำลังหน่วยพิเศษคาราบิเนียรีจากแคว้น ทัสกานี เข้าสนับสนุน โดยได้ยินเสียงปืนและระเบิดแฟลช ดังขึ้นระหว่างปฏิบัติการบุกจู่โจมธนาคาร แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่ได้ กลับพบว่าคนร้ายได้หลบหนีไปแล้ว คาดว่าคนร้ายใช้เส้นทางอุโมงค์ในการหลบหนี ซึ่งอาจเชื่อมต่อกับระบบท่อระบายน้ำใต้เมือง

ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและดับเพลิงกำลังตรวจสอบฝาท่อใกล้ธนาคาร ท่ามกลางฝูงชนที่ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์ โดยรายงานระบุว่า คนร้ายไม่ได้ขโมยเงินสดโดยตรง แต่เจาะเข้าไปยังตู้เซฟส่วนบุคคล ทำให้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยได้.

ที่มา : BBC