14 มิถุนายน วันผู้บริจาคโลหิตโลก ร่วมสร้างปาฏิหาริย์แห่งการให้ บริจาคเลือด เพื่อมนุษยชาติ

14 มิถุนายน วันผู้บริจาคโลหิตโลก ร่วมสร้างปาฏิหาริย์แห่งการให้ บริจาคเลือด เพื่อมนุษยชาติ

14 มิถุนายน วันผู้บริจาคโลหิตโลก ร่วมสร้างปาฏิหาริย์แห่งการให้ บริจาคเลือด เพื่อมนุษยชาติ

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.16 น.

14 มิถุนายน วันผู้บริจาคโลหิตโลก 2569 (World Blood Donor Day 2026) ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนสร้างปาฏิหาริย์แห่งการให้ ภายใต้แนวคิด “One Drop of Humanity. Give Blood Save Lives – โลหิตทุกถุง บริจาคเพื่อมนุษยชาติ ให้โลหิต ให้ชีวิต” ระหว่างวันที่ 8-14 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station)  ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ        ทั่วประเทศ และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ในกรุงเทพฯ พร้อมรับเสื้อยืดสุดพิเศษ “World Blood Donor Day 14th JUNE” เป็นที่ระลึกแทนคำขอบคุณ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) สหพันธ์ ผู้บริจาคโลหิตระหว่างประเทศ (FIODS) และสมาคมบริการโลหิตระหว่างประเทศ (ISBT) กำหนดให้วันที่  14 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันผู้บริจาคโลหิตโลก เพื่อระลึกถึง ดร.คาร์ล แลนด์สไตเนอร์ (Karl Landsteiner)  ชาวออสเตรีย ผู้ค้นพบหมู่โลหิตระบบเอบีโอ และได้รับรางวัลโนเบล สาขาสรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1930 ถือว่าเป็นการค้นพบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่องานบริการโลหิตทั่วโลก สภากาชาดทั่วโลก จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมงานด้านบริการโลหิต และเพื่อขอบคุณผู้บริจาคโลหิตทั่วโลก ที่ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์  สร้างความตระหนักถึงความจำเป็นของการบริจาคโลหิตเป็นประจำและสม่ำเสมอ เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอ มีคุณภาพ ปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ป่วย ตลอดจนเพื่อสำรองโลหิตในสถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยพิบัติ และความขัดแย้งต่าง ๆ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย 

วันผู้บริจาคโลหิตโลก ในประเทศไทยจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2547 สำหรับในปีนี้ วันผู้บริจาคโลหิตโลก 2569  (World Blood Donor Day 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 14 มิถุนายน 2569 ภายใต้แนวคิด “One Drop of Humanity. Give Blood Save Lives – โลหิตทุกถุง บริจาคเพื่อมนุษยชาติ ให้โลหิต ให้ชีวิต” สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ผ่านพลังแห่งการให้จากการบริจาคโลหิตด้วยความสมัครใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อส่งต่อ  ลมหายใจ และโอกาสในการมีชีวิตใหม่ให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

สุวิช สุทธิประภา พิธีกรจากรายการคุยโขมงบ่าย 3 โมง

โดย สุวิช สุทธิประภา พิธีกรมากความสามารถ จากรายการคุยโขมงบ่าย 3 โมง ได้เชิญชวนบริจาคโลหิต 

พิเศษ ! สำหรับผู้บริจาคโลหิต จะได้รับเสื้อยืดคอลเลกชันสุดพิเศษ “World Blood Donor Day 14th JUNE” เป็นที่ระลึกแทนคำขอบคุณ ร่วมบริจาคโลหิต ได้ที่

• ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย  

• หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) 6 แห่ง ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สาขาบางแค  สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)

• ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต

• โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ 8 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้แก่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า,  สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลตำรวจ, คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช, โรงพยาบาลราชวิถี  และโรงพยาบาลสิรินธร 

นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดกิจกรรม “DROP YOUR DROP” เชิญชวนผู้คนทั่วโลกร่วม “เติมเต็มโลหิต” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เว็บไซต์ https://www.elyx.net/who_wbdd26 หรือสแกน QR CODE  “DROP YOUR DROP” พร้อมแชร์ชวนเพื่อนอีก 7 คน ให้คำมั่นสัญญาว่าจะบริจาคโลหิต ติดแฮชแท็ก #OneBlood #WorldBloodDonorDay แสดงจุดยืนของความเป็นหนึ่งเดียว ความสามัคคี และพลังแห่งการช่วยชีวิตผู้คน

คิง เพาเวอร์ จับมือ เวสท์บาย เดลิเวอรี่ ลงนาม MOU เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ขับเคลื่อนโครงการ “แยก-ก่อนทิ้ง มอบรอยยิ้มให้โลก By King Power” มุ่งจัดการขยะรีไซเคิลอย่างยั่งยืน

คิง เพาเวอร์ จับมือ เวสท์บาย เดลิเวอรี่ ลงนาม MOU เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ขับเคลื่อนโครงการ “แยก-ก่อนทิ้ง มอบรอยยิ้มให้โลก By King Power” มุ่งจัดการขยะรีไซเคิลอย่างยั่งยืน

คิง เพาเวอร์ จับมือ เวสท์บาย เดลิเวอรี่ ลงนาม MOU เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ขับเคลื่อนโครงการ “แยก-ก่อนทิ้ง มอบรอยยิ้มให้โลก By King Power” มุ่งจัดการขยะรีไซเคิลอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.57 น.

โชคชัย  รักศรีอักษร รองประธานเจ้าหน้าที่สายงานบริหารงานบุคคล กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ ดร.อิทธิกร ศรีจันบาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ในโครงการ “แยก-ก่อนทิ้ง มอบรอยยิ้มให้โลก By King Power” ระหว่าง บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกแก่พนักงาน และผู้ประกอบการร้านค้าในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งขับเคลื่อนระบบการจัดเก็บวัสดุรีไซเคิล เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมุ่งสร้างสมดุลทางระบบนิเวศและพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างสรรค์สังคมที่น่าอยู่ต่อไป

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : กินอย่างไร (สุขภาพ) ก็เป็นอย่างนั้น : You are what you eat.

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : กินอย่างไร (สุขภาพ) ก็เป็นอย่างนั้น : You are what you eat.

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : กินอย่างไร (สุขภาพ) ก็เป็นอย่างนั้น : You are what you eat.

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.07 น.

คำว่า You are what you eat. บ่งบอกชัดเจนว่า สุขภาพของคุณ คือผลลัพธ์ของสิ่งที่คุณกินเข้าไปทุก ๆ วัน ถ้ากินของดีมีคุณประโยชน์ สุขภาพก็จะดี ไม่เจ็บป่วย ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บรบกวน ก็จะ happy

วันนี้เรามาพูดถึงอาหารการกิน และเครื่องดื่มของคนยุคปัจจุบัน เพราะยุคนี้อยู่บ้าน แต่ต้องมีสตางค์ด้วยนะ ก็สามารถมีของกินของใช้ไปส่งถึงบ้าน เรียกว่ามีของไปส่งถึงที่ แถมของกินในยุคนี้หาซื้อได้สะดวกตลอดเวลาไม่ว่าจะค่ำมืดดึกดื่นสังเพียงใดก็หาได้ ราคาก็ถูกพอประมาณ แล้วยังเก็บไว้ได้นานหากเก็บถูกกรรมวิธี แถมมีรสชาติดี ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่กับอาหารแปรรูป หรือ processed food มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยแทบไม่รู้ตัว เรากินสิ่งที่ถูกออกแบบมาให้เรากินและกิน แต่ไม่ได้กินเพื่ออิ่ม หรือหล่อเลี้ยงร่างกาย แต่บางคนกินเพราะเห็นว่ามันอร่อย อยากกิน กินแล้วก็อยากกินต่อไปเรื่อย ๆ

แต่รู้ไหมว่า อาหารและเครื่องดื่มบางอย่างเต็มไปด้วยน้ำตาล ไขมัน เกลือ และสารปรุงแต่งต่าง ๆ ในระดับที่กระตุ้นความพึงพอใจ ทำให้เรากินได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกอิ่มง่าย แม้อาหารเหล่านั้นอาจไม่มีพิษโดยตรง แต่เป็นอาหารที่ทำให้เรากินจนเกินความพอดี แล้วเมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ ก็กลายเป็นปัญหาสุขภาพในระยะยาว

ทุกวันนี้ คนจำนวนมากมีปัญหาสุขภาพ เพราะกินของที่อยากกินจนเกินขนาด แต่หลายคนก็กังวลว่าสิ่งที่กินเข้าไปอาจไม่ดีต่อสุขภาพ จึงพยายามค้นหาว่าอะไรที่ห้ามกิน และอะไรคืออาหารพิเศษที่ช่วยกู้สุขภาพที่เริ่มเสื่อมทรุดให้กลับคืนมาดี ทำให้ประเด็นเรื่องการกิน ซึ่งควรจะเป็นเรื่องง่ายของชีวิต กลับกลายเป็นที่เรื่องซับซ้อนสำหรับใครหลายคน

เมื่อเรากินมากจนอ้วน เราก็หันไปหา clean food แล้วยอมจ่ายเงินมาก ๆ เพื่อหวังได้อาหารที่ไม่ปรุงแต่งรสชาติมากเกินไป ต้องการรสชาติกลาง ๆ แต่เมื่อเริ่มป่วย หรือกังวลเรื่องสุขภาพ เราก็พยายามหา super food มากิน ด้วยความหวังว่าจะได้สารต้านอนุมูลอิสระ หรือช่วยล้างสารพิษในร่างกาย

แต่ในความเป็นจริง สุขภาพที่ดี อาจไม่ต้องเริ่มจากอาหารที่มีคำจำกัดความพิเศษ หรือราคาแพงเสมอไป แค่ลดอาหารที่ไม่เหมาะสมลง ลดอาหารแปรรูป ลดหวาน มัน เค็ม แล้วกินอาหารธรรมดาที่มีคุณภาพให้เพียงพอ ก็ดีต่อร่างกายแล้ว

หนึ่งในคำแนะนำสำคัญที่แพทย์หรือเภสัชกรมักบอกกับผู้ป่วยควบคู่กับการใช้ยา คือ ต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ต้องลด ละ เลิก การกิน การอยู่ที่ผิดสุขลักษณะ เช่น ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง มักถูกแนะนำให้ลดอาหารเค็ม ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การไม่เติมน้ำปลา ซีอิ๊ว หรือเกลือเท่านั้น แต่รวมถึงการระวังโซเดียม (เกลือ) ที่แฝงอยู่ในอาหารหมักดอง อาหารแปรรูป และอาหารที่ถูกถนอมด้วยวิธีต่าง ๆ ด้วย

ผู้ป่วยเบาหวาน มักถูกแนะนำให้ลดของหวาน ลดเครื่องดื่มรสหวาน รวมถึงอาหารประเภทแป้ง เพราะท้ายที่สุดแล้ว อาหารเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในร่างกายได้
การปรับพฤติกรรมการกินการอยู่ประจำวัน นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษาด้วยยาได้ผลดีขึ้น แต่หากยังใช้ชีวิตแบบเดิม กินแบบเดิม แต่หวังให้ยาแก้ปัญหาทุกอย่าง สุดท้ายเมื่อควบคุมโรคไม่ได้ ก็อาจต้องเพิ่มขนาดยา หรือเพิ่มจำนวนยามากขึ้นเรื่อย ๆ

หลายคนอาจเผลอคิดว่าการแก้ปัญหาสุขภาพเป็นหน้าที่ของหมอหรือยา แต่ที่จริงแล้ว โรคหลายโรคไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว กว่าจะป่วยเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไตเสื่อม หรือเก๊าท์ เราต้องใช้เวลากินและใช้ชีวิตแบบไม่เหมาะสมมานานเป็นสิบปี

ดังนั้น เมื่อเริ่มรักษาโรค เราจึงต้องเข้าใจว่ายาส่วนใหญ่ ทำหน้าที่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะที่ต้นเหตุสำคัญอย่างพฤติกรรมการกินการอยู่ คือเรื่องจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขไปพร้อมกัน
คำแนะนำพื้นฐานที่ผู้ป่วยมักได้รับ คือควบคุมอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกายที่เหมาะสม หากมองตามความเป็นจริงแล้ว การเลือกกินอาหารให้เหมาะสม เป็นสิ่งที่ง่ายกว่าการลากพาตัวเองไปวิ่ง หรือเข้าฟิตเนสเสียอีก ในชีวิตจริงนั้น คงไม่มีใครทำได้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา หากบางวันอยากกินอะไรที่ดูไม่ค่อยดีต่อสุขภาพบ้าง เช่น ไส้กรอกแดงทอดคู่ชาเย็นหวานจัด ทั้งที่ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเลี่ยงหวาน มัน เค็ม จำกัดแป้ง แล้วยังพยายามไม่กินอาหารแปรรูปอย่างเบคอน ไส้กรอก กุนเชียง หรือแหนม ก็ไม่ได้แปลว่าความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาเสียเปล่าไปแล้ว

ขอย้ำว่า การดูแลสุขภาพไม่ใช่การแข่งขันเพื่อความสมบูรณ์แบบ ความพยายามที่ทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง ยังดีกว่าไม่เริ่มทำอะไรเสียเลย อย่างน้อยก็ช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษา ช่วยชะลอการดำเนินของโรค ช่วยลดโอกาสเพิ่มขนาดยา หรือเพิ่มจำนวนยาที่ต้องกินได้ ดังนั้น ผู้ป่วยหลายราย หากสามารถควบคุมพฤติกรรมการกินการอยู่ได้ดีอย่างต่อเนื่อง ก็ช่วยควบคุมโรคได้ดี ดังนั้น การคุมอาหารและการใช้ชีวิตให้สมดุล ก็สามารถลดหรือหยุดยาได้ในที่สุด

ทั้งหมดนี้สะท้อนได้ชัดเจน และมีเหตุผลอย่างมาก กับการพูดประโยคสั้น ๆ ว่า You are what you eat. และคำนี้ยังคงเป็นจริงมาจนถึงทุกวันนี้

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รมว. พม. นำทีมติดเข็มกลัด Pride Month ให้นายกฯ และ ครม. ร่วมสร้างสังคมเท่าเทียม หนุนไทยเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030

รมว. พม. นำทีมติดเข็มกลัด Pride Month ให้นายกฯ และ ครม. ร่วมสร้างสังคมเท่าเทียม หนุนไทยเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030

รมว. พม. นำทีมติดเข็มกลัด Pride Month ให้นายกฯ และ ครม. ร่วมสร้างสังคมเท่าเทียม หนุนไทยเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.00 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย ติดเข็มกลัด Road to Bangkok WorldPride 2030 ให้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเป็นการแสดงออกในการร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) ซึ่งตรงกับเดือนมิถุนายนของทุกปี และเพื่อประกาศว่า รัฐบาล โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมสนับสนุนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมระหว่างเพศ ภายใต้แนวคิดหลัก “การยกระดับการพัฒนาเชิงนโยบายระดับจังหวัดหรือเมืองที่โอบรับสิทธิและความเท่าเทียมระหว่างเพศ”  อีกทั้ง สนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า เดือนมิถุนายน ถือเป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) เพื่อร่วมสดุดีและระลึกถึงเหตุการณ์การจลาจลสโตนวอลล์ ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ โอกาส และเสรีภาพการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมในสังคมตามหลักการสิทธิมนุษยชน และต่อมา มีการขยายประเด็นการเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมให้บุคคลทุกเพศภาคภูมิใจในคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเอง รวมทั้งสร้างการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของบุคคลทุกเพศในสังคม ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month ซึ่งเชื่อว่า Pride Month จะไม่จำกัดเฉพาะเรื่องเพศ แต่เป็นช่วงเวลาที่บุคคลทุกคนได้รับการยอมรับและได้ภาคภูมิใจในคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเอง รวมทั้งยอมรับและการเคารพในความแตกต่างหลากหลายของบุคคลอื่นด้วยเช่นกัน

ปี 2569 กระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย ร่วมกันผลักดันยกระดับการพัฒนาเชิงนโยบายระดับจังหวัดหรือเมืองที่โอบรับสิทธิและความเท่าเทียมระหว่างเพศ และการสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030” โดยมีการจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือภาคีในการขับเคลื่อนจังหวัดนําร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ (Pride City Network) เพื่อการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพระดับโลก WorldPride 2030 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจาก 57 จังหวัด 1 เมือง ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่สะท้อนให้เห็นว่าในระดับจังหวัดหรือเมืองมีความพร้อมร่วมกันส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศในทุกมิติ

ทั้งนี้ กิจกรรมตลอดช่วง Pride Month ในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ จะสะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนพร้อมใจกันร่วมส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในประเทศไทยอย่างจริงจัง และกระทรวง พม. พร้อมประสานความร่วมมือและสนับสนุนทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่โอบรับทุกความแตกต่างหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสนับสนุนทุกกิจกรรมให้ประเทศไทยก้าวเป็นเจ้าภาพจัดงาน WordPride 2030

ผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการผ่าตัดซ้ำได้

ผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการผ่าตัดซ้ำได้

ผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการผ่าตัดซ้ำได้

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม เป็นการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรงหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนไม่สามารถใช้เข่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม หากข้อเข่าเทียมที่เคยผ่าตัดไว้เกิดปัญหาและในบางกรณีผู้ป่วยอาจมีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดใหม่ หรือที่เรียกว่า Revision knee surgery ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน โดยในปัจจุบันมีการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Rosa Knee ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด

นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า โดยทั่วไปหากผู้ป่วยเคยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมาแล้ว จะสามารถใช้งานได้นานโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำ แต่ในบางกรณีอาจเกิดปัญหากับข้อเข่าเทียมจนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจและมั่นคง ซึ่งจะต้องผ่าตัดแก้ไขบางส่วนหรือทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิดขึ้น

นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี 

สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม ได้แก่ การเสื่อมของข้อเข่าเทียม ข้อเข่าเทียมส่วนใหญ่มักมีอายุการใช้งานประมาณ 15-20 ปี แต่ในบางกรณีอาจเสื่อมเร็วกว่าปกติเนื่องจากการใช้งานหนัก, ข้อเข่าเทียมหลวม เมื่อเวลาผ่านไปกระดูกที่รองรับข้อเทียมอาจสูญเสียมวลกระดูก ทำให้ข้อเทียมหลวมและก่อให้เกิดอาการปวดและการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ, การแตกหักของกระดูกบริเวณรอบข้อเข่าเทียม (Periprosthetic Fracture) เกิดจากที่กระดูกบริเวณรอบข้อเทียมอาจได้รับบาดเจ็บหรือแตกหักจากอุบัติเหตุ เช่น การล้ม  ,ความผิดปกติของแนวข้อเข่า (Malalignment) และข้อเข่าทำงานผิดปกติ (Instability) หากข้อเข่าเทียมถูกติดตั้งผิดตำแหน่งจากการผ่าตัดครั้งแรก อาจทำให้เกิดแรงกดที่ไม่สมดุล นำไปสู่ความไม่มั่นคงของข้อเข่าและการสึกหรอที่รวดเร็ว, การติดเชื้อบริเวณข้อเข่าเทียม (Periprosthetic Joint Infection – PJI) การติดเชื้อเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่เดือนหลังการผ่าตัดหรือเกิดขึ้นภายหลังจากการติดเชื้อในร่างกายที่แพร่กระจายมาสู่ข้อเข่า

อาการผิดปกติที่บ่งบอกว่าอาจจะต้องพิจารณาการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม ได้แก่ อาการปวดข้อเข่าเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นแม้ได้รับการรักษาด้วยยา, รู้สึกว่าข้อเข่าหลวม หรือมีเสียงผิดปกติขณะเคลื่อนไหว, มีอาการบวมแดงหรืออักเสบที่ข้อเข่า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ, ไม่สามารถยืดหรือพับเข่าได้เต็มที่, และอาจมีภาวะขาโก่งผิดรูปเนื่องจากข้อเข่าเสื่อม ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้แพทย์อาจแนะนำให้ทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการรักษาหรือผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมเดิม

การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม (Revision knee surgery) เป็นการรักษาที่มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากต้องจัดการกับกระดูกที่เหลือน้อยลงและปรับตำแหน่งข้อเทียมให้เหมาะสม ปัจจุบันจึงมีการนำเทคโนโลยี Rosa knee หรือ CORI หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เข้ามาช่วยในการผ่าตัด ซึ่งหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Rosa knee หรือ CORI จะประกอบไปด้วยแขนกล 2 แขน คอยควบคุมและกำหนดตำแหน่งในการตัดแต่งเตรียมผิวข้อเข่า ช่วยวัดอุปกรณ์และขนาดของข้อเข่าเทียม รวมถึงมีซอฟต์แวร์ช่วยวางแผนและจำลองการผ่าตัดล่วงหน้า ทำให้การผ่าตัดมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การใช้หุ่นยนต์ Rosa knee หรือ CORI ช่วยผ่าตัดไม่จำเป็นต้องเปิดแผลใหญ่เหมือนเมื่อก่อน และไม่จำเป็นต้องรุกล้ำภายในช่องกระดูก ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดและเสียเลือดมาก

ดังนั้น สิ่งที่ผู้ป่วยจะได้รับจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ Rosa Knee หรือ CORI ได้แก่ ความแม่นยำสูง: แขนกลหุ่นยนต์ช่วยให้แพทย์ผ่าตัดได้แม่นยำ ลดโอกาสผิดพลาด, แผลผ่าตัดเล็ก: แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม, เลือดออกน้อย: เลือดออกน้อยกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม, เจ็บปวดน้อย: ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง, ฟื้นตัวเร็ว: ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ใช้เวลาพักฟื้นสั้นลง สามารถลุก ยืน เดินได้ภายใน 12 ชั่วโมง, การเคลื่อนไหวดีขึ้น: ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม (Revision Knee Surgery) จะเป็นแนวทางการรักษาที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีปัญหาจากข้อเข่าเทียมเดิม แต่การได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ครั้งแรก อาจช่วยลดโอกาสในการผ่าตัดซ้ำได้

คุณแหน : 8 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 8 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 8 มิถุนายน 2569

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • มาดามเก่ง ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ นักธุรกิจหญิงเก่งและแกร่งคนหนึ่งของไทย บอกว่าเมื่อต้องเผชิญกับเรื่องร้าย ๆ ที่รุมเร้า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ พิจารณาตัวเองก่อนว่าเราผิดจริงหรือไม่ แล้วเจริญสติ แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ไม่พยายามผูกใจเจ็บคิดอาฆาตคนที่สร้างเรื่องให้ แต่ก็มิได้หมายความว่าจะไม่ดำเนินคดีเพื่อนำตัวคนทำผิดไปลงโทษตามครรลองของกฎหมาย แต่ยังย้ำว่า กฎแห่งกรรมก็คือกฎแห่งกรรม ส่วนกฎหมายก็คือกฎหมาย ต้อง balance ทั้งสองเรื่องให้ดี ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกลงโทษ ส่วนกฎแห่งกรรมจะตามมาเองในวันเวลาที่เหมาะสม
  • หลายคนถามเรื่องอากงของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กับ Victor Lee เมื่อถามมาแบบนี้ก็ต้องถามกลับว่า จะเอาอากงจริง ๆ หรือระบบอากงที่กำลังตกเป็นข่าว หากเน้นอากงจริง ๆ ก็มีชื่อว่าชื้น (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย) แต่หากค้นจาก AI Overview ก็บอกว่าชื่อบุญช่วย สรุปคือต่างแหล่งต่างบอกไปคนละชื่อ ส่วนระบบอากงที่ตกเป็นข่าวชื่อ ต่อศักดิ์ โชติมงคล เป็นรุ่นพี่วิศวะ จุฬาฯ อดีตคือผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ และอดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่ากรุงเทพฯ ที่ชื่อชัชชาติ ถามว่าทำไมถูกเรียกว่าอากง ตอบว่าเพราะอายุมากแล้ว นักข่าวก็เลยเรียกอากง แต่ชัชชาติไม่เคยเรียกต่อศักดิ์ว่าอากง แต่เรียกพี่ต่อ ส่วนพ่อแม่ของชัชชาติคือเสน่ห์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และจิตต์จรุง (นามสกุลเดิมกุลละวณิชย์ มาจากครอบครัวผู้มีอันจะกินเมืองแปดริ้ว)
  • ชัขชาติมีพี่น้องรวมตัวเองด้วย 3 คน คือ ปรีชญา (เป็นอาจารย์สอนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ) และ ฉันชาย(อดีตคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ) ส่วนชัชชาติเคยเป็นอาจารย์ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ชัชชาติชื่อเล่นทริป เป็นฝาแฝดกับฉันชาย (ทัวร์) ทั้งคู่เป็นเด็กเรียนเก่งมาก ๆ และทำกิจกรรมระหว่างเรียนมาโดยตลอด ชัชชาติจบวิศวะได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง และได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดลไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมโยธา จาก University of Illinois Urbana-Champaign แต่หากถามว่าชัชชาติทำหน้าที่ผู้ว่ากรุงเทพฯ แล้ว กรุงเทพฯ ดีขึ้นหรือเลวลง เรื่องนี้ก็ต้องดูเนื้องานที่เขาทำ แต่บอกตรง ๆ ว่าชัชชาติใช้ social media สร้างคะแนนนิยมได้อย่างน่ามหัศจรรย์
  • แป๊ม มนพร ไกรฤกษ์ เชฟดาวรุ่งคนหนึ่งของไทยในร้านมิชลินสตาร์ ถูกถามว่าเรียนจบสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ แล้วทำไมทำอาหารเก่ง คำตอบคือจบสถาปัตย์ก็จริง แต่ได้ไปเรียนที่เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิตธานี แล้วชอบมาก จึงเรียนหลักสูตรอาหารต่อจนจบขั้นสูง แล้วบอกด้วยว่าคนที่ชักจูงให้เรียนอาหารคือนพวรรณ ไกรฤกษ์ ผู้เป็นแม่ 

Victor Lee

เกลือ กิตติ ปลื้มปีติ โพสต์ซึ้งได้ถวายงานพิธีกรงานเฉลิมพระเกียรติฯ

เกลือ กิตติ ปลื้มปีติ โพสต์ซึ้งได้ถวายงานพิธีกรงานเฉลิมพระเกียรติฯ

เกลือ กิตติ ปลื้มปีติ โพสต์ซึ้งได้ถวายงานพิธีกรงานเฉลิมพระเกียรติฯ

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.33 น.

8 มิถุนายน 2569 “เกลือ กิตติ เชี่ยววงศ์กุล” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เผยความรู้สึกปลื้มปีติหลังได้รับเกียรติถวายงานเป็นพิธีกรในงานเฉลิมพระเกียรติฯ “Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ”

โดยเขียนข้อความระบุว่า “อีกหนึ่งความทรงจำของชีวิต ที่ได้ถวายงานเป็นพิธีกรในงานเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ การได้เห็นในหลวงและพระราชินีทรงแย้มพระสรวลถือเป็นบุญของฉันยิ่งนัก #เรารักในหลวง #เรารักพระราชินี”

อิ่มบุญรับกลางปี ไผ่ พงศธร ร่วมงานปริวาสกรรม ตักบาตรพระ 108 รูป ครั้งแรก! รับมงคลชีวิต

อิ่มบุญรับกลางปี ไผ่ พงศธร ร่วมงานปริวาสกรรม ตักบาตรพระ 108 รูป ครั้งแรก! รับมงคลชีวิต

อิ่มบุญรับกลางปี ไผ่ พงศธร ร่วมงานปริวาสกรรม ตักบาตรพระ 108 รูป ครั้งแรก! รับมงคลชีวิต

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.49 น.

นอกจากจะเดินสายมอบความสุขผ่านเสียงเพลงให้แฟนๆ ทั่วประเทศแล้ว ล่าสุดนักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชน “ไผ่ พงศธร” ใช้ช่วงเวลาว่างจากตารางงานคอนเสิร์ตในฤดูฝน เดินทางไปร่วมสร้างบุญใหญ่ในงานปริวาสกรรม พร้อมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 108 รูป เป็นครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและความอิ่มเอมใจ

โดย “ไผ่ พงศธร” ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อนำบุญมาฝากแฟนเพลงทุกคน พร้อมกล่าวขอบพระคุณในความเมตตาของ หลวงพ่อทองใส สีลคุโณ หลวงปู่วิชิต รวมถึงพ่อแม่ครูอาจารย์ ที่เมตตาให้ตนเองและทีมงานได้มีโอกาสร่วมบุญในครั้งสำคัญนี้ ณ วัดตะคร้อวนาราม จังหวัดปราจีนบุรี

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้เผยโอวาทจากหลวงปู่ว่า “การได้ตักบาตรคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ ถือเป็นมงคลอย่างยิ่งกับชีวิต” ซึ่งเป็นคำสอนที่สร้างความปลาบปลื้มใจ และเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิตของตนเป็นอย่างมากหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาร่วมอนุโมทนาบุญ พร้อมส่งกำลังใจและชื่นชมในความเรียบง่ายของศิลปินหนุ่ม ที่แม้จะมีภารกิจงานแน่นตลอดทั้งปี แต่ก็ยังหาโอกาสเข้าวัดทำบุญ และแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้แฟนเพลงได้ร่วมอิ่มบุญไปพร้อมกันนับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งความสุขและความประทับใจ ที่ “ไผ่ พงศธร” ได้นำบุญใหญ่มาฝากแฟนๆ พร้อมส่งต่อพลังแห่งศรัทธาและความเป็นสิริมงคลให้กับทุกคนอีกครั้ง

TILFF 2026 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ยกระดับประเทศไทยสู่ Hub คอนเทนต์ LGBTQ+

TILFF 2026 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ยกระดับประเทศไทยสู่ Hub คอนเทนต์ LGBTQ+

TILFF 2026 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ยกระดับประเทศไทยสู่ Hub คอนเทนต์ LGBTQ+

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.38 น.

Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2026 (TILFF 2026) เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด “Courage & Transformation”  ความกล้าและการเปลี่ยนแปลง สะท้อนพลังแห่งการเติบโต การยืนหยัดในตัวตน และการก้าวข้ามขีดจำกัดผ่านพลังของภาพยนตร์ โทรทัศน์ และศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านคอนเทนต์ LGBTQ+ ของเอเชียและเวทีนานาชาติ

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของการจัดงาน เทศกาล TILFF ได้เติบโตจากเทศกาลภาพยนตร์ที่มุ่งส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ สู่แพลตฟอร์มระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย และผู้ชมจากทั่วโลกผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และพลังแห่งการเล่าเรื่องที่ไร้พรมแดน

ภายในพิธีเปิดเทศกาล ได้รับเกียรติจาก คุณยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวถึงบทบาทของเทศกาลภาพยนตร์ในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม การสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน และการขับเคลื่อนพลังสร้างสรรค์ของสังคมร่วมสมัยพร้อมเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์สู่ระดับนานาชาติ อันสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของประเทศในปัจจุบัน

คุณปิยะรัฐ กัลย์จาฤก Festival Director of Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival กล่าวว่า “หลังจากที่เทศกาล TILFF 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘HOME’ ซึ่งสะท้อนถึงบ้านในฐานะพื้นที่แห่งการยอมรับ ความเข้าใจ และการโอบรับความหลากหลาย ปีนี้เราเลือกก้าวต่อไปด้วยแนวคิด ‘Courage & Transformation’เพราะเราเชื่อว่าการได้รับการยอมรับเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การมีความกล้าที่จะเติบโต เปลี่ยนแปลง และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างหาก คือพลังสำคัญที่จะนำพาผู้คนและสังคมไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้นThailand International LGBTQ+ Film & TV Festival ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลภาพยนตร์ หากแต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เรื่องราวอันหลากหลายจากทั่วโลกได้รับการมองเห็น ได้รับการรับฟัง และส่งต่อแรงบันดาลใจสู่ผู้ชมในวงกว้าง เรามุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจระหว่างผู้คน
ผ่านพลังของภาพยนตร์และสื่อร่วมสมัย ในขณะเดียวกัน เรายังตั้งใจผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ LGBTQ+ จากทั่วโลก
และเป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเอเชีย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของคอนเทนต์ที่เปิดกว้าง เท่าเทียม และทรงพลังยิ่งกว่าเดิม”

แนวคิดหลักของเทศกาลในปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Prism” หรือปริซึม สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่านและการค้นพบตัวตน เมื่อแสงเดินทางผ่านปริซึมจะเกิดการหักเหและกระจายออกเป็นสเปกตรัมสีที่หลากหลาย เปรียบเสมือนผู้คนที่ผ่านประสบการณ์การต่อสู้ และการเติบโต จนสามารถเปล่งประกายในแบบของตนเองอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเทศกาลในปีนี้ คือภาพยนตร์เรื่อง “Heals” ผลงานกำกับของคุณไพลิน วีเด็ลซึ่งได้รับเลือกให้เป็น Opening Film ของ Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2026 และจัดฉายในฐานะ World Premiere เป็นครั้งแรกของโลกภายในเทศกาล

คุณไพลิน วีเด็ล ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าวว่า “Heals เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงการเยียวยา การค้นหาตัวตน และการยอมรับความเปราะบางของมนุษย์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Courage & Transformation ของเทศกาลในปีนี้อย่างลึกซึ้ง ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาล และ World Premiere ได้เปิดตัวต่อผู้ชมทั่วโลกเป็นครั้งแรกในเทศกาล TILFF 2026 ครั้งนี้ หวังว่าผู้ชมจะได้ค้นพบความหมายบางอย่างที่สะท้อนกลับมาสู่ตัวเองผ่านเรื่องราวในภาพยนตร์”

โดยงาน Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2026 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5–11 มิถุนายน 2569 ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ศูนย์การค้า
สยามพารากอน รวบรวมกิจกรรมสำคัญมากมายผ่านเวทีแห่งภาพยนตร์ โทรทัศน์และคอนเทนต์ร่วมสมัยนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

สำหรับกิจกรรม Film Screening ระหว่างวันที่ 5–11 มิถุนายน 2569 เทศกาลได้นำเสนอภาพยนตร์ LGBTQ+ จากประเทศไทยและนานาชาติกว่า 60 เรื่อง ซึ่งผ่าน
การคัดเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการภาพยนตร์ ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ขนาดยาว ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์สั้น และผลงานร่วมสมัยจากผู้สร้างสรรค์ทั่วโลก พร้อมกิจกรรม Q&A Session ร่วมกับผู้กำกับ นักแสดง และทีมผู้สร้างในรอบพิเศษ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเข้าถึงเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม TILFF Forum ระหว่างวันที่ 6–8 มิถุนายน 2569และกิจกรรม Workshop ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ภายใต้แนวคิด “LGBTQIA+ as Entertainment & Empowerment” โดยรวบรวมผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ ผู้บริหารแพลตฟอร์ม ผู้จัดจำหน่าย และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสื่อบันเทิงที่มีคุณภาพ และอนาคตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ร่วมสมัยในระดับนานาชาติภาพยนตร์เรื่อง Heals ซึ่งได้รับเลือกเป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาลในปีนี้ จะเข้าฉายรอบพรีเมียร์ออนไลน์ทั่วโลกวันที่ 18 มิถุนายน ผู้สนใจสามารถรับชมตัวอย่างภาพยนตร์อย่างเป็นทางการได้ทาง Trailer YouTube : https://www.youtube.com/watch?v=1w0va4EKPgI

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลแห่งความหลากหลาย การเปลี่ยนแปลง และพลังแห่งการเล่าเรื่อง พร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่

Website : http://www.tilff-thailand.com
Facebook : tilff.official
Instagram : tilff.official
TikTok : @tilff.official
X : @TILFF_Official

คอนเสิร์ตจบ แต่ความทรงจำยังไม่จบ! บอย พีซเมกเกอร์

คอนเสิร์ตจบ แต่ความทรงจำยังไม่จบ! บอย พีซเมกเกอร์

คอนเสิร์ตจบ แต่ความทรงจำยังไม่จบ! บอย พีซเมกเกอร์

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.33 น.

แม้คอนเสิร์ตจะปิดฉากลงไปแล้ว แต่ความประทับใจและความทรงจำดีๆ จาก PEACEMAKER THE REPEACH CONCERT ยังคงอบอวลอยู่ในหัวใจของทั้งศิลปินและแฟนเพลง โดยเฉพาะโมเมนต์สุดพิเศษที่    บอย พีซเมกเกอร์ ตั้งใจมอบให้แฟนๆ แบบเต็มหัวใจ ทั้งเพลงเพราะ ความใกล้ชิด รอยยิ้ม น้ำตา และพลังความรักที่ส่งถึงกันตลอดทั้งฮอลล์

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่สร้างความประทับใจอย่างล้นหลาม คือการปรากฏตัวของแขกรับเชิญที่ถูกเก็บเป็นความลับจนถึงวินาทีบนเวที เพื่อให้ทุกการพบเจอกลายเป็นเซอร์ไพรส์ที่มีความหมายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโมเมนต์อบอุ่น ซาบซึ้ง หรือช่วงเวลาที่ทำให้แฟนๆ ลุกขึ้นมาร้องตามและส่งเสียงกรี๊ดกันสนั่นฮอลล์

บอย ได้กล่าว “ขอบคุณแขกรับเชิญทุกท่านที่เข้ามาเติมเต็มคอนเสิร์ตครั้งนี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พร้อมเผยว่าทุกเพลงที่เลือกมาร้องร่วมกัน ล้วนผ่านการคิดและคัดสรรอย่างตั้งใจ เพื่อให้เป็นโมเมนต์พิเศษที่แฟนเพลงจะจดจำไปอีกนาน ไม่ใช่เพียงแค่โชว์บนเวที แต่คือความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นจริงในค่ำคืนนั้น

โดยเฉพาะภาพของ บอย ที่ลงไปใกล้ชิดแฟนๆ ท่ามกลางแสงไฟ เสียงร้อง และสายตาแห่งความรักจากคนดูทั่วทั้งฮอลล์ กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่อบอุ่นหัวใจอย่างที่สุด ก่อนจะถูกเติมเต็มด้วยอ้อมกอดแห่งมิตรภาพจากศิลปินรุ่นพี่และเพื่อนร่วมวงการ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพัน ความจริงใจ และเส้นทางดนตรีที่เดินทางมาอย่างงดงาม

เรียกได้ว่า PEACEMAKER THE REPEACH CONCERT ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตใหญ่ของ บอย พีซเมกเกอร์ เท่านั้น แต่ยังเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำที่รวมทุกความรัก ความคิดถึง และเสียงเพลงไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ แม้เสียงดนตรีบนเวทีจะจบลงแล้ว แต่ความรู้สึกจากคอนเสิร์ตครั้งนี้ยังคงดังอยู่ในหัวใจของทุกคนต่อไปอีกนานแสนนาน