ใครทันบ้าง? ย้อนวันวาน ‘ใหม่ เจริญปุระ – ทิน โชคกมลกิจ’ อดีตคู่รักปีลึกมาก เจอกันอีกทีมีแต่คำว่าน่ารัก

ใครทันบ้าง? ย้อนวันวาน 'ใหม่ เจริญปุระ - ทิน โชคกมลกิจ' อดีตคู่รักปีลึกมาก เจอกันอีกทีมีแต่คำว่าน่ารัก

ใครทันบ้าง? ย้อนวันวาน ‘ใหม่ เจริญปุระ – ทิน โชคกมลกิจ’ อดีตคู่รักปีลึกมาก เจอกันอีกทีมีแต่คำว่าน่ารัก

วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.51 น.

กลายเป็นโมเมนต์ต่อใจที่ทำเอาหลายคนถึงกับอุทานว่า “เพิ่งรู้!” เมื่อผู้ใช้ TikTok บัญชี Slur.life เผยคลิปนาทีประทับใจ การรียูเนี่ยนของอดีตคู่รักคนดังยุค Y2K ระหว่างร็อกเกอร์สาวตัวแม่ “ใหม่ เจริญปุระ” และพิธีกร-ผู้ประกาศข่าวหล่ออมตะ “ทิน โชคกมลกิจ”

บอกเลยว่างานนี้มีแต่ความน่ารัก เพราะทั้งคู่ทักทายและหยอกล้อกันตามประสาคนคุ้นเคยในวงการ แต่อ๊ะๆ… ไหนใครเพิ่งรู้บ้างว่าคู่นี้เขาเคยเป็นแฟนกันมาก่อน? ต้องย้อนไปปีลึกมากๆ ใครจำโมเมนต์ช่วงนั้นได้ 

แม้ว่าเรื่องราวความรักของ ใหม่ เจริญปุระ และ ทิน โชคกมลกิจ จะต้องย้อนกลับไป “ปีลึกมาก” และต่างคนต่างแยกย้ายไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง โดยพี่ใหม่ยังคงเป็นซุปตาร์ตัวแม่ของวงการเพลงไทย ส่วนคุณทินก็เป็นผู้ประกาศข่าวและพิธีกรแถวหน้า

แต่การโคจรมาเจอกันในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพที่ยังคงสวยงามและไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ดีๆ ของคนบันเทิงที่ทำให้คนดูยิ้มตามได้จริงๆ

‘เต้ย-เซ้นต์’ ตะลุยวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม สัมผัสนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากล

‘เต้ย-เซ้นต์’  ตะลุยวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม สัมผัสนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากล

‘เต้ย-เซ้นต์’ ตะลุยวิถีเกษตรแปรรูปสุดพรีเมียม สัมผัสนวัตกรรมจากผืนดินสู่สากล

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.40 น.

ร่วมเดินทางไปกับพิธีกรหนุ่ม เต้ย พงศกร และแขกรับเชิญ เซ้นต์ ศุภพงษ์ ใน One Day Trip  ณ จังหวัดนครราชสีมา เริ่มต้นความสดชื่นด้วยการพายเรือคายัค ชมความงามของนํ้าผุดธรรมชาติสีฟ้าคราม ณ วิสาหกิจชุมชนท่าช้าง ก่อนจะแวะเช็กอินแหล่งของฝากระดับตํานานที่ “ไร่สุวรรณ” ลิ้มรสชาติความหอมหวานของนํ้าข้าวโพดและข้าวโพดฝักนึ่ง ที่ส่งตรงจากงานวิจัยสู่มือผู้บริโภค และไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือการสวมบทบาทเกษตรกรลงมือเก็บองุ่นสด และมัลเบอร์รี่ลูกดกสีดําสนิทเต็มต้นท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาที่รักษาคุณค่าจากผืนดินไว้อย่างดีเยี่ยม

ความตื่นตาตื่นใจยังอยู่ที่การยกระดับผลผลิตทางการเกษตรจากไร่มัลเบอรี่เขาใหญ่ ที่แปรรูปมัลเบอรี่ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์แปรรูปโฮมเมดระดับพรีเมียม” แยมมัลเบอร์รี่สูตรลับที่เน้นเนื้อผลไม้แบบเต็มคํา ไม่ใส่สารกันเสีย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่รักสุขภาพ เป็นที่ชื่นชอบถึงต่างแดน

นอกจากนี้ผู้ที่สนใจเรื่ององุ่นห้ามพลาดกับ ไร่องุ่นเจริญทรัพย์ ที่จะพาผู้ชมไปเก็บผลองุ่นสดๆ กันถึงต้น บอกเลยว่าแต่ละที่ ธ.ก.ส. ยังคงเป็นกองหนุนที่สําคัญในฐานะเกษตรกรหัวขบวน ที่เข้ามาสนับสนุนการสร้างโรงแปรรูปที่ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งนําเทคโนโลยีมาใช้ยืดอายุสินค้าและขยายตลาดผ่าน Branch Outlet ของธนาคารทั่วประเทศ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน

มาร่วมสัมผัสความสุข ความสนุก พร้อมแรงบันดาลใจในการยกระดับเกษตรไทย ที่จะเปลี่ยนผลผลิตท้องถิ่นให้กลายเป็นสินค้าระดับพรีเมียม ในรายการ “หอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร” วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนนี้ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 9 MCOT HD

ล้วงลึกทุกเรื่องลับ เชียร์ ฑิฆัมพร เปิดหัวใจเคลียร์วันก้าวข้ามดราม่า พร้อมเล่าถึงความรักครั้งใหม่

ล้วงลึกทุกเรื่องลับ เชียร์ ฑิฆัมพร เปิดหัวใจเคลียร์วันก้าวข้ามดราม่า พร้อมเล่าถึงความรักครั้งใหม่

ล้วงลึกทุกเรื่องลับ เชียร์ ฑิฆัมพร เปิดหัวใจเคลียร์วันก้าวข้ามดราม่า พร้อมเล่าถึงความรักครั้งใหม่

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.15 น.

“เชียร์ ฑิฆัมพร” เปิดหมดทุกคำตอบ ใน “ดวงใจ STORY” เจาะลึกชีวิตในวงการบันเทิง ทำไมถึงไม่กล้าลืมตัว หลังอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์มาอย่างยาวนาน รวมถึงเหตุผลด้วยรอยยิ้มถึงสถานะหัวใจในวันนี้ที่ไม่โสดแล้วไปกันต่อกับ  ดวงใจ STORY รายการพอดแคสต์ ของ ช่อง 7HD ที่จะมานั่งพูดคุยกับบุคคลทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง ที่มี STORY อยู่ในดวงใจ EP นี้ พบกับนางเอกสาวสุดฮอตมากฝีมือ เชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ที่จะมาบอกเล่าทุกเรื่องราวในชีวิตแบบหมดเปลือก แบบที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน 

ทันทีที่ถึงเวลานัดหมาย เชียร์มาพร้อมรอยยิ้มสดใสและพลังบวกเต็มเปี่ยม อารมณ์ดีเป็นกันเองเหมือนเช่นเคย เปิดใจเล่าตั้งแต่ชีวิตในวัยเด็ก ในฐานะลูกสาวคนกลางของครอบครัว จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการบันเทิงจากการประกวด จนมาถึงเวทีใหญ่ “มิสทีนไทยแลนด์” แบบไม่คาดฝัน และความรู้สึกในวินาทีที่ได้รับตำแหน่งซึ่งเปลี่ยนเส้นทางชีวิตไปตลอดกาลนอกจากนี้ เชียร์ยังพาย้อนเส้นทางความสำเร็จในฐานะนางเอกช่อง 7HD ที่สร้างผลงานโดดเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “เบญจา คีตา ความรัก”, “อุ่นไอรัก”, “คมแฝก” และ “รุกฆาต” พร้อมเปิดมุมมองการวางตัวในวงการบันเทิงตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอไม่เคยกล้าลืมตัว แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์และความสำเร็จมาอย่างยาวนาน

อีกหนึ่งช่วงที่ไม่ควรพลาด คือการเปิดใจถึงประเด็นดราม่าต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต พร้อมวิธีรับมือและดูแลหัวใจของตัวเองให้ก้าวผ่านทุกเรื่องราวมาได้อย่างเข้มแข็งพิเศษสุดกับการเปิดโหมดคนมีรัก ที่เชียร์ยิ้มกว้างพร้อมเล่าถึงความสัมพันธ์กับนักธุรกิจสาวนอกวงการ ผู้เข้ามาเติมเต็มชีวิตและทำให้หัวใจกลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้ง พร้อมเผยโมเมนต์ความคลั่งรักที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของเรื่องราวสุดประทับใจในรายการ “ดวงใจ STORY”  เพราะยังมีอีกหลายแง่มุมในชีวิตที่ เชียร์ พร้อมเปิดเผยเป็นครั้งแรกติดตามความสนุก ความสุข และแรงบันดาลใจจากผู้หญิงคนนี้ได้แบบเต็มอิ่มในรายการและสามารถติดตามอัปเดต EP ใหม่ กับแขกรับเชิญในดวงใจคนต่อไปได้ทุกวันพฤหัสบดีแรกของเดือน ทาง YouTube และ Facebook : Ch7HDติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD

แลคตาซอย ร่วมยินดีความสำเร็จ ชิงช้าสวรรค์ 2026 เติมพลังเยาวชนทุ่มเทเดินตามฝันดนตรีลูกทุ่งไทย

แลคตาซอย ร่วมยินดีความสำเร็จ ชิงช้าสวรรค์ 2026 เติมพลังเยาวชนทุ่มเทเดินตามฝันดนตรีลูกทุ่งไทย

แลคตาซอย ร่วมยินดีความสำเร็จ ชิงช้าสวรรค์ 2026 เติมพลังเยาวชนทุ่มเทเดินตามฝันดนตรีลูกทุ่งไทย

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.46 น.

รายการ “ชิงช้าสวรรค์ 2026” การแข่งขันประกวดวงดนตรีลูกทุ่งระดับมัธยมศึกษาที่ยิ่งใหญ่ และได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วประเทศ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำเสนอโชว์ที่ผสมผสานดนตรีลูกทุ่งไทยแท้เข้ากับโปรดักชันสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง บริษัท แลคตาซอย จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของรายการ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและเติมพลังความทุ่มเทให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศ ได้มีพื้นที่ในการแสดงศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มุ่งเข้าถึงผู้บริโภคทุกช่วงวัย ทั้งในมิติของสุขภาพและความบันเทิงในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

สำหรับผลการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม จังหวัดเพชรบูรณ์ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างสรรค์ จนสามารถคว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยทุนการศึกษา 1,000,000 บาท จากแลคตาซอยไปครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี และยังควบตำแหน่งขวัญใจมหาชนอีกด้วย ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นของโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) จังหวัดสงขลา และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

นางสาวพรรวนา มหาทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาและการตลาดสัมพันธ์ บริษัท แลคตาซอย จำกัด กล่าวว่า “แลคตาซอยมีความภาคภูมิใจและยินดียิ่งที่ได้เห็นพลังความตั้งใจของเยาวชนไทย ทุก ๆ สัปดาห์เราได้เห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดและความทุ่มเทของน้อง ๆ ทุกทีม ที่มุ่งมั่นในการฝึกฝนเพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง แลคตาซอยขอส่งกำลังใจให้และชื่นชมในความมุ่งมั่นของทุก ๆ ทีม สิ่งสำคัญที่สุดคือ เยาวชนได้มีประสบการณ์และการเติบโตบนเวทีแห่งนี้ แลคตาซอยพร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนทุกกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพเชิงบวกต่อไปในอนาคต”

