สกู๊ปพิเศษ : จาก ‘กลไก’ สู่..ผลลัพธ์จริง ‘University Holding Company’ ยุทธศาสตร์พัฒนามหา’ลัยในอนาคต

สกู๊ปพิเศษ : จาก ‘กลไก’ สู่..ผลลัพธ์จริง ‘University Holding Company’ ยุทธศาสตร์พัฒนามหา’ลัยในอนาคต

สกู๊ปพิเศษ : จาก ‘กลไก’ สู่..ผลลัพธ์จริง ‘University Holding Company’ ยุทธศาสตร์พัฒนามหา’ลัยในอนาคต

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เดินหน้าผลักดันกลไก University Holding Company (UHC) หรือนิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง จนเกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ท่ามกลางบริบทที่มหาวิทยาลัยยุคใหม่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผลิตบัณฑิตหรือสร้างองค์ความรู้ในห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการเท่านั้น แต่กำลังก้าวสู่บทบาท “ผู้สร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจจริง” กลไก UHC จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เปิดเผยว่า UHC เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ โดยเปิดทางให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งนิติบุคคลในรูปแบบบริษัทโฮลดิ้ง เพื่อบริหารการลงทุนในบริษัท Startup หรือ Spin-off ที่เกิดจากผลงานวิจัยได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยกลไกดังกล่าวทำให้งานวิจัยไม่หยุดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างประโยชน์ในวงกว้างทั้งต่อมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และเศรษฐกิจของประเทศ

ในระดับมหาวิทยาลัย UHC เป็นช่องทางถ่ายทอดเทคโนโลยีและงานวิจัย เปิดโอกาสให้อาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษา นำผลงานต่อยอดสู่ธุรกิจจริง สร้างวัฒนธรรมผู้ประกอบการ สนับสนุนระบบนิเวศนวัตกรรม และสร้างรายได้หมุนเวียน ลดการพึ่งพางบประมาณจากรัฐ ขณะที่ UHC ยังสร้างประโยชน์ต่อภาคเอกชนและนักลงทุนให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่จากมหาวิทยาลัยได้โดยตรง พร้อมลดความเสี่ยงในการลงทุนเทคโนโลยีในระยะเริ่มต้น เนื่องจากมี UHC ร่วมลงทุนด้วย นอกจากนี้ UHC ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาพรวมระดับประเทศ ในการช่วยผลักดันธุรกิจนวัตกรรม เพิ่มงานคุณภาพสูง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย

“สอวช. มีบทบาทสำคัญในการออกแบบและประสานนโยบาย เพื่อให้กลไก UHC เดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดทำนโยบายและแนวทางปฏิบัติ ให้มหาวิทยาลัยใช้เป็นกรอบในการจัดตั้งและดำเนินการ UHC รวมถึงผลักดันการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายผ่านระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ตลอดจนสนับสนุนกิจกรรมเสริมสร้างองค์ความรู้ผ่านโครงการ UHC Learn & Share และพัฒนาเครือข่าย UHC Network เพื่อให้มหาวิทยาลัยที่ดำเนินการแล้วได้แบ่งปันประสบการณ์แก่สถาบันอื่น ตลอดจนมีการติดตามผลลัพธ์จากนโยบายเพื่อออกแบบมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมในอนาคต” ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวและว่า

ปัจจุบันมีการจัดตั้ง UHC แล้ว 12 แห่งทั่วประเทศ มีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 500 ล้านบาท ครอบคลุมมหาวิทยาลัยทุกภูมิภาค และมีการร่วมลงทุนในบริษัทนวัตกรรมกว่า 110 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ ดิจิทัล เฮลท์เทค เกษตรอัจฉริยะ และพลังงานสะอาด นอกจากนี้  UHC ยังช่วยยกระดับระบบบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและการลงทุนของมหาวิทยาลัยให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น สร้างวัฒนธรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีเชิงรุก และจุดประกายให้บุคลากรก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม

ดร.สุรชัย กล่าวถึงการพัฒนา UHC ระยะต่อไปว่า สอวช. วางแนวทางใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. เสริมขีดความสามารถของ UHC และบุคลากร ผ่านการสนับสนุนให้มีการอบรมเชิงลึกด้านการลงทุน การประเมินมูลค่าเทคโนโลยี และการบริหารความเสี่ยง รวมถึงสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพเข้ามาร่วมบริหารในช่วงเริ่มต้น 2. ยกระดับผลงานวิจัยให้พร้อมต่อการลงทุน ส่งเสริมการกำหนดโจทย์ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม และพัฒนากลไก Matching Fund เพื่อเร่งให้ผลงานและธุรกิจที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น และ 3. สร้างความร่วมมือเชิงระบบระหว่างมหาวิทยาลัยและเอกชน ผ่านโครงการ Corporate-Startup หรือ Reverse Pitching เพื่อให้บริษัทขนาดใหญ่ร่วมตั้งโจทย์และจับคู่ทำงานกับทีมวิจัยหรือสตาร์ทอัพจากมหาวิทยาลัย

“UHC ไม่ใช่เพียงเป็นกลไกทางธุรกิจ แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งอนาคต ที่จะยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตองค์ความรู้ สู่ผู้สร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจจริง โดย สอวช. พร้อมสนับสนุนทั้งด้านองค์ความรู้ นโยบาย และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้ทุกมหาวิทยาลัยก้าวสู่กลไกนี้ได้อย่างมั่นใจ” ดร.สุรชัย กล่าว

