เปิดเส้นทางชีวิต 2 ลูกผู้ชาย กับบทบาท ‘พ่อ’ และ ‘ลูก’ บนเส้นทางอาชีพคนขับแกร็บ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620013

เปิดเส้นทางชีวิต 2 ลูกผู้ชาย กับบทบาท ‘พ่อ’ และ ‘ลูก’ บนเส้นทางอาชีพคนขับแกร็บ

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.27 น.

เปิดเส้นทางชีวิต 2 ลูกผู้ชาย กับบทบาท “พ่อ” และ “ลูก” ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว สองการเดินทางกับหนึ่งเป้าหมาย บนเส้นทางอาชีพคนขับแกร็บ

เชื่อว่าเมื่อพูดถึงคำว่า “พ่อ” เราจะนึกถึงภาพของผู้ชายที่เข้มแข็ง คนที่หวังดีและเคียงข้างเราเสมอ ผู้ที่เป็นทั้งแรงบันดาลใจและกำลังใจให้เราลุกขึ้นสู้ทุกครั้งที่ล้มลง เนื่องในโอกาสวันพ่อ “แกร็บ” อยากชวนทุกคนมาสัมผัสเรื่องราวชีวิตของสองนักสู้ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัว ผ่านสองมุมมองของ เอกลักษณ์ บุญสืบสาย พ่อผู้เป็นเสาหลักของทุกคนในครอบครัว และ วิฑูร นามไพร ลูกชาวนาที่เข้ามาเสี่ยงดวงในเมืองหลวงหวังเป็นกำลังหลักค้ำจุนคุณพ่อวัยเกษียณ การเดินทางของสองความฝันสู่จุดมุ่งหมายในการเป็นที่พึ่งให้กับคนที่รัก บนเส้นทางอาชีพคนขับรถรับส่งผู้โดยสารในเมืองกรุง

เส้นทางชีวิตลูกผู้ชายกับวัยเด็กที่ขาดหาย

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2525 หากใครเคยผ่านแถวสนามหลวงจะมีภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่กำลังยืนขายถุงกระดาษที่หอบเอาไว้เต็มมือ เพื่อช่วยแม่หารายได้มาจุนเจือครอบครัว เด็กชายในวันนั้นได้เติบโตมาเป็น นายเอกลักษณ์ บุญสืบสาย หรือ “พี่อู” หนุ่มใหญ่วัย 43 ที่ยึดอาชีพขับแกร็บมาแล้วกว่า 7 ปี

“ผมไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย แม่เป็นกระเป๋ารถเมล์อยู่แถวสนามหลวง สิ่งที่เด็กในวัยนั้นอย่างผมพอจะทำได้เพื่อหาเงินมาช่วยแม่ก็คือการพับถุงกระดาษขาย ตอนนั้นผมก็อยากไปวิ่งเล่นสนุกกับเพื่อนนะ แต่พอเห็นแม่ลำบากผมก็ไม่อยากไป พอมองย้อนกลับไปสิ่งเหล่านั้นมันทำให้ผมกลายเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ แต่ทุกอุปสรรคที่เคยมีมาเทียบไม่ได้เลยกับตอนที่ ‘น้องแทนคุณ’ ลูกชายผมคลอดก่อนกำหนด ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเพราะความหวังเดียวในตอนนั้นคืออยากให้ลูกมีชีวิตรอด”

นั่นเป็นจุดเปลี่ยนให้พี่อูตัดสินใจให้ภรรยาลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ถึงจะมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะดูแลครอบครัว แต่การที่ผู้ชายธรรมดาหนึ่งคนจะต้องหาเลี้ยงทั้งลูก ภรรยา และแม่ผู้ให้กำเนิดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย พี่อูต้องทำงานหลายอย่างเพื่อให้มีรายได้เพียงพอที่จะพยุงทุกคนในบ้าน

“เหนื่อยกายนอนพักก็หาย แต่เพื่ออนาคตของลูกเราจะท้อไม่ได้ ตอนนั้นผมต้องทำทั้งงานประจำและงานพิเศษเพื่อให้มีรายได้มาดูแลครอบครัว จนมาวันนึงผมเห็นรถแท็กซี่เปิดไฟว่างเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อรับผู้โดยสาร ผมแปลกใจมากว่าเขารู้ได้ยังไงว่ามีคนต้องการเรียกรถอยู่ในซอยที่ลึกขนาดนี้ จนได้ลองหาข้อมูลจึงได้รู้ว่าแกร็บเปิดให้บริการแล้ว ผมเลยตัดสินใจมาเป็นพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บเพื่อหารายได้เสริม หลังจากที่ได้ลองขับแกร็บหลังเลิกงานได้ไม่กี่เดือน ผมก็ตัดสินใจลาออกจากงานทันที ปัจจุบันแกร็บจึงกลายมาเป็นรายได้หลักที่ทำให้ผมเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างสบาย ผมว่าชีวิตก็ไม่ต่างอะไรกับการขับรถบนท้องถนน เมื่อก่อนอาจจะเจอทางขรุขระบ้าง แต่วันนี้ถนนที่ผมกำลังขับรถอยู่ราบเรียบขึ้นเยอะนะครับ” พี่อูจบบทสนทนาด้วยเสียงหัวเราะที่เราฟังแล้วรู้สึกชื่นใจตามไปด้วย

เส้นทางชีวิตลูกผู้ชายกับคราบน้ำตาในวันที่ชีวิตเดินมาถึงทางตัน

วิฑูร นามไพร หรือ “ฑูร” ชายหนุ่มวัย 36 ปี ที่เติบโตมาในครอบครัวชาวนาในจังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบันยึดอาชีพขับแกร็บแท็กซี่มาแล้วกว่า 6 ปี มองจากภายนอกคงไม่มีใครรู้ได้เลยว่า ใบหน้าของชายคนนี้เคยผ่านคราบน้ำตามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ฑูรเล่าให้เราถึงชีวิตวัยเด็กว่า “พื้นเพครอบครัวผมเป็นชาวนาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ด้วยความที่พ่ออยากให้ผมมีโอกาสได้เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ เลยส่งผมมาอยู่กับน้าที่ทำอาชีพขับรถส่งนม ซึ่งผมก็ได้น้านี่แหละที่ช่วยสอนขับรถให้ การขับรถจึงเป็นทักษะที่ผมถนัดที่สุด พอโตมาผมเลยตัดสินใจยึดการขับรถแท็กซี่เป็นอาชีพโดยเก็บเงินไปดาวน์รถแท็กซี่มือสองมาขับ ตอนขับแรกๆ แทบจะหาลูกค้าไม่ได้เลยเพราะผมเป็นคนพูดไม่เก่งเลยไม่มีสังคมในหมู่คนขับแท็กซี่ด้วยกัน ไม่รู้ว่าต้องไปรอจุดไหนเวลาไหนถึงจะได้ลูกค้า รายได้แต่ละวันเลยหมดไปกับค่าน้ำมัน เพราะต้องตระเวนขับรถหาลูกค้า ชีวิตตอนนั้นผมแทบหมดตัวเพราะค่าใช้จ่ายมีเข้ามาทุกเดือนแต่รายได้ของเราไม่แน่นอน ไหนจะค่าซ่อมรถมือสองที่พังเกือบทุกเดือน ทำให้ผมชักหน้าไม่ถึงหลังจนต้องโทรไปยืมเงินพ่ออยู่เสมอ”

“ตอนนั้นผมน้อยใจโชคชะตาชีวิตจนเคยคิดฆ่าตัวตายด้วยนะ เพราะขนาดยืมเงินพ่อทุกเดือนและออกมาขับรถทุกวัน แต่เงินที่ได้มาก็ยังไม่พอโปะหนี้เก่า ส่วนหนี้ใหม่ก็พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ แต่มันมีจังหวะหนึ่งที่ฉุกคิดได้ว่าถ้าเราไม่อยู่แล้วพ่อจะอยู่ยังไง เลยรวบรวมความกล้าครั้งสุดท้ายเพื่อขอร้องพ่อให้เอาที่นาไปจำนองเพื่อเอาเงินมาปิดหนี้รถให้หมด จะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายบ้าง ตอนนั้นคือการเดิมพันครั้งใหญ่ในชีวิตผมเลยนะ เพราะนาผืนนั้นคือเครื่องมือทำมาหากินชิ้นสุดท้ายของพ่อ ถ้าผมล้มเหลวครอบครัวผมก็จะล้มไปด้วย”

“โชคดีที่ในปีนั้นเป็นปีที่ได้มารู้จักกับแอปพลิเคชันแกร็บ ผมเลยลองสมัครเป็นพาร์ทเนอร์แกร็บ ปรากฏว่าเป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิตเราไปเลย เพราะเทคโนโลยีช่วยให้เราเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ผมต้องขับรถวนหาลูกค้า ก็กลายเป็นว่าแอปอย่างแกร็บช่วยหาลูกค้ามาให้เราแทน ทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม พอเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์แกร็บได้ประมาณ 1 ปี ผมก็เก็บเงินช่วยไถ่นาพ่อคืนมาได้ และยังได้เงินเพิ่มมาดาวน์รถคันใหม่อีกด้วย” ฑูรเล่าเสริมด้วยความภาคภูมิใจ

“เมื่อปีที่แล้วในช่วงที่โควิดระบาดหนักๆ และคนไม่ค่อยออกจากบ้าน ผมเองก็ต้องปรับตัว หันมาขับรถส่งอาหารแทนการส่งผู้โดยสาร ก็สนุกไปอีกแบบนะ ทางแกร็บเขามีโค้ชประจำกลุ่มคอยช่วยเหลือแนะนำคนขับ มีการจัดเกมส์แข่งขันกันในกลุ่มเพื่อให้รางวัลกับคนที่ให้บริการลูกค้าได้ดี ทำให้ผมมีสังคมในแวดวงคนขับรถด้วยเหมือนกัน จากคนที่ขี้อายไม่ค่อยกล้าพูดกับใคร ตอนนี้ก็มีความมั่นใจมากขึ้นครับ”

วันแห่งความภาคภูมิใจของสองลูกผู้ชาย

พี่อูเล่าถึงวันที่น้องแทนคุณเข้ารับทุนการศึกษาจาก โครงการ Grab The Future ให้ฟังว่า “วันนั้นลูกผมตื่นเต้นมาก เขาตื่นแต่เช้าตั้งตารอที่จะออกจากบ้าน พอขับรถมาถึงงานน้องแทนคุณตกใจมากที่มีเด็กในวัยใกล้เคียงกันอีกหลายคนที่มีพ่อทำงานขับรถรับส่งผู้โดยสารเหมือนกับเขา บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความครึกครื้น มีพรมแดงปูรอเด็กๆ ที่ได้รับทุน ผมสัมผัสได้ว่าลูกชายมีความสุขมากที่ได้ขึ้นไปยืนบนเวที ซึ่งผมคงไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของลูกบนเวทีในวันนั้นหากไม่ได้มาขับแกร็บ สำหรับผมแกร็บไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มแต่เป็นเหมือนเพื่อนร่วมงานที่คอยช่วยเหลือและรับฟังปัญหาเรา จากประสบการณ์การทำงานร่วมกับแกร็บมากว่า 7 ปี แกร็บมีการพัฒนาระบบตลอดเวลาและเปิดบริการใหม่ๆ เพื่อช่วยให้พาร์ทเนอร์มีโอกาสในการหารายได้มากขึ้น แล้วก็ยังมีสินเชื่อและประกันอุบัติเหตุให้อีก ซึ่งตอบโจทย์อาชีพที่ต้องอยู่บนท้องถนนอย่างผม”

“ความหวังของผมในตอนนี้คืออยากเฝ้าดูการเติบโตของลูกให้นานที่สุดและอยากส่งเสียให้เขาเรียนให้สูงที่สุด โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องไปแข่งกับใคร อยากให้เขาได้ทำในสิ่งที่รัก วันนึงเรียนจบมาแล้วไม่รู้จะทำอาชีพอะไรก็สามารถมาขับแกร็บเหมือนพ่อได้ เพราะผมมองว่านี่เป็นอาชีพที่สุจริตและทำให้เราเลี้ยงดูครอบครัวได้ ยิ่งในตอนนี้การเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันถูกกฏหมายแล้ว ในยุคของลูกก็จะยิ่งสะดวกสบายกว่ายุคพ่อแน่นอน ผมวางแผนว่าหากเศรษฐกิจกลับมาดีขึ้น ก็อยากจะออกรถเอสยูวีอีกคัน จะได้ใช้ทั้งขับแกร็บและพาลูกไปเที่ยวในวันหยุดได้ด้วย”

