สเปนต้องฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอก 3 อุณหภูมิพุ่งเกิน 40 องศา บางที่อาจแตะ 45

สเปนต้องฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอก 3 อุณหภูมิพุ่งเกิน 40 องศา บางที่อาจแตะ 45

20 ก.ค. 2569 10:56 น.

สเปนต้องฉลองแชมป์ฟุตบอลโลก ท่ามกลางคลื่นความร้อนระลอก 3 อุณหภูมิพุ่งเกิน 40 องศา บางที่อาจแตะ 45

สเปนเผชิญคลื่นความร้อนระลอกที่ 3 ของฤดูร้อนปีนี้ โดยคาดการณ์ว่า ตั้งแต่อังคารนี้ อุณหภูมิในหลายพื้นที่ของประเทศจะพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่อาจแตะ 45 องศา

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสเปน หรือ AEMET ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดจากหย่อมความกดอากาศสูงที่ปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อากาศร้อนและแห้งจากแอฟริกาเหนือถูกกักไว้เหนือประเทศสเปนเป็นเวลาหลายวัน ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างผิดปกติ

นักพยากรณ์อากาศคาดว่า สภาพอากาศจะร้อนจัดต่อเนื่องและรุนแรงที่สุดในวันพฤหัสบดีนี้ โดยบางพื้นที่อาจมีอุณหภูมิสูงเกิน 45 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนว่าช่วงเวลากลางวันจะมีระดับความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ เด็ก และกลุ่มเปราะบาง

นับว่านี่ถือเป็นคลื่นความร้อนระลอกที่ 3 ของสเปนในฤดูร้อนปีนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ประเทศเผชิญคลื่นความร้อนมาแล้ว 2 ระลอก ได้แก่ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดในหลายพื้นที่ของยุโรป และช่วงต้นเดือนกรกฎาคม

ข้อมูลจาก AEMET ยังระบุว่า ช่วงครึ่งแรกของฤดูร้อนปี 2569 ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 15 กรกฎาคม เป็นช่วงที่สเปนมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติในปี 2504 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 24.5 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงปี 2534-2563 ซึ่งอยู่ที่ 21.2 องศาเซลเซียส ถึง 3.3 องศา

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้คลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้น ยาวนานขึ้น และรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้พืชพรรณแห้งแล้ง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เกิดไฟป่ารุนแรงในจังหวัดอัลเมเรีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน คร่าชีวิตผู้คนไป 13 ราย นับเป็นเหตุไฟป่าที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.

ที่มา : channelnewsasia

น้ำมันโลกพุ่ง หลังสหรัฐฯ ถล่มอิหร่านคืนที่ 9 เรือไฟไหม้ช่องแคบฮอร์มุซ

น้ำมันโลกพุ่ง หลังสหรัฐฯ ถล่มอิหร่านคืนที่ 9 เรือไฟไหม้ช่องแคบฮอร์มุซ

20 ก.ค. 2569 10:38 น.

น้ำมันโลกพุ่ง หลังสหรัฐฯ ถล่มอิหร่านคืนที่ 9 เรือไฟไหม้ช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวขึ้นกว่า 2% หลังสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 9 ติดต่อกัน และเกิดเหตุเรือไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจกระทบอุปทานพลังงาน

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 9 ติดต่อกัน ขณะที่เกิดเหตุเรือลำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้นักลงทุนวิตกว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระทบการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ของโลก

รายงานระบุว่า น้ำมันดิบเบรนท์ สำหรับส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.72% แตะระดับ 90.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือประมาณ 2,980 บาทต่อบาร์เรล และเคยพุ่งทะลุ 91 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,000 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.39% มาอยู่ที่ 84.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือราว 2,780 บาทต่อบาร์เรล

ด้านสำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า มีเรือลำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซ บริเวณห่างจากชายฝั่งโอมานไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น.

ที่มา AFP

ม็อบแมลงสาบในอินเดีย นัดชุมนุมใหญ่บุกสภา เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา หลังนักเคลื่อนไหวถูกหามส่ง รพ.

ม็อบแมลงสาบในอินเดีย นัดชุมนุมใหญ่บุกสภา เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา หลังนักเคลื่อนไหวถูกหามส่ง รพ.

20 ก.ค. 2569 08:46 น.

ม็อบแมลงสาบในอินเดีย นัดชุมนุมใหญ่บุกสภา เรียกร้องปฏิรูปการศึกษา หลังนักเคลื่อนไหวถูกหามส่ง รพ.

นักศึกษา ผู้ปกครอง และนักเคลื่อนไหวนับพันคน เตรียมเดินขบวนไปยังรัฐสภาอินเดีย เรียกร้องปฏิรูประบบการศึกษา หลังนักเคลื่อนไหวที่อดอาหารประท้วงกว่า 3 สัปดาห์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่ผู้จัดยืนยันเดินหน้าชุมนุมตามกำหนด

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักศึกษา ผู้ปกครอง นักเคลื่อนไหว และแกนนำทางการเมืองหลายพันคน เตรียมเดินขบวนไปยังรัฐสภาอินเดียในกรุงนิวเดลี หลังได้รับการนัดหมายจาก พรรคประชาชนแมลงสาบ (Cockroach Janta) ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูประบบการศึกษาและเพิ่มความโปร่งใสในการจัดสอบ

โดยบรรยากาศบริเวณสถานที่ชุมนุมในกรุงนิวเดลีมีประชาชนทยอยเดินทางมารวมตัวตั้งแต่วันอาทิตย์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองกำลังกึ่งทหารจำนวนมากถูกส่งมาประจำพื้นที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ขณะที่ก่อนหน้านั้นการชุมนุมตึงเครียดขึ้นเมื่อวันเสาร์ หลังนายโซนัม วังชุก นักการศึกษาและนักเคลื่อนไหวชื่อดัง ซึ่งอดอาหารประท้วงมาแล้วเป็นวันที่ 21 เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพรรค ถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาล 

ด้านนายอภิจิต ดิปเก ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนแมลงสาบ ยืนยันว่า การเดินขบวนในวันที่ 20 กรกฎาคม จะยังคงดำเนินต่อไปตามแผน พร้อมระบุว่า หากทางการคิดว่าการนำวังชุกออกจากพื้นที่จะทำให้การเคลื่อนไหวยุติลง ก็ถือว่าคิดผิด นอกจากนี้ ดิปเกยังเริ่มอดอาหารประท้วงอย่างไม่มีกำหนดแทนวังชุกตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พรรคประชาชนแมลงสาบ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในฐานะขบวนการเสียดสีทางการเมืองบนโลกออนไลน์ ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากการรณรงค์ต่อต้านปัญหาข้อสอบรั่วไหลและความไม่โปร่งใสในการจัดสอบ ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกการสอบสำคัญหลายรายการในอินเดีย และกลายเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจในวงกว้าง.

ดินถล่มทางเหนือกรุงโตเกียว คร่า 2 ศพ หลังฝนตกหนักทำสถิติใหม่

ดินถล่มทางเหนือกรุงโตเกียว คร่า 2 ศพ หลังฝนตกหนักทำสถิติใหม่

20 ก.ค. 2569 08:04 น.

ดินถล่มทางเหนือกรุงโตเกียว คร่า 2 ศพ หลังฝนตกหนักทำสถิติใหม่

ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในจังหวัดโทจิกิ ทางเหนือของกรุงโตเกียว ทำให้เกิดดินถล่มพังบ้านเรือน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ ขณะที่ทางการเร่งสำรวจความเสียหายและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า ฝนตกหนักเป็นสถิติใหม่ในจังหวัดโทจิกิ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดเหตุดินถล่มหลายจุดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ

รายงานข่าวระบุว่า เหตุดินถล่มเกิดขึ้นในเมืองอาชิคากะ โดยเมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่พบชายคนหนึ่งหมดสติอยู่ภายในบ้านที่พังถล่มจากดินถล่ม ก่อนยืนยันว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ เจ้าหน้าที่พบหญิงรายหนึ่งหมดสติในจุดเกิดเหตุ และเสียชีวิตหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทางด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า มวลอากาศชื้นที่ไหลปกคลุมจังหวัดโทจิกิและจังหวัดกุนมะ ทำให้กลุ่มเมฆฝนก่อตัวปกคลุมพื้นที่เดิมเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจนทำลายสถิติเดิม

ในเมืองอาชิคากะมีปริมาณฝนสะสม 232.5 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 12 ชั่วโมงจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันเสาร์ ซึ่งเป็นปริมาณฝนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ และมากกว่าค่าเฉลี่ยปริมาณฝนตลอดเดือนกรกฎาคมถึงเกือบ 40% ทำให้หลายพื้นที่ยังคงเสี่ยงต่อดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน.

ที่มา NHK

อิหร่านโวยสหรัฐฯ โจมตีโรงนิวเคลียร์ ลั่นจะตอบโต้อย่างเหมาะสม

อิหร่านโวยสหรัฐฯ โจมตีโรงนิวเคลียร์ ลั่นจะตอบโต้อย่างเหมาะสม

20 ก.ค. 2569 06:15 น.

อิหร่านโวยสหรัฐฯ โจมตีโรงนิวเคลียร์ ลั่นจะตอบโต้อย่างเหมาะสม

อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของพวกเขา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พร้อมเตือนว่า อิหร่านจะดำเนินการตอบโต้อย่างเหมาะสม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 นายคาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะมีการตอบโต้อย่าง “เหมาะสม” หลังจากพวกเขากล่าวหาสหรัฐฯ ว่า โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “ดาร์โคเวย์น” (Darkhovin) ทางตอนใต้ของอิหร่าน

ในการให้สัมภาษณ์กับ IRIB สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน การีบาบาดีกล่าวว่า “การที่สหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดาร์โคเวย์นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ถือเป็นการจู่โจมที่อันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้อย่างสันติของอิหร่าน และสหรัฐฯ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบอย่างเต็มรูปแบบต่อผลพวงของความไม่มั่นคงและความไร้เสถียรภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้น”

“ขณะที่อิหร่านขอประณามการดำเนินการอันก้าวร้าวในครั้งนี้อย่างรุนแรง ทางเราจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของเราต่อไป” นายการีบาบาดีกล่าวเสริม

ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ องค์การพลังงานปรมาณูแห่งอิหร่านเปิดเผยว่า สหรัฐฯ โจมตีไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าดาร์โคเวย์น ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับพรมแดนประเทศอิรัก แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ยังไม่ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกัน สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานสังเกตการณ์ของสหประชาชาติ แถลงในช่วงเช้าวันอาทิตย์ว่า ทางหน่วยงานกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายงานข่าวเรื่องการโจมตีไซต์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่านในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา

IAEA ระบุว่า โรงไฟฟ้าดาร์โคเวย์นยังอยู่ใน “ขั้นเริ่มต้นอย่างมาก” ของการก่อสร้าง และเหตุโจมตีตามรายงานนั้นไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงจากรังสีใด ๆ อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานได้เรียกร้องให้มี “การยับยั้งชั่งใจทางการทหาร” ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ทั้งหมดแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

แผ่นดินไหวเขย่าเปรู คร่าแล้ว 6 ศพ อาคารพังเสียหายหลายแห่ง

แผ่นดินไหวเขย่าเปรู คร่าแล้ว 6 ศพ อาคารพังเสียหายหลายแห่ง

20 ก.ค. 2569 05:21 น.

แผ่นดินไหวเขย่าเปรู คร่าแล้ว 6 ศพ อาคารพังเสียหายหลายแห่ง

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 เขย่าประเทศเปรู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ศพ อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายหลายแห่ง ทำให้ประชาชนกว่า 300 คนกลายเป็นคนไร้บ้าน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 ทางการเปรูเปิดเผยว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.5 เขย่าภูมิภาคเทือกเขาแอนดีส เมื่อเวลาประมาณ 21.24 น. ของวันเสาร์ที่ 18 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 30 คน และประชาชนอีกราว 300 คนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ห่างจากเมืองซิกายา (Sicaya) ในจังหวัดฮวนคาโย (Huancayo) ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 2 กิโลเมตร และมีความลึกอยู่ที่ 10 กิโลเมตร

สถาบันป้องกันพลเรือนแห่งชาติของเปรูระบุในแถลงการณ์ว่า ยังไม่ทราบจำนวนผู้สูญหายที่แน่ชัด โดยมีอาคารหลายแห่งพังทลายหรือได้รับความเสียหายทางโครงสร้าง ซึ่งรวมถึงโบสถ์และคอนแวนต์ในท้องถิ่นด้วย

ด้านนาย หลุยส์ บาสเกซ หัวหน้าสำนักงานป้องกันพลเรือนท้องถิ่น บอกผู้สื่อข่าวว่า การใช้ “อิฐดิบ” หรือ “อิฐโคลนตากแห้ง” ซึ่งเป็นวัสดุพื้นบ้านในการก่อสร้างในพื้นที่แถบแอนดีสนั้น “มีส่วนทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายที่รุนแรงยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ ประเทศเปรูเผชิญแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เนื่องจากพวกเขาตั้งอยู่ในบริเวณ “วงแหวนแห่งไฟ” ของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นเส้นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่ยาวที่สุดในโลก

ภาพที่เผยแพร่โดยสื่อท้องถิ่นแสดงให้เห็นชาวบ้านในเขตเกษตรกรรม “ชอนโก บาโฮ” (Chongo Bajo) ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยชาวบ้านต่างพากันเบียดเสียดอยู่ภายใต้ผ้าห่มนอกตัวบ้านที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ยังพบสัตว์เลี้ยงถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกด้วย

“บ้านของฉันถูกทำลายไปหมดแล้ว” เฮอร์เมเนกิลดา กัวมาลาโต บอกกับสถานีวิทยุท้องถิ่น ในขณะที่เธอกำลังหาที่พักอาศัยชั่วคราวร่วมกับลูก ๆ ทั้ง 3 คน ในเขตอวยยูกาชี (Huayucachi) ที่อยู่ใกล้เคียง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

อย.สหรัฐฯ พบต้นตอ ปรสิต “ไซโคลสปอรา” ระบาด ทำผู้ป่วยท้องร่วงพุ่ง

อย.สหรัฐฯ พบต้นตอ ปรสิต “ไซโคลสปอรา” ระบาด ทำผู้ป่วยท้องร่วงพุ่ง

20 ก.ค. 2569 04:24 น.

อย.สหรัฐฯ พบต้นตอ ปรสิต “ไซโคลสปอรา” ระบาด ทำผู้ป่วยท้องร่วงพุ่ง

อย.ของสหรัฐฯ พบว่า ผักกาดแก้วของบริษัท เทย์เลอร์ ฟาร์มส์ เป็นต้นตอการระบาดของปรสิตไซโคลสปอรา ซึ่งกำลังทำให้ชาวอเมริกันหลายพันคนล้มป่วยด้วยโรคท้องร่วงรุนแรงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ระบุว่า ตัวอย่างผักกาดแก้วจากบริษัท เทย์เลอร์ ฟาร์มส์ (Taylor Farms) ซึ่งเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้กับเชนร้านอาหาร ทาโก้ เบลล์ (Taco Bell) มีผลตรวจเชื้อปรสิตไซโคลสปอรา “เป็นบวก”

FDA ยืนยันด้วยว่า ตัวอย่างดังกล่าวถูกเก็บมาจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ประกาศเรียกคืนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัท เทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ประกาศเรียกเก็บผักกาดแก้วทั้งหมดที่มาจากเม็กซิโกตอนกลางออกจากตลาดสหรัฐฯ ด้วยความสมัครใจ พร้อมทั้งออกรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ

“เทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ได้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ที่มีผลตรวจเป็นบวกนี้ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียกคืนสินค้าในปัจจุบันของพวกเขา” FDA แถลง “ขณะนี้พวกเขากำลังเร่งตรวจสอบว่ามีส่วนใดของสินค้าลอตที่มีปัญหานี้ หลงเหลืออยู่ในช่องทางการค้าหรือในบ้านของผู้บริโภคหรือไม่”

จนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บันทึกจำนวนผู้ป่วยท้องร่วงรุนแรงจากการติดเชื้อไซโคลสปอรา (cyclosporiasis) ได้มากกว่า 5,000 ราย นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีอย่างน้อย 94 รายที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ทั้งนี้ FDA เปิดเผยว่า มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อรายแรก ๆ เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่อาการของโรคอาหารเป็นพิษชนิดนี้อาจใช้เวลานานถึง 2 สัปดาห์กว่าจะแสดงอาการ โดยมีอาการต่าง ๆ เช่น ท้องเสียเป็นน้ำต่อเนื่องหลายวัน น้ำหนักลดลงอย่างกะทันหัน และเบื่ออาหาร

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยว่า มีผู้คนหลายพันคนติดเชื้อไซโคลสปอรา ซึ่งเชื่อมโยงกับผักกาดแก้วที่จัดส่งโดยเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ และวางจำหน่ายในร้านทาโก้ เบลล์ ในอย่างน้อย 5 รัฐ ได้แก่ อินเดียนา, เคนทักกี, มิชิแกน, โอไฮโอ และ เวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่ง CDC แนะนำให้ประชาชนเลี่ยงทานผักชนิดนี้ที่เสิร์ฟในร้านทาโก้

ทางด้านเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังระบุว่า ได้ดำเนินการนำผักกาดแก้วของเทย์เลอร์ ฟาร์มส์ ลอตที่ได้รับผลกระทบออกจากร้านสาขาต่าง ๆ ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทหารสหรัฐฯ ดับอีก 1 ขณะทำลายโดรนอิหร่านในอิรัก มะกันโจมตีต่อคืนที่ 8

ทหารสหรัฐฯ ดับอีก 1 ขณะทำลายโดรนอิหร่านในอิรัก มะกันโจมตีต่อคืนที่ 8

20 ก.ค. 2569 03:09 น.

ทหารสหรัฐฯ ดับอีก 1 ขณะทำลายโดรนอิหร่านในอิรัก มะกันโจมตีต่อคืนที่ 8

กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตอีก 1 นายระหว่างจุดระเบิดทำลายโดรนพลีชีพของอิหร่านที่ถูกยิงตกในอิรัก เพียงวันเดียวหลังจากเปิดเผยว่า มีทหารเสียชีวิต 2 นายในจอร์แดน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ทหารอเมริกัน 1 นาย เสียชีวิตขณะดำเนินการระเบิดแบบมีการควบคุม เพื่อทำลายโดรนของอิหร่านที่ถูกยิงตกในประเทศอิรัก และมีเจ้าหน้าที่อเมริกันอีก 1 นายได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกันนี้

“ทหารสหรัฐฯ นายหนึ่งเสียชีวิตในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ทางตอนเหนือของอิรัก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ระหว่างการจุดระเบิดแบบมีการควบคุมเพื่อทำลายวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน จากโดรนโจมตีแบบพลีชีพของอิหร่านที่ถูกยิงตก นอกจากนี้ยังมีทหารนายที่สองได้รับบาดเจ็บ และกำลังอยู่ระหว่างการรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บเล็กน้อย”

ความสูญเสียครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ประกาศการเสียชีวิตของทหาร 2 นายในประเทศจอร์แดน จากการโจมตีของอิหร่านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ก.ค.) และมีทหารสูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่อีก 1 นาย

ในวันอาทิตย์ เซ็นต์คอม (CENTCOM) เปิดเผยด้วยว่า พบศพที่ยังไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ในประเทศจอร์แดน โดยยังไม่แน่ชัดว่าเป็นทหารที่สูญหายดังกล่าวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ทำให้จำนวนทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตในความขัดแย้งเกือบ 5 เดือนนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 17 นาย แล้ว ส่วนฝั่งอิหร่านรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50 ราย บาดเจ็บกว่า 500 รายจากการโจมตีของสหรัฐฯ ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ และอิหร่านระดมโจมตีโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่องเป็นคืนที่ 8 โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอีกฝ่าย

มีรายงานว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในเมืองดาร์โคเวย์น (Darkhoveyn) ทางตะวันตกเฉียงใต้ และเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ถูกสหรัฐฯ โจมตี โดยสหประชาชาติยืนยันว่า โรงไฟฟ้านี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการก่อสร้าง และไม่มีวัสดุนิวเคลียร์อยู่ภายใน

สหรัฐฯ เผยว่าการโจมตีมีขึ้นเพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และเพื่อลงโทษกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ที่โจมตีทหารอเมริกันในจอร์แดน

ด้านประเทศคูเวตเปิดเผยว่า โรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำประปาถูกอิหร่านโจมตีซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 วัน จนเกิดเพลิงไหม้ นอกจากนี้อิหร่านยังอ้างว่าได้โจมตีฐานทัพอากาศและคลังสินค้าของสหรัฐฯ ในคูเวตด้วย

ขณะที่กองทัพจอร์แดนเผยว่า พวกเขาสกัดขีปนาวุธของอิหร่านตก 3 ลูก และอีกลูกตกในพื้นที่ห่างไกล โดยรัฐบาลจอร์แดนได้เรียกตัวอุปทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อประท้วงอย่างรุนแรงแล้ว โดยย้ำว่าความมั่นคงของประเทศคือเส้นตายที่ห้ามล่วงละเมิด

ส่วนกองทัพเรืออิหร่าน อ้างว่ามีเรือ 2 ลำเพิกเฉยต่อคำเตือนในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิด “อุบัติเหตุ” พร้อมขู่ว่าเรือทุกลำที่ได้รับอิทธิพลจากสหรัฐฯ จะต้องเผชิญอุบัติเหตุเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

พบผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือล่มในอินโดนีเซีย บนเกาะร้าง-ลอยคอกลางทะเล

พบผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือล่มในอินโดนีเซีย บนเกาะร้าง-ลอยคอกลางทะเล

20 ก.ค. 2569 02:36 น.

พบผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือล่มในอินโดนีเซีย บนเกาะร้าง-ลอยคอกลางทะเล

เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือล่มที่อินโดนีเซียอีกหลายคน แม้จะผ่านมาถึง 5 วันแล้ว โดย 2 คนพบที่เกาะร้าง และอีกหลายคนถูกพบลอยคออยู่กลางทะเล

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า พบผู้รอดชีวิต 2 รายจากเหตุการณ์เรือโดยสารล่มนอกชายฝั่งทางตะวันออกของอินโดนีเซีย บนเกาะที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย 1 วันหลังจากมีการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตอีก 5 รายที่ลอยคออยู่กลางทะเล

เรือลำดังกล่าวซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมามากกว่า 70 คน ล่มในทะเลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (15 ก.ค.) ขณะแล่นอยู่ใกล้กับเกาะเซลายาร์ (Selayar) ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กทางตอนใต้ของเกาะสุลาเวสี

ในวันอาทิตย์ ทีมกู้ภัยได้พบกับชายและหญิงคู่หนึ่งที่สามารถเดินทางมาถึงเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ได้สำเร็จ โดยอาศัยการเกาะอุปกรณ์ลอยน้ำที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ทั้งสองเล่าว่า เพื่อนร่วมทางอีก 4 คนที่อยู่กับพวกเขาในตอนแรกไม่สามารถรอดชีวิตมาได้

“บางคนเริ่มหมดแรงและไม่สามารถเกาะแพพยุงตัวไว้ได้อีกต่อไป จนกระทั่งถูกกระแสน้ำพัดหายไปในที่สุด” มูฮัมหมัด อาริฟ อันวาร์ เจ้าหน้าที่ค้นหาและกู้ภัยท้องถิ่น บอกกับสำนักข่าว AFP “เราหวังว่าจะยังคงพบเพื่อนร่วมทางของพวกเขาอยู่”

ส่วนผู้รอดชีวิตอีก 5 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ได้รับความช่วยเหลือเมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) หลังจากลอยคออยู่กลางทะเลนานถึง 3 วัน

“หลังจากเรือจมลง แต่ละคนก็เอาชีวิตรอดโดยใช้อุปกรณ์หรือสิ่งของอะไรก็ตามเท่าที่หาได้ แล้วนำมาดัดแปลงใช้เป็นเครื่องพยุงตัว” นายอาริฟบอกกับ AFP ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ “พวกเขาเอาแกลลอนน้ำมันและเศษโฟมมาผูกติดกันด้วยเชือก แล้วปีนขึ้นไปอยู่บนนั้น”

กลุ่มคนดังกล่าวได้รับการช่วยเหลือเมื่อบ่ายวันเสาร์โดยชาวประมงท้องถิ่น ซึ่งได้วิทยุแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยผู้รอดชีวิตถูกพบในสภาพเหนื่อยล้าและอ่อนแรงหลังจากลอยคออยู่หลายวันโดยไม่มีอาหารและน้ำที่เพียงพอ พวกเขาประทังชีวิตมาได้ด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนมปังปี๊บไม่กี่ห่อ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้กว่า 50 คนในวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) หรือ 1 วันหลังเกิดเหตุ โดยรายชื่อผู้โดยสารระบุว่ามีคนอยู่บนเรือลำนี้เพียง 50 คน แต่จากการตรวจสอบเพิ่มเติมในภายหลังพบว่ามีคนอยู่บนเรือจริงถึง 78 คน

นายอาริฟกล่าวว่า ตอนนี้กำลังมีการใช้เรือขนาดใหญ่ 5 ลำ เครื่องบินลาดตระเวน 1 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีก 1 ลำ ในปฏิบัติการค้นหาผู้ที่คาดว่ายังคงสูญหายอีก 18 คนอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รมต.อิหร่านเผย ยังไม่เคยพบผู้นำสูงสุดตรงๆ ไม่ตัดโอกาสเจรจาสหรัฐฯ

รมต.อิหร่านเผย ยังไม่เคยพบผู้นำสูงสุดตรงๆ ไม่ตัดโอกาสเจรจาสหรัฐฯ

19 ก.ค. 2569 23:43 น.

รมต.อิหร่านเผย ยังไม่เคยพบผู้นำสูงสุดตรงๆ ไม่ตัดโอกาสเจรจาสหรัฐฯ

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเผยว่า เขายังไม่เคยพบผู้นำสูงสุดคนใหม่ด้วยตัวเองเลย พร้อมเผยว่า หากอิหร่านชนะสงครามอย่างเด็ดขาดด้วยวิธีทางทหารไม่ได้ ก็คงจำเป็นต้องเจรจา

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่อในหลายประเด็น รวมถึงเรื่องช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้อิสราเอลโจมตีกลุ่มผู้นำประเทศในช่วงเริ่มต้นของสงคราม และเรื่องที่เขายังไม่เคยได้พบ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ตรง ๆ เลย

ชาหวาด โมกูยี ผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ ถามถึงเรื่องการเจรจากับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเรด คุชเนอร์ ผู้แทนของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่จะเกิดสงคราม ซึ่งนายอารักชีระบุว่า “ผมบอกกับวิตคอฟฟ์ว่า ‘คุณเคยเข้าร่วมการประชุมที่มีความเป็นไปได้ว่าจะถูกทิ้งระเบิดใส่ได้ทุกเมื่อบ้างไหม?’”

เมื่อถูกถามเรื่องการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เปิดฉากขึ้นเมื่อ 28 ก.พ. นายอารักชีกล่าวว่า การทิ้งระเบิดถล่มทำเนียบผู้นำในกรุงเตหะราน ซึ่งคร่าชีวิตผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี และสมาชิกในครอบครัวไปเป็นจำนวนมากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์นั้น “เกิดขึ้นได้จากช่องโหว่ด้านความปลอดภัย และช่องโหว่ด้านความปลอดภัยนี้ก็ยังคงมีอยู่”

นายอารักชียืนยันว่า อิหร่านวางแผนเอาไว้ “ตั้งแต่แรก” ว่าจะมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซหากผู้นำประเทศตกเป็นเป้าหมายการโจมตี โดยหลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอี ตัวเขาก็ “รีบติดต่อกระทรวงการต่างประเทศของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคทันทีและแจ้งว่าเราจะโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ขอให้เข้าใจว่าปฏิบัติการนี้เป็นการลงมือต่ออเมริกา”

เมื่อถูกถามเรื่องการเข้าพบผู้นำสูงสุดคนใหม่ รัฐมนตรีต่างประเทศตอบว่า “ผมยังไม่ได้เข้าพบ ‘อากา’ (ท่านผู้นำ) โมจตามา ด้วยตัวเองเลยในช่วงระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้นำที่ผ่านมา มีคนจำนวนน้อยมากจริง ๆ ที่ได้เข้าพบท่าน”

ส่วนเรื่องความพร้อมรบของกองทัพ นายอารักชีอ้างว่า “ในช่วงเวลา 8 เดือนระหว่างสงครามทั้ง 2 ครั้ง (สงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายน 2568 กับสงครามล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2569) ระบบแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านถูกปรับเปลี่ยนในลักษณะที่ว่า ต่อให้เราจะยิงออกไปมากแค่ไหน ขีปนาวุธของเราก็ไม่มีวันหมดสิ้น”

นายอารักชียืนยันว่า ตลอดช่วงที่เกิดสงคราม ตัวเขากับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศ “ไม่ได้ออกจากตึกกระทรวงการต่างประเทศเลย ในแต่ละวันเราจะนั่งรถตระเวนไปรอบเมืองเป็นเวลาหลายชั่วโมง และผมไม่สามารถวางโทรศัพท์มือถือลงได้เลย”

สำหรับแผนการในอนาคต รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านย้ำว่า “หากเราไม่มีความสามารถพอที่จะบรรลุชัยชนะเด็ดขาดด้วยวิธีทางทหาร เราก็จำเป็นต้องเจรจา ทว่าการเจรจาควรเกิดขึ้นเมื่อคุณเป็นฝ่ายได้เปรียบในแนวหน้าของการสู้รบ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn