คุณแหน : 28 เมษายน 2569

คุณแหน : 28 เมษายน 2569

คุณแหน : 28 เมษายน 2569

วันอังคาร ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ฝรั่งอุทานว่า “He’s figure of controversies” รับรองว่าใครที่ติดตามผลงานของ ฯพณฯประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องตื่นเต้นเร้าใจพลัสไมเกรนด้วย ล่าสุดทรัมป์เปิดแนวรบใหม่อีกแล้ว ซึ่งครั้งนี้อเมริกันชนถึงกับขนลุกบางคนเคร่งศาสนาถึงกับปิดหูไม่อยากรับรู้ เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 250 ปีตั้งแต่สหรัฐอเมริกาได้รับเอกราชที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความเห็นขัดแย้งเรื่องสันติภาพกับ องค์สันตะปาปา Pope Leo XIV ในที่สาธารณะ… เมื่อเร็วๆนี้ องค์สันตะปาปา ทรงมีดำรัสกับชาวคริสต์ผู้มาเฝ้ารับศีล ณ St. Peter’s Basilica ว่า “…พอแล้วสำหรับการยกย่องไอดอลและเงินทอง, พอแล้วสำหรับการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร, พอแล้วสำหรับสงคราม”…สัปดาห์นี้แล้ว ท่านประธานาธิบดี ขู่ยื่นคำขาดให้อิหร่านยอมตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ มิฉะนั้นศรีวิไลเซชั่น(ในอิหร่าน) จะถึงกาลดับสูญ ไม่มีวันกลับคืนเช่นเดิม (อิหร่านเคยเป็นอาณาจักรรุ่งเรืองมาแต่ก่อนคริสตกาล)…
  • เกิดอาการประหวั่นพรั่นพรึงกันไปทั้งโลก เมื่อต่างตระหนักว่า “The New World Order” (ระเบียบโลกใหม่) ถูกนำมาใช้บังคับในปัจจุบันและนี่คืออีกชื่อหนึ่งของ “The Junkle Law” นั่นเอง การใช้กฎโหดดังกล่าว ด้วยการรุกล้ำอธิปไตยชาติอื่นอย่างไม่ต้องเกรงใจใคร เสือกระดาษ UN ก็ได้แต่เรียกประชุมประณาม แต่ไม่มีน้ำยาจะแก้ไขเหตุการณ์ได้ ทว่าก็มีคนสมองเพชรเช่น เหล่า บริษัท “Think Tank” ของสิงคโปร์เล็งเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาล่วงหน้านานแล้ว “ช่องแคบมะละกา” ที่มีเส้นทางเดินเรือขนสินค้ากว่า 30% ของการค้าทางทะเลโลก กลายเป็นจุดอ่อนเป้าหมายของการทำปิดล้อมบล็อคเขตยามสงคราม ยุทธศาสตร์สำคัญของสิงคโปร์คือการสร้างกองทัพเรือดำน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อ 1) คุ้มครองกองเรือพาณิชย์ของสิงคโปร์และพันธมิตร 2) ใช้พลังอำนาจล่องหนใต้สมุทรเข้าทำลายฝ่ายบล็อคเขตได้ 3) Deterrent (ป้องกันยับยั้ง) ตัวอย่างของอำนาจการบล็อกเขตน่านน้ำเร็วๆนี้ เราได้เห็นชัดเจนแล้วในกรณีเวเนซุเอล่า, ช่องแคบฮอร์มุซ, และช่องแคบบับเอลมันเดบ (ทะเลแดง) ถึงบางอ้อแล้วเราจึงได้เห็นว่าทำไมประเทศขนาดเล็กอย่างสิงคโปร์จึงต้องมีกองทัพเรือดำน้ำที่มีประสิทธิภาพถึง 14 ลำ…
  • รายการ ”ลายกนก ยกสยาม” เมื่อวันก่อน อุบลรัตน์ เถาน้อย และ กนก รักษ์วงศ์สกุล สัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา เล่าว่าเมื่อครั้งเป็นเด็ก ที่บ้านท่านในจ.เพชรบุรี ใส่บาตรพระภิกษุวันละ 100 รูป ท่านจึงซึมซับในพระบวรพุทธศาสนามาตั้งแต่นั้น อีกทั้งในชีวิตได้เข้าสู่พิธีบรรพชามาหลายครั้งหลายหนเลยทีเดียว…
  • ราชินีรุ่น 65 อาทิ อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์ , ธนิษฐา มณีโชติ จะมีงานสังสรรค์กันในวันที่ 10 พ.ค.ที่ รร. ดิเอมเมอรัลด์ ก่อนหน้านี้ มีการซ้อมใหญ่การแสดงในวันงาน… ทราบมาว่าคราวนี้มีเพื่อนจากญี่ปุ่น และ สหรัฐฯบินมาแสดงสดๆ แต่จะไม่เปิดเผย ขออุ๊บไว้ก่อน เพื่อเพิ่มดีกรีความตื่นเต้นของเพื่อนๆ…
  • เพื่อนๆชาวราชินีรุ่น 63 อาทิ พล.ต.ท.วสันต์-รัชนี วัสสานนท์ ,ศิริรัตน์ อายุวัฒน์ ใจแผ้ว โชติกะพุกกณะ ,ประพิมพรรณ สิทธิมงคล ฯลฯ ต่างมาอาลัยเพื่อนรัก ภณิดา บานชื่น ในวันฌาปนกิจ ที่วัดพระศรีมหาธาตุ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…
  • ทั้ง Healthy & Fun ไปพร้อมๆกัน ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ มารดาของรองนายกฯ และ รมว.คลัง ดร.เอกนิติ สมัครเรียนไลน์แด๊นซ์พร้อม อิสริยา ลูกสาว เข้าเรียนกับเพื่อนต่างวัยแต่ใจตรงกัน สนุกสนานเป็นที่ยิ่ง !!…

บารอนเนส

โก โฮลเซลล์ เร่งช่วยชาวสวน ดันผลไม้ฤดูกาลสู่ตลาด จัดเต็มเทศกาลผลไม้ไทยตลอดพฤษภาคม

โก โฮลเซลล์ เร่งช่วยชาวสวน ดันผลไม้ฤดูกาลสู่ตลาด จัดเต็มเทศกาลผลไม้ไทยตลอดพฤษภาคม

โก โฮลเซลล์ เร่งช่วยชาวสวน ดันผลไม้ฤดูกาลสู่ตลาด จัดเต็มเทศกาลผลไม้ไทยตลอดพฤษภาคม

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.44 น.

