ช่วยชีวิต 2 คนงานรอดตายปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในอุโมงค์เนปาลนาน 9 วัน

ช่วยชีวิต 2 คนงานรอดตายปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในอุโมงค์เนปาลนาน 9 วัน

4 ก.ย. 2569 11:52 น.

ช่วยชีวิต 2 คนงานรอดตายปาฏิหาริย์ หลังติดอยู่ในอุโมงค์เนปาลนาน 9 วัน

เจ้าหน้าที่เนปาลช่วยเหลือคนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 คนออกจากอุโมงค์ได้อย่างปลอดภัย หลังติดอยู่ใต้ซากโคลนและเศษวัสดุนานถึง 9 วัน จากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 1,250 ราย และยังมีผู้สูญหายกว่า 5,000 คน ขณะที่ภารกิจกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ในอุโมงค์อื่น ๆ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเนปาลประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือคนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 คนออกจากอุโมงค์โครงการไฟฟ้าพลังน้ำไตรศุลี 3A ได้อย่างปลอดภัยวันนี้ (4 ก.ย.) หลังทั้งสองติดอยู่ภายในนานถึง 9 วัน จากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ส.ค.

ผู้รอดชีวิตทั้งสองได้รับการระบุชื่อว่านายซันเจย์ ชาห์ อายุ 30 ปี หัวหน้าคนงานฝ่ายเครื่องกล และนายคาบีร์ มหาราจัน อายุ 45 ปี หัวหน้างานฝ่ายเครื่องกล โดยทั้งคู่เป็นเจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าเนปาล หรือ NEA

ภาพที่เผยแพร่โดยกระทรวงพลังงานเนปาลเผยให้เห็นช่วงเวลาที่ทีมกู้ภัยสามารถนำชายคนหนึ่งออกมาจากช่องเปิดของอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยโคลน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของเจ้าหน้าที่ ส่วนภาพอีกภาพเผยให้เห็นชายอีกคนเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน มือประนมเข้าหากัน ขณะถูกนำตัวออกจากพื้นที่บนเปลสีส้ม

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ชาห์เป็นคนแรกที่ได้รับการช่วยเหลือออกจากอุโมงค์ โดยหลังได้รับการช่วยเหลือ ทีมกู้ภัยได้ให้ออกซิเจนแก่เขา ก่อนนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งไปยังเมืองบัตตาร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ ส่วนภรรยาของมหาราจันกำลังเดินทางไปพบเขาที่โรงพยาบาลทหารฉาวนีในกรุงกาฐมาณฑุ

ซูเรช เชาดารี เพื่อนร่วมงานของชาห์ กล่าวกับสื่อว่า รู้สึกดีใจอย่างมากกับข่าวการช่วยเหลือ และความสำเร็จครั้งนี้ทำให้มีความหวังว่า คนงานคนอื่น ๆ ที่ยังติดอยู่ภายในอุโมงค์อาจได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างมีชีวิตเช่นกัน

เหตุอุทกภัยครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมวลโคลนและเศษหินขนาดมหาศาล ซึ่งเกิดจากหิมะและน้ำแข็งถล่มลงมาจากพื้นที่ภูเขาบริเวณชายแดนจีน-เนปาล ก่อนพัดไหลลงมาตามแม่น้ำและพื้นที่โดยรอบอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,250 ราย และยังสูญหายอีกกว่า 5,000 คน

ในจำนวนผู้สูญหาย มีคนงานหลายร้อยคนที่ทำงานอยู่ภายในเครือข่ายอุโมงค์ขนาดใหญ่ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งตามแนวแม่น้ำ เจ้าหน้าที่จึงยังคงปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในอุโมงค์อย่างน้อย 6 แห่ง ซึ่งคาดว่าอาจมีผู้ติดอยู่ภายในมากกว่า 150 คน

สำหรับที่โครงการไตรศุลี 3A ทีมกู้ภัยได้สูบน้ำและอากาศเข้าไปภายในอุโมงค์ พร้อมขุดผ่านกองโคลนและเศษซากที่ปิดกั้นทางเข้าเป็นระยะทางประมาณ 50-60 เมตร เพื่อเปิดเส้นทางเข้าไปถึงผู้ที่ติดอยู่ด้านใน

ก่อนช่วยเหลือคนงานทั้งสองได้สำเร็จ ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยอุโมงค์ชาวออสเตรเลีย อาร์โนลด์ ดิกซ์ ซึ่งให้คำปรึกษาปฏิบัติการกู้ภัยจากระยะไกล เปิดเผยว่า ทีมกู้ภัยที่ไตรศุลี 3A เชื่อว่าได้ยินเสียงตอบรับแผ่วเบาจากภายในอุโมงค์

ดิกซ์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ตะโกนเข้าไปในอุโมงค์เพื่อบอกผู้ที่ติดอยู่ด้านในว่าไม่ต้องกลัวและกำลังเข้าไปช่วยเหลือ ก่อนจะได้ยินเสียงตอบรับเป็นคำว่า “ฮุนฉะ” ซึ่งในภาษาเนปาลหมายถึง “ใช่” หรือ “ตกลง”

ดิกซ์ ซึ่งเป็นประธานสมาคมอุโมงค์และพื้นที่ใต้ดินระหว่างประเทศ กล่าวด้วยว่า หลังจากทีมกู้ภัยทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ภารกิจกลับมามีความหวังอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากทางการเชื่อว่าอาจมีผู้รอดชีวิตอีกจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งนำอากาศเข้าสู่อุโมงค์และเปิดเส้นทางผ่านกองโคลนและเศษซาก เพื่อเพิ่มโอกาสในการช่วยเหลือผู้สูญหายที่อาจยังมีชีวิตอยู่

เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดของเนปาลในช่วงที่ผ่านมา และการช่วยเหลือคนงานทั้งสองหลังติดอยู่ใต้ซากอุโมงค์นานถึง 9 วัน ได้สร้างความหวังให้กับครอบครัวของผู้สูญหายจำนวนมากว่าอาจยังมีผู้รอดชีวิตรอความช่วยเหลืออยู่ภายในพื้นที่ประสบภัย.

ที่มา BBC / AFP 

พายุฝน 100 ปี ถล่มโตรอนโต ทำฝนเกือบเท่าทั้งเดือนในไม่กี่ชั่วโมง

พายุฝน 100 ปี ถล่มโตรอนโต ทำฝนเกือบเท่าทั้งเดือนในไม่กี่ชั่วโมง

4 ก.ย. 2569 11:22 น.

พายุฝน 100 ปี ถล่มโตรอนโต ทำฝนเกือบเท่าทั้งเดือนในไม่กี่ชั่วโมง

นครโตรอนโตของแคนาดา ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าคลี่คลายวิกฤตและเร่งทำความสะอาดเมืองอย่างหนัก หลังเผชิญพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง หรือ “ฝน 100 ปี” ถล่มเมืองอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และการจราจรเป็นอัมพาต ล่าสุดสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นครโตรอนโตเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงพัดถล่มเมืองเมื่อช่วงบ่ายและค่ำวันพุธที่ผ่านมา (2 ก.ย.) ทำให้เกิดฝนตกหนัก ลูกเห็บขนาดใหญ่ และความเสี่ยงเกิดพายุทอร์นาโดในหลายพื้นที่ของรัฐออนทาริโอ

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้บางพื้นที่ของโตรอนโตมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 150 มิลลิเมตร ขณะที่ปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดเดือนสิงหาคมอยู่ที่ประมาณ 78 มิลลิเมตร ด้านนักภูมิอากาศของแคนาดาระบุว่า วันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เป็นวันที่มีฝนตกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของโตรอนโต โดยพื้นที่ใจกลางเมืองมีฝนประมาณ 60 มิลลิเมตร และจุดวัดบางแห่งพบปริมาณฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร หรือเกือบเท่ากับปริมาณฝนตลอดหนึ่งเดือน

พายุฝนทำให้แม่น้ำดอนเอ่อล้นตลิ่ง เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนและถนน ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่น ระบบรถไฟใต้ดินและเรือเฟอร์รีไปยังเกาะโตรอนโตต้องระงับให้บริการ ขณะที่ช่วงพายุรุนแรงที่สุด มีประชาชนในเมืองราว 65,000 รายไม่มีไฟฟ้าใช้

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงโตรอนโตได้รับแจ้งเหตุเกือบ 1,500 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง ถือเป็นปริมาณการแจ้งเหตุสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของหน่วยดับเพลิงเมือง รองจากเหตุพายุน้ำแข็งครั้งใหญ่ในปี 2013 โดยภารกิจช่วยเหลือรวมถึงการช่วยคนติดอยู่ในลิฟต์ คนงานติดอยู่บนโครงนั่งร้าน เหตุไฟไหม้ และอาคารบางส่วนพังถล่ม ขณะที่ตำรวจระบุว่า วันเดียวมีการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน 911 มากถึง 5,030 ครั้ง

โอลิเวีย โจว นายกเทศมนตรีเมืองโตรอนโต กล่าวว่า พายุผ่านพ้นไปแล้ว และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีการเตรียมพร้อมและประสานงานกันอย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าทำงานจนกว่าถนนทุกสายจะเปิดใช้งานได้และประชาชนทุกคนจะมีไฟฟ้าใช้

ล่าสุด ไฟฟ้ากลับมาแล้วประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าของ Toronto Hydro ที่ยังไม่มีไฟฟ้าลดลงเหลือประมาณ 5,700 ราย จาก 65,000 รายในช่วงที่พายุรุนแรงที่สุด ขณะที่ Hydro One รายงานว่ายังมีลูกค้าอีกประมาณ 15,000 รายไม่มีไฟฟ้าใช้

อย่างไรก็ตาม ระบบขนส่งสาธารณะกลับมาให้บริการตามกำหนด ค่ายฤดูร้อนของเมืองเปิดตามเวลาปกติ และงาน Canadian National Exhibition กลับมาเปิดอีกครั้งในเช้าวันพฤหัสบดี หลังต้องปิดเร็วกว่ากำหนดในช่วงค่ำวันพุธ

พายุยังส่งผลกระทบต่อสนามบินนานาชาติโตรอนโตเพียร์สัน ทำให้เที่ยวบินล่าช้าและยกเลิกบางเที่ยวบิน แต่การให้บริการกำลังทยอยกลับสู่ภาวะปกติ ส่วนสนามโรเจอร์ส สเตเดียม สนามจัดคอนเสิร์ตขนาดความจุ 50,000 คน ได้รับความเสียหายจากพายุ โดยผู้จัดงานระบุว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย

พอล จอห์นสัน ผู้จัดการเมืองโตรอนโต ระบุว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาเข้าข่ายเหตุการณ์พายุระดับ “ฝน 100 ปี” ตามเกณฑ์ของเมือง พร้อมยอมรับว่า ปริมาณน้ำฝนมหาศาลสามารถเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมที่มีอยู่

ด้าน เดวิด ฟิลลิปส์ นักภูมิอากาศจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแคนาดา กล่าวว่า แม้พายุฝนฟ้าคะนองจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้พายุมีความรุนแรงมากขึ้น และเหตุการณ์ฝนตกหนักในลักษณะนี้อาจกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน เมืองโตรอนโตได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากประชาชนประมาณ 1,000 ราย และทางการแนะนำให้ผู้ที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วม ต้นไม้ล้ม หรือความเสียหายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพายุ โทรศัพท์ไปยังหมายเลข 311 เพื่อขอความช่วยเหลือจากทางเมืองโดยตรง.

ที่มา CBC News / Global News

นักวิจัย “นมแมลงสาบ” “ทดลองกางเกงใน” คว้ารางวัลอิ๊กโนเบล

นักวิจัย "นมแมลงสาบ" "ทดลองกางเกงใน" คว้ารางวัลอิ๊กโนเบล

4 ก.ย. 2569 11:04 น.

นักวิจัย “นมแมลงสาบ” “ทดลองกางเกงใน” คว้ารางวัลอิ๊กโนเบล

นักวิจัยศึกษานมแมลงสาบ วิวัฒนาการของการจูบ และใช้กางเกงในวัดสุขภาพดิน คว้ารางวัลอิ๊กโนเบล เชิดชูงานวิทยาศาสตร์สุดแปลกแต่สร้างสรรค์

วันที่ 3 กันยายน 2569 นักวิจัย 10 ทีมได้รับรางวัลอิ๊กโนเบล (Ig Nobel) ประจำปี ในพิธีมอบรางวัลวิทยาศาสตร์สุดแปลก จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมในนครซูริก ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยนักวิจัยได้รับถ้วยรางวัลรูปทรงคล้ายการผสมกันระหว่างเห็ดกับเท้ามนุษย์ ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานตามธรรมเนียมของงาน ซึ่งผู้ชมต่างพับเครื่องบินกระดาษและขว้างขึ้นไปบนเวทีเพื่อเปิดการแสดง

รายงานข่าวระบุว่า หนึ่งในงานวิจัยที่ได้รับรางวัลคือการศึกษานมแมลงสาบ จากการค้นพบว่าโปรตีนในนมจากแมลงสาบมีพลังงานมากกว่าโปรตีนในนมจากวัวถึงสามเท่า ขณะที่ทีมนักวิจัยอีกกลุ่มฝังกางเกงใน 1,000 ตัวไว้ในดินในกว่า 25 ประเทศ เพื่อศึกษาว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในดินมีบทบาทอย่างไรต่อการย่อยสลายเนื้อผ้า และใช้เป็นตัวชี้วัดสุขภาพของดิน

ในขณะเดียวกันนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและสถาบันเทคโนโลยีฟลอริดาได้รับรางวัลจากการศึกษาวิวัฒนาการของการจูบ ส่วนผลงานของแพทย์ชาวญี่ปุ่นผู้ล่วงลับ โทคุจิ อุนโนะ มุ่งศึกษาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการสั่งน้ำมูก

ทั้งนี้รางวัลอิ๊กโนเบล จัดโดยนิตยสารดิจิทัล Annals of Improbable Research ซึ่งต้องการเชิดชูผลงานวิจัยที่สร้างเสียงหัวเราะในตอนแรก ก่อนทำให้ผู้คนได้คิดและสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดยรางวัลนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับรางวัลโนเบล ซึ่งมีกำหนดประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในช่วงต้นเดือนตุลาคม.

ที่มา AFP

กัมพูชาเผยกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศ อายัดเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ส่ง 446 คดีขึ้นศาล

กัมพูชาเผยกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศ อายัดเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ส่ง 446 คดีขึ้นศาล

4 ก.ย. 2569 09:51 น.

กัมพูชาเผยกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศ อายัดเงินกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ส่ง 446 คดีขึ้นศาล

กัมพูชากวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศ อายัดเงินในบัญชีกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ส่ง 446 คดีขึ้นศาล ผู้ต้องหาเกือบ 4,000 คน จาก 29 สัญชาติ

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์กัมพูชา เปิดเผยผลการปราบปรามอาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ระบุว่า สามารถอายัดเงินในบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงกับแก๊งหลอกลวงได้มากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,600 ล้านบาท พร้อมส่ง 446 คดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา 3,927 คน จาก 29 สัญชาติ ดำเนินคดีในศาล

นอกจากนี้ ทางการยังดำเนินคดีกับคาสิโน 27 แห่งที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงออนไลน์ โดยเพิกถอนใบอนุญาต 18 แห่ง และสั่งระงับการดำเนินงานอีก 9 แห่ง ขณะเดียวกัน มีการดำเนินคดี 4 คดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐ 15 คน ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของแก๊งหลอกลวง ครอบคลุมบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจ กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพ

กัมพูชาระบุว่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย 832 แห่ง บุกค้น 663 แห่ง และเข้าควบคุมพื้นที่แก๊งหลอกลวงขนาดใหญ่ 86 แห่ง โดยอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการทางกฎหมายเพื่อยึดทรัพย์ พร้อมระบุว่า ขณะนี้ไม่พบแก๊งหลอกลวงขนาดใหญ่ดำเนินงานอยู่ในประเทศแล้ว แต่พบว่าบางกลุ่มปรับเปลี่ยนวิธีการไปใช้สถานที่ขนาดเล็กและเป็นสถานที่ปิดมากขึ้น อาทิ ห้องเช่า เกสต์เฮาส์ คอนโดมิเนียม บ้าน รถยนต์ และร้านกาแฟ

คณะกรรมาธิการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์กัมพูชาเรียกร้องให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเบาะแสสถานที่ต้องสงสัย รวมถึงให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวน ปราบปราม และดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำจัดอาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์ทั่วประเทศ.

ที่มา Freshnews

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยเล็งลดขนาดพิธีพระบรมศพอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ลดผลกระทบปชช.

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยเล็งลดขนาดพิธีพระบรมศพอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ลดผลกระทบปชช.

4 ก.ย. 2569 09:01 น.

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยเล็งลดขนาดพิธีพระบรมศพอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ลดผลกระทบปชช.

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นพิจารณาปรับลดพิธีสำคัญหลังการสิ้นพระชนม์ของอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ โดยอาจย้ายสถานที่จัดพิธีเข้าพระราชวังและลดผู้เข้าร่วมเหลือราว 2,500 คน 

วันที่ 3 กันยายน 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า สำนักพระราชวังญี่ปุ่นกำลังพิจารณาปรับลดขนาดพิธีสำคัญในการพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งจะทรงมีพระชนมพรรษา 93 พรรษาในปีนี้ โดยเป็นเพียงการเตรียมการวางแผนล่วงหน้าแม้ขณะยังไม่มีปัญหาด้านพระพลานามัย

รายงานข่าวระบุว่า อดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะและจักรพรรดินีมิชิโกะได้แสดงพระราชประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักพระราชวังว่า ต้องการให้พิธีพระบรมศพยังคงสอดคล้องกับราชประเพณีของราชวงศ์ญี่ปุ่น แต่ควรลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด ขณะที่ช่วงเวลาที่ผ่านมาแทบไม่ปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชน หลังทรงสละราชสมบัติในปี 2562 ภายหลังทรงส่งสัญญาณถึงพระราชประสงค์ผ่านพระราชดำรัสทางวิดีโอเมื่อ 3 ปีก่อน

