“สี จิ้นผิง” เรียกร้องนานาชาติร่วมมือพัฒนา AI ชี้ไม่ควรถูกผูกขาดโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง

"สี จิ้นผิง" เรียกร้องนานาชาติร่วมมือพัฒนา AI ชี้ไม่ควรถูกผูกขาดโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง

17 ก.ค. 2569 10:34 น.

“สี จิ้นผิง” เรียกร้องนานาชาติร่วมมือพัฒนา AI ชี้ไม่ควรถูกผูกขาดโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง

“สี จิ้นผิง” เรียกร้องนานาชาติร่วมมือพัฒนา AI พร้อมคัดค้านการนำประเด็นความมั่นคงมาเป็นข้ออ้างจำกัดเทคโนโลยี ย้ำ AI ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์และไม่ควรถูกผูกขาดโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง

วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน กล่าวเปิดการประชุม World Artificial Intelligence Conference (WAIC) ที่นครเซี่ยงไฮ้ โดยระบุว่า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ควรถูกครอบงำหรือผูกขาดโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ควรเป็นความร่วมมือของประชาคมโลก

พร้อมกันนี้ผู้นำจีนยังเเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมกันคัดค้านการขยายแนวคิดด้านความมั่นคงแห่งชาติจนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา AI พร้อมย้ำว่าควรมีกฎหมาย ระบบกำกับดูแล และมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ AI อยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์เสมอ

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหลายประเทศเข้าร่วม นอกจากนี้ จีนยังร่วมกับอีก 29 ประเทศ รวมถึงรัสเซีย ปากีสถาน และอินโดนีเซีย ลงนามจัดตั้ง องค์การความร่วมมือปัญญาประดิษฐ์โลก (World Artificial Intelligence Cooperation Organization) ซึ่งจะมีสำนักงานใหญ่ในนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและกำกับดูแลการพัฒนา AI ในระดับนานาชาติอย่างเป็นระบบ 

ทั้งนี้ การประชุม WAIC ปีนี้มีบริษัทเทคโนโลยีกว่า 1,000 แห่งเข้าร่วม และจัดแสดงผลิตภัณฑ์ด้าน AI ราว 3,000 รายการ อันเป็นการสะท้อนความพยายามของจีนในการผลักดันอุตสาหกรรม AI ให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจและการแข่งขันทางเทคโนโลยีระดับโลก.

ที่มา AFP

เร่งค้นหา 24 ผู้สูญหาย หลังเรือโดยสารอับปางนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย ดับ 1 ศพ

เร่งค้นหา 24 ผู้สูญหาย หลังเรือโดยสารอับปางนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย ดับ 1 ศพ

17 ก.ค. 2569 09:57 น.

เร่งค้นหา 24 ผู้สูญหาย หลังเรือโดยสารอับปางนอกชายฝั่งอินโดนีเซีย ดับ 1 ศพ

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียยังคงเดินหน้าปฏิบัติการค้นหา 24 ผู้สูญหาย หลังเรือโดยสารอับปางนอกชายฝั่งจังหวัดสุลาเวสีใต้ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย ขณะที่ช่วยผู้รอดชีวิตได้ 49 คน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังเรือโดยสาร เคเอ็ม นูรุล ซัลซา ประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง ก่อนอับปางในทะเล ห่างจากท่าเรือปลายทางในหมู่เกาะเซลายาร์ จังหวัดสุลาเวสีใต้ ราว 43 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 79 กิโลเมตร

นายมูฮัมหมัด อาริฟ อันวาร์ หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยเมืองมากัสซาร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้แล้ว 49 คน และยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 24 คน

อันวาร์ระบุว่า อุปสรรคสำคัญของภารกิจคือสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย โดยบริเวณจุดเกิดเหตุมีคลื่นสูงประมาณ 2-2.5 เมตร และมีกระแสลมแรง ส่งผลให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากกองทัพอินโดนีเซีย ตำรวจ หน่วยกู้ภัย ชาวประมง และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันระดมกำลังค้นหาผู้สูญหาย

ทางการระบุว่า เรือ KM Nurul Salsa ออกเดินทางจากเกาะจัมเปีย เมื่อเช้าวันพุธ โดยมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 74 คน นอกจากนี้ยังบรรทุกสินค้าประเภทเนื้อมะพร้าวแห้ง  โค และรถจักรยานยนต์หลายคัน

อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะมากกว่า 17,000 เกาะ ทำให้เรือโดยสารเป็นหนึ่งในระบบคมนาคมหลักของประเทศ อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุทางเรือเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ยังหละหลวม รวมถึงปัญหาการบรรทุกผู้โดยสารหรือสินค้ามากเกินกำหนด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่อุบัติเหตุหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา.

ที่มา : AP

เหยียบกันตายในเทศกาลฮินดูที่อินเดีย ดับอย่างน้อย 1 ราย หามส่งรพ.จำนวนมาก

เหยียบกันตายในเทศกาลฮินดูที่อินเดีย ดับอย่างน้อย 1 ราย หามส่งรพ.จำนวนมาก

17 ก.ค. 2569 09:24 น.

เหยียบกันตายในเทศกาลฮินดูที่อินเดีย ดับอย่างน้อย 1 ราย หามส่งรพ.จำนวนมาก

เกิดเหตุฝูงชนเบียดเสียดอย่างกะทันหันในเทศกาลฮินดูชื่อดังที่รัฐโอริสสาทางตะวันออกของอินเดียเมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และมีผู้ถูกหามส่งโรงพยาบาลจำนวนมาก

เหตุการณ์สลดเกิดขึ้นในเมืองชายฝั่งปูรี ขณะที่ประชาชนหลายหมื่นคนเดินทางมาร่วมงาน รัถยาตรา ซึ่งเป็นเทศกาลแห่รถศึกประจำปี

เทศกาลดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในขบวนแห่ทางศาสนาที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีการอัญเชิญเทวรูปของเทพเจ้าฮินดูออกจาก วัดจากันนาถ และแห่ไปตามท้องถนนด้วยรถศึกที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

ภาพวิดีโอจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นผู้ศรัทธามีการเบียดกันไปมา จนเกิดความโกลาหล บางรายเป็นลมและล้มจนถูกเหยียบ รถพยาบาลเร่งเข้ามาในพื้นที่ ก่อนที่จะมีการหามผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่รองเท้า กระเป๋า และสิ่งของส่วนตัวจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณหลังเกิดเหตุ

ตำรวจรัฐโอริสสาโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ทีมกู้ภัยได้ให้การปฐมพยาบาลและให้ออกซิเจนแก่ผู้ได้รับผลกระทบ 33 คน ก่อนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

เมื่อปีที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ในเทศกาลเดียวกัน โดยมีผู้เสียชีวิต 3 ราย และมีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่าสิบคนจากการเบียดเสียดของฝูงชน

การเกิดเหตุเหยียบกันในอินเดียถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในช่วงเทศกาลทางศาสนา เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมหาศาล บางครั้งนับล้านคน มารวมตัวกันในพื้นที่จำกัดที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและการควบคุมฝูงชนไม่เพียงพอ

เมื่อเดือนมกราคมปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย หลังชาวฮินดูหลายหมื่นคนแห่ลงอาบน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ระหว่างเทศกาล มหากุมภเมลา

ส่วนในปี 2556 ผู้แสวงบุญที่เข้าร่วมเทศกาลฮินดูที่วัดแห่งหนึ่งในรัฐ มัธยประเทศ เกิดความตื่นตระหนกจากความหวั่นเกรงว่าสะพานจะถล่ม ส่งผลให้มีผู้ถูกเหยียบเสียชีวิตหรือจมน้ำในแม่น้ำด้านล่างอย่างน้อย 115 ราย.

ที่มา :AP

“คิม จองอึน” พบที่ปรึกษาการเมืองสูงสุดจีน ย้ำกระชับความร่วมมือสองประเทศ

"คิม จองอึน" พบที่ปรึกษาการเมืองสูงสุดจีน ย้ำกระชับความร่วมมือสองประเทศ

17 ก.ค. 2569 08:51 น.

“คิม จองอึน” พบที่ปรึกษาการเมืองสูงสุดจีน ย้ำกระชับความร่วมมือสองประเทศ

“คิม จองอึน” ผู้นำเกาหลีเหนือ พบที่ปรึกษาการเมืองระดับสูงของจีน ระหว่างเยือนเปียงยาง ในโอกาสครบรอบ 65 ปี สนธิสัญญามิตรภาพจีน-เกาหลีเหนือ ย้ำเดินหน้าขยายความร่วมมือ-กระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ เคซีเอ็นเอ รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้พบหารือกับนายหวัง ฮู่หนิง สมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน ซึ่งนำคณะผู้แทนจีนเยือนกรุงเปียงยางเป็นเวลา 3 วัน เพื่อร่วมรำลึกครบรอบ 65 ปี การลงนามสนธิสัญญามิตรภาพ ความร่วมมือ และความช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ

โดยระหว่างการพบกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายหวัง ฮู่หนิง ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงอันดับ 4 ของจีน ได้ถ่ายทอดคำอวยพรและความปรารถนาดีจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ถึงคิม จองอึน ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวขอบคุณและฝากความปรารถนาดีกลับไปยังผู้นำจีนเช่นกัน

คิม จองอึน กล่าวว่า การส่งคณะผู้แทนระดับสูงมาเยือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และมุ่งผลักดันข้อตกลงที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้บรรลุร่วมกัน พร้อมกันนี้ยังระบุว่า สนธิสัญญามิตรภาพระหว่างสองประเทศมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์พื้นฐานของทั้งสองฝ่าย รวมถึงส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมยืนยันว่า พรรคแรงงานและรัฐบาลเกาหลีเหนือจะเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น.

ที่มา Yonhap

รัฐบาลออสเตรเลียประท้วงรัฐบาลลาว ตั้งข้อหาเบาเกินไปในคดีเหล้าเถื่อนปนเมทานอล ทำนทท.ดับ 6 ศพ

รัฐบาลออสเตรเลียประท้วงรัฐบาลลาว ตั้งข้อหาเบาเกินไปในคดีเหล้าเถื่อนปนเมทานอล ทำนทท.ดับ 6 ศพ

17 ก.ค. 2569 08:39 น.

รัฐบาลออสเตรเลียประท้วงรัฐบาลลาว ตั้งข้อหาเบาเกินไปในคดีเหล้าเถื่อนปนเมทานอล ทำนทท.ดับ 6 ศพ

รัฐบาลออสเตรเลียประท้วงรัฐบาลลาว หลังเตรียมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องเหตุเหล้าปนเปื้อนเมทานอลคร่าชีวิตนักท่องเที่ยว 6 ศพเมื่อปี 2567 ด้วยข้อหาที่ถูกมองว่าเบาเกินไป พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินคดีอย่างเหมาะสมเพื่อทวงความยุติธรรมแก่ผู้เสียชีวิต

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 รัฐบาลออสเตรเลียแสดงความผิดหวังอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีของทางการลาว กรณีเหตุวางยาพิษด้วยเมทานอลเมื่อปี 2567 ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 6 ศพ รวมถึงหญิงชาวออสเตรเลีย 2 คน

นางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เรียกเอกอัครราชทูตลาวประจำออสเตรเลียเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วง พร้อมส่งผู้แทนพิเศษเดินทางไปยังลาว เพื่อเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีที่เหมาะสมและมอบความยุติธรรมแก่ผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ แม้ทางการออสเตรเลียจะไม่ได้เปิดเผยว่าในกรณีนี้ควรตั้งข้อหาใด แต่สำนักข่าว ABC รายงานว่า ทางการลาวเตรียมดำเนินคดีในข้อหาที่มีโทษรวมกันสูงสุดเพียงจำคุก 1 ปี และปรับประมาณ 1,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 34,000 บาท ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าบทลงโทษเบาเกินไปเมื่อเทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น.

ที่มา AFP

อินเดียรวบผู้โดยสาร 3 คนลอบขนกัญชาบินตรงจากไทย ซุกของไว้บนเครื่องบิน ยึดของกลางได้รวม 6.37 กก.

อินเดียรวบผู้โดยสาร 3 คนลอบขนกัญชาบินตรงจากไทย ซุกของไว้บนเครื่องบิน ยึดของกลางได้รวม 6.37 กก.

17 ก.ค. 2569 08:24 น.

อินเดียรวบผู้โดยสาร 3 คนลอบขนกัญชาบินตรงจากไทย ซุกของไว้บนเครื่องบิน ยึดของกลางได้รวม 6.37 กก.

เจ้าหน้าที่ศุลกากรท่าอากาศยานนิวเดลี ประเทศอินเดีย จับกุมผู้โดยสารชาวอินเดีย 3 คน ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และภูเก็ต ข้อหาลักลอบขนกัญชา โดยซุกซ่อนไว้บนเครื่องบิน น้ำหนักรวม 6.37 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี ในกรุงเดลี จับกุมผู้โดยสารชาวอินเดีย 3 รายหลังตรวจยึดกัญชาไฮโดรโปนิกส์ หรือกัญชาที่ปลูกในน้ำแทนการใช้ดินและมีสารออกฤทธิ์รุนแรงสูง น้ำหนักรวม 6.37 กิโลกรัม เมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งของกลางดังกล่าวถูกซุกซ่อนไว้ในห้องน้ำบนเครื่องบิน ใต้ที่นั่งผู้โดยสาร และในกระเป๋าสัมภาระ   

ผู้โดยสารชาวอินเดียรายแรกเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) ถูกสกัดจับหลังจากเดินผ่านช่อง สำหรับคนที่ไม่มีสิ่งของผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตรวจพบจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้โดยสารผ่านระบบคัดกรองล่วงหน้า และแม้เจ้าหน้าที่จะตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ในกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารรายนี้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าไปตรวจค้นภายในตัวเครื่องบินอย่างละเอียด กลับพบห่อปิดผนึกต้องสงสัยว่าเป็นกัญชาไฮโดรโปนิกส์จำนวน 4 ห่อ น้ำหนัก 3.47 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำบริเวณท้ายเครื่องบินทั้งสองห้อง เมื่อถูกเจ้าหน้าที่เค้นสอบปากคำ ผู้โดยสารรายนี้จึงยอมรับสารภาพว่าเป็นคนนำห่อกัญชาดังกล่าวไปซ่อนไว้ในห้องน้ำจริง

ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากภูเก็ตในวันเดียวกัน ถูกสกัดจับจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้โดยสารผ่านระบบคัดกรองล่วงหน้า (APIS) ซึ่งเมื่อตรวจกระเป๋าสัมภาระแล้วไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงเข้าตรวจค้นบนเครื่องบิน และพบห่อปิดผนึกต้องสงสัยว่าเป็นกัญชาไฮโดรโปนิกส์จำนวน 6 ห่อ น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งในแถวที่ 12 ในเวลาต่อมา ผู้โดยสารรายนี้ได้ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนแอบซ่อนห่อกัญชาเหล่านั้นไว้บนเครื่องบินจริง 

สำหรับคดีที่สาม เจ้าหน้าที่ใช้ระบบคัดกรองข้อมูลล่วงหน้า (APIS) ตรวจพบประวัติผู้โดยสารชาวอินเดียคนหนึ่งที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงเฝ้าดักรอ จนกระทั่งเขาพยายามเดินผ่านช่องเขียวเพื่อหลบเลี่ยงศุลกากร เจ้าหน้าที่จึงเข้าสกัดจับทันทีและเมื่อนำกระเป๋าสัมภาระไปเข้าเครื่องเอกซเรย์ ก็พบสิ่งผิดปกติภายในกระเป๋า นำไปสู่การตรวจยึดกัญชาไฮโดรโปนิกส์บรรจุอยู่ในถุงสูญญากาศจำนวน 2 ห่อ น้ำหนักประมาณ 1.4 กิโลกรัม โดยผู้โดยสารทั้ง 3 ราย จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายยาเสพติดของอินเดียต่อไป.

ที่มา : NDTV

คลื่นความร้อนยุโรป ดันแอร์จีนขายดีจนเกลี้ยง คนแห่ซื้อรับอากาศร้อนจัด

คลื่นความร้อนยุโรป ดันแอร์จีนขายดีจนเกลี้ยง คนแห่ซื้อรับอากาศร้อนจัด

17 ก.ค. 2569 08:08 น.

คลื่นความร้อนยุโรป ดันแอร์จีนขายดีจนเกลี้ยง คนแห่ซื้อรับอากาศร้อนจัด

ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศจากจีนกลายเป็นสินค้าขายดีจนขาดตลาด  

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า คลื่นความร้อนที่ปกคลุมยุโรปในปีนี้ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากหันมาซื้อเครื่องปรับอากาศ หลังหลายพื้นที่เผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะในเยอรมนีที่บางเมืองมีอุณหภูมิพุ่งเกิน 40 องศาเซลเซียส และยังมีแนวโน้มเกิดคลื่นความร้อนอีกหลายระลอกก่อนสิ้นสุดฤดูร้อน

หนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนเคลื่อนที่ได้ของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติจีน  ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านอาคารของหลายประเทศในยุโรป โดยความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เครื่องปรับอากาศชนิดนี้ขายหมดเกลี้ยงในหลายร้านค้า และเริ่มมีผู้นำไปขายต่อบนเว็บไซต์มือสองในราคาสูงกว่าราคาปกติราว 750 ยูโร หรือประมาณ 28,000 บาท แพงขึ้นถึง 2-3 เท่า จนมีการสร้างเว็บไซต์ เพื่อติดตามว่าสินค้ายังมีจำหน่ายที่ใดบ้าง

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จุดเด่นของเครื่องปรับอากาศชนิดนี้คือสามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องเจาะผนังอาคาร จึงเหมาะกับเมืองเก่าในยุโรปที่มีกฎอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์เข้มงวด โดยตัวเครื่องภายนอกมีน้ำหนักเบาและสามารถติดตั้งไว้บริเวณหน้าต่างได้เอง กระ

กระแสความนิยมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ชาวยุโรปเริ่มหันมาใช้เครื่องปรับอากาศมากขึ้น หลังคลื่นความร้อนเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้แบรนด์จีนที่เคยไม่เป็นที่รู้จักในตลาดยุโรป กลายเป็นหนึ่งในผู้ได้รับอานิสงส์จากสภาพอากาศสุดขั้วในปีนี้.

ที่มา BBC

จนท.ทำเนียบขาว ถูกกล่าวหาเล่นพนันคำพูดทรัมป์ โกยเงิน1 แสนดอลลาร์

จนท.ทำเนียบขาว ถูกกล่าวหาเล่นพนันคำพูดทรัมป์ โกยเงิน1 แสนดอลลาร์

17 ก.ค. 2569 06:47 น.

จนท.ทำเนียบขาว ถูกกล่าวหาเล่นพนันคำพูดทรัมป์ โกยเงิน1 แสนดอลลาร์

เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องช่วยอ่านบทพูดของทำเนียบขาว ถูกสอบสวนหลังเล่นพนันคำพูดประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยข้อมูลวงใน จนสามารถโกยเงินได้กว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อ 16 ก.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องช่วยอ่านบทพูดหรือเทเลพรอมป์เตอร์ (Teleprompter) ประจำทำเนียบขาว กำลังถูกสอบสวน หลังถูกกล่าวหาว่าใช้ข้อมูลวงในไปวางเดิมพันและทำเงินได้เกือบ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากการคาดเดาคำพูดในสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เจ้าหน้าที่รายนี้มีชื่อว่า กาเบรียล เปเรซ ซึ่งทำงานที่ทำเนียบขาวมาตั้งแต่ปี 2559 ถูกกล่าวหาว่าแอบวางเดิมพันว่าประธานาธิบดีจะใช้คำพูดใดบ้างในระหว่างการแถลงสุนทรพจน์ต่อสาธารณะครั้งสำคัญ รวมถึงการแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภา หรือ สเตต ออฟ เดอะ ยูเนียน (State of the Union)

การซื้อขายสัญญาทายผลดังกล่าวเกิดขึ้นบน “คาลชี” (Kalshi) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตลาดการคาดการณ์ที่อนุญาตให้ผู้ใช้เข้ามาวางเดิมพันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงบนโลก โดยทางบริษัทยืนยันว่าได้รายงานพฤติกรรมนี้ไปยังคณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลแพลตฟอร์มดังกล่าวแล้ว

มีรายงานว่า ทางคาลชีได้ทำการระงับบัญชีของเปเรซไว้ก่อนที่เขาจะสามารถถอนเงินกำไรใด ๆ ออกไปได้

ทางแพลตฟอร์มเปิดเผยกับ BBC ว่า นักวิเคราะห์ของบริษัทเริ่มสังเกตเห็นการวางเดิมพันที่ผิดปกติใน “ตลาดทายคำพูด” เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งตลาดนี้เป็นสัญญาที่เปิดให้ผู้ใช้เข้ามาทายว่าผู้พูดจะใช้คำศัพท์ทั่วไป เช่น ชื่อประเทศเฉพาะเจาะจง คำศัพท์ทางเศรษฐกิจ หรือสโลแกนหาเสียง หรือไม่

จากการตรวจสอบข้อมูลบัญชีผู้ใช้ บริษัทพบว่าผู้ใช้งานรายนี้เป็นพนักงานของรัฐบาลกลางที่ทำหน้าที่ควบคุมเทเลพรอมป์เตอร์ของทำเนียบขาว ทางแพลตฟอร์มจึงได้ระงับเงินจำนวนมากกว่า 90,000 ดอลลาร์สหรัฐเอาไว้ก่อนที่จะมีการถอนออกไป

ทางด้าน คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาว แถลงว่าประธานาธิบดีทรัมป์รับทราบเรื่องของเจ้าหน้าที่เทเลพรอมป์เตอร์รายนี้แล้ว และขณะนี้พนักงานคนดังกล่าวได้ถูกสั่งพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่าเปเรซจะไม่ทำงานที่ทำเนียบขาวอีกต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เป็นคืนที่ 6 ติดต่อกัน

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เป็นคืนที่ 6 ติดต่อกัน

17 ก.ค. 2569 04:00 น.

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เป็นคืนที่ 6 ติดต่อกัน

กองทัพสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศเข้าใส่อิหร่านระลอกใหม่ โดยเป็นการโจมตีคืนที่ 6 ติดต่อกัน ขณะที่ฝ่ายอิหร่านรายงานว่า เกิดเสียงระเบิดหลายครั้งที่เมืองท่าทางตอนใต้ของประเทศ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแทมปา ในรัฐฟลอริดา และทำหน้าที่ควบคุมดูแลกองกำลังทหารสหรัฐฯ ในความขัดแย้งกับอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่อิหร่านระลอกใหม่แล้ว

Centcom ระบุว่า การโจมตีทางอากาศซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21:30 น. ของวันพฤหัสบดี ตามเวลาท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์ “เพื่อลดทอนขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านลงไปอีก” โดยนี่นับเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกันแล้วที่สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน

ด้านองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (IRIB) รายงานเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้ง ในพื้นที่ทางตะวันตกของเมือง บันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางชายฝั่งตอนใต้ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม IRIB ระบุว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุระเบิดดังกล่าวมีสาเหตุจากอะไร และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่า โจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซหลายครั้ง ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีรอบใหม่ และกลายเป็นการยิงอาวุธตอบโต้กันในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

แคนาดาอ่วม เผชิญไฟป่า 800 จุด ควันลอยลงใต้ สหรัฐฯ เตือนคุณภาพอากาศ

แคนาดาอ่วม เผชิญไฟป่า 800 จุด ควันลอยลงใต้ สหรัฐฯ เตือนคุณภาพอากาศ

17 ก.ค. 2569 03:16 น.

แคนาดาอ่วม เผชิญไฟป่า 800 จุด ควันลอยลงใต้ สหรัฐฯ เตือนคุณภาพอากาศ

เกิดเหตุไฟป่าปะทุขึ้นมากกว่า 800 จุดทั่วประเทศแคนาดา ในขณะที่ควันไฟลอยลงมาทางใต้ ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาต้องประกาศเตือนภัยด้านคุณภาพในหลายรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 16 ก.ค. 2569 อ้างข้อมูลจากระบบข้อมูลไฟป่าแคนาดา ว่า ปัจจุบันมีไฟป่าที่กำลังปะทุอยู่ทั้งหมด 858 จุด ทั่วแคนาดา ซึ่งรวมถึงไฟป่าที่เกิดใหม่ถึง 30 จุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นไฟป่าที่ยังไม่สามารถควบคุมได้

กลุ่มไฟป่าขนาดใหญ่ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐออนแทรีโอ เป็นต้นตอที่ส่งกลุ่มควันหนาทึบและมลพิษทางอากาศปกคลุมเมือง ธันเดอร์ เบย์ และโทรอนโต รวมถึงมีกลุ่มควันเบาบางลอยตัวสูงในชั้นบรรยากาศพัดผ่านทะเลสาบเกรตเลกส์และเหนือรัฐนิวยอร์ก จนท้องฟ้ามืดสลัว

ดัชนีคุณภาพอากาศของสหรัฐฯ ชี้ว่า คุณภาพอากาศในพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐทางตอนเหนืออย่างมิชิแกนและมินนิโซตาเข้าขั้น “เป็นอันตราย” (Hazardous) โดยมีคำแนะนำให้ประชาชนอาศัยอยู่แต่ภายในอาคาร

ขณะที่สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA) แถลงความคืบหน้าเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีการประกาศเตือนภัยครอบคลุมพื้นที่ตอนบนของฝั่งมิดเวสต์, ภูมิภาคเกรตเลกส์ ยาวไปจนถึงแถบตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนที่รัฐนิวยอร์ก คุณภาพอากาศในพื้นที่ทางตะวันตกของรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี อยู่ในเกณฑ์ “ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง” (Very Unhealthy) ขณะที่ในเขตมหานครนิวยอร์ก คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” (Unhealthy)

ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ รัฐนิวยอร์กได้ขยายแผนรับมือภาวะฉุกเฉินจากคลื่นความร้อน และเปิดใช้งานมาตรการฉุกเฉินด้านคุณภาพอากาศ โดยมีการจัดตั้งศูนย์ลดความร้อนหลายร้อยแห่ง และแจกจ่ายหน้ากากอนามัยชนิด KN95 ทั่วทั้งเมือง

ทั้งนี้ แม้จะมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเป็นวงกว้างในรัฐออนแทรีโอของแคนาดาตลอดช่วง 2-3 วันข้างหน้า แต่ปริมาณฝนที่ตกลงมาอาจยังไม่เพียงพอที่จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของไฟป่าได้มากนัก

IQAir บริษัทติดตามคุณภาพอากาศสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า ปัจจุบันคุณภาพอากาศในเมืองดีทรอยต์ ซึ่งเป็นเมืองในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ย่ำแย่ที่สุดในโลก ตามมาด้วยเมืองมินนิอาโปลิส กับชิคาโกในสหรัฐฯ และเมืองโทรอนโต ในแคนาดา

สมาชิกสภานิติบัญญัติพรรครีพับลิกันในรัฐมิชิแกนได้ร่วมกันลงนามในจดหมายเปิดผนึกถึง มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เพื่อเรียกร้องให้มีการจัดการปัญหาไฟป่าของประเทศที่ดีกว่านี้ พร้อมทั้งแสดงความอึดอัดใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำรอยเป็นปีที่สามติดต่อกัน

ต่อมาในวันพฤหัสบดี นายมาร์ก คาร์นีย์ ได้ตอบกลับข้อวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐฯ โดยระบุว่า ทั้งสองประเทศต่างมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเสริมว่ารัฐบาลของเขา “มีการติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิด” กับเขตและชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเสมอ

ขณะเดียวกัน ดั๊ก ฟอร์ด ผู้ว่าการรัฐออนแทรีโอ ปฏิเสธเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับแนวทางการจัดการไฟป่าของรัฐบาลของเขา โดยชี้แจงว่ามีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 150 ทีมที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังในพื้นที่เกิดเหตุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc