รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : แบ่งยากันใช้ได้หรือไม่

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : แบ่งยากันใช้ได้หรือไม่

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : แบ่งยากันใช้ได้หรือไม่

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หลายคนอาจพบปัญหาเจอถุงยาทั้งเก่าและใหม่ และมียาสารพัดชนิด ตั้งแต่ยาแก้ปวดลดไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ ไปจนถึงยากลุ่มโรคเรื้อรังที่กินบ้างไม่กินบ้าง จนกลายเป็นยาเหลือสะสมมากมาย แต่พอเราหรือคนใกล้ชิดมีอาการเจ็บป่วย เราก็จะเอายาของเก่าที่เรามีกลับมากิน หรือแบ่งให้คนอื่นกิน ซึ่งอาจเป็นความตั้งใจที่ดี แต่ทว่าผลลัพธ์อาจจะตรงกันข้าม เพราะการนำยาเก่าของเราไปให้คนอื่นใช้ อาจเป็นอันตรายอย่างมาก มีข้อน่าสังเกตที่ต้องตั้งประเด็นคือ

1. “อาการเหมือนกัน” ไม่ได้แปลว่าเป็น “ป่วยโรคเดียวกัน” ตัวอย่างเช่น อาการปวดหัวของแต่ละคนมีสาเหตุร้อยแปดพันเก้า เช่น คนสูงอายุบางคนมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ เมื่อเกิดอาการปวดหัว เราคิดจะแบ่งยาแก้ปวดลดอักเสบกลุ่ม NSAIDs ซึ่งเป็นยาที่ไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง ถ้าคนอื่นกินยาพาราเซตามอลแล้วอาการไม่ดีขึ้น เราต้องไปพบแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกยาที่ปลอดภัยของแต่ละคน แล้วพิจารณาถึงโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่เป็นร่วมอยู่ด้วย

2. “โรคเดียวกัน” แต่ “ร่างกาย” แต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนมีความจำเป็นต้องใช้ยาแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ขึ้นกับสภาวะของโรค แพทย์และเภสัชกรต้องคำนวณจากน้ำหนักตัว อายุ โรคประจำตัวอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ และที่สำคัญต้องพิจารณาถึงผลเลือด เพื่อดูการทำงานของตับและไต ยาความดันเม็ดเดียวกันที่แต่ละคนกินเพื่อควบคุมความดัน อาจเป็นขนาดที่แรงเกินไปสำหรับอีกคนหนึ่งที่มีปัญหาไตเริ่มเสื่อม ผลลัพธ์คือเมื่อนำยาไปกิน อาจเกิดภาวะความดันตกอย่างรวดเร็ว แล้ววูบ หมดสติ จนล้มหัวฟาดพื้นได้

3. ปัญหา “แพ้ยา” ในแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราไม่มีทางรู้ว่าคนที่เราแบ่งยาให้เขาใช้นั้น มีประวัติเคยแพ้ยาอะไรบ้าง หรือเขามีพันธุกรรมที่เสี่ยงต่อการแพ้ยารุนแรงชนิดไหน หากเขารับยาของเราไปกินแล้วเกิดอาการแพ้ยารุนแรงซึ่งอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต จากความตั้งใจเดิมที่อยากได้บุญเพื่อแบ่งปันเพื่อนมนุษย์ ก็อาจกลายเป็นบาปไปได้

4. ปัญหา “ยาตีกัน” ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังส่วนใหญ่มักไม่ได้กินยาแค่ชนิดเดียว การที่เราเอายาของเราให้คนอื่น ถึงแม้เป็นเพียงวิตามิน หรืออาหารเสริมก็ตาม อาจเพิ่มความเสี่ยงปัญหา “ยาตีกัน” หรือปฏิกิริยาระหว่างยาอย่างรุนแรง ถ้าเรานำยาแก้ปวดข้อ แก้ปวดกระดูก กลุ่มต้านการอักเสบ (NSAIDs) ที่เหลืออยู่ไปให้ญาติผู้ใหญ่ที่กำลังกินยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือดเป็นประจำ ยาแก้ปวดตัวนี้จะเข้าไปเสริมฤทธิ์ยาละลายลิ่มเลือดอย่างรุนแรง ทำให้เส้นเลือดเปราะบาง แล้วเกิดอาการเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือในสมองได้ง่ายมาก

5. ยาเก่าเก็บ เสื่อมสภาพ เสี่ยงรับสารพิษ เนื่องจากยาที่เก็บไว้ในบ้านเป็นเวลานาน เราจะมั่นใจได้แค่ไหนว่ายายังมีคุณภาพและปลอดภัย บางครั้ง แม้ว่ายังไม่ถึงวันหมดอายุ แต่ถ้าเราเก็บรักษายาไว้ในที่อุณหภูมิไม่เหมาะสม เช่น ร้อนจัด จัดชื้น หรือแสงแดดส่องถึง จะทำให้ยาเสื่อมสลายตัวก่อนถึงวันหมดอายุจริง การส่งต่อยาเสื่อมสภาพให้คนอื่น นอกจากจะทำให้เขาได้รับยาไม่มีประสิทธิภาพ กินแล้วไม่หายป่วย ยังทำให้ได้รับสารเคมีที่เกิดจากการสลายตัวของเม็ดยา ยังอาจกลายเป็นสารพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

ถ้าเช่นนั้น เราจะทำอย่างไรดีกับ “ยาเหลือใช้” โดยไม่อยากทิ้งให้เสียของ เราจะบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์และปลอดภัยสูงสุดอย่างไร

1. ตรวจสอบและคัดแยกยาเสื่อมสภาพเป็นประจำ สังเกตลักษณะเม็ดยา หากเปลี่ยนสี มีจุดด่าง แตกหัก ซองบวม หรือแคปซูลบวม ให้แยกทิ้งทันที โดยใส่ถุงมิดชิด เขียนหน้าถุงชัดเจนว่า “ยาหมดอายุ เสื่อมสภาพ” ก่อนทิ้งถังขยะ เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นหรือสัตว์เลี้ยงกิน

2. นำยากลับไปหาหมอตอนวันนัด วิธีนี้ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เวลาไปโรงพยาบาลตามนัดให้นำยาเดิมที่เหลือทั้งหมดไปให้แพทย์และเภสัชกรดูด้วย เพื่อจะได้ช่วยตรวจว่าทำไมยาจึงเหลือ เพื่อแพทย์จะได้ปรับลดปริมาณการสั่งจ่ายยาในรอบต่อไปลง ช่วยประหยัดงบประมาณโรงพยาบาล และประหยัดค่ายาให้เราได้มหาศาล

ย้ำว่า ยาแต่ละชนิดไม่เหมาะกับคนทุกคน และแต่ละคนมีข้อจำกัดทางสุขภาพต่างกัน ดังนั้น การแบ่งยาของตนเองให้ผู้อื่นอาจก่ออันตรายได้โดยไม่ตั้งใจ

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หนึ่งมื้อที่ดี กินให้พอดี กินให้ครบ เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อสุขภาพดีและชีวิตที่สมดุล

หนึ่งมื้อที่ดี กินให้พอดี กินให้ครบ เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อสุขภาพดีและชีวิตที่สมดุล

หนึ่งมื้อที่ดี กินให้พอดี กินให้ครบ เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อสุขภาพดีและชีวิตที่สมดุล

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หากพูดถึงการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าเทรนด์การใช้ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยคนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น จนกลายเป็นสังคม Healthy เพื่อหวังมีชีวิต Longevity หรือการมีอายุยืนให้สุขภาพดีทั้งกายและใจ ซึ่งต้องมีวินัยทั้งในเรื่องการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการปรับ Mindset เพื่อสร้างสุขภาพจิตที่แข็งแรง เพราะทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกันและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นอกจากการออกกำลังกายผ่านกิจกรรมที่หลากหลายตามความชื่นชอบของแต่ละบุคคลเพื่อสร้างสุขภาพดีแล้ว การเลือกรับประทานอาหารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจ เพราะอาหารมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างสุขภาพจากภายใน

หนึ่งมื้อที่ดี กินให้พอดี กินให้ครบ

เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้สุขภาพดี ควรกินอาหารครบ 5 หมู่ โดยในแต่ละมื้อควรได้รับสารอาหารที่เพียงพอและสมดุล โดยให้ร่างกายได้รับโปรตีนเพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย รวมถึงคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำหรับร่างกาย และยังต้องการวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร อีกด้วย สามารถใช้การกำหนดปริมาณอาหารที่มีความเหมาะสมต่อมื้อได้ด้วยหลัก 2 : 1 : 1 ซึ่งมีการแบ่งสัดส่วนของจาน อาหารเป็นผัก 2 ส่วน หรือครึ่งหนึ่งของจาน ข้าวหรือแป้ง 1 ส่วน และเนื้อสัตว์ 1 ส่วน  พร้อมกับการดื่มน้ำให้เพียงพอ เฉลี่ยประมาณ 6 – 8 แก้วต่อวัน

สุขภาพดี ถือเป็นกุญแจสำคัญของชีวิต หากกินน้อยเกินไปอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และหากทานมากเกินไปอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำหนักเกิน โดยการกินอาหารให้เพียงพอและได้สารอาหารครบต่อมื้อ ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานมีแรง ลดความอ่อนล้าได้

ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร ตัวช่วยมื้อคุณภาพ

แต่ด้วยการใช้ชีวิตของคนไทยที่แข่งขันกับเวลา ซึ่งต้องการความสะดวกในการทานอาหารเพื่อได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไปได้อย่างรวดเร็ว กิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย เข้าใจในไลฟ์สไตล์คนไทยเป็นอย่างดี จึงพัฒนา “ฟิตต์ มีล บาย กิฟฟารีน” (Fitt Meal By Giffarine) ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร รสชาเขียวมัทฉะ (อาหารควบคุมหรือลดน้ำหนัก)หรือ “Meal Replacement Matcha Green Tea Flavor” ที่ตอบโจทย์เรื่องความอิ่มท้องและได้สารอาหารครบถ้วน ที่มาพร้อมรสชาเขียวมัทฉะ รสชาติยอดนิยมในปัจจุบัน ให้ความหอมมัทฉะแท้จากญี่ปุ่น เพื่อเป็นตัวช่วยจัดการมื้อที่เร่งรีบให้เป็นมื้อคุณภาพ และสายสุขภาพ รวมทั้งคนที่ให้ความสำคัญเรื่องสารอาหาร  ผู้ที่ใส่ใจดูแลรูปร่างหรือควบคุมน้ำหนัก

1 ซอง แทนอาหาร 1 มื้อ ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่  

โปรตีนสูง ด้วยโปรตีนจากถั่วเหลือง กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน และมี BCAAs ที่ดีต่อกล้ามเนื้อ

คาร์บย่อยง่าย ใยอาหารสูง ให้พลังงานดีตลอดทั้งวัน โดยเลือกคาร์โบไฮเดรต จากผงข้าวโอ๊ตที่ผ่านการย่อย ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ง่าย และน้ำตาลมะพร้าวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ  พร้อมทั้งมีใยอาหารสูง จากโพลีเด็กซ์โตรส และอินูลิน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก ที่ดีต่อระบบขับถ่าย

แหล่งอาหารไขมันดี โดยมีกรดไขมันจำเป็น จากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันทานตะวัน ให้กรดไขมันจำเป็นที่ดีต่อสุขภาพ  และมีโอเมก้า 3 จากถั่วเหลือง

วิตามินครบ โดยมีวิตามิน 13 ชนิด ทั้ง Vitamin B1, B2, B3, B5, B6 และ B12 รวมถึง Vitamin A, C, D, E และ Vitamin K  กรดโฟลิก และไบโอติน ครบใน 1 ซอง

เติมแร่ธาตุสำคัญให้ร่างกาย ด้วยแร่ธาตุ 11 ชนิด ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง แมงกานีส ไอโอดีน เหล็ก ซีลีเนียม โซเดียม ฟอสฟอรัส และ โพแทสเซียม

สำหรับ “ฟิตต์ มีล รสชาเขียวมัทฉะ” ผู้ทานอาหารเจ มังสวิรัติ สามารถทานได้โดยไม่มีส่วนผสมจากสัตว์และนมวัว มี Lactose free ผู้แพ้แลคโตสในนมวัวทานได้เช่นกัน รวมถึงไม่มีคอเลสเตอรอล ไม่แต่งสีสังเคราะห์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและได้สารอาหารครบ ผู้ที่ดูแลรูปร่าง ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่ออกกำลังกาย ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ผู้ที่ต้องการลดการทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ทานง่ายเพียงผสมด้วยน้ำเย็น น้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น 250 มล. และเชคให้ผงละลาย เติมน้ำแข็งดื่มได้ตามชอบ รสชาติอร่อย กลมกล่อม และอิ่มท้องนาน

เพราะการทานอาหารที่ดี พร้อมการดูแลรูปร่าง ต้องไม่ควรอด เพราะนั่นอาจเป็นการทำร้ายสุขภาพตัวเองทางอ้อม ควรทานอาหารให้เพียงพอเพื่อสร้างพลังงานและเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงไปพร้อมกัน 

คุณแหน : 27 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 27 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 27 กรกฎาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.เชียงราย เป็นประธานแถลงข่าว “โครงการบูรณาการการค้าการลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ซึ่งเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน..
  • ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ ร่วมชมการแข่งขันกีฬามวยไทยสมัครเล่นและให้กำลังใจนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬา รร.กีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27 “นครสี่แควเกมส์”..
  • ยินดีกับ ฉันทานนท์ วรรณเขจร, ศ.นันทวัฒน์ บรมานันท์, ศ.วุฒิสาร ตันไชย, เชิดศักดิ์ หิรัญสิริสมบัติ, คำนูณ สิทธิสมาน, ผศ.สุวิชา เป้าอารีย์, พ.ต.ท.สมศักดิ์ แววพานิช, อรัญญา เกตุแก้ว, กฤชเทพ สิมลี ที่ได้แต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ..
  • ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ประธานอนุกรรมการรณรงค์เพิ่มผู้บริจาคโลหิต ในคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งสภากาชาดไทย นัดประชุมคณะกรรมการเพื่อเตรียมจัดกิจกรรมต่างๆ โดยมี สุพัตรา จิราธิวัฒน์, ยอดพจน์ วงศ์รักมิตร, ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์, สมพร มาอุทธรณ์, มณี แซ่เอียบ, มกร พงษ์ธนพฤกษ์, ปิยนันท์ คุ้มครอง ร่วมด้วย..
  • ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิต, ศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร และ ภก.เชิญพร-ชนวิน เต็งอำนวย ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยานในการลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในผลงานวิจัยด้านโพรไบโอติกระหว่างศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ บจ.โรงงานเภสัชกรรม เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีโพรไบโอติกเชื้อผสมจากเชื้อสายพันธุ์ประจำถิ่นของคนไทยสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพภายใต้แบรนด์ เกร๊ทเตอร์ โพรเมทา แอล34..
  • ประภาพรรณ พิชัยคำ ต้อนรับมิตรสหายที่มาเยี่ยมที่ บจ.เพาเวอร์เทค เอ็นจิ้น แอสเซมบลี อย่างอบอุ่น งานนี้ ชยันต์ ศิริมาศ, ณรงค์ แผ้วพลสง, สินชัย ลือสุขประเสริฐ, ยุพธัช ยิบอินซอย, ดร.ศิพัฒน์ ไตรอุโฆษ , พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, พิมรา ศรีสุกใส, ณภัทร รัตนกุล ไม่พลาด..
  • วันเกิดปีนี้ พิสิฐ ทางธนกุล ไปทำบุญถวายเพลพระ 9 รูป ณ วัดสระเกศ และบริจาคช่วยการศึกษาของเด็กพิการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์..
  • ด้วยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ผศ.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ CTO บมจ.เรียล สมาร์ท ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “AI Solutions & Showcase” ในงานสัมมนา “AWS Digital Government Forum Thailand 2026: Accelerating Public Sector Innovation With Cloud, Data and AI”..
  • รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ยินดีกับ ดช.อิสระ จุ่นมีวงษ์ นักเรียนชั้น ป.5/1 ได้รับรางวัลเหรียญทอง ในหัวข้อ “For Peace” จากงานประกวดวาดภาพศิลปะเด็กระดับนานาชาติ รายการ The 3rd ULSAN World Children’s Art Exchange Exhibition จัดโดย PTPI Ulsan Chapter Chairman Kang , Eung Gyu สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งมี 10 ประเทศ ที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด PEOPLE TO PEOPLE..
  • มิตรสหายยินดีกับ ดร.ปุริม จารุจำรัส ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเคมีวิเคราะห์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.อุบลราชธานี..
  • พระราชทานเพลิงศพ ร.อ.หญิงชื่นสุข จันทร์สุวานิชย์ มารดา พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ 27 ก.ค.14.00 น. เมรุวัดโสมนัสราชวรวิหาร เจ้าภาพร่วมมอบเงินทำบุญให้โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์..

น้องใหม่

ณเดชน์-ญาญ่า ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ไกลถึงสกอตแลนด์ สวมชุดพื้นเมืองโชว์หวานข้ามทวีป

ณเดชน์-ญาญ่า ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ไกลถึงสกอตแลนด์ สวมชุดพื้นเมืองโชว์หวานข้ามทวีป

ณเดชน์-ญาญ่า ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ไกลถึงสกอตแลนด์ สวมชุดพื้นเมืองโชว์หวานข้ามทวีป

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.06 น.

27 กรกฎาคม 2569 หลังจากที่ผ่านพ้นงานแต่งงานไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับคู่บ่าวสาวป้ายแดง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ พร้อมเริ่มต้นบทบาทสามี-ภรรยากันอย่างเป็นทางการ โดยเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา สาวญาญ่า ได้ออกมาโพสต์ไอจีสตอรีที่ทำเอาแฟนคลับกรี๊ด กับภาพเริ่มต้นทริปฮันนีมูนของทั้งคู่ เป็นภาพมือของทั้ง 2 คนขณะอยู่บนเครื่องบินทำเป็นรูปหัวใจพร้อมอีโมจิ ‘น้ำผึ้ง พระจัทร์’

ซึ่งหลังจากนั้นทั้ง ณเดชน์ – ญาญ่า ก็เรียกได้ว่าโพสต์ภาพหวานฉ่ำในทริปฮันนีมูนรัวๆ อวดความหวาน ความโรแมนติก พร้อมบรรยากาศความสวยงามของประเทศสกอตแลนด์ นอกจากนี้ ณเดชน์ ยังควงคู่สาวญาญ่าไปตัดเย็บผ้าลายสก็อตอย่างตั้งใจ 

โดยล่าสุด สาวญาญ่า ได้ออกมาโพสต์ภาพสุดน่ารักเป็นภาพดินเนอร์หวาน โดยญาญ่า ได้สวมชุดเดรสสีขาวผ้าซาติน และ ณเดชน์ ใส่กระโปรงสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นชุดเครื่องแบบที่ผู้ชายมักใส่ในโอกาสสำคัญ และงานเฉลิมฉลอง พร้อมแคปชั่นว่า “Scottish” พร้อมอีโมจิ ‘น้ำผึ้ง พระจัทร์’ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสถานที่ไปฮันนีมูนของทั้งคู่นั่นเอง เรียกได้ว่าบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ  

น้องพายุ โชว์สกิลเทพ แซงเข้าเส้นชัยคว้าที่ 1 แข่งโกคาร์ท ทำ แม่ชม กรี๊ดลั่นสนาม

น้องพายุ โชว์สกิลเทพ แซงเข้าเส้นชัยคว้าที่ 1 แข่งโกคาร์ท ทำ แม่ชม กรี๊ดลั่นสนาม

น้องพายุ โชว์สกิลเทพ แซงเข้าเส้นชัยคว้าที่ 1 แข่งโกคาร์ท ทำ แม่ชม กรี๊ดลั่นสนาม

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.39 น.

ทำเอาสนามพีระเซอร์กิต จ.ชลบุรี แทบแตก เมื่อว่าที่นักแข่งรถหนุ่มไฮโซสุดเท่ น้องพายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ลูกชายคนเก่งของซุปตาร์ตัวแม่ ชมพู่ อารยา และคุณพ่อนักธุรกิจหมื่นล้าน น็อต วิศรุต ลงสนามโชว์ของในการแข่งขันรถคาร์ทเยาวชนรายการ TrueVisions – TOYOTA Junior Kart Championships 2026 สนามที่ 1 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา บอกเลยว่างานนี้แฟน ๆ และพี่เลี้ยงออนไลน์แห่ปรบมือให้รัว ๆ กับพัฒนาการที่ทำเอาหลายคนต้องร้องว้าว

ซึ่งงานนี้กำลังใจมาเต็มเพราะครอบครัวของ น้องพายุ ยกขบวนกันมาเชียร์ติดขอบสนาม โดยเฉพาะน้องสาวสุดเลิฟอย่าง น้องเกล ที่มาคอยลุ้นพี่ชายกันแบบเกาะติดชิดขอบแทร็ก ทันทีที่จังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม น้องพายุโชว์นิ่ง โชว์จังหวะเร่งเครื่องแซงคู่แข่งพุ่งเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก ทำเอาเดอะแก๊งกองเชียร์กรี๊ดกันลั่นสนั่นสนาม

น้องพายุ

ที่ขโมยซีนสุด ๆ ต้องยกให้คุณแม่ชมพู่ ที่ออกอาการลุ้นหนักกว่าใครเพื่อน ปากก็ถามว่า กรี๊ดทำไม แต่ตัวเองนั่นแหละที่กรี๊ดไม่หยุด ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ ก่อนจะรีบอุ้ม น้องเกล วิ่งเข้าไปแสดงความยินดีกับลูกชายคนเก่งทันที ช็อตตอนขึ้นรับรางวัลบอกเลยว่าเท่ระเบิด สมกับที่ซุ่มซ้อมมาอย่างหนัก ทำเอาบรรดาแม่ ๆ ในโซเชียลเห็นแล้วถึงกับใจละลาย คอมเมนต์แซวกันว่า เจ็บแผลทำคลอดกันเป็นแถว เพราะความหล่อเท่ของหนุ่มพายุในวัยนี้มันพุ่งกระแทกตาจริง ๆ

จากเด็กน้อยที่เคยเต้น ปูหนีบอีปิ๊ ในวันนั้น วันนี้กลายเป็นนักแข่งรถรุ่นเยาว์สุดมาดแมนที่คว้าชัยชนะสนามเปิดฤดูกาลไปครองได้สำเร็จ แววซุปตาร์นักแข่งคนนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน เชื่อว่าแฟน ๆ ทั่วประเทศคงรอเชียร์ติดขอบสนามกันอีกแน่นอน

น้องพายุ
น้องพายุ
น้องพายุ
น้องพายุ
น้องพายุ
น้องพายุ
น้องพายุ
น้องพายุ

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม chomismaterialgirl

เส้นทางชีวิต สายัณห์ นิรันดร จากขวัญใจมหาชน สู่บทเรียนชีวิตสู้ไม่ถอยที่บ้านเกิด

เส้นทางชีวิต สายัณห์ นิรันดร จากขวัญใจมหาชน สู่บทเรียนชีวิตสู้ไม่ถอยที่บ้านเกิด

เส้นทางชีวิต สายัณห์ นิรันดร จากขวัญใจมหาชน สู่บทเรียนชีวิตสู้ไม่ถอยที่บ้านเกิด

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.51 น.

บนเส้นทางวงการเพลงลูกทุ่งไทย ชื่อของ สายัณห์ นิรันดร คือ หนึ่งในศิลปินระดับตำนานที่ครองใจแฟนเพลงทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน ด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้เขาได้รับความนิยมอย่างสูงในฐานะนักร้องขวัญใจมหาชน โดยเฉพาะบทเพลง รองเท้าหน้าห้อง ที่สร้างชื่อเสียงให้โด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงปี พ.ศ. 2535 จนกลายเป็นผลงานอมตะ แต่ทว่าชีวิตของศิลปินย่อมมีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับบททดสอบจากจุดสูงสุดของความสำเร็จสู่ช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับโรครุมเร้า ทำให้เขาต้องตัดสินใจก้าวออกจากแสงสีบนเวทีเพื่อกลับไปเผชิญกับความเป็นจริงในชีวิตที่ต้องดิ้นรนและปรับตัวในหลากอาชีพ แม้เส้นทางจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและต้องผ่านอุปสรรคมากมาย แต่ความมุ่งมั่นที่จะเลี้ยงชีพด้วยลำแข้งก็ไม่เคยจางหายไป

ซึ่งในวันนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ เราจะย้อนรอยเส้นทางชีวิตของอดีตนักร้องชื่อดังผู้นี้ ตั้งแต่วันที่โด่งดังสุดขีดจนถึงวันที่ต้องพลิกผันไปสู้ชีวิตที่บ้านเกิด เรื่องราวของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ประวัติของนักร้องคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนของการสู้ชีวิตที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่ง

สายัณห์ นิรันดร

สายัณห์ นิรันดร หรือชื่อจริงคือ นายสมศักดิ์ ภู่มาก เป็นอดีตนักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยแนวเสียงที่คล้ายคลึงกับ สายัณห์ สัญญา นักร้องระดับตำนานผู้ล่วงลับ เขามีพื้นเพเดิมเป็นชาวอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โดยเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีจนเป็นที่รู้จักจากเพลง สุโขทัยระทม ซึ่งเป็นการนำบทเพลงเก่าของ เพชร โพธาราม มาขับร้องใหม่ ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนเพลง

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2535 จากบทเพลงสุดฮิตตลอดกาลอย่าง รองเท้าหน้าห้อง ซึ่งประพันธ์โดย ครูสลา คุณวุฒิ ทำให้เขากลายเป็นศิลปินเบอร์ต้น ๆ ของค่าย ท็อปไลน์ มิวสิค และมีผลงานเพลงอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย อาทิ รักแท้แค่พี่ชาย และ อกหักจากคาเฟ่

สายัณห์ นิรันดร

อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาผ่านไป ชีวิตของสายัณห์ นิรันดร ก็ต้องเผชิญกับช่วงขาลงเมื่อเขามีปัญหาสุขภาพและโรครุมเร้าหลายอย่าง ทำให้ไม่สามารถรับงานร้องเพลงได้อย่างต่อเนื่องเหมือนแต่ก่อน จนต้องหายหน้าไปจากวงการเพลง ในปี พ.ศ. 2559 มีกระแสข่าวว่านักร้องชื่อดังรายนี้กำลังเผชิญชีวิตที่ยากลำบาก ต้องผันตัวไปขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างและเปิดเพิงขายก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงชีพในกรุงเทพมหานครร่วมกับครอบครัว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

และหลังจากความพยายามในการตั้งหลักในเมืองหลวงไม่เป็นผล สายัณห์ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โดยได้ตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บวชเป็นพระภิกษุที่วัดในอำเภอจัตุรัสเพื่อพักใจและรักษาอาการป่วย หลังจากสึกออกมา เขาก็เริ่มดูแลครอบครัวด้วยการทำไร่มันสำปะหลังและทำนาเฉกเช่นวิถีชาวบ้านทั่วไป แม้สภาพร่างกายในช่วงนั้นจะดูหม่นหมองไปบ้างเมื่อเทียบกับสมัยที่เป็นนักร้องชื่อดัง

ชีวิตที่ดูเหมือนจะมืดมนกลับได้รับโอกาสครั้งสำคัญเมื่อเขาได้พบกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง ซึ่งเล็งเห็นถึงความตั้งใจจริงในการสู้ชีวิตของเขา จึงได้เมตตายกที่ดินให้ใช้ประกอบอาชีพและลงทุนก่อสร้างร้านส้มตำจากเดิมที่มีขนาดเล็กกลายเป็นขนาดใหญ่ให้ในชื่อ ครัวอีสาน โดยไม่คิดค่าเช่าที่ดินและไม่หวังสิ่งตอบแทน 

ขอขอบคุณภาพจาก ภาพจากเฟซบุ๊ก สายัณห์ นิรันดร, เฟซบุ๊ก จิ๋ว พิจิตร

เจ้าชายลูกทุ่ง ไม่ทนแล้ว ก๊อท จักรพันธ์ แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ด แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ

เจ้าชายลูกทุ่ง ไม่ทนแล้ว ก๊อท จักรพันธ์ แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ด แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ

เจ้าชายลูกทุ่ง ไม่ทนแล้ว ก๊อท จักรพันธ์ แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ด แฟนคลับแห่ให้กำลังใจ

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.44 น.

วันนี้ 26 กรกฎาคม 2569 ก๊อท จักรพันธ์ ศิลปินนักร้องที่ได้รับฉายา เจ้าชายลูกทุ่งของเมืองไทย เดินหน้าเอาจริงแจ้งความเอาผิดเหล่าเกรียนคีย์บอร์ด โพสต์ภาพใบแจ้งความและเอกสารรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี จากสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม ลงวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.45 น. ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว โดยมีการมอบอำนาจให้ตัวแทนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่โพสต์ข้อความดูหมิ่นและหมิ่นประมาทตนผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 พร้อมระบุข้อความฟาดกลับสั้น ๆ แต่ทำเอาสะดุ้งว่า “พวกที่ชอบความสะใจ สนุกมือสนุกปาก ไม่สนความจริงถูกผิด ไม่สนต้นเหตุ อยู่บ้านเตรียมรอรับหมายกันด้วยนะคับ #ดูหมิ่นหมิ่นประมาทให้ความเท็จ #อายุความไม่หมดแล้วนะคับ”

ก๊อท จักรพันธ์

หลังจากที่โพสต์ของ ก๊อท จักรพันธ์ ถูกเผยแพร่ออกไป ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นสนับสนุนการตัดสินใจครั้งนี้อย่างล้นหลาม เช่น

“เห็นด้วยอย่างมากเลยคะ”

“จัดไปค่ะพี่ก๊อต”

“หล่อเท่ห์ที่สุดเลยคะ”

“ของจิงต้องผู้ชายคนนี้ อย่ามาดูถูกพี่ก๊อทนะคับ เค้าเป็นอดีตเจ้าชายลูกทุ่งนะ”

“จัดไปคร๊าาพี่ก๊อท ไม่จบไม่หยุดกันสักที แจกให้ครบคร๊าาา”

ก๊อท จักรพันธ์
ก๊อท จักรพันธ์
ก๊อท จักรพันธ์

งานนี้ทางฝั่งของ ก๊อท จักรพันธ์ ยืนยันเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจนกว่าจะถึงที่สุดและไม่มีการยอมความแต่อย่างใด ส่วนความคืบหน้าของคดีจะเป็นอย่างไร และจะมีใครที่ต้องรอรับหมายศาลบ้าง คงต้องติดตามกันต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม got_jakraphun

แน็ก ชาลี ตัดพ้อ คดีถูกงัดบ้านยกเซฟผ่านไป 1 ปี ไม่คืบหน้า ได้คืนแค่ ปืนของเล่น

แน็ก ชาลี ตัดพ้อ คดีถูกงัดบ้านยกเซฟผ่านไป 1 ปี ไม่คืบหน้า ได้คืนแค่ ปืนของเล่น

แน็ก ชาลี ตัดพ้อ คดีถูกงัดบ้านยกเซฟผ่านไป 1 ปี ไม่คืบหน้า ได้คืนแค่ ปืนของเล่น

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.51 น.

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล เมื่อนักแสดงชื่อดัง แน็ก – ชาลี ปอทเจส ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบายความในใจยาวเหยียดถึงความคืบหน้าของคดีความที่เกิดขึ้นเมื่อ 1 ปีที่แล้ว หลังถูกกลุ่มคนร้ายบุกงัดตู้เซฟขโมยทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านบาท รวมถึงปืนสะสมที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายถึง 62 กระบอก

แน็ก ชาลี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้ว ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน ทั้งลายนิ้วมือ คำรับสารภาพของผู้ก่อเหตุ และสามารถจับตัวกลุ่มคนร้ายได้ตั้งแต่ 2 วันแรก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับปล่อยตัวผู้ต้องหา พร้อมบอกให้ตน “ใจเย็นๆ” และกำชับห้ามแตะต้องผู้ต้องหา โดยปล่อยให้โจรทยอยนำปืนมาคืนเองเพียงไม่กี่กระบอกตลอด 1 ปีที่ผ่านมา คนร้ายกลับได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีการซื้อรถใหม่และย้ายไปอยู่ในที่ดีขึ้น ขณะที่ตนต้องรอคอยคำตอบโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทางคดี

เจ้าตัวระบุต่อว่า จนกระทั่งเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อเรื่องราวกลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง และคนร้ายยอมรับออกสื่อ ทางตำรวจจึงเริ่มตื่นตัวและเร่งจับกุมผู้ต้องหาเข้าเรือนจำทันที อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อตนเดินทางไป สน. เพื่อติดตามเรื่องและรับของคืน กลับพบว่าของที่ได้รับคืนมีเพียง “ปืนของเล่นสำหรับโชว์ติดผนัง” เท่านั้นส่วนปืนสะสมจริงอีก 62 กระบอก (ซึ่งหลายกระบอกเป็นปืนโบราณอายุกว่า 100 ปีที่มีคุณค่าทางจิตใจสูง) พร้อมทรัพย์สิน เงินสด และทองคำมูลค่าหลายสิบล้านบาท ยังคงสูญหายไร้ร่องรอย

“คำตอบที่ผมได้รับในวันนี้คือ ผู้ต้องหาถูกส่งเข้าเรือนจำหมดแล้ว จึงไม่สามารถสืบขยายผลต่อได้ หากจะเบิกตัวมาสอบก็ทำเรื่องยุ่งยาก และถึงเรียกมาสอบพวกนั้นก็คงไม่พูดอะไรแล้ว” แน็ก ชาลี ระบุในโพสต์

นักแสดงหนุ่มได้ตั้งข้อสงสัยถึงกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหนักว่า เหตุใดตลอดเวลา 1 ปีที่มีโอกาสสืบสวนขยายผล เช่น การเช็กกล้องวงจรปิดตอนคนร้ายนำปืนมาคืน กลับไม่มีการดำเนินการใดๆ แต่พอเป็นข่าวกลับรีบนำตัวส่งเรือนจำจนทำให้การสืบหาทรัพย์สินที่เหลือต้องหยุดชะงักลง พร้อมทิ้งท้ายว่า หากประชาชนทั่วไปต้องเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันก็คงรู้สึกหมดหวังอย่างยิ่ง

ส่งกำลังใจแน่น สุนารี แอดมิตโรงพยาบาล ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แฟนคลับ คนบันเทิงห่วงไม่ขาดสาย

ส่งกำลังใจแน่น สุนารี แอดมิตโรงพยาบาล ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แฟนคลับ คนบันเทิงห่วงไม่ขาดสาย

ส่งกำลังใจแน่น สุนารี แอดมิตโรงพยาบาล ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แฟนคลับ คนบันเทิงห่วงไม่ขาดสาย

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

ทำเอาแฟนเพลงลูกทุ่งและคนในวงการบันเทิงเป็นห่วงกันยกใหญ่ เมื่อนักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ชื่อดัง “สุนารี ราชสีมา” ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ จากอาการปวดท้อง

อัปเดตอาการล่าสุด หลังส่องกล้องเรียบร้อยสุนารี ได้เคลื่อนไหวผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดีย อัปเดตอาการให้แฟนๆ ได้คลายกังวลว่าแพทย์ได้ทำการส่องกล้องและดูดอุจจาระที่ตกค้างในลำไส้ออก รวมถึงตัดชิ้นเนื้อตรงจุดที่ทำให้ลำไส้ใหญ่แคบลง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ขับถ่ายลำบากขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจชิ้นเนื้อเพิ่มเติมอีกประมาณ 1 สัปดาห์อาการปวดท้องลดลง สามารถรับประทานอาหารอ่อนๆ และน้ำซุปได้บ้างแล้วตลอดการรักษาตัว ‘สุนารี’ได้รับกำลังใจอย่างอบอุ่นจากครอบครัวและลูกหลานที่เดินทางมาเฝ้าไข้ถึงขอบเตียงรวมถึงรุ่นพี่ในวงการอย่าง “หม่ำ จ๊กมก” ที่ต่อสายตรงวิดีโอคอลมาถามไถ่อาการด้วยความห่วงใยงานนี้เหล่าแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจ อวยพรให้เจ้าตัวหายป่วยไวๆ และกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ในเร็ววัน!

ม.สยาม คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ‘RTARF Cyber Warrior Contest 2026’ สะท้อนศักยภาพ นศ.ประยุกย์ใช้ IT รับมือภัยไซเบอร์

ม.สยาม คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ‘RTARF Cyber Warrior Contest 2026’ สะท้อนศักยภาพ นศ.ประยุกย์ใช้ IT รับมือภัยไซเบอร์

ม.สยาม คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ‘RTARF Cyber Warrior Contest 2026’ สะท้อนศักยภาพ นศ.ประยุกย์ใช้ IT รับมือภัยไซเบอร์

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยสยาม คว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 (1st Runner Up) จากการแข่งขัน RTARF Cyber Warrior Contest 2026 ซึ่งจัดโดยกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถ รวมถึงทักษะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ให้กับเยาวชน นิสิต และนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ

การแข่งขันในปีนี้มีทีมจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 38 ทีม โดยมหาวิทยาลัยสยามสามารถสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น เป็นมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะคว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 มาครองได้สำเร็จ สะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษาในการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การวิเคราะห์ปัญหา การคิดเชิงระบบ และการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความมุ่งมั่น ทุ่มเท และการเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นของทีม โดยมี อาจารย์พงศ์พัฒน์ ฉายศิริพันธ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้ฝึกซ้อม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้สามารถแข่งขันในเวทีระดับประเทศได้อย่างยอดเยี่ยม

รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหา’ลัยและสะท้อนถึงคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มุ่งพัฒนานักศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมและสังคมในยุคดิจิทัล พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในอนาคต