ผลวิจัยชี้ “โซเชียลมีเดีย” ทำคนรุ่นใหม่สุขลดลง ขณะฟินแลนด์ครองแชมป์ประเทศมีความสุขที่สุดโลกปีที่ 9

ผลวิจัยชี้ "โซเชียลมีเดีย" ทำคนรุ่นใหม่สุขลดลง ขณะฟินแลนด์ครองแชมป์ประเทศมีความสุขที่สุดโลกปีที่ 9

20 มี.ค. 2569 08:25 น.

ผลวิจัยชี้ “โซเชียลมีเดีย” ทำคนรุ่นใหม่สุขลดลง ขณะฟินแลนด์ครองแชมป์ประเทศมีความสุขที่สุดโลกปีที่ 9

World Happiness Report ประจำปี 2026 เผยผลสำรวจล่าสุดพบว่า ฟินแลนด์ ยังคงครองอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ขณะที่ผลวิจัยชี้โซเชียลมีเดีย ทำคนรุ่นใหม่มีความสุขลดลง

รายงานความสุขโลก หรือ World Happiness Report ประจำปี 2026 เผยผลสำรวจล่าสุดพบว่า ฟินแลนด์ ยังคงครองอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ขณะที่ประเทศในกลุ่มนอร์ดิก เช่น ไอซ์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน และ นอร์เวย์ ยังคงติดอันดับท็อป 10 อย่างต่อเนื่อง

รายงานดังกล่าวจัดทำโดย Wellbeing Research Centre ภายใต้มหาวิทยาลัย อ๊อกฟอร์ด โดยชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศแถบยุโรปเหนือมีระดับความสุขสูง มาจากความมั่งคั่งที่กระจายอย่างเท่าเทียม ระบบรัฐสวัสดิการที่เข้มแข็ง และอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในรายงานปีนี้ คือผลกระทบของ “โซเชียลมีเดีย” ที่พบว่าการใช้งานในระดับสูง ส่งผลให้ระดับความเป็นอยู่และความสุขของคนรุ่นใหม่ลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นหญิงในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษและยุโรปตะวันตก

รายงานยังสะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำด้านความสุขในระดับโลก โดยประเทศที่เผชิญความขัดแย้งรุนแรงยังคงอยู่ในอันดับท้ายของตาราง เช่น อัฟกานิสถาน ซึ่งถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความสุขน้อยที่สุดในโลก ตามด้วย เซียร์ราลีโอน และ มาลาวี

สำหรับการจัดอันดับ ใช้ข้อมูลจากประชาชนราว 100,000 คน ใน 140 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยให้ผู้ตอบแบบสอบถามประเมินคุณภาพชีวิตของตนเอง ซึ่งดำเนินการร่วมกับ Gallup และ United Nations Sustainable Development Solutions Network

ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับปี 2026 ยังสะท้อนแนวโน้มสำคัญ โดยเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่ไม่มีประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษติดอันดับ 10 อันดับแรก โดย สหรัฐอเมริกา อยู่ในอันดับที่ 23 แคนาดา อันดับ 25 และ สหราชอาณาจักร อันดับ 29

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แนวโน้มการใช้โซเชียลมีเดียที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ฉุดระดับความสุข ของประชากรในหลายประเทศลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.

ที่มา : AP

รมว.ต่างประเทศหารือทูตอิหร่าน ย้ำเรื่องช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี-ขออนุญาตเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

รมว.ต่างประเทศหารือทูตอิหร่าน ย้ำเรื่องช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี-ขออนุญาตเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

20 มี.ค. 2569 07:19 น.

รมว.ต่างประเทศหารือทูตอิหร่าน ย้ำเรื่องช่วยเหลือลูกเรือมยุรีนารี-ขออนุญาตเรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือเอกอัครราชทูตอิหร่าน ย้ำคำขอของไทยเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรีนารี”  และขออนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือกับนายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทยเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรีนารี” โดยเฉพาะการสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าวโดยกองทัพเรืออิหร่าน และการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย

เอกอัครราชทูตอิหร่าน กล่าวว่า ได้แจ้งให้รัฐบาลอิหร่านทราบคำขอของรัฐบาลไทยแล้ว โดยในหลักการทางการอิหร่านยินดีให้ความช่วยเหลือทั้งสองข้อ และพร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือลูกเรือไทย ส่วนประเด็นการผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือพาณิชย์ไทยซึ่งรัฐมนตรีสองฝ่ายได้หารือร่วมกันแล้ว เอกอัครราชทูตฯ เห็นด้วยว่าไทยในฐานะมิตรประเทศควรได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทั้งนี้ รับจะไปติดตามการตอบกลับโดยเร็ว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ย้ำท่าทีไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้ร้องขอให้ไทย รวมถึงประเทศอาเซียนพูดคุยกับประเทศคู่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้องให้หยุดการโจมตีอิหร่านโดยเร็ว.

เนทันยาฮูลั่น ไม่ได้ลากสหรัฐฯ ร่วมสงคราม ชี้กำลังปกป้องคนทั้งโลก

เนทันยาฮูลั่น ไม่ได้ลากสหรัฐฯ ร่วมสงคราม ชี้กำลังปกป้องคนทั้งโลก

20 มี.ค. 2569 05:44 น.

เนทันยาฮูลั่น ไม่ได้ลากสหรัฐฯ ร่วมสงคราม ชี้กำลังปกป้องคนทั้งโลก

เนทันยาฮูปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า อิสราเอลเป็นผู้ลากสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามกับอิหร่าน และยืนยันว่า ทั้งสองประเทศกำลังปกป้องคนทั้งโลกจากอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

เมื่อ 19 มี.ค. 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุในการแถลงข่าวว่า อิสราเอลและสหรัฐอเมริกากำลัง “ปกป้องคนทั้งโลก” ผ่านปฏิบัติการทางทหารต่อต้านอิหร่าน พร้อมยืนยันว่า อิสราเอลไม่ได้ลากสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามในครั้งนี้

เนทันยาฮูกล่าวว่า การโจมตีของอิสราเอลได้ทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านลงอย่างมาก โดยอ้างว่าขณะนี้รัฐบาลเตหะรานไม่สามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมหรือผลิตขีปนาวุธได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ มายืนยันข้ออ้างดังกล่าว

“เรากำลังชนะ และอิหร่านกำลังถูกทำลายย่อยยับ” เขากล่าว

เนทันยาฮูบอกอีกว่า ปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายเพื่อกำจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน “ก่อนที่พวกมันจะถูกฝังลึกลงไปใต้ดินและรอดพ้นจากการโจมตีทางอากาศ” และเพื่อ “สร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านสามารถกำหนดชะตากรรมด้วยมือของพวกเขาเอง”

เขายังเน้นย้ำถึงการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกล่าวว่าทั้งคู่ “มีความเห็นตรงกันทุกประการ” พร้อมกับปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าอิสราเอลลากสหรัฐฯ เข้าสู่ความขัดแย้งว่าเป็น “ข่าวปลอม”

“มีใครคิดจริงๆ หรือว่าจะมีใครมาสั่งประธานาธิบดีทรัมป์ได้ว่าต้องทำอะไร? ให้ตายเถอะ” เนทันยาฮูกล่าว

“ผมไม่คิดว่าจะมีผู้นำคู่ไหนที่ประสานงานกันได้ดีขนาดนี้มาก่อน” เขากล่าวเสริม พร้อมระบุว่าเขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์เป็นประจำ “แต่ท้ายที่สุดแล้ว ท่านเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง และผมก็เคารพในการตัดสินใจนั้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เนทันยาฮูรับปาก จะไม่โจมตีแหล่งพลังงานอิหร่านแล้ว หลังทรัมป์ขอ

เนทันยาฮูรับปาก จะไม่โจมตีแหล่งพลังงานอิหร่านแล้ว หลังทรัมป์ขอ

20 มี.ค. 2569 05:14 น.

เนทันยาฮูรับปาก จะไม่โจมตีแหล่งพลังงานอิหร่านแล้ว หลังทรัมป์ขอ

เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลยืนยันว่า จะไม่มีการโจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านอีก เนื่องจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขอเอาไว้

เมื่อ 19 มี.ค. 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า อิสราเอล “ลงมือเพียงลำพัง” ในการโจมตีสถานีแปรรูปที่เชื่อมโยงกับ แหล่งก๊าซ “เซาท์พาร์ส” (South Pars) ของอิหร่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

เนทันยาฮูบอกอีกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ บอกให้อิสราเอลละเว้นจากการโจมตีแหล่งพลังงานที่สำคัญของอิหร่าน และเขาจะปฏิบัติตามคำขอนั้น

“ประธานาธิบดีทรัมป์ขอให้เราชะลอการโจมตีในอนาคตออกไป และเรากำลังทำตามนั้น” เนทันยาฮูกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อคืนวันพฤหัสบดี

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างประชุมร่วมกับนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นว่า เขาได้พูดคุยกับนายเนทันยาฮูแล้ว และได้สั่งการให้เขายุติการโจมตีโรงงานผลิตน้ำมันและก๊าซของอิหร่าน

“ผมบอกเขาว่า อย่าทำแบบนั้น” ทรัมป์กล่าว “และเขาจะไม่ทำแบบนั้น”

ทั้งนี้ การโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สถือเป็นการยกระดับสงครามครั้งสำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมา ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลต่างพยายามหลีกเลี่ยงการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของอิหร่านโดยตรงมาโดยตลอด

เพื่อเป็นการตอบโต้ อิหร่านได้โจมตีแหล่งพลังงานหลักในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านแถบอ่าวเปอร์เซียหลายแห่ง รวมถึงที่นิคมพลังงาน “ราส ลัฟฟาน” (Ras Laffan) ซึ่งกาตาร์ระบุว่าเสียหายอย่างหนัก และส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า ความเสียหายที่ราส ลัฟฟาน อาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลนก๊าซทั่วโลกอย่างยาวนาน

ถ้อยแถลงของเนทันยาฮูมีขึ้นในขณะที่อิสราเอลยังคงดำเนินปฏิบัติการต่อเป้าหมายที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขยายตัวของสงครามและผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลเผยชื่อ คนไทยที่เสียชีวิต จากการโจมตีของอิหร่าน

อิสราเอลเผยชื่อ คนไทยที่เสียชีวิต จากการโจมตีของอิหร่าน

20 มี.ค. 2569 02:20 น.

อิสราเอลเผยชื่อ คนไทยที่เสียชีวิต จากการโจมตีของอิหร่าน

(ภาพจาก x /@IsraelMFA)

อิสราเอลโพสต์ข้อความผ่าน X เปิดเผยชื่อแรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน ที่นิคมเกษตรกรรมอาดานิม ทางตอนกลางของประเทศ

เมื่อ 19 มี.ค. 2569 กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลโพสต์ข้อความผ่านบัญชีผู้ใช้ X อย่างเป็นทางการของหน่วยงาน เปิดเผยชื่อของแรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านว่าคือนายวาลิน ชายุต (Walin Chayut) อายุ 33 ปี พร้อมกับแนบรูปภาพของนายวาลินมาด้วย

โพสต์ของกระทรวงต่างประเทศอิสราเอลระบุว่า “วาลิน ชายุต ชาวไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล เสียชีวิตจากเหตุขีปนาวุธของอิหร่าน … รัฐบาลอิหร่านมุ่งเป้าโจมตีพลเรือนโดยไม่เลือกหน้า … ขอให้ความทรงจำของเขาเป็นพรอันประเสริฐ”

ก่อนหน้านี้ หน่วยกู้ภัย Magen David Adom ของอิสราเอล ยืนยันพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ในนิคมเกษตรกรรมอาดานิม ทางตอนกลางของอิสราเอล ซึ่งถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา

ทางการอิสราเอลยืนยันในเวลาต่อมาว่า ผู้เคราะห์ร้ายรายดังกล่าวเป็นแรงงานชาวไทยเสียชีวิตจากบาดแผลฉกรรจ์ที่เกิดจากสะเก็ดระเบิดโลหะที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่เกิดเหตุ

สื่ออิสราเอลระบุว่า การโจมตีในระลอกล่าสุดของอิหร่านมีการใช้ “ระเบิดคลัสเตอร์” ซึ่งเป็นอาวุธที่แตกตัวกลางอากาศและกระจายระเบิดลูกหักไปทั่วบริเวณกว้าง ทำให้ยากต่อการสกัดกั้นและสร้างความเสียหายต่อพลเรือนอย่างหนัก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : x.com/IsraelMFA

5 ชาติยุโรป-ญี่ปุ่นลั่น พร้อมร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากวิธีการเหมาะสม

5 ชาติยุโรป-ญี่ปุ่นลั่น พร้อมร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากวิธีการเหมาะสม

20 มี.ค. 2569 01:28 น.

5 ชาติยุโรป-ญี่ปุ่นลั่น พร้อมร่วมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากวิธีการเหมาะสม

ผู้นำ 5 ประเทศยุโรปและญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ร่วม ประณามอิหร่านที่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ และว่าพวกเขาพร้อมที่จะเข้าร่วมความพยายาม “ที่เหมาะสม” ใดๆ เพื่อเปิดช่องแคบแห่งนี้อีกครั้ง

เมื่อ 19 มี.ค. 2569 ผู้นำสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ร่วมกันในประเด็นเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน โดยยืนยันว่า พวกเขาพร้อมที่จะเข้าร่วมใน “ความพยายามที่เหมาะสม” เพื่อเปิดช่องแคบแห่งนี้

“เราขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดสำหรับการโจมตีของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังเรือพาณิชย์ที่ไม่มีอาวุธในอ่าวเปอร์เซียเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ซึ่งรวมถึงจุดติดตั้งระบบน้ำมันและก๊าซ และการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยโดยกองกำลังอิหร่าน” แถลงการณ์ร่วมระบุ

“เราขอแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความขัดแย้งที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เราขอเรียกร้องให้อิหร่านยุติการข่มขู่ การวางทุ่นระเบิด การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ รวมถึงความพยายามอื่นๆ ในการปิดกั้นช่องแคบต่อการขนส่งสินค้าทางเรือในทันที และขอให้ปฏิบัติตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ฉบับที่ 2817”

“เสรีภาพในการเดินเรือถือเป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงภายใต้สัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)” แถลงการณ์ระบุ และเสริมว่า “ผลกระทบจากการกระทำของอิหร่านจะส่งผลถึงผู้คนในทุกส่วนของโลก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่สุด”

“เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมติ UNSC ที่ 2817 เราขอย้ำว่าการแทรกแซงการเดินเรือระหว่างประเทศและการขัดขวางห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกเช่นนี้ ถือเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ในประเด็นนี้ เราขอเรียกร้องให้มีการระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน รวมถึงแหล่งติดตั้งน้ำมันและก๊าซโดยทันทีและครอบคลุม”

“เราขอแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนความพยายามที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าการสัญจรผ่านช่องแคบจะเป็นไปอย่างปลอดภัย และเรายินดีต่อความมุ่งมั่นของประเทศต่างๆ ที่กำลังดำเนินการวางแผนเตรียมการในขณะนี้”

“เรายินดีต่อการตัดสินใจของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่อนุมัติให้มีการระบายน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบร่วมกัน เราจะดำเนินมาตรการอื่นๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงาน รวมถึงการร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตบางรายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต”

“นอกจากนี้ เราจะดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งรวมถึงการดำเนินการผ่านสหประชาชาติและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IFIs)”

“ความมั่นคงทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือเป็นประโยชน์ต่อทุกประเทศ เราขอเรียกร้องให้ทุกรัฐเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและยึดมั่นในหลักการพื้นฐานของความมั่งคั่งและความมั่นคงระหว่างประเทศ” แถลงการณ์ระบุทิ้งท้าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : gov.uk

ทรัมป์เล่นมุกเพิร์ลฮาร์เบอร์ บอกนายกฯ ซานาเอะ ใครจะรู้เรื่องเซอร์ไพรส์เท่าญี่ปุ่น

ทรัมป์เล่นมุกเพิร์ลฮาร์เบอร์ บอกนายกฯ ซานาเอะ ใครจะรู้เรื่องเซอร์ไพรส์เท่าญี่ปุ่น

20 มี.ค. 2569 00:25 น.

ทรัมป์เล่นมุกเพิร์ลฮาร์เบอร์ บอกนายกฯ ซานาเอะ ใครจะรู้เรื่องเซอร์ไพรส์เท่าญี่ปุ่น

โดนัลด์ ทรัมป์ เล่นมุกเพิร์ลฮาร์เบอร์ระหว่างคุยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุใครจะรู้เรื่องการทำเซอร์ไพรส์ได้ดีไปกว่าญี่ปุ่น หลังถูกนักข่าวถามว่า ทำไมโจมตีอิหร่านโดยไม่บอกชาติพันธมิตร

ในวันที่ 19 มี.ค. 2569 นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เดินทางเข้าพบประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามที่กำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง และเรื่องความร่วมมือกับสหรัฐฯ

ในระหว่างการสนทนา ทั้งสองเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวถามคำถาม โดยหนึ่งในนั้นถามนายทรัมป์ว่า เหตุใดเขาจึงไม่แจ้งให้พันธมิตรอย่างญี่ปุ่นทราบถึงความตั้งใจที่จะโจมตีอิหร่าน ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบคำถามส่วนหนึ่งด้วยมุกตลกเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

“อย่างหนึ่งคือ คุณคงไม่อยากส่งสัญญาณมากเกินไป คุณก็รู้ว่าตอนที่เราบุกเข้าไป เราบุกเข้าไปหนักมาก และเราไม่ได้บอกใครเรื่องนี้เพราะเราต้องการเซอร์ไพรส์” ทรัมป์กล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ “ใครจะรู้เรื่องการทำเซอร์ไพรส์ได้ดีไปกว่าญี่ปุ่นล่ะ?” ทรัมป์กล่าวเสริม “แล้วทำไมพวกคุณไม่บอกผมเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์ล่ะ? โอเคไหม?”

ทั้งนี้ ทรัมป์สั่งการให้กองทัพโจมตีอิหร่านเป็นครั้งแรกเมื่อเกือบ 3 สัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคพุ่งสูงขึ้น และนำไปสู่คำถามจากชาติพันธมิตรเกี่ยวกับการประสานงานและการสื่อสาร

อนึ่ง เหตุการณ์โจมตีฉับพลันที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ดังกล่าว คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปมากกว่า 2,400 คน และเป็นชนวนเหตุที่ผลักดันให้สหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1941 (พ.ศ. 2484)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านโวย UAE ขับนักเรียนอิหร่าน 2,500 คน พ้นประเทศ

อิหร่านโวย UAE ขับนักเรียนอิหร่าน 2,500 คน พ้นประเทศ

19 มี.ค. 2569 23:47 น.

อิหร่านโวย UAE ขับนักเรียนอิหร่าน 2,500 คน พ้นประเทศ

อิหร่านโวยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่สั่งขับไล่นักเรียนชาวอิหร่านกว่า 2,500 คนออกจากประเทศ รวมถึงสั่งปิดโรงเรียนอิหร่านด้วย โดยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสหประชาชาติกับยูเนสโกแล้ว

เมื่อ 19 มี.ค. 2569 นายอาลี ฟาร์ฮาดี โฆษกกระทรวงศึกษาธิการของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสาธารณรัฐอิสลาม (IRNA) ว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สั่งเนรเทศนักเรียนชาวอิหร่านจำนวน 2,500 คนอย่างกะทันหัน และสั่งระงับการดำเนินงานของโรงเรียนรัฐบาลอิหร่านทุกแห่งในประเทศ

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ UAE เกิดขึ้นหลังจากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของพวกเขาถูกอิหร่านโจมตีหลายต่อหลายครั้งในช่วงเกือบ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงที่คลังน้ำมันใกล้ท่าเรือฟูไจราห์ ศูนย์กลางการขนส่งน้ำมันของ UAE โดยอิหร่านอ้างว่าทำเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม นายฟาร์ฮาดีระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นตัวอย่างของ “นโยบายที่เป็นศัตรู” ซึ่งสอดรับกับความต้องการของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลอิหร่านจะยกประเด็นนี้ขึ้นหารือกับองค์การสหประชาชาติ (UN) และองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยโต้แย้งว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ฟาร์ฮาดีกล่าวเพิ่มเติมว่า โรงเรียนอิหร่านได้เปิดทำการใน UAE มานานกว่า 50 ปีโดยได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ทางการอิหร่านกำลังดำเนินการเพื่อให้นักเรียนที่ได้รับผลกระทบสามารถไปศึกษาต่อที่ประเทศโอมาน จนกว่าจะสิ้นสุดปีการศึกษานี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ไฟลุกไหม้โรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดในคูเวต หลังโดรนอิหร่านโจมตี

ไฟลุกไหม้โรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดในคูเวต หลังโดรนอิหร่านโจมตี

19 มี.ค. 2569 23:07 น.

ไฟลุกไหม้โรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดในคูเวต หลังโดรนอิหร่านโจมตี

(ภาพจาก AFP PHOTO / KNPC)

โดรนอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศคูเวต ส่งผลให้เกิดไฟลุกไหม้ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามซึ่งทำให้เกิดวิกฤตอุปทานน้ำมันไปทั่วโลก

เมื่อ 19 มี.ค. 2569 บรรษัทปิโตรเลียมคูเวต (KPC) เปิดเผยว่า หน่วยหนึ่งภายในโรงกลั่นน้ำมัน “มินา อัล-อาห์มาดี” (Mina Al-Ahmadi) ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ที่สุดในคูเวต ถูกโดรนโจมตีส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลาต่อมา โดยที่ไม่มีรายงานพบผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเช้าของวันพฤหัสบดี กองทัพคูเวตระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศกำลังตอบโต้ต่อ “ภัยคุกคามจากขีปนาวุธและโดรนของฝ่ายศัตรู”

ทั้งนี้ โรงกลั่นมินา อัล-อาห์มาดี ตั้งอยู่ห่างจากกรุงคูเวตซิตี เมืองหลวงของประเทศ ไปทางทิศใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร และถือเป็นสถานแปรรูปน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของคูเวต และเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค โดยมีกำลังการกลั่นน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 730,000 บาร์เรลต่อวัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง

19 มี.ค. 2569 22:13 น.

ขุนคลังสหรัฐฯ เผย อาจผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน หลังราคาพุ่ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนคลายการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน เพื่อเพิ่มอุปทานทั่วโลก ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำนักข่าว Fox Business เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อ 19 มี.ค. 2569 โดยนายเบสเซนต์เผยว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณายกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่าน ในขณะที่รัฐบาลกำลังมองหาแนวทางในการควบคุมระดับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เบสเซนต์ชี้ให้เห็นว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อน้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรล ที่อยู่ในระหว่างการขนส่งทางเรืออยู่แล้ว ทั้งนี้ ในปัจจุบันทั่วโลกมีปริมาณการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาร์เรลต่อวัน

มาตรการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ในการเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาด ซึ่งรวมถึงการระงับการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซีย และการระบายน้ำมันสำรองจำนวน 172 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาดโลก โดยก่อนหน้านี้เบสเซนต์เคยระบุว่า สหรัฐฯ ยังอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านแล่นผ่านได้แม้จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็ตาม

อนึ่ง การ “ยกเลิกคว่ำบาตร” ในครั้งนี้จะหมายถึงการอนุญาตให้มีการขายน้ำมันดิบที่เคยถูกจำกัดไว้ให้กับยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ ได้อย่างเปิดเผย ซึ่งกระแสการไหลเวียนของน้ำมันใหม่นี้จะช่วยเพิ่มอุปทานทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาที่โรงกลั่นและแหล่งน้ำมันหลายแห่งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้รับความเสียหายจากความขัดแย้งจนส่งผลกระทบต่อการผลิต

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันมากน้อยเพียงใด

เมื่อถูกถามถึงความกังวลที่ว่า สหรัฐฯ กำลังให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ศัตรูของตนเองหรือไม่ เบสเซนต์ตอบว่า สหรัฐฯ จะ “ใช้น้ำมันของอิหร่านเพื่อจัดการกับอิหร่านเอง” โดยการนำมาใช้เพื่อกดราคาพลังงานให้ต่ำลงในช่วง 10-14 วันข้างหน้านี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc