คุณแหน : 6 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 6 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 6 มิถุนายน 2569

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.69 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่ง สำนักงานพระคลังข้างที่ ที่ 35 | 2569 เรื่อง แต่งตั้งกรรมการพระคลังข้างที่ ดังนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ องคมนตรี เป็น กรรมการพระคลังข้างที่…
  • สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสนับสนุนการศึกษาของ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ วันที่ 5 ก.ค. 10.00 น. ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยรายได้จากการทอดผ้าป่าในครั้งนี้ จะนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษา ซึ่งมาจากทั่วประเทศ ให้มีโอกาสศึกษาวิชาชีพระดับ ปวช. และ ปวส. โดยไม่ต้องเป็นภาระของครอบครัว…ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญผ่านบัญชี “วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ” ที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขุมวิท 6 เลขที่บัญชี 637-101-7222 หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.02-653-2952 , 094-556-6992 …
  • สมาคมนักศึกษาเก่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรุงเทพฯ จัดกิจกรรม “รับน้องรถไฟ ปี 2569” ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ในวันนี้( 6 มิ.ย.)เวลา 13.00 น.โดยมีพี่ๆร่วมกันส่ง “น้องใหม่ รหัส 69” ขึ้นรถไฟขบวนพิเศษ เพื่อเดินทางสู่รั้ว มช. ทั้งนี้ มีรุ่นพี่ จาก สมาคมนักศึกษาเก่า มช.แต่ละจังหวัด รวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมรับน้องตามรายทางในแต่ละสถานี อาทิ ลพบุรี ,นครสวรรค์ ,พิษณุโลก และ ลำปาง…ท่ามกลางความอบอุ่นที่พี่ๆมีให้น้องๆ ซึ่งเป็นความทรงจำอันงดงามของชาวลูกช้าง ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน…
  • ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน ร่วมเป็นวิทยากร ในฐานะ Visiting Faculty และร่วมต้อนรับคณะจาก มหาวิทยาลัย Zayed , UAE มาเยี่ยม School of Civil and Environmental Engineering,AIT เมื่อเร็วๆนี้…
  • คุณหมอโอ๊ค-นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล ไปเที่ยวภูฏานระหว่างนี้ เจ้าตัวชักภาพกับเจ้าถิ่นมาอวดเพื่อนๆ พร้อมคำบรรยายว่า “ผมว่าผมกลมกลืนเพื่อนๆที่นี่มาก”…คนที่มีโอกาสได้ดูภาพนั้นบอกว่า หล่อเหลาใกล้เคียงกันมาก…
  • ขอแสดงความยินดีกับ คุณตา-คุณยาย ถาวรสวัสดิ์ – ชุติมา ชวะโนทัย ที่หลานสาวคนเก่ง น้องโพลี่ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจากโรงเรียนนานาชาติที่เรียนอยู่…
  • ชื่นชม ดร.สมชาย วิรุฬห์ผล รับเชิญมาออกรายการทีวีหนึ่ง เมื่อวันก่อน ท่านมาพร้อม เสื้อผ้า-หน้า -ผม ดูดีหล่อสมวัย…อิฉันมิได้พูดเอง โดมชรา เขาฝากชมมา…ตรงกันข้ามกับ ดร.ประพัฒน์ จงสงวน อดีต ผอ.รฟท.ปล่อยผมยาวเซอ ทำให้เพ้อกันว่า “ชายเคยหล่อ” หายไปไหนหนอ ??…

บารอนเนส

นักวิจัย มช. ค้นพบ ‘รุจิสิริน’ พืชชนิดใหม่ของโลก เสริมองค์ความรู้ความหลากหลายทางชีวภาพไทย

นักวิจัย มช. ค้นพบ 'รุจิสิริน' พืชชนิดใหม่ของโลก เสริมองค์ความรู้ความหลากหลายทางชีวภาพไทย

นักวิจัย มช. ค้นพบ ‘รุจิสิริน’ พืชชนิดใหม่ของโลก เสริมองค์ความรู้ความหลากหลายทางชีวภาพไทย

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.41 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลก “รุจิสิริน” พรรณไม้หายากแห่งนราธิวาส ได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกในสกุลสังหยูดอกใหญ่ (Pseuduvaria Mig.) วงศ์กระดังงา (Annonaceae) จากป่าดิบชื้นในจังหวัดนราธิวาส และได้รับพระราชทานนามไทยว่า “รุจิสิริน” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นับเป็นความภาคภูมิใจของคณะผู้วิจัยและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกทั้งเป็นการเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยในระดับนานาชาติ

การค้นพบดังกล่าวเป็นผลงานของคณะนักวิจัยนำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวัฒน์ เชาวสกู ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ นางสาวชนิตา อยู่สุขขี ครูโรงเรียนท่าช้างวิทยาคาร จังหวัดสิงห์บุรี อดีตนักศึกษาปริญญาโท สาขาวิชาการสอนชีววิทยา ดร.อานิสรา ดำทองดี นักวิจัยหลังปริญญาเอก อดีตนักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพและชีววิทยาชาติพันธุ์ ตลอดจนนักวิจัยอิสระ ได้แก่ นายกิติศักดิ์ ฌานธำรง (อ๋องย่อง) นายอับดุลรอแม บากา และนายอิสมาแอล สามะแอ

“รุจิสิริน” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pseuduvaria sirindhorniana Yoosukkee, Damth. & Chaowasku เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 3–4 เมตร ออกดอกตามซอกใบ มีกลีบดอก 6 กลีบ แบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ โดยกลีบดอกชั้นนอกมีสีขาวครีม ส่วนกลีบดอกชั้นในมีสีม่วงแดงแต้มสีครีม ปลายกลีบจรดกันเป็นรูปโดมอย่างสวยงาม มีช่องว่างระหว่างกลีบซึ่งเป็นทางเข้าของแมลงผสมเกสร เมื่อออกดอกพร้อมกันทั้งต้นจะมีความโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงส่งเสริมการศึกษาอนุกรมวิธานพืชและการอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมพืชของประเทศมาโดยตลอด ประกอบกับการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ หรือ 72 พรรษา ในปี พ.ศ. 2570 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงได้กราบทูลขอพระราชทานนามไทยสำหรับพืชชนิดใหม่ของโลกชนิดนี้ และขอพระราชทานพระราชานุญาตใช้พระนาม “Sirindhorn” เป็นคำระบุชนิดในชื่อวิทยาศาสตร์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามไทย “รุจิสิริน” ให้แก่พืชชนิดใหม่ดังกล่าว อันนับเป็นเกียรติยศอย่างสูงแก่คณะผู้วิจัยและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผลการศึกษาที่ยืนยันว่า “รุจิสิริน” เป็นพืชชนิดใหม่ของโลก ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ Blumea ปีที่ 70 ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 โดยอาศัยหลักฐานจากลักษณะทางสัณฐานวิทยาและข้อมูลลำดับเบสดีเอ็นเอที่แสดงความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ ผลงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยที่ได้รับทุนพัฒนานักวิจัยรุ่นกลางจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ปัจจุบัน “รุจิสิริน” จัดเป็นพืชหายาก พบเฉพาะในป่าดิบชื้นใกล้ลำธารในพื้นที่อำเภอจะแนะและอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยแหล่งที่พบอยู่นอกเขตอนุรักษ์และกำลังเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผลชนิดต่าง ๆ ส่งผลให้พืชชนิดนี้มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ คณะผู้วิจัยจึงเสนอให้มีการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เพื่อขยายพันธุ์และนำไปปลูกอนุรักษ์ในสวนพฤกษศาสตร์และหน่วยงานต่าง ๆ ต่อไป

การค้นพบ “รุจิสิริน” ไม่เพียงเป็นการเพิ่มจำนวนพืชชนิดใหม่ของโลกที่ค้นพบในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของงานวิจัยพื้นฐานด้านอนุกรมวิธานพืช ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษา การอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนในอนาคต พืชชนิดใหม่ที่ถูกค้นพบในวันนี้อาจนำไปสู่การต่อยอดองค์ความรู้และการใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้าน ทั้งด้านนิเวศวิทยา พืชสวน ตลอดจนการศึกษาสารสำคัญทางธรรมชาติที่อาจสร้างคุณูปการต่อมนุษยชาติในอนาคต

ททท. คิกออฟ “WILD AWAKE JOURNEY” ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู ปั้นไทยสู่หมุดหมายความยั่งยืนระดับโลก

ททท. คิกออฟ “WILD AWAKE JOURNEY”  ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู ปั้นไทยสู่หมุดหมายความยั่งยืนระดับโลก

ททท. คิกออฟ “WILD AWAKE JOURNEY” ปลุกกระแสท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู ปั้นไทยสู่หมุดหมายความยั่งยืนระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.44 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยด้านตลาดในประเทศ เดินหน้าผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟู (Regenerative & Conservation Tourism) พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยสู่ความยั่งยืนระดับสากล ก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในเชิงคุณค่า เปลี่ยนบทบาทนักท่องเที่ยวจากผู้บริโภคสู่การเป็น “ผู้พิทักษ์” แสดงจุดยืนในการเดินทางอย่างรับผิดชอบ (Responsible Travel) เพื่อให้กลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญที่มีต่อประชาคมโลก 

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยว่า “กรีนซีซั่นปีนี้ ททท. มุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมการเดินทางสู่มิติใหม่ เปลี่ยนจากการแสวงหาความสนุกทั่วไป สู่การเติมเต็มจิตวิญญาณ และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย (Meaningful Travel) ระหว่างผู้มาเยือน ธรรมชาติ สัตว์ป่า และชุมชนท้องถิ่น จึงได้เปิดตัวโครงการ WILD AWAKE JOURNEY เพื่อนใหม่ ในป่าใหญ่ เพื่อยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่า (Wildlife Conservation Tourism) ภายใต้แนวคิด ‘Awake Your New Moment’ ชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงผู้คนกับ ‘โลกของสัตว์ป่า’ อย่างลึกซึ้ง ให้ผู้เดินทางเกิดความ ‘เข้าใจ’ และพร้อมที่จะ ‘ปกป้อง’ โลกอีกใบ ผ่านประสบการณ์จริงในระบบนิเวศของไทยที่มีความหลากหลายทางซีวภาพ (Biodiversity) ในลำดับต้น ๆ ของภูมิภาค ให้ทุกช่วงเวลาของการเดินทางไม่เพียงสร้างความทรงจํา แต่ยังสร้างความหมายต่อชีวิตของเรา สรรพชีวิตในผืนป่า และอนาคตการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน”

เพื่อเป็นการปลุกกระแสการมีส่วนร่วมและจิตสำนึกอย่างสร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม ททท. ได้จัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการขาย ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ผ่าน 3 กิจกรรมไฮไลต์สำคัญ  ได้แก่ AWAKEN YOUR WILD STORY ออกตามหาเพื่อนใหม่ในป่าใหญ่ บอกเล่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ในมุมมองใหม่ TRAVEL THAT GIVES BACK มอบดีลส่วนลดสุดพิเศษ ให้ทุกการเดินทางได้ช่วยโลกและสัตว์ป่า และ WILD AWAKE EXCLUSIVE TRIP เดินทางสัมผัสประสบการ์จริงกับเพื่อนใหม่ในป่าใหญ่ โดย ททท.ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและสร้างการรับรู้ในวงกว้าง นายอภิชัย กล่าว

 ทั้งนี้ ททท. โดยด้านตลาดในประเทศ คาดว่าโครงการดังกล่าว จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเทียวในประเทศช่วงกรีนซีซั่นได้อย่างคึกคัก ช่วยสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน (Sustainable Value Creation) ไปพร้อมกัน ตลอดจนตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ระดับสากลอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Wild Awake Journey

ก้าวขึ้นเวทีโลกด้วยพลังของแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย สู่การพัฒนา Modern Heritage Performance Model

ก้าวขึ้นเวทีโลกด้วยพลังของแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย  สู่การพัฒนา Modern Heritage Performance Model

ก้าวขึ้นเวทีโลกด้วยพลังของแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย สู่การพัฒนา Modern Heritage Performance Model

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.42 น.

โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ววัฒนธรรมไม่ได้เป็นเพียง “มรดก” ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์หรือหนังสือประวัติศาสตร์อีกต่อไป แต่กลายเป็นพลังสำคัญที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาเยาวชน และขับเคลื่อนประเทศสู่เวทีสากลได้อย่างทรงพลัง โดยเฉพาะ “การแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย” ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ความงดงาม และอัตลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ ก็สามารถเปลี่ยนจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นพลังแห่งอนาคตได้อย่างน่าตื่นเต้น แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย จึงเป็นมากกว่าการอนุรักษ์ศิลปะดั้งเดิม แต่คือกระบวนการสร้างสมดุลระหว่าง “การรักษารากเหง้า” กับ “การพัฒนาให้ร่วมสมัย” เพื่อให้ศิลปะวัฒนธรรมไทยสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่และผู้ชมระดับสากลได้อย่างมีชีวิตชีวา หัวใจสำคัญของแนวทางนี้ คือการนำวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย เช่น ดนตรีพื้นบ้าน ภาษา สำเนียงท้องถิ่น รูปแบบนาฏศิลป์ ท่าทางการเคลื่อนไหว วิถีชีวิตชุมชน และภูมิปัญญาดั้งเดิม มาผสมผสานกับเทคนิคการแสดงร่วมสมัยอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ผลงานไม่เพียงคงคุณค่าทางวัฒนธรรม แต่ยังมีความสดใหม่ น่าตื่นตา และเข้าถึงผู้ชมได้หลากหลายยิ่งขึ้น

สิ่งที่ทำให้แนวปฏิบัตินี้โดดเด่น คือการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง หรือ การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ที่เปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็นพื้นที่แห่งประสบการณ์จริง ผู้เรียนไม่ได้เพียงศึกษาทฤษฎี แต่ได้ฝึกซ้อมจริง แสดงจริง แก้ปัญหาจริง และสะท้อนผลลัพธ์จริง ตั้งแต่การจัดตำแหน่งบนเวที การประสานจังหวะ การควบคุมพลังการแสดง ไปจนถึงการสื่อสารอารมณ์ผ่านดนตรีและการเคลื่อนไหว กระบวนการเช่นนี้ไม่เพียงพัฒนาทักษะทางศิลปะ แต่ยังหล่อหลอมความมั่นใจ วินัย ความรับผิดชอบ และความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของคนรุ่นใหม่ในศตวรรษที่ 21 จุดแข็งสำคัญ คือ “การมีส่วนร่วมและการสร้างสรรค์ร่วม” ผู้เรียน ครูผู้สอน ศิลปินพื้นบ้าน และผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีหรือการแสดง ต่างมีบทบาทร่วมกันในการออกแบบและพัฒนาผลงาน กระบวนการนี้เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ที่หลากหลาย

เมื่อศิลปะไม่ได้ถูกสร้างจากคนเพียงคนเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกัน ผลงานที่ออกมาจึงมีพลังมากขึ้น ลึกซึ้งขึ้น และสะท้อนความเป็นชุมชนได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันยังช่วยส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และการแก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกยุคใหม่ ที่สำคัญที่สุด แนวปฏิบัตินี้ทำให้ผู้เรียนได้ “เชื่อมโยงกับบริบทวัฒนธรรมของตนเอง” อย่างลึกซึ้ง พวกเขาไม่ได้เพียงเรียนรู้วัฒนธรรมในฐานะผู้รับ แต่กลายเป็น “ผู้สร้างสรรค์วัฒนธรรม” ที่สามารถตีความ ต่อยอด และนำอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาสร้างผลงานใหม่ได้อย่างภาคภูมิใจ เมื่อเสียงดนตรีพื้นบ้านถูกผสานกับการจัดองค์ประกอบร่วมสมัย เมื่อภาษาถิ่นถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดง หรือเมื่อท่วงท่าทางนาฏศิลป์ถูกตีความใหม่ให้เข้ากับเวทีปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้คือการแสดงให้เห็นว่า วัฒนธรรมไทยไม่ใช่สิ่งล้าสมัย แต่คือทรัพยากรสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพมหาศาล

จากการสังเคราะห์องค์ความรู้ทั้งหมด จึงนำไปสู่การพัฒนา Modern Heritage Performance Model (MHP Model) ซึ่งเป็นโมเดลที่ออกแบบขึ้นเพื่อยกระดับการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทยให้ตอบโจทย์ทั้งด้านการศึกษา การสร้างสรรค์ และการเผยแพร่ในระดับสากล MHP Model เป็นแนวคิดที่ผสาน 3 องค์ประกอบสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่

1. Experiential Learning – การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

2. Collaborative Creativity – การมีส่วนร่วมและการสร้างสรรค์ร่วม

3. Cultural Context Integration – การเชื่อมโยงบริบทวัฒนธรรมกับการแสดงร่วมสมัย

เมื่อทั้งสามองค์ประกอบทำงานร่วมกัน จะเกิดกระบวนการพัฒนาผู้เรียนแบบรอบด้าน ทั้งทักษะศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ ความเข้าใจวัฒนธรรม ความเป็นผู้นำ และความสามารถในการปรับตัวต่อโลกที่เปลี่ยนแปลง มากไปกว่านั้น MHP Model ยังมีศักยภาพในการผลักดันวัฒนธรรมไทยสู่การเป็นซอฟพาวเวอร์ที่ทรงพลังของประเทศ เพราะเมื่อวัฒนธรรมถูกนำเสนอในรูปแบบที่ร่วมสมัย มีคุณภาพ และเข้าถึงผู้ชมได้กว้างขึ้น ก็สามารถสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และต่อยอดสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเวทีการแสดงระดับชาติ เทศกาลศิลปะนานาชาติ คอนเสิร์ตเชิงวัฒนธรรม สื่อดิจิทัล หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ทุกพื้นที่ล้วนสามารถเป็นเวทีที่ทำให้วัฒนธรรมไทยเปล่งประกายได้

  แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทย จึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์อดีต แต่คือการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับศิลปวัฒนธรรมไทย เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับนวัตกรรมร่วมสมัย เป็นพื้นที่ที่เยาวชนได้ค้นพบตัวตน และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศผ่านพลังแห่งวัฒนธรรม วันนี้…เสียงดนตรีไทย การเคลื่อนไหวพื้นบ้าน และเรื่องราวจากชุมชน ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในท้องถิ่นอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นสู่เวทีโลกด้วยความภาคภูมิใจ และ Modern Heritage Performance Model (MHP Model) คืออีกก้าวสำคัญที่จะทำให้มรดกทางวัฒนธรรมไทย ไม่เพียง “อยู่รอด” แต่ “เติบโต งดงาม และทรงพลัง” ในโลกยุคใหม่อย่างยั่งยืน.

เมกาบางนา ปลุกพลังความฟิต กับกิจกรรม MEGABANGNA เต้นฉ่ำกับมัมฮาย AEROBIC DANCE

เมกาบางนา ปลุกพลังความฟิต กับกิจกรรม  MEGABANGNA เต้นฉ่ำกับมัมฮาย AEROBIC DANCE

เมกาบางนา ปลุกพลังความฟิต กับกิจกรรม MEGABANGNA เต้นฉ่ำกับมัมฮาย AEROBIC DANCE

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.39 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ทุก ๆ วันมีความสุขมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE เดินหน้าส่งเสริมการใช้ชีวิตแบบ ACTIVE HEALTHY LIFESTYLE ให้กับลูกค้าและคอมมูนิตี้โดยรอบอย่างต่อเนื่อง ชวนทุกคนมาขยับร่างกาย เติมพลังความสดใส และสนุกไปกับกิจกรรม MEGABANGNA เต้นฉ่ำกับมัมฮาย AEROBIC DANCE” งานแอโรบิกสุดคึกคักที่จัดขึ้นร่วมกับ FITNESS FIRST ผู้นำด้านฟิตเนสระดับโลก และ SUPERSPORTS พร้อมชวน “ตัวมัมแห่งฟลอร์” อย่าง ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ มาปลุกพลังแดนซ์ให้ทุกคนได้ออกกำลังกายอย่างสนุกสนาน ในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 18.00 – 19.00 น. ณ เมกา พลาซ่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา งานนี้เข้าร่วมฟรี!

กิจกรรม “MEGABANGNA เต้นฉ่ำกับมัมฮาย AEROBIC DANCE” ตอกย้ำแนวคิดของเมกาบางนาในการส่งเสริม ACTIVE HEALTHY LIFESTYLE ให้กับลูกค้าและคอมมูนิตี้โดยรอบ ผ่านการออกกำลังกายรูปแบบแอโรบิกที่สนุก เข้าถึงง่าย และเปิดโอกาสให้ทุกเจเนอเรชันได้ขยับร่างกายไปพร้อมเสียงเพลง โดยไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์หรือพื้นฐานการเต้น พร้อมเปลี่ยนพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นจุดนัดพบของคนรักสุขภาพ และคนที่อยากเริ่มต้นดูแลตัวเอง ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังบวกและความสนุกสนาน

เตรียมปล่อยพลังไปกับจังหวะแอโรบิกสุดมันส์ ที่ผสมผสานเพลงฮิตทั้งไทยและอินเตอร์หลากหลายสไตล์ ให้ทุกคนได้ขยับ เต้น โยก และสนุกแบบต่อเนื่องตลอดหนึ่งชั่วโมง นำแดนซ์โดย ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ที่จะมาร่วมเติมความสนุกในสไตล์ตัวมัม ชวนทุกคนปลุกความมั่นใจและสนุกไปกับการออกกำลังกายในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสายแดนซ์ สายสุขภาพ สายแฟ หรือแก๊งเพื่อนที่อยากมาหากิจกรรมสนุก ๆ ทำร่วมกัน พร้อมร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล PRIDE MONTH ด้วยการชวนเหล่าขาแดนซ์แต่งกายสไตล์ COLORFUL เพื่อเติมบรรยากาศให้พื้นที่เมกา พลาซ่า เต็มไปด้วยสีสัน พลังความสนุก และความมั่นใจในแบบฉบับของแต่ละคน

พิเศษสำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ด พร้อมรับสิทธิสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายในงาน ทั้งผลิตภัณฑ์กันแดดจากแบรนด์ HER HYNESS ขนาดทดลองจำนวน 2 ชิ้น (จำกัด 1 สิทธิ์/ท่าน จำกัดรวม 160 สิทธิ์ หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) และรับฟรีคูปองส่วนลดจาก SUPERSPORTS สาขาเมกาบางนา มูลค่า 400 บาท สำหรับใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าครบ 3,500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จสำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ (จำกัด 1 สิทธิ์/ท่าน จำกัดรวม 300 สิทธิ์ หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) โดยแลกรับสิทธิได้ที่บูธภายในงาน ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น.

มาร่วมขยับร่างกาย ปล่อยพลังความสนุก และเติมสีสันให้ชีวิตมีสุขภาพดีไปพร้อมกันที่งาน “MEGABANGNA เต้นฉ่ำกับมัมฮาย AEROBIC DANCE” วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 18.00 – 19.00 น. ณ เมกา พลาซ่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา เข้าร่วมฟรี! เตรียมชุดสีสันสดใส แล้วมาแดนซ์ให้ฉ่ำไปพร้อมกัน

#เมกาบางนา #MEGABANGNA #YOUREVERYDAYMEETINGPLACE #เต้นฉ่ำกับมัมฮาย #MEGAPRIDE2026

ติดตามข่าวสารและโปรโมชันของเมกาบางนาได้ที่
แอปพลิเคชัน : HTTP://ONELINK.TO/N37E4G

เว็บไซต์ : HTTPS://WWW.MEGA-BANGNA.COM/

เฟซบุ๊ก : FACEBOOK.COM/MEGABANGNASHOPPINGCENTER

อินสตาแกรม : @MEGABANGNA_TH

เอ็กซ์ : @MEGABANGNA_TH

ไลน์ : @MEGABANGNAOFFICIAL

หรือโทร. 02-105-1000

852 Films จับมือ WONDER S เปิดตัวโปรเจกต์ระดับโลก Lost In Your Eyes

852 Films จับมือ WONDER S เปิดตัวโปรเจกต์ระดับโลก Lost In Your Eyes

852 Films จับมือ WONDER S เปิดตัวโปรเจกต์ระดับโลก Lost In Your Eyes

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.32 น.

ยิ่งใหญ่และอบอวลไปด้วยความประทับใจ สำหรับงานแถลงข่าวเปิดตัวโปรเจกต์หนังสือภาพถ่ายบทกวี (Poetry Book) “Lost In Your Eyes (หลงไปในตาคุณ)” และการเปิดตัวศิลปินระดับสากล ซึ่งจัดขึ้น ณ SCB NEXT TECH ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายใต้ความร่วมมือครั้งสำคัญของ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ 852 Films Hong Kong , Bjarne Production Malaysia และ บริษัท วอนเดอร์ เอส จำกัด

บรรยากาศภายในงานเริ่มต้นอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเย็นด้วยการเปิดตัวเดินพรมแดง (Red Carpet) ของผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ ศิลปิน และ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดี อาทิ คุณวาดดาว อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ตามมาด้วย คุณอเล็กซ์ ณัติรุจน์ ศรีชาติวาณิชย์ Mister Universe Thailand 2026 , คุณศิวคม เดชาศิริ Man of the Planet 2026 , คุณเมริสา ไมเยอร์  Miss Global Asian Thailand 2026 , ทีมผู้เข้าประกวด Miss Universe ชุมพร สระแก้ว 2026   , ทีม Mister Cosmo ศิลปิน Girl group T-Pop วง Flora , คุณธนกฤต เก้าเอี้ยน ศิลปิน จากค่าย ดูธ ฟิล์ม . ศิลปิน Wonder S มากันยกค่าย ทั้ง ริร รัสรินทร์ ดำรงโชติพัฒน์ . กล้าย่า ณัฐพัชร์ เสมอเหมือน , พอตเตอร์ ชัยพล บุญรักษา , ไอซ์  เวชพิสิฐ อาชาเลิศตระกูล .  แชมป์ ภราดร สติราษฎร์, ตะวิน นายจักรรินทร์ โสภารัตน์ , เพิร์ธ นภัทร เรืองชัยศิวเวท , บอส วสุพล ปัญญาเลิศประภา , แบงค์ ธรณินทร์ มโนสุดประสิทธิ์ ฯลฯ

ต่อด้วยช่วงสำคัญของงาน คือการปรากฏตัวบนพรมแดงของ “IMAN TAHERI (อิหม่าน ทาเฮรี)” นายแพทย์อาสาและนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งดวงใหม่ ร่วมด้วย โจซี โฮ (JOSIE HO)  ซีอีโอและนักแสดงชื่อดังแห่งฮ่องกง และ คอนรอย ชาน (CONROY CHAN) ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์จาก 852 Films ท่ามกลางเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟน ๆ ชาวไทย โดยงานนี้เปิดฉากอย่างงดงามด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยต้อนรับในชุด “Hanuman vs. The Giant (หนุมานพบยักษ์) ที่สื่อถึงคุณธรรมและความดีงาม โดยมี โดย นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ขึ้นกล่าวเปิดงานและแสดงความยินดี ก่อนที่จะเข้าสู่พิธีตัดริบบิ้น โดยได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวง สุภาพ ปราโมช  ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าเอเชีย-จีน เพื่อการพัฒนาธุรกิจและวัฒนธรรม ร่วมเปิดตัว Photo Book “Lost In Your Eyes” อย่างเป็นทางการ พร้อมกิจกรรมฮีลใจและมอบบทเพลงให้กำลังใจสุดพิเศษจากศิลปินค่าย WONDER S New Generation

นอกจากนี้ แฟนภาพยนตร์ชาวไทยยังได้รับเซอร์ไพร์สครั้งใหญ่กับการเปิดตัว ตัวอย่างภาพยนตร์ระทึกขวัญเหนือธรรมชาติเรื่อง “THE MAGE” เป็นครั้งแรกในประเทศไทยก่อนใครในโลก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นผลงานการแสดงนำครั้งแรกของ IMAN TAHERI ในบทบาทนายตำรวจนักสืบสุดท้าทาย นำแสดงโดย โจซี โฮ กำกับโดยผู้กำกับระดับตำนาน แดนนี่ แปง (Danny Pang) อำนวยการสร้างโดย คอนรอย ชาน งานนี้ทีมนักแสดงและผู้จัด พร้อมด้วย ออกไซด์ แปง ได้ร่วมขึ้นพูดคุยเจาะลึกบนเวทีถึงเบื้องหลังการถ่ายทำและความประทับใจ  ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้พี่ ๆ สื่อมวลชนสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือภาพถ่ายบทกวี “Lost In Your Eyes” คอลเลกชันสุดพิเศษ (ราคาเล่มละ 1,999 บาท พร้อมของที่ระลึกเซ็ตพิเศษ)  สามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://sites.google.com/view/lostinyoureyesiman/home  และ Instagram @wonder.s.thailand

พม.จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์’69 ประกาศเดินหน้าสู่ ‘Thailand TIP ZERO 2030’

พม.จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์'69 ประกาศเดินหน้าสู่ 'Thailand TIP ZERO 2030'

พม.จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์’69 ประกาศเดินหน้าสู่ ‘Thailand TIP ZERO 2030’

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.10 น.

พม. ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด Together We Can Stop Human Trafficking และประกาศเดินหน้าสู่ “Thailand TIP ZERO 2030”

5 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน “วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569” ณ ลานอเนกประสงค์ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พร้อมถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live “กองต่อต้านการค้ามนุษย์ สป.พม.” โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online รวมจำนวน 800 คน

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย พร้อมรณรงค์เผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์การระหว่างประเทศ และสื่อมวลชน เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างการยอมรับในเวทีระดับสากล ภายใต้แนวคิด “Together We Can Stop Human Trafficking”     งานดังกล่าวมุ่งสะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมกันป้องกัน แก้ไข และยุติปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืน โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมว่า “การค้ามนุษย์เป็นเรื่องใกล้ตัว” และทุกคนอาจตกเป็นผู้เสียหายจากขบวน  การค้ามนุษย์ได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และช่วยเหลือผู้เสียหาย พร้อมส่งเสริมให้สังคมไทยไม่เพิกเฉยต่อการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ในทุกรูปแบบ

นายนิกร โสมกลาง กล่าวว่า กระทรวง พม. เชื่อว่า ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ไม่ใช่เพียงผู้ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือ    แต่คือบุคคลที่มีศักดิ์ศรี มีศักยภาพ และมีสิทธิที่จะกลับมาดำเนินชีวิตอย่างอิสระ ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง     การคุ้มครองจึงไม่ใช่เพียงการให้ที่พักพิง แต่คือการสร้างโอกาสในการฟื้นฟู การเข้าถึงสิทธิ และการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยปัจจุบันรูปแบบการค้ามนุษย์มีความซับซ้อนมากขึ้น เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบใหม่   ประเทศไทยจึงไม่เพียง “ดำเนินการต่อ” แต่จะ “ก้าวไปข้างหน้าอย่างชัดเจน” โดยกระทรวง พม. พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย   ทุกภาคส่วน จะร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “Thailand TIP ZERO 2030” ซึ่งไม่ใช่เพียงเป้าหมายในการทำให้ปัญหาหมดไปโดยสิ้นเชิง แต่คือการสร้างมาตรฐานขั้นต่ำที่ทุกจังหวัด ทุกชุมชนในประเทศไทย สามารถป้องกัน คุ้มครอง     และตอบสนองต่อปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และยั่งยืน

ทั้งนี้ ประเทศไทยจะขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างบูรณาการในทุกมิติ ได้แก่ ด้านการดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย โดยมุ่งปราบปรามเครือข่ายการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและออนไลน์ พร้อมยกระดับศักยภาพของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายตามหลักนิติธรรม ด้านการคุ้มครองผู้เสียหาย จะยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชน เชื่อมโยงการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระหว่างประเทศ พร้อมมุ่งเน้นผลลัพธ์ในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและป้องกันการตกเป็นผู้เสียหายซ้ำ และด้านการป้องกัน จะดำเนินงานเชิงรุกเพื่อลดความเปราะบางของกลุ่มเสี่ยง ผ่านกลไกด้านแรงงาน สวัสดิการสังคม การศึกษา และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและชุมชน พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมไทยตระหนักว่าการค้ามนุษย์เป็นภัยใกล้ตัว และทุกคนมีบทบาทในการป้องกัน

ขณะที่ด้านความร่วมมือ จะขับเคลื่อนการทำงานแบบ “Whole-of-Government” และ “Whole-of-Society” เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์การระหว่างประเทศ รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การรับชมวีดิทัศน์ผลการดำเนินงานสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย การประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย พิธีมอบรางวัลดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้แก่ บุคคลดีเด่น หน่วยงานดีเด่น ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จังหวัดต้นแบบขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และสถานศึกษาต้นแบบป้องกันการค้ามนุษย์ ประจำปี ๒๕๖๙ รวมถึงการจัดนิทรรศการเผยแพร่ผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ บูธแสดงพัฒนาการของงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ บูธหน่วยงานด้านการดำเนินคดี ด้านการป้องกันและคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหาย ตลอดจนบูธจากองค์กร      ภาคประชาสังคมและองค์การระหว่างประเทศ

ในตอนท้าย นายนิกร โสมกลาง ได้กล่าวให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พร้อมย้ำว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกคนในสังคม เพื่อไม่ให้มีใครต้องเผชิญกับความอยุติธรรมนี้เพียงลำพังอีกต่อไป

สรุปให้ม้วนเดียวจบ! จ๊ะ นงผณี มาเคลียร์เอง ปมแตกหัก พิมรี่พาย

สรุปให้ม้วนเดียวจบ! จ๊ะ นงผณี มาเคลียร์เอง ปมแตกหัก พิมรี่พาย

สรุปให้ม้วนเดียวจบ! จ๊ะ นงผณี มาเคลียร์เอง ปมแตกหัก พิมรี่พาย

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.32 น.

เป็นประเด็นที่หลายคนจับตามาตลอด เมื่อนักร้องลูกทุ่งสาวอารมณ์ดีอย่าง “จ๊ะ นงผณี มหาดไทย” ถูกชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยในไลฟ์สดว่า กำลังมีปัญหากับแม่ค้าออนไลน์ชื่อดังอย่าง “พิมรี่พาย” หรือไม่ หลังจากที่ช่วงหลังมานี้ทั้งคู่ดูห่างเหินและไม่มีภาพร่วมงานกันเหมือนแต่ก่อน จนเกิดกระแสข่าวลือว่าทั้งคู่เกาเหลากันซะแล้ว ? 

ล่าสุด “จ๊ะ นงผณี” ไม่ปล่อยให้แฟนๆ สงสัยนาน ออกมาอัดคลิปวิดีโอชี้แจงประเด็นดราม่านี้แบบม้วนเดียวจบ ยืนยันสถานะความสัมพันธ์ชัดเจน ชนวนเหตุของดราม่าครั้งนี้ เริ่มต้นมาจากที่มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ในไลฟ์สดของจ๊ะในทำนองว่า “ชัด มีปัญหากับฝั่งนู้นแน่ๆ” ซึ่งคำว่า “ฝั่งนู้น” ที่หลายคนคาดเดาก็หมายถึง พิมรี่พาย เพื่อนสนิทที่เคยร่วมงานกันบ่อยครั้ง ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา จ๊ะได้ไปร่วมไลฟ์สดขายแชมพูกับ “น้องวิน” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง จนสร้างยอดขายถล่มทลาย ยิ่งทำให้คนจับตาว่าเป็นการเลือกข้างหรือไม่

งานนี้สาวจ๊ะเล่าถึงการไปทำงานกับน้องวิน พร้อมเปิดใจถึงความสัมพันธ์กับพิมรี่พายแบบตรงไปตรงมาว่า การไปไลฟ์กับน้องวินเป็นโอกาสที่ดี เพราะอีกฝ่ายโทรมาชวนโดยที่เธอไม่ได้เสียอะไรเลย แต่สามารถสร้างยอดขายแชมพูได้ถึง 7,000 บ้าน เป็นใครก็ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้

จ๊ะย้ำชัดว่าไม่ได้มีปัญหาโกรธเคืองกันแน่นอน “หากในอนาคต พิมรี่พาย โทรมาติดต่อให้ไปช่วยขายของ ก็ยินดีไปร่วมงานด้วยเช่นกัน” เพราะเธอพร้อมไปทุกที่ที่มีโอกาสเติบโต

สำหรับสถานะความสัมพันธ์ในปัจจุบัน จ๊ะให้ข้อคิดว่า เมื่อคนเราโตขึ้น ต่างคนต่างก็ต้องแยกย้ายไปทำงานและทำหน้าที่ของตัวเอง “การที่ไม่ได้คุยหรือไม่ได้เจอกัน ไม่ได้แปลว่าต้องทะเลาะกันเสมอไป” จ๊ะ นงผณี กล่าวทิ้งท้าย

@janongpanee

น่ารักกกกก .. ขอบคุณนะคะ 🫂💚 #จ๊ะนงผณี

♬ เสียงต้นฉบับ – จ๊ะ – จ๊ะ

GMM MUSIC – GMMTV ยกทัพสร้างสีสัน ชวนเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ในกิจกรรม โครงการทูบีนัมเบอร์วัน

GMM MUSIC - GMMTV ยกทัพสร้างสีสัน ชวนเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ในกิจกรรม โครงการทูบีนัมเบอร์วัน

GMM MUSIC – GMMTV ยกทัพสร้างสีสัน ชวนเยาวชนห่างไกลยาเสพติด ในกิจกรรม โครงการทูบีนัมเบอร์วัน

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.00 น.

เตรียมพบกับความสนุกและสร้างสรรค์ ที่พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจและพลังบวกให้กับเยาวชนไทย กับกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด “โครงการทูบีนัมเบอร์วัน” เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหา      ยาเสพติด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธานโครงการ จัดโดย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

ภายในงานเตรียมพบกับศิลปินและนักแสดงที่จะมาร่วมส่งต่อความสุขและสร้างสีสันแบบใกล้ชิด จัดเต็มความสนุกทั้ง 2 จังหวัด นำโดย ฟลุ๊ค – ณัฐนนท์ ทองแสง และ ฟอร์ด – อรัญญ์ อัศวสืบสกุล  นักแสดงจาก GMMTV ในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” จ. สระบุรี

ต่อเนื่องไปกับ จา สิงห์ชัย ศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค และ หลุยส์ – ธณวิน ธีรโพสุการ นักแสดง จาก GMMTV ที่เตรียมขนทั้งเสียงเพลง ความบันเทิง และกิจกรรมสุดใกล้ชิดไปพบกับน้องๆ ในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ วิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี จ. ปราจีนบุรี พร้อมด้วยหนุ่มๆ วง 4TEENที่เตรียมตัวไปมอบความมันส์ในทุกจังหวัด

ฟลุ๊ค – ณัฐนนท์ ทองแสง เปิดเผยว่า

“รู้สึกดีใจมากครับ ที่จะได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมและพบกับน้องๆ อย่างใกล้ชิด สำหรับโครงการทูบีนัมเบอร์วันถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ช่วยส่งต่อพลังบวกและสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับเยาวชน อยากให้น้องๆ ทุกคนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ กล้าทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และอยู่ห่างไกลจากยาเสพติด แล้วเจอกันนะครับ”

จา สิงห์ชัย เปิดเผยว่า

“สำหรับครั้งนี้พวกเราก็เตรียมความสนุกไปฝากทุกคนแบบเต็มที่เลยครับ หวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้ม ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองดีๆกับน้องๆ และอยากฝากให้เยาวชนรุ่นใหม่ เชื่อมั่นในคุณค่า   ของตัวเองตั้งใจทำตามความฝัน และเลือกสิ่งดีๆ ให้กับชีวิตนะครับ”

โอ๊ยเล่าเรื่อง แด่การจากลา…จนกว่าจะพบกันใหม่(UntilWeMeetAgain)

แด่การจากลา...จนกว่าจะพบกันใหม่(UntilWeMeetAgain)

แด่การจากลา…จนกว่าจะพบกันใหม่(UntilWeMeetAgain)

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.00 น.

เรื่องราวของ”ความตาย”ที่จะทำให้เข้าใจความหมายของ”การมีชีวิตอยู่หนังญี่ปุ่นดีๆ จากค่าย MStudio ดีงามยอดเยี่ยม เรียกน้ำตา ทำให้ ดูแล้ว รู้สึก จุกอก ขยี้ เข้าไปถึงข้างใน จากนวนิยายชื่อดัง ‘Hodonaku, Owakare desu’ ซึ่งเป็นผลงานเดบิวต์ระดับมาสเตอร์พีช ของ อ.นางาสึกิอามาเนะ(สำนักพิมพ์โชวาคุคังบุงโกะ)และสามารถคว้ารางวัลใหญ่Shogakukan BunkoNovelAward  ผลงานการกำกับของ  มิกิ ทาคาฮิโระ ได้ โอกาดะ โยชิคาซึ มาเป็นที่ปรึกษาเรื่องบท จากบทหนังของ ‘ฮอนดะ ทากาอากิ’ที่นำเนื้อหาจากนิยายทั้ง 3 เล่มมาผสมผสานกันให้ออกมาลงตัวที่สุด

เรื่องราวของ “ชิมิซึ มิโซระ” หญิงสาวผู้ล้มเหลวในการหางานครั้งแล้วครั้งเล่า จนไม่มีที่จะอยู่แต่เธอมีความสามารถที่ไม่สามารถบอกใครได้นั่นคือ “เธอสามารถสัมผัสกับวิญญาณได้” จนโชคชะตานำพาให้มาพบกับจุดเปลี่ยนเมื่อ “อุรุชิบาระ เรย์จิ” นักวางแผนงานศพมืออาชีพ สังเกตเห็นความลับของเธอ จึงชักชวนให้เธอเข้ามาฝึกงานที่บริษัทจัดงานศพ “บันโดไคคัง” และใช้ความสามารถนั้นให้เป็นประโยชน์ จนกลายเป็น “คู่หูนักวางแผนงานศพ” ร่วมมือกันเพื่อสร้างสรรค์”พิธีศพที่ดีที่สุด”แม้ว่าจะเป็น หนังเกี่ยวกับ ”การจากลา“ “คนตาย กับ คนเป็น” แต่ ตัวหนัง กลับ ไม่นำเสนอ ความเศร้าหมองไม่ต้องขยี้อะไรมากมากมายหนังเลือก ที่จะ ดึง คนดู ให้รู้สึก เศร้า/เสียน้ำตา/น้ำตาซึม ไปกับ ตัวละคร ผ่านสีหน้าท่าทาง การแสดงออก และอารมณ์ สิ่งที่อยู่ภายในใจ โดยไม่ต้องขยี้อะไรมากมาย

ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต…ปาฏิหาริย์จะบังเกิด..“.. งานวางแผนงานศพ ก็ เหมือน งานแต่งงาน เป็นงานที่ทำให้มีความสุข ไม่ใช่เศร้า ต่างกันแค่ งานศพ ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า..”
งานศพคืองานที่ทำเพื่อผู้ล่วงลับและครอบครัว..แด่การจากลา… จนกว่าจะพบกันใหม่(Until We MeetAgain)คือหนังโรแมนติกดราม่า/ครอบครัวที่ดูอบอุ่นเล่าเรื่องง่ายๆ สบายๆ ไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรที่สลับซับซ้อน ตรงไปตรงมา ชัดเจน ในสิ่งที่ต้องการนำเสนอหนังพาไป สู่ การจากลา คนตาย กับ คนเป็น ผ่าน บริษัทการจัดการวางแผนงานศพของ ญี่ปุ่น ในทุกๆ ขั้นตอน การรับศพ เคลื่อนศพแต่งตัวแต่งหน้าศพงานสวดพิธีไว้อาลัยมาจนถึงงานณาปณกิจ

”ถึงเวลาต้องจากลากันแล้วค่ะครับ“

แม้ว่าจะเป็น หนังเกี่ยวกับ ”การจากลา“ “คนตาย กับ คนเป็น” แต่ ตัวหนัง กลับ ไม่นำเสนอ ความเศร้าหมองไม่ต้องขยี้อะไรมากมากมายหนังเลือก ที่จะ ดึง คนดู ให้รู้สึก เศร้า/เสียน้ำตา/น้ำตาซึม ไปกับ ตัวละคร ผ่านสีหน้าท่าทาง การแสดงออก และอารมณ์ สิ่งที่อยู่ภายในใจ โดยไม่ต้องขยี้อะไรมากมาย แต่ ก็ทำให้คนดูเกิด ความรู้สึกเศร้า ..จนค่อยๆ หลั่งน้ำตา มาแบบ ไม่รู้ตัว

หนังเล่าเรื่องสนุก ค่อยๆ ตามดู เด็กสาว เข้ามา ฝึกงาน กับ รุ่นพี่จอมเนี้ยบ (มาตามสูตร หนังแนวนี้)ที่ค่อยๆมีพัฒนาการผ่านเคสงานต่างๆที่เข้ามาหนังพูดถึง เรื่องของ “ผู้ล่วงลับ/คนตาย” กับ “ครอบครัวที่ยังอยู่” การ Move on การปล่อยวาง แต่ละเคส ที่ถูกใส่เข้ามา ชัดเจน ในเรื่อง เกิด/แก่/ตาย/เจ็บในวัยต่างๆในครรภ์/เด็กน้อย/ผู้ใหญ่/คนชรา หนังพาสนุกซาบซึ้งไปกับการดูสาวน้อยใช้สัมผัสพิเศษแก้ปมในใจผู้ล่วงลับสาวท้องแก่ที่อยากให้สามีใช้ชีวิตแบบมีความสุขเด็กน้อย ที่ทั้งชีวิต อยู่แต่ใน โรงพยาบาล อ่อนวัย เกินกว่า จะเข้าใจเรื่องการจากลาหญิงหม้ายที่ลูกๆเกลียดพ่อที่ทิ้งครอบครัวไปเพราะหนี้สินคุณย่าหญิงชราที่ค้างคาใจกับการจากไปของหลานตัวน้อยไปพร้อมๆ กับ รุ่นพี่หนุ่ม ใช้ ประสบการณ์ ปลดปล่อย คนในครอบครัวผู้ล่วงลับชายผู้สูญเสียภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์คู่สามีภรรยาที่สูญเสียลูกสาวตัวน้อยชายผู้ไม่อาจอยู่เคียงข้างในวาระสุดท้ายของคนรักที่แยกกันอยู่รวมทั้ง ในระหว่างทาง นอกจาก ความสัมพันธ์ ที่ค่อยๆ ดีขึ้น ของ พี่เลี้ยงรุ่นพี่ กับน้องฝึกงาน แล้วยังมีการคลายปมที่ค้างอยู่ในใจของทั้งคู่อีกด้วย

หนังเต็มไปด้วย ภาพต่างๆ ที่สดใส สีสันสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นกลางคืนหรือกลางวัน ภาพต่างๆ เหมือน ภาพจากโปสการ์ด สวยๆ ของสถานที่ต่างๆ เหมือนเป็นตัวแทน การเดินทาง ของตัวละครตลอดเรื่องไม่มีภาพที่สลดหดหู่ไม่มีภาพมืดครึ้มอึมครึมเศร้าหมองหรือ การที่ นางเอก มองเห็นผี แต่ หนังไม่มีเทคนิคพิเศษ ไม่มีผีน่ากลัว ไม่มี อิทธิปาฏิหารย์ แต่ ก็ทำให้ดูแล้วรู้สึกได้ถึงวิญญาณดนตรีประกอบออกมาไพเราะ ฟังสบายๆ ไม่ฟังแล้ว รุ้สึกเศร้า ผลงาน คาเมดะเชจิแม้แต่บรรดานักแสดงยังออกมาหน้าตาดีดูดีกันทุกคน

ฮามาเบะ มินามิ สวย..สวย..เป็น ชิมิซึ มิโซระ สาวเห็นผี ที่ดูสดใส น่ารักมากๆ ทำให้ หนังดูสนุกไม่เครียดแต่พอมาถึงฉากดราม่าก็เรียกน้ำตาให้คนดูร้องไห้ตาม

 เมงุโระ เรน หล่อดูดี นิ่งๆ เรื่อยๆ แต่ดูมีอะไร  เป็น  อุรุชิบาระ ที่มีเสน่ห์ สายตา ที่แอบ/ชำเลือง มองน้องฝึกงาน ดีงามมากๆนักแสดงสมทบคนอื่นๆ มาน้อย แต่ดูดี เล่นดี เล่นเป็นธรรมชาติ ทุกๆ คน อาทิ โมริตะ มิชาโตะ/ฟุรุงาวะโคโตเนะ, คิตามุระ ทาคุมิ, ชิดะ มิไร, วาตานาเบะเคสุเกะโนนามิ มาโฮะ, นิชิกาคิ โซ, คุโบะ ซิโอริ / ฮาราดะ ไทโซ มิตสีอิชิ เคน,ซูซูกิ โคสุเกะ, นางาชากุ ฮิโรมิ,นัตสึกิมาริ ที่ชอบมากรักมากทำเอาน้ำตาซึมกับสองเด็กน้อยที่มารับบท เด็กน้อยในโรงพยาบาลกับพี่สาวของมิโซระทำเอาน้ำตาซึมได้หนังปิดท้ายอย่างงดงาม ด้วย AMAZING GRACE ของ เทชิมะ อาโออิ เพลงไพเราะ ส่งท้ายช่วง เอนเครดิต และ คำพูดดีๆ ส่งท้าย
“แด่การจากลา(ชั่วคราว)…จนกว่าจะพบกันใหม่เมื่อถึงเวลา”น้ำตาไหล..น้ำตาซึม..ยิ้มทั้งน้ำตา แบบนี้เอาไปเลย10/10คะแนน

ปล.เรื่องอินมากไปกับการมองเห็นผีแล้วช่วยแก้ปมในใจเพราะในชีวิตจริงเคยมีประสบการณ์ตรงจากการเปิดไพ่ทำนายดวงที่เคยสัมผัส กับ คนตาย แบบใน หนังเปี๊ยบ ในหลายครั้ง ..จนช่วย ลูกดวง คลายปม