ด้าน ผศ. ดร.รัชนี กุลยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ สจล. ในฐานะตัวแทนมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมกลไก UHC กล่าวถึงความท้าทายของการจัดตั้ง UHC ว่า มี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเข้าใจของผู้บริหารต่อบทบาทที่แท้จริงของ UHC การพัฒนาบุคลากรที่ต้องมีความรู้ทั้งด้านวิชาการและธุรกิจ และการปรับวัฒนธรรมองค์กรและกฎระเบียบให้มหาวิทยาลัยและ UHC ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การสนับสนุนจาก สอวช. มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน UHC ทั้งการจัดตั้งนโยบาย ระเบียบที่ช่วยปลดล็อกกลไก รวมถึงการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนผ่าน UHC Learn & Share และ UHC Network ทำให้ได้แลกเปลี่ยนปัญหาที่แต่ละมหาวิทยาลัยเจอ วิธีการแก้ไข และแนวทางพัฒนากลไกในอนาคต

 “มูลค่าของ UHC ไม่ได้วัดเพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ยังสะท้อนคุณค่าเชิงการศึกษาและวัฒนธรรม ช่วยปลูกฝัง Mindset ผู้ประกอบการนวัตกรรมให้คนรุ่นใหม่ จึงอยากเชิญชวนมหาวิทยาลัยที่สนใจ มาร่วมสร้างนวัตกร สร้างนวัตกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศผ่านกลไก University Holding Company ไปด้วยกัน” ผศ. ดร.รัชนี กล่าวทิ้งท้าย

Photo of the week : 15 มีนาคม 2569

Photo of the week : 15 มีนาคม 2569

Photo of the week : 15 มีนาคม 2569

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประมวลภาพเด็ดสุดแปลกที่คาดไม่ถึงประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งพฤติกรรมสัตว์ที่ไม่เหมือนใคร เหตุการณ์น่าจดจำ และกิจกรรมเฉลิมฉลองต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลก เป็นการพักสายตาจากภาพข่าวการสู้รบและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง น่าจะพอช่วยสงบจิตสงบใจ ให้จิตใจผ่อนคลายลงได้บ้าง

Health News : จับก้นแฟนดีต่อใจ

Health News : จับก้นแฟนดีต่อใจ

Health News : จับก้นแฟนดีต่อใจ

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ผลการศึกษาในญี่ปุ่นพบว่า การสัมผัสตัวกันกับคนรัก เช่น กอด จับตัว หรือแม้แต่บีบก้นกันเล่นๆ นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมหาศาล เพราะเมื่อเราสัมผัสคนที่เรารู้สึกดีด้วย สมองจะฮอร์โมนออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งมีฉายาว่า “ยาครอบจักรวาลจากธรรมชาติ” ออกมา ช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นตัวการทำลายภูมิคุ้มกัน ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดภัย และลดความวิตกกังวล อีกทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ เพิ่มความเชื่อใจและความผูกพันระหว่างคู่รัก

ในเชิงกายภาพ ก้น หรือสะโพก เป็นส่วนที่มีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ และมีเส้นประสาทรับสัมผัสจำนวนมาก การนวดหรือบีบเบาๆ ในกรณีที่อีกฝ่ายยินยอม จึงช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการเมื่อยล้าจากการนั่งนานๆ ช่วยให้เลือดหมุนเวียนในส่วนล่างของร่างกายได้ดีขึ้น ที่สำคัญ เนื่องจาก ‘ก้น’ เป็นส่วนที่สงวนไว้เฉพาะคนพิเศษ การสัมผัสส่วนนี้จึงส่งสัญญาณถึงความไว้วางใจระดับสูง ซึ่งกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนได้แรงกว่าการจับมือปกติ

หัวใจสำคัญของเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่การบีบก้น แต่คือความยินยอมและความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ถ้าฝ่ายที่โดนบีบรู้สึกมีความสุข ฮอร์โมนดีๆ ก็จะหลั่ง แต่หากฝ่ายที่โดนบีบรู้สึกรำคาญหรือโกรธ จะกลายเป็นฮอร์โมนความเครียดแทน ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพแน่นอน

สวยหน้าเด็กตลอดกาล’อั้ม พัชราภา’ประกบ’เชอรี่ เข็มอัปสร’เสิร์ฟโมเม้นต์น่ารัก

สวยหน้าเด็กตลอดกาล'อั้ม พัชราภา'ประกบ'เชอรี่ เข็มอัปสร'เสิร์ฟโมเม้นต์น่ารัก

สวยหน้าเด็กตลอดกาล’อั้ม พัชราภา’ประกบ’เชอรี่ เข็มอัปสร’เสิร์ฟโมเม้นต์น่ารัก

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.24 น.

เป็นโมเม้นต์ที่นานๆจะได้เห็นสักที ล่าสุดในงานเปิดตลาด AumAum” ครั้งที่ 7 ที่แฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา ซึ่งครั้งนี้ เจ้าของตลาดคนสวย อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ จัดหนักจัดเต็ม ไม่แพ้ทุกครั้ง อั้มซะอย่าง จัดแต่ละครั้ง มีเซอร์ไพรส์ มีความสนุก อาหารอร่อย และมีความแปลกใหม่มามอบให้กับแฟนๆตลอด โดยครั้งนี้ก็เซอร์ไพรส์อีกนั่นแหละ เพราะมีนางเอกคนสวย เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ มาเยือนตลาดเป็นครั้งแรก แล้วยังจัดมินิคอนเสิร์ต ฟังเพลงไพเราะจากเสียงร้องของหนุ่มเจ้าเสน่ห์ พี่ตู่ ภพธร สุนทรญาณกิจ ทำเอาแฟนๆตลาดอั้มอั้ม มีความสุขกันถ้วนหน้า ซึ่งอั้มก็มีความสุขเช่นกัน

โดย อั้ม พัชราภา กล่าวเปิดใจถึงการเปิดตลาด “AumAum”ครั้งที่ 7 ว่า“ก็ดีใจมากค่ะที่แฟนๆตลาดอั้มอั้ม ทุกคนมีความสุข อั้มก็พยายามพัฒนา ปรับปรุงให้งานอั้มอั้ม ถูกใจทุกคนที่สุด ให้คนที่มาเดินตลาดแล้วถูกใจ ได้ซื้อของอร่อยกลับบ้าน ได้มาร่วมกิจกรรมกัน ซึ่งวันเปิดตลาดก็มีพี่เชอรี่ พี่ตู่ ภพธร มาร่วมสร้างสีสัน แฮปปี้กันทุกคน ส่วนบ่ายๆวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม ก็จะมีนักแสดงจากซีรีส์ตะวันระฟ้าทางช่อง GMM25 คือ อะตอม อภิชญา, เมอซีเดส สิรภัทร, เดวี่ เทวิยาภา และเจนนี่ ภัทรวดี มาร้องเพลงและทำกิจกรรมบนเวทีด้วยกันอีกด้วย และอีกอย่างที่เซอร์ไพรส์คือ เมย์ เฟื่องอารมย์ จะมาร้องเพลงให้ฟังบนเวที ตอนประมาณ 16.00 น. เรียกว่าพลาดไม่ได้เลยค่ะ ใครว่างวันไหนมากันได้เลย มีกิจกรรมทุกวันค่ะ”

เชอรี่ เข็มอัปสร ซึ่งมาเดินตลาดอั้มอั้ม ครั้งแรก ยอมรับว่าถูกใจมาก“เชอรี่อยากมาเดินนานแล้ว พอได้มาตลาดนี้สนุกมากค่ะ เดินชิมอาหาร อร่อยทุกอย่างเลย อยากให้แฟนๆที่บ้านอยู่ใกล้แฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา แวะเวียนกันมาจับจ่ายซื้ออาหารอร่อยกันได้เลยค่ะ รับรองว่าอร่อยปาก สนุกกับกิจกรรมที่พี่อั้มจัดให้ จัดหนัก จัดเต็มแทบทุกวัน มากันได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 22 มีนาคมนะคะ”ท้ายนี้ย้ำกันอีกครั้ง ตลาด “AumAum” ครั้งที่ 7 จัดกันที่ลานเซ็นเตอร์ คอร์ท ชั้น 1 แฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา ตั้งแต่วันนี้จนถึง 22 มีนาคม ห้ามพลาดเชียว

‘ร็อคกี้’ควง’แม่เจี๊ยบ-น้องสาว’เผยความจริงตลอด 47 ปี!หลังพ่อเปิดตัวภรรยา

‘ร็อคกี้’ควง'แม่เจี๊ยบ-น้องสาว'เผยความจริงตลอด 47 ปี!หลังพ่อเปิดตัวภรรยา

‘ร็อคกี้’ควง’แม่เจี๊ยบ-น้องสาว’เผยความจริงตลอด 47 ปี!หลังพ่อเปิดตัวภรรยา

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.15 น.

เรียกได้ว่าเป็นข่าวสั่นสะเทือนวงการบันเทิงไทยโดยเฉพาะวงการลูกทุ่งหลังจากที่นักร้องรุ่นใหญ่ “สุรชัย สมบัติเจริญ” ออกมาเปิดตัวภรรยาใหม่ที่อเมริกาจนเป็นข่าวครึกโครม ทำเอาฝั่งลูกชายอย่าง “ร็อคกี้ สุรบดินทร์” และอดีตภรรยาที่ไทย “เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ ออกมาโพสต์ฟาดเดือดโต้กันไปมา ด้าน ‘สุรชัย’ ก็พร้อมตัดพ่อลูกทั้งยังไล่ให้ไปเปลี่ยนนามสกุล ล่าสุด ร็อคกี้ สุรบดินทร์ พร้อมทั้งคุณแม่ และ พี่สาว น้องสาว เปิดใจในรายการ ‘คุยแซ่บ SHOW’เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เกิดขึ้นตลอด47ที่ต้องเจอ โดย ‘ร็อคกี้’เผยว่า

 “เราอยู่กันเงียบๆ มานานแล้ว แต่พอมันเกิดขึ้น ความหวังของผมผ่านมาแล้วผ่านไป แต่พยายามบอกแม่ ช่างมันเถอะ อย่าไปให้ความสำคัญกับมันเลย มันมีแต่ทำให้แย่ลง ไม่รู้จะสนุกชาวบ้านแต่ซวยเราหรือเปล่า อันนี้เป็นครั้งแรกที่มีการโพสต์อะไรแบบนี้ออกมา จนเรื่องไม่จบและเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนแม่กับน้องเริ่มไม่ไหวแล้ว ผมก็ถามแม่กับน้องอีกที ว่าเอายังไง แต่ผมไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ คิดว่าผมเป็นผู้ชาย เป็นพี่คนโต ไม่ใช่การตัดสินใจของผมและผมไม่ได้อยากออกมาตรงนี้เลย และน้องๆ ทุกคนไม่อยากเห็นพ่อมาโดนด่าหรอก พวกเราอยู่เงียบๆ ใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป เป็นแบบนี้มาตลอด จนเรื่องลุกลามขึ้นเรื่อยๆ มันกลับมากระทบจิตใจของแม่และน้องอีก และผมให้เขาตัดสินใจแล้วกัน และมันเป็นเรื่องไม่น่าพูด ให้เขาตัดสินใจเองแล้วกัน ถ้าออกมาพูดขอครั้งเดียว พูดแล้วจบเลย ทำให้มาพูดวันนี้”

“ผมไม่ได้สนใจ เพราะมีเรื่องแบบนี้ที่มันจะผ่านมาแล้วผ่านไป แต่แม่รู้ก่อน มาตลอด ผมอยากมีเรื่องเดียวอยากพูดและบอก เพื่ออาหรือลุงทั้งหลายแหล่ว่าเราไม่ได้ใจดำ อาจจะรังเกียจไม่อยากให้เราไปก็ได้ ผมมีเรื่องเดียวที่ผมไม่ได้ไปงานศพหรืองานเผาของอากิ๊งก๊อง พ่อบอกไม่ให้เราไป จนมาเห็นภาพข่าวเพราะพ่อกับผู้หญิงไปงาน ผมก็อ้าว ตอนนั้นผมยังไม่รู้ผู้หญิงคนนี้คือใคร ที่พ่อตั้งคำถามว่านี่ใช่ลูกหรือเปล่า เสียใจแหละครับ พ่อก็คงอยากให้ผมเสียใจ ถึงพูดแบบนั้น แต่ไม่เป็นไรพ่อ บางครั้งเวลาพ่อโมโห เคยพูดแบบนี้แหละ ที่ผ่านมาก็เป็นบ้าง ผมเชื่อว่าทุกบ้านคงมีจังหวะพ่อด่าลูกกันบ้าง พ่อเป็นสุภาพบุรุษก่อนหน้านี้ แต่หลังๆ มันหนัก แต่ผมก็ไม่ได้อะไร อยากด่าก็ด่า ผมไม่ได้ตั้งใจอยากให้รู้เลยว่าคือพ่อ ผมไม่อยากออกมา เพราะออกมาพ่อก็ด่าผม พอผมมาถึงตรงนั้น ตอนนี้มาเล่นฉันอีก ทำไมวกมาทางนี้ล่ะ ผมยังห้ามทุกคนอยู่เลยว่าใจเย็นๆ แต่กลายเป็นชนวนประเด็นปากไวของผม  แต่ผมอาจจะยกตัวอย่างได้ไม่ดี พ่อขอโทษพ่อด้วย (ยกมือไหว้) (ร้องไห้) พอรู้ว่าเป็นพ่อ ผมก็เบาลงมาแล้ว เพราะคนที่เราพูดถึงคือพ่อเรา ไม่มีลูกคนไหนหรอก อยากให้พ่อตัวเอง โดนคนด่าทั้งประเทศ (ร้องไห้) ผมก็โดนด่ามาบ้าง ไม่ได้ถี่หรอก แต่ผมเฉยๆ ด้วยเหมือนกัน ผมเองอายุเลข 4 มีตัวเล็ก 3 ขวบ เป็นชายวัยกลางคนแล้ว ชีวิตผมมูฟออนไปข้างหน้าแล้ว แต่ผมมาเพราะแม่และน้องที่ดูแลเขา เหลือผู้ชายคนเดียวในบ้าน ไม่มีพ่อ เลยต้องมาดูแลตรงนี้ จริงๆ น้องดูแลตัวเองได้ แต่เสาหลักเป็นพี่ชายของทุกคนมากกว่า น้องๆ ดูแลตัวเองได้”

“ตอนนี้พ่อด่าเฉยๆ แล้ว ถามว่าแบกคำว่าเป็นลูกสุรชัยทำให้โดนด่ามาตลอดไหม โอ๊ยมันไม่ได้รู้สึกว่าโดนกดขนาดนั้นแล้ว ชีวิตเราทุกคนมันโกออนไปแล้ว มันไม่ได้เป็นแค่นามสกุลถูกกรอบไว้ ผมพยายามวิ่งออกจากกรอบที่เรามีด้วย ไม่ต้องทำร้ายใคร และใช้ชีวิตเราต่อ เรื่องผู้หญิงพ่อมีมาเรื่อยๆ แม่คิดว่าผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแค่นั้นเอง กับพ่อตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะคุยเนอะ วันนั้นพ่ออาละวาดหนักมาก ผมเจอพ่อที่ศาล คนคิดว่าเดี๋ยวได้ซัดกันแน่ แม่ไม่อยากให้ผมไปเจอพ่อ ผมก็บอกว่าผมจะไปทำอะไรพ่อ ผมก็บอกว่าพ่อใจเย็นๆ เราไม่จำเป็นต้องมาอยู่ตรงนี้เลย ถ้าพ่อไม่รู้ทำยังไงลืมไปหมด แล้วกลับบ้านกัน ทุกอย่างจบ แต่พ่อวิ่งเอาหัวไปโขกตรงบัลลังก์ ถ้าคนอื่นเห็นแบบผมตกใจ พวกเราไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย พ่อดูแลพวกเรามา จนมาถึงจุดที่พีคที่สุด จนทุกคนเติบโตแล้ว ก็แค่แยกย้ายกัน พวกเราไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย ก็อยากให้มันจบแบบภาพทรงจำที่ดีๆ ดีกว่า ผมอาจจะมุมมองที่ต่างกับแม่และน้อง ผมเป็นผู้ชายที่ไม่ได้ดีมาก แต่คิดว่าอะไรที่มีความสุขก็ทำ อย่าให้เดือดร้อนคนข้างๆ เราก็พอ แต่อยู่ดีๆ ก็มาฟ้อง เรื่องโดนของไหม ไม่รู้ครับ (หัวเราะ) ปกติเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนแบบเป็นๆ หายๆ พูดไปคนจะตกใจเพราะไม่เคยเห็นพ่อเวอร์ชันนี้ พอจบหลังหย่า 2 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ติดต่อกัน”

ร็อคกี้ เล่าต่อว่า “ถามว่าตัดพ่อตัดลูกไหม ไม่รู้เหมือนกัน ในความคิดผมนะ ผมว่าคนเราอยู่กันนานๆ มันอาจจะเบื่อกันบ้าง อาจจะเซ็งขี้หน้ากัน มันคงมีกันบ้าง เพราะเห็นกันมานานแล้ว แต่สิ่งที่ผมแปลกใจ (ร้องไห้) ผมมีลูก ผมทิ้งลูก ผมรับไม่ได้อะ ผมไม่รู้เลยอะ ที่พ่อตัดสัมพันธ์ ตอนนี้ผมไม่รู้เลยว่าพ่อคิดอะไร ไม่เหมือนพ่อที่ผมรู้จัก พ่อด่าผมยับเลย เหตุผลที่ไม่อยากออกมานี่แหละ แต่จะจบยังไงทุกคนไม่ได้อยากออกมาเลย ผมย้ำตั้งแต่แรกแล้วว่าเราอยู่ในโลกเราเฉยๆ มาแตะเราทำไมต้องถามมากกว่า ผู้หญิงก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน ก็ต้องออกมาพูดในมุมของเขาเช่นกัน เราเป็นหัวหน้า เพราะเป็นผู้ชายคนเดียวของบ้าน เพราะไม่มีพ่อแล้ว ถึงต้องออกมาไม่ใช่เป็นคนเริ่มเรื่องนี้ ถ้าพ่อวันหนึ่งอยากกลับมา เอาไว้ถึงวันนั้นค่อยมาถามอีกทีดีกว่าครับ”

ตลกดัง’กต.ซุกบ้านเล็กมีที่ไหน ‘โก๊ะตี๋’ เปิดภาพคู่สุดหวานแฟนสาว’น้องใบมิ้นต์’

ตลกดัง'กต.ซุกบ้านเล็กมีที่ไหน 'โก๊ะตี๋' เปิดภาพคู่สุดหวานแฟนสาว'น้องใบมิ้นต์'

ตลกดัง’กต.ซุกบ้านเล็กมีที่ไหน ‘โก๊ะตี๋’ เปิดภาพคู่สุดหวานแฟนสาว’น้องใบมิ้นต์’

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

หลังมีกระแสข่าวตลกดัง ชื่อย่อ “กต.” ซุกบ้านเล็กบ้านน้อย ทำเอาหลายคนสงสัยว่าอาจจะเป็นตลกดังนามว่า “โก๊ะตี๋ อารามบอย” งานนี้เจ้าตัวเลยไม่รอช้าเปิดภาพคู่สุดหวานกับแฟนสาว “น้องใบมิ้นต์” ให้สิ้นสงสัยว่าไม่มีการซุกซ่อนแต่อย่างใดเพราะคู่นี้รักกันมาก !

โดย ‘โก๊ะตี๋-ใบมิ้นท์’ มีอายุห่างกันประมาณ 24 ปี ทั้งคู่เปิดตัวช่วงปลายปี 2568 เคยเป็นข่าวดัง หลังจากฝ่ายหญิงประกาศเลิกผ่านไลฟ์สดด้วยเหตุผลพี่โก๊ะตี๋ติดใบมิ้นท์มากไปและทัศนคติไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายกลับมาคืนดีกันได้ จนเกิดภาพน่ารักๆ ในวันนี้

ภาพจากไอจี : kootee

‘มิลลี่’เข้าพิธีแต่งงานกับ’ระฟ้า’ทายาทค่ายเพลงดัง‘แกรมมี่’

'มิลลี่'เข้าพิธีแต่งงานกับ'ระฟ้า'ทายาทค่ายเพลงดัง‘แกรมมี่’

‘มิลลี่’เข้าพิธีแต่งงานกับ’ระฟ้า’ทายาทค่ายเพลงดัง‘แกรมมี่’

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.39 น.

ขอแสดงความยินดีกับนางเอกลูกครึ่ง มิลลี่ คามิลล่า กิตติวัฒน์ ลูกสาวคนสวยของอดีตนางแบบดัง แต้ม รุ่งนภา กิตติวัฒน์ ได้เข้าพิธีวิวาห์กับแฟนหนุ่มนักธุรกิจ ระฟ้า ดำรงชัยธรรม ทายาทหมื่นล้านของ อากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม แห่งแกรมมี่ ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายแต่อบอุ่น โดยมีครอบครัว เพื่อนๆ และคนสนิท คนดังในวงการบันเทิง มาร่วมแสดงความยินและเป็นสักขีพยานอีกโมเมนต์สำคัญของทั้งคู่ด้วย

โดยเจ้าสาว มิลลี่ คามิลล่า ได้เผยภาพโมเมนต์แห่งความประทับใจผ่านในอินสตาแกรม ระบุข้อความว่า “Yesterday was so special On Valentine’s Day, we shared our engagement ceremony surrounded by love, family, and blessings. A moment we’ll carry in our hearts forever. #MillysFavoriteTi”

สำหรับพิธีแต่งงงานจัดขึ้นอย่างสวยงามเรียบง่ายตามประเพณีไทย แต่เต็มไปด้วยโมเมนต์แห่งความสุขและรอยยิ้ม เพื่อนร่วมวงการบันเทิง รวมไปถึงแฟนคลับ ต่างโพสต์ร่วมแสดงความยินดีทั้งบ่าวสาวในโซเชียลทั้งนี้ มิลลี่ คามิลล่า และ ระฟ้า ได้คบหาดูใจกันมานานกว่า 6 ปี ก่อนที่ฝ่ายชายจะขอนางเอกสาวแต่งงานเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2568 สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับคนที่ทราบข่าวอย่างมาก

‘มิสแกรนด์นครพนม’ทำถึงคว้าชัยรอบ ‘ชุดชาติพันธุ์ภาคกลาง’

‘มิสแกรนด์นครพนม’ทำถึงคว้าชัยรอบ 'ชุดชาติพันธุ์ภาคกลาง'

‘มิสแกรนด์นครพนม’ทำถึงคว้าชัยรอบ ‘ชุดชาติพันธุ์ภาคกลาง’

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

การประกวดชุดชาติพันธุ์ ถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่แฟนนางงามต่างรอคอย เพราะทุกปีจะเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ และมีมที่คาดไม่ถึง ทุกชุดยิ่งใหญ่อลังการ ไม่ต่างจากชุดประจำชาติที่นางงาม และทีม PD จัดเต็มมาเพื่ออวดศักยภาพและความพร้อมบนเวทีการประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026” ซึ่งปีนี้ พัทยา จังหวัดชลบุรี เจ้าภาพหลัก เปิดทางให้ผู้เข้าประกวด สาดมนต์ขลังในรอบชุดชาติพันธุ์ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “The Civilization of Central Siam” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว อัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม และความรุ่งเรืองของอารยธรรมภาคกลาง ผ่านการสร้างสรรค์ชุดประจำถิ่นของผู้เข้าประกวด

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตระการตา และความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของไทย โดยผู้เข้าประกวดทั้ง 77 สาวงาม ได้ถ่ายทอดเสน่ห์ของภาคกลางผ่านการออกแบบชุดชาติพันธุ์ที่ผสมผสานศิลปะ ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างวิจิตร พร้อมการนำเสนอที่สะท้อนเรื่องราวของชุมชน และรากเหง้าทางวัฒนธรรมได้อย่างน่าประทับใจ เรื่องเล่าหลากหลายตำนาน ถูกนำเสนอบนเวที หลายชุดทำถึงจนขนลุกไปทั้งฮอลล์ โรงแรม วินด์แฮม จอมเทียน พัทยา โดยผลการคัดเลือก “The Civilization of Central Siam” จะมาจากการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ชุด และอีก 3 ชุด มาจากผู้เข้าประกวดที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดผ่านเพจ Pattaya The Host City

“ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ประธานกองประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 พร้อมตัวแทนเจ้าภาพเมืองพัทยา ทัศนัย โคตรทอง” และ ทิพวรรณ พันธุ์แตง” ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และผู้สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นโชว์ทั้ง 77 จังหวัด พิธีกร แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ ประกาศชุดชาติพันธุ์ภาคกลางที่ผ่านเข้ารอบ 15 ชุดได้แก่ มิสแกรนด์ชลบุรี, มิสแกรนด์บุรีรัมย์, มิสแกรนด์ชุมพร, มิสแกรนด์สกลนคร, มิสแกรนด์นครพนม, มิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร, มิสแกรนด์นครราชสีมา, มิสแกรนด์อุตรดิตถ์, มิสแกรนด์สุรรณบุรี, มิสแกรนด์สระบุรี, มิสแกรนด์ศรีสะเกษ, มิสแกรนด์พังงา, มิสแกรนด์สุรินทร์, มิสแกรนด์ตาก,

จากนั้นให้ผู้ผ่านเข้ารอบได้นำเสนอชุดของตัวเองต่อหน้าคณะกรรมการอีกครั้ง ก่อนจะประกาศผลประกาศผลรางวัล “The Civilization of Central Siam” ชุดชาติพันธุ์ภาคกลางยอดเยี่ยม 2 รางวัล ได้แก่ ชุดพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งศรัทธา ของ มิสแกรนด์ศรีสะเกษ และ ชุดพหุลักษณ์พาหุรัด ของ มิสแกรนด์สกลนคร ส่วนชุดที่ชนะใจกรรมการมากที่สุด ได้แก่ ชุดเกียรติศักดิ์แห่งทุ่งบางพระ ของ มิสแกรนด์นครพนม ชุดที่สะท้อนความเป็นไทยในประเพณีวิ่งควายอันโด่งดัง ออกแบบและตัดเย็บโดย ห้องเสื้อดับเบิ้ลเอส ดีไซน์ นายสุรพันธุ์ แสงเทียร

ชุดเกียรติศักดิ์แห่งทุ่งบางพระ

ชุดเกียรติศักดิ์แห่งทุ่งบางพระ

ชุดพหุลักษณ์พาหุรัด

ชุดพหุลักษณ์พาหุรัด

ชุดพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งศรัทธา

ชุดพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งศรัทธา

‘ลิซ่า’เท่านั้นที่คู่ควร ‘เอริญ’นักร้องหนุ่มเขมรวัย23ทำสาวกัมพูชาอกหักทั้งประเทศ

‘ลิซ่า’เท่านั้นที่คู่ควร ‘เอริญ’นักร้องหนุ่มเขมรวัย23ทำสาวกัมพูชาอกหักทั้งประเทศ

‘ลิซ่า’เท่านั้นที่คู่ควร ‘เอริญ’นักร้องหนุ่มเขมรวัย23ทำสาวกัมพูชาอกหักทั้งประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

ทำเอาถึงกับขำก๊ากให้กับความมั่นหน้าของนักร้องหนุ่ม “เอริญ” วัย 23 ปี สมาชิกวง ENO STRONG MAN ชาวเขมรที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสเปกสาวในฝัน พูดว่าผู้หญิงที่จะคบต้องมีระดับใกล้เคียงกับตน งานนี้ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งกัมพูชาถึงกับอกหักยกประเทศเพราะ“เอริญ”เลือกยก “ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล” เป็นคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสม และคู่ควร

สำหรับ เอริญ (Erin) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ เอริญ ENO เป็นนักร้องนำและหัวหน้าวงบอยแบนด์สัญชาติกัมพูชาชื่อวง ENO Strong Man (หรือวง Ino) ซึ่งกำลังเป็นกระแสโด่งดังอย่างมากในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ปัจจุบันอายุประมาณ 23 ปีมีพื้นเพมาจากจังหวัดเปรยเวง (Prey Veng) ประเทศกัมพูชาได้รับการยกย่องจากสื่อและสังคมกัมพูชาให้เป็น “ชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี” ประจำปี 2569 โดยได้รับใบประกาศเกียรติคุณอย่างเป็นทางการ

ผลงานโดดเด่น เป็นทั้งนักร้องนำและผู้แต่งเพลง โดยเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือเพลง “ซมตุ๊ๆ” (ขอโทษๆ) และเพลงแนวคัฟเวอร์อย่าง “กันตรึมสกา” ซึ่งทำให้เขากลายเป็นไอดอลขวัญใจวัยรุ่นกัมพูชา

สำหรับเอกลักษณ์ที่ทำให้ชาวกัมพูชาคลั่งในความหล่อ ก็คือ ภาพลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งทรงผม (ที่บางคนเรียกว่าทรง “นกคุ่มหลี่”) และท่าเต้นที่พริ้วไหว จนแฟนคลับกัมพูชาบางส่วนยกย่องว่าเขามีพรสวรรค์เทียบชั้นศิลปินระดับโลก

โดยกระแสในไทย เขาเป็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดียของไทยอย่างกว้างขวาง (โดยเฉพาะใน TikTok) ทั้งในแง่ของความแปลกใหม่และกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับรูปลักษณ์ที่ดูมีอายุเกินวัย รวมถึงประเด็นความขัดแย้งทางความคิดระหว่างแฟนคลับไทยและกัมพูชา

สุรชัย ไล่ลูกเปลี่ยนนามสกุล ซัดกลับคนด่า ‘ชายชั่วหญิงโฉด’ ธรรมชาติจะลงโทษ

สุรชัย ไล่ลูกเปลี่ยนนามสกุล ซัดกลับคนด่า ‘ชายชั่วหญิงโฉด’ ธรรมชาติจะลงโทษ

สุรชัย ไล่ลูกเปลี่ยนนามสกุล ซัดกลับคนด่า ‘ชายชั่วหญิงโฉด’ ธรรมชาติจะลงโทษ

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.42 น.

ถึงคราว “สุรชัย สมบัติเจริญ” ออกมาพูด ปมดราม่าในครอบครัว หลังเปิดตัวภรรยา ที่ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในสหรัฐอเมริกามานานกว่า 40 ปี จนหลายคนงง แล้วถามว่าภรรยาที่ไทยอย่าง “เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์” กับลูกๆ ทั้ง 4 คน สรุปแล้วคืออะไร ก่อนที่จะเปิดศึกผ่านโซเชียลกันไปมา โดยก่อนหน้านี้ สุรชัย โพสต์ร่ายยาวถึงลูกชายว่าด้อยค่าพ่อตัวเอง

       ล่าสุด สุรชัย โพสต์คลิปชี้แจงดราม่าที่เกิดขึ้น เผยว่า หลายคนถามมาว่าผมเป็นคนเขียนเพจวันที่ 13 ที่ผ่านมาหรือเปล่า บอกตรงๆนะครับ ผมเป็นคนเขียนเอง

บางคนมโนว่าคนโน่น อยู่เบื้องหลัง ในการทำนี่ทำนั่น ผมก็คิดว่าเราต้องการสร้างกระแสซื้อแอดในการที่จะ PR ผมบอกตรงๆนะครับชีวิตนี้ผมผ่านสิ่งเหล่านี้มาเยอะแยะ ผมไม่ต้องการที่ยืน ตรงไหนมีความสุขผมก็จะไป

จากกรณี “หน้าที่และภาระ” จนเป็นกระแสโจมตีกันใหญ่ มันไปกระทบกับใครผมก็ไม่เข้าใจ ถ้าความทุกข์ผมจะใช้คำว่าหน้าที่และภาระ เพื่อทำให้มันสำเร็จและจบลง มันจบแล้วต่างคนก็ต่างเลิกรากันไป ไม่ใช่มาเสี่ยมว่าทางนั้นคิดยังไงทางนี้คิดยังไง หน้าที่และภาระของผมก็ได้จบแล้วบางคนก็เข้ามาดราม่าด่าผมอย่างนู้นอย่างนี้ ขอบคุณครับที่ด่าผมมา รู้สึกว่ามาด่าผมทำไม เราไม่ได้ต้องการออกมาสาวไส้ แต่บางทีออกมาสาวไส้ แล้วไส้มันสะอาดมันก็ดีเหมือนกัน

       ซัดกลับคนโจมตี เป็นนักจัดรายการวิทยุ ที่คุ้นชื่อหน่อยออกมาพูด ชายชั่วหญิงโฉด ทองมันก็จริงยังไงมันก็เป็นทอง เที่ยวออกมากล่าวหาว่าหมาขี้หน้าบ้านแล้วผมจะทำไงดี หรือเอามาพูดว่าไม่มีที่ยืน คุณยืนได้คุณก็ยืนไปเถอะ คุณยืนไม่ได้มันก็เรื่องของคุณ ผมเองก็ไม่อยากจะอยู่ในสังคมนี้ ผมนอนตรงไหน นั่งตรงไหนก็ได้ที่มีความสุข

ผมอุตส่าห์หนีแล้ว ก็ยังจะมีมาร วิบากกรรม หรือ เจ้ากรรมนายเวรของใครก็ไม่รู้ ใครสร้างอะไรไว้บทพิสูจน์ไม่นานครับเดี๋ยวได้เห็นแต่คนที่ออกมาว่าบุพการีว่า ชายชั่วหญิงโฉด เนี่ย มันเอาส่วนไหนของสมองคิด มันบ้าไปแล้ว โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้น ไอ้ที่ปากดีที่เอามาพูดเนี่ย ทำไมผมถึงเขียนภาษาไทยตกเนี่ย ผมไม่อยากใส่คำว่า ทรการันต์ เพราะผมรู้ใน บดินทร์ มันไม่ปกติ ถึงเขียนให้เป็นปกติ ผมไม่เก่งโซเชียลหรอก ไดโนเสาร์เต่าล้านปี มันด้อยค่าใคร คุณด่าผมชายชั่วหญิงโฉด ในสังคมเขาจะมองคุณยังไงก็ขนาดผมคุณยังด่าขนาดนี้เลย

ผมไม่ว่าหรอก วันเวลาธรรมชาติ จะลงโทษคุณ ใครที่ด่าว่าผมขอให้สิ่งนั้นมันกลับสะท้อนร้อยเท่าพันเท่า ฝ่ายหนึ่งไม่ยอมลดละ ผมหนีมาแล้ว มีใครบ้างที่สมบูรณ์ไปทุกประการ แต่ละครอบครัวก็มีปัญหาเหมือนกันทั้งนั้น เมื่อปัญหาจบแล้วก็จบไป ไม่ใช่มาออกว่าเจ้ากรรมนายเวร ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นเจ้ากรรมนายเวรแล้วคุณจะมาเจอผมทำไม อย่าโกหกในสังคม ยืนได้ไม่ต้องแสดงตัวหรอกว่าดีกรีนักเรียนนอก โถ่ถ้าเขารู้เขาจะหัวเราะ ไปเที่ยวไม่กี่วันแล้วบอกว่าดีกรีนักเรียนนอก โอ้โหพ่อสุรพลนี่เป็นเพื่อนกับแม่ เขาไม่รู้จักหรอกครอบครัวคุณเนี่ย แม่ผมก็ไม่เคยไปขอคุณให้ผม คุณอยากจะให้ผมเล่าไหม สาวไส้ไหม ให้มันสะอาดไหม ผมก็อายตัวเองเหมือนกัน คุณก็รู้อยู่แก่ใจ แล้วคุณจะมารื้อฟื้นหาสวรรค์วิมานอะไร