มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB มอบขนมขบเคี้ยว โรงเรียน-ชุมชนวัดบางน้ำชน เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB มอบขนมขบเคี้ยว โรงเรียน-ชุมชนวัดบางน้ำชน เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ TSB มอบขนมขบเคี้ยว โรงเรียน-ชุมชนวัดบางน้ำชน เฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.07 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับ บริษัทไทย สมายล์ บัส จำกัด ลงพื้นที่โรงเรียนและชุมชนวัดบางน้ำชน มอบขนมขบเคี้ยว ภายใต้โครงการหัวใจปันสุข ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569

5 สิงหาคม 2569 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย นายกมลธร โกมารทัต ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดและแบรนด์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ลงพื้นที่โรงเรียนวัดบางน้ำชน และชุมชนวัดบางน้ำชน มอบขนมขบเคี้ยวให้แก่เด็กนักเรียนและชาวบ้านในชุมชน จำนวน 38 ครัวเรือน ผ่านโครงการหัวใจปันสุข ซึ่งจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 74 พรรษา โดยมีนางสาวธนพร รัตนไพศร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางน้ำชน และนางสาวพวงเพ็ชร ปันสา ประธานชุมชนวัดบางน้ำชน เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ชุมชนวัดบางน้ำชน ถนนเจริญนคร แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี

สำหรับขนมขบเคี้ยวที่นำมามอบในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย ขนมเมล็ดทานตะวันและบุกปรุงรสหม่าล่า รวมจำนวน 1,488 ชิ้น มูลค่ารวม 16,416 บาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก นางสราญจิตร หวัง กรรมการบริษัท บริษัท ไบ่ ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความสุขเพื่อสังคม

ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความรัก ความห่วงใย แก่เยาวชน และคนในชุมชนวัดบางน้ำชน ผ่านการแบ่งปันสิ่งของ โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียน และประธานชุมชนเป็นตัวแทนรับมอบ พร้อมนำไปแจกจ่ายให้กับเด็กๆ และตามครัวเรือนอย่างทั่วถึงต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของมูลนิธิฯ ที่ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจส่งต่อความช่วยเหลืออย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ทั้งนี้มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจแห่งการให้ โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชน และคนในพื้นที่ ซึ่งแม้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดี ต่อสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน

LIFE & HEALTH : เทรนด์ AI ปี 2569..รู้จักการสร้าง Code จากการคุยกับ AI (Vibe Coding)

LIFE & HEALTH : เทรนด์ AI ปี 2569..รู้จักการสร้าง Code จากการคุยกับ AI (Vibe Coding)

LIFE & HEALTH : เทรนด์ AI ปี 2569..รู้จักการสร้าง Code จากการคุยกับ AI (Vibe Coding)

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ที่รวดเร็ว จาก Generative AI มาสู่ Agentic AI ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน AI สามารถพัฒนาเข้าสู่ระบบของการสร้าง Code ได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน ไม่ว่าผู้ใช้งานจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหรือไม่ เพียงมีความสามารถในการออกคำสั่ง (Prompt) ให้กับ AI  ในการออกแบบ Code ได้ ก็สามารถที่จะสร้างแพลตฟอร์มและ แอปพลิเคชัน ได้แล้ว ผศ.ดร. รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์​ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) บริษัทด้าน AI Transformation & Solutions ให้ความเห็นว่า จากการออกคำสั่งด้วยการใส่ข้อมูลให้ AI ปัจจุบันกำลังพัฒนาไปสู่ การสร้าง Code จากการสนทนากับ AI ที่เรียกว่า  Vibe Coding

Vibe Coding โลกของ คนที่เข้าใจปัญหาและความต้องการ

พัฒนาการของ AI ในปัจจุบัน กำลังเข้าสู่แนวคิดเรื่องการเขียน Code โดยใช้ภาษาธรรมชาติในการสื่อสารกับ AI เพื่อให้ AI เป็นผู้สร้างระบบแทนมนุษย์ ซึ่งพลิกโฉมจากกระบวนการเขียน Code แบบดั้งเดิม การเขียน Code ด้วยภาษาธรรมชาติ จะทำให้เราสามารถที่จะสร้าง Code ได้ตามความต้องการของตัวเองได้ง่ายขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้เป็นโปรแกรมเมอร์

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะทำให้การทำงานของ AI สามารถตอบสนองกับความต้องการของผู้คนได้มากขึ้น คนที่จะสามารถเขียน Code ได้ดี คือ คนที่เข้าใจในระบบที่ตัวเองต้องการ และสื่อสารได้ดี เป็นผู้ควบคุมการทำงานของ AI หลายตัวที่ทำงานร่วมกัน หน้าที่ของคนไม่ได้อยู่ที่การพิมพ์ แต่จะเป็นผู้ออกแบบกระบวนการทำงาน กำหนดโครงสร้าง และ ตรวจสอบคุณภาพการทำงานของ AI  ไปจนถึงการควบคุมเรื่องของความปลอดภัย และบริหารทั้งระบบ หรือจะกล่าวอีกแบบหนึ่งคือ คนจะกลายเป็น “สถาปนิก” ผู้ออกแบบกระบวนการทำงานทั้งหมดของ AI ในขณะที่ AI เป็น “ทีมพัฒนาและรับเหมา” กระบวนการสร้างงาน

แม้ “Vibe Coding” จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการสร้าง Prototype และทดสอบไอเดียได้อย่างรวดเร็ว แต่การนำมาใช้ในระบบจริงยังแฝงความเสี่ยงสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ที่ AI อาจละเลยการตรวจสอบที่รัดกุม, ความยากในการแก้ไขปัญหา (Debugging) เมื่อเกิดบั๊กเพราะผู้พัฒนาไม่ได้เข้าใจตรรกะโค้ดในเชิงลึกตั้งแต่ต้น, การสะสมหนี้ทางเทคนิค (Technical Debt) ที่อาจทำให้โครงสร้างระบบยุ่งเหยิงดูแลยาก, ปัญหาคอขวดด้านประสิทธิภาพ เมื่อต้องรองรับผู้ใช้งานจริงจำนวนมาก รวมถึง ความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์ที่โมเดลอาจดึงโค้ดติดลิขสิทธิ์มาใช้โดยไม่ตั้งใจ ท้ายที่สุดแล้ว Vibe Coding จึงควรเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนไอเดีย แต่ยังคงต้องอาศัยความเข้มงวดและมาตรฐานทางวิศวกรรมของมนุษย์ในการตรวจสอบก่อนนำไปใช้งานจริงบนโปรดักชันเสมอ

ด้วยเหตุนี้ ภายใต้การทำงานแบบ Vibe Coding สิ่งสำคัญที่สุดคือมนุษย์ต้องก้าวเข้ามามีบทบาทในการควบคุมและบริหารจัดการ AI ภายใต้หลักธรรมาภิบาล (AI Governance) อย่างใกล้ชิด เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดข้อบกพร่องได้ตั้งแต่ระดับการออกแบบการทำงาน ไปจนถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยร้ายแรง ดังนั้น ผู้ที่เข้าไปกำกับดูแลจึงไม่เพียงแต่ต้องคอยประคองให้ Project เดินไปตามแผนงานเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้และวิสัยทัศน์ที่เข้าใจถึงความเสี่ยงรอบด้านเป็นอย่างดี เพื่ออุดรอยรั่วและป้องกันไม่ให้ระบบเกิดความล้มเหลวเมื่อนำไปใช้งานจริง

จากความท้าทายทั้งหมด นำมาสู่คำถามสำคัญที่ว่า “เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค Vibe Coding แล้ว โปรแกรมเมอร์ยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่?” คำตอบคือ ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ต้องพลิกโฉมบทบาทของตนเอง

โปรแกรมเมอร์ยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องก้มหน้าเขียนคำสั่งเองทุกบรรทัดอีกต่อไป แต่ต้องยกระดับมุมมองให้กว้างขึ้น โดยต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของธุรกิจ (Business Requirements), สถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture), การไหลเวียนของข้อมูล (Data Flow), การบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาล (AI Governance), มาตรฐานความปลอดภัย (Security) รวมถึงความเชี่ยวชาญในการออกแบบคำสั่ง (Prompt Engineering) ให้ AI ทำงานได้อย่างแม่นยำและตอบโจทย์

ดังนั้น ทักษะสำคัญที่โปรแกรมเมอร์ต้องเร่งเสริมทัพ นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญในการอ่านและทำความเข้าใจโครงสร้าง Code แล้ว คือ “ทักษะกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์” (Thinking Skills) และความเข้าใจในบริบททางธุรกิจ (Business Acumen) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของวงการนักพัฒนา จาก “การลงมือเขียนโปรแกรมด้วยตนเอง” ไปสู่ “การออกแบบความคิดเพื่อนำทางให้ AI ทำงานแทน” อย่างแท้จริง และ AI จะทำให้คุณสั่ง AI ได้ลึกกว่าคนที่ไม่รู้โค้ดหลายเท่า

ท้ายที่สุดแล้ว ในสมรภูมิธุรกิจยุค AI องค์กรที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่บริษัทที่มีทีมผู้พัฒนาขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่คือองค์กรที่สามารถแปลงวิสัยทัศน์และความต้องการทางธุรกิจให้กลายเป็นระบบที่พร้อมใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพราะในยุคแห่ง Vibe Coding กฎการแข่งขันไม่ได้วัดกันที่ “ใครลงมือเขียนโค้ดได้เร็วกว่ากัน” แต่อยู่ที่ “ใครสามารถสื่อสาร กำกับทิศทาง AI และพลิกแพลงไอเดียให้กลายเป็นนวัตกรรมได้ไวกว่ากัน” ปรากฏการณ์นี้จึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า Vibe Coding ไม่ได้เข้ามาเพื่อ “แทนที่” นักพัฒนา หากแต่เป็นการ “ยกระดับ” ศักยภาพของพวกเขาให้ก้าวขึ้นไปสู่บทบาทของผู้ออกแบบระบบและ “ผู้กำกับ AI” ในระดับมหภาค ในขณะที่ AI จะก้าวเข้ามารับช่วงต่อในฐานะ “ขุมกำลังแรงงานดิจิทัล” รุ่นใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต

เตรียมองค์กรให้พร้อมรับโลก AI & Quantum กับ Digital Jumpstart (DJS) รุ่นที่ 4

โลกธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ เทคโนยีควันตัม (Quantum Technology) ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ผู้นำยุคใหม่จึงต้องมีทั้งวิสัยทัศน์ ความเข้าใจด้านเทคโนโลยี และความสามารถในการนำเครื่องมือดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างคุณค่าและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน การลงทุนกับการเรียนรู้ในวันนี้ จึงเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสและความท้าทายในวันข้างหน้า

ด้วยเหตุนี้ ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เชิญผู้บริหารรุ่นใหม่และผู้สนใจจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สมัครเข้าร่วม หลักสูตร Digital Jumpstart (DJS) รุ่นที่ 4 ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หลักสูตรที่ได้รับการออกแบบเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน Digital Transformation พร้อมเปิดมุมมองการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง ทั้ง AI, Quantum Technology, Big Data, Automation, Cyber Security และนวัตกรรมดิจิทัลต่างๆ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้นำและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำของประเทศกว่า 40 ท่าน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้บริหารจากหลากหลายสาขา สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการศึกษาดูงานจากองค์การชั้นนำทั้งในประเทศกว่า 10 แห่ง และในนครเฉิงตูและและนครฉงชิ่ง เพื่อต่อยอดองค์ความรู้สู่การนำไปใช้จริงในการบริหารองค์กรท่ามกลางบริบทของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลักสูตรจะเริ่มเปิดอบรมวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ผู้สนใจสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึง 18 กันยายน นี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 083-116-6581 หรือ https://www.depa.or.th/th/article-view/IN-02537-2569 

Digital Jumpstart รุ่นที่ 4 จึงเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่ไม่เพียงมอบองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี แต่ยังช่วยสร้างวิสัยทัศน์และเครือข่ายสำหรับผู้นำยุคใหม่ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นใจในโลกแห่ง AI และ Quantum

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

กรรมการอำนวยการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

‘เบต้า ไลฟ์’ โภชนาการจากสมุนไพร หวังสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ

‘เบต้า ไลฟ์’ โภชนาการจากสมุนไพร หวังสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ

‘เบต้า ไลฟ์’ โภชนาการจากสมุนไพร หวังสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายอรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร บจก.โฮปฟูล ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และบันทึกความเข้าใจด้านวิชาการ การวิจัย การบริการทางการแพทย์ การศึกษา นวัตกรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพื่อยกระดับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ พร้อมผลักดันการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เพื่อผู้ป่วยเรื้อรัง

นายอรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการบริหาร Hopeful เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านงานวิจัย สมุนไพร และทรัพยากรชีวภาพจำนวนมาก ความท้าทายสำคัญคือการทำให้งานวิจัยเหล่านั้นถูกนำไปใช้จริงและสร้างประโยชน์กับประชาชนได้ในวงกว้าง ความร่วมมือระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และ วว. จึงเป็นตัวอย่างสำคัญในการเชื่อมโยงภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพของประเทศ

“เราเชื่อว่าคุณค่าของงานวิจัยจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง เมื่อสามารถเปลี่ยนองค์ความรู้ข้อมูลการทดสอบเชิงประจักษ์ ให้เป็นทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพของประชาชน โฮปฟูลจึงยินดีอย่างยิ่ง ในการมุ่งมั่นต่อยอดองค์ความรู้ และผลงานวิจัยจาก วว. และจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สู่นวัตกรรมสุขภาพเฉพาะทางสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย เพราะเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ที่ดี คือวิทยาศาสตร์และงานวิจัยที่จับต้องได้”

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Hopeful ได้เดินหน้าต่อยอดนวัตกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจาก วว. สู่ผลิตภัณฑ์ “เบต้า ไลฟ์” (BETA LIFE) นวัตกรรมโภชนาการบำบัดเฉพาะทางที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

จากผลการศึกษาของสารสกัดเมแทบอไลต์ทุติยภูมิ จากเส้นใยเห็ดหลินจือแดง ซึ่งอุดมไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ขั้นสูง และจากผลการทดสอบทางเภสัชวิทยาพบว่า สารสกัดจากเส้นใยเห็ดหลินจือแดงมีศักยภาพในการยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมความดันโลหิตของร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลภาวะความดันโลหิตสูง หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต นอกจากนี้ สารสกัดดังกล่าวยังได้รับการศึกษาถึงศักยภาพในการช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเครียดออกซิเดชัน และยับยั้งสารสื่อการอักเสบ จึงมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ไตและสนับสนุนการคงระดับการทำงานของไตให้เป็นปกติอีกด้วย

ด้วยผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสารออกฤทธิ์ทุติยภูมิจากเห็ดหลินจือแดงในการช่วยดูแลสุขภาพไต ควบคู่กับผลการทดสอบด้านความปลอดภัยที่พบว่าไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์เนื้อเยื่อไต และไม่พบความเป็นพิษทางพันธุกรรม ส่งผลให้ “เบต้า ไลฟ์” สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ในหัวข้อ “สารออกฤทธิ์ทุติยภูมิจากเห็ดหลินจือแดงสำหรับบรรเทาอาการของโรคไต” จากเวทีประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติอันทรงเกียรติ อย่าง The 50th International Exhibition of Inventions ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  และ รางวัลเหรียญทอง งานประกวดนวัตกรรม Silicon Valley International Inventions Festival (SVIIF) ในหมวดหมู่ของนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาครองได้อย่างภาคภูมิ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยสู่เวทีโลก

“การนำผลงานวิจัยชีวภาพจากห้องปฏิบัติการของภาครัฐมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และฟื้นฟูสุขภาพของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ซึ่งโฮปฟูลพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนและสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน” นายอรรคพล กล่าวทิ้งท้าย

คุณแหน : 5 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 5 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 5 สิงหาคม 2569

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • สำหรับผู้โดยสารทุกคนที่นั่งชั้นหนึ่ง (Royal First Class) ของการบินไทย สายการบินแห่งชาติ จะได้รับ Amenity Kit ดีไซน์พิเศษจาก SIRIVANNAVARI แบรนด์ลักซ์ชัวรีของไทย โดยมีทั้งหมดสี่แบบ (เลือกได้แบบใดแบบหนึ่ง) โดยแต่ละแบบเป็นรูปสัตว์มงคลจากเขาพระสุเมรุ คือ ม้า ช้าง สิงห์ และวัว
  • ชนินทร์ สิริสันต์ เจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ระดับอัลตราลักซ์ชัวรี แบรนด์ ชนินทร์ (CHANINTR) ยังคงความเนียบเฉียบดังเดิม โดยเนียบทั้งคุณภาพสินค้าและทั้งรูปลักษณ์ของเจ้าของแบรนด์
  • ดร. นฏาประไพ สุจริตกุล ฝากเตือนคนที่จะไปเล่นแบตมินตันที่สปอร์ตคลับว่า เวลาจะลงเล่นในสนาม ให้ตรวจเช็คให้ดีว่าคนที่เป็นคู่ตีด้วยเป็นลูกนายตำรวจใหญ่ ใหญ่ ใหญ่บางคนหรือเปล่า หากใช่ก็ต้องเช็คต่อไปว่าตำรวจใหญ่คนนั้นมีนิสัยกรรโชกทรัพย์หรือเปล่า มิฉะนั้น อาจจะถูกกรรโชกทรัพย์ครั้งละหลายล้านบาทได้
  • เมื่อหลายวันก่อนได้พบหน้าค่าตา ศ. กิตติคุณ ดร. สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ราชบัณฑิต แล้วพูดถึงเรื่องราวแต่เก่าก่อนถึงละเม็งละครร้องเรื่องต่าง ๆ อาทิ นางเสือง แล้วก็มีตอนหนึ่งที่ ดร. สุรพล เอ่ยว่า แหม! ถ้าพี่เป็ด เปรมิน กัลยาณมิตร ยังอยู่ละเอ็งเอ๋ย รับรองมันหยดแน่นอน เรื่องนี้ต้องพี่เป็ดเท่านั้น เมื่อพูดถึงพี่เป็ด หรือลุงเป็ด หรืออาเป็ดของคนที่รู้จักกิตติศัพท์ของบุรุษผู้นี้เป็นอย่างดี ต่างไม่มีใครไม่คิดถึงบุรุษผู้แสนจะจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • พ.อ. ต่อพงษ์ มาตาพิทักษ์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 111 ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างหอพระพุทธรักษ์ไทย และเททองหล่อพระพุทธชินราช ประดิษฐาน ณ กรมทหารราบที่ 111 โดยจัดพิธีเททองที่วัดนามะตูม อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. ร่วมสมทบทุนได้ที่บัญชีชื่อกองทุนสวัสดิการ ร.111 เลขที่บัญชี 662-4-85388-3 ธนาคารกรุงไทย สาขาเกาะโพธิ์  

Victor Lee

ชวนนักเรียน นักศึกษา ร่วมงานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2569 ฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์

ชวนนักเรียน นักศึกษา ร่วมงานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2569 ฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์

ชวนนักเรียน นักศึกษา ร่วมงานการศึกษาสถานทูตนิวซีแลนด์ 2569 ฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.32 น.

หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เชิญนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และผู้สนใจร่วมงาน New Zealand Education Fair 2026 งานการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–นิวซีแลนด์ ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00–17.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ 2 ชั้น 5 เปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

ภายในงานพบกับกว่า 70 โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยี และสถาบันภาษาชั้นนำจากนิวซีแลนด์ ครบทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่หลักสูตรภาษาอังกฤษ ระยะสั้น มัธยมศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรวิชาชีพ พร้อมให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวกับผู้แทนสถาบันโดยตรง โอกาสรับทุนการศึกษารวมมูลค่าสูงสุดกว่า 2 ล้านบาท และร่วมฟังการประกาศ Manaaki New Zealand Scholarships ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์แบบเต็มจำนวน พร้อมข้อมูลการสมัครจากผู้เชี่ยวชาญ (เวลา 10.30 น.) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้ก้าวสู่การศึกษาระดับโลก

นิวซีแลนด์ยังคงได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบการศึกษาคุณภาพสูงของโลก ด้วยแนวทางการเรียนรู้ที่เน้น Active Learning การคิดวิเคราะห์ การลงมือปฏิบัติ และการพัฒนาศักยภาพเฉพาะบุคคล ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ และการดูแลนักเรียนต่างชาติอย่างใกล้ชิด มหาวิทยาลัยทั้ง 8 แห่งติดอันดับ Top 3% ของโลก และล่าสุด นิวซีแลนด์ยังได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ของโลกด้าน Employment Outcomes หรือผลลัพธ์การจ้างงานของบัณฑิต จาก QS World University Rankings 2027 สะท้อนคุณภาพการศึกษาที่เชื่อมโยงสู่โอกาสในการทำงานและความสำเร็จในอนาคต

นิวซีแลนด์ยังคงครองใจนักศึกษาต่างชาติ ไทยติด Top 10

ความนิยมของนิวซีแลนด์ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการศึกษายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจาก Education New Zealand ระบุว่า ในปี 2025 มีนักเรียนต่างชาติลงทะเบียนเรียนกับสถาบันการศึกษาของนิวซีแลนด์จำนวน 92,580 คน เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2024 และฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 80% ของระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักเรียนและผู้ปกครองทั่วโลกที่มีต่อคุณภาพของระบบการศึกษานิวซีแลนด์

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่มีนักเรียนเดินทางไปศึกษาต่อในนิวซีแลนด์มากที่สุด สะท้อนถึงความสัมพันธ์ด้านการศึกษาที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ และความไว้วางใจที่นักเรียนและผู้ปกครองชาวไทยมีต่อการศึกษาของนิวซีแลนด์มาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผลสำรวจ International Student Experience Survey 2025 ยังสะท้อนถึงคุณภาพของประสบการณ์การเรียนในนิวซีแลนด์ โดย 87% ของนักเรียนต่างชาติให้คะแนนความพึงพอใจต่อประสบการณ์โดยรวมในเชิงบวก และ 92% พึงพอใจกับผู้คนและความสัมพันธ์ที่ได้รับระหว่างการใช้ชีวิตในนิวซีแลนด์ ซึ่งสะท้อนถึงสังคมที่เปิดกว้าง เป็นมิตร และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อความสำเร็จของนักเรียนจากทั่วโลกโดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเรียนเลือกนิวซีแลนด์ ได้แก่ ความเป็นมิตรของผู้คนและชุมชน คุณภาพการศึกษาที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ประสบการณ์ที่ดีในนิวซีแลนด์ ความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย รวมถึงระบบการดูแลและการสมัครเรียนที่มีประสิทธิภาพ

ENZ ชวนค้นหาคำตอบในงาน New Zealand Education Fair 2026

ENZ ขอเชิญไปร่วมค้นหาคำตอบในงาน New Zealand Education Fair 2026 และเปิดประสบการณ์กับกิจกรรม NZ Simulated Classroom ห้องเรียนจำลองสไตล์นิวซีแลนด์ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้สัมผัสการเรียนการสอนแบบ Active Learning กับครูชาวนิวซีแลนด์ พร้อมบริการทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษฟรี และคำแนะนำด้านการวางแผนศึกษาต่อจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเสวนาพิเศษ โดย คุณสู่ขวัญ บูลกุล มุมมองผู้ปกครอง ในการเลือกนิวซีแลนด์ตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงระดับมหาวิทยาลัย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือพิธีมอบรางวัล “7 Friends for 7 Decades” เพื่อเชิดชูบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่านที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมการประกาศรางวัล Alumni Hall of Fame 2026

พิเศษสุด สำหรับผู้สมัครเรียนภายในงานกับสถาบันที่ร่วมรายการ รับฟรีตั๋วเครื่องบินไป–กลับนิวซีแลนด์ และผู้ลงทะเบียนร่วมงาน ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินจาก Air New Zealand อีกด้วย

ไฮไลต์ภายในงาน

• พบผู้แทนจากกว่า 70 สถาบันการศึกษาชั้นนำ ของนิวซีแลนด์ ครบทุกระดับ

• โอกาสรับทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

• ประกาศผล Manaaki Scholarship ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์เต็มจำนวน เวลา 10.30 น.

• ห้องเรียนจำลอง NZ Simulated Classroom กับครูชาวนิวซีแลนด์

• ทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษฟรี

• เสวนาพิเศษโดย คุณสู่ขวัญ บูลกุล ถึงเคล็ดลับในการให้ลูกเรียนนิวซีแลนด์

• มอบรางวัล 7 Friends for 7 Decades และ Alumni Hall of Fame 2026

• สมัครเรียนภายในงาน รับสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป–กลับนิวซีแลนด์ตามเงื่อนไข

ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงาน (ฟรีตลอดงาน) ในวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 2569 นี้ 11.00 – 17.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 2 ชั้น 5 ลงทะเบียน https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

“อนาคตของลูก” เริ่มต้นจากการเลือกโรงเรียนที่ใช่ เปิดมุมมองใหม่สู่การศึกษาระดับมัธยมในประเทศจีน

“อนาคตของลูก” เริ่มต้นจากการเลือกโรงเรียนที่ใช่   เปิดมุมมองใหม่สู่การศึกษาระดับมัธยมในประเทศจีน

“อนาคตของลูก” เริ่มต้นจากการเลือกโรงเรียนที่ใช่ เปิดมุมมองใหม่สู่การศึกษาระดับมัธยมในประเทศจีน

วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.02 น.

MCCS ชวนผู้ปกครองเจาะลึกหลักสูตร การใช้ชีวิต ทุนการศึกษา และเส้นทางสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ พร้อมพูดคุยกับ  Michael Li ครูใหญ่โรงเรียน Yinghao International School โรงเรียนมัธยมชื่อดังจาก เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ก่อนตัดสินใจวางอนาคตการศึกษาของบุตรหลาน

  Michael Li 

ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การศึกษาไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้ในห้องเรียน แต่คือการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีทักษะสำหรับโลกอนาคต ทั้งด้านภาษา การคิดวิเคราะห์ การปรับตัวและการใช้ชีวิตในสังคมที่หลากหลาย ส่งผลให้ผู้ปกครองยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเลือกโรงเรียนมากกว่าที่เคย เพราะทุกการตัดสินใจในวันนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสสำคัญในวันข้างหน้า

หนึ่งในประเทศที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ปกครองไทยมากขึ้น คือ ประเทศจีน ซึ่งก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของโลก ควบคู่กับการพัฒนาระบบการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ทำให้การศึกษาระดับมัธยมในประเทศจีน กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการต่อยอดศักยภาพของบุตรหลาน ทั้งด้านภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ทักษะการใช้ชีวิต และโอกาสศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนและระดับนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อต่างประเทศ ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยยังมีข้อกังวล ทั้งเรื่องคุณภาพการศึกษา การดูแลนักเรียนต่างชาติ ความปลอดภัย การใช้ชีวิตในโรงเรียนประจำ โอกาสรับทุนการศึกษา ตลอดจนแนวทางศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน Mandarin Chinese Center School (MCCS) จึงจัดงาน “Yinghao International School Information Session” เชิญผู้ปกครองและนักเรียนที่สนใจศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาในประเทศจีน เข้าร่วมรับฟังข้อมูลจาก นาย Michael Li ครูใหญ่โรงเรียน Yinghao International School โรงเรียนนานาชาติจากเมืองกว่างโจว ประเทศจีน พร้อมเปิดโอกาสให้พูดคุยและสอบถามข้อมูลได้โดยตรง เพื่อสร้างความเข้าใจและความมั่นใจก่อนตัดสินใจ

ภายในงาน ผู้เข้าร่วมจะได้ทำความรู้จักกับหลักสูตรการเรียน แนวทางการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาทักษะภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษา สิทธิประโยชน์สำหรับนักเรียนต่างชาติ ขั้นตอนการสมัครเรียน การเตรียมเอกสาร การขอวีซ่า และการเดินทางไปศึกษาต่อในประเทศจีนอย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบรรยากาศการเรียน หอพัก โรงอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบการดูแลนักเรียนต่างชาติ และมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อให้ผู้ปกครองเห็นภาพการใช้ชีวิตภายในโรงเรียนอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดเวทีให้สอบถามทุกข้อสงสัย ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวของนักเรียนไทย การดูแลด้านการเรียนและความเป็นอยู่ การสื่อสารระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง รวมถึงโอกาสศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน เพื่อประกอบการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

สำหรับผู้ปกครองที่กำลังมองหาโอกาสทางการศึกษาระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการศึกษาระดับมัธยมในประเทศจีน พร้อมรับข้อมูลจากครูใหญ่โรงเรียนโดยตรง เพื่อวางแผนเส้นทางการศึกษาที่เหมาะสมกับศักยภาพและเป้าหมายของบุตรหลานในอนาคต

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เนื่องจากรับจำนวนจำกัด จึงขอเชิญผู้ปกครองและนักเรียนสำรองที่นั่งล่วงหน้า งานดีๆแบบนี้ เปิดให้ลงทะเบียนฟรี !!! ไม่มีค่าใช้จ่าย วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569เวลา 10.00–12.00 น. ณ Mandarin Chinese Center School (MCCS) สาขาเดอะวอล์ค ราชพฤกษ์ ชั้น 2 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 098-793-8541, 099-919-6018

เอ แป้ง บุกวิสาหกิจชุมชน ปากน้ำหลังสวน จ.ชุมพร หาของดีสินค้าโอทอป 5 ดาว

เอ แป้ง บุกวิสาหกิจชุมชน ปากน้ำหลังสวน จ.ชุมพร หาของดีสินค้าโอทอป 5 ดาว

เอ แป้ง บุกวิสาหกิจชุมชน ปากน้ำหลังสวน จ.ชุมพร หาของดีสินค้าโอทอป 5 ดาว

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.00 น.

เที่ยวสนุก จ.ชุมพร กับ “เอ-แป้ง” ตามหาของดีโอทอป ระดับ 5 ดาว กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรทำประมงปากน้ำหลังสวน พร้อมลงมือทำ น้ำพริกกุ้งเสียบ  สัปดาห์นี้ี่ เอ-ไชยา มิตรชัย และ แป้ง-ศรันฉัตร์ จะพาแฟนรายการ “มิตรรักทั่วไทย” เที่ยวยาวที่ ชุมพร  กันต่อ  พร้อมพาไปตามหาของดีกันที่ อำเภอหลังสวน  เปิดรายการที่ อนุสรณ์สถานเรือหลวงจักรีนฤเบศรจำลอง บริเวณหาดแหลมสน ตำบลปากน้ำหลังสวน ก่อนที่สองพ่อลูกจะนั่งรถสองแถวพื้นถิ่นเข้าสู่ชุมชน เพื่อเยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรทำประมงปากน้ำหลังสวนผู้ผลิต น้ำพริกวศินี เจ้าของรางวัลโอทอป ระดับ 5 ดาว ซึ่งต่อยอดวัตถุดิบจากทะเลจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริกกุ้งเสียบชาวเล, น้ำพริกปูม้า, น้ำพริกกะปิผัดแห้ง, น้ำพริกกากหมู, น้ำพริกไตปลาแห้ง รวมถึงของกินเล่นอย่าง ปลาหยอง, ปลาข้างเหลืองอบกรอบ และปูม้าอบกรอบสามรส

เมื่อมาถึงชุมชน ทั้งคู่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน ก่อนจะพูดคุยกับ พี่เอ๋ ผู้นำชุมชนถึงจุดเริ่มต้นของการรวมตัวสร้างอาชีพและพัฒนาผลิตภัณฑ์จนได้รับการยอมรับในระดับประเทศ จากนั้นก็ถึงเวลาลงมือเข้าครัว เรียนรู้ทุกขั้นตอนการทำ น้ำพริกกุ้งเสียบ ซึ่งเป็นน้ำพริกขายดีของกลุ่ม พร้อมชมการทำปูม้าอบกรอบสามรสที่มีเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การใช้ ส้มจี๊ด วัตถุดิบท้องถิ่นเพิ่มความหอมและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์หลังจากชมการผลิตอย่างใกล้ชิด ก็ได้เวลาลิ้มรสผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชน ที่นำมารับประทานคู่กับผักพื้นบ้านก่อนจะไปอิ่มอร่อยต่อที่ ร้านหัวเท่อวิลล่า ร้านดังประจำอำเภอหลังสวน ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากชาวประมงในชุมชน และปรุงด้วยพริกแกงสูตรชาวหลังสวนแท้ ๆ  พร้อมเมนูแนะนำอย่าง ข้าวขยำปู, แกงส้มปลากะพงไข่ปลาริวกิว(หัวมะพร้าว), ผัดฉ่าปลาอินทรี, ฉูฉี่ปลาดุกทะเล , น้ำพริกไข่ปู และสเต๊กปลาอินทรีปิดท้ายด้วยการนำสินค้าของชุมชนมาช่วยขาย ตามสไตล์ “เอ -แป้ง” พร้อมชวนแฟนรายการร่วมสนับสนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่รายการเคยเดินทางไปเยือน สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv   ออกเดินทางตามหาของดี ชิมของอร่อย และสัมผัสเสน่ห์ของชุมชนปากน้ำหลังสวน จังหวัดชุมพร ไปพร้อมกับ เอ-แป้ง ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคมนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

นิวเคลียร์ หรรษา สลัดลุคหวานสวมบิกินี่เที่ยวทะเลกรีซ

นิวเคลียร์ หรรษา สลัดลุคหวานสวมบิกินี่เที่ยวทะเลกรีซ

นิวเคลียร์ หรรษา สลัดลุคหวานสวมบิกินี่เที่ยวทะเลกรีซ

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

5 สิงหาคม 2569 ทำเอาอินสตาแกรมร้อนแรงขึ้นทันที เมื่อนักแสดงและคุณแม่ลูกหนึ่ง “นิวเคลียร์ หรรษา” ออกมาเผยภาพทริปพักผ่อนสุดชิลที่ประเทศกรีซ พร้อมเสิร์ฟลุคบิกินี่สุดเซ็กซี่ อวดหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ท่ามกลางบรรยากาศทะเลสีครามของเกาะมิโคนอส

โดย นิวเคลียร์ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @newclear_hansa ซึ่งมาในชุดบิกินีโทนสีฟ้าอ่อน ทั้งภาพเล่นน้ำกลางทะเล นั่งชิลริมชายหาด เรียกว่าเรียบหรูแต่แฝงความเซ็กซี่ได้อย่างลงตัว

ทำเอาทั้งเพื่อนในวงการบันเทิงและแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความสวยและหุ่นเป๊ะของนิวเคลียร์กันอย่างต่อเนื่อง

ป้าตือ เจแปน เขื่อน ฟรัง ร่วมปลุกกระแสเยาวชนไทย

ป้าตือ เจแปน เขื่อน ฟรัง ร่วมปลุกกระแสเยาวชนไทย

ป้าตือ เจแปน เขื่อน ฟรัง ร่วมปลุกกระแสเยาวชนไทย

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.48 น.

จะดีแค่ไหนหากทุกเช้าเราไม่ต้องตื่นมาเจอข่าวภัยออนไลน์ และจะดีกว่าไหมถ้าเราไม่ต้องคอยลุ้นว่าคนใกล้ตัวจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอีก  คำถามชวนคิดนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธกิจครั้งสำคัญ ที่มีจุดมุ่งหมายในการเสริมภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้กับคนไทย  โดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  จับมือกับ บริษัท เช้นจ์2561 จำกัด (CHANGE2561) เปิดตัวโครงการ “กดให้คิด คลิกให้ชัวร์”  เดินสายจัดกิจกรรม “CYBER SAFE ON TOUR กดให้คิด คลิกให้ชัวร์” เพื่อเชิญชวนเยาวชนไทยร่วมเป็นแกนนำในการหยุดวงจรเหยื่อไซเบอร์อย่างยั่งยืนบรรยากาศการจัดกิจกรรมเต็มไปด้วยพลังงานความสดใสและความมุ่งมั่นตั้งใจ ร่วมพลังสร้างสรรค์สื่อเพื่อเผยแพร่   ให้แง่คิด   เตือนสติ   ไม่ให้หลงกลมิจฉาชีพที่เข้ามาใช้ช่องว่างต่างๆ ในการหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมออนไลน์อย่างไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ได้รับพลังงานดีๆ จากอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังระดับประเทศ   ได้แก่ ป้าตือ สมบัษร , เจแปน ภานุพรรณ จากช่อง iPAN Channel , เขื่อน ภัทรดนัย และ ฟรัง นรีกุล ร่วมแชร์ประสบการณ์ภัยออนไลน์ กลโกงที่คาดไม่ถึง และวิธีสังเกตสื่อลวงในปัจจุบัน และร่วมเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำแนวทางการผลิตสื่อออนไลน์ของน้องๆอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง เพื่อทำหน้าที่เป็น “กระบอกเสียงดิจิทัล” ส่งต่อข้อคิดเตือนภัยและภูมิคุ้มกันไซเบอร์ไปยังคนรอบข้างและสังคมในวงกว้างต่อไป

ป้าตือ – สมบัษร เปิดเผยว่า

“ดีใจมากที่วันนี้ได้มาคุยกับเด็กๆ เห็นความตั้งใจของทุกคนที่พร้อมใจกันถ่ายทอดสิ่งดีๆ ให้กับสังคม เยาวชนรุ่นนี้คือเกราะป้องกันชั้นดี ที่จะส่งต่อภูมิคุ้มกันกลับไปปกป้องคนที่บ้านของพวกเขา  อยากจะบอกว่า จริงๆ แล้วมิจฉาชีพมันไม่ได้ฉลาดกว่าเรา แต่มันชอบเอาความโลภ ความกลัว และความตกใจของเรามาหากิน เพราะฉะนั้นก่อนจะทำอะไร กดให้คิด คลิกให้ชัวร์ เรียกสติแชร์ให้คนรอบตัวของเรารู้ อย่าไปยอมเป็นเหยื่อให้พวกมิจฉาชีพนะคะ”

เจแปน – ภาณุพรรณ จากช่อง iPAN Channel เปิดเผยว่า

วันนี้ผมสนุกมากเลยครับ ที่ได้มีโอกาสมาแชร์ประสบการณ์ตรงให้น้องๆ ฟัง และน้องๆก็แชร์กลับมาด้วย ทำให้รู้ว่า มุกของมิจฉาชีพมาใหม่ทุกวัน แต่ถ้าเรามีทริก มีจุดสังเกต และมีสติ กลโกงก็ทำอะไรเราไม่ได้ ยิ่งเห็นน้องๆ ตั้งใจ คิดไอเดีย ตัดต่อคลิปสั้นเพื่อเตือนภัยในสไตล์ของตัวเอง ยิ่งมั่นใจเลยว่ากิจกรรมครั้งนี้คุ้มค่าและจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ใช้สื่อดิจิทัลอย่างเป็นประโยชน์แน่นอนครับ”

 เขื่อน – ภัทรดนัย  เปิดเผยว่า

“รู้สึกอบอุ่นหัวใจมากครับที่ได้มานั่งล้อมวง พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเห็นน้องๆ ตั้งใจจริงจังกับการทำคลิปกันทุกคน โครงการนี้ทำให้เราเห็นว่า เมื่อกลุ่มเยาวชนมีพื้นที่ในการเรียนรู้และได้รับการสนับสนุนอย่างถูกวิธี พวกเขาจะกลายเป็นพลังบวกที่แข็งแกร่งในการสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยขึ้นมาได้ จริงๆแล้ว โลกออนไลน์ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคน แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะสร้างเกราะป้องกันภัยให้ตัวเองและคนรอบข้าง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกลโกงไซเบอร์ด้วยครับ”

ฟรัง – นรีกุล  เปิดเผยว่า

“สนุกและประทับใจมากๆ ค่ะ โดยเฉพาะช่วง Workshop ที่น้องๆ ได้ลองทำคลิปสั้นเตือนภัยออนไลน์ด้วยตัวเอง ไอเดียของทุกคนสดใหม่และมีความสร้างสรรค์มาก   ฟรังอยากบอกว่าความน่ากลัวของภัยออนไลน์ในทุกวันนี้คือมันมาในรูปแบบที่เนียนมาก จนบางทีเราก็แยกไม่ออก การตั้งข้อสังเกตและเช็กความชัวร์ก่อนแชร์จึงสำคัญที่สุดค่ะ  อยากให้เข้าไปชมผลงานน้องๆกันเยอะๆ และช่วยแชร์ส่งต่อให้คนที่คุณห่วงใยกันมากๆ นะคะ “

สามารถติดตามความสนุกและสาระความรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันภัยออนไลน์กับกิจกรรม “CYBER SAFE ON TOUR กดให้คิด คลิกให้ชัวร์”  ได้ทาง FACEBOOK /IG / YOUTUBE : CHANGE2561  และ TIKTOK : CYBER SAFE ON TOUR  

#CyberSafeOnTour

#กดให้คิดคลิกให้ชัวร์

#กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

#ThaiMediaFund

#CHANGE2561

ไทยกระหึ่มเวทีโลก ครูพิช นำทัพเยาวชนไทยกวาด 119 เหรียญ WCOPA 2026

ไทยกระหึ่มเวทีโลก ครูพิช นำทัพเยาวชนไทยกวาด 119 เหรียญ WCOPA 2026

ไทยกระหึ่มเวทีโลก ครูพิช นำทัพเยาวชนไทยกวาด 119 เหรียญ WCOPA 2026

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.30 น.

สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ ครูพิช-พัทธ์นิธาน ศรีเอี่ยม ในฐานะ National Director ผู้ดูแลและฝึกซ้อมทีมตัวแทนประเทศไทย ที่ในปี 2026 นี้ ถือเป็นฉลองการทำงานครบรอบ 10 ปีเต็ม ในการนำทีมเยาวชนไทยไปเปิดประตูสู่เวทีระดับโลกอย่าง WCOPA 2026 (World Championships of Performing Arts) หรือโอลิมปิกแห่งศิลปะการแสดง ณ สหรัฐอเมริกา โดยปีนี้ทีมชาติไทยทำผลงานท็อปฟอร์ม กวาดเหรียญรางวัลกลับบ้านรวมถึง 119 เหรียญ พร้อมคว้ารางวัลใหญ่ที่สุดของรายการกลับไทยได้สำเร็จ

ล่าสุด ครูพิช พัทธ์นิธาน ได้นำทีมเยาวชนคนเก่ง เดินทางเข้าพบทีมข่าว “แนวหน้าบันเทิง” เพื่อขอบคุณสื่อมวลชน และร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังความสำเร็จและความทุ่มเทตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนเยาวชนที่คว้ารางวัลใหญ่ร่วมเดินทางมาโปรโมทความสำเร็จ ได้แก่

 ฌาริน สินธวถาวร ผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลใหญ่ที่สุด 2026 Junior Grand Champion Vocalist of The World (ผู้ชนะเลิศนักร้องรุ่นจูเนียร์ยอดเยี่ยมระดับโลกประจำปี 2026) พร้อมกวาดเหรียญรางวัลอีกมากมายจากการแข่งขันร้องเพลงทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทกลุ่ม

 ซูริค-สรรพ์รพี เฟื่องเกษม

คว้ารางวัลเหรียญ Finalist จากการผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ (Final) ในรุ่น Junior ประเภท Male Model รวมถึงคว้ารางวัลจากรายการร้องเพลงพร้อมเล่นเปียโน การร้องเพลงกลุ่ม และการเดินแบบ

 วินเชนโซ่-ณฐพัชร์ ฐิติรัตน์สานนท์

คว้ารางวัลเหรียญ Finalist ผ่านเข้ารอบ Final ในรุ่น Junior ประเภท Male Model และคว้ารางวัลเหรียญทองและเหรียญรางวัลอื่นๆ เพิ่มเติมจากความสามารถด้านการเต้นและการเดินแบบ

ครูพิช พัทธ์นิธาน เปิดเผยถึงความรู้สึกในโอกาสครบรอบ 10 ปีว่า “ตลอด 10 ปีที่ทำหน้าที่ National Director เป้าหมายหลักคือการพาเด็กไทยที่มีความฝันไปยืนบนเวทีระดับสากลอย่างภาคภูมิ ปี 2026 นี้ถือเป็นปีที่พิเศษมาก เด็กๆ ทุกคนทุ่มเทซ้อมกันหนักมาก ผลงาน 119 เหรียญ และรางวัล Grand Champion ของน้องฌาริน รวมถึงการเข้ารอบ Finalist ของน้องซูริคและน้องวินเชนโซ่ คือพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถและศักยภาพของเด็กไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ”

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถของเด็กไทย แต่ยังตอกย้ำถึงความสำเร็จของ “ครูพิช” ในการผลักดันวงการศิลปะการแสดงไทยสู่ระดับสากลตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาอย่างแท้จริง