อาลัย ‘เรย์ แมคโดนัลด์’ ดาวลับฟ้า หอภาพยนตร์จัดกิจกรรมวางดอกไม้รำลึก ณ ลานดารา

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:32 น.

วงการบันเทิงไทยสูญเสียบุคคลสำคัญอีกครั้ง หลังการจากไปอย่างกะทันหันของ เร แมคโดนัลด์ นักแสดง พิธีกร และยูทูบเบอร์ชื่อดัง ในวัย 49 ปี โดยเสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพักเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา สร้างความโศกเศร้าให้กับแฟนคลับและผู้คนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก  ด้าน หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของนักแสดงมากฝีมือ พร้อมเชิญชวนแฟนภาพยนตร์ร่วมกิจกรรม วางดอกไม้รำลึก บนรอยพิมพ์มือและรอยพิมพ์เท้าของ เร แมคโดนัลด์ ณ ลานดารา ซึ่งเจ้าตัวได้เคยเดินทางมาประทับรอยมือและรอยเท้าไว้เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ร่วมกับเพื่อนสนิท ชาคริต แย้มนาม  ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีในวงการบันเทิง เร แมคโดนัลด์ เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 ถือเป็นไอคอนและแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ยุค 90s ตั้งแต่การแจ้งเกิดในฐานะพิธีกรรายการวัยรุ่นชื่อดัง Teen Talk รวมถึงผลงานภาพยนตร์ระดับตำนานมากมาย อาทิ: ฝัน บ้า คาราโอเกะ (2540) – ผลงานกำกับเรื่องแรกของ เป็นเอก รัตนเรือง ที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างมาก รัก-ออกแบบไม่ได้ (2541) – ภาพยนตร์รักวัยรุ่นในดวงใจของใครหลายคน คนจร ฯลฯ (2542) – บทบาทคนจรจัดในภาพยนตร์อินดี้เรื่องสำคัญ Fake โกหก ทั้งเพ (2546) – ภาพยนตร์รักสะท้อนชีวิตคนเมืองและความโดดเดี่ยว ผลงานภาพยนตร์อื่นๆ: Six หกตายท้าตาย (2547), หนีตามกาลิเลโอ (2552), นาคปรก (2553), สะบายดี 2 ไม่มีคำตอบจากปากเซ (2553), ตีสาม คืนสาม 3D (2557), โอเนกาทีฟ (2558), อมีน (2558) และผลงานล่าสุดอย่าง Behind the screens เพื่อนรักเพื่อนลับ  นอกจากงานแสดง เร ยังเป็นที่รักในฐานะพิธีกรรายการท่องเที่ยวลุยๆ อย่าง Rayron เร่ร่อน, Roaming, และ No Visa ด้วยบุคลิกที่เป็นกันเอง สบายๆ และพร้อมเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ

เรย์ แมคโดนัลด์

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำ คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026

19 สิงหาคม 2569 เวลา 13:55 น.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ของประเทศไทย คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ในหมวด Entertainment Complex (Cinema) แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องถึง 9 ปีซ้อน สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความไว้วางใจจากผู้บริโภค และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือความคาดหมายให้กับคนรักหนังทั่วประเทศ

วุธรวี จารุวัฒนะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงภาพยนตร์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ซึ่งจัดขึ้นโดย นิตยสาร Marketeer ร่วมกับ บริษัท มาร์เก็ตติ้งมูฟ จำกัด เพื่อยกย่องแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี 2569 โดยมีแบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมรับรางวัล ครอบคลุมกว่า 94 หมวด รวม 79 แบรนด์ ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ณ ห้องฉัตรา บอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ  ภายในงาน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์วิทวัส รุ่งเรืองผลเพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหมสมสมร โพธิ์เพิ่มเหม และ ธีรพงษ์ ชมานนท์ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสแห่งความสำเร็จครั้งสำคัญของ  แบรนด์

รางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 โดยเป็นรางวัลที่สะท้อนความนิยมและการรับรู้ของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ ผ่านการสำรวจความคิดเห็นครอบคลุมสินค้าทั่วไป103 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุม 123 กลุ่มผลิตภัณฑ์ และสินค้ากลุ่มเฉพาะ 20 ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 123 กลุ่มผลิตภัณฑ์ จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 6,500 ตัวอย่างทั่วประเทศ

ความสำเร็จของ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” ในครั้งนี้ สะท้อนถึง DNA ของแบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ผ่านปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่น ได้แก่

  • มาตรฐานการบริการระดับสากล : มุ่งมั่นมอบประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่ดีที่สุด ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง
  • เอกลักษณ์เฉพาะตัวและไลฟ์สไตล์ : เป็นศูนย์รวมความบันเทิงที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
  • ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (Innovation Leader) : เดินหน้านำเทคโนโลยีระบบฉาย ภาพ และเสียงที่ทันสมัยและล้ำหน้าที่สุดระดับโลก มาเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แฟนหนังชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

การได้รับรางวัล No.1 Brand Thailand ต่อเนื่อง 9 ปีซ้อน จึงไม่ใช่เพียงรางวัลแห่งความสำเร็จของ  แบรนด์ แต่คือเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่เลือก “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” ให้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสุขในทุกครั้งที่ก้าวเข้าสู่โรงภาพยนตร์ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในการเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลก และรักษาความเป็น “แบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภค” อย่างต่อเนื่องในอนาคต

ยกสำรับไทยขึ้นเวทีจักรวาล! 77 ชุดประจำชาติ Miss Universe Thailand 2026 โชว์พลัง Soft Power อาหาร-ผลไม้ไทย สุดสร้างสรรค์

19 สิงหาคม 2569 เวลา 13:35 น.

เรียกว่ายกสำรับอาหารคาว-หวาน ผสานผลไม้ไทยชื่อดัง จัดกันมาทั้งสวน กรีดกรายเฉิดฉายบนเวทีการประกวด Miss Universe Thailand 2026 รอบชุดประจำชาติ (National Costume) ปีนี้ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด Miss Universe Thailand จัดเต็มความอลังการ ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นฮอลล์ เพราะแต่ละชุดนั้น “สุดมากแม่”

งานนี้ดีไซเนอร์ไทยขอ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด MUT & CEO of Miss Universe Eastern และทีม PD ปล่อยของเบอร์แรง ไม่มีใครยอมใคร! หยิบยกเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ศักยภาพของอาหาร ผลไม้พื้นถิ่นของผู้เข้าประกวด มาถ่ายทอดผ่านชุดประจำชาติได้ตรงคอนเซ็ปต์ “Fruits & Food – Thailand Soft Power”  สะท้อนเสน่ห์ กลายเป็นซอฟพาวเวอร์ส่งผ่านให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทย รวมถึงรสชาติอาหารที่คนทั่วโลกหลงรัก ที่สำคัญ…ไม่ได้มาแค่หนึ่ง ไม่ได้มาแค่สิบ แต่จัดเต็มถึง 77 ชุด 77 ไอเดีย! มาหมดทั้ง แกงส้มใต้ ต้มยำกุ้งตัวยักษ์ ปูตัวใหญ่ ไก่ย่างมาเป็นตัว ก๋วยเตี๋ยวเรือซี๊ดซ๊าด ปลาส้มที่อยากจ้ำข้าวเหนียวร้อนๆ ตามมาด้วย น้ำพริกน้ำย้อย ส้มตำ เมนูไข่มดแดง ก็มีนะ ผัดไทย ฝอยทอง เงาะ มังคุด ลำไย กล้วยไข่ ทุเรียน มะยงชิด ลูกชก เสาวรส  มะพร้าว ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมใส่ใส้ เมี่ยงคำ สายไหม และอีกมากมาย กลายเป็นสำรับสยามขนาดมหึมา น่าอีสสุดๆ

เรียกว่าดูไป ท้องร้องไป “แต่ละชุดคิดได้ไงเนี่ย!” งัดไอเดียมาใส่ สวยงาม แปลก แหวก และอลังการ จนอาหารและผลไม้ไทยที่คุ้นตา ถูกตีความออกมาในมิติที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว! ทว่า 77 ผลงาน จะมีเพียง “หนึ่งเดียวเ” ที่คว้าตำแหน่งผู้ชนะ ได้รับโอกาสนำความเป็นไทยไปเปิดตาชาวโลกบนเวที Miss Universe ครั้งที่ 75 ณ ประเทศเปอร์โตริโก สำหรับกติกาการตัดสินจะมาจากคณะกรรมการ 2 ชุด และชุดของนางงามที่มีคะแนนโหวตสูงสุด  2 อันดับแรก อีก 2 ชุด  พร้อมเปิดโอกาสให้แฟนนางงามร่วมโหวตได้ทางเว็บไซต์ Miss Universe Thailand ตั้งแต่วันนี้ เวลา 23.00 น. จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม เวลา 18.00 น. มงจะลงชุดใคร ไปลุ้นกันได้ในการประกวด Miss Universe Thailand 2026 วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ค่ำคืนที่ทั้งประเทศและแฟนนางงามทั่วโลกจะลุ้นไปพร้อมกันว่า ใครจะคว้ามงกุฎ Miss Universe Thailand 2026 ก้าวขึ้นเป็นตัวแทนประเทศไทย สู่เวทีจักรวาล  Miss Universe ครั้งที่ 75  ณ ประเทศเปอร์โตริโก บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ย้ำ!ห้ามพลาดทุกการโหวต เพื่อส่งให้นางงามคุณรักสู่เวทีจักรวาลอย่าง “มหาชน” ตัวจริง

หลังเสร็จสิ้นการประกวดรอบชุดประจำชาติ แต่ความสนุกยังไม่จบแค่นี้! เหล่าสาวงามจะเดินหน้าต่อในช่วง On Ground Best Seller เพื่อชิงรางวัล Best Seller Award ซึ่งผู้คว้ารางวัลจะได้รับสิทธิ์เข้าสู่ Top 20 โดยอัตโนมัติ เตรียมพลังเสียงและพลังซัพพอร์ตไว้ให้พร้อม และยังมีอีกหนึ่งรางวัลสำคัญ Thailand’s Choice Award ที่เปิดโอกาสให้สาวงามผู้คว้ารางวัลได้ทะยานเข้าสู่ Top 20 โดยอัตโนมัติ เช่นกัน เรียกว่าศึกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ “มงใหญ่” แต่ทุกคะแนน ทุกเสียงเชียร์ และทุกการโหวต อาจเป็นกุญแจสำคัญพาสาวงามคนโปรดไปต่อถึง “มงจักรวาล” ได้เลย!

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ Miss Universe Thailand 2026 ได้ที่

 Facebook / Instagram / TikTok:  Miss Universe Thailand
 YouTube Channel: Grand TV
แฮชแท็กอย่างเป็นทางการ: #MissUniverseThailand2026

  GO Hotel เชียงราย จุดหมายใหม่เหนือสุดในสยาม  ชูคอนเซปต์ ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’

19 สิงหาคม 2569 เวลา 15:06 น.

GO Hotel (โก โฮเทล) แบรนด์โรงแรมระดับคุณภาพในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดตัว GO Hotel Chiangrai (โก โฮเทล เชียงราย) อย่างเป็นทางการ ปักหมุด “เหนือสุดในสยาม” พร้อมชูคอนเซปต์สุดเก๋ ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’ ถ่ายทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย โดยมีไฮไลต์สำคัญคือกรอบหน้าต่าง ‘ลายประจำยาม’ ซึ่งเป็นลายไทยโบราณที่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมรังสรรค์พื้นที่พักผ่อนที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายขั้นสุด ด้วยห้องพักดีไซน์โปร่งโล่งหลากหลายรูปแบบ เครื่องนอนคุณภาพสูงเพื่อการหลับสบาย และพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน รองรับทุกแพสชันการเดินทางทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ตลอดจนผู้เดินทางทุกกลุ่ม รวมถึง Pet-Friendly ที่พร้อมต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรักให้เข้าพักร่วมกันได้อย่างอบอุ่น GO Hotel เชียงราย ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพซึ่งเป็นทั้งจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นการเดินทางใจกลางเมืองเชียงราย อยู่ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เพียง 1 นาที และเชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ใกล้ศูนย์กลางคมนาคมอย่างสถานีขนส่งเชียงราย (10 นาที) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (25 นาที) อีกทั้งยังรายล้อมด้วยสถานที่ราชการ โรงพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลเชียงรายราม และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวและศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมล้านนาชื่อดัง เช่น หอนาฬิกาเชียงราย, สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ, ถนนคนเดินเชียงราย, วัดร่องขุ่น และไร่บุญรอด ทำให้ GO Hotel เชียงราย เป็นปักหมุดแห่งใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวและการพักผ่อนได้อย่างลงตัว  บรรยากาศในพิธีเปิดตัวโรงแรมอย่างเป็นทางการเป็นไปอย่างอบอุ่นและมีสไตล์ ชูแนวคิด ‘GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความชื่นชอบส่วนตัวของ ภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงาน Hotel Business ผสานกับเสน่ห์ของจังหวัดเชียงรายที่มีคอมมูนิตี้คนรักมอเตอร์ไซค์อย่างเหนียวแน่น โดยภายในงานได้เชิญเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และสื่อมวลชนเยี่ยมเข้าเยี่ยมชมโรงแรมก่อนใคร พร้อมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณอธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Operation และ คุณสุทธิกิตติ์ จิราธิวัฒน์ Hotel Business Development ร่วมถ่ายภาพคู่กับรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดภายในงาน นอกจากนี้ GO Hotel เชียงราย เตรียมปล่อยคลิปวิดีโอและภาพโปรโมตชุดพิเศษ ผ่านเลนส์กล้องของสิทธิอาจ อมศิริ ที่ร่วมกับก๊วนไบเกอร์เชียงรายอีกกว่า 80 คัน เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์การเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย โดยสามารถติดตามชมคลิปวิดีโอดังกล่าวได้ในเร็วๆ นี้  จตุพร วิไลแก้ว Head of GO Hotel กล่าวถึงการเปิดตัวโรงแรมในครั้งนี้ว่า ว่า “GO Hotel เชียงราย เป็นโรงแรมลำดับที่ 8 ของ GO Hotel ที่มีคอนเซปต์ “GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน” จากที่ตั้งซึ่งอยู่ในจังหวัดที่เรียกได้ว่า ‘เหนือสุดในสยาม’ ซึ่งนักท่องเที่ยวในเชียงรายนิยมพักค้างในตัวเมือง 1-2 คืนก่อนเดินทางขึ้นดอย ประกอบกับเมืองเชียงรายมีคอมมูนิตี้คนรักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่แข็งแกร่ง GO Hotel เชียงราย จึงไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การพักผ่อนแสนสบายบนทำเลใจกลางเมืองเท่านั้น แต่เราตั้งใจให้โรงแรมแห่งนี้เป็นจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นของทุกการเดินทาง เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเชียงรายอย่างแท้จริง นอกจากนี้แคมเปญ ‘GO Local, Eat Local’ ที่เราตั้งใจให้นักเดินทางทุกท่านได้สัมผัสวัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่นอย่างแท้จริง ยังมีความพิเศษกว่าเดิม โดยได้ผนึกกำลังจากกลุ่มไบเกอร์เชียงราย มาร่วมปักหมุดและแนะนำร้านอาหารอร่อยระดับตำนานและร้านยอดนิยมที่คนท้องถิ่นการันตี เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติต้นตำรับในแบบที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย” เพียงแสดงคีย์การ์ดของ GO Hotel เชียงราย รับสิทธิพิเศษจากร้านชื่อดังที่ไบเกอร์เชียงรายแนะนำ ได้แก่ 

  • ร้านข้าวต้มบัว ร้านข้าวต้มกุ๊ยยอดนิยมย่านสนามบินเก่า ขวัญใจคนท้องถิ่นด้วยเมนูไทยรสจัด จ้านราคาสบายกระเป๋า รับฟรี ข้าวต้ม 1 ถ้วย
  • Maison De Chiangrai ร้านอาหารไทยสไตล์ Chef’s Table และ Fine Dining ระดับ 5 ดาว โดดเด่นด้วยเมนูไทยและอาหารเหนือต้นตำรับจากวัตถุดิบท้องถิ่น (แนะนำให้จองล่วงหน้า) รับฟรี อาหารประจำฤดูกาล 1 จาน
  • ร้านกาแฟรถเหลือง ร้านกาแฟโบราณชื่อดังคู่เมืองเชียงราย บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา เสิร์ฟความอร่อยยามเช้าจากรถสองแถวสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์ รับฟรี ปาท่องโก๋ 1 ชุด
  • บะหมี่เชียงราย ฮุ่ยเม้ง หอนาฬิกา ร้านบะหมี่ทำเองเส้นเหนียวนุ่มตำรับเก่าแก่คู่เมือง รับฟรี เกี๊ยวและขนมจีบ อย่างละ 2 ชิ้น
  • ครัวเฟยเทียน ดอยช้าง ร้านอาหารจีนยูนนานระดับแลนด์มาร์กบนดอยช้าง เสิร์ฟขาหมูหมั่นโถวและเคาหยกท่ามกลางบรรยากาศขุนเขา รับฟรี ชาอัสสัม 1 กา
  • ร้านน้ำเงี้ยวป้านวล อาหารญวนพังงา ต้นตำรับน้ำเงี้ยวสูตรเข้มข้นที่ส่งต่อมากว่า 150 ปี พร้อมเมนูอาหารเวียดนามสดใหม่ ปราศจากผงชูรส รับอัปไซซ์น้ำเงี้ยว จากขนาดปกติเป็นขนาดใหญ่ทันที
  • Rad Bar บาร์สุดชิลใจกลางเมือง จุดนัดพบยอดนิยมของสายไบค์เกอร์หลังจบการเดินทาง รับ ส่วนลดพิเศษ 10%
  • ร้านลาบสนามกีฬา ร้านอาหารเหนือรสเด็ดต้นตำรับล้านนาที่ครองใจคนท้องถิ่นมายาวนาน โดดเด่นด้วยเมนูต้นตำรับล้านนา เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสรสชาติอาหารเมืองแท้ ๆ เมื่อมาเยือนเชียงราย รับเป๊ปซี่ขวดเล็ก 1 ขวด

 พร้อมสิทธิพิเศษจากพันธมิตรชั้นนำ เมื่อจองห้องพัก GO HOTEL เชียงราย  – ลูกค้าบัตรเครดิต KBANK รับเครดิตเงินคืน 10%* เมื่อใช้ K Point แลกเท่ายอดใช้จ่าย โดยไม่มียอดขั้นต่ำในการแลกคะแนน วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 – ลูกค้าบัตรเครดิต CardX และ SCB WEALTH by CardX ใช้จ่ายผ่านบัตรทุก 1 บาท รับ 1 คะแนน* วันนี้ – 30 กันยายน 2569 – ลูกค้าบัตรเครดิต KTC รับเครดิตเงินคืน 13%* เมื่อใช้คะแนนแลกเท่ายอดใช้จ่าย โดยไม่มียอดขั้นต่ำในการแลกคะแนน – ลูกค้าที่ใช้บริการ Grab วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 GrabCar รับส่วนลด 15%* (สูงสุด 100 บาท) ไม่มีขั้นต่ำ จำกัด 2 ครั้ง/ผู้ใช้ และจำกัด 100 สิทธิ์/วัน GrabFood รับส่วนลด 15%* (สูงสุด 100 บาท) ขั้นต่ำ 200 บาท – ลูกค้า AIS ใช้คะแนน 1 คะแนน แลกรับห้องพักราคาพิเศษมูลค่า 780 บาท* – ลูกค้า Sukishi เพียงแสดงคีย์การ์ดห้องพักที่ร้าน Sukishi Korean Charcoal Grill รับฟรี แกงเต้าหู้นิ่มรสเผ็ด 1 จาน* มูลค่า 190 บาท เมื่อทานบุฟเฟต์สุข Overload ทุกระดับ หรือ A La Cart มูลค่าต่อใบเสร็จ 500 บาทขึ้นไป วันนี้ – 31 มกราคม 2570  GO Hotel เชียงราย พร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักเดินทางทุกท่านให้มาปักหมุดเช็กอินเติมความฟินแบบจัดเต็มไปด้วยกัน ยกระดับการนอนด้วยเตียงนุ่มนอนสบายระดับ 5 ดาว พร้อมห้องพักมืดสนิทหลับลึกไร้แสงกวนใจ และความบันเทิงครบทั้ง Smart TV กับ Wi-Fi สปีดแรงจัด จะทำงานผ่าน Co-working Space หรือดูซีรีส์สุดมันก็ไม่มีสะดุด ทั้งยังหาของอร่อยทานง่ายๆ ผ่าน Grab & Go หรือจะเดินช้อปปิ้งชิลๆ ก็แค่ก้าวออกจากลิฟต์เพราะตัวโรงแรมติดห้างฯ และที่ฟินที่สุดคือพาสัตว์เลี้ยงสี่ขาตัวโปรดมาเช็กอินเที่ยวด้วยกันได้ทั้งบ้าน! จองห้องพักตรงกับทางโรงแรมคุ้มกว่า! แล้วออกไปค้นพบเสน่ห์เชียงรายไปด้วยกัน คลิกเลยเพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษและสิทธิประโยชน์ดีๆ อีกเพียบ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ LINE : @gohotel, โทร. +66 52 024 598 และที่ Website: https://letzzzgo.co       

Facebook

เปิดความอร่อย ‘Gourmet Foodie Fest 2026 : Talad Chic สตรีทฟู้ดของคนมีสไตล์’

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:41 น.

นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ชวนคนรักอาหารและไลฟ์สไตล์มาเปิดประสบการณ์ความอร่อยในงาน “Gourmet Foodie Fest 2026 : Talad Chic สตรีทฟู้ดของคนมีสไตล์” เทศกาลอาหารที่คัดสรรร้านอร่อยหลากหลายมาไว้ในที่เดียว ครบทั้งอาหารคาว ขนมหวาน เบเกอรี่ เครื่องดื่ม และสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Talad Chic” ที่หยิบเสน่ห์ของสตรีทฟู้ดมาผสานกับความคิดสร้างสรรค์และไลฟ์สไตล์คนเมือง พร้อมกิจกรรม Workshop และ Cooking Show ตลอด 4 วัน ระหว่างวันที่ 20-23 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00-21.00 น. ณ โซน Central Court ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นางสาวภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Gourmet & Cuisine กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ของ Gourmet & Cuisine พร้อมถ่ายทอดแนวคิดผ่านคอนเซ็ปต์ “Talad Chic” ที่นำความอร่อยจากร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่ม และไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ มาสร้างเป็นพื้นที่แห่งการกิน ช้อป และใช้เวลาร่วมกัน พร้อมกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วมและสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารในรูปแบบที่สนุกและสร้างสรรค์

“เราเชื่อว่าอาหารไม่ได้มีเพียงเรื่องของรสชาติ แต่ยังเป็นเรื่องของความสุข การแบ่งปัน และการเชื่อมโยงผู้คน งานนี้จึงตั้งใจให้ทุกคนได้ค้นพบความอร่อย สนับสนุนผู้ประกอบการอาหารไทย และใช้เวลาร่วมกันผ่านประสบการณ์ที่สนุกและน่าประทับใจ”

 อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือกิจกรรม Workshop และ Cooking Show ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้ ลงมือทำจริง และสนุกไปกับเรื่องราวด้านอาหาร อาทิ Workshop ขนมไทยจากสิริ-มารี คาเฟ่ขนมไทย, Workshop Veggie Bouquet, Workshop Salad Cup, Workshop เมนูหมูสร่ง By น้ำมันองุ่น และ Cooking Show เมนูสเต๊กเนื้อทอดซอสน้ำจิ้มแจ่วโคชูจัง By น้ำมันองุ่น พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย

สำหรับสายไลฟ์สไตล์ พบกับ HUNO ฮุโนะ กับสินค้าในคอลเล็กชัน “หลงไทย” ที่หยิบกลิ่นอายความเป็นไทยมาสร้างสรรค์เป็นก้านไม้หอม น้ำหอมปรับอากาศในรถ และพิมเสนน้ำ พร้อมไอเทมกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยโหระพา

 พิเศษ! ช้อปสินค้าภายในงานครบ 300 บาทขึ้นไป เพียงนำใบเสร็จมาแลกรับของที่ระลึกสุดพิเศษได้ที่บูท Gourmet & Cuisine พร้อมลุ้นรับ Voucher ห้องอาหารจากโรงแรมชั้นนำ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Gourmet & Cuisine

GourmetFoodieFest2026

ไขความลับลำไส้กับนาฬิกาชีวิต กุญแจสู่การสร้างสมดุลสุขภาพระยะยาว

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:48 น.

ในหลายวัฒนธรรมของเอเชีย เรามักได้ยินคำสอนจากผู้ใหญ่ว่า กินอาหารอย่างพระราชาในตอนเช้า แต่กินมื้อเบา ๆ ในตอนเย็น” ถึงแม้จะดูเป็นคำแนะนำที่เรียบง่าย แต่ทุกวันนี้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กำลังยืนยันสิ่งที่คนรุ่นก่อนเชื่อกันมา ซึ่งก็คือการกินมื้ออาหารที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของเรา หรือสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย โดยสุขภาพลำไส้จะเป็นหนึ่งในระบบแรก ๆ ที่ได้รับประโยชน์

สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตคือ ร่างกายของคนเรามี นาฬิกาภายใน ที่แม่นยำอย่างมาก หรือที่เรียกว่า Circadian Rhythm ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรตลอด 24 ชั่วโมงของร่างกาย ทั้งการนอนหลับ ความหิว และการทำงานของระบบต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน โดยนาฬิกานี้ไม่ได้อยู่แค่ในสมอง แต่มีอยู่ในแทบทุกเซลล์ เพื่อให้ร่างกายทำงานสอดคล้องกับจังหวะเวลาช่วงกลางวันและกลางคืน

ระบบย่อยอาหารและจุลินทรีย์ในลำไส้ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ไวต่อนาฬิกาชีวิตมากที่สุด ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า ลำไส้” และ นาฬิกาชีวิต มีการสื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อช่วยควบคุมเมตาบอลิซึม น้ำหนักตัว การทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน สุขภาพหัวใจ ภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวมให้อยู่ในภาวะปกติ

แต่ความท้าทายของคนยุคใหม่คือ ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนอนดึก กินไม่เป็นเวลา ทำงานเป็นกะ (โดยเฉพาะกะกลางคืน) หรือใช้หน้าจอจนดึก ล้วนรบกวนจังหวะของนาฬิกาชีวิต เมื่อจังหวะนี้เสียสมดุล ลำไส้ก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด และการอักเสบเรื้อรังในระยะยาว

ด้าน ดร.ภญ. วิภาดา แซ่เล้า ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพลำไส้ พร้อมรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจและเคล็ดลับการปรับสมดุลง่าย ๆ โดยเริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้ทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ “นาฬิกาชีวิต” และ “ลำไส้” กลับมาทำงานสอดคล้องกันอีกครั้ง

เริ่มต้นโภชนาการของวันให้ดี ร่างกายก็พร้อมลุย

มื้อเช้า คือ มื้ออาหารที่ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ซึ่งวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการสามารถอธิบายได้ว่า หลังจากการอดอาหารในช่วงกลางคืน ระบบย่อยอาหารจะอยู่ในสภาวะพร้อมทำงาน ทั้งเอนไซม์ย่อยอาหารที่ทำงานอย่างเต็มที่ และระบบเมตาบอลิซึมที่เปิดรับสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดี

การเริ่มต้นวันด้วยอาหารที่คุณประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วนหลากหลาย และรับประทานให้เป็นเวลาในช่วงระหว่างวัน จะช่วยให้เราได้รับพลังงานสม่ำเสมอ ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการเผาผลาญที่เหมาะสม โดยให้เน้นกินอาหารที่มีใยอาหารเพียงพอ มีโปรตีนคุณภาพดี ไขมันดี และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในทุกๆ มื้อ (ร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเพื่อเปลี่ยนแป้งไปเป็นน้ำตาลอย่างช้า ๆ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอและช่วยให้อิ่มท้องได้นานขึ้น) นอกจากนี้ การกำหนดเวลาการกินให้แน่นอน เช่น ภายในช่วงเวลา 8–12 ชั่วโมงต่อวัน การกินอย่างมีสติ ก็มีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารและนาฬิกาชีวิตทำงานสอดคล้องกันมากขึ้น

ดื่มน้ำให้ถูกเวลา ช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น

การดื่มน้ำก็มีช่วงเวลาที่เหมาะเหมือนกับการกิน โดยน้ำมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอนของการย่อย ตั้งแต่น้ำลายที่ช่วยย่อยอาหาร ไปจนถึงน้ำย่อยในกระเพาะ และการขับของเสียออกจากร่างกาย

การดื่มน้ำหนึ่งแก้วก่อนมื้อแรกของวัน ช่วยกระตุ้นระบบย่อยและปลุกนาฬิกาชีวิตให้เริ่มทำงาน และการดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอตลอดวันยังช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ขณะที่การลดการดื่มน้ำในช่วงค่ำ จะช่วยส่งสัญญาณให้ร่างกายเตรียมพักผ่อนและฟื้นฟูในตอนกลางคืน

นอนหลับดี ช่วยให้ลำไส้ได้ฟื้นฟูตัวเอง

แม้ว่าจะปิดไฟ ปิดเสียงรบกวน ไม่ใช้มือถือ และนอนครบ 8 ชั่วโมง แต่ตื่นมากลับรู้สึกไม่สดชื่น อาจเป็นเพราะ “การนอน” ไม่ใช่แค่การพักผ่อนของสมอง แต่เป็นกระบวนการทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกาย โดยเฉพาะระบบย่อยอาหาร ซึ่งส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทว่าควร “พัก” หรือ “ตื่นตัว” ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงมื้อหนัก คาเฟอีน อาหารมัน หรือหวานจัดก่อนนอน เพราะระบบย่อยอาหารเองก็ต้องการเวลาในการพักเช่นเดียวกับสมอง

กิจกรรมเบา ๆ เช่น การอ่านหนังสือ ยืดเหยียดร่างกาย หรือดื่มชาสมุนไพร ก่อนนอนประมาณ 30–60 นาที จะช่วยส่งสัญญาณให้ทั้งร่างกายและลำไส้รับรู้ว่าวันนี้ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว รวมทั้งการเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลายังช่วยให้ลำไส้ปรับจังหวะได้ดีขึ้น และหากสมาชิกในบ้านมีเวลาพักผ่อนที่ใกล้เคียงกัน ก็ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อนมากยิ่งขึ้น

ความเครียด ตัวร้ายทำลายลำไส้และนาฬิกาชีวิต

แม้จะมีตารางการนอนที่ดี แต่สิ่งหนึ่งที่มักติดตัวเราไปถึงเตียงทุกคืนคือ “ความเครียด” ซึ่งจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ช่วยย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย

งานวิจัยได้เปิดเผยว่าแบคทีเรียหลายล้านตัวที่อาศัยอยู่ในลำไส้ไม่ได้ช่วยแค่การย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังช่วยควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดของร่างกายโดยทำงานร่วมกับจังหวะชีวภาพ คอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดหลักของร่างกาย สามารถรบกวนการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำลายสมดุลของจังหวะชีวภาพ และเมื่อเวลาผ่านไปจะเปลี่ยนแปลงจุลินทรีย์ในลำไส้ในลักษณะที่ทำให้ระบบย่อยอาหารตอบสนองไวขึ้นและมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้ความเครียดเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่เราต้องให้ความสำคัญ

ก่อนที่วิทยาศาสตร์จะอธิบายเรื่องนี้ได้ ภูมิปัญญาสมัยก่อนได้แนะนำการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับจังหวะของวัน การนำรูปแบบเหล่านี้กลับมาใช้ในชีวิตประจำวันตามสไตล์คนเมืองไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดกับตัวเองมากเกินไป แค่เริ่มปรับเปลี่ยนทีละน้อย แต่ให้ทำอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายก็จะหาสมดุลเจอ สุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตได้ตามจังหวะธรรมชาติ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพและเฮอร์บาไลฟ์ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.herbalife.com

หรือช่องทางโซเชียลมีเดียFacebook/HerbalifeThailandOfficial และ Instagram/HerbalifeThailandOfficial

เข่าลั่น เข่าหลวม สัญญาณเตือนเอ็นไขว้หน้าขาด เสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในอนาคต

19 สิงหาคม 2569 เวลา 14:43 น.

อาการเข่าลั่น เข่าทรุด หรือรู้สึกข้อเข่าไม่มั่นคงหลังเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือประสบอุบัติเหตุ อาจเป็นสัญญาณของ “เอ็นไขว้หน้าขาด” (ACL Injury) หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาข้อเข่าเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า เอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament: ACL) เป็นเอ็นสำคัญที่อยู่ภายในข้อเข่า ทำหน้าที่ควบคุมความมั่นคงของข้อเข่า ป้องกันไม่ให้กระดูกหน้าแข้งเคลื่อนมาด้านหน้ามากเกินไป และช่วยควบคุมการบิดหมุนของข้อเข่าในขณะเดิน วิ่ง หรือกระโดด เมื่อเอ็นไขว้หน้าได้รับการฉีกขาด ข้อเข่าจะสูญเสียความมั่นคง ส่งผลให้เกิดอาการเข่าหลวม ปวด บวม และเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติ

เอ็นไขว้หน้าขาดมักเกิดจากการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันในขณะที่เท้ายังติดพื้น การหยุดหรือหมุนตัวอย่างรวดเร็ว การลงจอดผิดท่าหลังการกระโดด รวมถึงแรงปะทะจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ นอกจากนี้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบข้อเข่าไม่แข็งแรงพอ เอ็นไขว้หน้าจะต้องรับแรงมากขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น

อาการมักเกิดทันทีหลังบาดเจ็บ บางรายอาจได้ยินเสียง ‘ป๊อบ’ ภายในข้อเข่า จากนั้นจะมีอาการปวดรุนแรงตามมา เข่าบวมอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงจากเลือดออกในข้อ รู้สึกเข่าหลวม ไม่มั่นคง เดินกะเผลก หรือเข่าทรุดเวลาลงน้ำหนัก และส่วนใหญ่จะไม่สามารถกลับไปเล่นกีฬาที่ต้องวิ่งหรือเปลี่ยนทิศทางได้ตามปกติ

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ถ้าเป็นเพียงการยืดหรือฉีกขาดบางส่วน และไม่ได้ใช้งานเข่าหนักมาก อาจรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยทำกายภาพบำบัดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

ในกรณีที่เอ็นไขว้หน้าขาดสมบูรณ์ หรือมีอาการเข่าหลวมชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกลับไปเล่นกีฬา การผ่าตัดส่องกล้องสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ (Arthroscopic ACL Reconstruction) เป็นแนวทางการรักษาที่ช่วยให้ข้อเข่ากลับมามั่นคงได้ การผ่าตัดวิธีนี้ใช้แผลขนาดเล็กประมาณ 2–3 แผล โดยสอดกล้อง Arthroscope เพื่อมองเห็นโครงสร้างภายในข้อเข่าอย่างชัดเจน และใส่เครื่องมือผ่าตัดเพื่อสร้างเอ็นใหม่ทดแทนเอ็นที่ขาด

ข้อดีของวิธีส่องกล้องคือ แผลเล็ก อาการปวดหลังผ่าตัดน้อย ฟื้นตัวเร็ว และลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัดจำเป็นต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อเข่ากลับมาแข็งแรงและมั่นคงในระยะยาว

หากมีอาการเข่าลั่น เข่าหลวม หรือปวดบวมหลังบาดเจ็บ ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาระยะยาวในอนาคต

เข่าลั่นเข่าหลวม

คุณแหน : 19 สิงหาคม 2569

19 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

– สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ คุณติรวัฒน์ สุจริตกุล เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานแด่ ดร. สุวิทย์ ยอดมณี อดีต รมว. กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 หลังจาก ดร. สุวิทย์ฟื้นตัวจากการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ ครอบครัวยอดมณีต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

– ซารา ทินดอลล์ พระธิดาในเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระวรราชกุมารีคว้าชัยชนะเหรียญทองด้วยการควบม้าแข่งคู่ใจชื่อ Class Affair ในการแข่งขัน Hartpury International Horse Trails และ British Championships เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม งานนี้นับเป็นการถวายของขวัญชิ้นสำคัญแด่พระมารดาในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของ เจ้าหญิงแอนน์ พระวรราชกุมารี

– มะปราง ปัทมวดี เสนาณรงค์ ปลื้มปริ่มมากกับความสำเร็จของบุตรคนเดียว คือน้องจาร์ ปัทม สุจริตกุล แล้วก็เฝ้ารอว่าลูกชายจะประสบความสำเร็จสูงขึ้นในตำแหน่งอัยการ

– หญิง วรวิมล ณ ระนอง บ่นกับคนที่รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีว่า ฉันถูกหลอกซ้ำหลอกซาก ทำไมเหรอ หน้าฉันไม่ฉลาดหรืออย่างไร จึงได้ถูกหลอกตลอด มาล่าสุดก็ถูกหลอกให้ทำทานอีกแล้ว เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อนก็ถูกหลอกเรื่องซื้อทัวร์ทิพย์ แล้วก็ยังถูกหลอกเรื่องลิ้นจี่ทิพย์จากเมืองจีน

– หญิง ลลิดา รอดประเสริฐ อดีต 1 ใน 10 ผู้เข้ารอบสุดท้ายนางสาวไทยยุคปนัดดา วงษ์ผู้ดี ที่ยังคงรักษาความสวยความงามไว้ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย ล่าสุดหญิงผันตัวมาทำงานเป็นผู้แนะนำและวางแผนการเงินการลงทุนให้ลูกค้ารายใหญ่ผู้มีความมั่นคั่งสูง สังกัดบริษัท หลักทรัพย์ อพอลโล่ เวลธ์ จำกัด แม้จะมีสามีเป็นมหาเศรษฐี แต่ก็ยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็งทุกวัน

– เม้ย กุลนันท์ (อมาตยกุล) ซานไทโว ผู้บริหารธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) มีภาระสำคัญเพิ่มเติมคือเลี้ยงดูหลานสาวอายุ 11 ปี ชื่อเอลลิส โดยคุณย่าปลาบปลื้มกับงานศิลป์ฝีมือของหลานอย่างมาก ก็ขอเชียร์ให้เปิดอาร์ตสตูดิโอให้คุณหลานในอนาคต  

Victor Lee

กุลนันท์(อมาตยกุล)ซานไทโวซาราทินดอลล์ติรวัฒน์สุจริตกุลลลิดารอดประเสริฐวรวิมลณระนองสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีสุวิทย์ยอดมณี

‘ดร.ณัฏฐ์’ สวนกลับ ‘สส.เต้’ อย่าให้แฉพฤติกรรม ท้าดีเบตออกสื่อ ถ้าแพ้ต้องลาออก

19 สิงหาคม 2569 เวลา 15:30 น.

ดร.ณัฏฐ์

วันที่ 19 ส.ค.69 สืบเนื่องจากนายภัณฑิล น่วมเจิม หรือนายเต้ สส.พรรคประชาชน กทม. แถลงปม พยาน ฝ่าย กกต.ในคดีบัตรเลือกตั้ง ทำให้ องค์กร กกต.ลดความน่าเชื่อถือ นั้น

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน โต้กลับทันควันว่า นายภัณฑิล น่วมเจิม หรือนายเต้ สส.พรรคประชาชน กทม.เขต 4 ไม่รู้ว่า พี่น้องประชาชนเลือกมาเป็นตัวแทนได้อย่างไร อยากให้ พี่น้องประชาชนช่วยสั่งสอนในการเลือกตั้ง สส.ครั้งหน้าให้หน่อย

ดร.ณัฏฐ์

ผมต้องเรียนต่อพี่น้องสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทางบ้านว่า พยานผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าด้านใด ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ

ตนเรียนจบกฎหมาย จบเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา จบปริญญาเอกทางด้านกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบปริญญาเอกสาขาการเมือง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นครูบาอาจารย์สอนหนังสือด้านกฎหมายและด้านรับศาสตร์ ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก หลสายสถาบัน ตั้งแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบัน มีลูกศิษย์มากมาย

ตนศึกษาและเขียนวิจัยดุษฎีนิพนธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส.โดยตรง โดยสมัยเป็นนักศึกษากฎหมายปริญญาเอกกฎหมาย ลงภาคสนามในต่างประทศ ดู กกต.วในต่างประเทศ จัดการเลือกดตั้ง สส. ทำให้รู้ว่า บาร์โค้ดและคิดวอาร์โค้ดในประเทศตะวันตก เขามีพัฒนาการก่อนประเทศไทยเข้าสู่จากยุคอนาล็อก สู่ยุดดิจิทัล ต้องไปดูว่า ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการาเลือกตั้ง สส.พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง กกต.สามารถกระทำได้หรือไม่ ตรวจสอบย้อนกลับไปละเมิดสิทธิผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ กระบบวนการเลือกตั้ง สส.ของ กตต.ในต่างประเทศภาคพื้นยุโรป อาทิ เยอรมัน อังกกฤษ สก็อตแลนด์ เนเธิแลนด์ เบลเยี่ยมและประเทศในอาเซียน สิงคโปร์ เป็นต้น

ถามว่า นายต้า หรือนายภัณฑิล น่วมเจิม คุณเรียนจบอะไรมา ปัดโธ่ อย่าให้ผมขุดประวัติแฉคุณนะ จะไม่มีที่ยืนในสังคม สส.พรรคนี้บางคน มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศเสียด้วย คุณแค่มีประสบการณ์เด็กๆ ประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก ทำอะไรให้กับสังคมมาบ้าง แค่ อนุ กมธ.การเงิน การคลัง เป็นแค่สามล้อถูกหวยได้เป็น สส. ครั้งหน้า ตนขอฝากพี่น้องประชาชนว่า อย่าไปเลือกนายต้า มาเป็นตัวแทนอีกนะ ไม่มีผลงานอะไรเลย

เต้ ภัณทิล

ส่วนประเด็น พยานผู้เชี่ยวชาญในศาล รธน. เขาวัดกันที่ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ เท่านั้น หาก กกต.เชิญตน ลองพิจารณาดูก่อน เพราะ ที่ประชุมใหญ่ กกต.มีมติให้ตนเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นเรื่องบัตรเลือกตั้ง ในฐานะนักวิชาการ แล้วคุณจะมาห้ามผมได่อย่างไร ตนเคยให้ถ้อยคำและลงนามไว้แล้ว จะทำเพื่อประเทศชาติ มันผิดตรงไหน ส่วน กกต.จะอ้างเป็นพยานหรือไม่ ตนไม่อาจยืนยันได้เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับองค์กรนี้ ไม่มีเวลาไปยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน เน้นทำธุรกิจ ทำมาหากิน ไม่เสียเวลาและไม่ให้ราคาคุณกับคนอย่างคุณ เพราะตนไม่รู้จัก มาดีเบตเรื่องบัตรเลือกตั้งกันไหม นัดผ่านสื่อมาเลยช่องไหน ถ่ายทอดสด หากคุณดีเบตสู้ไม่ได้ คุณต้องลาออกจาก สส.นะ อยู่ไปเสียงบประมาณภาษีประชาชน

ต้องถามว่า คุณรู้ได้อย่างไรว่า ผมเป็นพยานให้ กกต. เพราะคุณไม่ได้เป็นคู่ความในคดีและใม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในศาลรัฐธรรมนูญ อย่าเพิ่งคาดคะเน เพราะคุณอย่าไปชี้นำศาล จะติดคุกฐานละเมิดอำนาจศาลป่าวๆ ไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ให้คุ้มค่าเงินเดือน สส.ภาษีประชาชนจะดีกว่า ก่อนจะกล่าวหาใคร ให้หันดูตัวเองก่อนนะ อย่าให้แฉ ผมมีข้อมูลของคุณอยู่ในมือ ฝากพี่น้องประชาชน ช่วยแชร์ถึงนายต้า สส.ปชน.เขต 4 กทม.ด้วย

หากตนได้รับเชิญให้ไปเบิกความในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ แล้วแต่ดุลพินิจของศาล หากศาล รธน.มีหมายเรียก ตนจะให้ความร่วมมือ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ประเทศชาติย่อมได้ประโยชน์

แต่ต้องดูก่อน เพราะเปิดอาณาจักรธุรกิจครบวงจรลงทุนในเมกะโปรเจคหลายหมื่นล้านร่วมทุนกับเพื่อนนักธุรกิจภาคพื้นยุโรปสัญชาติอเมริกันในไทย เพิ่งเปิดตัวยิ่งใหญ่ที่โรงแรมอัศวิน แกรน์คอนเวนชั่น หลักสี่ ในวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตนดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บจ.AURELIAN GROUP และบริษัทในเครือกลุ่ม AG ทั้งหมด 27 บริษัท โดยตนถือหุ้นใหญ่ ไม่แน่ใจว่า จะมีเหตุขัดข้องไม่อาจไปเบิกความหรือไม่

เพราะต้องดูแล บจ.AURELIAN GROUP องค์กรขนาดใหญ่ ต้องกำกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนลงทุนทางธุรกิจเมกะโปรเจคทั้งหมด มีอำนาจตัดสินใจแต่ผู้เดียวในการเงิน โดยคุณมดแดง นางสาวชัชชลัยย์ ยุ้นพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร(CEO) ขับเคลื่อนองค์กร บจ.AURELIAN GROUP โดยดูแลทรัพยากรบุคคลและขับเคลือนนโยบาย

นายต้า คุณไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย อยากแนะนำว่า คุณอย่าหิวแสง ประชาชนเขาไม่รู้จักคุณ หากคุณละเมิดกฎหมาย ผมจะมอบอำนาจให้ทนายความดำเนินคดีอาญากับนายต้า ให้เป็นตัวอย่าง และขอให้ ปปช.ไต่สวนข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เหมือนกับ สส.หญิงรายหนึ่งที่ถูกพิมพ์มือประวัติอาชญากรที่ สน.ทองหล่อ ที่ผ่านมา ผมไม่รู้จักและไม่ให้ราคา

ส่วน ที่นายต้า เอ่ยถึงชื่อ ท่านฐิติเชษฐ์ นุชนาฎ กกต. คุณพูดเอง เออเอง ทำให้สังคมสับสน ตนอยู่ภาคเอกชน เป็นนักธุรกิจ มีเพื่อนทุกวงการจำนวนมาก แทบทุกองค์กร ถามว่า มีกฎหมายห้ามไหมว่า ห้ามรู่จักกัน ปัดโธ่ สำหรับตนไม่มีพรรค มีแต่พวก เพราะใม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หากพี่น้องสื่อมวลชน มาถามความเห็น ตนต้องให้ความรู้ในฐานะนักวิชาการกฎหมายมหาชน เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ตนจะสอนมวยให้ กกต.เป็นองค์กรอิสระ มีกฎหมายคุ้มครองและกระทำในรูปแบบคณะกรรมการ คุณเป็น สส.ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่มีอำนาจไปแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น หากมีเวลาช่วยไปอ่าน รธน.มาตรา185 ด้วยนะ คุณต้องรับผิดชอบในคำพูดและการะทำของตนเอง สส.ก็ติดคุกได้

ณัฐวุฒิ วงศ์เนียมนักกฎหมายมหาชนพรรคประชาชนภัณฑิล น่วมเจิมสส.

โรม กังขา กรมราชทัณฑ์ ปล่อยตัว เล่าต๋า จี้ ปรับปรุงเกณฑ์พักโทษ-อภัยโทษ

19 สิงหาคม 2569 เวลา 15:24 น.

โรม กังขา กรมราชทัณฑ์ ปล่อยตัว เล่าต๋า หวั่นกระทบความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรม จี้ ปรับปรุงเกณฑ์พักโทษ-อภัยโทษให้โปร่งใสวัดผลได้จริง

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์ ดำเนินการปล่อยตัวนายเล่าต๋า แสนลี่ ผู้ต้องขังคดีสำคัญว่า ยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลใจให้แก่สังคม และไม่ได้ส่งผลดีต่อภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม

ตนมีข้อกังวลเกี่ยวกับกรณีนี้ 3 ประเด็นหลัก 1.ประชาชนคนธรรมดาที่ไม่ได้มีฐานะทางเงินทอง จะได้รับสิทธิในการอภัยโทษหรือลดหย่อนโทษในลักษณะเดียวกับกรณีนี้หรือไม่ 2.ทรัพย์สินหรือเงินทองที่อาจจะยังไม่ถูกยึดทั้งหมด จะกลับมาสร้างอิทธิพลบางประการในสังคมหลังจากปล่อยตัวหรือไม่ และ 3.กระบวนการยุติธรรมไทยยังมีพลังมากพอในการลงโทษและปราบปรามอาชญากรรมรายใหญ่หรือไม่ เนื่องจากกรณีนี้กระทบต่อความน่าเชื่อถือของผู้เกี่ยวข้องในสายธารยุติธรรมทั้งหมด

เมื่อถามถึงกรณีที่กระทรวงยุติธรรมเตรียมทบทวนหลักเกณฑ์การลงโทษและการพักโทษ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ควรแยกการพิจารณาออกเป็น 2 ส่วน คือ กรณีทั่วไป ที่ต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การประเมินนักโทษชั้นดีต้องวัดจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจริงๆ ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจของบุคคลเพียงอย่างเดียว และ กรณีเฉพาะ อย่างในกรณีของนายเล่าต๋า ตนมองว่าต้องไปตรวจสอบเพิ่มว่ายังมีคดีอื่นที่ยังไม่แล้วเสร็จหรือไม่ แม้เชื่อว่าเจ้าตัวอาจไม่กลับไปสู่วงการเดิมแล้ว แต่หน่วยงานรัฐยังต้องมีมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมการอย่างรอบคอบเพื่อเป็นหลักประกันแก่สังคม โดยไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิ์จนเกินสมควรแก่เหตุ

เมื่อถามว่า ในประเด็นการอ้างเงื่อนไขทางกฎหมายเรื่องอายุเกิน 70 ปีนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เข้าใจว่ามีระเบียบรองรับอยู่ แต่ต้องกลับไปดูว่ากฎระเบียบ หรือข้อยกเว้นเหล่านั้นมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในทุกกรณีหรือไม่ ซึ่งต้องมีการพิจารณารายละเอียดเชิงลึกต่อไป

กรมราชทัณฑ์เล่าต๋าแนวหน้าออนไลน์โรม