ด้านฑูร หนุ่มสู้ชีวิตจากร้อยเอ็ดเล่าถึงความภาคภูมิใจว่า “วันที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต คือวันที่ผมไถ่ที่นาคืนให้พ่อได้สำเร็จ จากที่เคยเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ทำให้พ่อต้องคอยเป็นห่วงอยู่เสมอว่าเราจะหาเลี้ยงตัวเองรอดไหม จนมาถึงวันนี้ที่เรามีกำลังมากพอจะที่จะดูแลครอบครัวได้ และทำให้พ่อไม่ต้องเหนื่อยทำนาหาเงินมาให้ผมใช้หนี้อีกต่อไป การได้มาเป็นพาร์ทเนอร์กับแกร็บทำให้ผมมีรายได้มากเพียงพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำครอบครัวได้อย่างเต็มตัว”

“เกือบ 2 ปีแล้วที่ผมไม่มีโอกาสกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อที่ร้อยเอ็ด แต่ทุกครั้งที่ได้วีดีโอคอลคุยกับคุณพ่อก็จะมีกำลังใจขึ้นมาทันที เรามักจะคุยกันเรื่องต้นไม้อยู่บ่อยๆ ถึงผมจะอยู่กรุงเทพฯ แต่ก็สั่งซื้อต้นไม้ผ่านทางออนไลน์ส่งไปให้พ่อบ้าง หรือบางครั้งก็สั่งอาหารที่พ่อเขาชอบส่งไปให้ ถึงเราจะไม่ได้อยู่ใกล้กัน แต่เราคิดถึงกันเสมอ” -(016)

Sacit ปลื้ม ‘เพลิน คราฟต์’ ครั้งที่ 3 กระแสตอบรับแน่น หนุนเศรษฐกิจปลายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619982

Sacit  ปลื้ม ‘เพลิน คราฟต์’ ครั้งที่ 3 กระแสตอบรับแน่น หนุนเศรษฐกิจปลายปี

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.04 น.

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) จัด “SACIT เพลิน คราฟต์” ครั้งที่ 3 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่าง 1 – 7 ธันวาคมนี้ ชูของขวัญปีใหม่หัตถกรรมไทยลักชัวรี่ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัวส่งท้ายปี เผยประชาชนตอบรับแน่น แห่ช้อปปิ้งแล้วกว่า 2.3 ล้านบาท

นายพรพล เอกอรรถพร รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม งานศิลปหัตกรรมไทย ให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน ท่ามกลางผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ประกอบการงานหัตถศิลป์ไทยก็ได้รับผลกระทบดังกล่าว sacit ในฐานะหน่วยงานที่มีส่วนส่งเสริมด้านการตลาดให้กับผู้ประกอบการ จึงจัดงาน “SACITเพลิน คราฟต์” นำสินค้าหัตถกรรรมฝีมือคนไทยจากทั่วประเทศ มาจัดจำหน่ายภายในศูนย์การค้าใจกลางกรุง 4 แห่ง

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดงาน “SACITเพลิน คราฟต์” ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 – 7 ธันวาคม 2564 ณ ลานEden1 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Chill with Tropical” เปิดประสบการณ์สัมผัสงานคราฟต์ ไปพร้อมกับบรรยากาศธรรมชาติ และพิเศษสุดจากการรวบรวมสินค้างานคราฟต์ กว่า 40 บูธ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยสุดหรูระดับลักชัวรี่ มาจัดจำหน่ายภายในงานครั้งนี้ เพื่อมอบเป็นไอเดียของขวัญต้อนรับเทศกาลสุดพิเศษปีใหม่ 2565

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากประชาชนเข้าร่วมชมงานและเลือกซื้อสินค้า โดยภาพรวมของการจัดงาน 2 วันที่ผ่านมา (1 – 2 ธันวาคม 2564) มียอดขายรวม2,314,165 บาท ซึ่ง 10 อันดับร้านค้าขายดียังคงเป็นกลุ่มสินค้าประเภทเครื่องประดับ ถือเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และ sacit คาดว่าในช่วงของการจัดงานหลังจากนี้ จะมีลูกค้าให้ความสนใจเลือกซื้อสินค้างานคราฟต์ประเภทต่างๆ เป็นของฝากของขวัญ

ทั้งนี้สินค้าภายในงาน sacit ได้รวบรวมผู้ประกอบการจากทั่วประเทศ ทั้งสินค้าไลฟ์สไตล์ ของตกแต่งบ้าน งานผ้าไหม เครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผาเครื่องหนัง และงานฝีมือประเภทต่างๆ ที่ถูกคัดสรรคุณภาพจากหลากหลายจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ อาทิ PANIDAR เครื่องลงยาราชาวดี เครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์ไทยดั้งเดิมมาพัฒนาสู่ความร่วมสมัยที่ยังคงความสวยงาม, งานเครื่องเงินจากแบรนด์ FLOW ซึ่งถือเป็นผลงาน Creative Craft Jewelry

อีกทั้ง ยังมีกิจกรรม Workshop งานคราฟต์ที่จะผลัดเปลี่ยนมาให้ร่วมสนุกในแต่ละวัน อาทิ ประดิษฐ์ของเล่นโบราณ โดยครูทวีทรัพย์ นามขจรโรจน์, เพ้นท์ตุ๊กตาดินชาววังจิ๋ว โดยครูสุดใจ เจริญสุข, ปั้นดิน white clay, พวงกุญแจ จากศิลปะการผูกมัดถักMacrame, ที่รองแก้วจากศิลปะการทอภาพIllustration Weaving, Animal Pom Poms จากนักสร้างสรรค์งานคราฟต์

นายพรพล กล่าวด้วยว่า sacit คาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะได้รับการตอบรับดีจากประชาชนก่อให้เกิดการเลือกซื้อสินค้าเพื่อเป็นของฝากของขวัญปีใหม่ และเปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ผ่อนคลาย กระตุ้นให้เกิดรายได้แก่ผู้ประกอบการงานหัตถศิลป์ไทย ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในช่วงปลายปี 2564 สู่การสร้างรายได้ต่อเนื่องในปี 2565

ทั้งนี้ sacit ยังมีแผนส่งเสริมการตลาด จัด “SACITเพลินคราฟต์” ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ สอบถามหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook : สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ โทร. 1289 -(016)

‘Global Washington Apple Week 2021’ กิจกรรมเพื่อผู้บริโภคได้เลือกซื้อแอปเปิลที่ปลูกด้วยความใส่ใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619871

‘Global Washington Apple Week 2021’ กิจกรรมเพื่อผู้บริโภคได้เลือกซื้อแอปเปิลที่ปลูกด้วยความใส่ใจ

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.10 น.

วอชิงตันแอปเปิลประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง “Global Washington Apple Week 2021” ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ วอชิงตันแอปเปิล แอปเปิลคุณภาพจากรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา การจัดงานครั้งนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคได้รู้จักวอชิงตันแอปเปิลมากขึ้น โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เป็นงานระดับโลกที่จัดพร้อมกันใน 15 ประเทศ ในธีม “แอปเปิลที่ปลูกด้วยความใส่ใจ หรือ Grown With Goodness” โดยมีกิจกรรมเพื่อเชื่อมโยงผู้บริโภคกับการให้ความรู้เกี่ยวกับที่มาของแอปเปิลจากรัฐวอชิงตัน แหล่งเพาะปลูกแอปเปิลที่ดีที่สุดในโลก และยังเป็นการสร้างความตื่นตาตื่นใจในการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของวอชิงตันแอปเปิล และแบ่งปันเรื่องราวของเกษตรกรผู้ปลูกแอปเปิลในรัฐวอชิงตัน ด้วยความทุ่มเท ใส่ใจและการดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการเก็บแอปเปิล ที่เก็บด้วยมือทุกลูกสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก

ในวันนี้นอกจากกิจกรรมจัดชิม และโปรโมชั่นต่างๆ วอชิงตันแอปเปิลได้รับเกียรติจากเชฟ อิน๊อค เตียว เซเลปบริตี้เชฟ จากเวที The Next Iron Chef – Season 2 มารังสรรค์เมนูพิเศษจากวอชิงตันแอปเปิล ที่ผู้บริโภคสามารถนำไปทำทานเองที่บ้านได้ และยังได้ชิมเมนูจากเชฟอิน๊อค ณ ลานกิจกรรมด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถรับชมเรื่องราวเกษตรกรของเรา โดยสแกน QR โค้ด ในสื่อประชาสัมพันธ์บริเวณชั้นวางจำหน่ายวอชิงตันแอปเปิล ในซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน สำหรับนักช้อปออนไลน์ สามารถชมผ่านช่องทาง Facebook ของ Washington Apple Thailand

และติดตามแฮชแท็ก #WashingtonAppleWeek, #WashingtonAppleThailand และ #GrownWithGoodness

ติดตามกิจกรรมต่างๆ ของวอชิงตันแอปเปิล ประเทศไทยได้ที่ Facebook: Washington Apple Thailand หรือ ที่เว็บไซต์ https://waapple.org/th/ -(016)

สะกดทุกสายตา! ‘Miss Grand Internationa 2021’ อวดโฉมรอบพรีลิมฯ ก่อนชิงมงฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619808

สะกดทุกสายตา! ‘Miss Grand Internationa 2021’ อวดโฉมรอบพรีลิมฯ ก่อนชิงมงฯ

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 08.27 น.

สาดความสนุกสุดใจแฟนๆสำหรับการประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2021 รอบชุดประจำชาติ ฟาดประเด็นเป็นสีสันให้ผู้เข้าประกวด Talk Of The Town ไปทั่วเมือง ยอดวิว Youtube : Grand Tv  ยอดติดตาม Facebook ,Instagram Miss Grand International  พุ่งปรี๊ด

ค่ำคืนนี้เป็นอีกรอบสำคัญในโค้งก่อนสุดท้ายสำหรับการประกวดนางงามโลก มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2021 รอบ Preliminary Show ให้สาวงามผู้เข้าประกวดเก็บคะแนนจากคณะกรรมการให้ได้มากที่สุด ใครจะตุ๊บหรือไปต่อก็อยู่ที่รอบนี้ล่ะ ก่อนนับถอยหลังสู่รอบตัดสินในวันที่ 4 ธันวาคม 2564 หรืออีกเพียง 2 วันเท่านั้น จะได้ทราบกันแล้วว่าสาวงามผู้เพียบพร้อมจากประเทศไหน จะได้ครองมงกุฎเกียรติยศ สายสะพาย และปฏิบัติภารกิจต่างๆร่วมกับองค์กร มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภายใต้คอนเซ็ปต์ stop the war and violence  “ยุติสงครามและความรุนแรงทุกรูปแบบ” 

ฮาน เลย์ มิสแกรนด์ เมียนมาร์ ยังคงรับหน้าที่พิธีกรยืนหนึ่งในค่ำคืนนี้ แนะนำผู้สนับสนุนหลัก ขาดไม่ได้คือ คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้งเวทีการประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ,คุณเทเรซ่า ชัยวิสุทธิ์ รองประธานมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล และ  อาบีน่า อะคูบา แอพเพียร์ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2020 รวมทั้งแฟนนางงามที่ชมอยู่ที่ Show DC Hall พระราม 9 และที่กำลังรับชมผ่านทาง Youtube Channel : Grand TV

เปิดเวทีมาด้วยความสวยงามของผู้เข้าประกวดทั้ง 60 ประเทศ ในชุดราตรียาว ท่ามกลาง แสง สี เสียง โปรดักชั่นสุดอลังการ เรียกเสียงฮือฮาได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดฉากเลยทีเดียว ชุดราตรีนางงามสวยฉ่ำทุกมุมมอง ตามด้วยการประกวดในชุดว่ายน้ำวันพีช สีน้ำเงิน แบรนด์ MGI  โพสต์สวยสับ ไม่หลับใน เป๊ะไปทุกสัดส่วน ท่วงท่าการเดิน หรือเลือกจะฟูลเทิร์นก็ช่างเต็มไปด้วยพลังหญิงมั่นแห่งปี 2021 งานนี้บอกเลยว่ากรรมการกุมขมับ “เลือกยากเหลือเกิน” เพราะไม่มีใครยอมพลาดแม้แต่วินาทีเดียว…สาวงามประเทศใดจะคว้ามงกุฎ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2021 ร่วมลุ้นได้ในรอบ FINAL พร้อมกันวันเสาร์ที่ 4 มีนาคม 2564 อย่าลืมโหวตให้นางงามที่ชื่นชอบผ่าน App :  Star Phone *789