ตัวแทนจากทีมชนะเลิศ โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้พัฒนาศักยภาพตัวเอง แล้วก็ทำให้มีเวทีไว้แสดงสามารถ ได้มาร่วมเรียนรู้นอกห้องเรียนกับเพื่อน ๆ และได้ทำตามความฝัน เป็นเวลาสี่ปีแล้วที่พวกเราอยู่บนเส้นทางการแข่งขันมาจนถึงวันนี้ ผลงานที่ได้รับคือเครื่องตอบแทนความพยายามของพวกเราทุกคน รวมถึงเบื้องหลังที่ช่วยผลักดันพวกเรามาโดยตลอด”

ด้านตัวแทนจากโรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) ซึ่งคว้ารางวัลรองชนะเลิศ กล่าวว่า “รู้สึกว่าตั้งแต่ที่มารายการนี้ เราได้พัฒนาอะไรหลาย ๆ อย่างมาก จากคำติชมของทางคณะกรรมการ และรู้สึกดีใจที่วันนี้ได้พัฒนามาถึงขั้นนี้ ซึ่งวันนี้ก็ได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว และจะนำคำติชมของคณะกรรมการไปปรับใช้และทำให้ดีขึ้นอีก”

ในขณะที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กล่าวว่า “ดีใจที่ได้มิตรภาพ ได้เพื่อนเพิ่มขึ้น แล้วก็ได้เห็นความสามัคคีของวง ดีใจมาก ๆ ที่เพื่อน ๆ มีความฝันเดียวกัน”

ความสำเร็จในรายการชิงช้าสวรรค์ 2026 เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า เวทีประกวดที่ดีคือพื้นที่ที่เยาวชนจะได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เพราะเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ความฝัน และแรงบันดาลใจของเยาวชนไทย ซึ่งแลคตาซอยพร้อมที่จะเป็นอีกหนึ่งแรงใจคอยเติมทุกพลังความทุ่มเทให้กับคนรุ่นใหม่ในทุก ๆ ก้าวเดิน

ผลิตภัณฑ์แลคตาซอย มีวางจำหน่ายในร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ได้ที่ LactasoyShop.com

สามารถติดตามกิจกรรมดี ๆ พร้อมเติมทุกพลังความทุ่มเท ได้ที่ Facebook/ IG/ TikTok : @lactasoyclub

#แลคตาซอย #Lactasoy

ไอคอนสยามแตก! เอ ศุภชัย-อั้ม พัชราภา ลุคสุดจึ้ง นำทีมขบวนPride Parade อลังการ สวยมาก

ไอคอนสยามแตก! เอ ศุภชัย-อั้ม พัชราภา ลุคสุดจึ้ง นำทีมขบวนPride Parade อลังการ สวยมาก

ไอคอนสยามแตก! เอ ศุภชัย-อั้ม พัชราภา ลุคสุดจึ้ง นำทีมขบวนPride Parade อลังการ สวยมาก

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.30 น.

ต้องบอกเลยว่าเป็นงานร่วมฉลอง Pride Month 2026 และงานเปิดตลาดที่ยิ่งใหญ่สวยงาม อลังการงานสร้างมากๆ ของผู้จัดคนเก่ง พี่เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร กับงาน A fair อร่อยเกรดเอ ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ในคอนเส็บต์ A Fair x Unity of Pride at ICONSIAM เพราะเปิดงานด้วยการที่พี่เอ ศุภชัย ควงกระบองเป็นดรัมเมเยอร์ เดินนำขบวนโยธวาทิต จากโรงเรียนโยธินบูรณะ แล้วมีซุปตาร์คนสวยของเรา อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ นั่งรถคันงามเปิดประทุน ในลุคสวยงามสุดจึ้ง แปลกตามาก ไม่เคยแต่งแบบนี้มาก่อน ผู้คนแห่แหนมาดูกันเต็มห้าง ตามด้วยขบวนพาเหรด Pride Month สุดยิ่งใหญ่ ของเหล่าอินฟลู LGBTQ แก๊งค์หิ้วหวี ได้แก่ นัท นิสามณี, มิกซ์ เฉลิมศรี, เอแคลร์ จือปาก, ตูน Alie Blackcobra และ เอิ๊ก ชาลิสา แต่งตัวกันเต็มสตรีม สวยงามสุดสุด เป็นงานเปิดตลาดที่ยิ่งใหญ่จริงๆ

โดย พี่เอ ศุภชัย เปิดใจถึงงานเอแฟร์ในครั้งนี้ว่า

ถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month 2026 ก็เลยชวนพี่อั้ม พัชราภา มาแต่งตัวสวยงามอีกลุคหนึ่ง ใครเห็นก็ชม คุณน้องสวยมากๆ ยิ่งมานำทีมขบวนพาเหรด งามตระการตาจริงๆแล้วก็ชวนน้องๆแก๊งค์หิ้วหวีมาร่วมด้วย แต่งตัวกันสวยงามเข้ากับงานมากๆ พี่เอแฮปปี้มีความสุขมาก นานๆได้จัดงานแบบนี้ในการเปิดตลาดของเราเอง และเป็นครั้งแรกที่มาจัดงานที่ไอคอนสยามด้วย ดีใจมากเลยค่ะ แล้วงานนี้นอกจากขายอาหารแล้ว ก็มีบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้หลากหลายชนิดจาก “ไอยราผลไม้” แล้วก็มีดารานักแสดงมาสร้างความสุขให้ทุกวัน อย่างวันที่ 4 มิถุนายน พี่ตั๊กแตน ชลดา ก็จะมาจัดมินิคอนเสิร์ตโชว์เพลงเพราะๆให้ฟัง วันที่ 7 มิถุนายน ก็มีน้องต้นข้าว สุปรียา นักร้องคนเก่งของเรา แล้ววันที่ 9 มิถุนายน พี่ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ มาโชว์มินิคอนเสิร์ตอีก คึกคักสนุกสนานแน่นอน ส่วนวันที่ 10 มิถุนายน น้องจินนี่ ณัฐณิชา และ เจน่า แองเจลิน่า นักแสดงยูริชื่อดังจากเรื่อง”พิษรัก” ก็มาจัดกิจกรรมพิเศษให้อีก แล้วยังมีอีกหลายคน มาได้ทุกวันเลยค่ะ สนุกแน่นอน”ย้ำกันอีกครั้งกับงานเอแฟร์ ครั้งที่ 12  A Fair x Unity of Pride at ICONSIAM จัดตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ที่ ริเวอร์พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม อย่าพลาดเชียว…

ประเสริฐ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก

ประเสริฐ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก

ประเสริฐ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.45 น.

‘ประเสริฐ’ ปักธงโคราช Sandbox ปฏิรูปการศึกษา ชู All For Education ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก เร่งดัน พ.ร.บ.สภาครูฯ โละคำสั่ง คสช. มั่นใจ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ใช้ทันปี 70 ปรับโฉมการศึกษาไทย

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ที่จังหวัดนครราชสีมา และเป็นประธานเปิดการประชุมการขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่ Korat Next-Gen All For Education ยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา สู่อนาคตแห่งโอกาส และฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่ โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. ผู้บริหารระดับสูงองค์กรหลักของศธ. ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วม กว่า 1,500 คน 

โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดที่ตนมาตรวจราชการแล้วมีความคุ้นเคยมากที่สุด เนื่องจาก เป็น ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ถึง 7 สมัย จังหวัดนครราชสีมาถือเป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ แต่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพีเป็นอันดับ 10 ความท้าทายในการพัฒนา ต่อจากนี้มีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ อย่างแรกคือจำนวนประชากรที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนแปลงไป จำนวนนักเรียนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ลงการลงทุนด้านการศึกษาก็จะต้องมีความเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากเดิมเรามีการลงทุนด้านโครงสร้าง เช่น การก่อสร้างอาคารเรียน มาเป็นการตั้งงบประมาณสนับสนุน เรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา โดยเฉพาะเรื่อง เทคโนโลยี ที่มีความสำคัญ กับการพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ อีกส่วนคือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปมีสงครามความขัดแย้งเกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ของความขัดแย้ง ที่จะขาดโอกาส เพราะงบประมาณของประเทศจะถูกนำไปใช้ในเรื่องของความมั่นคงมากขึ้น เกิดปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ดังนั้น จึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาการศึกษา โดยบูรณาการการจัดการศึกษาร่วมกันทุกภาคส่วน ซึ่งตนใช้คำว่า  All For Education การศึกษาต้องไม่ใช่เรื่องของการเมืองแต่เป็นการทำงานร่วมกัน  

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพราะมาเน้นย้ำนโยบายและติดตามการทำงาน ความพร้อมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งก็เป็นไปด้วยดี และจากการ ลงรายละเอียดนโยบายเพิ่มเติมและการ ทำเวิร์กช็อปเพื่อให้ได้คำตอบจากพื้นที่สู่ระดับกระทรวงฯ และสัมมนาวันนี้จึงมีความสำคัญที่สามารถนำข้อได้ไปประกอบการพิจารณาเรื่อง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ในอนาคต ทั้งนี้ ตั้งใจจะทำให้โคราชเป็น Sandbox ของการปฏิรูปการศึกษาของประเทศต่อไป โดยจะร่วมกับทุกหน่วยงาน ต้องบูรณาการทำงานร่วมกันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้เห็นภาพเดียวกันอย่างเป็นระบบ และส่งต่อคุณภาพการศึกษาให้กับเด็กทุกคน ตนอยากเห็นการประชุมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของระบบนิเวศที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยขอย้ำ นโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษา 5 ด้าน  1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก 2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ ด้านงบประมาณและโอกาส 3. ยกระดับการเรียนรู้ สู่โลกความจริง 4. โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…  อีกเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ ร่าง พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ…. ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา หากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นการยกเลิกคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการปรับโครงสร้างองค์ประกอบของ คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) 

ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ที่ต้องดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 6 มิถุนายน นี้ จะมีความร่วมมือ ระหว่าง ศธ. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย(มท.) เป็นการมอบนโยบายในทุกมิติ โดยมิติที่เกี่ยวข้องกับศธ. คือการเดินหน้านโยบาย Thailand Zero Dropout ดึงเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กลับเข้าเรียน  และประเด็นสุดท้าย คือ โคราช  Sandbox ก้าวสู่ Learning and Innovation City ซึ่ง คำว่า Sandbox คือพื้นที่นำร่องในเรื่องต่าง ๆ ระบบครัวกลาง “Cloud Kitchen” ในพื้นที่ ซึ่งตนให้ความสำคัญ ทั้งในโรงเรียนนวัตกรรมทางการศึกษา และโรงเรียนทั่วไป อื่นๆ โคราชจะเป็นต้นแบบ ที่ส่งผลกระทบกับโรงเรียนทั่วประเทศและถ้าเราสามารถบูรณาการข้อมูล ทั้งท้องถิ่นและโรงเรียนในสังกัดทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคน จะทำให้โครงการนี้ ประสบผลสำเร็จมากขึ้น

“สิ่งที่ผมพูดหลายๆเรื่องไม่ใช่ความฝัน วันนี้ผมมาจุดประกายมาสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความไว้ใจ และมาสร้างโอกาสให้กับทุกคนในพื้นที่โคราช  มาศึกษาจุดอ่อนจุดแข็ง และศธ.จะพัฒนาไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยยึดประโยชน์ของเด็กเป็นศูนย์กลางและไม่ให้ใครหลุดจากระบบการศึกษาจะร่วมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับระบบการศึกษาไทย เพื่อให้เด็กไทยเป็นเด็กที่มีความรู้ความสามารถเป็นพลเมืองของชาติและเป็นพลเมืองของโลกในอนาคต ครูและผู้บริหาร คือหัวใจของความเปลี่ยนแปลง และถ้าสามารถประกาศใช้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้ภายในปี 2570 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” นายประเสริฐ  กล่าว 

ด้านนายอัครนันท์ กล่าวว่า ตลอด 2 เดือนที่มาดูการศึกษาถือว่าได้ทำงานที่มีความท้าทายต่อเนื่อง เพื่อสร้าง ศธ.ยุคใหม่ที่สามารถทะลวงปัญหาต่าง ๆและหนึ่งเรื่องที่ยากทำมากที่สุด คือ การลดภาระครู โดยในวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศยกเลิกการประเมินและกิจกรรมที่เป็นภาระครูไปได้หลายโครงการ และเร็ว ๆนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. จะออกปนะกาศ ยกเลิกโครงการโรงเรียนสีขาวในปี 2570 อย่างเป็นทางการ 

“การลดระครู ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ศธ. ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ตั้งใจจะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ และเชื่อว่าผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. ทุกคน จะช่วยกันดำเนินการให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นยุคทองของศธ. และเกิดการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง” นายอัครนันท์ กล่าว 
 

จีนสั่งคุม “ซีรีส์แนวตั้ง” กวาดล้างเนื้อหาโป๊เปลือย-ความรุนแรง-อวดรวย หวังคุมค่านิยมสังคม

จีนสั่งคุม "ซีรีส์แนวตั้ง" กวาดล้างเนื้อหาโป๊เปลือย-ความรุนแรง-อวดรวย หวังคุมค่านิยมสังคม

5 มิ.ย. 2569 16:25 น.

จีนสั่งคุม “ซีรีส์แนวตั้ง” กวาดล้างเนื้อหาโป๊เปลือย-ความรุนแรง-อวดรวย หวังคุมค่านิยมสังคม

ทางการจีนยกระดับมาตรการคุมเข้ม “ซีรีส์แนวตั้ง” สั่งหน่วยงานท้องถิ่นกวาดล้างซีรีส์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายอนาจาร รุนแรง และส่งเสริมลัทธิวัตถุนิยม หลังระบาดหนักบนแพลตฟอร์มมือถือ หวังจัดระเบียบสังคมและสร้างระบบนิเวศเนื้อหาที่ “สะอาด” ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลในการกำหนดค่านิยมทางสังคมและสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ

สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติของจีน (NRTA) ออกคำสั่งให้หน่วยงานระดับมณฑลทั่วประเทศ เริ่มแคมเปญปราบปรามเนื้อหาใน “ซีรีส์แนวตั้ง” ที่ผลิตในประเทศ โดยมุ่งเป้าไปที่เนื้อหาที่แสดงออกถึงการอวดรวยอย่างฟุ้งเฟ้อ, ฉากความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุ และเนื้อหาเชิงอนาจาร 

ทางการจีนระบุว่า มาตรการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างระบบนิเวศเนื้อหาที่ดีต่อผู้ชม โดยจะพุ่งเป้าไปที่ประเด็นหลัก ได้แก่มุมมองความรักและชีวิตคู่ที่บิดเบือน หรือเนื้อหาที่ทำลายค่านิยมการแต่งงานที่เหมาะสม รวมถึงเนื้อหาที่ส่งเสริมการตัดสินใจด้วยกำลังหรือการล้างแค้นที่ป่าเถื่อน การแสดงออกถึงความร่ำรวยที่เกินจริงซึ่งส่งผลกระทบต่อทัศนคติทางสังคม รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องที่หยาบคายและการละเมิดลิขสิทธิ์

“ซีรีส์แนวตั้ง” เป็นรูปแบบความบันเทิงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจีนและหลายประเทศทั่วโลก โดยเป็นละครหรือซีรีส์ตอนสั้นที่ออกแบบมาเพื่อรับชมผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่ละตอนมีความยาวเพียงไม่กี่นาที และมักใช้เนื้อเรื่องที่เข้มข้น รวดเร็ว และชวนติดตาม

เนื้อหาที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ชมจำนวนมากมักเกี่ยวข้องกับมหาเศรษฐีที่ปกปิดตัวตน ความรักต้องห้าม การแก้แค้น หรือความขัดแย้งในครอบครัว อย่างไรก็ตาม หลายเรื่องถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการนำเสนอฉากรุนแรง ตัวละครที่ถูกทำให้มีภาพลักษณ์ทางเพศ หรือค่านิยมที่เน้นความมั่งคั่งเกินจริง

ความสำเร็จของอุตสาหกรรมดังกล่าวยังดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยผู้ผลิตในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ ต่างเริ่มจัดตั้งสตูดิโอผลิตซีรีส์แนวตั้งเพื่อแข่งขันในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง พยายามขับเคลื่อนนโยบาย “ความมั่งคั่งร่วมกัน”  เพื่อลดช่องว่างทางรายได้ การนำเสนอภาพลักษณ์คนรวยที่ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยในละครเหล่านี้จึงถูกมองว่าเป็นภัยต่อเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่จีนกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและปัญหาการว่างงานในกลุ่มเยาวชน

ก่อนหน้านี้ แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง “วีแชต” (WeChat) และ “โต่วอิน” (Douyin) หรือ TikTok เวอร์ชันจีน ได้เริ่มลบเนื้อหาที่ส่อไปทางอนาจารและส่งเสริมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเยาวชนออกไปบ้างแล้ว ขณะที่กระทรวงไซเบอร์สเปซของจีน (CAC) ยังได้เปิดแคมเปญแยกต่างหากเพื่อปราบปรามเนื้อหาบนโลกออนไลน์ที่แสดงออกถึง “ความรู้สึกมองโลกในแง่ร้ายเกินไป”

แคมเปญดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่วาทกรรมที่ส่งเสริม “ความเหนื่อยหน่ายต่อโลก” หรือแนวคิดที่ว่า “ความพยายามทำงานหนักนั้นไร้ประโยชน์” โดยทางการต้องการเปลี่ยนให้โลกออนไลน์เป็นพื้นที่ที่ “มีอารยะและมีเหตุมีผล” เพื่อลดความวิตกกังวลในกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงลิ่วในตลาดงาน

นับจากนี้ หน่วยงานท้องถิ่นจะดำเนินการสุ่มตรวจบริษัทผู้ผลิตสื่อในเขตอำนาจของตนอย่างเข้มงวด หากพบปัญหาต้องสั่งให้แก้ไขทันที ขณะที่การผลิตมินิซีรีส์ที่มีความอ่อนไหวหรือเป็นระดับไฮโปรไฟล์ จะต้องได้รับความเห็นชอบและอนุมัติจากทางการก่อนเผยแพร่ เพื่อให้มั่นใจว่าสื่อเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็น “เข็มทิศ” นำทางค่านิยมทางสังคมไปในทิศทางที่รัฐบาลต้องการ.

ที่มา BBC

ญี่ปุ่นเร่งล่าหมีทำร้ายคน 4 ราย “สุดฉลาด” ปลดล็อกหน้าต่างหนีจากโรงงานด้วยตัวเอง

ญี่ปุ่นเร่งล่าหมีทำร้ายคน 4 ราย "สุดฉลาด" ปลดล็อกหน้าต่างหนีจากโรงงานด้วยตัวเอง

5 มิ.ย. 2569 14:51 น.

ญี่ปุ่นเร่งล่าหมีทำร้ายคน 4 ราย “สุดฉลาด” ปลดล็อกหน้าต่างหนีจากโรงงานด้วยตัวเอง

เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นระดมกำลังตำรวจ นายพราน และโดรน ค้นหาหมีสีน้ำตาลที่ก่อเหตุทำร้ายประชาชน 4 คนบาดเจ็บในจังหวัดฟุกุชิมะ หลังหมีตัวดังกล่าวหลบหนีจากโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยคาดว่าใช้วิธีปลดล็อกกลอนและเปิดหน้าต่างจากด้านในด้วยตัวเอง ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองฟุกุชิมะระบุว่าเป็นหมีที่ “ฉลาดอย่างยิ่ง”

ความคืบหน้าเหตุการณ์ในเมืองฟุกุชิมะ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พรานท้องถิ่น และทีมค้นหาได้ขยายพื้นที่ไล่ล่าหมีป่าความยาวประมาณ 1 เมตร ซึ่งยังคงหลบหนีลอยนวลอยู่จนถึงวันนี้ (5 มิ.ย.) หลังจากมันได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บไปถึง 4 ราย

เหตุการณ์เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่วันที่ 2 มิ.ย. หมีตัวดังกล่าวได้บุกเข้าไปในโรงงานผลิตชิ้นส่วนเหล็ก “ฟุกุชิมะ สตีล เวิร์กส์” ในย่านซาซากิโนะ และได้ทำร้ายพนักงานไป 2 ราย ต่อมาวันพุธ กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะมันกำลังไล่กวดและขย้ำพนักงานในลานจอดรถของบริษัทอีกแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมีพลเมืองดีขับรถพุ่งเข้าใส่เพื่อช่วยชีวิตพนักงานคนดังกล่าว ทำให้หมีตกใจเตลิดหนีเข้าไปในอาคารสำนักงานและทำร้ายคนเพิ่ม รวมถึงบุกไปทำร้ายประชาชนที่บ้านพักในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย อายุระหว่าง 20-80 ปี บาดแผลรุนแรงที่สุดถึงขั้นกระดูกใบหน้าหัก แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต

หลังจากก่อเหตุ หมีป่าได้หนีเข้าไปกบดานอยู่ภายในโรงงานของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ “โอกิ ซิมโฟ-เทค” ซึ่งพนักงานในโรงงานต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นหมีตัวนี้ใช้เท้าหน้าของมัน “หมุนเปิดก๊อกน้ำเพื่อดื่มน้ำเอง” ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำกรงดักหมีมาติดตั้งไว้ที่ทางเข้า 4 จุด พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมปืนยาสลบเข้าปิดล้อม

กระทั่งเวลาประมาณ 22.50 น. ของคืนวันพุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้ายามเห็นหมีตัวดังกล่าวปีนข้ามรั้วกั้นออกไป เมื่อเข้าตรวจสอบภายในโรงงานอย่างละเอียดก็พบร่องรอยกรงเล็บขูดขีดรอบ ๆ ตัวล็อกหน้าต่าง และพบมุ้งลวดฉีกขาด คาดว่าหมีตัวนี้ใช้อุ้งเท้า “เอื้อมไปปลดสลักล็อกหน้าต่างแล้วดันเปิดออกเพื่อหลบหนีด้วยตัวเอง”

ในการแถลงข่าวฉุกเฉินเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นายยูคิ บาบะ นายกเทศมนตรีเมืองฟุกุชิมะ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ยิงลูกดอกยาสลบใส่หมีตัวนี้แล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดตัวยาจึงไม่ส่งผลกระทบต่อมันเลย “เราเห็นหมีตัวนี้ใช้เท้าหน้าเปิดก๊อกน้ำดื่มน้ำ และมันยังสามารถเปิดหน้าต่างที่ล็อกอยู่ได้ด้วยตัวเอง ผมเชื่อว่ามันเป็นหมีที่ฉลาดหลักแหลมอย่างเป็นพิเศษ” พร้อมแสดงความเสียใจที่ไม่สามารถจับกุมมันได้สำเร็จ

นอกจากนี้ แม้ว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ญี่ปุ่นเพิ่งจะมีการแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวด เพื่ออนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถลั่นไกสังหารสัตว์อันตรายในเขตชุมชนได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้ปืนจริงยิงถล่มได้ เนื่องจากภายในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวมี “วัตถุไวไฟ” เป็นจำนวนมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดระเบิด

ผลกระทบจากการหลบหนีของหมีตัวนี้ ทำให้โรงเรียนประถมและมัธยมต้นในพื้นที่ใกล้เคียงต้องสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว และปรับไปเรียนออนไลน์แทน ก่อนจะกลับมาเปิดเรียนตามปกติในวันศุกร์ โดยโรงเรียนสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ล็อกประตูและหน้าต่างชั้นล่างทั้งหมดอย่างแน่นหนา

ทั้งนี้ ข้อมูลระบุว่าในช่วงปีที่ผ่านมา นับถึงเดือนมีนาคม ญี่ปุ่นเผชิญกับวิกฤตหมีทำร้ายคนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 13 ราย และมีเหตุการณ์หมีจู่โจมรุนแรงถึง 238 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ปัจจัยสำคัญเกิดจากการลดลงของประชากรในแถบชนบท ประกอบกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งอาหารของหมีในป่า ทำให้พวกมันต้องเข้ามาหากินในเขตชุมชนเมืองมากขึ้น.

ที่มา KYODO NEWS / Guardian

ออสเตรเลียทลายฟาร์มเพาะ “แมลงสาบต่างถิ่น” เถื่อน ยึดของกลางกว่า 1 แสนตัว มูลค่า 4.6 ล้านบาท

ออสเตรเลียทลายฟาร์มเพาะ "แมลงสาบต่างถิ่น" เถื่อน  ยึดของกลางกว่า 1 แสนตัว มูลค่า 4.6 ล้านบาท

5 มิ.ย. 2569 12:29 น.

ออสเตรเลียทลายฟาร์มเพาะ “แมลงสาบต่างถิ่น” เถื่อน ยึดของกลางกว่า 1 แสนตัว มูลค่า 4.6 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่คุ้มครองสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมออสเตรเลีย บุกทลายแหล่งเพาะพันธุ์แมลงสาบต่างถิ่นผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ยึดแมลงสาบยักษ์มาดากัสการ์และแมลงสาบดูเบียกว่า 100,000 ตัว มูลค่าในตลาดมืดสูงถึง 200,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 4.65 ล้านบาท

กระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และน้ำของออสเตรเลีย (DCCEEW) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นโรงเพาะพันธุ์เชิงพาณิชย์ในเมืองแบเทิสต์ ทางตะวันตกของนครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยสามารถยึดแมลงสาบต่างถิ่นมีชีวิตได้มากกว่า 100,000 ตัว ซึ่งถือเป็นการตรวจยึดสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังต่างถิ่นที่ผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในออสเตรเลีย คิดเป็นมูลค่าในตลาดมืดสูงถึง  200,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 4.65 ล้านบาท

ของกลางที่ยึดได้ในครั้งนี้ประกอบด้วย “แมลงสาบมาดากัสการ์” (Madagascar Hissing Cockroach) ที่สามารถส่งเสียงขู่ได้เมื่อถูกรบกวน ซึ่งภาพถ่ายจากเจ้าหน้าที่เผยให้เห็นว่าพวกมันบางตัวมีขนาดใหญ่จนเกือบเต็มฝ่ามือของมนุษย์ผู้ใหญ่ และ “แมลงสาบดูเบีย” (Dubia Cockroach) แมลงสายพันธุ์รุกรานที่มักนิยมนำมาเพาะพันธุ์เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง

โฆษกของ DCCEEW แถลงว่า ทางหน่วยงานจริงจังอย่างมากกับการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของออสเตรเลีย และผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจะต้องถูกดำเนินคดี “เรากำลังจับตาดูการเพาะพันธุ์และการค้าแมลงสาบต่างถิ่นที่ผิดกฎหมายอย่างใกล้ชิด และขอเตือนไปยังร้านขายสัตว์เลี้ยงรวมถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคน หากคุณครอบครอง เพาะพันธุ์ หรือค้าขายแมลงสาบต่างถิ่นเหล่านี้ พวกมันจะถูกยึด และคุณจะถูกลงโทษขั้นรุนแรงภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลาง”

สเตฟานี เลสเซอร์ นักจับงูในท้องถิ่นเมืองแบเทิสต์ ให้ข้อมูลว่า เธอพบเห็นการลักลอบขายแมลงสาบต่างถิ่นเหล่านี้บนโลกออนไลน์อย่างแพร่หลาย เพื่อนำไปเป็นอาหารของสัตว์เลื้อยคลาน เนื่องจากพวกมันมีขนาดใหญ่ คุ้มค่ากว่าการซื้อจิ้งหรีดหรือแมลงสาบพื้นเมืองขนาดเล็กหลาย ๆ ตัวเพื่อให้สัตว์กินเพียงมื้อเดียว

ขณะที่แครอล บูธ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของสภาสายพันธุ์รุกราน ระบุว่า การเลี้ยงสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังแปลก ๆ กำลังได้รับความนิยมสูงเพราะเลี้ยงง่าย ไม่สิ้นเปลือง และไม่ต้องพาไปหาหมอราคาแพง แต่ความน่ากังวลคือแมลงเหล่านี้ถูกซื้อขายและจัดส่งทางไปรษณีย์ไปทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย ทำให้ยากต่อการประเมินขนาดที่แท้จริงของตลาดมืดนี้

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากแมลงสาบต่างถิ่นเหล่านี้หลุดรอดออกไปสู่ธรรมชาติ อาจนำพาเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อโรคใหม่ ๆ ที่อาจทำลายล้างแมลงท้องถิ่น เช่น จิ้งหรีดในออสเตรเลียจนสูญพันธุ์ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นโดมิโนต่อ นก กิ้งก่า และสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่ต้องกินแมลงเป็นอาหาร รวมถึงอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบการเกษตร

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นเมืองและการพัฒนาภูมิภาคแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ จึงได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการดำเนินการทำลายแมลงสาบทั้ง 100,000 ตัวนี้ทิ้งทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางชีวภาพ แม้ว่าแมลงสาบจะเป็นสัตว์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึดถึกทนจนมีตำนานเมืองเล่าว่าพวกมันสามารถรอดชีวิตจากระเบิดนิวเคลียร์ได้ก็ตาม.

ที่มา ABC News / AFP

ชาวเกาหลีใต้ปิดล้อมคูหาเลือกตั้ง 35 ชม. ปม “บัตรลงคะแนนไม่พอ” หวั่นโกงเลือกตั้ง

ชาวเกาหลีใต้ปิดล้อมคูหาเลือกตั้ง 35 ชม. ปม "บัตรลงคะแนนไม่พอ" หวั่นโกงเลือกตั้ง

5 มิ.ย. 2569 11:40 น.

ชาวเกาหลีใต้ปิดล้อมคูหาเลือกตั้ง 35 ชม. ปม “บัตรลงคะแนนไม่พอ” หวั่นโกงเลือกตั้ง

ตำรวจปราบจลาจลเกาหลีใต้เข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วงกว่า 1,000 คน ที่ปักหลักปิดล้อมคูหาเลือกตั้งในกรุงโซลนานถึง 35 ชั่วโมง เพื่อขัดขวางการเคลื่อนย้ายหีบบัตรลงคะแนน หวั่นเกิดการโกงเลือกตั้ง จากความไม่พอใจกรณี “บัตรลงคะแนนไม่เพียงพอ” ในหลายหน่วยเลือกตั้ง จนต้องขยายเวลาปิดหีบ

ความตึงเครียดเกิดขึ้นในวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศครั้งที่ 9 ของเกาหลีใต้ โดยหน่วยเลือกตั้งที่ 2 แขวงจัมซิล 7 ในเขตซงพา กรุงโซล ต้องหยุดชะงักลงก่อนเวลาปิดหีบเนื่องจาก “บัตรลงคะแนนหมด” ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกรุงโซลต้องตัดสินใจขยายเวลาลงคะแนนไปจนถึงเวลา 22.00 น. สำหรับผู้ที่ได้คิวรอ ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากนี้ยังมีหน่วยเลือกตั้งอีกอย่างน้อย 14 แห่งในเขตซงพา คังนัม และกวางจิน ที่เจอปัญหาบัตรไม่พอเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องรอร่วมนานหลายชั่วโมง และบางส่วนต้องเดินทางกลับโดยไม่ได้ลงคะแนน

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับประชาชน จนนำไปสู่การรวมตัวของผู้ประท้วงมากกว่า 1,000 คน บริเวณหน้าคูหาเลือกตั้ง มีการชูป้ายข้อความ เช่น “หยุดนับคะแนน!” และ “การเลือกตั้งนี้เป็นโมฆะ!” พร้อมทั้งเข้าปิดล้อมไม่ให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายหีบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบที่มีคะแนนเสียงอยู่ราว 2,000 ตัวอย่าง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งถูกกักตัวอยู่ภายในอาคารตั้งแต่คืนวันที่ 3 จนถึงเช้าวันที่ 5 มิ.ย. 

หลังจากเผชิญหน้าและปิดล้อมยาวนานถึง 35 ชั่วโมง ล่าสุดวันนี้ (5 มิ.ย.) ตำรวจปราบจลาจลเกาหลีใต้ได้ตัดสินใจเข้าสลายการชุมนุม โดยภาพจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าอุ้มและลากตัวผู้ประท้วงที่พยายามบล็อกทางเข้าออกคูหา ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอและการขัดขืนอย่างรุนแรง โดยมีผู้ประท้วงรายหนึ่งตะโกนตั้งคำถามว่า “นี่หรือคือประเทศที่ปกครองด้วยหลักนิติธรรม?”

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์และนำหีบบัตรเลือกตั้งทั้งหมดย้ายไปยังศูนย์นับคะแนนได้อย่างปลอดภัย

นายฮอ ชอลฮุน เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ ได้แถลงด่วนเพื่อขออภัยต่อประชาชน โดยยอมรับว่าความผิดพลาดครั้งนี้เกิดจากการประเมินจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งต่ำเกินไป จนสร้างความกังวลและทำลายความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อความโปร่งใสในการเลือกตั้ง

ขณะที่นายจาง ดงฮยอก ผู้นำพรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนอดีตประธานาธิบดี ยุน ซุกยอล ที่เพิ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างยับยั้ง ได้เดินทางไปยังสำนักงานการเลือกตั้ง เพื่อยื่นคำร้องตามกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 196 เรียกร้องให้ “เลื่อนและจัดทำการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด” พร้อมสั่งระงับการนับคะแนนในส่วนของเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงโซลทันที โดยทางพรรคระบุว่าพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่เข้าข่ายความพยายามโยกย้ายหีบบัตรอย่างผิดกฎหมาย

การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ถือเป็นสนามพิสูจน์ความนิยมครั้งสำคัญในปีแรกของ ประธานาธิบดี อี แจมยอง ที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจหลังจากอดีตประธานาธิบดี ยุน ซุกยอล ประกาศกฎอัยการศึกระยะสั้นจนนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองและการถูกถอดถอน ซึ่งปัจจุบันนายยุนอยู่ระหว่างการถูกจำคุกและดำเนินคดีข้อหากบฏ

แม้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลของนายอี จะสามารถคว้าชัยชนะในหลายพื้นที่ แต่ก็ไม่สามารถเจาะเก้าอี้ผู้ว่าฯ กรุงโซลได้สำเร็จ ซึ่งประธานาธิบดีอี แถลงการณ์สั่งการให้ตรวจสอบกรณีบัตรเลือกตั้งขาดแคลนอย่างเร่งด่วน โดยประณามว่านี่คือ “ความบกพร่องที่ยากจะยอมรับได้”

นอกจากนี้ กระแสข่าวดังกล่าวยังปลุกปั่นให้กลุ่มยูทูบเบอร์ฝ่ายขวาและผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดียุน ออกมาปั่นกระแสทฤษฎีสมคบคิดเรื่อง “การโกงเลือกตั้ง” บนโลกออนไลน์ โดยอ้างข้อมูลเดิมที่นายยุนเคยโจมตีว่าระบบข้อมูลของสำนักงานการเลือกตั้งอ่อนแอและเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงจากเกาหลีเหนือ ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นต่อองค์กรจัดการเลือกตั้งของเกาหลีใต้ดิ่งลงสู่จุดวิกฤต.

ที่มา The Chosun Daily / AFP