‘หมอเอก’ ผ่าสปสช. NGO นั่งบอร์ดกว่า 20 ปี บริหารการเงินล้มเหลว ทำรพ.รัฐขาดทุนยับ ยันต้องแก้พรบ.บัตรทอง

'หมอเอก' ผ่าสปสช. NGO นั่งบอร์ดกว่า 20 ปี บริหารการเงินล้มเหลว ทำรพ.รัฐขาดทุนยับ ยันต้องแก้พรบ.บัตรทอง

‘หมอเอก’ ผ่าสปสช. NGO นั่งบอร์ดกว่า 20 ปี บริหารการเงินล้มเหลว ทำรพ.รัฐขาดทุนยับ ยันต้องแก้พรบ.บัตรทอง

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.38 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ “แนวหน้าข่าวค่ำ” โดยมีพิธีกร ปรเมษฐ์ ภู่โต และ นันทิญา จิตตโสภาวดี เป็นผู้ดำเนินรายการเพื่อชี้แจงถึงปัญหาวิกฤตสภาพคล่องของโรงพยาบาลรัฐ และตีแผ่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือสิทธิบัตรทอง โดยได้เปิดเผยถึงรากฐานของปัญหาที่สะสมมานาน และนำเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

งบประมาณมหาศาล แต่ไม่ถึงโรงพยาบาลอย่างแท้จริง

นพ.เอกภพ เปิดเผยว่า ปัญหาของ สปสช. สะสมมานานหลายปี แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ปัญหาจะดูเบาบางลงเนื่องจากรัฐบาลได้อัดฉีดงบประมาณจำนวนมากเข้าสู่ระบบสาธารณสุข แต่ในปัจจุบันปัญหาได้ปะทุขึ้นอีกครั้ง สาเหตุหลักคือเม็ดเงินที่จัดสรรลงไปนั้น ถึงโรงพยาบาลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ในอดีต งบประมาณรายหัวของสิทธิบัตรทองเริ่มต้นที่ 1,202 บาท ปัจจุบันเพิ่มสูงถึงเฉลี่ย 6,000 บาทต่อหัว คิดเป็นงบประมาณรวมเกือบ 3 แสนล้านบาทต่อปี ทว่า สปสช. กลับบริหารจัดการโดยดึงงบประมาณส่วนใหญ่ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าตอบแทนบุคลากร ไปเก็บไว้ที่ส่วนกลางก่อน แล้วให้โรงพยาบาลทำเรื่องเบิกจ่ายภายหลัง ระบบที่คล้ายกับบริษัทประกันนี้ ทำให้โรงพยาบาลที่มีภาระดูแลผู้ป่วยจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัญหาเชิงโครงสร้างและการผูกขาดของกลุ่ม NGO

โครงสร้างการบริหารของระบบบัตรทองประกอบด้วย 3 ภาคส่วนหลัก คือ สปสช. โรงพยาบาล และประชาชน ปัจจุบันอำนาจการบริหารส่วนใหญ่อยู่ที่ สปสช. โดยมีกลุ่มตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) นั่งเป็นกรรมการบริหารมานานกว่า 20 ปี ส่งผลให้การอนุมัติงบประมาณหลายครั้งอาจไม่ตรงกับความเร่งด่วนของประชาชนอย่างแท้จริง

นพ.เอกภพ ยกตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น การผลักดันสิทธิ “วัคซีนปอดอักเสบในเด็ก” ซึ่งมีความสำคัญมาก แต่กลับต้องใช้เวลาเรียกร้องนานถึง 10 ปี ในขณะที่สิทธิอย่าง “ฮอร์โมนข้ามเพศ” กลับได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการจัดสรรงบประมาณที่ขาดความชัดเจน เช่น การให้งบสนับสนุนสายด่วนเลิกบุหรี่ 10 ล้านบาท หรือการโอนเงินสูงถึง 1,000 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อกระเป๋าแจก อสม. ทั่วประเทศ

ข้อเท็จจริงเรื่องสถานะการเงินโรงพยาบาล และงบปี 2570

ต่อประเด็นที่กลุ่มแพทย์ชนบทระบุว่ามีหลายโรงพยาบาลไม่ได้ขาดทุน นพ.เอกภพ ชี้แจงว่า โรงพยาบาลที่อยู่รอดได้ มักเป็นโรงพยาบาลในพื้นที่ที่มีผู้ใช้สิทธิประกันสังคมและสิทธิข้าราชการสูง หรือเป็นโรงพยาบาลที่ได้รับเงินบริจาคจำนวนมาก แต่สำหรับโรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่ที่พึ่งพางบจาก สปสช. เป็นหลัก ยังคงประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก

นอกจากนี้ ในการวางแผนงบประมาณปี 2570 แม้จะมีการตกลงเพิ่มค่ารักษาผู้ป่วยใน (ค่าน้ำหนักโรค หรือ RW) จากเดิม 8,350 บาท เป็น 10,000 บาทต่อโรค แต่ปรากฏว่า สปสช. ได้ปรับเปลี่ยนสูตรการคำนวณใหม่ ทำให้เม็ดเงินที่โรงพยาบาลจะได้รับจริงลดลงเหลือเพียง 9,000 กว่าบาท ซึ่งตอกย้ำปัญหาเดิมที่เงินไปไม่ถึงผู้ให้บริการอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ทางออกคือการแก้กฎหมายเพื่อประชาชน

เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน นพ.เอกภพ ย้ำว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ไข พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งบังคับใช้มานานกว่า 20 ปีโดยไม่มีการปรับปรุง เป้าหมายหลักของการแก้กฎหมายไม่ใช่การล้มเลิกสิทธิบัตรทอง แต่เป็นการ ปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการบริหาร ให้มีตัวแทนประชาชนจากหลากหลายภาคส่วนและสภาวิชาชีพเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อลดการผูกขาดอำนาจของคนกลุ่มเดิม

พร้อมกันนี้ เสนอให้มีข้อกำหนดในการ ทบทวนสิทธิการรักษาทุกๆ 3 ปี เพื่ออัปเดตให้ทันต่อเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก้าวหน้า เช่น การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนในแต่ละภูมิภาคสามารถยื่นเรื่องขอสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับโรคประจำถิ่นของตนเองได้

สภา กทม.เดือด! รุมประท้วง หลัง ส.ก.ยานนาวา พรรคประชาชน สารภาพเสียบบัตรแทนเพื่อน

สภา กทม.เดือด! รุมประท้วง หลัง ส.ก.ยานนาวา พรรคประชาชน สารภาพเสียบบัตรแทนเพื่อน

สภา กทม.เดือด! รุมประท้วง หลัง ส.ก.ยานนาวา พรรคประชาชน สารภาพเสียบบัตรแทนเพื่อน

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.14 น.

สภา กทม.เดือด! รุมประท้วง หลัง ส.ก.ยานนาวา พรรคประชาชน เสียบบัตรแทน อ้างของตัวเองเสีย ส.ก.ปชป.-พท.แถลงจี้เอาผิดเพื่อโปร่งใส

31 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร เกิดเหตุประท้วงเกิดขึ้น เนื่องจากระหว่างการพิจารณาวาระ 7.11 ญัตติร่างข้อบังคับการประชุมสภา กทม.ซึ่งเสนอโดย นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก และลงมติวาระดังกล่าว กลับมีความผิดปกติเกี่ยวกับการลงคะแนนเกิดขึ้น ทำให้ นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน ลุกขึ้นประท้วงเรื่องผลคะแนนโหวต เพราะจำนวนเสียงโหวตไม่ตรงกับจำนวนสมาชิกในห้องประชุม

จน ส.ก.อีกหลายคน ลุกขึ้นอภิปรายอย่างเข้มขึ้น ทำให้ นายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภา กทม.คนที่สอง ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมในช่วงเวลาดังกล่าว สั่งนับจำนวน ส.ก.ในห้องประชุมอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบจำนวนสมาชิกให้ตรงกับผลการลงมติ

ต่อมาที่ประชุมได้ข้อสรุปขอให้นำรายชื่อผลการลงมติ ขึ้นจอแสดงผล เพื่อให้สมาชิกทุกท่านได้เห็นทุกคน โดยนายนริสสร สั่งพักการประชุมระหว่างรอข้อมูลการลงมติจากสำนักเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

ซึ่งก่อนที่จะมีการพักการประชุมนั้น นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก.เขตยานนาวา ลุกขึ้นกดไมค์ พร้อมกล่าวว่า “ผมมากดเครื่องคุณไซราม เพราะเครื่องมันติดกัน เครื่องกดบัตรมันเสีย ต้องขออภัยด้วยนะครับ” หลังจากนั้นนายนริสสร จึงสั่งพักการประชุมสภา เป็นเวลา 5 นาที จากนั้นเมื่อครบกำหนดเวลาจึงกลับเข้ามายังห้องประชุมเช่นเดิม ก่อนที่จะให้สมาชิกสภาลงมติใหม่ ส่วนประเด็นที่อาจจะเกี่ยวข้องด้านกฏหมายค่อยดำเนินการหลังจากนี้

ทั้งนี้ ภายในห้องประชุมมี ส.ก.ที่อยู่ในห้องทักท้วงการกระทำของนายภัทรศักดิ์ อย่างกว้างขวาง โดย ส.ก.ส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นว่า การเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ส่งผลให้ความผิดสำเร็จแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีกรณีที่ สส.เสียบบัตรแทนกัน จนศาลมีคำสั่งให้จำคุกมาแล้ว

ต่อมา นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย นายวิรัช คงขาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ นางสาวนิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ส.ก.เขตป้อมปราบศัตรพ่าย นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน กลุ่มพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธุ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ นายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.สายไหม กลุ่มเพื่อไทยไลฟ์ แถลงกรณีดังกล่าว

โดย นายนภาพล กล่าวว่า วันนี้ที่สภากรุงเทพมหานครมีเหตุการณ์ที่เราไม่เคยมีเกิดขึ้น โดยในช่วงญัตติเกี่ยวกับการแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ และมีการลงคะแนนเสียงของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ปรากฏว่า ในจำนวนสมาชิกมี 41 ท่าน แต่ปรากฏว่าการลงคะแนนมีปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากบางท่านไม่ได้อยู่ในห้องประชุม แต่มีการเสียบบัตรไว้ แล้วมีสมาชิกบางท่านได้ไปกดคะแนนให้กับสมาชิกท่านอื่นที่เสียบบัตรคาไว้ ซึ่งเป็นการกระทำผิดที่มีทั้งกฎหมายอาญาและจริยธรรม ซึ่งแบบอย่างเทียบได้กับสภาใหญ่ ว่ามีการเสียบบัตรหรือการลงคะแนนให้กัน มีความผิดทั้งด้านอาญาและจริยธรรม สภากรุงเทพมหานครก็เช่นเดียวกัน เพราะมีความผิดเช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎร

“พวกเรามาแถลงเพื่อความโปร่งใสและชัดเจนว่า สภากรุงเทพมหานคร เมื่อมีความผิดเกิดขึ้นอย่างนี้ เราก็ต้องทำให้เกิดปรากฏชัดเจนว่า ผู้ที่กระทำความผิดครั้งนี้เป็นท่านใด โดยเราต้องยื่นให้กับประธานสภาเป็นผู้รักษาการเพื่อดำเนินการต่อไป แล้วคงต้องมีการติดตามและขอความคืบหน้าจากสภาในโอกาสต่อไป” ส.ก.นภาพล กล่าว

ด้าน นายสุทธิชัย วีระกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง กล่าวว่า จริงๆ แล้ว การเสียบบัตรแทนกันไม่ได้อยู่แล้ว มีความผิดทั้งคดีอาญาและจริยธรรม ซึ่งสภากรุงเทพมหานครเพิ่งขอความเห็นชอบในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงข้อบัญญัติ เพื่อให้มีการถ่ายทอดและเปิดเผย ก็เลยอยากให้มีความกระจ่าง และอยากให้สภา กทม.ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้ทุกคนที่เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะได้ปฏิบัติทุกสิ่งทุกอย่างให้เหมือนกันหมด เท่าเทียมกัน

นายนภาพล กล่าวย้ำว่า “มีการแก้ข้อบัญญัติข้อบังคับการประชุมวันนี้ แก้เพื่อความโปร่งใส มีการถ่ายทอดสด มีการให้เปิดเผยการประชุมสภา การประชุมคณะกรรมการสามัญ ฉะนั้น ความโปร่งใสที่เกิดขึ้นในสภากรุงเทพมหานครต้องเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว พวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกฯ ไม่นิ่งนอนใจ จะดำเนินการตามกฎหมายที่ถูกต้อง เพื่อความโปร่งใส เพื่อศักดิ์ศรีของสภากรุงเทพมหานคร”

สถ.นัดถก ก.กลาง 6 ส.ค.นี้ เตรียมฟัน โกงสอบท้องถิ่น เพิกถอน 5,925 ราย พร้อมยกเลิกบัญชีปี 68 ทั้งหมด

สถ.นัดถก ก.กลาง 6 ส.ค.นี้ เตรียมฟัน โกงสอบท้องถิ่น เพิกถอน 5,925 ราย พร้อมยกเลิกบัญชีปี 68 ทั้งหมด

สถ.นัดถก ก.กลาง 6 ส.ค.นี้ เตรียมฟัน โกงสอบท้องถิ่น เพิกถอน 5,925 ราย พร้อมยกเลิกบัญชีปี 68 ทั้งหมด

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.05 น.

‘สถ.’ ได้ฤกษ์ส่งหนังสือถึง ’ก.จ.-ก.ท.-ก.อบต.‘ ทั่วประเทศ นัดประชุม ‘ก.กลาง’ 6 ส.ค.นี้ ลุ้นฟันเพิกถอน5,925รายชื่อ ’โกงสอบท้องถิ่น‘ พร้อมลุยยกเลิกบัญชีฯปี68ทั้งหมด ‘นับคะแนน-จัดลำดับ’ ก่อนประกาศใหม่ 

31 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ส่งหนังสือด่วนที่สุด จำนวน 3 ฉบับ ถึงคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล(ก.อบต.) ทั่วประเทศ เพื่อนัดประชุม ก.กลาง ครั้งที่ 7/2569 ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุม 5501 อาคาร 5 ชั้น 5 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบเว็บคอนเฟอเร็นซ์ ไปยังอปท.ทั่วประเทศ ภายหลังจากที่มีการเลื่อนการประชุมตามกำหนดเดิมคือวันที่ 21ก.ค.ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ มีวาระสำคัญในการพิจารณา ที่สังคมกำลังเฝ้าจับตามองคือประเด็น การทุจริตการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี2568 โดยจะมีการพิจารณาเพิกถอนการบรรจุบุคคลที่มีคะแนนผิดปกติ ที่ได้รับการบรรจุไปแล้วรวมทั้งสิ้น5,925ราย ที่ทางคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จะมีการประชุมและมีมติเพิกถอนในวันที่5ส.ค. ก่อนส่งให้ก.กลาง พิจารณาเพิกถอนในการประชุมฯวันที่6ส.ค.นี้ตามที่มีการนัดหมาย รวมถึงรับทราบการดำเนินการประกาศยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันฯปี68 เพื่อนับคะแนน และจัดลำดับคะแนนผู้สอบแข่งขันใหม่ ก่อนประกาศขึ้นบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ฯ อีกด้วย

กต.โต้สื่อกัมพูชา บิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหาผู้แทนไทย ในการประชุม คกก.มรดกโลก

กต.โต้สื่อกัมพูชา บิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหาผู้แทนไทย ในการประชุม คกก.มรดกโลก

กต.โต้สื่อกัมพูชา บิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหาผู้แทนไทย ในการประชุม คกก.มรดกโลก

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.52 น.

กต.โต้สื่อกัมพูชา บิดเบือนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหาผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 48 ที่เมืองปูซาน

31 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวประจำสัปดาห์ โดยกล่าวถึงกรณีที่สื่อกัมพูชามีการนำเสนอข่าว ว่า ทางคณะผู้แทนไทยที่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ ได้มีการขัดขวางการประชุม ภายใต้ระเบียบวาระการพิจารณาเกี่ยวกับการปกป้องแหล่งมรดกโลกจากการโจมตีทางการทหาร นั้น ตนขอชี้แจงว่า การนำเสนอโดยการพาดหัวข่าวลักษณะดังกล่าวของสื่อกัมพูชา เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการตรวจสอบแล้วว่าคณะผู้แทนไทยไม่ได้มีการขอประธานที่ประชุมในวาระดังกล่าว และรวมถึงไม่ได้มีการใช้สิทธิโต้ตอบในวาระระเบียบดังกล่าวแต่อย่างใด ยืนยันว่าการเสนอข่าวในลักษณะนี้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง

คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ปี 2026 จาก Mott 32 Bangkok

คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ปี 2026 จาก Mott 32 Bangkok

คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ ปี 2026 จาก Mott 32 Bangkok

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.46 น.

จุดเด่นและเรื่องราว
คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ประจำเทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2026 จาก Mott 32 Bangkok ถ่ายทอดความงดงามของประเพณีดั้งเดิมผ่านงานฝีมือร่วมสมัยอย่างประณีต ด้วย 4 รสชาติที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ได้แก่ มะม่วง มะพร้าว และอัลมอนด์, ทุเรียนไข่เเดง, พุทราจีนไข่เเดง, หอมหมื่นลี้ เก๋ากี้

คอลเลกชันนี้สะท้อนปรัชญาของอาหารจีนสไตล์โมเดิร์นของร้านผ่านรสชาติอันประณีตและการนำเสนอที่สง่างาม ขนมไหว้พระจันทร์ทุกชิ้นผลิตด้วยความพิถีพิถันแบบแฮนด์เมด และบรรจุในกล่องของขวัญที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับคอลเลกชันปี 2026 โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นดีไซน์ลิมิเต็ดเอดิชันที่มีการออกแบบใหม่ในทุกปี ทำให้กล่องของขวัญของ Mott 32 กลายเป็นของสะสมที่ได้รับความนิยม และเป็นของขวัญที่มีความหมายสำหรับครอบครัว เพื่อน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ

กล่องบรรจุภัณฑ์

นำเสนอในกล่องของขวัญดีไซน์หรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mott 32 ที่ออกแบบมาเพื่อมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลสร้างความประทับใจให้กับผู้รับ

รสชาติและรูปแบบ

มีจำหน่ายทั้งแบบ ชิ้นเดียว และ กล่องของขวัญ 4 ชิ้นดีไซน์หรูหรา ถ่ายทอดความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mott 32 ซึ่งประกอบด้วย 4 รสชาติซิกเนเจอร์ ได้แก่:  พุทราจีนไข่แดง, มะม่วง มะพร้าว และอัลมอนด์, หอมหมื่นลี้และเก๋ากี้, ทุเรียนไข่แดง

ราคาและรายละเอียดของกล่อง

ขนาดกล่อง: 148 × 148 × 270 มิลลิเมตร

ขนมไหว้พระจันทร์แบบชิ้นเดียว: 350 บาท

กล่องของขวัญ 4 ชิ้น: 1,588 บาท

ราคาสำหรับลูกค้าในรูปแบบบริษัทและองค์กร

สั่งซื้อ 100–199 กล่อง: 1,488 บาท/กล่อง

สั่งซื้อ 200–299 กล่อง: 1,388 บาท/กล่อง

สั่งซื้อ 300 กล่องขึ้นไป: 1,288 บาท/กล่อง

สิทธิประโยชน์พิเศษ

บริการจัดส่งฟรี 1 ครั้งต่อออเดอร์ ภายในระยะทาง 20 กิโลเมตรจากโรงแรม The Standard, Bangkok Mahanakhon

สามารถเพิ่มโลโก้บริษัทบนบรรจุภัณฑ์ได้ สำหรับการสั่งซื้อ 100 กล่องขึ้นไป (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

ระยะเวลาการสั่งจองและรับสินค้า

เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ววันนี้ โดยสามารถรับสินค้าได้ระหว่างวันที่ 6 สิงหาคม – 25 กันยายน 2026

จากอัญมณีหายาก สู่ผลงานมาสเตอร์พีซเหนือกาลเวลา Mouawad ถ่ายทอดความงดงามแห่งโลกไฮจิวเวลรี

จากอัญมณีหายาก สู่ผลงานมาสเตอร์พีซเหนือกาลเวลา Mouawad ถ่ายทอดความงดงามแห่งโลกไฮจิวเวลรี

จากอัญมณีหายาก สู่ผลงานมาสเตอร์พีซเหนือกาลเวลา Mouawad ถ่ายทอดความงดงามแห่งโลกไฮจิวเวลรี

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

ตลอดระยะเวลากว่า 135 ปี Mouawad ได้สร้างสรรค์นิยามแห่งศิลปะเครื่องประดับชั้นสูง ผ่านมรดกแห่งความเชี่ยวชาญด้านอัญมณีหายาก งานฝีมืออันประณีต และวิสัยทัศน์แห่งการออกแบบที่เหนือกาลเวลา ด้วยองค์ความรู้ด้านอัญมณีที่สืบทอดผ่านหลากหลายรุ่นของช่างฝีมือและผู้เชี่ยวชาญ ด้วยความมุ่งมั่นในการแสวงหาความสมบูรณ์แบบอย่างไม่หยุดยั้ง Mouawad เปลี่ยนสมบัติล้ำค่าจากธรรมชาติให้กลายเป็นผลงานไฮจิวเวลรีอันโดดเด่น ซึ่งสะท้อนทั้งศิลปะ ความแม่นยำ และงานฝีมือระดับสูงสุด

ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน ความเชี่ยวชาญด้านอัญมณีหายากของ Mouawad ได้นำไปสู่ความสำเร็จอันโดดเด่นมากมาย รวมถึงการได้รับการบันทึกใน Guinness World Records หลายรายการจากผลงานสร้างสรรค์อันน่าจดจำ ตลอดจนการครอบครองและนำเสนอเพชรขนาดใหญ่และทรงคุณค่าที่สุดบางส่วนในประวัติศาสตร์วงการเครื่องประดับ ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ความทุ่มเท และความสามารถของ Mouawad ในการนำอัญมณีที่หายากที่สุดในโลกมาถ่ายทอดผ่านการออกแบบอันเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์และงานฝีมืออันไร้ที่ติ

Sun on the Seven Wonders: แรงบันดาลใจจาก 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

ถ่ายทอดการเดินทางของดวงอาทิตย์ที่โคจรผ่านสถานที่อันเป็นตำนานของมนุษยชาติ ผลงานเครื่องประดับทั้ง 7 ชุดสะท้อนความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ผ่านภาษาของอัญมณีและงานฝีมือระดับไฮจิวเวลรี หัวใจสำคัญของแต่ละผลงานคือ Fancy Yellow Diamond ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของดวงอาทิตย์ ถ่ายทอดประกายสีทองอันเจิดจรัสและพลังแห่งแสงสว่างให้กับผลงานแต่ละชิ้น

Majestic: บทบันทึกแห่งความรักอันยิ่งใหญ่

ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ Majestic สะท้อนถึงสัญลักษณ์แห่งความรัก ความสง่างาม และคุณค่าที่พร้อมส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ความโดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้อยู่ที่เพชรทรงหยดน้ำ D-Flawless อันล้ำค่า ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเพชรที่หายากและทรงคุณค่าที่สุดในโลก ด้วยงานฝีมืออันประณีตและการออกแบบที่เหนือกาลเวลา Majestic ถ่ายทอดความกลมกลืนระหว่างอัญมณีอันเลอค่าและศิลปะแห่งการสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Regina: ความงดงามแห่งมรกตโคลอมเบีย

Regina ถ่ายทอดความงดงามของมรกตโคลอมเบียในเฉดสีเขียวสดอันหายาก ผสานเข้ากับประกายเจิดจรัสของเพชรสีขาวอย่างลงตัว สร้างสมดุลระหว่างสีสัน งานฝีมือ และความสง่างามเหนือกาลเวลา ด้วยนวัตกรรมด้านการออกแบบและความเชี่ยวชาญด้านไฮจิวเวลรีของ Mouawad Regina โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบจากสร้อยคอมรกตและเพชรอันวิจิตรสู่มงกุฎอันสง่างาม สะท้อนความสามารถของแบรนด์ในการผสานความคิดสร้างสรรค์ ความแม่นยำทางเทคนิค และวิสัยทัศน์ทางศิลปะเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

Red Dynasty: มรดกแห่งทับทิมอันทรงคุณค่า

เอกลักษณ์อันโดดเด่นของ Red Dynasty เผยให้เห็นผ่านทับทิมโมซัมบิกธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยความร้อน ซึ่งได้รับการคงไว้ในสภาพที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง ทับทิมอันทรงคุณค่านี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความหายาก พลังอันสง่างาม และมรดกที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนาน ก่อนจะถูกนำมารังสรรค์เป็นผลงานเครื่องประดับร่วมสมัยที่เปรียบเสมือนมรดกตกทอด เพื่อได้รับการชื่นชม ทะนุถนอม และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนความมุ่งมั่นของ Mouawad ในการสร้างสรรค์ผลงานไฮจิวเวลรีที่ก้าวข้ามกาลเวลา

S’CRAFT แบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมกระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งพระราชปณิธาน ‘สมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง’

S'CRAFT แบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมกระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งพระราชปณิธาน ‘สมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง’

S’CRAFT แบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมกระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งพระราชปณิธาน ‘สมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวง’

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.27 น.

S’CRAFT กระเป๋าผ้าไทยจากความร่วมมือของแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ และ ไอคอนคราฟต์ พื้นที่แห่งการเชิดชูวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย ณ ไอคอนสยาม ชวนผู้รักงานคราฟต์มาเลือกชมกระเป๋าคอลเลกชันใหม่ประจำปี “THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026” ถ่ายทอดแนวคิดจากสายใยแห่งพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้รับการสานต่อพระราชกรณียกิจโดยองค์ดีไซเนอร์ ผู้ทรงยกระดับงานฝีมือของช่างไทยในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล นำเสนอผลงานการสร้างสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าไทยสุดพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 88 ชิ้น ที่โดดเด่นด้วยผืนผ้าทอจากช่างระดับมาสเตอร์และช่างทอรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศ

ชิ้นงานไอไลต์ประจำปีนี้คือ “VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION” กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมพร้อมหูจับ (Boxy Bag) จำนวน 4 ใบ RUBY EDITION, NAVY EDITION, ONYX EDITION และ GREY EDITION ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากผ้าทอโดย อาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย และ อาจารย์มีชัย แต้สุริยา เพิ่มความพิเศษด้วยการตกแต่งงานเครื่องทองบริเวณหูจับจากฝีมือของช่างทองหลวง อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม และ อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน พร้อมงานปักอันงดงามโดยช่างฝีมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ที่ได้แรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นอกจากนี้ S’CRAFT 2026 ยังนำเสนองานดีไซน์กระเป๋ารูปทรงหลากหลายที่สร้างสรรค์จากผ้าทอมือโดยศิลปินรุ่นใหม่ ผู้ชนะรางวัลการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรม โดยผ้าแต่ละผืนประดับด้วยลายปักมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในพระที่นั่ง 8 แห่ง ที่มีความสำคัญและมีความเชื่อมโยงกับชื่อของชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ทั้ง เรือนต้น, พระตำหนักจิตรลดา, พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย, พระราชวังดุสิต, พระที่นั่งบรมพิมาน, พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท, พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน และ พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท

ไม่เพียงแค่นั้น คอลเลกชันนี้ยังมีกระเป๋าหลากรูปทรงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งกระเป๋าคลัทช์ (Clutch), กระเป๋าถือขนาดกะทัดรัดพร้อมหูจับ (Top Handle), กระเป๋าทรงกล่อง (Vanity Case), กระเป๋าทรงพีระมิด (Pyramid) และ กระเป๋าทรงบัคเก็ต (Bucket) ที่รังสรรค์ขึ้นจากผ้าทอโดยศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดอยุธยา และตกแต่งด้วยงานปักอันเป็นเอกลักษณ์ โดย “THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026” จะจัดแสดงให้ผู้สนใจได้ชื่นชมและเลือกซื้อ ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2569 ณ S’CRAFT ธารา ฮอลล์  ชั้น M ไอคอนสยาม และ วันที่  14-31 สิงหาคม 2569 ณ  ICONCRAFT ชั้น 4 ไอคอนสยาม

อบอุ่นหัวใจ ดร.เบน-กัลยานี ควงครอบครัวบินลัดฟ้าเที่ยวเวนิส เติมความสุขก่อนลูกเปิดเทอม

อบอุ่นหัวใจ ดร.เบน-กัลยานี ควงครอบครัวบินลัดฟ้าเที่ยวเวนิส เติมความสุขก่อนลูกเปิดเทอม

อบอุ่นหัวใจ ดร.เบน-กัลยานี ควงครอบครัวบินลัดฟ้าเที่ยวเวนิส เติมความสุขก่อนลูกเปิดเทอม

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งครอบครัวตัวอย่างที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น สำหรับ ดร.เบน-กัลยานี กมลวิศิษฎ์ ที่ขอใช้ช่วงปิดเทอมของลูกๆ พาครอบครัวบินลัดฟ้าสู่เมืองสุดโรแมนติก เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันอย่างเต็มอิ่ม

แม้จะมีภารกิจมากมายทั้งเรื่องงานและการดูแลครอบครัว แต่ ดร.เบน ก็ทำหน้าที่คุณแม่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดยตั้งใจพาลูกๆ และคุณสามี ออกเดินทางพักผ่อน เติมพลังใจและสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกัน ก่อนที่ลูกจะต้องเดินทางกลับไปศึกษาเล่าต่อที่ประเทศอังกฤษ

ทริปนี้จึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่เป็นการเติมเต็มความรัก ความผูกพัน และใช้เวลาคุณภาพร่วมกันอย่างมีความหมาย เพราะอีกไม่นานสมาชิกในครอบครัวก็จะต้องห่างกันอีกครั้ง

บรรยากาศตลอดการเดินทางเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความอบอุ่น จนแฟนๆ ต่างชื่นชมว่าเป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่น่ารักและเป็นแบบอย่างของการให้ความสำคัญกับ “เวลาของครอบครัว” ได้อย่างงดงาม สมกับคำว่า ครอบครัวสุขสันต์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างแท้จริง

อ่านแล้วสะดุ้ง เนย วรัฐฐา ลงรูปอวยพรวันเกิด ฤทธิ์ กาไชย ย้ำทำตามสัญญาเพื่อลูก

อ่านแล้วสะดุ้ง เนย วรัฐฐา ลงรูปอวยพรวันเกิด ฤทธิ์ กาไชย ย้ำทำตามสัญญาเพื่อลูก

อ่านแล้วสะดุ้ง เนย วรัฐฐา ลงรูปอวยพรวันเกิด ฤทธิ์ กาไชย ย้ำทำตามสัญญาเพื่อลูก

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.08 น.

เมื่อ 31 กรกฎาคม 2569 ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตแห่กดไลก์และส่งกำลังใจให้เป็นจำนวนมาก หลังจาก “เนย วรัฐฐา อิมราพร” หรือ เนย เนโกะจัมพ์ โพสต์ข้อความอวยพรวันเกิดถึงสามี “ฤทธิ์ กาไชย” ผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเตือนสามีในฐานะคุณพ่อว่า ไม่อยากเห็นพฤติกรรมการสังสรรค์จนดึกหรือดื่มหนักเหมือนที่ผ่านมา โดยระบุว่า

“Happy birthday Rit Karchai ปีนี้เป็นตำแหน่งพ่อแล้วนะ อย่าให้แม่ต้องเจอสภาพพ่อแบบนี้อีก อาจจะถูกใจเพื่อนถูกใจคนนอกบ้านแต่ไม่ถูกใจแม่เลยยย

จะเพื่อนชวน พี่ชวน น้องชวน อะไรก็แล้วแต่ จะงานปาตี้กลุ่มเรียนอะไร มันสำคัญแค่ไหน? ถึงเลือกจะไปก็ไม่เคยห้าม แต่แก่แล้วเป็นพ่อก็แล้ว รู้จักตัวเอง รู้จักlimitบาง มันไม่เท่หรอก มีแต่คนยุคเก่า เจนแก่เท่านั้นแหละที่คิดว่ามันเริสกับการกินจนสว่าง กินจนสติหาไม่เจอ

คบกันมาเป็น10ปีแล้ว ไม่ต้องขอโทษเค้าหรอก ไม่ได้อยากให้สามีมานั่งขอโทษซ้ำๆ เค้าอยากเห็นการกระทำที่เป็นไปตามคำสัญญามากกว่าๅ แต่มันก็น่ารักที่ขอโทษเป็นประจำ55 แต่ไม่ต้องขอโทษกันเลยจะดีกว่ามาก

ก่อนมีลูกเค้าก็ไม่สนใจหรอกนะ ชีวิตคู่เรามันลงตัวอยู่แล้ว ที่รักออกไปนอกบ้าน จะไม่กลับ กลับเช้า เค้าไม่สนใจเพราะถือว่าคนเราก็มีชีวิตส่วนตัวของกันและกัน กลับบ้านมาเราก็ค่อยมีเวลาของเรา มันเป็นอะไรที่คนโลกส่วนตัวสูงแบบเค้าชอบ แต่มันเป็นชีวิตคู่เบสออนว่าเค้าจะไม่มีลูก
แต่ตอนนี้เป็นครอบครัวมีลูกด้วยกันแล้ว เค้ายังจำคำพูดก่อนตัดสินใจมีลูกให้ที่รักได้นะ เวลาพูดอะไร นัดอะไรกับเค้า อย่างที่บอกทำตามสัญญา ทำตามที่พูดกับเค้าบ้างนะ ตั้งแต่วันที่ท้องมาจนตอนนี้ เค้าเฝ้าดูการกระทำอยู่นะ ที่รักก็รู้ของนอกกายไม่เคยเป็นสิ่งที่เค้าต้องการหรือทำให้เค้ามีความสุขได้ ทำตามสัญญามันจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเค้าเลยถ้าทำได้

แต่ก็มีหลายอย่างที่เห็นแล้วล่ะว่าที่รักพยายามเปลี่ยนแปลง ขอบคุณนะ แต่ก็ขอให้พยายามกว่านี้ เค้าเองก็ทำเต็มที่เพื่อลูกและครอบครัวของเรา มีหลายอย่างที่เค้าต้องเสียสละอย่างมาก และตัดใจทิ้ง เค้าทำด้วยความเต็มใจ ขอให้ที่รักมีพลังที่เข้มแข็งในการปฏิเสธเพื่อน และเบรคอีโก้ความผู้ชายบ้างนะ 55
ลูกจะไม่ทำตามสิ่งที่เราสั่งสอนหรอกนะ แต่ชีวิตลูกคือผลจากการกระทำของเรา เลือกการกระทำให้ดีที่สุด ลูกจะมองเราเป็นตัวอย่างและบทเรียนของความผิดพลาดจากพ่อแม่ จะเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจและชีวิตลูกในอนาคตเมื่อเค้าโตขึ้น

คุณGrandmasterใช้ชีวิตที่มันสุด สนุกสนานมาเยอะ ลองเปลี่ยนเป็นชีวิตที่เรียบและสงบดูมั้ย555 ไม่ต้องมีชีวิตเป็นทาส อดรินาลีนตัวเองหรือ เป็นตำนานให้โลกหรือๅใครคนอื่นเค้าจดจำหรอก เป็นสามีและพ่อที่ดีให้ครอบครัวจดจำก็พอ

และแต่งตัวให้มันน้อยลงหน่อย gadget ทั้งหลายคือแบบ whoopอะ ใส่ทำไมถ้าไม่ปรับ lifestyle การใช้ชีวิต เอาไว้ดูว่ามันเตือนมันวิเคราะห์ไปเพื่ออออ เค้าไม่ต้องใส่เค้าก็รู้ว่ากินแบบไหนนอนยังไง ทำตัวยังไงให้ฮอร์โมนและเคมีมันอยู่ในเลเวลที่สมบูรณ์ อยากอยู่กับลูกนานๆในสภาพที่แข็งแรงเริ่ม”

มดดำ ถึงกับเลิ่กลั่ก หลังต้องอ่านข่าว ดาราสาวแมว 9 ชีวิต เตรียมวิวาห์ไฮโซหมื่นล้าน

มดดำ ถึงกับเลิ่กลั่ก หลังต้องอ่านข่าว ดาราสาวแมว 9 ชีวิต เตรียมวิวาห์ไฮโซหมื่นล้าน

มดดำ ถึงกับเลิ่กลั่ก หลังต้องอ่านข่าว ดาราสาวแมว 9 ชีวิต เตรียมวิวาห์ไฮโซหมื่นล้าน

วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.22 น.

ทำเอาขาเผือกจับตากันหนัก หลัง “ข่าวใส่ไข่” ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ปล่อยคำใบ้ปริศนาเกี่ยวกับ “ดาราสาวแมว 9 ชีวิต” ที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับไฮโซหนุ่มทายาทตระกูลดังระดับหมื่นล้านในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมระบุว่ายังมีข่าวดีอีกหนึ่งเรื่องให้แฟนๆ ได้ร่วมลุ้นกันอีกด้วย

โดยมีพิธีกรชื่อดังอย่าง มดดำ คชาภา ร่วมดำเนินรายการ ซึ่งทันทีที่เข้าสู่ช่วงข่าวนี้ มดดำก็แสดงอาการมีพิรุธจนทำให้หลายคนจับสังเกต โดยมดดำถึงกับรีบให้ทีมงานหยุดและเก็บสคริปต์ พร้อมพูดติดตลกว่า “ห้ามโยนมาให้ฉันอ่าน เดี๋ยวจะหาว่ามดดำพูด”

ก่อนจะส่งต่อให้ แองจี้ โปรดิวเซอร์รายการ เป็นผู้เล่าข่าวแทน ทำเอาบรรยากาศในรายการเต็มไปด้วยความลุ้นและเสียงแซวจากทีมงาน ขณะที่แองจี้ก็มีการพูดเสริมถึงคำใบ้ดังกล่าวว่า “แมวก็รู้แหละ เดาไม่ยากเลย”

ยิ่งทำให้แฟนๆ ต่างพากันตั้งข้อสงสัยและพยายามเชื่อมโยงว่าดาราสาวคนดังกล่าวเป็นใคร

ด้านมดดำยังทิ้งท้ายให้ติดตามกันต่อว่า นอกจากข่าวดีเรื่องงานวิวาห์แล้ว จะมีเซอร์ไพรส์อะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ พร้อมบอกให้รอลุ้น เพราะเข้าสู่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะมีคำตอบออกมาอย่างแน่นอน

ขอบคุณรายการ ข่าวใส่ไข่