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ขานรับนโยบาย “ขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569” ของกระทรวงพาณิชย์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ปีนี้รับซื้อผลไม้ฤดูกาลเพิ่มจากปีก่อนถึง 41 % กระจายสู่ทุกช่องทางขายทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ พร้อมอัดกิจกรรมการตลาด จัดเทศกาลผลไม้ไทย บุฟเฟต์ทุเรียน ส่งเสริมการขายตลอดเดือนพฤษภาคม สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรไทย ฝ่าฟันวิกฤติเศรษฐกิจไปด้วยกัน

ในโอกาสนี้ โก โฮลเซลล์ ได้เข้าร่วมมหกรรมคิกออฟรณรงค์บริโภคทุเรียนและผลไม้ไทย และกิจกรรมปล่อยขบวนคาราวานผลไม้เข้าสู่ห้างโมเดิร์น   เทรด ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ณ จังหวัดจันทบุรี โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนคาราวาน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดันผลไม้ไทยสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับปี 2569 นี้ โก โฮลเซลล์ วางแผนการรับซื้อผลไม้ฤดูกาล ได้แก่ ทุเรียน เงาะ และมังคุด รวมกว่า 470 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 41%  พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น การจัดเทศกาล “Thailand The Land of Tropical Fruits” เพื่อผลักดันการบริโภคผลไม้ไทยด้วยโปรโมชั่นพิเศษ เน้นกลุ่มเป้าหมายคือผู้ประกอบการร้านอาหาร ธุรกิจโฮเรก้า และผู้บริโภคทั่วไป

นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรม “บุฟเฟต์ทุเรียน & ผลไม้เมืองร้อน” เปิดประสบการณ์สัมผัสรสชาติของราชาผลไม้อย่างทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงผลไม้ฤดูกาล อาทิ เงาะ มังคุด สละ มะม่วง และของหวานอื่นๆ ตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ในราคาสุดพิเศษ สำหรับผู้ใหญ่ 599 บาทต่อคน (699 บาท สำหรับสาขาหาดใหญ่ ภูเก็ต และราไวย์) และสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ส่วนสูงไม่เกิน 130 เซนติเมตร ราคา 359 บาทต่อคน โดยเปิดให้บริการวันละ 2 รอบ ได้แก่ เวลา 11.00 – 12.00 น. และ 15.00 – 16.00 น. จำกัดจำนวนเพียงรอบละ 25 คน และหากมาเป็นกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป รับส่วนลด 50 บาทต่อคน รวมทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษ (เฉพาะสาขา) ดึงมืออาชีพ อย่าง เชฟบูม-รณหาญ จงวิวัฒน์จิตต์ มารังสรรค์เมนู                  “บิงซูทุเรียน” วันที่ 1 พฤษภาคม ที่สาขาพระราม 2 และเชฟภู-ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช มาสเตอร์เชฟ ซีซั่น 4 ที่มาแสดงฝีมือ “ทาร์ตทุเรียน” วันที่ 3 พฤษภาคม สาขารังสิต เน้นการชูวัตถุดิบผลไม้ไทยให้โดดเด่นในทุกเมนู  กิจกรรม “บุฟเฟต์ทุเรียน & ผลไม้เมืองร้อน”  จะจัดใน 11 สาขาของ โก โฮลเซลล์ ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรายละเอียดสาขาที่จัดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : gowholesaleth

ทั้งนี้ ข้อมูลการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตผลไม้ในฤดูกาลผลิตปี 2569 จากผลไม้ 9 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน ลำไย สับปะรด มะม่วง มังคุด ส้มเขียวหวาน เงาะ ลองกอง และลิ้นจี่ คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตรวม 6.91 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 3.8 แสนตัน หรือเพิ่มขึ้น 5.8%  โดยเฉพาะทุเรียน คาดว่าปีนี้จะมีผลผลิตรวม 1.89 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 21% หรือประมาณ 330,000 ตัน เนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวของพื้นที่เพาะปลูกและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการออกผลผลิต

ด้วยนโยบายการยืนหยัดสนับสนุนเกษตรกรไทย  “โก โฮลเซลล์” พร้อมเดินหน้ารับซื้อผลผลิตจากพี่น้องเกษตรกรอย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายไปยัง โก โฮลเซลล์ ทั้ง 14 สาขา และแอปพลิเคชั่น GO WHOLESALE ได้อย่างทันท่วงที บรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาด ช่วยเกษตรกรไทยมีรายได้มั่นคง 

How to รีเซ็ตร่างกายจากภายใน เคล็ดลับ ง่ายๆ เริ่มที่ระบบเมตาบอลิซึม

How to รีเซ็ตร่างกายจากภายใน เคล็ดลับ ง่ายๆ เริ่มที่ระบบเมตาบอลิซึม

How to รีเซ็ตร่างกายจากภายใน เคล็ดลับ ง่ายๆ เริ่มที่ระบบเมตาบอลิซึม

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

สุขภาพเมตาบอลิซึม หรือระบบเผาผลาญ กำลังกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การดูแลสุขภาพยุคใหม่ โดยหลายคนมักเข้าใจว่าเมตาบอลิซึมที่ดีคือการควบคุมน้ำหนักหรือระดับน้ำตาลในเลือดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมตาบอลิซึม คือความสามารถของร่างกายในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลของระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ความดันโลหิต และการควบคุมน้ำหนัก โดยไม่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง สุขภาพเมตาบอลิซึมที่ดีไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นระบบการทำงานที่เชื่อมโยงกันทั้งร่างกาย ตั้งแต่โครงสร้างร่างกาย สุขภาพลำไส้ ระบบภูมิคุ้มกัน ผิวพรรณ การนอนหลับ การเคลื่อนไหว ฮอร์โมน ไปจนถึงระบบประสาท

ในภูมิภาคเอเชีย ปัญหาสุขภาพด้านหัวใจและเมตาบอลิซึมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยพบว่าคนเอเชียมีความเสี่ยงด้านเมตาบอลิซึมแม้มีค่า BMI ต่ำกว่าชาวตะวันตก เมื่อรวมกับปัจจัยอย่างการขยายตัวของเมือง อาหารที่เปลี่ยนไป และพฤติกรรมเนือยนิ่งมากขึ้น จึงยิ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพเมตาบอลิซึมตั้งแต่เนิ่น ๆ ผ่านโภชนาการที่สมดุลและไลฟ์สไตล์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอ

ด้าน ดร.ภญ. วิภาดา แซ่เล้า ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการเอเชียแปซิฟิก จากเฮอร์บาไลฟ์ เห็นถึงความสำคัญของการดูแลระบบเมตาบอลิซึมที่มีผลต่อการสร้างสมดุลให้กับทั้งร่างกาย  เผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพเมตาบอลิซึมง่าย ๆ ให้ทุกคน

เคล็ดลับที่ 1 ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของร่างกายมากกว่าตัวเลขน้ำหนัก

เมตาบอลิซึม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “องค์ประกอบของร่างกาย” โดยเฉพาะสัดส่วนระหว่างกล้ามเนื้อและไขมัน ซึ่งสะท้อนสุขภาพเมตาบอลิซึมได้ดีกว่าค่า BMI เพราะกล้ามเนื้อเป็นเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงานสูง ยิ่งมีกล้ามเนื้อมาก ร่างกายก็ยิ่งเผาผลาญพลังงานได้ดีแม้ในขณะพัก ในขณะที่ไขมันก็มีบทบาทสำคัญ เป็นแหล่งพลังงานสำรองและเป็นองค์ประกอบหลักของผนังเซลล์ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์ไว้ภายใน แต่หากมีไขมันสะสมมากเกินไป โดยเฉพาะไขมันรอบอวัยวะภายใน อาจรบกวนสมดุลของเมตาบอลิซึมและเพิ่มการอักเสบในร่างกาย

ดังนั้น การบริโภคไขมันดี เช่น โอเมก้า-3 จากปลา ถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมันมะกอก ร่วมกับสารอาหารอื่นอย่างสมดุล จะช่วยสนับสนุนการทำงานของเมตาบอลิซึม โดยจากงานวิจัยพบว่าโอเมก้า-3 ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ช่วยดูแลน้ำหนักผ่านการเพิ่มการผลิตพลังงานในระดับเซลล์ และช่วยให้อินซูลินทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อในผู้สูงวัย

เคล็ดลับที่ 2 รู้จักควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญของเมตาบอลิซึม เมื่อรับประทานคาร์โบไฮเดรต น้ำตาลจะเข้าสู่กระแสเลือด และอินซูลินจะทำหน้าที่นำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน แต่หากบริโภคคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น แป้งขัดขาว น้ำตาล หรืออาหารที่ขาดใยอาหารและโปรตีนบ่อยๆ จะทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งขึ้นและลงซ้ำๆ จนส่งผลกระทบต่อสมดุลเมตาบอลิซึม การเลือกอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low-GI) ร่วมกับโปรตีน ไขมันดี และใยอาหาร จะช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและพลังงานได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ การรับประทานอาหารให้เป็นเวลา และหลีกเลี่ยงอาหารมื้อดึก ยังช่วยให้เมตาบอลิซึมสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต และช่วยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับที่ 3 ไม่มองข้ามสุขภาพลำไส้

ลำไส้ ถูกเรียกว่าเป็น “สมองที่สองของร่างกาย” และยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเมตาบอลิซึม เนื่องจากมีจุลินทรีย์นับล้านล้านตัวในลำไส้ที่มีบทบาทในการย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร และการควบคุมพลังงาน หากลำไส้มีสุขภาพดี จะช่วยให้เมตาบอลิซึมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากเสียสมดุล อาจส่งผลต่อการสะสมไขมันและการใช้พลังงาน

การดูแลสุขภาพลำไส้สามารถทำได้ผ่านการรับประทานอาหารที่มีโปรไบโอติก  และพรีไบโอติก เช่น จุลินทรีย์สุขภาพ และใยอาหาร รวมถึงการมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และสนับสนุนเมตาบอลิซึมในระยะยาว

เคล็ดลับที่ 4 พักผ่อนให้พอ ช่วยรีเซ็ตสมดุลร่างกาย

การนอนหลับอย่างมีคุณภาพและการจัดการความเครียดที่ดี มีบทบาทสำคัญต่อระบบฮอร์โมนและระบบประสาท ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับเมตาบอลิซึม ซึ่งการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยควบคุมระดับคอร์ติซอล ความไวของอินซูลิน ฮอร์โมนความหิว ระดับพลังงาน และน้ำตาลในเลือด

ผิวพรรณกับสุขภาพระบบเผาผลาญ

แม้ระบบเผาผลาญจะทำงานอยู่เบื้องหลังภายในร่างกาย แต่บางครั้งก็แสดงออกมาเราให้เห็นผ่าน “ผิวหนัง” ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย แม้ว่าสุขภาพผิวจะไม่ใช่ตัวกำหนดการทำงานของระบบเผาผลาญโดยตรง แต่มันสามารถสะท้อนถึงความไม่สมดุลภายในที่เชื่อมโยงกับสุขภาพลำไส้ การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด องค์ประกอบของร่างกาย การนอนหลับ และความเครียดได้

เทรนด์ Glass Skin หรือผิวที่ดูใสฉ่ำวาวที่เป็นที่นิยมอย่างมากในภูมิภาคนี้ เริ่มต้นได้จากการบำรุงร่างกายจากภายใน ซึ่งการได้รับโปรตีนที่เพียงพอจะช่วยสนับสนุนการซ่อมแซมและผลัดเซลล์ผิว ในขณะที่ผักและผลไม้หลากสีจะช่วยเติมสารอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน A, C, E และสารพฤกษเคมี (Phytonutrients) ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน นอกจากนี้การดื่มน้ำให้เพียงพอและการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วนหลากหลาย ยังช่วยรักษาโครงสร้างและความยืดหยุ่นของผิว ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนการทำงานของระบบเผาผลาญให้แข็งแรง แต่ยังช่วยเสริมความสามารถของร่างกายในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและส่งสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดียิ่งขึ้น

หัวใจของสุขภาพระบบเผาผลาญที่ดีคือการทำงานสอดประสานกันของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย หากเราเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพในทุก ๆ วันอย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น และนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ยั่งยืนในระยะยาว

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเฮอร์บาไลฟ์ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.herbalife.com ช่องทาง Social Media: Facebook/HerbalifeThailandOfficial และ Instagram/HerbalifeThailandOfficial

หรือ แผนกบริการลูกค้า 02-6601600 หรือ Line OA: Herbalife

อากาศร้อนจัด เสี่ยง ‘ฮีทสโตรก’ ภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรมองข้าม

อากาศร้อนจัด เสี่ยง ‘ฮีทสโตรก’ ภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรมองข้าม

อากาศร้อนจัด เสี่ยง ‘ฮีทสโตรก’ ภาวะฉุกเฉินที่ไม่ควรมองข้าม

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.35 น.

ในช่วงที่อุณหภูมิสูงหรือสภาพอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะในภูมิอากาศเขตร้อนอย่างประเทศไทย ภาวะเจ็บป่วยจากความร้อน (Heat-related illness) สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย หนึ่งในภาวะที่มีความรุนแรงที่สุดคือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โรคลมแดด ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที

นพ. วีระพล บ่อหิรัญรัตน์ อายุรแพทย์เวชบำบัดวิกฤต  โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อระบบควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ อุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย (core body temperature) สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และอาจส่งผลกระทบต่อระบบสำคัญของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบไหลเวียนโลหิต และอวัยวะสำคัญหลายระบบ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

นพ. วีระพล บ่อหิรัญรัตน์

ฮีทสโตรก (Heatstroke) คืออะไร

ฮีทสโตรก (Heatstroke) เป็นภาวะที่เกิดจากการที่ร่างกายได้รับความร้อนสะสมมากเกินไป จนระบบควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายล้มเหลว (thermoregulatory failure) ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว

ภาวะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น การอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน การทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายหนักในสภาพอากาศร้อน สภาพอากาศที่มีทั้งอุณหภูมิสูงและความชื้นสูง ภาวะขาดน้ำ เมื่ออุณหภูมิในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะไม่สามารถระบายความร้อนผ่านเหงื่อหรือการไหลเวียนเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย

อาการของฮีทสโตรกที่ควรสังเกต

อาการของฮีทสโตรกมักเริ่มจากอาการของความเครียดจากความร้อน (heat stress) ก่อน และอาจรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการที่พบได้ ได้แก่ อุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ ไม่มีเหงื่อออกแม้อยู่ในสภาพอากาศร้อน กระหายน้ำอย่างมาก ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือรู้สึกอ่อนแรงผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็วหรือหอบ ผิวหนังแดงหรือร้อน กระสับกระส่าย สับสน หรือซึมลง ในบางกรณี หากภาวะรุนแรงขึ้น อาจเกิดอาการชักหมดสติ หรือภาวะหัวใจหยุดเต้น

เนื่องจากฮีทสโตรกสามารถดำเนินโรคได้อย่างรวดเร็ว การรับรู้สัญญาณเตือนและได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อสงสัยภาวะฮีทสโตรก

หากพบผู้ที่มีอาการสงสัยภาวะฮีทสโตรก ควรดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมทั้งรีบนำส่งโรงพยาบาล

แนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น ได้แก่ เคลื่อนย้ายผู้มีอาการไปยังบริเวณที่ร่มหรือมีอากาศถ่ายเท ให้ผู้ป่วยนอนราบ และยกขาเล็กน้อยเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด คลายเสื้อผ้าให้หลวมเพื่อลดการกักเก็บความร้อน ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ และศีรษะ ใช้พัดลมหรืออุปกรณ์ช่วยระบายความร้อน หากผู้ป่วยรู้สึกตัวดี อาจให้จิบน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หลังจากการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและให้การดูแลตามความเหมาะสม

กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรก

แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก

นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือในสภาพแวดล้อมที่ร้อน ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน

ในทางคลินิก แพทย์มักพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ร่วมกับอาการทางร่างกายและสภาพแวดล้อม เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะที่เกิดขึ้น

แนวทางการป้องกันฮีทสโตรกในชีวิตประจำวัน

แม้ว่าภาวะฮีทสโตรกจะเป็นภาวะที่มีความรุนแรง แต่ในหลายกรณีสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ได้แก่ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนจัด :  ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่มีอุณหภูมิสูง หากจำเป็นต้องทำกิจกรรม ควรเลือกช่วงเวลาเช้าตรู่หรือช่วงเย็น

ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ: การดื่มน้ำอย่างเหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานใช้แรงหรือออกกำลังกาย อาจต้องเพิ่มปริมาณน้ำตามความเหมาะสมของกิจกรรม

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ซ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ หรือเครื่องดื่มกระตุ้น อาจเพิ่มการขับปัสสาวะและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น

 เลือกสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี :  เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าเบาบาง ระบายอากาศได้ดี และไม่รัดแน่น สามารถช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น

ป้องกันร่างกายจากแสงแดด : การสวมหมวก แว่นกันแดด หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดด สามารถช่วยลดการรับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง

‘TCEB’ ประกาศ ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ ‘WorldPride 2030’

‘TCEB’ ประกาศ ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ ‘WorldPride 2030’

‘TCEB’ ประกาศ ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ ‘WorldPride 2030’

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.04 น.

TCEB นำโดย ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) พร้อมด้วยพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ กรุงเทพมหานคร ,กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ,บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน “Bangkok Pride Festival” ,มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (ThaiTGA) ,มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (for-sogi) และเครือข่ายผู้จัดงานไพรด์ทั่วประเทศ (Pride City Network) เป็นต้น ร่วมผนึกกำลังจัดงานใหญ่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน“WorldPride 2030” ครั้งที่ 1/2569 พร้อมร่วมแถลงข่าวครั้งประวัติศาสตร์ประกาศ “ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030” เพื่อประกาศความพร้อมว่ากรุงเทพมหานคร ประเทศไทย พร้อมปักหมุดหมายเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok WorldPride ปี 2030 และมุ่งสู่เป้าหมายผลักดัน “กรุงเทพฯ” เป็นมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลก ในวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา  16.00 -18.00 น. ที่ Next Tech ชั้น 4 ศูนย์การค้า สยามพารากอน

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) กล่าวว่า “TCEB ได้รับมอบหมายตามนโยบายรัฐบาล ให้ดำเนินการเตรียมประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงาน WorldPride 2030 ในปี พ.ศ.2573 เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับกลุ่มความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIAN+) โดยนายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030 เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพอย่างมีประสิทธิภาพ”

TK Park ชวนศิลปินตัวน้อยมาปล่อยของในเวิร์กชอปศิลปะโมเสก

TK Park ชวนศิลปินตัวน้อยมาปล่อยของในเวิร์กชอปศิลปะโมเสก

TK Park ชวนศิลปินตัวน้อยมาปล่อยของในเวิร์กชอปศิลปะโมเสก

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.01 น.

โค้งสุดท้าย! TK Park ชวนศิลปินตัวน้อยมาปล่อยของ รับซัมเมอร์สุดสร้างสรรค์ ในเวิร์กชอปศิลปะโมเสก TK Summer Learning ตอน “Bloom in Pieces”

สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ชวนคุณพ่อคุณแม่จูงมือเด็ก ๆ มาเปลี่ยนวันว่างช่วงปิดเทอมให้เป็นพื้นที่แห่งจินตนาการ กับกิจกรรมไฮไลต์ส่งท้ายเดือนเมษายน TK Summer Learning ตอน “Bloom in Pieces: แต้มสีโมเสก เบ่งบานในแจกัน” เวิร์กชอปสุดละเมียดละไมที่จะเปลี่ยนเศษสีชิ้นเล็ก ๆ ให้กลายเป็นผลงานศิลปะชิ้นเอก

ในกิจกรรมนี้ เด็ก ๆ อายุ 7 – 12 ปี จะได้สัมผัสประสบการณ์การเป็นจิตรกรตัวน้อย เรียนรู้วิชา “Botanical Illustration” หรือการวาดภาพพฤกษศาสตร์ โดยมี ครูพี่ป๊อป-โกสินทร์ โกศินานนท์ ศิลปินเจ้าของเพจ Tutorbykroopop มาเป็นผู้ถ่ายทอดเทคนิคการสังเกตความงามของดอกไม้ และการสร้างสรรค์ศิลปะโมเสก (Mosaic Art) ลงบนภาชนะจริง ซึ่งนอกจากจะช่วยฝึกสมาธิและการประสานงานระหว่างมือและสายตาแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจผ่านกระบวนการลงมือทำด้วยตัวเอง

ตลอด 2 วันของการเรียนรู้ น้องๆ จะได้ทำความรู้จักพื้นฐานศิลปะโมเสก ผ่านการตัดปะกระดาษ เรียนรู้วัสดุและอุปกรณ์ ก่อนลงมือสร้างสรรค์ผลงานบนภาชนะจริง ฝึกสมาธิ เสริมความมั่นใจจากการจัดดอกไม้ลงในภาชนะโมเสกของตนเอง และปิดท้ายด้วยการวาดภาพดอกไม้ พร้อมปิดท้ายด้วยการร่วมจัดนิทรรศการสวนดอกไม้ของเหล่าศิลปินตัวน้อย ซึ่งจะเปิดให้ผู้ปกครองเข้าชมอีกด้วย

“Bloom in Pieces: แต้มสีโมเสก เบ่งบานในแจกัน” จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 29 – วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้อเนกประสงค์ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ รับสมัครเด็กอายุ 7 – 12 ปี จำนวนจำกัดเพียง 30 คน ค่าสมัคร 550 บาท รวมค่าอุปกรณ์และอาหารว่าง  ผู้สนใจสามารถสมัครล่วงหน้าได้ที่ bit.ly/49PHjYG

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ปารีณา ธีระกุลชัย (เรนเดียร์) โทร. 0 2257 4300 หรือ LINE: @TKpark และเกี่ยวค้นหาเกี่ยวกับ TK Park ได้บนเว็บไซต์ http://www.tkpark.or.th หรือ Facebook: tkparkclub

‘มอลลี่-นิสา ศรีคำดี’ ศิลปินไทยผู้อยู่เบื้องหลัง Crybaby คาแรคเตอร์ IP มูลค่าหมื่นล้านบาท

‘มอลลี่-นิสา ศรีคำดี’ ศิลปินไทยผู้อยู่เบื้องหลัง Crybaby คาแรคเตอร์ IP มูลค่าหมื่นล้านบาท

‘มอลลี่-นิสา ศรีคำดี’ ศิลปินไทยผู้อยู่เบื้องหลัง Crybaby คาแรคเตอร์ IP มูลค่าหมื่นล้านบาท

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.59 น.

จากกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดอาร์ตทอย (Art Toy) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “Crybaby” ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ IP (Intellectual Property: IP) ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักสะสมทั่วโลก

ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตลาดอาร์ตทอยมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สู่กระแสหลัก (Mass Market) โดยมีกลุ่มผู้บริโภคหลักคือ Gen Z และกลุ่ม White-Collar อายุระหว่าง 15–40 ปี ขณะที่ข้อมูลจาก HTF Market Intelligence ประเมินว่า มูลค่าตลาดอาร์ตทอยโลกในปี 2566 อยู่ที่ 8,517.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.26 ต่อปี แตะระดับ 10,938.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573  โดยภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป

ศิลปินไทยผู้อยู่เบื้องหลัง Crybaby คาแรคเตอร์ IP มูลค่าหมื่นล้านบาท

เบื้องหลังความสำเร็จของ “Crybaby” คือศิลปินชาวไทย นิสา ศรีคำดี หรือ “มอลลี่” ผู้ต่อยอดความหลงใหลในงานศิลปะสู่การสร้างคาแรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านการถ่ายทอด “อารมณ์” เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ โดยทุกผลงานสะท้อนเรื่องราวและความหมายเบื้องหลัง ทำให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนในหลากหลายวัฒนธรรม และสร้าง Emotional Engagement ได้อย่างลึกซึ้ง

นิสา ศรีคำดี หรือ “มอลลี่” 

จากรายงาน Annual Results Announcement ประจำปี 2025 ของ Pop Mart ระบุว่า “Crybaby” สร้างรายได้สูงถึง 2,930,000,000 หยวน หรือระดับหมื่นล้านบาท เติบโตมากกว่า 150% ติดอันดับ Top 3 คาแรคเตอร์ IP ที่ทำรายได้สูงสุด ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปีที่ร่วมงานกัน ส่งผลให้ “มอลลี่” ก้าวขึ้นเป็นศิลปินไทยรายแรกและรายเดียวในสังกัด Pop Mart สะท้อนศักยภาพของครีเอเตอร์ไทยในเวทีโลก

ขยาย Ecosystem ผ่านการ Collaboration กับแบรนด์ระดับโลก

“Crybaby” ได้ต่อยอดจากอาร์ตทอยสู่การสร้าง Business Ecosystem ผ่านการ Collaboration กับแบรนด์ชั้นนำในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และ Licensing Products เพื่อขยาย Touchpoint และการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ในเชิงภูมิศาสตร์ แบรนด์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดอเมริกาเหนือก้าวขึ้นเป็นตลาดใหญ่อันดับสองรองจากจีน สะท้อนศักยภาพการขยายตัวในระดับ Global

จาก Art Toy สู่ Contemporary Art & Experience Economy

แม้ “Crybaby” จะเป็นที่รู้จักในฐานะอาร์ตทอย แต่การต่อยอดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินค้า Collectible โดยยังครอบคลุมงานศิลปะหลากหลายแขนง อาทิ จิตรกรรม ประติมากรรม เซรามิก และงานคราฟต์ ควบคู่การสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค (Experience-driven Engagement)

ล่าสุด มอลลี่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี Apple แบรนด์ระดับโลก ผ่านการนำ “Crybaby” ไปพัฒนาเป็นกิจกรรม Workshop เพื่อสร้าง Engagement Experience กับผู้เข้าร่วมงาน

มอลลี่ กล่าวว่า “เราอยากให้ Crybaby เป็นมากกว่างานสะสม แต่เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านประสบการณ์และอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญในการพัฒนางานในระยะยาว”

ในปี 2027 “Crybaby” จะครบรอบ 10 ปีของการเดินทางบนเส้นทางศิลปะและธุรกิจ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาคาแรคเตอร์ IP ไทยสู่ระดับสากล โดยเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในหลากหลายมิติ เพื่อขยายขอบเขตของคาแรคเตอร์และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

About Artist

มด นิสา ศรีคำดี หรือ “มอลลี่” คือศิลปินชาวไทย ผู้สร้างสรรค์ “Crybaby” คาแรคเตอร์เจ้าน้ำตาที่โดดเด่นด้วยการถ่ายทอดความเปราะบาง การเรียนรู้ข้ามผ่าน และเติบโตทางอารมณ์อย่างจริงใจและลึกซึ้ง ผลงานของเธอได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเฉพาะในกลุ่มนักสะสมอาร์ตทอยและผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ emotional connection และ self-expression ก่อนต่อยอดสู่ความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ส่งผลให้ “Crybaby” เติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นในวงการอาร์ตทอยและศิลปะร่วมสมัย

Fun fact; โดยทั่วไป ผู้คนมักเข้าใจว่า Crybaby เป็นเด็กหญิง ทว่าแท้จริงแล้ว Crybaby ไม่ได้มีเพศสภาพ ไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นตัวแทนเชิงนามธรรมของอารมณ์และความรู้สึก ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์สำคัญอย่าง “หยดน้ำตา” ซึ่งปรากฏในหลากหลายรูปลักษณ์ตามแต่ละดีไซน์ ขณะเดียวกัน คาแรกเตอร์ Crybaby ต้นแบบยังได้รับแรงบันดาลใจจาก “ส้มฉุน” สุนัขตัวโปรดของศิลปินที่เสียไป สะท้อนมิติทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยความหมาย

About Molly Factory

Molly Factory คือสตูดิโอสร้างสรรค์อาร์ตทอยและสินค้าที่ระลึกจากประเทศไทย ก่อตั้งโดยมอลลี่และเพื่อน ที่มุ่งพัฒนาคาแรคเตอร์และผลงานศิลปะร่วมสมัยให้มีเอกลักษณ์และเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง ผ่านการผสมผสานระหว่างศิลปะ การออกแบบ และการเล่าเรื่องอย่างมีมิติ โดยผลงานของ Molly Factory สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ของผู้คนในรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

อัพเดทข่าวสารของ Molly factory ได้ที่ : Facebook : facebook.com/mollyfactory

Instagram : crybaby_molly_ และ mollyfactory.official Website : https://mollyfactory.art/

คุณแหน : 27 เมษายน 2569

คุณแหน : 27 เมษายน 2569

คุณแหน : 27 เมษายน 2569

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.44 น.

  • วันที่ 28 เมษายน ทุกปี คือ วันนริศฯ วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ พระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศฯ ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม งานวันนริศฯ ทุกปีจะมีพิธีสงฆ์เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่พระองค์ท่าน ณ ตำหนักปลายเนิน คลองเตย ในโอกาสนี้ก็มีงานวันนริศฯ ที่ตำหนักปลายเนินด้วย สำหรับปีนี้มีงานสองวันคือ 25 เมษายน และ 29 เมษายน แต่ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่าบัตรเข้าชมงานหมดแล้ว หากประสงค์จะเข้าชมงานศิลปะแขนงต่าง ๆ ต้องรอปีหน้า หรือมิฉะนั้น ขอโปรดติดตามคอลัมน์นี้ เพราะ Victor Lee จะขออนุญาตผู้ดูแลตำหนักปลายเนิน เพื่ออนุญาตให้แฟนคอลัมน์เข้าชมเป็นกรณีพิเศษในโอกาสอันใกล้ 
  • ผศ. ดร. กัลยา ติงศภัทิย์ อดีตคณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เป็นนัดดาในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศฯ ตบรางวัลให้ผู้แสดงละครใน เรื่องคาวี ตอนเผาพระขรรค์ ซึ่งแสดงในงานวันนริศฯ ปีนี้ โดยบอกว่าแม้จะเป็นนักศึกษา แต่แสดงได้ดีมาก ทั้งร้องทั้งรำทำได้ตามขนบครบถ้วนสมบูรณ์ น่าชื่นชมเป็นที่สุด
  • ม.ร.ว. ปรียนันทนา รังสิต (คุณหญิงน้อง) ทายาทของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ปัจจุบัน ม.ร.ว. ปรียนันทนาเป็นผู้มีอำนาจบริหารจัดการวังวิทยุ ฝากคำถามถึงหน่วยราชการที่ทำหน้าที่เก็บภาษีที่ดินว่า มีแนวคิดจะช่วยลดค่าภาษีให้กับที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโบราณสถานบ้างหรือไม่ เพราะแต่ละปีต้องเสียภาษีมากเกินล้านบาท ทั้ง ๆ ที่มีภาระหนักต้องดูแลซ่อมบำรุงรักษาโบราณสถานให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา ครั้นจะปล่อยให้โบราณสถานทรุดโทรมเสื่อมไปตามกาลเวลา ก็เป็นเรื่องไม่บังควร เพราะเท่ากับจงใจทิ้งทำลายแหล่งประวัติศาสตร์ของชาติให้สูญสลายไป คุณหญิงน้องยังฝากความเป็นห่วงไปถึงบุคคลธรรมดาผู้มีรายได้ไม่มากมาย แต่มีที่ดินผืนเล็ก ๆ อันเป็นมรดกตกทอดอยู่ในความดูแล แล้วต้องเสียภาษีที่ดินเป็นเงินจำนวนมากทุก ๆ ปี ว่าสุดท้ายแล้วจะต้องขายที่ดินมรดกของปู่ยาตายายให้กับมหาเศรษฐีหรืออย่างไร แล้วต่อไปจะเหลือโบราณสถานสำคัญไว้เป็นมรดกของแผ่นดินไทยหรือ หรือว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องตกเป็นของเศรษฐีโดยสิ้น คุณหญิงน้องย้ำว่าไม่คัดค้านการเสียภาษีเพื่อบำรุงประเทศ แต่ขอให้ผู้มีหน้าที่จัดเก็บภาษีพิจารณาให้รอบคอบว่าควรเก็บอัตราเท่าใด โดยเฉพาะที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างอันเป็นโบราณสถานสำคัญของแผ่นดิน
  • หม่อมหลวงวิสุมิตรา ปราโมช ธิดา หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ฝากบอกว่าล่าสุดซ่อมแซมบูรณะบ้านซอยสวนพลูได้เกือบสำเร็จเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังจากปิดไม่อนุญาตให้ผู้คนทั่วไปเข้าชมบ้านตั้งแต่ช่วงโควิด-19 แพร่ระบาดหนัก เมื่อต้องปิดบ้านก็ทำให้บ้านเสมือนไร้ชีวิต บ้านเรือนไม้สักที่เคยมีผู้คนจำนวนมากเข้าไปพบหาคุณชายคึกฤทธิ์เมื่อวันวานจึงทรุดโทรมผุพัง ต้องซ่อมแซมเป็นการใหญ่ ต้องใช้ทั้งเวลาและทุนทรัพย์มากมาย ขอย้ำว่า ล่าสุดกำลังเตรียมการเพื่อเปิดบ้านซอยสวนพลูให้สาธารณชนเข้าเยี่ยมชมอีกครั้งในอนาคตอันใกล้ ส่วนผู้ที่มีความประสงค์จะจัดงานการมงคลต่าง ๆ ในบริเวณบ้านหลังนี้ สามารถติดต่อผ่านคอลัมน์คุณแหนได้
  • พระเครื่องแท้รุ่นดึกดำบรรพ์ คือทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลชนิดหนึ่งที่นักการเมืองไทยชอบเก็บสะสม เพราะมีทั้งคุณค่าทางจิตใจ และเป็นเครื่องรางของขลัง แต่ที่สำคัญคือพระเครื่องรุ่นยอดนิยมองค์หนึ่ง ๆ นั้นมูลค่าหลายสิบหลายร้อยล้านบาท เรื่องนี้ต้องถาม เสี่ยชัช เตาปูน หรือ ชัชวาลย์ คงอุดม เลขาฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะมีกรุพระเครื่องมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท 

Victor Lee

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้ดิน-ตับอักเสบ-วัณโรค

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้ดิน-ตับอักเสบ-วัณโรค

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ไข้ดิน-ตับอักเสบ-วัณโรค

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.40 น.

โรคภัยไข้เจ็บชนิดต่าง ๆ ยังคงเกิดขึ้นตลอดเวลา แม้คนเราจะพยายามใช้ชีวิตให้ปรกติมากที่สุด แต่ก็หลบเลี่ยงการเจ็บป่วยไม่ได้ ทุกวันนี้มีข่าวแพร่ระบาดโรคติดเชื้อหลายชนิดที่วนเวียนกลับมาให้เห็นเป็นระยะ ๆตั้งแต่โรคชื่อแปลกหูอย่างเช่น ไข้ดิน ไปจนถึงโรคที่เราคุ้นชื่อกันดี เช่น ตับอักเสบ และวัณโรค หลายคนตั้งคำถามด้วยความกังวลว่า สุขอนามัยของเราทุกวันนี้ยังปลอดภัยดีอยู่หรือไม่

เริ่มพิจารณาจากโรคที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอย่าง โรคไข้ดิน หรือ โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น พื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเชื้อแบคทีเรียนี้ทำให้เราป่วย สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ตั้งแต่ เดินย่ำดินย่ำโคลน หรือลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า ยิ่งถ้ามีบาดแผลอยู่ก่อน ก็ยิ่งทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายง่ายขึ้น นอกจากนั้น เชื้อนี้ยังเข้าสู่ร่างกายได้จากการหายใจเอาละอองเชื้อเข้าไป เช่น หลังฝนตกแล้วมีไอดิน เชื้อจะฟุ้งขึ้นมา หรือแม้เวลามีพายุก็ตาม เชื้อโรคทำให้เราเจ็บป่วยได้จากการปนเปื้อนในอาหารที่เรากิน ส่วนในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อย่างเช่น เบาหวาน และโรคไต รวมถึงคนที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง เชื้อนี้สามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็ว เป็นอันตรายถึงชีวิต

ในฐานะเภสัชกรผู้เป็นบุคลากรด้านสาธารณสุขของชุมชนขอเตือนว่า หากคุณมีบาดแผลที่ขาและเท้าแล้วต้องลุยน้ำลุยโคลน แล้วหลังจากนั้นพบว่ามีอาการอักเสบ บวมแดง หรือมีไข้ ขอให้คุณไปปรึกษาเภสัชกรโดยด่วน เพราะเภสัชกรสามารถแนะนำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมให้คุณได้ ที่สำคัญกว่านั้นคือสามารถช่วยคัดกรองว่าอาการของคุณรุนแรงเกินกว่าจะดูแลเองที่บ้านหรือไม่ หากมีความเสี่ยงเป็นไข้ดิน เภสัชกรจะแนะนำให้คุณไปพบแพทย์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อยาชุดไปรับทานเอง เพราะจะส่งผลเสียต่อไตและตับ

นอกจากนั้นยังมีเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ที่ใกล้ตัวเรายิ่งกว่า เพราะเชื้อสามารถทางปากโดยการกินอาหารจานโปรด โรคนี้มักระบาดในกลุ่มที่ใช้ภาชนะ และช้อนร่วมกัน แล้วถ้าหากร้านอาหารที่ผู้ประกอบอาหารละเลยเรื่องสุขอนามัยด้วยแล้ว ก็น่ากังวลมิใช่น้อย เพราะเชื้อมีระยะฟักตัวค่อนข้างนาน ทำให้เราไม่รู้ตัวว่ารับเชื้อมาเมื่อไร จนกระทั่งมีอาการไข้ ปวดท้อง และตัวเหลืองตาเหลืองเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ขอแนะนำว่าต้องเลือกรับทานอาหารปรุงสุกใหม่ และต้องหมั่น ล้างมือทุกครั้งก่อนหยิบจับอาหาร และระมัดระวังเรื่องการใช้ช้อนกลาง สิ่งเหล่านี้คือปราการสำคัญที่ช่วยตัดวงจรการแพร่เชื้อได้อย่างเด็ดขาด 

ส่วนอีกโรคที่ไม่เคยหายไปจากสังคมไทยคือ วัณโรค แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้ามากจนสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ความท้าทายหลักกลับอยู่ที่การแพร่กระจายผ่านลมหายใจในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ทั้งนี้ ผู้ป่วยวัณโรคสามารถไปหาซื้อยาแก้ไอได้ที่ร้านขายยา เภสัชกรที่มีความเชี่ยวชาญจะสังเกตเห็นสัญญาณอันตราย เช่น ไอติดต่อกันเกินสองสัปดาห์ น้ำหนักลด หรือมีไข้รุม ๆ ช่วงกลางคืน จึงขอซักประวัติเพื่อแยกแยะระหว่างอาการหวัดธรรมดากับวัณโรค


นอกจากนี้สำหรับผู้ที่กำลังรักษาวัณโรค ขอย้ำว่าเภสัชกรคือคนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการรับประทานยาให้ครบตามกำหนด เพราะการหยุดยาเอง เพียงเพราะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้ว คือสาเหตุหลักของการเกิดเชื้อดื้อยา ทำให้รักษาได้ยากกว่าเดิมหลายเท่า

สุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในยามที่ข่าวจริงและข่าวเท็จเรื่องโรคระบาดกำลังถาโถมเข้ามา ต้องมีสติ และควรใช้ทรัพยากรบุคคลทางการแพทย์ที่อยู่รอบ ๆ ตัวให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ร้านยาใกล้บ้านไม่ใช่แค่ที่สำหรับซื้อยา แต่คือศูนย์ข้อมูลและจุดคัดกรองที่มีเภสัชกรพร้อมให้คำตอบ และช่วยดูแลสุขภาพเบื้องต้นให้คุณ การใส่ใจกับเรื่องพื้นฐาน เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และไม่ซื้อยาไปกินเองแบบมั่ว ๆ คือการดูแลสุขภาพของตัวเองที่ยั่งยืนที่สุด ยิ่งโลกมีที่เชื้อโรคพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ความรู้เท่าทันและการมีที่ปรึกษาด้านยาที่ไว้วางใจได้ คือวัคซีนที่ทรงพลังที่สุดที่เราทุกคนสร้างได้ด้วยตัวเอง

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อนันตรา คอนคอร์โซ โรมา ปลุกมนตร์เสน่ห์กรุงโรม ด้วยการรวมตัวสุดยอด ยนตรกรรมอิตาเลียนระดับโลก

อนันตรา คอนคอร์โซ โรมา ปลุกมนตร์เสน่ห์กรุงโรม ด้วยการรวมตัวสุดยอด ยนตรกรรมอิตาเลียนระดับโลก

อนันตรา คอนคอร์โซ โรมา ปลุกมนตร์เสน่ห์กรุงโรม ด้วยการรวมตัวสุดยอด ยนตรกรรมอิตาเลียนระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.39 น.

งาน อนันตรา คอนคอร์โซ โรมา (Anantara Concorso Roma) ครั้งปฐมฤกษ์ซึ่งจัดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ใจกลางกรุงโรม ได้รวบรวมรถยนต์อิตาเลียนคลาสสิกทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์กว่า 70 คัน มาร่วมเฉลิมฉลองและประชันความงดงาม ภายใต้จิตวิญญาณแห่ง ลา โดลเช วีตา เดลลา ออโต้โมบิล (La Dolce Vita della Automobili) ภายในงานแขกผู้ร่วมงาน รวมถึงเจ้าของรถ ต่างได้ดื่มด่ำกับการต้อนรับอันอบอุ่นในแบบโรมัน ระหว่างเข้าชมสุดยอดยนตรกรรมของอิตาลี ท่ามกลางฉากหลังอันงดงามของเมืองที่ได้รับสมญานามว่านครนิรันดร์

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รถ Maserati V4 Sport Zagato ปี 1932 ได้รับการยกย่องให้คว้ารางวัล Best of Show โดยรถคันนี้เป็นที่รู้จักในนาม “Sedici Cilindri” มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 4 ลิตร แบบ 16 สูบ และเคยสร้างสถิติความเร็วโลกในระยะทาง 10 กิโลเมตรเมื่อเดือนกันยายน ปี 1929 ซึ่งรถยนต์คันประวัติศาสตร์นี้ได้หวนคืนสู่กรุงโรมเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 90 ปี ในงาน Anantara Concorso Roma

Anantara Concorso Roma ซึ่งมหกรรมประกวดรถยนต์คลาสสิกครั้งแรกของกรุงโรมในรอบ 60 ปี ได้เนรมิตทั้งเมืองให้กลายเป็นประสบการณ์กลางแจ้งที่ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ด้วยพื้นที่จัดแสดงที่สวยงามไปด้วยรถยนต์คลาสสิกสภาพสมบูรณ์จากแบรนด์ระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น Ferrari, Lamborghini, Maserati, Alfa Romeo และอีกมากมาย ที่ต่างพร้อมใจกันมาร่วมอวดโฉมอย่างสง่างาม โดยมีการตัดสินรถยนต์ที่ร่วมเข้าประกวดในวันเสาร์ ก่อนพิธีมอบรางวัลในช่วงบ่ายวันอาทิตย์

งาน Anantara Concorso Roma ได้หลอมรวมความเข้มข้นของการประกวดรถยนต์เข้ากับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี ทั้งศาสตร์แห่งอาหารอิตาเลียนและการท่องเที่ยวสำรวจเสน่ห์ของกรุงโรมได้อย่างลงตัว โดยผู้เข้าร่วมงานส่วนหนึ่งได้เข้าพัก ณ Anantara Palazzo Naiadi Rome Hotel ขณะที่พื้นที่จัดแสดงหลักตั้งอยู่ที่ Casina Valadier และ Piazza Bucarest ภายใน Villa Borghese ซึ่งมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของกรุงโรม

ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ของการจัดงาน ทั้งชาวโรมและนักท่องเที่ยวต่างคว้าโอกาสอันพิเศษนี้ ด้วยการจับจองบัตรแบบรายวันเพื่อเข้าชมรถยนต์อิตาเลียนหายากและทรงคุณค่าที่สุดจากทั่วโลก ทำให้งาน Anantara Concorso Roma ได้ก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็วในฐานะอีเวนต์ยานยนต์ระดับโลก ภายใต้การนำของ Jeremy Jackson-Sytner การกำกับดูแลของประธานคณะกรรมการตัดสิน Adolfo Orsi รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการบริการและการจัดงานในระดับมืออาชีพโดยทีมงาน Anantara Hotels & Resorts

พันธมิตรและผู้สนับสนุนงานประจำปี 2526

งานอนันตรา คอนคอร์โซ โรมา จัดขึ้นโดย อนันตรา โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ ร่วมกับ UBS (Union Bank of Switzerland) ณ โรงแรมอนันตรา ปาลาซโซ นายาดี โรม โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลัก อย่าง Richard Mille และ Lockton Wattana พร้อมการสนับสนุนจากพันธมิตรอย่าง Maserati, Schedoni Modena, RM Sotheby’s, American Express, Gulfstream, Sanlorenzo, Globeair, Tenute Lunelli, Whispering Angel, Veuve Clicquot, Lavazza, Acqua di Parma, Technogym, Renauld, CARS, Octane, Cover Car, Ripense, Antica Manifattura Cappelli, La Dolce Vita, FICOFI, Automobile Club D’Italia, ASI, Comune di Roma และ ACLI

วิลเลียม ไฮเน็ค (William E. Heinecke)  ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Minor International) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเครือโรงแรม อนันตรา รวมถึงนักสะสมผู้หลงใหลในรถคลาสสิกมาอย่างยาวนาน กล่าวว่า “งาน อนันตรา คอนคอร์โซ โรมา ครั้งปฐมฤกษ์ในสุดสัปดาห์นี้ นับเป็นความสำเร็จ เกินกว่าที่ผมเคยจินตนาการไว้สำหรับการเปิดตัว เราสามารถรวบรวมคอลเลคชั่นรถยนต์อิตาเลียนคลาสสิกที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่ยอดเยี่ยม และยังมีฉากหลังอันสมบูรณ์แบบของกรุงโรมภายใต้ท้องฟ้าสีครามที่แจ่มใสตลอดทั้งงาน ทุกองค์ประกอบล้วนทำให้งานครั้งนี้พิเศษอย่างแท้จริง”

เบนจามิน คาวาลลิ (Benjamin Cavalli) หัวหน้ากลยุทธ์ด้านลูกค้าของ UBS Global Wealth Management และ Co-Head EMEA OneUBS กล่าวว่า “UBS รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้สนับสนุนงานคอนคอร์โซครั้งปฐมฤกษ์นี้ นับเป็นงานที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ La Dolce Vita delle Automobili ได้อย่างงดงามที่สุด ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทีมงานอันยอดเยี่ยมของอนันตรา โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ รวมถึงกลุ่มพันธมิตรชั้นนำ ร่วมกันสร้างสรรค์การเฉลิมฉลองอันน่าจดจำเพื่อยกย่องมรดกแห่งยนตรกรรมและงานฝีมือระดับสูง สุดสัปดาห์ครั้งนี้นับเป็นช่วงเวลาอันโดดเด่นของกรุงโรม ที่ไม่เพียงสะท้อนศิลปะและคุณค่าเหนือกาลเวลาของรถยนต์อิตาเลียนเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือในการรังสรรค์ประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างแท้จริง”

อเลสซานโดร โอโนราโต (Alessandro Onorato) สมาชิกสภากรุงโรม ผู้รับผิดชอบด้านกีฬา การท่องเที่ยว แฟชั่น และมหกรรมระดับนานาชาติ กล่าวว่า “งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองความหรูหราเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิถีชีวิตแบบอิตาเลียนที่ผู้คนทั่วโลกชื่นชม อีกทั้งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ากิจกรรมระดับนานาชาติสามารถสร้างประโยชน์ที่แท้จริงและยั่งยืนให้แก่ชุมชนของเราได้อย่างไร ผ่านโครงการริเริ่มเช่นนี้ กรุงโรมกำลังตอกย้ำภาพลักษณ์บนเวทีโลก ในฐานะเมืองที่เปิดกว้าง เปี่ยมพลัง พร้อมต้อนรับการพัฒนา การลงทุน และความรับผิดชอบต่อสังคม”

หากต้องการติดตามข่าวสารในอนาคต สามารถลงทะเบียนรับจดหมายข่าวได้ที่ อนันตรา คอนคอร์โซ โรมา หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง Instagram @anantaraconcorsoroma หรือเว็บไซต์ www.anantaraconcorsoroma.com