ติดตามความเคลื่อนไหว Miss Grand International และ Miss Grand Thailand ได้ในทุกช่องทาง Facebook , Instagram , Tiktok และ Youtube Channel GrandTV -(016)

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เผยโฉมชุดจริง ‘นางคาด’ ชุดประจำชาติไทยที่ ‘แอนชิลี’ จะใส่ขึ้นเวทีมิสยูนิเวิร์ส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619793

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เผยโฉมชุดจริง 'นางคาด' ชุดประจำชาติไทยที่ 'แอนชิลี' จะใส่ขึ้นเวทีมิสยูนิเวิร์ส

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.00 น.

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม องค์กรชั้นนำในการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรม สู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนการสร้างสรรค์ชุดประจำชาติไทยให้แก่กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 เผยโฉมชุดจริง “นางคาด” (Woman of steel) เตรียมพร้อมให้ “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” ใส่เฉิดฉายบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 70 เดินหน้าคว้ามงสามเร็ว ๆ นี้

สวยฟาด! ชุดประจำชาติไทย “นางคาด” ที่ตัดเย็บเรียบร้อยแล้ว สง่างามอลังการ และเปี่ยมไปด้วยความทรงพลัง สู่เส้นทางแห่งชัยชนะ โดยเป็นฝีมือการออกแบบของ จาตุรณ แร่เพชร นักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรง ซึ่งเป็นดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบชุดราตรีที่ชนะ 5 ชุด จาก 10 ชุดบนเวที MUT 2021 ได้รับการโหวตอย่างท่วมท้น และโดนใจ “แอนชิลี” อย่างมาก ด้วยแรงบันดาลใจ “พลังเลือดนักสู้ในตัวหญิงสาว” ผ่านรูปแบบศิลปะการต่อสู้ไทยโบราณที่เรียกว่า “มวยคาดเชือก” ประยุกต์เข้ากับความเป็นสากล ดุจดังพลังความหาญกล้า ผสมความงามของหญิงสาว เส้นเชือกที่ร้อยต่อถักทอประดับโลหะคาดไปกับหมัดและร่างกายของสาวงาม

นอกจากนั้น “นางคาด” ยังแสดงให้คุณเห็นว่า “นางงาม” เป็นได้มากกว่าภาพลักษณ์ที่สวยงาม ทั้งยังเป็นพลังสำคัญที่จะประกาศให้ทั้งโลกได้เห็นถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์และพลังนักสู้ของคนไทย อีกหนึ่งนัยสำคัญของคำว่า “คาด” คือ การนำพลังใจจากคนไทยทั้งประเทศเรียงร้อยรวมกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อส่งใจเชียร์และประกาศก้องให้ทั้งโลกเห็นว่าพวกเราคนไทยแข็งแกร่งเพียงใดอีกด้วย

ร่วมส่งเชียร์จาก “ไทยแลนด์” ให้ก้องโลกอีกครั้ง กับการต่อสู้ครั้งใหม่ของ “แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส” สาวงามหนึ่งเดียวแห่งสยามที่ทรงพลังและมีคุณค่าสมบูรณ์แบบทุกองศา พร้อมก้าวไปพิชิตมงกุฎระดับโลกจากเวที “มิสยูนิเวิร์ส 2021” ณ ประเทศอิสราเอล 12 ธันวาคมนี้!

ติดตามความเคลื่อนไหวของ MUT 2021 แบบเอ็กซ์คลูซีฟได้อย่างต่อเนื่องทางแอปพลิเคชัน TrueID และ Online Streaming True 5G รวมถึงบนเว็บไซต์ http://www.missuniverse.in.th แอปพลิเคชัน Miss Universe Thailand และดิจิทัลแพลตฟอร์มของทางกองประกวดฯ ได้แก่ TikTok: @missuniversethailand.of , Facebook: Missuniverse.in.th , Instagram: missuniverse.in.th , Youtube : missuniversethailand -(016)

UN WOMEN ประกาศความร่วมมือกับ SCENARIO รณรงค์ต่อต้านและยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง และ LGBTQIA+

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619649

UN WOMEN ประกาศความร่วมมือกับ SCENARIO  รณรงค์ต่อต้านและยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง และ LGBTQIA+

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จิณณวัตร สิริวัฒน์ และ ซาร่าห์ นิบบส์

องค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ หรือ UN WOMEN (ยูเอ็นวีเมน) ประกาศความร่วมมือกับ SCENARIO (ซีเนริโอ)ร่วมด้วย TIP RAINBOW โดย ทิพยประกันภัย, ข้าวแสนดี และ ธนาคารไทยพาณิชย์ ผนึกกำลังร่วมเป็นภาคีเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศรณรงค์ต่อต้านและยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบต่อผู้หญิง และ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) โดยเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน “ORANGE THE DAY” เพื่อประกาศจุดยืนร่วมกันอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยซูเปอร์สตาร์ของไทย คริสติน่า อากีล่าร์, ลูกเกด- เมทินี, ทาทา ยัง, แจ๊สซี่ ชูว์เทอร์ และ รัศมีแข (VTR) ร่วมพูดคุยถึงมุมมองของความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง พร้อมแชร์ประสบการณ์และส่งสัญญาณเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวพร้อมกันทั่วโลก ในวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงสากล และวันยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ณ บริเวณลานเอเทรียม 2 สยามเซ็นเตอร์

ORANGE THE WORLD เป็นแคมเปญภายใต้ UN WOMEN มีเป้าหมายเพื่อรณรงค์ให้ตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้หญิงและกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ทั่วโลก พร้อมเสริมสร้าง พลังใจเพื่อให้ผู้ผ่านพ้นสามารถลุกขึ้นมายืนหยัดและปกป้องตัวเอง โดยแคมเปญจะเริ่มขับเคลื่อนอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วโลกในวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงสากล คือวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี ไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสิทธิมนุษยชน ระยะเวลารวม 16 วัน

แบรนด์แอมบาสซาเดอร์แคมเปญ “ORANGE THE WORLD” แจ๊สซี่ ชูว์เทอร์,ทาทา ยัง, คริสติน่า อากีล่าร์, รัศมีแข

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยรายงานว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญกับความรุนแรง เคยผ่านประสบการณ์ถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกคุกคามทางเพศ ส่วนใหญ่มาจากคู่รักและคนใกล้ชิด ซึ่งตัวเลขนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา โดยได้ทำการศึกษาข้อมูลจากผู้หญิงอายุตั้งแต่15-49 ปี จาก 161 ประเทศ และเก็บข้อมูลในช่วงปี 2000-2018 บ่งชี้ว่าตัวเลขที่พบทำให้ทราบว่าปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง ยังมีความรุนแรงมากขึ้นเช่นเดิม และปรากฏข้อมูลให้เห็นว่ามีการแจ้งความและร้องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นในหลายประเทศนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่า ตัวเลขผู้ถูกคุกคามทางเพศอาจมีมากกว่านี้ แต่ไม่ได้เข้าแจ้งความเนื่องจากผู้เสียหายจากการคุกคามทางเพศยังคงถูกตราหน้าในสังคมนับเป็นปัญหาระดับโลกที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม

โมฮัมหมัด นาซีรี ผู้อำนวยการองค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN WOMEN)ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกกล่าวว่า “การเรียกร้องให้สาธารณชนและผู้คนในวงการบันเทิงร่วมเป็นหนึ่งเดียวในการยุติความรุนแรงนั้น เป็นข้อพิสูจน์ว่าทุกๆ คนในสังคมล้วนมีบทบาทสำคัญยิ่ง เราต้องร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าท่านจะทำงานในสาขาวิชาชีพใด เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง และเด็กหญิงในทุกรูปแบบ UN WOMEN ขอยินดีต้อนรับSCENARIO ในฐานะภาคียุทธศาสตร์ใหม่ในการเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับองค์กรผู้หญิง เครือข่ายเยาวชนคนหนุ่มสาว ผู้ชายและเยาวชนชาย องค์กรศาสนา กลุ่มสิทธิความหลากหลายทางเพศที่เรามีอยู่ทั่วโลกยุติความรุนแรงในโอกาสสำคัญนี้”

กรองทิพย์ ธนถาวรลาภ, จิณณวัตร สิริวัฒน์, ซาร่าห์ นิบบส์, ดร.สมพร สืบถวิลกุล,อารยา ภู่พานิช

จิณณวัตร สิริวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเนริโอ จำกัดเสริมว่า “นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ซีเนริโอได้รับเชิญจากทาง UN WOMENให้เข้าร่วมเป็นภาคีหลักในการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และร่วมรณรงค์ต่อต้าน เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายึดมั่นในปณิธานและเดินหน้าลงมือทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างความตระหนักในเรื่องความละเอียดอ่อนทางเพศในสังคมไทย ความร่วมมือในครั้งนี้ซีเนริโอได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถในทุกมิติ โดยเลือกแบรนด์แอมบาสซาเดอร์เพื่อกระบอกเสียงอันทรงพลังในการปลุกพลังสีส้ม อย่าง คริสติน่า อากีล่าร์, ลูกเกด-เมทินี,ทาทา ยัง, รัศมีแข และ แจ๊สซี่ ชูว์เทอร์ร่วมผลักดันให้เกิดแรงกระตุ้นและสามารถสื่อสารไปในวงกว้างได้อย่างดีที่สุด เพื่อการเป็นหนึ่งเดียวกันในสังคมและโอกาสนี้ผมอยากขอเชิญชวนทุกคนให้ลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลก มอบความรัก ความเข้าใจ สร้างแรงบันดาลใจสำหรับทุกคนให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ”

ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดแคมเปญ “ORANGE THE WORLD” ได้ทาง Facebook & YouTube: Scenario & Rachadalai

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ชวนคุณมาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619653

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ  ชวนคุณมาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ชวนคุณมาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข“Stellar Festive Season” ในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ด้วยหลากหลายเมนูสุดพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดหรู พร้อมลิ้มลอง Festive Afternoon Tea ตลอดช่วงเทศกาล

พบกับ “ชุดน้ำชายามบ่ายต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข” ที่พร้อมเสิร์ฟคุณตลอดเดือนธันวาคม 2564 ถึงมกราคม 2565ตั้งแต่เวลา 14.00-17.00 น. ณ บริเวณล็อบบี้ เลานจ์ ลิ้มลองความหอมหวานที่ผสมผสานกลิ่นอายความสนุกช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะเป็น สโคนแครนเบอร์รี่และสโคนฟักทองสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมโฮมเมดแยมและค็อตเตทครีม ขนมปังขิงเสิร์ฟคู่กับตับห่าน หรือจะเป็นของหวานอย่างเมอร์แรงค์น้ำผึ้งผสมโรสแมร์รี่ และอื่นๆอีกมาก

ฉลองเทศกาลคริสต์มาส 24-25 ธันวาคม 2564 ที่ ห้องอาหารเฟลอริช ด้วยบุฟเฟ่ต์มื้อพิเศษที่ทีมเชฟได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลพรีเมียม สดใหม่ ชูชิ ติ่มซำร้อนๆ พร้อมทั้ง พิซซ่า พาสต้า ชีสนานาชนิด สลัด และอื่นๆ ไม่ควรพลาดมุมของหวานและเบเกอรี่มากมาย พร้อมลุ้นรับของรางวัลพิเศษ

ร่วมฉลองส่งท้ายปี 2564 และต้อนรับปี 2565 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ที่พร้อมให้คุณเลือกอิ่มอร่อยได้อย่างไม่จำกัดกับหลากหลายเมนูจากทั่วทุกมุมโลก อาทิหอยนางรม พาสต้าคลุกเคล้าชีสเข้มข้นไก่สะเต๊ะ คลอเคล้าเสียงเพลงจากวงดนตรีแจ๊สที่จะทำให้ค่ำคืนสุดท้ายของปี 2564 เป็นค่ำคืนแสนพิเศษ และเริ่มต้นวันแรกแห่งปี1 มกราคม 2565 ด้วยบุฟเฟ่ต์มื้อสายต้อนรับปีใหม่ เต็มอิ่มกับ พาสต้าชีสนานาชนิด สลัด มุมอาหารไทย มุมอาหารอาราบิก มุมของหวาน วาฟเฟิลสูตรพิเศษ ช็อกโกแลตฟาวเท่น และอีกมากมาย

สำหรับคุณที่กำลังมองหาของขวัญสำหรับเทศกาลแห่งความสุขนี้ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้กรุงเทพฯ ขอเสนอกระเช้าของขวัญคุณภาพ หรือจะเป็น อะ ลาคาร์ท แฮมเปอร์ ( A La Carte Hamper) ที่คุณสามารถเลือกจัดสินค้าใส่ในกระเช้าได้ตามแบบที่คุณต้องการ

สอบถามเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.02-0959999 หรือ email: fb.sindhorn@kempinski.com

พิธีบวงสรวงงาน‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ประจำปี2564’วันที่ 3-7 ธ.ค. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พร้อมเชิญชวนเที่ยวงานเสมือนจริงทางออนไลน์ วันที่ 3-12 ธ.ค. 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619696

พิธีบวงสรวงงาน‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ประจำปี2564’วันที่ 3-7 ธ.ค. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ  พร้อมเชิญชวนเที่ยวงานเสมือนจริงทางออนไลน์ วันที่ 3-12 ธ.ค. 2564

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วย ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ผาณิต พูนศิริวงศ์, รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, สายสมวงศาสุลักษณ์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรงเหรียญประยูร ร่วมพิธี

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย จัดพิธีบวงสรวงงาน “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ประจำปี 2564” เพื่อความเป็นสิริมงคล ภายใต้แนวคิด “พึ่งพาเพื่อก้าวต่อ เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก”โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2564”จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พึ่งพาเพื่อก้าวต่อ เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก” ระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม2564 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พร้อมด้วยดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล โดย ฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้าฝ่ายโหรพราหมณ์ ทำหน้าที่อ่านโองการบวงสรวง

โอกาสนี้ มีคณะกรรมการมูลนิธิฯร่วมในพิธีอาทิ รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร, ดร.สรจักรเกษมสุวรรณ, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, สายสม วงศาสุลักษณ์,ผาณิต พูนศิริวงศ์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, อดิศักดิ์ภาณุพงศ์, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร, ศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ,คุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ, นฤมล ล้อมทอง ฯลฯณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วย ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ร่วมเป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงงาน “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ประจำปี 2564” ภายใต้แนวคิด “พึ่งพาเพื่อก้าวต่อ เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก”

ศาตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทยรองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย เปิดเผยว่า งาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2564” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พึ่งพาเพื่อก้าวต่อเพราะเพื่อนไม่ทิ้งกันยามยาก” และเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าชมงานได้ตลอดเวลา จึงแบ่งการจัดงานเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบออนกราวนด์สามารถเที่ยวชมงานในสถานที่จริง ท่ามกลางความร่มรื่นและสวยงามของต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ บริเวณสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯเขตจตุจักร กรุงเทพฯ เป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม 2564 โดยมีทางเข้าหลัก (Gate Way) ถ.กำแพงเพชร 4 และรูปแบบออนไลน์เสมือนจริงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์(Virtual Event) เป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 3-12 ธันวาคม 2564 สามารถเลือกช้อปสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่าน www.เพื่อนพึ่งพา.com โดยรายได้จากการจัดงานนำเข้าสมทบทุนมูลนิธิฯ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการสาธารณกุศลตามวัตถุประสงค์ต่อไป

ทั้งนี้ ผู้เข้าชมงานสามารถเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เลือกอิ่มอร่อยจากร้านค้า จากร้านพึ่งพา ร้านพระบรมวงศานุวงศ์ ร้านค้ากิตติมศักดิ์และร้านค้าอื่นๆ อีกมากมายได้ที่สถานที่จัดงานระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม 2564 เวลา 09.00-19.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯและสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ได้ทาง Robinhoodตลอดระยะเวลาการจัดงานอีกด้วยดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถ่ายภาพกับคณะกรรมการมูลนิธิฯ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ และ ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูรดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถ่ายภาพกับคณะกรรมการมูลนิธิฯ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ และ ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูรศ.(พิเศษ)ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกก.ดำเนินการจัดงานในสถานที่งานเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)2564 เดินตรวจสถานที่

ศ.(พิเศษ)ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกก.ดำเนินการจัดงานในสถานที่งานเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)2564 เดินตรวจสถานที่คณะกรรมการมูลนิธิฯ ผาณิต พูนศิริวงศ์, รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร,สายสม วงศาสุลักษณ์, สันติ สาทิพย์พงษ์, มณฑิชา สุขจันทร์คณะกรรมการมูลนิธิฯ ผาณิต พูนศิริวงศ์, รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร,สายสม วงศาสุลักษณ์, สันติ สาทิพย์พงษ์, มณฑิชา สุขจันทร์นฤมล ล้อมทอง, คุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ และผาณิต พูนศิริวงศ์นฤมล ล้อมทอง, คุณหญิงปราณี เอื้อชูเกียรติ และผาณิต พูนศิริวงศ์

คุณแหน : 3 ธันวาคม 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619690

คุณแหน

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll “เราคิดว่าปราสาททรายคงอยู่ได้ชั่วระยะหนึ่ง หาดทรายและทะเลจะอยู่อีกนานแสนนาน แต่มิตรภาพของเราจะยืนยงชั่วนิรันดร์”..บทกวีนิพนธ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแต่งพระราชทาน“พระสหาย”คนหนึ่งที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ..“เป็นจินตนาการจากชีวิตวัยเด็กที่เราชอบไปเล่นหาดทราย ก่อเจดีย์ทราย..”..

ll แม้ว่าจะเริ่มท้อแท้กับ“สภาพบ้านเมือง”ปัจจุบัน..หาก ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนจิตรลดา อธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา มีโอกาสคุยถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่มีต่อเด็กนักเรียนจิตรลดา ตั้งแต่ทรงอนุญาตให้ใช้ศาลาผกาภิรมย์เพื่อทำกิจกรรมทรงตรวจ“สมุดพก”นักเรียนทุกคน และทรงพิจารณาเด็ก“ได้”หรือ“ตก”ซ้ำชั้นด้วยพระเมตตา ฯลฯ..“ครูอังกาบ”จะมีชีวิตชีวาและคุยยาว..

ll มีโอกาส..ต้องไปดูงาน World Expo ดร.ประทีปตั้งมติธรรม ควงมาดามคู่ใจ อัจฉรา ตั้งมติธรรม ดูงานใหญ่ที่ Dubai ระหว่างนี้เพื่อให้รู้ถึงโลกข้างหน้า..ถึงต้องรอเข้าคิวหลายศาลาของประเทศยอดนิยม..“เจ้าสัวประทีป”ไม่บ่นเพราะอากาศไม่ร้อนและขวัญใจเคียงข้างตลอด..จนคนนึกว่าไปฮันนีมูน..

ll วัยนี้มีแต่คนจะเสียเพื่อน..กฤษณ์ ศิรประภาศิริ ดีใจที่สัปดาห์ที่แล้ว ได้เพื่อนเก่า ตอ.27 ถึง 2 คน กลับมา หลังจากห่างหายไปหลายปี..ลำบากตรงมิตรภาพเมื่อกว่า 56 ปีที่แล้วที่ต้องมารื้อฟื้นกันใหม่..

ll วันๆ ทำแต่บุญแต่ทาน..ปิยะพงศ์ นาควัชระ จัด“ตู้ปันสุข”แจกอาหารที่บ้านซอยระนอง 2แถมร่วมกับเครือญาติแจกจ่ายอาหารเที่ยงให้ด่านหน้าสาธารณสุข..ล่าสุดได้“นมดีจิตรลดา”ร่วมกับผู้ปกครองและนักเรียนเก่านำไปแบ่งปันให้ชุมชนบรรเทาทุกข์..

ll ยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง เล่าเรื่องนุ่งผ้าซิ่นไทยได้สนุก นอกจากจะมัดพรึ่บพรั่บอย่างไรไม่ให้หลุดแล้ว..ยังต้องรู้จักซักอย่างไรให้ผ้าดี คงสีสวย..“น้ำมะพร้าว”เป็นเคล็ดลับ..“คุณนาย”จะใส่ผ้าสวย ต้องหัดเฉาะ“มะพร้าว”เอาน้ำเป็น..จะดูดี..

ll เป็นอาจารย์หมอทางผิวหนังระดับ“ศาสตราจารย์”..ระหว่างนี้ ศ.นพ.อภิชาติ ศิวยาธร จี้ไฝฝ้าบนหน้าหล่อ เลยงดร้องเพลงโชว์เสียงที่ The Porch ห้องเพลงที่ดีที่สุดในประเทศ ชั่วคราว..

ll พ่อ พิพัฒ พะเนียงเวทย์ เรียนรุ่น ปรอ.รุ่น 2 นานมากแล้ว มาถึงเวลาลูก พจน์ พะเนียงเวทย์ เข้า วปอ.64 ต้นเดือนหน้า จัดกอล์ฟ..ศิษย์หมู่เสือสิงห์กระทิงแรด ต้องหาทีมกันวุ่นวาย เป็นหมื่นเป็นแสน..ที่แน่ๆ“มาม่า” ให้หนึ่งทีม เงินบริษัทพ่ออนุมัติเต็มที่..ll

ภิญญ์สิรี

MOTIF จับมือ TRUE จัดนิทรรศการงานดีไซน์รักษ์โลก ส่งต่อแนวคิดและแรงบันดาลใจให้นักออกแบบรุ่นใหม่ในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/619654

MOTIF จับมือ TRUE จัดนิทรรศการงานดีไซน์รักษ์โลก  ส่งต่อแนวคิดและแรงบันดาลใจให้นักออกแบบรุ่นใหม่ในไทย

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

MOTIF โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์นำเข้าระดับลักซ์ชัวรี่ ร่วมกับ TRUE ตอกย้ำถึงความสำคัญของแนวคิดรักษ์โลกในวงการการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ จัดนิทรรศการ True Presents  “Eco Designs by DesignIcons” นำเสนอผลงานของดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก อาทิ Philippe Starck, Tom Dixon, Konstantin Grcic, Faye Toogood ทุกชิ้นงานสร้างสรรค์ขึ้นโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมภายใต้กระบวนการที่สานต่อความยั่งยืนของระบบนิเวศ รวมถึงการเลือกสรรวัสดุทางเลือกที่ลดการสร้างขยะและมลพิษ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักออกแบบรุ่นใหม่และองค์กร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

แนวคิดรักษ์โลก ถือเป็นแนวคิดหลักของพลโลกที่แทรกซึมเข้าไปสู่กระบวนคิดของผู้คนทุกวงการ และวงการออกแบบเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ก็ถือเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ เพราะสามารถหยิบเอาความสร้างสรรค์มาปรับใช้อย่างชาญฉลาดตั้งแต่การสรรหาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบเพื่อยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงการออกแบบที่เอื้อให้วิถีชีวิตของผู้ใช้งานมีส่วนช่วยในการรักษาโลกใบนี้ได้มากขึ้น

นิทรรศการ True Presents  “Eco Designs by Design Icons” เปิดให้ชมไปจนถึงวันที่ 9 มกราคม 2565 ที่ ชั้น 4 เซ็นทรัลเอมบาสซี่หลังเสร็จสิ้นการจัดนิทรรศการจะส่งมอบกล่องกระดาษทั้งหมดให้กับสถาบันราชานุกูล มูลนิธิที่ช่วยเหลือเด็กผู้บกพร่องทางสติปัญญาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ต่อไป โดยกล่องกระดาษเหล่านี้จะนำไปใช้ในวิชาเรียนศิลปะ ซึ่งวิชาศิลปะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการบำบัดเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางสมอง เพื่อใช้ในการส่งเสริมพัฒนา แก้ไขฟื้นฟูสมรรถภาพให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนต่อไป

ทั้งนี้ ทาง MOTIF และ  TRUE เล็งเห็นถึงความสำคัญของกระดาษเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนที่จะนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป