สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ จัดน้อมรำลึก ‘รัชกาลที่ 5’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/527063

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ จัดน้อมรำลึก'รัชกาลที่ 5'

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ จัดน้อมรำลึก’รัชกาลที่ 5′

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 15.23 น.

​​​​เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันพฤหัสบที่ 23 ตุลาคม 2563 นี้ ข้าพระพุทธเจ้านายธนวัต ศิริกุล กงสุลใหญ่ ณเมืองมุมไบ พร้อมด้วยข้าราชการทีมประเทศไทย  และพสกนิกรชาวไทย มาชุมนุมพร้อมเพรียงกัน  เพื่อน้อมจิตรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ถวายเป็นราชสักการะกตัญญุตา บูชาแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐและทรงเป็นที่รักยิ่งดังพระราชสมัญญา ‘สมเด็จพระปิยมหาราช’ ​​ตลอดรัชสมัยของพระองค์ ทรงอุทิศพระองค์บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ และทรงปกครองพระราชอาณาจักรให้มีความมั่นคงและร่มเย็นเป็นสุข ทรงสดับตรับฟังทุกข์สุขของปวงพสกนิกรในท้องถิ่น ทรงมีพระราชดำริพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน ทรงนำวิทยาการที่ได้จากการเสด็จพระราชดำเนินไปเยือนต่างประเทศ มาวางรากฐานการพัฒนาประเทศ

ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันกว้างไกลทำให้ประเทศชาติพัฒนาก้าวหน้าทันสมัย ทรงยกเลิกระบบทาส ระบบไพร่ และทรงนำศาสตร์การปกครองของไทยและชาติสากลมาผนวกใช้ในการปกครอง นำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นภัย ดำรงอธิปไตย และความเป็นเอกราชของชาติไว้ได้อย่างมั่นคง ทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองพัฒนาสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน พระปรีชาสามารถและพระเกียรติยศเป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันนี้เราจึงต่างน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของปวงประชาราษฎร และเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย และจักจดจารึกพระเกียรติคุณและคุณูปการอันใหญ่หลวงของพระองค์ไว้ในดวงใจตราบนิจนิรันดร์

สมาคมเอทีโอดีฯ จัดการแสดงเต้นการกุศล พร้อมชวนบริจาคเพื่อเด็กกำพร้าด้อยโอกาส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/527048

สมาคมเอทีโอดีฯ จัดการแสดงเต้นการกุศล พร้อมชวนบริจาคเพื่อเด็กกำพร้าด้อยโอกาส

สมาคมเอทีโอดีฯ จัดการแสดงเต้นการกุศล พร้อมชวนบริจาคเพื่อเด็กกำพร้าด้อยโอกาส

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 14.27 น.

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)สถาบันออสเตรเลียน ทีชเช่อร์ส ออฟ ด๊านซ์ซิ่ง และ สมาคมเอทีโอดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน ได้ร่วมกันสนับสนุนเยาวชนจากหลากหลายสถาบันที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเต้นจากเวทีนานาประเทศ ที่มีจิตสาธารณะรวมตัวกันทำกิจกรรมที่เป็นคุณประโยชน์ โดยนำความสามารถที่ได้ไปแสดงบนเวทีโลก และได้รับรางวัลที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย มาเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ชมและจะมอบรายได้ที่ได้รับจากการเปิดให้ผู้ชมได้ชมและบริจาคไปมอบให้เพื่อนเยาวชนที่เป็นเด็กกำพร้าเด็กด้อยโอกาสที่ยากไร้ในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โดยจัดการแสดงเต้นระบำการกุศล เรื่อง “เงือกน้อยผจญภัย (The Little Mermaid 2020)” ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563  จำนวน 2 รอบ  คือ รอบ 12.00 น. และ รอบ 15.30 น. ณ โรงละครกาดเธียเตอร์ อุทยานการค้ากาดสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ งานนี้มี หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช  นายกสมาคมเอทีโอดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน เจ้าของรางวัลผู้หญิงตัวอย่างด้านสร้างสรรค์ศิลปะแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ณ ประเทศสิงคโปร์ และรางวัลผู้ประกอบการสตรีดีเด่นของอาเซียน ด้านศิลปะวัฒนธรรม จาก กรุงฮานอย เวียดนาม และ รางวัลบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์แก่การศึกษาด้านวิชาชีพ อย่างโดดเด่นในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ปี 2019 จาก ประเทศออสเตรเลีย เป็นที่ปรึกษาแก่คณะเยาวชนในการจัดแสดงและเป็นผู้อำนวยการแสดง

ผู้ชมจะได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินในเวลาสองชั่วโมงเต็ม จากการเต้นทุกรูปแบบ ทั้งบัลเล่ต์ ระบำคอนเทมโพรารี่ ระบำแจ๊ส และเต้นฮิปฮอป 

ติดต่อซื้อบัตรที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ชั้นจี อุทยานการค้ากาดสวนแก้ว และ สมาคมเอทีโอดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน โทร. 065 115 9644, 091 194 1111 หรือที่ สถาบันเชียงใหม่บัลเล่ต์  053 241332, 053 241315

โดยมี จับรางวัลหางบัตรผ่านประตู เป็นรางวัลพิเศษจากร้านอาหารอร่อยในเชียงใหม่ อาทิเช่น ภัตตาคาร เลอ ค็อก ดอร์, ครัวอาจารย์สายหยุดและหมอทราย และ วูว์ คาเฟ่  มอบให้แก่ ผู้ที่แต่งตัวสวยสุดและหล่อสุดโทนสีสดใส ที่เข้าร่วมชมการแสดง อีกทั้งยังมีน้ำดื่มแก่ผู้ชม โดย ธนาคารกรุงเทพฯ และธนาคารกสิกรฯ อีกด้วย

วีแกนสายบุญ ‘กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง’ ทานอาหารวีแกนได้อะไรบ้าง? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/526852

วีแกนสายบุญ‘กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง’ ทานอาหารวีแกนได้อะไรบ้าง?

วีแกนสายบุญ‘กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง’ ทานอาหารวีแกนได้อะไรบ้าง?

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับเดือนแห่งเทศกาลกินเจที่หลายคนต้องลด ละ หยุด ห้ามใจจากเมนูเนื้อสัตว์ และเปลี่ยนมาทานอาหารที่ปรุงจากพืชผัก-ผลไม้ตลอดช่วงเทศกาล ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานนักแต่การเข้าร่วมเทศกาลเจอาจจะช่วยจุดประกายให้หลายๆ คน ตัดสินใจหันมาทานวีแกนและดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองอย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านช่วงเวลาเจไปแล้ว การทานวีแกน คือการบอกลาอาหารทุกอย่างที่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิต รวมถึง เนย นม และ น้ำผึ้ง จากชีวิตประจำวัน

กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง สาวสวยที่รักสุขภาพและการเดินทาง ซึ่งหันมาทานวีแกนอย่างเต็มตัว เล่าว่าเดิมเคยเป็นคนที่อยากทานวีแกนอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่สามารถทานได้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหลายเดือน ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอหันมาทานวีแกนแบบเต็มตัว คือตอนที่คุณแม่ของเธอป่วยและมีอาการของโรคหลอดเลือดในสมอง ต้องเข้ารับการรักษาอยู่หลายครั้ง จึงทำให้เธออยากทำสิ่งดีๆ พร้อมสร้างบุญกุศลให้ทั้งตัวคุณแม่และตัวเธอเอง ผ่านการทานวีแกน เพราะนอกจากเป็นการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีต่อร่างกายแล้ว ยังทำให้เธอไม่ต้องไปเบียดเบียนสัตว์ที่ถูกนำมาประกอบอาหารอีกด้วย

หลังจากเริ่มทานวีแกน ควบคู่กับการเดินออกกำลังกายได้ไม่นาน กัณฑรัตน์ ก็เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงกับสุขภาพของตัวเองอย่างชัดเจน เริ่มตั้งแต่ผลตรวจสารอาหาร แร่ธาตุ วิตามิน ต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกายออกมาอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานทั้งหมดอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือการหันมาทานวีแกนช่วยปรับร่างกายให้เกิดความสมดุล มีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีสงบ ไม่ถูกรบกวนจากปัจจัยต่างๆ รอบตัวได้ง่าย

นอกจากสุขภาพที่ดีจากการทานวีแกนแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าการทานวีแกนนั้นลำบากและมีรสชาติที่ทานได้ยาก แต่ในความเป็นจริงการทานวีแกนในปัจจุบันไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่แค่เพียงการทานแต่ผักผลไม้แบบเดิมอีกต่อไป กัณฑรัตน์ เล่าว่า โดยส่วนตัวเธอเป็นคนที่ชอบทานอาหารทุกชนิดอยู่แล้ว ทำให้การหันมาทานวีแกนนั้นทำได้ไม่ยาก การทานวีแกนของเธอนั้นจะเน้นการทานผัก และ ถั่ว เป็นหลัก เพื่อให้ได้รับโปรตีนและสารอาหารต่างๆ ในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย และนอกจากอาหารเจที่เธอทานทั่วไปแล้ว เธอยังชอบเสาะหาเมนูวีแกนที่หลากหลายมาลองทานอยู่ตลอด อีกหนึ่งในอาหารวีแกนที่เธอชื่นชอบก็คือ “อาหารแพลนต์เบสต์” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้รักสุขภาพเป็นนวัตกรรมอาหารแปรรูปวัตถุดิบจากพืชและผักต่างนานาชนิดและให้รสสัมผัสที่มีความคล้ายคลึงกับการทานเนื้อสัตว์ ทำให้วัตถุดิบแพลนต์เบสต์มาช่วยให้การทานวีแกนมีความหลากหลายมากขึ้น

“การทานเมนูแพลนต์เบสต์นี้ นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังมีรสชาติถูกปาก ทานง่าย ไร้กังวล อีกทั้งยังมีหน้าตาน่ารับประทานอีกด้วย นับเป็นความสุขทางใจที่ได้ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ไม่เบียดเบียน และหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพของตนเอง อีกทั้งยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในร้านโปรดที่เสิร์ฟเมนูแพลนต์เบสต์คือ ซิซซ์เล่อร์ ซึ่งเป็นเครือร้านอาหารแรกที่นำอาหารแพลนต์เบสต์เข้ามาใส่ในเมนู เพื่อเสนอทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าสายสุขภาพ”

กัณฑรัตน์ ทิ้งท้ายว่า เหตุผลหลักที่เลือกซิซซ์เล่อร์ให้เป็นหนึ่งในร้านโปรด ก็เพราะสลัดบาร์ พร้อมตัวเลือกของเครื่องสลัดที่มีหลากหลาย ตอบโจทย์สายสุขภาพได้เป็นอย่างดี และ เมนูแพลนต์เบสต์ ที่หาทานได้ง่ายแม้เวลาเธอต้องเดินทางไปต่างจังหวัด สองเมนูแพลนต์เบสต์ที่ชื่นชอบคือ “สเต๊ก ออมนิมีท กับสปาเกตตีซอสทรัฟเฟิล” และ “สเต๊ก บียอร์น ซอสบาร์บีคิว” เป็นสองเมนูพิเศษในช่วงเทศกาลเจของซิซซ์เล่อร์ ที่ให้รสสัมผัสที่คล้ายคลึงกับการทานเนื้อสัตว์ เพิ่มสีสันให้กับมื้ออาหารสไตล์วีแกนของเธอ รสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ทั้งซอสทรัฟเฟิลกลิ่นหอม และ ซอสบาร์บีคิวรสเข้มข้น แถมประโยชน์เน้นๆ จากผักและเนื้อแพลนต์เบสต์ ไม่พอราคาของสองเมนูนี้ยังถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะซิซซ์เล่อร์เค้าเน้นทั้งคุณภาพและปริมาณที่อิ่มท้องพร้อมอิ่มบุญอย่างแน่นอน

“การเปิดใจทานวีแกน อาจจะท้าทายในช่วงแรก แต่การทานวีแกนอาจจะเริ่มจากการทานหนึ่งมื้อต่อวันหรือ หนึ่งวันต่อสัปดาห์ จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนมื้อที่ทานตามลำดับ และอีกหนึ่งทริคการเริ่มทานวีแกน คือการเริ่มศึกษาเรื่องประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารต่างๆ ที่ได้รับจากการทานวีแกน เพื่อเปลี่ยนการทานวีแกนให้มีสีสันสนุกสนานและเสริมกำลังใจในการทานวีแกนพร้อมหันกลับมาใส่ใจสุขภาพตัวเองในระยะยาว เพราะสุขภาพก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่ถูกหลายคนมองข้าม การเลือกทานแต่อาหารที่มีรสชาติถูกปากอาจจะสวนทางกันกับสารอาหารที่ร่างกายเราต้องการนำมาใช้ในแต่ละวัน ไม่เพียงแค่เท่านั้น การทานอาหารที่ให้โทษต่อร่างกายในปริมาณมากๆ สามารถนำไปสู่จุดเริ่มต้นของหลายโรคภัยไข้เจ็บที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะฉะนั้นหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินของตัวเอง ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะนอกจากจะช่วยส่งผลที่ดีให้กับร่างกายของเราแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่างๆ อาทิ โรคหัวใจโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง ฯลฯ แถมยังช่วยบำรุงเรื่องผิวพรรณและรูปร่างอีกด้วย”

ม.มหิดล ร่วมกับ 4 พันธมิตร เปิดหลักสูตร WHB ยกระดับ Wellness & Healthcare ของไทยสู่ระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/526857

ม.มหิดล ร่วมกับ 4 พันธมิตร เปิดหลักสูตร WHB  ยกระดับ Wellness&Healthcare ของไทยสู่ระดับโลก

ม.มหิดล ร่วมกับ 4 พันธมิตร เปิดหลักสูตร WHB ยกระดับ Wellness&Healthcare ของไทยสู่ระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล จับมือกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และองค์กรชั้นนำระดับนานาชาติยกระดับศักยภาพธุรกิจด้าน Wellness และ Healthcare ของประเทศไทยสู่ระดับโลก เปิดหลักสูตร “Wellness & Healthcare Business Opportunity for Executives (WHB)” เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมทางการแพทย์และธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับ Wellness และ Healthcare ของประเทศไทยสู่ระดับโลก

ทั้งนี้ ปัจจัยแห่งความสำเร็จอันหนึ่งของนโยบายดังกล่าว คือการมีผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถทำงานร่วมกันแบบเครือข่ายในการนำองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารอุตสาหกรรมทางการแพทย์และบริการสุขภาพด้าน Wellness แบบครบวงจร ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดล มีนโยบายในการส่งเสริมให้ส่วนงานของมหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนในการตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลและความต้องการของสังคม โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว

ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาวงการแพทย์ของไทยให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาด้านสุขภาพ โดยได้กำหนดแนวทางการพัฒนาการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.เป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพ(Wellness Hub) ที่เป็นการบริการอย่างครบวงจร 2.เป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพ (Medical Service Hub) ที่ต่อยอดกับระบบสปา ระบบการทำงานเพื่อสร้างสุขภาพรวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพซึ่งถือเป็นจุดแข็งของประเทศไทยและเป็นจุดหนึ่งที่หลายประเทศเข้ามาใช้บริการ 3.เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub) ที่เกี่ยวกับสุขภาพ และ 4.เป็นศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์คุณภาพ (Product Hub)

นอกจากนี้ จำเป็นต้องพัฒนาสร้างความพร้อมให้ประเทศไทยมีบทบาทหน้าที่สร้างสรรค์ในเวทีระหว่างประเทศ ในประชาคมอาเซียน ยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพและบริการด้านสาธารณสุขทั้งบุคลากรและมาตรฐานการให้บริการ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งหลักสูตร WHB นับเป็นงานที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขอย่างยิ่ง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ภูดิท เตชาติวัฒน์ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน กล่าวว่า สถาบันฯ มีพันธกิจที่สำคัญคือการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาสุขภาพในแนวใหม่ ธุรกิจบริการสุขภาพด้าน Wellness นับเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการตอบโจทย์ของการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 การพัฒนาด้านการจัดการธุรกิจดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ที่หลากหลายข้ามศาสตร์และทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยสถาบันฯ ได้เรียนเชิญคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 30 ท่าน จากภายในมหาวิทยาลัยและภายนอกทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้เข้ารับการอบรม รวมทั้งยังมีการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก หัวเว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทยและมหาวิทยาลัยโตเกียว

“จากจำนวนประชากรโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชากรโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุกันมากขึ้น พออายุมากขึ้นก็มาพร้อมกับปัญหาสุขภาพที่มากขึ้นตามมา ขณะเดียวกันคนมีความรู้มากขึ้น มีความฉลาดที่จะมองหาสิ่งดีๆเพื่อมาดูแลตัวเอง”

ผศ.ดร.จันทร์จิรา วงษ์ขมทองผู้อำนวยการหลักสูตรฯ กล่าวว่า หลักสูตรนี้เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เรียนทุกวันศุกร์ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2564 จนถึงวันศุกร์ที่ 21พฤษภาคม 2564 เวลา 13.30- 17.30 น. และเวลา 17.30-18.30 น.เป็นการเสวนาวิชาการกลุ่มย่อย ภายหลังเวลาเรียนเปิดให้มีการจัดกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้เข้าอบรม สถานที่จัดอบรมคือ JW Marriott Hotel Bangkok หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้บริหารธุรกิจด้าน Wellness และ Healthcare ให้พร้อมในการเป็นศูนย์กลางการบริการทางแพทย์ของโลกและโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจ Wellness, Wellness Tourism & Retirement Hub, Digital Health & Telemedicine รวมถึงอุตสาหกรรมการแพทย์ในยุคหลังโควิด ผู้สนใจเข้ารับการอบรมสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ https://whb.info”

บทบาท‘นักสังคมสงเคราะห์’ ผู้อยู่เบื้องหลัง ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/526937

บทบาท‘นักสังคมสงเคราะห์’  ผู้อยู่เบื้องหลัง ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้

บทบาท‘นักสังคมสงเคราะห์’ ผู้อยู่เบื้องหลัง ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ความเจ็บป่วยไม่ได้กลํ้ากรายเพียงร่างกายของผู้ป่วย หากแต่ยังกัดกินความหวังในหัวใจของผู้ป่วยและครอบครัวยากเกินจะหลีกเลี่ยง การทำงานแบบสหวิชาชีพในโรงพยาบาล หรือการพึ่งพาและการทำงานร่วมกันของศาสตร์หลากหลายแขนง จึงถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน อย่าง งานสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ของการช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกปัญหาของผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครอบคลุม

มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะองค์กรการกุศลผู้เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างยาวนานขอแนะนำให้รู้จักบทบาทของ“นักสังคมสงเคราะห์” อีกหนึ่งด่านหน้าสำคัญในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และร่วมทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ทีมแพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์เนื่องในโอกาสวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ 21 ตุลาคม ของทุกปี

รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี และประธานคณะกรรมการอำนวยการโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทย์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) กล่าวว่า “มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่เพียงต้องการความช่วยเหลือทางด้านร่างกาย หากแต่ยังมีบาดแผลทางจิตใจ หรือมีความจำเป็นในด้านอื่น เช่น ความรู้ความเข้าใจในโรค รวมถึงวิธีการปฏิบัติตัวหลายคนมีปัญหาด้านการเงินและสังคม เช่น รายได้ที่ลดลง หรือแม้แต่การปรับตัวหรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เป็นต้น เมื่อได้รับการช่วยเหลือทางการแพทย์แล้ว “นักสังคมสังเคราะห์” จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้คำปรึกษาผู้ป่วยและครอบครัวให้มีความพร้อมในการฟื้นฟูด้วยการสนับสนุนให้ผู้ป่วยทุเลาจากความเจ็บป่วยและปัญหาด้านสังคมเช่น การฝึกอาชีพผู้พิการ การปรับปรุงที่พักอาศัยและเยี่ยมบ้านติดตามรวมทั้งการส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มาจากต่างจังหวัดเป็นต้น เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขซึ่งเหล่านี้ล้วนหนุนให้เกิดผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม บทบาทการเป็นผู้ให้ของนักสังคมสงเคราะห์ในสังคมจึงเสมือนเป็นแรงกระเพื่อมของน้ำที่ถูกส่งต่อจากจุดเล็กๆ เป็นวงกว้างและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมหาศาล”

โรงพยาบาลรามาธิบดี ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการรักษากว่า 2 ล้านคนต่อปี ดำเนินการให้ความช่วยเหลือและดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐานสถานพยาบาลในหลากหลายมิติ และการเชื่อมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ รวมถึงสนับสนุนและพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ในระดับประเทศ ผ่าน 4 พันธกิจสำคัญ อันได้แก่ จัดการศึกษา สร้างงานวิจัย ให้การบริการวิชาการ และดูแลสุขภาพ เพื่อสุขภาวะของสังคมโดยที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนอันดีจากพลังความช่วยเหลือของประชาชนผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสมทบทุนผ่าน มูลนิธิรามาธิบดีฯในโครงการต่างๆ เช่น โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ โครงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ สร้างห้องไอซียูความดันลบ เพื่อสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ เป็นต้น

“เนื่องในโอกาสวันนักสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ผมในฐานะประชาชนคนไทย ขอเชิญชวนทุกคนให้ความสำคัญกับการสร้างและปลูกฝังให้เกิดความพร้อมทางด้านจิตใจ ความเห็นอกเห็นใจ รวมถึงการเปิดใจเพื่อให้มองเห็นความสำคัญของทุกชีวิต เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ซึ่งเป็นค่านิยมสำคัญที่สังคมพึงมีและพึงดำเนินต่อไปอย่างไม่สิ้นสุดท่ามกลางความผันผวนด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาวะอนามัย ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ไม่ว่าวันนี้คุณจะมีบทบาทหรือหน้าที่ใดในสังคม ทุกคนสามารถช่วยเหลือให้ประเทศชาติก้าวข้ามวิกฤติต่างๆ ได้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งการให้…ผ่านการร่วมสมทบทุนกับมูลนิธิรามาธิบดีฯเพื่อส่งต่อพลังแห่งความเกื้อกูล เติมเต็มโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับพี่น้องคนไทยทุกคนต่อไปดังปณิธานที่ว่า คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด” รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวปิดท้าย

เปิดตัวแล้ว‘เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น’ งานศิลปะร่วมสมัยระหว่างเมืองกับธรรมชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/526860

เปิดตัวแล้ว‘เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น’ งานศิลปะร่วมสมัยระหว่างเมืองกับธรรมชาติ

เปิดตัวแล้ว‘เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น’ งานศิลปะร่วมสมัยระหว่างเมืองกับธรรมชาติ

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ “เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น (The PARQ Collection)” งานศิลปะสาธารณะร่วมสมัยภายในพื้นที่โครงการเดอะ ปาร์ค (The PARQ) โครงการไลฟ์สไตล์มิกซ์ยูสแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด Life Well Balanced คัดสรรศิลปินชั้นนำเพื่อมาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน ผ่านแนวคิดที่สัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผสานกับการใช้เทคโนโลยีและหลักการด้านความยั่งยืน

ผลงานศิลปะใน เดอะ ปาร์คคอลเลคชั่น ประกอบด้วยทั้งหมด 5 ชิ้นซึ่งสะท้อนการเชื่อมต่อกันอย่างสมดุลระหว่างเมืองกับธรรมชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างคุณค่าทางจิตใจให้แก่ผู้ใช้อาคารและผู้มาเยือนแบ่งเป็นผลงานที่รังสรรค์โดยศิลปินไทย3 ผลงาน ได้แก่ “เกื้อกูล” โดยพงษธัช อ่วยกลาง, “The Cradle” โดย อ้อ สุทธิประภา และ “TheCocoon” โดย สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์แห่ง สนิทัศน์ สตูดิโอ รวมถึงยังมีอีก2 ผลงานเป็นฝีมือของ Studio Drift ซึ่งเตรียมบินลัดฟ้าจากอัมสเตอร์ดัม มาติดตั้งพร้อมให้รับชมอย่างเต็มรูปแบบ (Full Collection) ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า

งานนี้ผู้บริหารโครงการฯ อย่าง กมลนัย ชัยเฉนียน กรรมการบริษัท เกษมทรัพย์สิริ จำกัดผู้พัฒนาโครงการ เดอะ ปาร์ค เผยว่า“โครงการเดอะ ปาร์ค ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้ศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยเป็นองค์ประกอบหลักของการพัฒนาพื้นที่ใช้งานแบบผสมผสานเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ใช้อาคารและผู้มาเยือน เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ออกมาผ่านการเลือกเฟ้นงานศิลปะร่วมสมัยสำหรับจัดแสดงอย่างถาวรที่เดอะ ปาร์ค โดยเฉพาะ ภายใต้ชื่อ “เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น” ตลอดจนการเข้าไปมีบทบาทสนับสนุนและจัดกิจกรรมด้านศิลปะที่เปิดให้ผู้คนได้เข้ามามีส่วนร่วม อาทิ งาน Bangkok Art Biennale”

ด้านหัวหน้าภัณฑารักษ์และผู้บริหารฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม โครงการ เดอะ ปาร์ค จรินทร์ทิพย์ ชูหมื่นไวย กล่าวว่า “ปัจจุบันศิลปะถูกนำมาเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของอาคารและชีวิตของผู้คนมากขึ้น เดอะ ปาร์คในฐานะโครงการไลฟ์สไตล์มิกซ์ยูสชั้นนำจึงนำเอาองค์ประกอบด้านศิลปะมาผสมผสานเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ที่พบเห็น รวมทั้งหวังว่าโครงการฯของเราจะเป็นเวทีแสดงความสามารถของศิลปิน และเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจะได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับศิลปะมากขึ้น ช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในระหว่างวัน รวมไปถึงคนรักศิลปะ และบุคคลทั่วไปที่สนใจ” พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจให้เข้ามาสัมผัสผลงานศิลปะใน เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ ผลงานศิลปะใน เดอะ ปาร์ค คอลเลคชั่น ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันเป็นแก่นแท้ของทุกสรรพสิ่ง ซึ่งสามารถตีความออกมาเป็นผลงานศิลปะได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ เลียนลักษณะและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือแม้แต่เป็นศิลปะที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม โดยออกแบบให้สอดคล้องโอบรับกับสถาปัตยกรรมของอาคารอย่างลงตัว”

นอกจากนี้ โครงการ เดอะ ปาร์ค ได้จัดกิจกรรมด้านศิลปะอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 พฤศจิกายน 2563 ภายใต้ชื่องาน “Art in The PARQ” อาทิ “ArtMarket” โดย Farmgroup ตลาดนัดของคนรักศิลปะและงานคราฟท์ ที่มีหลากหลายร้านค้าและร้านอาหารชื่อดัง รวมถึง Workshop กิจกรรมวาดภาพ ออกแบบปกสมุดจากวัสดุธรรมชาติ เพ้นท์ลายกระถางต้นไม้ ฯลฯ ในช่วงสุดสัปดาห์วันที่ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน นี้ และปิดท้ายด้วยนิทรรศการ “Balancing Your Life” ที่จัดแสดงภาพวาดแอบสแตรกภายใต้แนวคิดการเพิ่มสมดุลแห่งชีวิต ซึ่งมาพร้อมกับเวิร์กช็อปสุดพิเศษโดยป๊อด-ธนชัย อุชชิน ในวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2563

นอกจากนี้ เดอะ ปาร์ค ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักของงาน “Bangkok Art Biennale” เทศกาลศิลปะนานาชาติร่วมสมัยที่หลายคนตั้งตาคอยโดยจัดสรรบริเวณของโครงการฯให้เป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานจากศิลปินชื่อดังทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2563 ไปจนถึง 31 มกราคม 2564

ติดตามข้อมูลข่าวสารของThe PARQ ได้ทาง Facebook:THEPARQBKK Instagram: THEPARQBKK #ThePARQ Collection #ThePARQ #LifeWellBalanced

คุณแหน : 23 ตุลาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/526935

คุณแหน : 23 ตุลาคม 2563

คุณแหน : 23 ตุลาคม 2563

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll “…ครูต้องไม่ถวายสิทธิพิเศษแด่พระราชโอรส พระราชธิดา และมิได้เน้นแต่วิชาการอย่างเดียว คุณธรรมและความประพฤติที่ดีถือเป็นส่วนสำคัญในการอบรมนักเรียนจิตรลดา…”ท่านผู้หญิงดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ ครูใหญ่คนแรกของโรงเรียน ปลาบปลื้มใจที่ได้ดำเนินตามพระบรมราโชบายอันเป็นพระราชประสงค์ขององค์ผู้ก่อตั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9…ทุกประการ…

ll “โรงเรียนจิตรลดาสร้างขึ้นมา…อย่างละเล็กละน้อยและเติบโตขึ้นมา…”บัดนี้ผ่านมา 65 ปี…ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ครูใหญ่คนต่อมา…“ขอให้นักเรียนกลับมาเยือนโรงเรียน…ไม่ต้องกลับมาอย่างคนมีหน้าตาในสังคม มีความสมบูรณ์ในโภคทรัพย์…ครูขอให้ศิษย์แค่ดำรงตนอย่างมีคุณธรรม…ครูก็ภูมิใจมากแล้ว…”ค่านิยมความดีงาม…ที่ไม่ควรให้จางหาย…

ll รายงานจากเชียงใหม่…พญ.ลลิตา ธีระสิริแจ้งว่าเมียนมา เพื่อนบ้านติดโควิด-19 หนักหนาพระ-เณรออกบิณฑบาตไม่ได้…วิทยาลัยสงฆ์ไม่มีข้าวกิน…ใครมีสาวใช้แม่บ้านชาวเมียนมา…จะฝากปัจจัยช่วยเหลือ…จะเป็น“บุญ”มหาศาล…

ll ติด Mob เยาวชนคนรุ่นใหม่…ศิลปินเอกพันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก ไปเก็บภาพ BotanicalArt“กุหลาบจุฬาลงกรณ์”งาน Modern Masterpiece ที่แสดง ณ หอศิลป กทม. ไม่ได้…กลับไปตั้งหลักที่แหลมฟาน…กินข้าวคลุกซอส“ศรีราชา”ตำนานของครอบครัวรอไปพลางๆ…

ll คณะนี้นิสิตน้อยอยู่แล้วเมื่อเทียบกับ Big Faculty อย่างวิศวกรรมศาสตร์ พล.ร.อ.ฐนิธกิตติ อำพน ปวดหัวเมื่อนิสิตเก่าสถาปัตย์จุฬาฯ รุ่น 2510 ที่ต้องร่วมกับคณะบัญชี จัดงานคืนสู่เหย้า CU รุ่น 10…มาไม่เกินจำนวนนิ้วมือ…

ll วันเกิด“ผอ.ตุ๊ก” นนทปภา ศรีนนท์ อาทิตย์นี้พี่ๆ น้องๆ จัดงานฉลองให้อาทิตย์หน้า…กลุ่ม My Dear CU Friends เป็นเจ้าภาพ…ที่พิเศษคือกวีเอก อาจารย์นภาลัยสุวรรณธาดา คงผลิตงานดีๆ เพื่อ“น้องตุ๊ก”คนกล้า…อดีตข้าราชการตงฉินที่พร้อมชนนักการเมืองฉ้อฉล…

ll ลุ้นใหญ่ปีนี้ สุรีย์ประภาตรัยเวช พลาดไปหนึ่ง…“ภาณุ” ลูกชายสุดสวาทขาดใจ นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง เด็กเก่งวิทยาศาสตร์ที่หันไปเอาดีทางการประพันธ์ ไม่ได้รางวัลซีไรต์..ส่วนอีกงาน เต้นโชว์ระบำฮาวายให้ชุมนุมจุฬาฯ…ต้องลุ้นอีกเหมือนกัน…เพราะ“น้องปุ๊”ต้องลดน้ำหนักให้เหมาะสม…ต้องหยุด“แหลก”ชั่วคราว…

ll มาติดกักกัน Coronavirus บ้านเราอยู่นาน…ใกล้เวลาได้กลับ Hawaii…หมอประพันธ์ พัวพงศกร ขอนัดกินข้าวกับเพื่อนร้านเก่าแก่“ชายทะเลจันทร์เพ็ญ”…เพื่อนฝูง OSK 80 ลงชื่อมาเพียบ…ไม่รู้ว่าเป็นเสน่ห์ของ“ไก่ย่าง”หรือคารมของ“หมอเก้ง”…

ll เจ้าชาย“ชัยปุระ”…เทพ รังสิต ลงสมัครกรรมการกีฬาขี่ม้าของ Sports Club พร้อมเพื่อนร่วมทีมอย่าง เรืองวิทย์ นันทาภิวัฒน์ ฯลฯ…ถึง Poster หาเสียงจะมีรูปม้าแพงๆ สวยสง่า…กรรมการเลือกตั้งขอให้ดูหน้า“คน”เป็นหลัก…

ll พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ถึงเกษียณจาก ผอ.สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ…ก็ยังเดินหน้าพัฒนาสุขภาพเด็กเล็กทั่วประเทศไม่หยุด…ปล่อย นพ.วิชัย สวัสดิวรสามีนักกอล์ฟ Single มีเวลาพัฒนาฝีมือเต็มที่…ขึ้นเป็นหมอที่ตีกอล์ฟเก่งที่สุดในประเทศขณะนี้…ll

ภิญญ์สิรี

Burberry ปล่อยคอลเลคชั่น B-Series #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/526855

Burberry ปล่อยคอลเลคชั่น B-Series

Burberry ปล่อยคอลเลคชั่น B-Series

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Burberry ปล่อยไอเท็มใหม่ประจำเดือนตุลาคม ภายใต้คอลเลคชั่น B-Series ออกแบบโดย ริคคาร์โด ทิชชี่ (Riccardo Tisci) โดยครั้งนี้นำเสนอกระเป๋า “Olympia” รูปทรงพระจันทร์เสี้ยว จากแบรนด์ Burberry ไซส์มินิสร้างสรรค์จากวัสดุพิเศษ ด้วยผ้าลูกฟูก ตกแต่งหนังฟอกฝาดสีน้ำตาลสุดลิมิเต็ด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลังคาทรงโค้งของ Kensington Olympia สถานที่จัดแสดงโชว์ของ Burberry Autumn/Winter 2020 ที่ผ่านมาโดยไอเท็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ได้วางจำหน่ายไปแล้ว เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2563 ผ่านทาง Instagram และ LINE ของ Burberry เพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

34 ภาพวาดเด็กไทย พร้อมตีพิมพ์ใน ‘อิ๊กคาบ็อก’ วรรณกรรมเยาวชนเล่มใหม่ของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/526854

34 ภาพวาดเด็กไทย พร้อมตีพิมพ์ใน‘อิ๊กคาบ็อก’ วรรณกรรมเยาวชนเล่มใหม่ของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง

34 ภาพวาดเด็กไทย พร้อมตีพิมพ์ใน‘อิ๊กคาบ็อก’ วรรณกรรมเยาวชนเล่มใหม่ของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นานมีบุ๊คส์ ประกาศผลภาพชนะเลิศ “โครงการประกวดวาดภาพประกอบ “อิ๊กคาบ็อก” ผลงานของเด็กไทย 34 คนที่จะได้ตีพิมพ์ในหนังสือของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง

หลังจากที่ นานมีบุ๊คส์เผยแพร่เนื้อหา “อิ๊กคาบ็อก” วรรณกรรมเยาวชนเล่มใหม่ของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง ให้อ่านฟรีบนเว็บไซต์ต่อเนื่อง 7 สัปดาห์(18 ส.ค.-2 ต.ค. 2563) พร้อมเชิญชวนเด็กไทยอายุ 7-13 ปีทั่วประเทศ เข้าร่วม “โครงการประกวดวาดภาพประกอบอิ๊กคาบ็อก” เพื่อคัดเลือกผลงานไปตีพิมพ์ในหนังสือ ที่จะวางจำหน่ายวันที่ 28 พฤศจิกายน นี้ ล่าสุด คณะกรรมการได้ประกาศผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศทั้ง 34 คนอย่างเป็นทางการแล้ว จากทั้งหมด 2,683 ภาพที่ส่งมาจากทั่วประเทศ โดยสามารถชมภาพผลงานชนะเลิศทั้ง 34 ภาพได้ที่ https://ickabogthai.nanmeebooks.com/contest

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการตัดสิน นำโดย ครูสังคม ทองมีผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร จ.เลย,ผศ.ดร.อภิชาติ พลประเสริฐ หัวหน้าภาควิชาศิลปะ คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, น.ส.คิม จงสถิตย์วัฒนา ประธานกรรมการบริหารบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด, น.ส.ศิริกุล จารุจันทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย (ค้าปลีก) บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด,นางกัญญาภัค บุญแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษา บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด, น.ส.สุชาดา งามวัฒนจินดา Senior Project Manager บริษัทนานมีบุ๊คส์ จำกัด และ น.ส.สุวพันธ์ ชัยปัจชา บรรณาธิการบริหาร บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ต่างทำงานกันอย่างหนักและตื่นเต้นกับผลงานทุกภาพ เพราะเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์และเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ

ครูสังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธร กล่าวว่า ผลงานโดยรวมของเด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการนี้ดีมาก มีความคิดดี ที่สำคัญคือมีทักษะ ฝีมือของเด็กไทยอยู่ในระดับสูงจินตนาการเป็นสากล ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ บุคลิก คาแร็กเตอร์ต่างๆ หรือเรื่องราวในภาพ กรรมการก็ลำบากใจมากกว่าจะได้ภาพชนะเลิศ เราก็ต้องเลือกภาพที่มีความโดดเด่นที่สุด ภาพที่ได้รับคัดเลือกไม่ใช่ลายเส้นที่หาได้ทั่วไป ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เรามองหา

“โครงการนี้เน้นจินตนาการเป็นสำคัญ ซึ่งเด็กต้องอ่านความคิดของนักเขียน แล้วจินตนาการเรื่องราวออกมาเป็นภาพวาด โดยดึงจุดสำคัญของแต่ละตอนออกมาเป็นไฮไลต์ เด็กๆ ตีความจินตนาการของนักเขียนด้วยจินตนาการของตัวเองออกมาเป็นภาพวาด อ่านความคิดของนักเขียน แปลงตัวอักษรมาเป็นภาพ ซึ่งต่างจากโครงการประกวดวาดภาพทั่วไป บางคนวาดสวย อาจจะอ่านเนื้อหาน้อย หรือผู้ใหญ่มาแทรกแซง และมีเรื่องของความถูกต้องด้วย สวยแต่ไม่ถูกกติกา ก็ไม่ผ่าน สวยเพราะมีแต่ทักษะแต่ขาดจินตนาการก็ไม่ได้

และการได้มีผลงานไปตีพิมพ์ในหนังสือของนักเขียนระดับโลกอย่าง เจ.เค. โรว์ลิ่ง ผมว่ามันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ยิ่งใหญ่ และเป็นเกียรติมาก ขอบคุณที่โครงการนี้ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ถ่ายทอดจินตนาการของเขา มันคืองานศิลปะ บางภาพสื่อนิดเดียว ไม่ต้องสร้างองค์ประกอบภาพอะไรมากมาย แต่ให้ความรู้สึกเยอะ หลายคนฉายแววอนาคตไกลเลย”

ด้าน ผศ.ดร.อภิชาติ พลประเสริฐ หัวหน้าภาควิชาศิลปะคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์ในหลายมิติ ทั้งส่งเสริมทักษะการอ่าน ซึ่งไม่ใช่แค่การอ่านเพียงแค่รับรู้ข้อมูล แต่เป็นการอ่านที่ผสมผสานทั้งจินตนาการและวรรณกรรมแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะโดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นผลงานของนักเขียนระดับโลกอย่าง เจ.เค. โรว์ลิ่งยิ่งน่าตื่นเต้น ซึ่งการได้อ่านวรรณกรรมดีๆจะเพิ่มความสุข ความตื่นเต้น เพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ เป็นฐานให้เราอ่านหนังสืออื่นๆ เพื่อนำเราไปสู่อาชีพที่อยากทำในอนาคตต่อไปได้

“ต้องบอกว่าผลงานเด็กๆ ที่ส่งเข้ามาร่วมโครงการนี้มีความเป็นอินเตอร์และสร้างความเซอร์ไพรส์มาก เมื่อเทียบกับหลายๆ เวทีที่เน้นทักษะอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งทำให้ภาพมีความเคร่งเครียด เป็น serious art ในขณะที่โครงการนี้ปูพื้นฐานด้วยการอ่านที่เต็มไปด้วยอิสระ เข้ากับเด็ก เปิดกว้างทางจินตนาการ ผลงานที่ออกมาจึง full of imagination และมีลายเส้นแบบเด็กๆ ออกมาด้วย ทำให้เรารับรู้ความรู้สึกของเด็กผ่านผลงาน มันคือการผสมผสานและทำงานร่วมกันระหว่าง “นักเขียนระดับโลก” กับ “เด็กๆของโลก” เป็นการแชร์ความเป็นมืออาชีพแบบนักเขียนระดับโลกสู่มืออาชีพตัวเล็กๆ อย่างเด็กๆ ที่จะเป็นอนาคตของโลก ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ”

ส่วน คิม จงสถิตย์วัฒนาประธานกรรมการบริหาร บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวว่า การที่เด็กไทยวัย 7-13 ปี ได้มีโอกาสกระทบไหล่นักเขียนระดับโลกอย่าง เจ.เค. โรว์ลิ่ง เป็นโอกาสล้ำค่าของชีวิต คิดว่ามันเป็นไอเดียที่สุดยอดมาก ที่ เจ.เค. โรว์ลิ่งเปิดโอกาสตีพิมพ์ผลงานของเด็กๆลงหนังสือ “อิ๊กคาบ๊อก” ถือเป็นสมบัติล้ำค่า ที่นอกจากจะให้ความเพลิดเพลินและแรงบันดาลใจขณะที่อ่านแล้วยังเป็นของขวัญที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากเพื่อนสู่เพื่อนได้

“สิ่งที่ดิฉันประทับใจคือ นี่ไม่ใช่แค่การประกวดงานศิลปะ แต่ชิ้นงานที่ออกมานั้นถูกตีความหลังจากอ่านหนังสือ พอเราเห็นว่าเด็กไทยตีความออกมาเป็นอย่างไร และเทียบกับของประเทศอื่นๆ ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่เพราะเรามีบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่ต่างกัน นี่คือพลังขอการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือแปล การอ่านกระตุ้นให้เรารู้จักคิด สะท้อนสิ่งที่เราเห็นในชีวิต หรือสิ่งที่เราอยากให้สังคมเป็น เพราะฉะนั้น “การอ่านสร้างตัวตน” อย่างแท้จริง

ดิฉันขอขอบคุณเด็กๆ ทุกคน ตลอดจน คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง และคุณครูทุกท่าน ที่ร่วมโครงการในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าเราไม่อาจตีพิมพ์ผลงานทุกชิ้นในหนังสือได้ แต่ถือว่าเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ชื่นชมผลงานทุกชิ้นที่ส่งมา พวกเราตื่นเต้นมากที่หนังสือ “อิ๊กคาบ็อก” กำลังจะตีพิมพ์ ดิฉันหวังว่าเด็ก เยาวชน และคนไทยทุกคนจะอ่านอย่างสนุกสนานนะคะ”

ทั้งนี้ หนังสือ “อิ๊กคาบ็อก” มีกำหนดวางจำหน่าย 28 พฤศจิกายน 2563 ขณะนี้กำลังเปิดให้ pre-order จนถึง 25 ตุลาคม 2563 สนใจสั่งจองได้ที่ https://www.nanmeebooks.com/catalogdetail/SPCC-20200908113643

Grand Seiko จัดนิทรรศการฉลองครบรอบ 60 ปี เผยเรือนเวลาชิ้นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/526936

Grand Seiko จัดนิทรรศการฉลองครบรอบ 60 ปี  เผยเรือนเวลาชิ้นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในไทย

Grand Seiko จัดนิทรรศการฉลองครบรอบ 60 ปี เผยเรือนเวลาชิ้นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในไทย

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

Grand Seiko แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก นำทีมโดยฮิโรยูกิ อาคาชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก (ประเทศไทย) จัดนิทรรศการฉลองครบรอบ 60 ปี โดยการนำนาฬิกาเรือนประวัติศาสตร์หาชมได้ยากส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์ของไซโกประเทศญี่ปุ่นมาจัดแสดง ตั้งแต่เรือนแรกในยุค 1960 ตลอดจนนาฬิกาเรือนสำคัญอันเป็นตำนาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ THE NATURE OF TIME โดยมีเซเลบริตี้และนักสะสมนาฬิกา เข้าร่วมงาน อาทิประวีร์ เตชะสิทธิ และ คุณายุธ เดชอุดม โดยนิทรรศการฉลองครบรอบ 60 ปีของนาฬิกา Grand Seiko นี้จัดตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ตุลาคมนี้

สำหรับ ไฮไลท์ ผลงานที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ คือ The First Grand Seiko ผลงานมาสเตอร์พีซเรือนแรกที่ผลิตขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 1960 ที่สตูดิโอแห่งแรกของ Grand Seiko ที่เมือง Suwaตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น ที่พัฒนาสามารถตอบสนองได้ทั้งความเที่ยงตรงความทนทาน ความสะดวกสบายและความสวยงาม ตัวเรือนผลิตจากทอง 14k มาพร้อมกลไกที่มีความบางเฉียบ แต่ความเที่ยงตรงชั้นเยี่ยมในระดับที่เทียบเท่ากับมาตรฐานความเที่ยงตรงสูงสุดที่นานาชาติให้การยอมรับ

ผลงานชิ้นสำคัญอันเป็นตำนานจนกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ส่งทอดไปถึงการรังสรรค์นาฬิกาของ Grand Seiko ในเวลาต่อมา ได้แก่ รุ่น 44GS ที่ถูกพัฒนาต่อมาในปี 1967 ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดแห่งดีไซน์ของ Grand Seiko Style อย่างแท้จริง ด้วยพื้นผิวที่เรียบและเส้นเว้าโค้งข้างตัวเรือนสองมิติที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงที่มีขนาดใหญ่และเรียบ ประกอบกับขอบมุมที่ได้รับการขัดเงาเพื่อให้สะท้อนรับกับแสงได้เป็นอย่างดี และพื้นผิวของตัวเรือนที่ให้ความเงางามดุจกระจก

เรือนถัดมาเปิดตัวในปีค.ศ.1967 Grand Seiko ได้เปิดตัว 62GS ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ใช้กลไกอัตโนมัติรุ่นแรก ซึ่งเป็นการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ความเที่ยงตรงของนาฬิกาจึงกลายเป็นสิ่งที่ทั่วโลกหลงใหล โดยตัวเรือนถูกออกแบบให้มีหลายด้านและหน้าปัดที่เปิดได้กว้างพร้อมกับโครงสร้างของหน้าปัดแบบไร้ขอบ และการขัดแบบซารัสซึ(Zaratsu) ซึ่งเป็นการขัดตัวเรือนเพื่อลบเหลี่ยมมุมที่ชัดเจน อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Grand Seikoรวมถึงเม็ดมะยมที่ถูกย้ายไปอยู่ในตำแหน่ง 4 นาฬิกา เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องไขลานด้วยมือ

ต่อด้วย SBGH005 เป็นนาฬิกาที่ใช้ตัวเรือนแบบ 44GS เปิดตัวในปี 2014 ดีไซน์โดดเด่นด้วยตัวเรือนสเตนเลส สตีล หน้าปัดสีเขียวแบบ Iwate pattern มาพร้อมกับระบบ First hi-beat movement with GMT function ใช้กลไก 9S85 เดินด้วยความถี่ 36,000 bphให้ความเที่ยงตรงระดับสูง และยังได้รับรางวัล Petit Aiguille จากงาน GPGH เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์อีกด้วยและปิดท้ายด้วยผลงานชิ้นเอกในรุ่น SBGC017 กับสไตล์สุดสปอร์ตที่ขับเคลื่อนโดยกลไก Spring Drive เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ตัวเรือนมีชิ้นส่วนทำจากเซรามิกที่ทำหน้าที่คล้ายชุดเกราะ แม้ตัวเรือนจะดูใหญ่แต่มีน้ำหนักเบาสบายขณะสวมใส่ ติดตั้งด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 9R96 หน้าปัดสีเขียวตกแต่งด้วยลวดลาย momi tree มาพร้อมสายหนังสุดคลาสสิกที่ได้รับความนิยมตลอดกาล

และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี Grand Seiko จึงได้เผยโฉมนาฬิการุ่นพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรือนเวลาชิ้นมาสเตอร์พีซ The First Grand Seiko นั่นก็คือรุ่น The Re-creation Models มาให้เหล่าแฟนพันธุ์แท้ได้จับจอง โดยผลิตขึ้นทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ SBGW257 ตัวเรือนผลิตจากแพลทินัม 950 ราคา 1,329,100 บาท SBGW258 ตัวเรือนและหลักชั่วโมงบนหน้าปัดผลิตจากทองสีเหลือง 18k ราคา 930,300 บาทและ SBGW259 ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมแบบแข็งที่มีความเงาวาว ราคา 282,400 บาท โดยทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับตัวเรือนที่มีความบางเบา รูปทรงของตัวเรือนและหน้าปัดมีความโค้งมนอ่อนช้อย และยังใช้กลไกไขลานรหัส 9S64 ที่ถือว่ามีความเที่ยงตรงระดับสูง ชุดเข็มนาฬิกาได้รับการสร้างสรรค์โดยยึดจากรูปแบบดั้งเดิม รวมถึงฝาหลังดีไซน์ขึ้นใหม่เป็นแบบใสด้วยกระจก Sapphire เพื่อเผยให้เห็นความงดงามของกลไกที่ได้รับการตกแต่งมาอย่างพิถีพิถัน