สำนักพระราชวังระบุว่า ได้เตรียมแนวทางจัดพิธีโดยพิจารณาจากพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ พระราชบิดาของอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะด้วย โดยเมื่อจักรพรรดิโชวะสวรรคต สวนชินจูกุเกียวเอนในกรุงโตเกียวถูกปิดนาน 2 เดือนครึ่ง เพื่อใช้จัดพระราชพิธีพระบรมศพ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศราว 10,000 คน

แหล่งข่าวระบุว่า สำนักพระราชวังกำลังพิจารณาย้ายพิธีศพมาจัดภายในพระราชวังอิมพีเรียล และลดจำนวนผู้เข้าร่วมเหลือประมาณ 2,500 คน โดยระบุว่าการจัดพิธีภายในอาคารพระราชวังจะช่วยลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นลงอย่างมาก ขณะเดียวกันยังช่วยให้การรักษาความปลอดภัยผู้เข้าร่วมพิธีทำได้ง่ายขึ้น

รายงานระบุว่า สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และมกุฎราชกุมารอากิชิโนะ ทรงเห็นชอบแนวทางของสำนักพระราชวังแล้ว ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดสำนักพระราชวังระบุว่า การพิจารณาปรับลดขนาดพิธีสะท้อนแนวพระราชดำริของอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะที่ทรงให้ความสำคัญกับความรู้สึกและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวญี่ปุ่นมาโดยตลอด.

ที่มา NHK

เกาหลีใต้เตรียมส่งกำลังทหารช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้นรัฐสภาไฟเขียว

 เกาหลีใต้เตรียมส่งกำลังทหารช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้นรัฐสภาไฟเขียว

4 ก.ย. 2569 08:59 น.

เกาหลีใต้เตรียมส่งกำลังทหารช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้นรัฐสภาไฟเขียว

เกาหลีใต้เตรียมส่งทหารไปคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซภายในสิ้นปีนี้ โดยอาจจะเป็นเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล เรือส่งกำลังบำรุง หรือหน่วยตรวจหาและเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยยังรอความเห็นชอบจากรัฐสภา

สำนักข่าวหลายแห่งในเกาหลีใต้รายงานเมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 กันยายนว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งทรัพยากรทางทหารไปยังช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถส่งกำลังหรือยุทโธปกรณ์ไปปฏิบัติภารกิจได้ก่อนสิ้นปีนี้

รายงานซึ่งอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลและกองทัพระบุว่า รัฐบาลกำลังเตรียมขั้นตอนเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยอาจเสนอญัตติขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาภายในเดือนกันยายน หลังผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี

สำหรับรูปแบบการสนับสนุนที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณา มีตั้งแต่การส่ง เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล เรือสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุง ไปจนถึงหน่วยตรวจหาและเก็บกู้ทุ่นระเบิด

รัฐบาลเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างหารือกับหลายประเทศ รวมถึง สหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส เพื่อพิจารณาขนาดและลักษณะของการสนับสนุนที่เหมาะสม

ภารกิจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน เสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน และเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางไปยังตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หรือ บลูเฮาส์ ออกมาชี้แจงว่า เกาหลีใต้กำลังหารือถึงแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการมีส่วนช่วยรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจริง แต่รายงานที่ระบุว่ารัฐบาลตัดสินใจเลือกแนวทางการส่งกำลังแล้วนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยรายละเอียดต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่มีประเด็นให้จับตา โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนสิงหาคมว่า เขาได้ลดขนาดการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ลงส่วนหนึ่ง เนื่องจากเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน

การที่เกาหลีใต้กำลังพิจารณาส่งทรัพยากรทางทหารไปสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นบทบาทด้านความมั่นคงที่สำคัญของโซลในภูมิภาคตะวันออกกลาง.

ที่มา :channelnewsasia

ไต้ฝุ่นโซเดลถล่มจีนรอบ 3 ฝูเจี้ยนฝนตกหนัก-น้ำท่วม ทางการยกระดับรับมือขั้นสูงสุด

ไต้ฝุ่นโซเดลถล่มจีนรอบ 3 ฝูเจี้ยนฝนตกหนัก-น้ำท่วม ทางการยกระดับรับมือขั้นสูงสุด

4 ก.ย. 2569 08:38 น.

ไต้ฝุ่นโซเดลถล่มจีนรอบ 3 ฝูเจี้ยนฝนตกหนัก-น้ำท่วม ทางการยกระดับรับมือขั้นสูงสุด

ไต้ฝุ่นโซเดลขึ้นฝั่งจีนเป็นครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้พัดขึ้นฝั่งที่มณฑลฝูเจี้ยน หลังเคยขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียงมาแล้ว 2 ครั้งเมื่อ 28 สิงหาคม ส่งผลให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมเป็นวงกว้าง 

ไต้ฝุ่นโซเดล (Saudel) พัดขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนอีก หลังพายุเคยขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียงมาแล้ว 2 ครั้ง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำท่วมในหลายพื้นที่

สำนักงานอุตุนิยมวิทยามณฑลฝูเจี้ยนระบุว่า โซเดลขึ้นฝั่งในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุประมาณ 23 เมตรต่อวินาที หรือราว 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อิทธิพลของไต้ฝุ่นทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑล ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและลำน้ำสาขาหลายสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลายเมืองและหมู่บ้านรายงานสถานการณ์น้ำเอ่อล้นและน้ำท่วมขัง ขณะที่บางพื้นที่เผชิญ ดินถล่มบนถนน บ้านเรือนถูกน้ำทะลักเข้าท่วม และเส้นทางคมนาคมได้รับผลกระทบ

ภาพทางอากาศเผยให้เห็นพื้นที่เขตเมืองและพื้นที่เกษตรหลายแห่งถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง โดยบางพื้นที่มีน้ำไหลเข้าท่วมถนนและชุมชนจนการสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก

หลังสถานการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหน่วยฉุกเฉินเร่งเข้าพื้นที่ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วม

เจ้าหน้าที่กู้ภัยถูกส่งเข้าไปอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยเร่งจัดการจราจร เคลียร์เศษซากและสิ่งกีดขวางบนถนน รวมถึงซ่อมแซมเส้นทางที่ได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักและดินถล่ม

ทางการฝูเจี้ยนได้ยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยเป็นระดับสูงสุด เพื่อรับมือกับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและความเสี่ยงจากฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยหลายพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมและดินถล่มเพิ่มเติม

ที่มา: CCTV / สำนักอุตุนิยมวิทยามณฑลฝูเจี้ยน

สาวก Star Trek ห้ามพลาด! อังกฤษออกเหรียญ 50 เพนนี ฉลองครบรอบ 60 ปี

สาวก Star Trek ห้ามพลาด! อังกฤษออกเหรียญ 50 เพนนี ฉลองครบรอบ 60 ปี

4 ก.ย. 2569 07:55 น.

สาวก Star Trek ห้ามพลาด! อังกฤษออกเหรียญ 50 เพนนี ฉลองครบรอบ 60 ปี

โรงกษาปณ์ของอังกฤษ เอาใจแฟน ๆ Star Trek ออกเหรียญ 50 เพนนีรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 60 ปี นับเป็นครั้งแรกที่ Star Trek ปรากฏอยู่บนเหรียญอังกฤษ

Royal Mint หรือ โรงกษาปณ์ของสหราชอาณาจักรเปิดตัว เหรียญ 50 เพนนีลาย Star Trek รุ่นสะสม เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของแฟรนไชส์ไซไฟระดับตำนาน โดยจะมีเหรียญออกมา 2 ลวดลาย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Star Trek ได้ปรากฏบนเหรียญ 50 เพนนีของอังกฤษ

เหรียญลวดลายแรกเปิดจำหน่ายในวันที่ 3 กันยายน 2026 ส่วนลวดลายที่ 2 มีกำหนดเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้

เหรียญแรกมาในธีม “Live Long & Prosper”

เหรียญรุ่นแรกโดดเด่นด้วยภาพ สัญลักษณ์การชูมือแบบวัลแคน ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่แฟน Star Trek ทั่วโลกรู้จักกันดี พร้อมข้อความ “Live Long & Prosper” หรือ “จงมีชีวิตยืนยาวและรุ่งเรือง” และตัวเลข “Star Trek 60” เพื่อสื่อถึงวาระครบรอบ 60 ปี

ส่วนเหรียญรุ่นที่ 2 ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน จะนำเสนอยานอวกาศ 4 ลำจากจักรวาล Star Trek ได้แก่ U.S.S. Voyager, U.S.S. Enterprise, Enterprise-D และ Klingon Bird of Prey

การออกแบบทั้งสองรุ่นครอบคลุมองค์ประกอบจาก Star Trek ในหลายยุค ทั้งจากซีรีส์โทรทัศน์และภาพยนตร์ สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของแฟรนไชส์ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1966

สำหรับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบของสะสม เหรียญบางรุ่นจะมีการเติมสีสันลงบนดีไซน์ โดยใช้ สีน้ำเงินและสีม่วงเป็นภาพเนบิวลา เพื่อสื่อถึงอวกาศอันกว้างใหญ่

โรงกษาปณ์ของสหราชอาณาจักรระบุว่า การใช้สีดังกล่าวยังเป็นการอ้างอิงถึง เครื่องแบบสีสันสดใสของนักแสดง Star Trek รุ่นดั้งเดิม ซึ่งได้รับการออกแบบให้โดดเด่นและมองเห็นสีได้ชัดเจนบนโทรทัศน์สีในยุคที่ซีรีส์เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1966

การเปิดตัวเหรียญ Star Trek ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของโรงกษาปณ์อังกฤษ ในการนำวัฒนธรรมป๊อปมาผสมผสานกับเหรียญสะสม โดยก่อนหน้านี้โรงกษาปณ์อังกฤษ เคยออกเหรียญคอลเลกชันธีมไซไฟมาแล้ว และมียอดจำหน่ายรวมเกือบ 800,000 เหรียญให้กับนักสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลก

การปรากฏตัวของ Star Trek บนเหรียญอังกฤษจึงถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่น่าจับตาสำหรับนักสะสมและแฟนไซไฟทั่วโลก โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบ 60 ปี Star Trek ซึ่งเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ไซไฟที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมสมัยนิยมมาอย่างยาวนาน

ที่มา: The independent

ยานสำรวจดาวพุธเริ่มการเข้าสู่วงโคจรสุดเสี่ยง หลังเดินทางนาน 8 ปี

ยานสำรวจดาวพุธเริ่มการเข้าสู่วงโคจรสุดเสี่ยง หลังเดินทางนาน 8 ปี

4 ก.ย. 2569 05:55 น.

ยานสำรวจดาวพุธเริ่มการเข้าสู่วงโคจรสุดเสี่ยง หลังเดินทางนาน 8 ปี

(ภาพจาก AFP PHOTO /EUROPEAN SPACE AGENCY (ESA))

ยานสำรวจดาวพุธเริ่มขั้นตอนการเข้าสู่วงโคจรซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายแล้ว หลังจากใช้เวลาเดินทางนานกว่า 8 ปี เป็นระยะทางกว่า 10,000 ล้านกิโลเมตรเพื่อไปถึงเป้าหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยานอวกาศในภารกิจ “เบปีโคลอมโบ” (BepiColombo) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และสำนักงานสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ได้เริ่มเข้าสู่ช่วงการเดินทางเข้าสู่ดาวพุธอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) หลังเดินทางนานถึง 8 ปี

ESA ระบุว่านี่คือหนึ่งในขั้นตอนการเข้าสู่วงโคจรดาวเคราะห์ที่ท้าทายที่สุด เนื่องจากดาวพุธมีมวลขนาดเล็กและแรงดึงดูดน้อยมากเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ ยานจึงต้องสลัดแรงเหวี่ยงอย่างแม่นยำเพื่อไม่ให้ตกไปในดวงอาทิตย์หรือหลุดหายไปในอวกาศ

ยานเบปีโคลอมโบต้องเดินทางเป็นระยะทางมากกว่า 10,000 ล้านกิโลเมตร โดยทำการบินผ่าน (flyby) ดาวพุธทั้งหมด 9 ครั้ง เพื่อเร่งความเร็ว ชะลอความเร็ว และปรับแต่งเส้นทางการบินให้แม่นยำที่สุด

เมื่อวันพฤหัสบดียานได้ทำการปลดล็อกระบบกลไกเพื่อแยกดาวเทียมสำรวจ 2 ดวงออกจากโมดูลขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติสำเร็จราบรื่น โดยสัญญาณยืนยันส่งมาถึงศูนย์ควบคุมในเยอรมนีหลังจากนั้นนานเกือบ 2 ชั่วโมง เนื่องจากระยะทางที่ไกลมาก

ยานมีกำหนดเข้าสู่วงโคจรของดาวพุธในวันที่ 21 พ.ย. และจะทำการแยกดาวเทียมสำรวจทั้ง 2 ดวงออกจากกันเพื่อเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดในวันที่ 9-10 ธ.ค. ก่อนเริ่มเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

ดาวเทียมสำรวจทั้ง 2 ดวงประกอบด้วย ยานโคจร “เมอร์คิวรี แพลเนทารี” (Mercury Planetary Orbiter – MPO) ของ ESA จะเข้าใกล้พื้นผิวดาวพุธในระยะ 480 กิโลเมตร เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลพื้นผิวด้วยความละเอียดสูง

ส่วนยานโคจร “เมอร์คิวรี แม็กเนโตสเฟียริก” (Mercury Magnetospheric Orbiter – Mio) ของ JAXA จะโคจรในวงรีห่างออกไปถึง 11,000 กิโลเมตร เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมในอวกาศและสนามแม่เหล็ก

โครงการนี้ใช้นวัตกรรมเครื่องมือวิทยาศาสตร์ 16 ชนิด ด้วยงบประมาณกว่า 1,700 ล้านยูโร เพื่อไขปริศนาเรื่องแกนเหล็ก สนามแม่เหล็ก และรอยหลุมบนดาวพุธ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์หินที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด และมนุษย์ศึกษาน้อยที่สุดในระบบสุริยะ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฆาตกรรมสุดโหด นักดนตรีเม็กซิโก ดับพร้อมเมีย ลูกสาว 3 ขวบ-หมาก็ไม่เว้น

ฆาตกรรมสุดโหด นักดนตรีเม็กซิโก ดับพร้อมเมีย ลูกสาว 3 ขวบ-หมาก็ไม่เว้น

4 ก.ย. 2569 03:49 น.

ฆาตกรรมสุดโหด นักดนตรีเม็กซิโก ดับพร้อมเมีย ลูกสาว 3 ขวบ-หมาก็ไม่เว้น

เกิดคดีฆาตกรรมสุดโหดขึ้นในเม็กซิโก เมื่อหนุ่มนักดนตรีจากวงร็อกดัง, ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ และลูกสาววัย 3 ขวบ พร้อมด้วยพี่เลี้ยงเด็กและสุนัขของครอบครัว ถูกพบเสียชีวิตเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

สำนักงานอัยการสูงสุดแห่งรัฐเม็กซิโกเปิดเผยว่า โจนาธาน เมเลนเดซ อายุ 38 ปี มือคีย์บอร์ดของวงอินดี้ร็อกชื่อดัง Camilo Séptimo เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่พบในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในย่านหรูใกล้กับกรุงเม็กซิโกซิตี้ เมื่อช่วงดึกวันอังคารที่ผ่านมา (1 ก.ย. 2569)

อีก 3 ศพที่เหลือรวมถึงนาง อานา เปาลา ภรรยาวัย 35 ปีของเมเลนเดซ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน และลูกสาววัย 3 ขวบของทั้งคู่ นอกจากนั้นยังพบร่างของ อาเลดา โรเมโร วิกโตริโอ หญิงวัย 21 ปี ซึ่งทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับคู่สามีภรรยานี้ กับสุนัขของพวกเขาอีก 1 ตัวด้วย

ตำรวจเชื่อว่า การฆาตกรรมนี้เกิดขึ้นระหว่างเวลา 17.30 น. ถึง 19.40 น. ของวันอังคาร โดยเหยื่อ 3 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงตัวเล็กๆ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ขณะที่อีกรายถูกยิงเข้าที่หลัง สำนักงานอัยการระบุด้วยว่า “เหยื่อ 2 รายถูกพบในสภาพถูกมัดมือ” ส่วนสุนัขเสียชีวิตในสภาพถูกมัดขา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบเด็กชายวัย 6 ขวบยังมีชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุและไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ด้วย

ชาย 2 คน ถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการสังหารโหดครั้งนี้ ในการปฏิบัติการร่วมกันของสำนักงานอัยการรัฐเม็กซิโก กองเลขาธิการความมั่นคงและการคุ้มครองพลเมืองของรัฐบาลกลาง และกองเลขาธิการความมั่นคงพลเมืองกรุงเม็กซิโกซิตี้

สำนักงานอัยการระบุว่า คนสนิทของเมเลนเดซ ซึ่งถูกระบุชื่อว่า ดิเอโก เซบาสเตียน “เอนเย” (Diego Sebastián “N”) ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือสังหาร

ด้านโอมาร์ การ์ซีอา ฮาร์ฟุช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงและการคุ้มครองพลเมืองของเม็กซิโก ระบุว่า หนึ่งในผู้สงสัยได้ “ใช้อุบาย” จากความสัมพันธ์สนิทสนมกับหนึ่งในเหยื่อเพื่อเข้าไปภายในบ้าน

สำหรับข้อมูลอื่นๆ สำนักงานอัยการกล่าวว่าจะเปิดเผยพฤติการณ์ของการสังหาร และสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกควบคุมตัวในขั้นตอนทางกฎหมายที่เหมาะสมต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn