กองทัพไต้หวันเริ่มซ้อมรบประจำปี ฝึกการรับมือเหตุไม่คาดฝัน

กองทัพไต้หวันเริ่มซ้อมรบประจำปี ฝึกการรับมือเหตุไม่คาดฝัน

6 ส.ค. 2569 01:17 น.

กองทัพไต้หวันเริ่มซ้อมรบประจำปี ฝึกการรับมือเหตุไม่คาดฝัน

กองทัพไต้หวันเริ่มซ้อมรบครั้งใหญ่ประจำปีแล้ว โดยระบุว่าจะเป็นครั้งที่สมจริงมากที่สุด เพื่อทดสอบการรับมือความเคลื่อนไหวที่ไม่คาดฝันจากฝ่ายศัตรู และจะมีการจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วย

เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค. 2569 ไต้หวันเริ่มการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหญ่ประจำปีแล้ว เพื่อทดสอบความสามารถของผู้บัญชาการ ในการรับมือกับสถานการณ์ที่ศัตรูมีความเคลื่อนไหวเหนือความคาดหมาย ในขณะที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตถูกจำกัด ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

การซ้อมรบ “ฮั่นกวาง” (Han Kuang) เป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันพุธ (5 ส.ค.) จะมีการชะลอความเร็วอินเทอร์เน็ตมือถือเป็นครั้งแรก เพื่อทดสอบการสื่อสารของภาคประชาชนในภาวะแบนด์วิดท์ขาดแคลน และจะมีการส่งนักข่าวลงพื้นที่จริง เพื่อทดสอบการกระจายข่าวหน้าแผงและรับมือกับข่าวปลอมจากฝ่ายตรงข้าม

นอกจากนั้น กองทัพจะลองนำวิธี “การรายงานย้อนกลับ” ของกองทัพสหรัฐฯ มาใช้ โดยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทวนคำสั่งกลับไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อให้มั่นใจว่าเข้าใจเป้าหมายตรงกัน

ในส่วนของยุทธการรับมือการโจมตี ไต้หวันจะทดสอบการกระจายกำลังเครื่องบินขับไล่, การวางกำลังทางเรือฉุกเฉิน, การย้ายคลังแสงยุทธปัจจัย, การเกณฑ์โรงงานเอกชนมาช่วยสนับสนุน และการซ้อมคุ้มกันเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกจีนปิดล้อม เพื่อตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงจากชาติพันธมิตรในกรณีเกิดสงคราม

ไต้หวันระบุว่า นี่เป็นการซ้อมรบในภาวะแวดล้อมและเงื่อนไขที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด ปรับปรุงจากอดีตที่เคยถูกวิจารณ์ว่าจัดฉากมากเกินไป พร้อมทั้งระดมพลทหารกองหนุนมากกว่า 20,000 นายเข้าร่วมฝึกซ้อม เพื่อเตรียมความพร้อมของคนในชาติหากเกิดสงครามขึ้นจริง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

5 ส.ค. 2569 23:58 น.

อินฟลูฯ เม็กซิโก ถูกยิงดับกลางไลฟ์สด ตำรวจเร่งล่ามือปืน

อินฟลูเอนเซอร์ชาวเม็กซิโก ถูกยิงเสียชีวิตขณะไลฟ์สดผ่าน TikTok ในรัฐซินาโลอา โดยคนร้ายมากัน 2 คนและขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 5 ส.ค. 2569 นาย เซซาร์ กัสเตลุม อินฟลูเอนเซอร์ชาวเม็กซิกัน ถูกยิงเสียชีวิตขณะกำลังไลฟ์สดบน TikTok เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา (4 ส.ค.) ขณะที่ตำรวจกำลังตรวจสอบหลักฐานต่างๆ เพื่อตามล่าหาตัวคนร้ายที่หลบหนีไปอย่างลอยนวล

ในวันเกิดเหตุ นายกัสเตลุม ซึ่งมีผู้ติดตามบน TikTok มากกว่า 5 แสนคน กำลังถ่ายทอดสดกับเพื่อน 2 คน ด้านนอกร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่ง ในย่านเตรสริโอส (Tres Ríos) เมืองกูเลียกัน ทางตอนเหนือของเม็กซิโก ก่อนจะมีชาย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหา แล้วหนึ่งในนั้นใช้ปืนยิงเขาในระยะเผาขน

