อิสราเอลทำลาย สะพานหลักของเลบานอน สั่งรื้อบ้านติดชายแดน

อิสราเอลทำลาย สะพานหลักของเลบานอน สั่งรื้อบ้านติดชายแดน

23 มี.ค. 2569 00:19 น.

อิสราเอลทำลาย สะพานหลักของเลบานอน สั่งรื้อบ้านติดชายแดน

กองทัพอิสราเอลทำลายสะพานสายหลักที่เชื่อมโยงภาคใต้ของเลบานอนกับภูมิภาคอื่นๆ และกำลังเร่งรื้อบ้านของชาวเลบานอนบริเวณชายแดน อ้างเพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อชุมชนต่างๆ ของอิสราเอล

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 กองทัพอิสราเอลโจมตีสะพานหลักที่เชื่อมต่อพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนกับส่วนอื่นๆ ของประเทศแล้ว หลังจากได้รับคำสั่งให้ทำลายจุดข้ามแม่น้ำลิตานี (Litani River) ทั้งหมด และให้ยกระดับการรื้อถอนบ้านเรือนบริเวณใกล้ชายแดนทางตอนใต้ของเลบานอนด้วย

การทำลายสะพานและบ้านเรือนในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนครั้งสำคัญ หลังจากเลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามระดับภูมิภาคเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ยิงมิสไซล์เข้าไปในดินแดนของอิสราเอล เพื่อแสดงการสนับสนุนอิหร่าน ที่ถูกสหรัฐฯ กับอิสราเอลโจมตีไปก่อนหน้านั้น

ตามปกติแล้ว กฎหมายระหว่างประเทศสั่งห้ามกองทัพโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ซึ่งหัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในเลบานอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อำนาจสั่งอพยพผู้คนในเลบานอนเป็นวงกว้าง

การโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ได้ทำลายจุดข้ามบนทางหลวงเลียบชายฝั่งของเลบานอนซึ่งตัดผ่านพื้นที่เกษตรกรรม และถือเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างภาคใต้และภาคกลางของเลบานอนจนแหลกละเอียด

ทั้งนี้ โฆษกกองทัพอิสราเอลได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า กองทัพจะดำเนินการโจมตีสะพานดังกล่าว

ด้านนายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กองทัพได้รับคำสั่งให้ทำลายสะพานข้ามแม่น้ำลิตานีทุกแห่งที่ถูกใช้สำหรับ “กิจกรรมก่อการร้าย” เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์และอาวุธต่างๆ เคลื่อนย้ายลงมาทางใต้ได้

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลได้ทำลายสะพานในตอนใต้ของเลบานอนไปแล้ว 3 แห่งในช่วง 10 วันที่ผ่านมา

คัตซ์ยังระบุว่า กองทัพได้รับคำสั่งให้เร่งรัดการรื้อถอนบ้านเรือนของชาวเลบานอนใน “หมู่บ้านแนวหน้า” เพื่อกำจัดภัยคุกคามต่อชุมชนต่างๆ ของอิสราเอลด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้คนทั่วโลก เดินขบวนประท้วง ต่อต้านสงครามในอิหร่าน

ผู้คนทั่วโลก เดินขบวนประท้วง ต่อต้านสงครามในอิหร่าน

22 มี.ค. 2569 23:00 น.

ผู้คนทั่วโลก เดินขบวนประท้วง ต่อต้านสงครามในอิหร่าน

ประชาชนในหลายประเทศออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ซึ่งตอนนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกที่ออกมาเดินขบวนเพื่อแสดงพลังประท้วงต่อต้านการทำสงครามกับอิหร่านของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ที่ดำเนินมานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว และกำลังทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน และมีทีท่าว่าจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต

ประชาชนออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน ในกรุงเทลอาวิฟ ของอิสราเอล
ประชาชนออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน ในกรุงเทลอาวิฟ ของอิสราเอล

หนึ่งในผู้ที่ออกมาประท้วงคือชาวอิสราเอล โดยพวกเขาเดินขบวนในกรุงเทลอาวีฟ ผู้ประท้วงบางส่วนทาสีแดงลงบนฝ่ามือ ขณะที่คนอื่นๆ ชูป้ายข้อความมากมาย รวมถึงป้ายที่เขียนว่า “หยุดสงคราม” และ “ระงับการส่งอาวุธเดี๋ยวนี้” นอกจากนั้น ยังมีผู้ถือป้ายที่ทำเองพร้อมข้อความต่างๆ เช่น “สหรัฐฯ และอิสราเอล = กลุ่มอักษะแห่งความชั่วร้าย”

ที่สหราชอาณาจักร มีผู้ออกมาเดินขบวนประท้วงตามท้องถนนในกรุงลอนดอนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) พร้อมชูป้ายข้อความว่า “หยุดสงครามของทรัมป์” และ “หยุดทิ้งระเบิดอิหร่าน” โดยบางส่วนได้รวมตัวกันที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ซึ่งเป็นทำเนียบพักอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี

กลุ่มผู้ชุมนุมถือป้ายประท้วงที่หน้าฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด”ของอังกฤษ
กลุ่มผู้ชุมนุมถือป้ายประท้วงที่หน้าฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด”ของอังกฤษ

ส่วนที่ฐานทัพอากาศ “แฟร์ฟอร์ด” (Fairford) ในกลอสเตอร์เชอร์ ซึ่งเป็นฐานทัพที่เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ใช้งานด้วยนั้น กลุ่มผู้ประท้วงได้ถือโปสเตอร์ที่มีข้อความว่า “อย่าแตะต้องอิหร่าน”, “หยุดฆ่าคนได้แล้ว” และ “วันนี้คุณช่วยฆ่าเด็กไปกี่คนแล้ว?” มารวมตัวกันอยู่

ที่เยอรมนี มีฝูงชนจำนวนมากออกมาประท้วงในกรุงเบอร์ลินเมื่อวานนี้ ณ จุดรำลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตจากการโจมตีโรงเรียนประถมในอิหร่านในช่วงเริ่มสงคราม มีป้ายข้อความระบุว่า “เด็กหญิงตัวน้อย 168 คน ถูกสังหารโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล”

ผู้ประท้วงรายหนึ่งกล่าวว่า “พวกเขาไม่ได้เล่นตามกติกา เหมือนกับที่เคยทำในช่วงสงครามอิรัก สหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศมานานแล้ว และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสถานการณ์มีแต่จะแย่ลง ตัวอย่างล่าสุดเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านี่คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างหน้าไม่อาย”

ผู้คนรวมตัวในกรุงมาดริดของสเปน เพื่อประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน
ผู้คนรวมตัวในกรุงมาดริดของสเปน เพื่อประท้วงต่อต้านสงครามอิหร่าน

ที่สเปน มีผู้ประท้วงมารวมตัวกันในกรุงมาดริด โดยถือป้ายแบนเนอร์ที่มีข้อความว่า “ไม่เอาสงคราม” และ “สันติภาพ” โดยมีผู้คนจำนวนมากโบกธงปาเลสไตน์ร่วมด้วย

ขณะที่ในอินเดีย ก็มีชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ออกมาชุมนุมกันตามท้องถนนในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียบริหาร พร้อมถือภาพเหมือนของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่าน และต่างสวมชุดสีดำเพื่อเป็นการไว้อาลัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐาน “อย่างไม่อาจฟื้นคืน” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

อิหร่านลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐาน “อย่างไม่อาจฟื้นคืน” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

22 มี.ค. 2569 22:17 น.

อิหร่านลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐาน “อย่างไม่อาจฟื้นคืน” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

อิหร่านประกาศลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานในตะวันออกกลางอย่างไม่อาจฟื้นคืน หากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านตามคำขู่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยื่นคำขาดให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชม.

เมื่อ 22 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่และสื่อของรัฐบาลอิหร่านออกมาประกาศกร้าวว่า อิหร่านจะดำเนินการตอบโต้ทั่วทั้งภูมิภาค หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ตามที่ตัวเขาพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้

ความเคลื่อนไหวของอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) ทรัมป์ยื่นคำขาดว่า เขาจะสั่งให้กองทัพทิ้งระเบิดทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดให้เรือขนส่งผ่านได้อย่างเต็มที่ภายใน 48 ชั่วโมง

แม้เมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.) ประธานาธิบดีทรัมป์จะบอกว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเริ่มลดระดับลงแล้ว แต่คำขู่ของเขาและการตอบโต้จากอิหร่านบ่งชี้ว่า สิ่งอำนวยความสะดวกภาคพลเรือนทั่วตะวันออกกลาง อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมากขึ้นในสัปดาห์หน้า

นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ว่า โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในตะวันออกกลางอาจถูก “ทำลายอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้” หากโรงไฟฟ้าของอิหร่านตกเป็นเป้าหมาย

นายกาลิบาฟบอกอีกว่า โครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคจะกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” ทันทีหากฐานที่มั่นของอิหร่านถูกโจมตี และการตอบโต้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นเวลานาน

ด้านสำนักข่าว “เมห์ร” (Mehr) สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน เผยแพร่แผนที่โรงไฟฟ้าในอ่าวเปอร์เซียพร้อมคำเตือนว่า “เตรียมบอกลาไฟฟ้าได้เลย” หากทรัมป์ทำตามคำขู่

“ในกรณีที่มีการโจมตีเพียงเล็กน้อยต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของอิหร่าน ทั้งภูมิภาคจะตกอยู่ในความมืดมิด… โรงไฟฟ้าหลัก 70% ถึง 80% ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย… ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระยะการป้องปรามของอิหร่าน”

ทางด้านสำนักข่าว Nour news ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสภาความมั่นคงสูงสุดแห่งชาติของอิหร่าน ระบุว่าคำขู่ของทรัมป์ไม่ใช่การแสดงความแข็งแกร่ง แต่เป็นการเปิดเผยจุดอ่อนของสหรัฐฯ แม้จะมีการกล่าวอ้างเรื่องความเป็นอิสระทางพลังงานก็ตาม

Nour news เสริมอีกว่า “การยกระดับความรุนแรงใดๆ จะกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้แบบหลายชั้นจากอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินในภูมิภาค และก่อให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง”

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกองทัพอิหร่านยังได้แสดงท่าทีท้าทายว่า “หลักการของกองทัพเราได้เปลี่ยนจาก ‘เชิงรับ’ เป็น ‘เชิงรุก’ แล้ว และกำลังจะมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ ตามมา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในกาตาร์ ดับยกลำ 7 ศพ คาดขัดข้องทางเทคนิค

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในกาตาร์ ดับยกลำ 7 ศพ คาดขัดข้องทางเทคนิค

22 มี.ค. 2569 21:53 น.

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในกาตาร์ ดับยกลำ 7 ศพ คาดขัดข้องทางเทคนิค

เฮลิคอปเตอร์ทหารตกในประเทศกาตาร์ ระหว่างปฏิบัติการฝึกซ้อม ส่งผลให้คนบนเครื่องทั้งหมด 7 รายเสียชีวิตทั้งหมด ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากความขัดข้องทางเทคนิค

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ทหารตกในน่านน้ำของกาตาร์ระหว่างการฝึกซ้อมทางทหาร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค. 2569 ส่งผลให้ผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 7 รายเสียชีวิตทั้งหมด โดยมีสาเหตุมาจากความขัดข้องทางเทคนิค

ทางการกาตาร์และตุรกีให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกาตาร์ 4 นาย, ทหารชาวตุรกี 1 นาย และช่างเทคนิคจากบริษัทด้านการป้องกันของตุรกีอีก 2 นาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงในการตกของเฮลิคอปเตอร์ลำนี้

อนึ่ง ตุรกีมีฐานทัพตั้งอยู่ในกาตาร์ภายใต้ข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศที่ทั้งสองลงนามร่วมกันในปี 2557

กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์ระบุในแถลงการณ์ว่า พบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายแล้ว พร้อมทั้งขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อครอบครัวของผู้ประสบภัย

ทางด้านกระทรวงกลาโหมของตุรกีเปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ทหารของกาตาร์ลำดังกล่าวอยู่ระหว่าง “การปฏิบัติภารกิจฝึกซ้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองบัญชาการกองกำลังร่วมกาตาร์-ตุรกี”

กระทรวงกลาโหมตุรกีระบุเพิ่มเติมว่า ช่างเทคนิคทั้งสองรายมาจากบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ Aselsan โดยทางการกาตาร์จะเป็นผู้สรุปสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกในครั้งนี้ต่อไป

ทั้งนี้ เหตุเฮลิคอปเตอร์ตกครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างกว้างขวาง ขณะที่ทางเตหะรานก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและรัฐพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซียเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

พม. เปิด ‘มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569’ เปิดพื้นที่โชว์อัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน – ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความยั่งยืน

พม. เปิด ‘มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569’ เปิดพื้นที่โชว์อัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน - ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความยั่งยืน

พม. เปิด ‘มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569’ เปิดพื้นที่โชว์อัตลักษณ์ 10 ชาติพันธุ์ เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน – ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่ความยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 มีนาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “เส้นทางพระราชา พัฒนาสายใยถัก อัตลักษณ์ วิถีชาติพันธุ์ ผลักดันสวัสดิการยั่งยืน” โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ นายศราวุธ มูลโพธิ์ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พม. ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมในพิธี ที่พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ราษฎรบนพื้นที่สูง สวนล้านนา ร.9 จังหวัดเชียงใหม่

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า กระทรวง พม. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมบนพื้นฐานของความหลากหลายทางวัฒนธรรม มุ่งส่งเสริมให้กลุ่มชาติพันธุ์สามารถดำรงวิถีชีวิตตามอัตลักษณ์ของตนเอง ควบคู่กับการเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และโอกาสทางสังคมอย่างเท่าเทียม พร้อมชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสืบสานและเผยแพร่วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ให้คงอยู่และเกิดคุณค่าในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

นายกันตพงศ์ กล่าวต่อไปว่า การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ ภายใต้ “เป้าหมายเดียวกัน” คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของประเทศไทย

นายกันตพงศ์ เปิดเผยว่า สำหรับภายในงาน ได้รวบรวมอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของ 10 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ กะเหรี่ยง ขมุ ถิ่นหรือมัลปรัย ม้ง อิ้วเมี่ยนหรือเย้า ลัวะหรือละว้า ลาหู่หรือมูเซอ ลีซูหรือลีซอ อ่าข่าหรืออีก้อ และมละบริ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายตลอด 3 วัน ทั้งนิทรรศการพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูง การจำลองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน กิจกรรมเสวนา และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน รวมถึงกิจกรรม “จับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching)” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชุมชนบนพื้นที่สูงได้เชื่อมโยงตลาด สร้างเครือข่ายทางการค้า และต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่การแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ นิทรรศการ “กาแฟของพ่อ ผ้าทอของแม่” ที่ถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ ผ้าทอ เครื่องแต่งกาย งานหัตถกรรม เครื่องเงิน กาแฟ อาหาร และเครื่องดื่มพื้นถิ่น รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติจริง

“งานมหกรรมชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 2569 แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสืบทอดวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ เชื่อมโยงจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อฟื้นฟู อนุรักษ์ และต่อยอดอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ ให้เกิดคุณค่าทางสังคม และเป็นมรดกภูมิปัญญาที่สำคัญของประเทศต่อไป” นายกันตพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย ‘MDGT’ รุ่นล่าสุด

KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย 'MDGT' รุ่นล่าสุด

KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย ‘MDGT’ รุ่นล่าสุด

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด (KEMREX) ผู้นำด้านนวัตกรรมฐานรากเข็มเหล็ก จัดงานภายใต้แนวคิด “Beyond 300 Million : Genuine Trust, Solid Foundation” ณ KEMREX Hall @ Sukhumvit 101 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ พิธีรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance) วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาท จาก Allianz Ayudhya ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของบริษัท พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็ก “MDGT” ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานหน้างานก่อสร้าง

การรับมอบกรมธรรม์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณนนท์วริศ สมฤทธิ์ฐิติกุล ตัวแทนจาก Allianz Ayudhya เป็นผู้ส่งมอบ โดยการยกระดับวงเงินความคุ้มครองของบริษัทอย่างต่อเนื่องจาก 100 ล้านบาท สู่ 200 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านบาทในปัจจุบัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทประกันภัยระดับโลกต่อมาตรฐานผลิตภัณฑ์และระบบการดำเนินงานของ KEMREX ซึ่งมีประวัติการดำเนินงานที่โดดเด่นและ ไม่เคยมีประวัติการเคลมความเสียหายจากผลิตภัณฑ์ (Zero Claim History)

ภายในงานยังมีการเสวนาเกี่ยวกับมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นครินทร์ ศรีสุวรรณ นักวิจัยจากสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ร่วมให้ข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับการทดสอบความแข็งแรงและมาตรฐานความปลอดภัยของระบบฐานราก เพื่อยืนยันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบตามหลักวิศวกรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือการเปิดตัว “MDGT” นวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็กที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง KEMREX และ บริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด (บริษัทในเครือสุธีกรุ๊ป) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรถบรรทุกเฉพาะทางและรถแทงเกอร์สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดย คุณประดิษฐ์ ธรรมมนุญกุล ผู้บริหารจากบริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด ได้ร่วมบรรยายถึงสมรรถนะของรถติดตั้งที่ถูกออกแบบ “โดยคนไทย เพื่อหน้างานไทยโดยเฉพาะ” ซึ่งสามารถรองรับการทำงานที่สูงขึ้น เร็วขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหน้างานได้มากถึง 30%

คุณประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด กล่าวว่า “การรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาทในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของ KEMREX ขณะเดียวกัน การเปิดตัวรถติดตั้งเข็มเหล็ก MDGT ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงตัวผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมถึงเครื่องมือและกระบวนการติดตั้งทั้งหมด เพื่อยกระดับมาตรฐานงานฐานรากของไทย และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและลูกค้าในทุกโครงการ”

บทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ‘งามแม้เดือนเหมือนดวงจันทร์งาม’ ชะตาฟ้า พระองค์จักรฯ

บทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ 'งามแม้เดือนเหมือนดวงจันทร์งาม' ชะตาฟ้า พระองค์จักรฯ

บทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ‘งามแม้เดือนเหมือนดวงจันทร์งาม’ ชะตาฟ้า พระองค์จักรฯ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.02 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ หรือพระองค์จักรฯ (เดิมคือหม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์) ทรงถวายงานแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาโดยตลอด นับตั้งแต่รัชกาลที่ 9 ยังทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระอนุชาธิราช

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ

พระองค์จักรฯ ทรงเป็นพระสหายในรัชกาลที่ 9 และทรงถวายงานต่าง ๆ ทั้งในด้านเกษตรกรรม งานบริหารประเทศตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ งานในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ งานองคมนตรี และงานมูลนิธิชัยพัฒนา จวบจนพระองค์จักรฯ สิ้นพระชนม์ เมื่อปี พ.ศ. 2536

พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล

หม่อมอัญวิดา-พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ณ อยุธยา

พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์-หม่อมอัญวิดา ยุคล ณ อยุธยา และ ม.ร.ว.เบญจมาศ ไกรฤกษ์

พระองค์จักรฯ ทรงพระปรีชาในหลากหลายด้าน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หลงใหลในเสียงเพลงต่างรู้จักพระองค์เป็นอย่างดีในฐานะนักประพันธ์เพลง จนกล่าวว่าเพลงพระองค์จักรฯ มีความไพเราะและนับได้ว่าเป็นอมตะ โดยแบ่งได้เป็นเพลงที่ทรงนิพนธ์คำร้องถวายในบทเพลงพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 9 อาทิ แสงเทียน, ยามเย็น, สายฝน, เทวาพาคู่ฝัน, แก้วตาขวัญใจ, ลมหนาว, แสงเดือน, ยิ้มสู้, พรปีใหม่, Lullaby, Still on my mind เป็นต้น

พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์-หม่อมอัญวิดา ยุคล ณ อยุธยา และ ม.ร.ว.ภวรี สุชีวะ

ม.ร.ว.เบญจมาศ ไกรฤกษ์

และยังทรงนิพนธ์บทเพลงให้วงสุนทราภรณ์อีกนับ 100 เพลง อาทิ ชะตาฟ้า พร่ำรัก ฝากรัก จากรัก สวนรัก ขยี้ใจ ดาวดล เกาะสวรรค์ กล่อมสาวงาม เธอนะเธอ หลงคอย รำวงชาวทะเล เป็นต้น และยังมีเพลงประกอบภาพยนตร์และเพลงประกอบอุปรากร อาทิ นันทาเทวี ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล คณะอัศวินการละคร และเพลงร่มเกล้า ในภาพยนตร์เรื่อง เงิน เงิน เงิน ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ แห่งละโว้ภาพยนตร์

ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ กับลูกสาว นันทมาลี ภิรมย์ภักดี

ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน

คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน,อาสา-ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน และศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ 

ครอบครัวไกรฤกษ์ ม.ร.ว.เบญจาภา-ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์, ทิพยนิภา สมะลาภา และครอบครัวลูกชายคนกลาง เพิ่มศักดิ์- อชิรญา-คนธี-สุธีสันต์-ภัททิย ไกรฤกษ์

นอกจากนั้น ยังทรงนิพนธ์เพลงประจำคณะ และเพลงมหาวิทยาลัย อาทิ มาร์ชเกษตรศาสตร์ รำวงเกษตร รำวงรัฐศาสตร์ จุฬาฯ บันเทิง และจุฬาฯ แซมบา เป็นต้น

คุณหญิงกษมา วรวรรณ

อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์

ศักดิ์ทิพย์ กับลูกสาว ทิพยนิภา สมะลาภา

เมื่อค่ำวันที่ 21 มีนาคม 2569 ทายาทของพระองค์จักรฯ จัดงาน The Lyrics and melodies of Prince Chakrabandh Pensiri ณ บ้านทับเลน Agalin Garden Room สำโรงเหนือ เพื่อรำลึกถึงบทเพลงพระนิพนธ์ในพระองค์จักรฯ และหาเงินสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์

กุณฑิกา ไกรฤกษ์

นันทมาลี ภิรมย์ภักดี,คลาวเดีย จักรพันธุ์ และเพิ่มศักดิ์-อภิชญา ไกรฤกษ์

ทิพยนิภา สมะลาภา,เพิ่มศักดิ์-ม.ร.ว.เบญจมาศ ไกรฤกษ์

คลาวเดีย จักรพันธุ์

ในงานนี้ พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เสด็จร่วมงานพร้อมหม่อมอัญวิญา ยุคล ณ อยุธยา และยังมีแขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่มากมายไปร่วมงานด้วย อาทิ อาสา-ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน ท่านผู้หญิงมณฑินี  มงคลนาวิน คุณหญิงกษมา วรวรรษ ณ อยุธยา คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน อรนุช โอสถานนท์ กังสดาร-ศ. (เกียรติคุณ) วัลลภา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อติพร เสนะวงศ์ ทญ. พิมสวาท วัฒนศิริโรจน์  เป็นต้น

ส่วนนักร้องคือทายาทพระองค์จักรฯ เช่น ม.ร.ว. มาลินี จักรพันธ์ุ, ม.ร.ว. เบญจาภา ไกรกฤษ์, ทิพยนิภา สมะลาภา, เพิ่มศักดิ์-คนที-สุธีสันต์-ภัททิย ไกรกฤษ์, คลาวเดีย จักรพันธ์ุ ณ อยุธยา, วรณัน ภิรมย์ภักดีล อรพิม ปลื้มอารมณ์, น.พ. ภาสนันต์ สุคันธนาค และนักร้องกิตติมศักดิ๋ เช่น วิสาขา ภูมิรัตน, รวมพร เกตุทัต, กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ อภิชาติ อินทรวิศิษฎ์ พร้อมนักดนตรีกิตติมศักดิ์ คือ วินท์ โอสถานนท์ และ พงศธร สุรภาพ สำหรับเจ้าของสถานที่จัดงานสุดแสนโรแมนติกคือ อำนาจ คีตพรรณา สถาปนิกชื่อดังของไทย

วิธีรับมือสิวอักเสบแบบเร่งด่วน ลดบวม แดง เจ็บ ให้ไวที่สุด

วิธีรับมือสิวอักเสบแบบเร่งด่วน ลดบวม แดง เจ็บ ให้ไวที่สุด

วิธีรับมือสิวอักเสบแบบเร่งด่วน ลดบวม แดง เจ็บ ให้ไวที่สุด

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.30 น.

สิวอักเสบ ยิ่งบีบยิ่งเจ็บ ยิ่งปกปิดก็ยิ่งเห็นชัด และแน่นอนว่าไม่มีใครอยากปล่อยให้มันบวมอยู่บนหน้าไปอีกหลายวัน แต่มีหลายคนพลาดตั้งแต่นาทีแรกเพราะเผลอบีบ เผลอแต้มยามั่วๆ หรือใช้สกินแคร์แรงเกินไป จนจากสิวเม็ดเล็กๆ กลายเป็นรอยดำหรือรอยแผลเป็น ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถรักษาสิวอักเสบให้ยุบลงไวได้แบบไม่ต้องลองผิดลองถูก บทความนี้จึงจะพาไปดูวิธีรับมือกับสิวอักเสบแบบเร่งด่วนไปจนถึงข้อควรระวังที่หลายคนมองข้าม เพื่อให้คุณจัดการสิวอักเสบได้แบบไม่ทำร้ายผิวค่ะ

สิวอักเสบคืออะไร ทำไมถึงบวม แดง และเจ็บมากกว่าสิวทั่วไป

ก่อนจะหาวิธีลดบวมให้ไว เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่าสิวอักเสบไม่ได้เป็นแค่สิวเม็ดใหญ่ธรรมดาๆ แต่มันคือกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในรูขุมขน เมื่อมีการอุดตันร่วมกับการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes ทำให้ร่างกายส่งเม็ดเลือดขาวเข้ามาจัดการ ผลลัพธ์คือ บวม แดง ร้อน และเจ็บ หากเทียบกับสิวอุดตันจะมีความแตกต่างดังนี้

●      สิวอุดตัน (Comedones) คือการอุดตันของไขมันและเซลล์ผิวในรูขุมขน ยังไม่มีการอักเสบชัดเจน อาจเห็นเป็นสิวหัวขาวหรือสิวหัวดำ กดแล้วไม่ค่อยเจ็บ

●      สิวอักเสบ (Inflammatory acne) คือขั้นต่อมาหลังการอุดตัน เมื่อเกิดการติดเชื้อและกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงเห็นเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองใต้ผิว

ความต่างที่เห็นได้ชัดคือระดับการอักเสบค่ะ สิวอุดตันอาจยังแต่งหน้ากลบได้ แต่สิวอักเสบจะทั้งนูน ทั้งแดง กดแล้วสะดุ้ง ซึ่งถ้าดูแลไม่ดีอาจทิ้งรอยดำหรือแม้แต่หลุมสิวได้ เพราะฉะนั้นการรักษาสิวอักเสบต้องเน้นลดการอักเสบก่อน ไม่ใช่รีบเคลียร์ผิวอย่างเดียว

ทำไมสิวอักเสบถึงกดแล้วเจ็บ

หากกดสิวแล้วเจ็บอาจเป็นเพราะสิวอักเสบชนิดลึก เช่น Nodular acne หรือ Cystic acne มีการอักเสบอยู่ลึกในชั้นหนังแท้ (Dermis) ใกล้ปลายประสาทรับความรู้สึก เมื่อเนื้อเยื่อบวมจากของเหลวและเซลล์อักเสบ แรงดันภายในผิวจะเพิ่มขึ้น จึงทำให้เกิดอาการปวด ตึง และเจ็บมากกว่าสิวทั่วไป

อีกปัจจัยหนึ่งคือตำแหน่ง เช่น บริเวณกราม คาง หรือแก้มส่วนล่าง ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ทำให้สิวมีแนวโน้มอักเสบรุนแรงและเจ็บมากกว่า ดังนั้น ถ้าสิวเม็ดไหนปวดมาก กดไม่ลง ไม่มีหัวชัดๆ นั่นอาจไม่ใช่สิวที่ควรบีบเองนะคะ ยิ่งกระตุ้น ยิ่งเสี่ยงอักเสบลุกลามและทิ้งรอย

สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกว่าสิวกำลังอักเสบ

ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ลดการกระตุ้นการอักเสบ

เลือกคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน ค่า pH ใกล้เคียงผิว (ประมาณ 5.5) ไม่มีแอลกอฮอล์หรือสารระคายเคืองสูง ล้างด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนจัด เพราะความร้อนจะกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้รอยแดงชัดขึ้น และที่สำคัญคือห้ามถูแรง ห้ามสครับ ห้ามขัด เพราะแรงเสียดสีจะยิ่งกระตุ้น inflammatory response ทำให้สิวอักเสบบวมเร็วกว่าเดิมได้

ประคบเย็นช่วยลดบวมได้จริงไหม

ช่วยได้ในระดับหนึ่งโดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นที่ยังไม่มีหนอง การประคบเย็น (แนะนำให้ใช้ผ้าสะอาดห่อเจลเย็นหรือผ้าชุบน้ำเย็น บิดหมาด) ประมาณ 5-10 นาที จะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวม และบรรเทาความเจ็บจากแรงดันใต้ผิว เนื่องจากความเย็นช่วยลดการไหลเวียนเลือดเฉพาะจุดชั่วคราว จึงลดอาการแดงได้บ้าง แต่ไม่ใช่วิธีรักษาสิวอักเสบโดยตรง เป็นเพียงการบรรเทาอาการระยะสั้นๆ และอย่าวางน้ำแข็งลงบนผิวตรงๆ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิด cold burn ได้ค่ะ

หยุดพฤติกรรมที่ทำให้สิวเห่อหนักขึ้น

●      เอามือจับหน้าโดยไม่รู้ตัว

●      กด บีบ คลำสิวเล่น

●      แต้มยาหลายตัวพร้อมกันแบบไม่ดูส่วนผสม

●      นอนดึก เครียดจัด

●      แต่งหน้าหนาแล้วไม่ล้างให้สะอาด

ทุกอย่างข้างต้นล้วนกระตุ้นการอักเสบเพิ่มขึ้นได้ค่ะ โดยเฉพาะการบีบสิวที่ยังไม่มีหัวเพราะจะดันการอักเสบลึกลงไปในชั้นผิว เสี่ยงเกิดรอยดำหรือแผลเป็นได้

วิธีลดบวม แดง เจ็บ แบบเร่งด่วน ทำได้เองที่บ้าน

เลือกใช้ยาทาสิวประเภทไหนช่วยลดอักเสบเร็ว

การเลือกยาทาให้เหมาะกับชนิดของสิวสำคัญมากค่ะ โดยเฉพาะสิวอักเสบที่มีอาการแดง บวม หรือมีหนอง ซึ่งกลุ่มที่นิยมใช้และมีข้อมูลทางการแพทย์รองรับ ได้แก่

●      Benzoyl Peroxide (BP) ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes และลดการอักเสบ เหมาะกับสิวอักเสบที่เริ่มมีหัวหรือกำลังบวมแดง

●      Topical Antibiotics เช่น Clindamycin ใช้ในกรณีที่มีการอักเสบมาก ควรใช้ภายใต้คำแนะนำแพทย์เพื่อลดปัญหาดื้อยา

●      Adapalene (กลุ่ม Retinoid รุ่นใหม่) ช่วยลดการอุดตันและควบคุมการอักเสบในระยะยาว เหมาะกับคนที่เป็นสิวซ้ำๆ

สิ่งสำคัญในการแต้มสิวคือแต้มเฉพาะจุด ไม่ต้องทาทั่วหน้า และเริ่มจากความเข้มข้นต่ำก่อนเสมอ แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ เจ็บมาก ไม่มีหัว และบวมแข็ง อาจไม่ตอบสนองกับยาทาทั่วไปเร็วเท่าที่หวัง กรณีนี้บางคนอาจต้องพบแพทย์เพื่อพิจารณาวิธีรักษาอื่น เช่น การฉีดสิวค่ะ

ควรแต้มสิวบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล

หลายคนคิดว่าแต้มสิวบ่อยๆ จะหายเร็วขึ้น แต่จริงๆ คือไม่ใช่เลย โดยทั่วไปยาทาสิวส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้วันละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวยา การแต้มถี่เกินไปอาจทำให้ผิวแห้ง ลอก แสบ และกระตุ้นการอักเสบเพิ่มได้ แต่ถ้าใช้แล้วแสบมาก ผื่นขึ้น หรือแดงจนลุกลาม ควรหยุดใช้และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญค่ะ

อะไรบ้างที่ไม่ควรเอามาแต้มสิว

สิ่งที่ไม่ควรเอามาแต้มสิวอักเสบ เช่น

●      ยาสีฟัน

●      แอลกอฮอล์เข้มข้น

●      น้ำมะนาว

●      สมุนไพรที่ไม่ผ่านการทดสอบการระคายเคือง

●      สเตียรอยด์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

แม้บางอย่างทาแล้วจะรู้สึกว่าสิวแห้งเร็ว แต่จริงๆ แล้วอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น เกิดรอยดำหลังการอักเสบตามมาได้ค่ะ

ถ้าอยากให้สิวหายไวขึ้น ควรเลี่ยงอะไรบ้าง

อาหารที่อาจกระตุ้นการอักเสบ

เรื่องอาหารกับสิวอักเสบยังมีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลปัจจุบันพบว่าอาหารบางอย่างอาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบและการทำงานของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน เช่น

●      อาหารที่มีน้ำตาลสูง / ค่า Glycemic Index สูง (ขนมหวาน น้ำหวาน เบเกอรี่)

●      นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิด

●      อาหารแปรรูป ไขมันทรานส์

กลไกหนึ่งที่พูดถึงบ่อยคือการกระตุ้นฮอร์โมนอินซูลินและ IGF-1 ซึ่งมีผลต่อการผลิตน้ำมัน (sebum) และการอุดตันของรูขุมขน ไม่ได้แปลว่าต้องงดทุกอย่างแบบเคร่งครัด แต่ถ้าช่วงไหนสิวอักเสบกำลังเห่อ ลองลดของหวาน ของมันจัดๆ ลงชั่วคราว แล้วเน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีนคุณภาพดี จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวไวขึ้นค่ะ

การแต่งหน้าระหว่างเป็นสิวอักเสบ

เข้าใจเลยค่ะว่าเป็นสิวอักเสบแล้วอยากปกปิด โดยเฉพาะวันทำงานหรือมีนัดสำคัญ แต่งได้ไหม? ได้ค่ะ แต่ต้องเลือกให้ถูก เช่น

●      เลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่า non-comedogenic

●      หลีกเลี่ยงรองพื้นที่หนาและอุดตันง่าย

●      อย่าใช้แปรงหรือพัฟสกปรก

●      ล้างหน้าให้สะอาดแบบ Double cleansing อย่างอ่อนโยน

สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการโบกคอนซีลเลอร์ซ้ำๆ จนต้องกดถูผิวแรงๆ เพราะแรงเสียดสีจะกระตุ้นการอักเสบเพิ่ม

การพักผ่อนและความเครียดมีผลแค่ไหน

มีผลมากกว่าที่คิดค่ะ เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งมีผลกระตุ้นต่อมไขมันและส่งเสริมกระบวนการอักเสบในร่างกาย หากนอนดึกติดต่อกันหลายคืน ภูมิคุ้มกันผิวก็อาจอ่อนแอลง ผลคือสิวอักเสบอาจหายช้าลงหรือขึ้นซ้ำที่เดิมบ่อยขึ้น เพราะฉะนั้นควรปรับการใช้ชีวิตให้สมดุลขึ้น เช่น นอนให้ได้ 6- 8 ชั่วโมง ลดหน้าจอก่อนนอน หรือออกกำลังกายเบาๆ อาจดูไม่เกี่ยวกับสิวโดยตรงแต่ในภาพรวมแล้วช่วยให้การอักเสบในร่างกายลดลงได้ค่ะ

การรับมือกับสิวอักเสบให้ได้ผลอยู่ที่การลดการอักเสบอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น ทั้งดูแลผิวอย่างอ่อนโยน เลือกใช้ตัวยาที่เหมาะสม เลี่ยงพฤติกรรมกระตุ้น และปรับไลฟ์สไตล์ให้สมดุล เมื่อคุมการอักเสบได้เร็ว โอกาสเกิดรอยดำหรือแผลเป็นก็ลดลงตามไปด้วยค่ะ แต่หากสิวมีลักษณะบวมรุนแรง เจ็บมาก ขึ้นซ้ำบ่อย หรือทิ้งรอยชัด ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินและเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมต่อไป จะได้ดูแลผิวได้ตรงจุดและปลอดภัยในระยะยาวค่ะ

‘แนวหน้า’ คว้ารางวัล ‘คนดีประเทศไทย’ สาขาสื่อสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย

‘แนวหน้า’ คว้ารางวัล ‘คนดีประเทศไทย’ สาขาสื่อสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย

‘แนวหน้า’ คว้ารางวัล ‘คนดีประเทศไทย’ สาขาสื่อสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.34 น.

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) : มูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) ร่วมกับ สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย โดย นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ ประธาน และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ จัดงานมอบรางวัล “คนดีประเทศไทย” ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 เพื่อยกย่องบุคคลต้นแบบใน 2 สาขาสำคัญ ได้แก่ สาขาประชาชน ช่วยเหลือสังคม และสาขาสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชนไทย มุ่งเน้นการส่งเสริมบทบาทของสื่อมวลชนในการนำเสนอเนื้อหาด้านการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศ ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 16 อาคาร CP All Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม)

การมอบรางวัลในปีนี้ คณะกรรมการพิจารณามีมติคัดเลือกให้ หนังสือพิมพ์แนวหน้า เข้ารับ รางวัลคนดีประเทศไทย ประจำปี 2569 สาขาสื่อสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องความมุ่งมั่นของทีมข่าว หนังสือพิมพ์ ในการนำเสนอข่าวเพื่อหล่อหลอมเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในทุกมิติ ทั้งในด้านการศึกษาและการสร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะการพัฒนาและสร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนไทยที่เป็นอนาคตของชาติมาอย่างต่อเนื่อง

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ ประธานมูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) และนายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ยังคงมุ่งย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริม “คนดี” ในทุกมิติของสังคม ทั้งประชาชนผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม และสื่อมวลชนที่มีบทบาทในการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาคนและการสร้างอนาคตของประเทศ พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นถึงบทบาทของสื่อมวลชนในยุคปัจจุบันที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำเสนอข่าวสาร แต่เป็นพลังสำคัญในการจุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงความรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพของสังคมในอนาคต

“การให้ความรู้ คือการให้โอกาสที่ไม่มีวันหมดอายุ สื่อมวลชนจึงเปรียบเสมือนสะพานสำคัญที่เชื่อมโยงความรู้ไปสู่เยาวชน และช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายศิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติม

รางวัลคนดีประเทศไทย ประจำปี 2569 สาขา “สื่อสารสร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชนไทย” ได้มอบให้แก่สื่อมวลชนและผู้ผลิตคอนเทนต์คุณภาพจากหลากหลายแพลตฟอร์ม ที่มีบทบาทในการนำเสนอเนื้อหาด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ ครอบคลุมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ รายการทางช่อง YouTube และ Influencer สะท้อนถึงพลังของการสื่อสารในยุคดิจิทัลที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง

รางวัลคนดีประเทศไทย ประจำปี 2569 สาขาประชาชน ช่วยเหลือสังคม 4 รางวัล ได้แก่ นายธีระศักดิ์ วงศ์สูงเนิน พนักงานรถไฟ พลเมืองดีช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุรถไฟ จากเหตุการณ์เครนหล่นทับ ณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา, นายสมใจ ด้วงช้าง พลเมืองดีช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุรถไฟ จากเหตุการณ์เครนหล่นทับ ณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา, นายพงศ์นริศร์ ภาสินีนนท์ พลเมืองดีให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และนายจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา พลเมืองดีช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ จากภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์

รางวัล “คนดีประเทศไทย ประจำปี 2569” สาขาสื่อมวลชน สื่อสารสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย 24 รางวัล ได้แก่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, หนังสือพิมพ์แนวหน้า, คอลัมน์ การศึกษา – วัฒนธรรม ผู้จัดการออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา มติชนออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา ข่าวสดออนไลน์, คอลัมน์ Education  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา บ้านเมืองออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา สยามรัฐออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา-กทม. สยามธุรกิจออนไลน์, คอลัมน์ ข่าวการศึกษา-ศาสนา เดลินิวส์ออนไลน์, คอลัมน์ คลังศึกษา สำนักข่าวเดอะไทยเพรส, คอลัมน์ ข่าวการศึกษา ครูบ้านนอกดอทคอม, คอลัมน์ การศึกษา Workpoint Today, คอลัมน์ Education The MATTER, คอลัมน์ Knowledge The Reporters, เว็บไซต์ Eduzones, เพจอีจัน, เพจ Admission Premium, เพจ นี่หรือนักศึกษา, เพจ TheStudyTH , เพจ Dek-D.COM – เด็กดีดอทคอม, Youtube ช่อง ATIME Do Dee รายการใต้โต๊ะวิทยา และTIKTOK : Su Backpacker ครูสุอาสา

ทั้งนี้ ซีพี ออลล์ ยังคงให้การสนับสนุนการจัดงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย “DNA ความดี 24 ชั่วโมง” ที่มุ่งปลูกฝังและส่งเสริมการทำความดีในทุกระดับของสังคม โดยเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนด้านการศึกษาและเยาวชน คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดในการสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมมุ่งหวังให้รางวัลนี้เป็นเวทีแห่งการจุดประกายโอกาส สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อพลังแห่งการเรียนรู้สู่เยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเยาวชนในวันนี้ คืออนาคตของประเทศในวันหน้า และการศึกษา คือพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

คุณแหน : 23 มีนาคม 2569

คุณแหน : 23 มีนาคม 2569

คุณแหน : 23 มีนาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงบาตร ณ ลานหน้าหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. เนื่องในวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ 109 และเวลา 09.00 น. เสด็จฯ ยังหอประชุมจุฬาฯ ทอดพระเนตรปีพาทย์ดึกดำบรรพ์ และทรงดนตรีไทยร่วมกับวงสายใยจามจุรี และวงดนตรีสากลสโมสรนิสิตจุฬาฯ พร้อมทั้งวงดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ โดยปีนี้จะมีการขับร้องและบรรเลงดนตรีไทย เรื่อง พระผู้ให้ ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  • สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญชาวจุฬาฯ ร่วมงาน คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ โดยในปีนี้สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ มีอายุครบ 80 ปี งานเริ่ม 16.30 น. ณ สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล ดร. ณัฐพล รังสิตพล นายกสมาคมฯ เชิญชวนชาวจุฬาฯ ร่วมงานนี้ และชวนร่วมโครงการ CU Blood เพื่อศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ธีมงานคืนเหย้าคือ “One Night Only คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ” โดยมีมหกรรมดนตรี “CU All Gen x CU Band Concert” รวมศิลปินชาวจุฬาฯ ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน อาทิ คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน, จิตติมา เจือใจ, ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล, ลูกหว้า พิจิกา, ปุ้ย-ดวงพร, กิตตินันท์ ชินสำราญ, ฟิล์ม บงกช, เอฟ รัฐพงศ์, กรีน นิธิวัชร์, แอมป์ ภูริกูลกฤษณ์, ตุ๊กตา จมาพร, กิตติธัช แก้วอุทัย และ อลิศ ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน เชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงประจำมหาวิทยาลัย รวมถึงบทเพลงดังร่วมสมัย โดยนิสิตเก่าหลากหลายรุ่น และจากศิลปินชาว CU Gen Z เอิ๊ต ภัทรวี feat. Whale & Dolph, Tia Music และ The 3rd Year Band
  • งานบทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ วันที่ 21 มีนาคม 2569 จัดที่ บ้านทับเลน Agalin Garden สำโรงเหนือ เต็มไปด้วยนักร้องคุณภาพที่เป็นทายาทของพระองค์จักรฯ คือ ม.ร.ว. มาลินี จักรพันธุ์, ม.ร.ว. เบญจาภา ไกรฤกษ์, ทิพยนิภา สมะลาภา, เพิ่มศักดิ์ ไกรฤกษ์, คลาวเดีย จักรพันธุ์, วรณัน ภิรมย์ภักดี, คนที ไกรฤกษ์, สุธีสันต์ ไกรฤกษ์ และภัททิย ไกรฤกษ์ แล้วยังเพรียบพร้อมไปด้วยนักร้องกิตติมศักดิ์ อาทิ รวมพร เกตุทัต, วิสาขา ภูมิรัตน์, คอรา สกลธนารักษ์ และกรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา  


Victor Lee