ในไลฟ์สดดังกล่าว กัสเตลุมและเพื่อนๆ ของเขาสวมเสื้อโค้ทและสะพายกระเป๋าสีส้มสว่าง ซึ่งเป็นชุดที่ไรเดอร์ส่งอาหารมักใช้สวมใส่ โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ในตอนแรกการแต่งกายดังกล่าวทำให้ตำรวจปักใจเชื่อว่าผู้ตายเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งยืนยันระบุตัวตนของเขา

ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ได้ปิดล้อมพื้นที่ และกำลังตรวจสอบปลอกกระสุนรวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องหารายใด และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ากัสเตลุมเคยได้รับคำขู่ใดๆ มาก่อนหรือไม่

ทั้งนี้ นายกัสเตลุมมีชื่อเสียงจากการทำคลิปวิดีโอแนวตลกขบขัน ขณะที่บัญชีอินสตาแกรมของเขา มักจะแชร์ภาพการเดินทาง ท่องเที่ยวยามค่ำคืน หรือภาพโพสท่าคู่กับรถหรู

โพสต์หนึ่งของเขา ปรากฏภาพเขายืนอยู่ที่หลุมศพของ เลโอบาร์โด ไอสปูโร อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของฉายา “El Gordo Peruci” ผู้ถูกยิงเสียชีวิตในเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งตำรวจระบุว่าการสังหารดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างสองกลุ่มอิทธิพลในแก๊งค้ายาซินาโลอา

เมื่อปีที่แล้ว วาเลเรีย มาร์เกซ อินฟลูเอนเซอร์วัย 23 ปี ก็ถูกยิงเสียชีวิตที่ร้านเสริมสวยขณะกำลังไลฟ์สดบน TikTok เช่นกัน

ทั้งนี้ เหตุความรุนแรงในรัฐซินาโลอา ซึ่งมีเมืองกูเลียกันเป็นเมืองหลวง ทวีความรุนแรงและบานปลายขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่สองกลุ่มอิทธิพล ได้แก่ โลส ชาปิโตส (Los Chapitos) และ ลา ไมอีซา (La Mayiza) แตกหักกันเมื่อเดือนกันยายน 2567 และเกิดการต่อสู้แย่งชิงอำนาจเรื่อยมาจนถึงตอนนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนประกาศ “มาตรการตอบโต้” หลังสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีใหม่ 60 ประเทศ

จีนประกาศ “มาตรการตอบโต้” หลังสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีใหม่ 60 ประเทศ

5 ส.ค. 2569 22:59 น.

จีนประกาศ “มาตรการตอบโต้” หลังสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีใหม่ 60 ประเทศ

ทางการจีนประกาศมาตรการตอบโต้ หลังจากสหรัฐฯ บังคับใช้มาตรการเก็บภาษีศุลกากรรอบใหม่กับประเทศคู่ค้า 60 ประเทศรวมถึงจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน

เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค. 2569 ทางการจีนประกาศจำกัดการส่งออกโดรนไปยังสหรัฐอเมริกา และขึ้นบัญชีดำบริษัท 6 แห่ง เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าที่วอชิงตันนำมาใช้ โดยอ้างความกังวลเรื่องการบังคับใช้แรงงานและความมั่นคงแห่งชาติ

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีศุลกากรรอบใหม่กับจีนและอีก 59 ประเทศ โดยโฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนระบุในแถลงการณ์ว่า การกระทำของสหรัฐฯ “ละเมิดสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของจีนอย่างร้ายแรง”

“จีนทำได้เพียงใช้มาตรการตอบโต้ที่จำเป็น รวมถึงการยกระดับการควบคุมการส่งออกโดรน ตลอดจนชิ้นส่วนสำคัญและเทคโนโลยีโดรนไปยังสหรัฐฯ”

กระทรวงพาณิชย์จีนระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการของปักกิ่งยังรวมถึงการระงับการตรวจสอบติดตามผลในโรงงานโดยหน่วยงานรับรองมาตรฐานของจีน การขึ้นบัญชีดำบริษัทตรวจสอบมาตรฐานของสหรัฐฯ และการเปิดสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติต่อการนำเข้าเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารสำหรับสำนักงาน

นอกจากนั้น จีนยังลงโทษคว่ำบาตรภาคธุรกิจของสหรัฐฯ 6 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทไบโอเทค Applied DNA Sciences และบริษัทวิจัยธรณีวิทยา Stratum Reservoir โดยห้ามองค์กรและบุคคลภายในประเทศจีน “ร่วมมือ ทำธุรกรรม หรือดำเนินกิจกรรมอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเหล่านี้”

กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า บริษัททั้ง 6 แห่ง “ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการคว่ำบาตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของสหรัฐฯ อันเกี่ยวข้องกับซินเจียง ซึ่งพฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวถือว่าร้ายแรงยิ่ง”

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติเคยเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในภูมิภาคซินเจียง โดยมุ่งเป้าไปที่ชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่จีนปฏิเสธอย่างรุนแรงมาตล

สำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนรายงานว่า นาย เหอ ลี่เฟิง เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการค้าของจีน ได้แสดง “ความกังวลอย่างยิ่ง” ต่อนาย เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระหว่างที่ทั้งสองหารือกันทางโทรศัพท์เรื่องมาตรการคว่ำบาตรล่าสุด

เมื่อสัปดาห์ก่อน จีนกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าพยายาม “กดดันและขัดขวาง” บริษัทจีน หลังจากวอชิงตันสั่งห้ามนำเข้าหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาที่ผลิตในต่างประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการที่แยกต่างหากจากอัตราภาษีศุลกากรใหม่

อนึ่ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนและสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดสงครามการค้าชั่วคราวเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน พบกันเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ภาษีศุลกากรล่าสุดของสหรัฐฯ ที่จัดเก็บต่อจีนและพันธมิตรทางการค้าอื่นๆ กำลังสั่นคลอนข้อตกลงหยุดศึกดังกล่าว โดยปักกิ่งได้ออกเตือนวอชิงตันไม่ให้เปิดฉากสงครามการค้าอีกครั้ง ในขณะที่โลกกำลังได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เยอรมนีระทึก พบโดรนติดระเบิดที่สนามบิน วัตถุปริศนาพุ่งชนเครื่องบิน

เยอรมนีระทึก พบโดรนติดระเบิดที่สนามบิน วัตถุปริศนาพุ่งชนเครื่องบิน

5 ส.ค. 2569 21:44 น.

เยอรมนีระทึก พบโดรนติดระเบิดที่สนามบิน วัตถุปริศนาพุ่งชนเครื่องบิน

เจ้าหน้าที่พบโดรนติดตั้งวัตถุระเบิดใกล้กับเครื่องบินขนสินค้าของยูเครน ก่อนที่หน่วย EOD จะเข้าเก็บกู้ได้อย่างปลอดภัย ขณะที่มีวัตถุปริศนาพุ่งชนเครื่องบินจนเสียหายเล็กน้อยด้วย

เมื่อ 5 ส.ค. 2569 ตำรวจรัฐซัคเซิน (แซกโซนี) ของเยอรมนี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของสนามบินไลป์ซิก/ฮัลเล (Leipzig/Halle) ตรวจพบโดรนติดตั้งวัตถุระเบิดอยู่ภายในพื้นที่ปฏิบัติการขนส่งสินค้าเมื่อช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องส่งหุ่นยนต์เข้าตรวจสอบ

โฆษกตำรวจเปิดเผยกับ BBC ว่า วัตถุที่พบที่สนามบินไลป์ซิกเมื่อคืนนี้ถูกพบใกล้กับเครื่องบินขนส่งสินค้าอันโตนอฟ (Antonov) ของยูเครนที่จอดอยู่ ก่อนที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) จะทำการถอดชนวนระเบิดได้สำเร็จ

ขณะเดียวกัน มีวัตถุไม่ระบุชนิดอีกชิ้นพุ่งชนกับเครื่องบินขนส่งสินค้าขณะบินอยู่ใกล้กับสนามบินแห่งเดียวกันนี้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายเล็กน้อยกับเครื่องบิน โดยความเสียหายถูกตรวจพบหลังจากเครื่องลงจอดที่เมืองฮันโนเวอร์แล้ว

หุ่นยนต์ของหน่วย EOD ออกปฏิบัติการ
หุ่นยนต์ของหน่วย EOD ออกปฏิบัติการ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ทำให้รันเวย์ของสนามบินไลป์ซิกต้องถูกปิดชั่วคราว ก่อนที่รันเวย์ฝั่งมุ่งหน้าขึ้นเหนือจะกลับมาเปิดได้อีกครั้งในเวลา 01.55 น.วันพุธ ส่วนรันเวย์ฝั่งใต้ซึ่งเป็นทางวิ่งหลักของ DHL บริษัทขนส่งรายใหญ่ ยังคงปิดให้บริการ

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เยอรมนีเผชิญเหตุการณ์โดรนบินรุกล้ำพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษโดยไม่ได้รับอนุญาตหลายครั้ง รวมถึงฐานทัพ, สนามบิน, สถานีพลังงาน, ท่าเรือ และบริษัทขนส่งต่างๆ ส่งผลให้สนามบินในเยอรมนีต้องอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังในระดับสูง โดยตำรวจเชื่อว่า การรุกล้ำนี้อาจเป็นฝีมือของสายลับรัสเซีย

นอกจากนั้น ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ก็เคยเกิดเหตุพัสดุระเบิดไฟลุกไหม้บนพื้นสนามบินไลป์ซิก ก่อนที่ของจะถูกโหลดขึ้นเครื่องบินขนส่งสินค้าของ DHL โดยเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ “พัสดุติดไฟ” ซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้งโดยมุ่งเป้าไปยังสหราชอาณาจักรและประเทศในสหภาพยุโรป

เจ้าหน้าที่สงสัยว่าเหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นการก่อวินาศกรรมที่มีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย แต่ทางการมอสโกปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 สิงหาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 สิงหาคม 2569 น้ำมัน "เบนซิน-ดีเซล" แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

5 ส.ค. 2569 17:00 น.

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 สิงหาคม 2569 น้ำมัน “เบนซิน-ดีเซล” แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

อัปเดตล่าสุด ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 สิงหาคม 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดต ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 6 สิงหาคม 2569 กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยราคาน้ำมันพรุ่งนี้ มีดังนี้

อัปเดตล่าสุด ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 6 สิงหาคม 2569

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 6 สิงหาคม 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 31.69 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 36.69 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส อยู่ที่ 49.25 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98 พลัส อยู่ที่ 48.44 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 26.93 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 30.99 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 35.62 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 35.99 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 6 สิงหาคม 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 31.69 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 36.69 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 30.99 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 35.62 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 35.99 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 44.98 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 47.79 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ X ดีเซล อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ X 99 อยู่ที่ 49.79 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 6 สิงหาคม 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 31.89 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 36.82 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 37.19 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 36.69 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ดีเซล B20 อยู่ที่ 31.69 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 6 สิงหาคม 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 36.69 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 31.69 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 35.62 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 45.48 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 30.99 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 6 สิงหาคม 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 36.69 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 31.69 บาท/ลิตร
  • เบนซิน 95 อยู่ที่ 45.13 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 35.99 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 35.62 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 31.69 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 6 สิงหาคม 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 48.41 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 36.69 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 36.32 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 31.69 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 36.69 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 49.25 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 31.69 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่.

ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ประชาชนแตกตื่น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ประชาชนแตกตื่น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

5 ส.ค. 2569 13:53 น.

ด่วน! แผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ประชาชนแตกตื่น ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 นอกชายฝั่งทางใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดย จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเกาะซารังกานี ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 32 กิโลเมตร

USGS ระบุว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.14 น. ตามเวลาท้องถิ่น และมีความลึกประมาณ 62 กิโลเมตร ขณะที่ยังไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือความเสียหายต่ออาคารและสิ่งปลูกสร้าง

ฮาร์ลี เซาโร เจ้าหน้าที่กู้ภัยบนเกาะซารังกานี เปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า ขณะเกิดแผ่นดินไหวมีประชาชนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ที่ศาลาประชาคม เพื่อรับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ ส่งผลให้ผู้คนแตกตื่นและวิ่งหนีออกจากพื้นที่ด้วยความตกใจ แต่ทุกคนปลอดภัย พร้อมประเมินว่า จากประสบการณ์และการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่น่าจะมีผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายรุนแรงเกิดขึ้น

เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์เผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงบนเกาะมินดาเนา ซึ่งทำให้อาคารหลายแห่งพังถล่ม เกิดดินถล่ม และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 76 ราย โดยแรงสั่นสะเทือนครั้งนั้นยังทำให้พื้นทะเลยกตัวขึ้นถึง 2 เมตร ส่งผลกระทบต่อแนวปะการังและระบบนิเวศทางทะเล

ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนแห่งไฟ” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง ทำให้ประเทศแห่งนี้เผชิญเหตุแผ่นดินไหวแทบทุกวัน.

ที่มา : channelnewsasia

เกาหลีเหนือขู่ใช้มาตรการทางทหาร ตอบโต้ที่ญี่ปุ่นเร่งเสริมกำลังป้องกันประเทศ

เกาหลีเหนือขู่ใช้มาตรการทางทหาร ตอบโต้ที่ญี่ปุ่นเร่งเสริมกำลังป้องกันประเทศ

5 ส.ค. 2569 12:20 น.

เกาหลีเหนือขู่ใช้มาตรการทางทหาร ตอบโต้ที่ญี่ปุ่นเร่งเสริมกำลังป้องกันประเทศ

คิม โย จอง น้องสาวคิม จอง อึน ประกาศกร้าว เกาหลีเหนือจะใช้มาตรการทางทหาร ตอบโต้ญี่ปุ่น หลังจากรมต. กลาโหมญี่ปุ่น แถลงจะเร่งเดินหน้าเสริมศักยภาพด้านความมั่นคง

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) เผยแพร่แถลงการณ์ของ คิม โย จอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) ระบุว่า ผู้นำเกาหลีเหนือจะกำหนดทางเลือกทางทหารเพิ่มเติม เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคงของญี่ปุ่น

คิม โย จอง ระบุว่า ญี่ปุ่นซึ่งเป็นรัฐอาชญากรสงคราม กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นรัฐแห่งสงคราม้  โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ พร้อมยกตัวอย่างการทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล โทมาฮอว์ก (Tomahawk) ของญี่ปุ่น รวมถึงการเข้าร่วมการซ้อมรบร่วมกับสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าเป็นหลักฐานของการขยายบทบาททางทหารในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

เธอยังกล่าวหาว่า ญี่ปุ่นกำลังผลักดันขีดความสามารถในการโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า พร้อมย้ำว่าเกาหลีเหนือจะไม่ยืนดูเฉย ๆ หากการพัฒนาทางทหารของญี่ปุ่นก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อประเทศ

คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก เก็น นากาทานิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ระบุเมื่อวันอังคารว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพด้วยความรู้สึกเร่งด่วนและตระหนักถึงวิกฤต ภายหลังรายงานด้านความมั่นคงฉบับล่าสุดเตือนถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ทยอยปรับนโยบายด้านความมั่นคง โดยเพิ่มงบประมาณกลาโหม ขยายความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศกับพันธมิตร และติดตั้งระบบขีปนาวุธบนหมู่เกาะรอบนอก เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปในภูมิภาค

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ญี่ปุ่นเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมในปี 2568 ขึ้น 9.7% เป็น 62,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 1.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2501

ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับญี่ปุ่นยังคงเปราะบางจากบาดแผลในประวัติศาสตร์ หลังญี่ปุ่นเคยปกครองคาบสมุทรเกาหลีจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2488 ขณะที่จีน ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของเกาหลีเหนือ ก็แสดงความกังวลต่อสิ่งที่เรียกว่าลัทธิทหารรูปแบบใหม่ของญี่ปุ่นเช่นกัน

นอกจากนี้ ความตึงเครียดในภูมิภาคยังเพิ่มสูงขึ้น หลังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทากาอิจิ แสดงท่าทีว่าหากจีนใช้กำลังยึดไต้หวัน ญี่ปุ่นอาจจำเป็นต้องตอบสนองทางทหาร ขณะที่เกาหลีเหนือยังคงประกาศจุดยืนว่าเป็นรัฐนิวเคลียร์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ ภายหลังการเจรจากับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2562 ล้มเหลว จากความเห็นต่างเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์และการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร.

ที่มา : channelnewsasia

ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” มุ่งหน้าญี่ปุ่น เตรียมขึ้นฝั่งโอกินาวะวันศุกร์ เตือนฝนหนัก ลมแรง กระทบไต้หวัน-จีน

ไต้ฝุ่น "ดอลฟิน" มุ่งหน้าญี่ปุ่น เตรียมขึ้นฝั่งโอกินาวะวันศุกร์ เตือนฝนหนัก ลมแรง กระทบไต้หวัน-จีน

5 ส.ค. 2569 11:44 น.

ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” มุ่งหน้าญี่ปุ่น เตรียมขึ้นฝั่งโอกินาวะวันศุกร์ เตือนฝนหนัก ลมแรง กระทบไต้หวัน-จีน

ญี่ปุ่นเตรียมรับมือไต้ฝุ่นดอลฟิน ซึ่งกำลังเคลื่อนผ่านแปซิฟิกมุ่งหน้าหมู่เกาะโอกินาวะ โดยอุตุฯญี่ปุ่นระบุ เป็นพายุขนาดใหญ่และมีกำลังแรงมาก พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมรับมือ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นดอลฟินเป็นพายุขนาดใหญ่และมีกำลังแรงมาก โดยพายุได้พัดผ่านหมู่เกาะโอกาซาวาระ หรือหมู่เกาะโบนิน ซึ่งเป็นพื้นที่แรกของญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลเมื่อวันอังคาร ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังคงติดตามเส้นทางพายุอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าในวันพุธจะยังส่งผลให้หมู่เกาะโอกาซาวาระเผชิญลมแรง ก่อนเคลื่อนเข้าใกล้หมู่เกาะไดโตะและหมู่เกาะอามามิในวันพฤหัสบดี และมีแนวโน้มขึ้นฝั่งที่เกาะโอกินาวะในเช้าวันศุกร์ พร้อมออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมรับมือสภาพอากาศรุนแรง ทั้งลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดไฟฟ้าดับและการอพยพประชาชน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามสภาพอากาศ Zoom Earth ระบุว่า เมื่อเวลา 05.00 น. GMT ของวันอังคาร (4 ส.ค.) ไต้ฝุ่นดอลฟินมีความเร็วลมสูงสุดประมาณ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จัดอยู่ในระดับ “ไต้ฝุ่นกำลังแรงมาก” หลังพัฒนาตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ก่อนทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน พายุโซนร้อนกำลังแรง ไต้ฝุ่น และเคยเพิ่มความรุนแรงถึงระดับ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น ระหว่างการเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรหลายพันกิโลเมตร

เกาะโอกินาวะ ซึ่งมีประชากรราว 1.4 ล้านคน ได้รับคำแนะนำจากหน่วยงานท้องถิ่นให้เร่งเสริมความแข็งแรงของบ้านเรือน หลีกเลี่ยงพื้นที่ชายฝั่ง เตรียมสิ่งของจำเป็น และพร้อมอพยพหากมีคำสั่งจากทางการ ขณะที่เที่ยวบินและเรือโดยสารหลายเส้นทางอาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้าย

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว พายุไต้ฝุ่นดอลฟินยังคาดว่าจะส่งผลให้พื้นที่ตอนเหนือและตะวันออกของไต้หวันเผชิญฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และคลื่นสูง ส่วนพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของจีนก็มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักเช่นกัน

สำหรับชื่อ “ดอลฟิน” มาจาก โลมาขาวจีนของฮ่องกง ซึ่งเป็นชื่อที่ฮ่องกงเสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อพายุหมุนเขตร้อนของคณะกรรมการไต้ฝุ่น ภายใต้องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) โดยชื่อพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือจะใช้ชื่อที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ พืช และวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก

ทั้งนี้ แม้จะมีชื่อเรียกแตกต่างกัน แต่ ไต้ฝุ่น เฮอริเคน และ ไซโคลน ล้วนเป็นพายุหมุนเขตร้อนประเภทเดียวกัน โดยแตกต่างกันตามพื้นที่ที่ก่อตัวของพายุเท่านั้น ไต้ฝุ่นเกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ เฮอริเคนเกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกและแปซิฟิกตะวันออก ส่วนไซโคลนเกิดในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกตอนใต้.

ที่มา : Aljazeera

จับชายติดอาวุธบุกสนามกอล์ฟ “โดนัลด์ ทรัมป์” พบปืน-กระสุน-ปืนไรเฟิลจู่โจม เร่งสอบแรงจูงใจ

จับชายติดอาวุธบุกสนามกอล์ฟ "โดนัลด์ ทรัมป์" พบปืน-กระสุน-ปืนไรเฟิลจู่โจม เร่งสอบแรงจูงใจ

5 ส.ค. 2569 10:28 น.

จับชายติดอาวุธบุกสนามกอล์ฟ “โดนัลด์ ทรัมป์” พบปืน-กระสุน-ปืนไรเฟิลจู่โจม เร่งสอบแรงจูงใจ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จับกุมชายวัย 38 ปี พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ภายในสนามกอล์ฟของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนแรงจูงใจและพิจารณาดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จับกุมนายฌานีน จอห์น เทเล ชายวัย 38 ปี จากเมืองดาวนีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ภายในสนามกอล์ฟของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในเมืองแรนโช ปาลอส เวอร์เดส นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย 

โดยการจับกุมมีขึ้นเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบของรัฐบาลกลางสังเกตเห็นเขาเดินถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอทั่วบริเวณสนามกอล์ฟ พร้อมมีพฤติกรรมคล้ายเฝ้าสังเกตมาตรการรักษาความปลอดภัยก่อนการเดินทางของประธานาธิบดี

ระหว่างควบคุมตัว เจ้าหน้าที่พบแม็กกาซีนบรรจุกระสุนขนาด 16 นัด พร้อมกระสุนหัวกลวง อยู่ในกระเป๋ากางเกงของผู้ต้องสงสัย ก่อนตรวจค้นรถยนต์และพบปืนพกที่บรรจุกระสุนแล้ว รวมถึงแม็กกาซีนพร้อมกระสุนหัวกลวงเพิ่มเติม

ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักงานนายอำเภอร่วมกับหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) เข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องสงสัย และพบปืนไรเฟิลลักษณะจู่โจม ปืนพก เสื้อเกราะกันกระสุน แม็กกาซีนความจุสูง เครื่องกระสุน วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง และสมุดบันทึกหลายเล่มที่มีข้อความซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าน่ากังวล

ขณะนี้สำนักงานอัยการเทศมณฑลลอสแอนเจลิสอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยหรือไม่ หลังได้รับสำนวนคดีจากพนักงานสอบสวนเมื่อเช้าวันอังคาร

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 2 วันก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางมาร่วมงานระดมทุนของพรรครีพับลิกัน โดยทรัมป์เดินทางถึงสนามกอล์ฟด้วยเฮลิคอปเตอร์ในช่วงเย็นวันอังคาร เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงระดมทุนของคณะกรรมการแห่งชาติพรรครีพับลิกัน แต่การเยือนครั้งนี้ปิดไม่ให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าว 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัย หลังทรัมป์ตกเป็นเป้าความพยายามลอบสังหารหลายครั้งนับตั้งแต่เปิดตัวลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัย โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 เขาถูกมือปืนยิงระหว่างการปราศรัยหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย กระสุนเฉี่ยวใบหูได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และมีผู้ร่วมงานเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ต่อมายังมีชายติดอาวุธถูกจับกุมในสนามกอล์ฟของทรัมป์ที่รัฐฟลอริดา รวมถึงเหตุชายติดอาวุธพยายามบุกสถานที่จัดงานในกรุงวอชิงตันเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

การเยือนรัฐแคลิฟอร์เนียครั้งนี้ของทรัมป์ ซึ่งถือเป็นรัฐฐานเสียงสำคัญของพรรคเดโมแครต มีขึ้นเพื่อระดมทุนและผลักดันนโยบายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่ก่อนทรัมป์เดินทางถึงเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย กาวิน นิวซัม ได้เรียกร้องให้รัฐบาลกลางเร่งอนุมัติงบฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ในนครลอสแอนเจลิส พร้อมระบุว่าประเด็นดังกล่าวควรอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง.

ที่มา : channelnewsasia

เนปาลจัดพิธีไว้อาลัย 10 นักปีนเขา เหยื่อหิมะถล่ม “บรอดพีก” ในปากีสถาน สูญเสียครั้งใหญ่ของวงการ

เนปาลจัดพิธีไว้อาลัย 10 นักปีนเขา เหยื่อหิมะถล่ม "บรอดพีก" ในปากีสถาน สูญเสียครั้งใหญ่ของวงการ

5 ส.ค. 2569 10:16 น.

เนปาลจัดพิธีไว้อาลัย 10 นักปีนเขา เหยื่อหิมะถล่ม “บรอดพีก” ในปากีสถาน สูญเสียครั้งใหญ่ของวงการ

ชุมชนนักปีนเขาเนปาล พร้อมด้วยคณะนักการทูตจากหลายประเทศ ร่วมกันจัดพิธีจุดเทียนไว้อาลัยที่กรุงกาฐมาณฑุ เพื่อรำลึกถึงนักปีนเขา 10 คน ที่เสียชีวิตจากเหตุหิมะถล่มบนยอดเขา “บรอดพีก” ในปากีสถาน

พระสงฆ์ในศาสนาพุทธร่วมสวดมนต์อุทิศส่วนกุศล ขณะที่ผู้เข้าร่วมต่างจุดเทียนและร่วมภาวนาเพื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุหิมะถล่มบนยอดเขา “บรอดพีก” ในปากีสถาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

ทุล ซิงห์ กูรัง ไกด์ภูเขาจากสมาคมไกด์ภูเขาแห่งชาติเนปาลกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ ไม่เพียงต่อวงการนักปีนเขา แต่ยังรวมถึงประเทศเนปาลทั้งหมด

โศกนาฏกรรมครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับวงการปีนเขาทั่วโลก เนื่องจากหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ นีร์มัล “นิมส์” ปูร์จา นักปีนเขาชาวเนปาลระดับตำนาน เจ้าของสถิติพิชิตยอดเขาที่สูงกว่า 8,000 เมตรครบทั้ง 14 ยอดของโลกภายในเวลาเพียง 6 เดือน 6 วัน ซึ่งสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกจากโครงการ “Project Possible” และสารคดีของ Netflix อีกทั้งยังเป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพอังกฤษ ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันวงการปีนเขาเนปาลให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ การเสียชีวิตของเขาพร้อมเพื่อนร่วมคณะอีก 9 คน จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของวงการนักปีนเขาในรอบหลายปี

โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในพื้นที่กิลกิต-บัลติสถาน ทางตอนเหนือของปากีสถาน เมื่อหิมะถล่มพัดกวาดทีมนักปีนเขาซึ่งประกอบด้วยผู้ร่วมคณะจากเนปาล โอมาน ปากีสถาน จีน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยสมาคมอัลไพน์แห่งปากีสถานระบุว่า นี่เป็นหนึ่งในอุบัติเหตุปีนเขาที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ปากีสถานยังคงระดมทีมกู้ภัยเดินเท้าค้นหาร่างผู้เสียชีวิตบนยอดเขาซึ่งมีความสูงเป็นอันดับ 12 ของโลก หลังสภาพอากาศเลวร้ายทำให้เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถขึ้นบินได้

จนถึงขณะนี้ ทีมกู้ภัยพบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย และสามารถลำเลียงร่างลงจากภูเขาได้อย่างน้อย 3 รายตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่เหลือยังคงดำเนินต่อไป.

ที่มา : AP