รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อย่าเสี่ยงไตวาย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อย่าเสี่ยงไตวาย

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : อย่าเสี่ยงไตวาย

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.22 น.

ทุกวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคม เป็นวันไตโลก หรือ World Kidney Day ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้ทุกคนหันมาเห็นความสำคัญของไต ซึ่งหลายท่านทราบว่าเป็นอวัยวะหลักในการกำจัดของเสียของร่างกาย แต่ที่จริงแล้วไตทำหน้าที่อีกหลายอย่าง ทั้งควบคุมสมดุลของน้ำ และรักษาสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย  ควบคุมสมดุลระดับความเป็นกรดด่างในเลือด และที่หลายท่านอาจจะไม่ค่อยทราบคือ ไตยังผลิตฮอร์โมนเพื่อรักษาระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ รวมถึงฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง และยังทำหน้าที่หลักในการเปลี่ยนวิตามินดีให้เป็นวิตามินดีที่ร่างกายนำไปใช้ได้อีกด้วย ดังนั้นเมื่อไตมีปัญหาทำงานได้ลดลงจนถึงทำงานไม่ได้เลย หรือที่เรียกว่าไตวาย ก็จะเกิดปัญหาตามมาหลายอย่างทั้งของเสียคั่ง เลือดเป็นกรด ระดับเกลือแร่ผิดปกติ ความดันเลือดสูง โลหิตจาง กรณีที่เป็นมากๆ และแก้ไขไม่ทันคนไข้ก็อาจเสียชีวิตได้

ภาวะไตวายมี 2 แบบคือ ไตวายเฉียบพลัน ก็คือภาวะที่การทำงานของไตลดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาเป็นหลักวัน สาเหตุหลักที่พบบ่อยคือขาดน้ำ หรือได้รับสารเคมี หรือได้รับยาบางชนิด ยาสมุนไพรบางชนิด  หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นพิษต่อไต อีกแบบคือไตวายเรื้อรัง ซึ่งหมายถึงการที่การทำงานของไตค่อยๆ เสื่อมลงทีละน้อย จนในที่สุดก็ถึงระดับที่กรองของเสียต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ถ้าไม่ล้างหรือไม่เปลี่ยนไต ผู้ป่วยก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ ทำให้ผู้ป่วยต้องล้างไต หรืออาจต้องทำการปลูกถ่ายไตซึ่งในกรณีนี้ผู้ป่วยต้อง กินยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายต่อต้านไตที่ปลูกถ่ายใหม่ เราจึงต้องพยายามรักษาสุขภาพไตให้ทำหน้าที่ได้ตลอดอายุขัยของเรา

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะไตวายคือ การกินเค็มหรือเกลือมากไป การไม่ควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้ดี และการใช้ยาหรือสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นพิษต่อไตอย่างไม่ระมัดระวัง  ซึ่งหลายคนไว้ใจสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากเกินไป คิดว่าสิ่งเหล่านี้ปลอดภัย

สำหรับยาที่ทำร้ายไตมากที่สุดก็คือ ยาบรรเทาอาการอักเสบ แก้ปวด ในกลุ่มที่เป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs หรือที่เรียกว่า ยาเอ็นเสด, NSAIDs)  เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน  เป็นต้น ยากลุ่มนี้มีผล ไปมีผลทำให้หลอดเลือดในไต หดตัว เลือดจึงไปเลี้ยงไตได้น้อยลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการกรองของเสียลดลงอย่างรวดเร็ว จนอาจนำไปสู่ภาวะ ไตวายเฉียบพลัน ได้ โดยเฉพาะในคนที่ร่างกายขาดน้ำ หรือมีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว

ดังนี้เราควรดูแลการใช้ยาให้ดี เพื่อจะรักษาสุขภาพไตให้ทำหน้าที่ได้นานๆ ไม่ทำให้ไตพังก่อนวัยอันควร เราควรปรับพฤติกรรมดังนี้

  • เลี่ยงการซื้อยาชุดหรือยาแก้ปวดกินเองติดต่อกันนานๆ หากมีอาการปวดควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรเพื่อเลือกใช้ยาที่ปลอดภัยที่สุด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องทานยา เพื่อช่วยให้ไตขับสารเคมีตกค้างออกมาได้สะดวกขึ้น และลดความเสี่ยงไตวายจากภาวะขาดน้ำ
  • ควบคุมโรคประจำตัวให้ดี ในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงต้องทานยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัด เพราะหากคุมโรคไม่ได้ ไตจะเสื่อมสภาพลงทีละน้อยจนกลายเป็น ไตวายเรื้อรัง ในที่สุด
  • แจ้งแพทย์ทุกครั้งหากมีประวัติโรคไต เพื่อให้แพทย์ปรับขนาดความแรงของยาให้เหมาะสมกับประสิทธิภาพการทำงานของไตที่เหลืออยู่

เนื่องจาก “ไต” ไม่ได้มีหน้าที่แค่ขับปัสสาวะ แต่ยังช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ควบคุมความดัน และปรับสมดุลวิตามินดีให้กระดูกแข็งแรง การถนอมไตให้ทำงานได้ตลอดอายุขัยด้วยการ “ลดเค็ม คุมโรค และใช้ยาอย่างระมัดระวัง” จึงเป็นกำไรชีวิตที่คุ้มค่าที่สุด

รศ. ภญ. ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณแหน : 16 มีนาคม 2569

คุณแหน : 16 มีนาคม 2569

คุณแหน : 16 มีนาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.20 น.

  • พรหเมศ พหลพลพยุหเสนา เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ฝากข่าวมายังนักลงทุนไทยว่า ประเทศฮังการียังเปิดโอกาสต้อนรับนักลงทุนไทยในหลายกิจการ ดังนั้น หากนักลงทุนไทยต้องการเข้าไปแสวงหาช่องทางการลงทุน ขอให้ประสานงานกับสถานทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์ได้ตลอดเวลา และที่ขอย้ำคือชาวฮังกาเรียนจำนวนไม่น้อยต่างบอกว่าไทยคือดินแดนในฝันที่ต้องไปเยือนให้ได้
  • ศิระ สว่างศิลป์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ย้ำว่าโปแลนด์มีศักยภาพโดดเด่นด้านการลงทุนในเชิงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านไอที เทคโนโลยี และการแพทย์ นักลงทุนไทยที่ต้องการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในดินแดนยุโรปตะวันออก โปรดอย่ามองข้ามศักยภาพของโปแลนด์ และที่สำคัญคืออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของโปแลนด์น่าจับตามองมาก
  • ในขณะที่เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ พยายามให้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจโปแลนด์กับนักลงทุนไทย แต่คนไทยที่ขอทำวีซาเข้าประเทศโปแลนด์ต่างบ่นตรงกันว่าขอวีซาได้ลำบากยากเย็นมาก ๆ ๆ แถมเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรับเอกสารเพื่อขอวีซาโปแลนด์ก็ไม่แสดงความเป็นมิตรกับผู้ไปขอวีซา เมื่อคนไทยเจอปัญหาแบบนี้ ก็ต้องถอยแล้วถอดใจไม่อยากไปโปแลนด์
  • พัศ กิตติขจร หลานชาย คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี เป็นตัวแทนหนึ่งในนักเรียนไทย 13 คน ที่ได้ไปแสดงปาฐกถาเรื่องศิลปวัฒนธรรมและการศึกษาไทย ที่สำนักงาน UNRSCO กรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 
  • สงครามที่อิสราเอลร่วมมือกับสหรัฐอเมริการุมถล่มอิหร่านดำเนินมาแล้วกว่าสองสัปดาห์ แล้วยังไม่มีท่าทีจะยุติลง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนหนัก ราคาแก๊สและน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคากระฉูด ต้องย้ำว่ามูลเหตุของวิกฤตการณ์โลกครั้งนี้มาจากความบ้าระห่ำของอิสราเอลกับสหรัฐฯ เป็นสำคัญ แล้วก็ไม่ต้องหวังว่าอิหร่านจะยอมจำนนต่อศัตรูผู้รุกรานอย่างแน่นอน
  • วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้จะบานปลายเกิน 1 เดือนหรือไม่ นี่คือคำถามที่นักธุรกิจทั่วโลกตั้งคำถามตรงกัน แต่ที่หวังตรงกันคืออยากให้สงครามจบลง เพราะถ้าวิกฤตนี้ไม่ยุติภายในหนึ่งเดือน โลกอาจเผชิญกับปัญหา oil chock คล้ายกับยุค 1973 @ 

Victor Lee

‘The CrestHaus’ เปิดเวทีเสวนาสุดยอดผู้นำหญิงแห่งเอเชีย สนับสนุนให้ผู้หญิง ‘กล้าเขียนอนาคตการเป็นผู้นำในแบบฉบับของตัวเอง’

‘The CrestHaus’ เปิดเวทีเสวนาสุดยอดผู้นำหญิงแห่งเอเชีย สนับสนุนให้ผู้หญิง ‘กล้าเขียนอนาคตการเป็นผู้นำในแบบฉบับของตัวเอง’

‘The CrestHaus’ เปิดเวทีเสวนาสุดยอดผู้นำหญิงแห่งเอเชีย สนับสนุนให้ผู้หญิง ‘กล้าเขียนอนาคตการเป็นผู้นำในแบบฉบับของตัวเอง’

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

The CrestHaus เปิดประสบการณ์กับสุดยอดเวทีเสวนาเพื่อผู้นำหญิงครั้งยิ่งใหญ่ในเอเชีย เวทีรวมผู้หญิงเก่งแนวหน้าระดับบอร์ดและผู้บริหารองค์กรจากองค์กรระดับชาติและเอเชียไว้มากที่สุด  ในงานเสวนา“EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026” ภายใต้แนวคิด “Write Your Next Chapter” สนับสนุนให้คุณ “กล้าเขียนอนาคตการเป็นผู้นำในแบบฉบับของตัวเอง” พร้อมผลักดันให้ผู้หญิงก้าวข้ามขีดจำกัด กล้าคิดกล้าทำ และมีจุดยืนที่ชัดเจนด้วยการออกแบบกรอบความคิดใหม่ๆ  ผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ในเชิงกลยุทธ์ที่หลากหลาย จากผู้นำหญิงระดับบอร์ดและ C-Suite ที่ประสบความสำเร็จจากหลายองค์กร  เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำที่สามารถกำหนดทิศทางในอนาคตทั้งระดับองค์กรและสังคม  

งานในครั้งนี้จัดโดย The CrestHaus แพลตฟอร์มและพื้นที่เพื่อการพัฒนาภาวะผู้นำแบบองค์รวมสำหรับ ผูหญิงที่ต้องการยกระดับศักยภาพของตนเองให้ครอบคลุมครบทุกด้าน และได้รับการสนับสนุนจาก Cartier Women’s Initiative (CWI), บริษัท ไอบีเอ็ม ดิจิตอล ทาเล้นท์ ฟอร์ บิสสิเนส จำกัด (IBMDT), บริษัท เฮอร์เบิร์ธ สมิธ ฟรีฮิลส์ เครเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน สแทชอเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทจัดหางาน โรเบิร์ต วอลเทอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ ไมเนอร์ โฮเทลส์

ภายในงานแบ่งหัวข้อการเสวนา 3 หมวด ได้แก่ INSPIRE การจุดประกายวิสัยทัศน์ให้คุณกล้าคิดกล้าทำและกำหนดบทใหม่ตามเป้าหมายชีวิต, EQUIP เสริมสร้างทักษะความเป็นผู้นำที่พร้อมรับโลกยุค AI และ UPLIFT การให้คำปรึกษา และความร่วมมือ เพื่อเติบโตร่วมกันผ่านพลังของเครือข่าย เพื่อให้เวทีการเสวนามีเนื้อหาครอบคลุมทักษะต่างๆ ครบทุกด้าน ผ่านประสบการณ์จากผู้นำหญิงระดับบอร์ดและ C-Suite ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารองค์กรระดับแนวหน้าของไทยมาร่วมแชร์องค์ความรู้ผ่านหัวข้อการเสวนาต่างๆ เริ่มต้นเวทีเสวนา ด้วย

สุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ และ แชนนอน กัลยาณมิตร

“The First Page: Claiming Your New Chapter” เปิดงาน EmpowerHER Asia Leadership Forum 2026 จาก ผู้บริหารหญิงเก่ง The CrestHaus  ในฐานะผู้จัดงาน นำโดย สุภาณี อนุวงศ์วรเวทย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานบริหาร The CrestHaus ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Novituz (โนวีทัซส์) และ EmpowerHer Asia, อดีตผู้บริหารบริษัทไมโครซอฟท์ประเทศไทย กล่าวว่า  “ในฐานะผู้จัดงาน EmpowerHer Asia Leadership Forum  จัดต่อเนื่องปีที่สองแล้ว ถูกออกแบบให้เป็นเวทีที่ผู้หญิงสามารถเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน ซึ่งเชื่อว่าเราทุกคนกำลังยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแตกต่างกันไป  ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ EmpowerHer Asia Leadership Forum ในปีนี้ ภายใต้ธีม “Write Your Next Chapter” หรือ ‘การเขียนบทต่อไปของชีวิต’ ที่ไม่ได้เกิดจากการรอความพร้อม แต่เป็นเปิดโอกาศให้ตัวเองเอง โดยการเชื้อเชิญให้ผู้หญิงทุกคนกล้าที่จะลุกขึ้นมาเขียนเรื่องราวบทใหม่ของตนเอง และก้าวไปข้างหน้าเพื่อเป็นผู้นำในอนาคต”  ร่วมด้วย แชนนอน กัลยาณมิตร ผู้ร่วมก่อตั้ง และ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด The CrestHaus กล่าวว่า “The CrestHaus ในฐานะผู้จัดงานมุ่งสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเรียนรู้จากกันและกัน โดยไม่ต้องเดินบนเส้นทางการเติบโตเพียงลำพัง EmpowerHer Asia Leadership Forum จึงถูกออกแบบให้เป็นเวทีที่ผู้หญิงสามารถเรียนรู้ เติบโต และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน ผ่านบทสนทนากับผู้นำหญิงจากองค์กรระดับประเทศ ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจ เพราะบทต่อไปของชีวิตอาจเริ่มต้นจากหน้ากระดาษหน้าแรก และเรื่องราวของผู้คนรอบตัวเรา”

มุกดา ไพรัชเวทย์

The Power of the Rewrite: Reinventing Leadership with Purpose”  โดยตัวแทนจาก UN WOMEN  Sara D’anzeo, UN Women Sustainable Finance Consultant กล่าวว่า  “การรวมตัวกันของผู้นำผู้หญิงในเวที EmpowerHer Asia 2026 ไม่ได้สะท้อนเพียงเส้นทางความสำเร็จของผู้บริหารหญิงในองค์กรต่างๆ แต่ยังเป็นการรวมพลังของผู้นำที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเป้าหมายและความตั้งใจ ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ UN Women ที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชน ผลักดันในการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ ผ่านแนวทาง Women’s Empowerment Principles (WEPs) ซึ่งในปัจจุบันความเท่าเทียมทางเพศไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจโลกได้ถึง 342 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2050”

หัวข้อ “Chapters of Change: Rewriting Tomorrow Leading AI Through a Human‑Centric Future in a Geopolitical and Economic Shift” โดย เอียน ดิ ทูลลิโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท ไมเนอร์โฮเทลส์ จำกัด กล่าวว่า  “AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กร ตั้งแต่โครงสร้างองค์กร วิธีการทำงาน ไปจนถึงบทบาทของบุคลากร ซึ่งหมายความว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียง “การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี” แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านด้านการบริหารและภาวะผู้นำ องค์กรจึงต้องปรับแนวคิดจาก ‘Human in the Loop’ หรือการให้มนุษย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ มาเป็น ‘Human in the Lead’  ซึ่งหมายถึง การที่ผู้นำและบุคลากรต้องมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของการใช้เทคโนโลยี

 กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

หัวข้อ “Our Voices, Our Power: Women Shaping Thailand’s Future Through Strategic Presence on Boards” โดย  กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย และบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า “การทำงานร่วมกันนั้น ควรมีสติในการมองทั้งในระยะไกลและระยะใกล้ เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย รวมถึงการสนับสนุนทีมพนักงานให้เติบโตไปพร้อมกัน ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็นในการประชุมควรมีลักษณะ right to the point คือ การพูดคุยสรุปที่ตรงประเด็นในแบบฉบับของตัวเราเอง เพื่อสร้างความคุ้ยเคยในการกล้าคิดและกล้าแสดงออกในการประชุม”

อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด กล่าวถึง  ประสบการณ์จากเวทีระดับโลก เช่น Davos และงานประชุมผู้นำธุรกิจ ซึ่งสะท้อนว่าองค์กรทั่วโลกต่างตระหนักถึงความสำคัญของ AI และเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่การทดลองใช้เทคโนโลยีอีกต่อไป แต่คือการนำ AI จาก โครงการทดลอง (pilot project) ไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กร โดยองค์กรจำนวนมากสามารถพัฒนา AI prototype ได้ แต่ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่ชัดเจน หรือวัดผลตอบแทนจากการลงทุนได้ ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่ AI จึงต้องเริ่มจาก กลยุทธ์ทางธุรกิจและ การผสาน AI เข้ากับการทำธุรกิจ เพื่อให้เกิดไอเดียและสามารถตรวจสอบเรื่องต่างๆ ได้ รวมถึงการแบ่งปันความรู้เรื่อง AI เพื่อเกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีแนวทางดังนี้  วินัยของผู้นำเพื่อปรับมุมมองและแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับ AI เพื่อปรับใช้ในธรรมาภิบาลขององค์กร, ข้อได้เปรียบในการแข่งขัน เพื่อให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น, การเพิ่มคุณค่าในการตัดสินใจ และเกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างกลยุทธ์ที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ความท้าทายขององค์กรในวันนี้ไม่ใช่การทดลองใช้ AI แต่คือการนำ AI จากโครงการทดลองไปสู่การใช้งานจริง และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้”

ปิยดา ตันไสว

ปิยดา ตันไสว Data and AI Portfolio Lead บริษัท ไอบีเอ็ม ดิจิตอล ทาเล้นท์ ฟอร์ บิสสิเนส จำกัด (IBMDT) ชี้ให้เห็นว่า “ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ขององค์กรในยุค AI ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่คือ ความไม่พร้อมของบุคลากรในการทำงานร่วมกับ AI  หลายองค์กรลงทุนในเครื่องมือ AI ที่ทรงพลัง แต่ยังคงใช้วิธีการทำงานแบบเดิม ซึ่งทำให้เทคโนโลยีไม่สามารถสร้างคุณค่าใหม่ได้อย่างแท้จริง ดังนั้นองค์กรจึงต้องปรับวัฒนธรรมการทำงานให้บุคลากรมีทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้กับธุรกิจ นอกจากนี้ ภาวะผู้นำในยุค AI ยังต้องมี “Humble Leadership” หรือภาวะผู้นำที่เปิดกว้างต่อการเรียนรู้จากทีมงาน และสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันภายในองค์กร

ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี แต่กำลังเปลี่ยนรูปแบบขององค์กร ภาวะผู้นำ และโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยองค์กรที่ประสบความสำเร็จในยุค AI จะไม่ใช่เพียงองค์กรที่นำเทคโนโลยีมาใช้เร็วที่สุด แต่คือองค์กรที่สามารถพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ เพื่อให้มนุษย์และเทคโนโลยีทำงานร่วมกันในการสร้างคุณค่าใหม่

หัวข้อ “Leading the Next Chapter: Lessons from the C‑Suite” โดย มุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การทำงานควรมีการปรับเปลี่ยน growth mindset ตลอดเวลา เพื่อปรับตัวตามกระแสต่างๆ รอบตัว (Flow with the wind) และปัจจุบันการเข้ามาของ AI มีส่วนช่วยเรื่องการลดต้นทุนสำหรับองค์กร ทั้ง internal และ external ซึ่งส่งผลต่อการแข่งขันทางด้านธุรกิจ โดยยังมีสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการพิจารณาเพิ่มเติมคือ ความไว้วางใจ (Trust) ในการทำงาน และ การเชื่อมโยงองค์กรกับธุรกิจ (Reconnect)  สำหรับการประสบความสำเร็จในธุรกิจจะมีหลักการคือ Performance with purpose ต้องมีเป้าหมายเพื่อเกิดความแข็งแกร่งในการที่จะบรรลุเป้าหมาย และความเชื่อที่ว่า I can do it ที่เราจะต้องทำให้ได้”

กันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ

กันยารัตน์ โชคอุ่นกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการเงิน  บจก.เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า “การมีจุดมุ่งหมายในการทำงานร่วมกับทีม จะต้องมี mindset ที่ชัดเจน และสำหรับผู้บริหาร C-suit มีหลักการ 3 ข้อคือ Title don’t leave your behavior does การมีพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานที่อยู่รอบตัว Don’t be trapped in yesterday success playbook การไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต แต่ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา You’re not always right การเรียนรู้และถ่อมตนในทุกวัน

นอกจากนี้ การเข้ามาของ AI ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน ที่ไม่ใช่เพียงแค่ข้อมูลเท่านั้น แต่จะมีสิ่งที่ทำให้คนเริ่มตระหนักมากขึ้นไปพร้อมกันด้วยคือ Trust หรือความไว้วางใจ และการใช้ระยะเวลาเพื่อพิจารณาในสิ่งเหมาะสมที่สุด

สำหรับการจัดการกับความขัดแย้งในองค์กร คือ การมองที่ทัศนคติในทีมว่ามีเป้าหมายเดียวกันหรือไม่ รวมถึงการรับฟัง การปรับตัว และการถอยเพื่อตั้งรับในบางครั้ง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร”

หัวข้อ “Reset & Rise: A Guided Meditation for Goal Manifestation and Healing” โดย  นาตาลี เกลโบวา นางงามจักรวาลปี 2548 และประธาน บริษัท Natalie Glebova Inc. กล่าวว่า “การสร้างและรักษาเป้าหมายควรมีแรงบันดาลใจ แรงจูงใจ และการสร้างสมาธิเพื่อให้มีสติและมีเวลาให้กับตัวเองเพื่อปรับสมดุลความคิด รวมถึงการค้นหาตัวตนที่แท้จริงของคุณ และขอบคุณตัวคุณเองในแบบที่คุณเป็น”

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูล “EmpowerHER Asia Leadership Forum” ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/EmpowerHERAsia เพื่อเตรียมความพร้อมและก้าวไปสู่การเป็นผู้นำหญิงอย่างมั่นใจ

สืบสานวิถีท้องถิ่น กับงาน ‘วัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยามหาเจษฎาบดินทร์’69’ เต็มอิ่มตลอด 7 วัน 7 คืน

สืบสานวิถีท้องถิ่น กับงาน ‘วัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยามหาเจษฎาบดินทร์’69’ เต็มอิ่มตลอด 7 วัน 7 คืน

สืบสานวิถีท้องถิ่น กับงาน ‘วัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยามหาเจษฎาบดินทร์’69’ เต็มอิ่มตลอด 7 วัน 7 คืน

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.46 น.

“วัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยามหาเจษฎาบดินทร์ ประจำปี ๒๕๖๙” เทศกาลวัฒนธรรมสำคัญประจำจังหวัดนนทบุรีที่ผสมผสานเสน่ห์ของวิถีชีวิตท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม และความบันเทิงไว้ในงานเดียว

งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเทิดทูนพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า พร้อมทั้งส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชน และการท่องเที่ยวของจังหวัดนนทบุรี โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการได้ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด

งานจัดขึ้นในวันที่ ๒๗  มีนาคม – ๒  เมษายน ๒๕๖๙

สถานที่จัดงาน: ณ บริเวณอุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และบริเวณท่าน้ำนนทบุรี

ภายในงานตลอด ๗ วัน ๗ คืนจะได้พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ

●             คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง

●             การแสดงศิลปวัฒนธรรม แสง สี เสียง สุดตระการตา

●             การแสดงพื้นบ้าน และการละเล่นย้อนยุค

●             งานแฟร์สินค้า ของดีของเด่นจังหวัดนนทบุรี

●             อาหารพื้นถิ่น ขนมโบราณ และสินค้า OTOP

●             โซนถ่ายภาพและกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ภายในงานยังนำเสนอแนวคิดการจัดงานที่สะท้อน อัตลักษณ์ “นนทบุรีสองฝั่งเจ้าพระยา” โดยเน้นบรรยากาศย้อนยุค การแต่งกายชุดไทยย้อนยุค และชุดไทยร่วมสมัย อาหารพื้นบ้าน งานหัตถศิลป์ และวิถีชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด

การจัดงานในปีนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างเทศกาลวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตควบคู่กับการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศการจัดงานทั้ง สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งบริเวณ อุทยานเฉลิมกาญจนาภิเษก และฝั่งท่าน้ำนนทบุรี ที่มีการจำลองบรรยากาศงานวัดย้อนยุค ร้านค้า อาหาร การแสดง และกิจกรรมมากมายให้ได้ร่วมสนุกตลอดการจัดงาน

เข้าชมฟรีตลอดงาน

ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลสำคัญที่สะท้อนเสน่ห์ของเมืองนนท์ และเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา

Highlight กิจกรรมภายในงาน

– ศิลปินชื่อดังมากมายตลอด ๗  วัน ๗  คืน

– การแสดง แสง สี เสียง สุดตระกาลตา

– การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ การแสดงโขน, ลิเก, ลำตัด, ละครพันทาง

– การแสดงวงดนตรีเยาวชน, การแสดง TO BE NUMBER ONE

– นิทรรศการ และบูธจำหน่วยสินค้าของกิน ของใช้มากมาย จากจังหวัดนนทบุรี

– จุดถ่ายรูป Check in สวยๆ ภายในบริเวณงาน และประดับไฟทั่วงาน

-และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

#นนทบุรี #เที่ยวนนทบุรี #สองฝั่งเจ้าพระยา #งานวัฒนธรรมสองฝั่งเจ้าพระยามหาเจษฎาบดินทร์2569 #สะพานเจษฎาบดินทร์

งานกาล่าดินเนอร์การกุศลระดมทุนเพื่อศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถฯ

งานกาล่าดินเนอร์การกุศลระดมทุนเพื่อศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถฯ

งานกาล่าดินเนอร์การกุศลระดมทุนเพื่อศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถฯ

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.43 น.

งานกาล่าดินเนอร์การกุศลวันสตรีสากล ระดมทุนสนับสนุนการทำงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ส่งต่อให้กับผู้หญิงที่ขาดโอกาส

นพ. กฤษณ์ จาฏามระ ผู้ก่อตั้งศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านมและมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ร่วมงาน “International Women’s Day Charity Gala Raises Funds for the Queen Sirikit Centre for Breast Cancer to Support Underprivileged Women” ส่งต่อให้กับผู้หญิงที่ขาดโอกาส จัดโดย ดร. โมนิกา ดมอฮอฟสกา (Dr. Monika Dmochowska)  ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรระดับโลกและกิจการทางการทูต

ภายในงาน นพ.กฤษณ์ จาฏามระ ได้พูดคุยถึงโครงการภายใต้การทำงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม อาทิ โครงการภูมิคุ้มกันบำบัดระดับเซลล์ โครงการบ้านพิงพัก โครงการสลัม พร้อมด้วยคุณหญิงฟิโนล่า จาฏามระ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ร่วมแชร์ประสบการณ์การทำงานและลงพื้นที่ในชุมชนแออัด เพื่อให้ผู้หญิงที่ขาดโอกาสในชุมชนแออัดได้รับการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก  โดยมี เอกอัครราชทูต, ผู้นำทางธุรกิจ และศิลปินร่วมประมูลของเพื่อหารายได้สนับสนุนการทำงานของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ณ The Bangkok Club เมื่อวันที่ 10 มีนาคม  2569 ที่ผ่านมา

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม สามารถติดตามและร่วมสนับสนุนได้ที่ https://www.qscbc.org/

ภูเก็ตเปิดฉากความยิ่งใหญ่ การแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569

ภูเก็ตเปิดฉากความยิ่งใหญ่ การแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569

ภูเก็ตเปิดฉากความยิ่งใหญ่ การแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง (บ้านเหรียง) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จัดพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ในงานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569

ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก พลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดงานการแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569 พร้อมด้วย นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, กุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต และ เรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างอย่างเนืองแน่น

พลเอก บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า อยากเชิญชวนให้คนไทยมาร่วมชมการแสดงอิงประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เพื่อร่วมรำลึกถึงวีรกรรมอันเสียสละของบรรพชน ที่ทำให้มีจังหวัดภูเก็ตมาจนถึงทุกวันนี้ พร้อมระบุว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 เคยบัญชาการสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ทำให้ตระหนักดีว่าการทำศึกสงครามต้องอาศัยความเสียสละอย่างมาก จึงอยากให้ลูกหลานคนรุ่นหลังได้รำลึกถึงคุณงามความดีของวีรชนในอดีต

เรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มีความตั้งใจที่จะสืบสานและถ่ายทอดวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ให้คงอยู่ในความทรงจำของคนไทย และส่งต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงบรรพชนผู้กล้า แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับประเทศและนานาชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะได้รับทั้งความรู้ ความประทับใจ และความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติ จากการแสดงในครั้งนี้

การแสดงครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รักชาติ ปกป้องแผ่นดิน วีรสตรีศรีถลาง” ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์สำคัญของเมืองถลาง โดยเฉพาะวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร วีรสตรีผู้กล้าที่รวบรวมกำลังชาวเมืองปกป้องแผ่นดินจากข้าศึก สะท้อนถึงความกล้าหาญ ความเสียสละ และความสามัคคีของคนในชาติ

การแสดงโดดเด่นด้วยเทคนิคแสง สี เสียงสุดตระการตา ฉากขนาดใหญ่ การแสดงที่สมจริง และนักแสดงจำนวนมาก ผสานกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างงดงาม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ผู้ชม พร้อมทั้งยังมีการจัดลานวัฒนธรรมและกิจกรรมประเพณีท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์และการมีส่วนร่วมของชุมชน

ทั้งนี้ งานแสดงแสง สี เสียง ละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” ประจำปี 2569 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–16 มีนาคม 2569 ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง (บ้านเหรียง) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของการแสดง และร่วมรำลึกถึงวีรกรรมของวีรสตรีแห่งเมืองถลาง

สวย เก่ง ลุย เช็ค 5 ความเสี่ยงสุขภาพที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

สวย เก่ง ลุย เช็ค 5 ความเสี่ยงสุขภาพที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

สวย เก่ง ลุย เช็ค 5 ความเสี่ยงสุขภาพที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในยุคที่ผู้หญิงต้องรับบทบาทหลากหลาย ทั้งการทำงาน ไลฟ์สไตล์ และความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน “ความเก่ง” กลายเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงยุคใหม่ แต่ท่ามกลางความเร่งรีบ สุขภาพกลับมักถูกจัดไว้ท้ายลิสต์เสมอ หลายอาการเล็ก ๆ ถูกมองข้ามจนกลายเป็นความเคยชิน โดยไม่รู้ว่านั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของความเสี่ยงที่กำลังก่อตัว ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติ ทั้งที่อาจเป็นสัญญาณเตือนบางอย่างจากร่างกายที่กำลังขอความใส่ใจ สอดคล้องกับข้อมูลจากรายงาน Women’s Health Investment Outlook 2026 ของ World Economic Forum ระบุว่า แม้ผู้หญิงจะคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก แต่การลงทุนด้านสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิงโดยตรงมีสัดส่วนเพียงราว 6% ของการลงทุนด้านสุขภาพภาคเอกชนทั้งหมด ในขณะที่โรคและภาวะเรื้อรังจำนวนมากซึ่งกระทบผู้หญิงในระยะยาวกลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

ในเดือนแห่งวันสตรีสากล (International Women’s Day) แรบบิท ประกันชีวิต ชวนผู้หญิงไทยทุกช่วงวัยหยุดทบทวนและเช็กตัวเองอีกครั้ง พร้อมใส่ใจทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ผ่านการทำความเข้าใจ “5 ความเสี่ยงที่ผู้หญิงพบได้บ่อยในยุคนี้” เพื่อให้รู้เท่าทันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ แข็งแรง และยั่งยืนในทุกบทบาทของตัวเอง

เต้านมของเรา…อย่ารอให้ความผิดปกติส่งสัญญาณก่อน

มะเร็งเต้านมยังคงเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึงกว่า 34.2% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดในเพศหญิง สะท้อนว่าความเสี่ยงนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงในทุกช่วงวัย การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมด้วยตนเอง ควบคู่กับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากเป็นการดูแลตัวเองที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังพอจะลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

หัวใจที่แบกรับทุกบทบาท ก็ต้องการวันพักเหมือนกัน

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก โดยข้อมูลจากสมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation) ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึง 20.5 ล้านคนต่อปี และกว่า 1 ใน 5 เป็นการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่สามารถป้องกันได้ การหมั่นตรวจเช็กความดัน ไขมันในเลือด และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ผู้หญิงดูแลพลังของตัวเองได้อย่างยั่งยืน และเดินหน้าทุกบทบาทได้อย่างมั่นใจ

โรคกระดูกพรุน ความท้าทายที่ควรป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ

โรคกระดูกพรุนเป็นภาวะที่ผู้หญิงควรใส่ใจ โดยเฉพาะหลังวัยหมดประจำเดือน เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง มวลกระดูกจะค่อยๆ บางลงโดยแทบไม่แสดงอาการในระยะแรก การดูแลตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการรับแคลเซียมอย่างเหมาะสม การออกกำลังกาย และตรวจวัดมวลกระดูกตามคำแนะนำจากแพทย์ถือเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอความเสี่ยง และช่วยคงความแข็งแรง อิสระ และความมั่นใจในการใช้ชีวิตในระยะยาว

สุขภาพความจำ คือสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

โรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์เป็นภาวะที่กระทบผู้หญิงไม่น้อย และอาจเริ่มจากอาการหลงลืมเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่สมองมีบทบาทสำคัญต่อความจำ การตัดสินใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน การพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลตัวเอง และลดความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่าชินกับคำว่าผู้หญิงก็ต้องปวดแบบนี้แหละ

ปวดประจำเดือนรุนแรง หรือรอบเดือนผิดปกติ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างที่หลายคนเข้าใจ อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หรือภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งเป็นความผิดปกติของฮอร์โมนที่พบได้ในผู้หญิงจำนวนไม่น้อย การสังเกตสัญญาณของร่างกายตัวเอง และไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้หญิงอย่างจริงจัง

ท้ายที่สุดแล้ว สุขภาพที่ดีไม่ใช่เพียงเรื่องของการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงสามารถใช้ชีวิต ทำงาน และไล่ตามความฝันได้อย่างมั่นใจและสมดุลทั้งกายและใจ ด้วยความเข้าใจในจังหวะชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่ แรบบิท ประกันชีวิต จึงมุ่งสนับสนุนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งการเตรียมความพร้อมด้านค่ารักษาพยาบาลกับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเหมาจ่าย Health Smile และการให้ความสำคัญกับสุขภาพใจผ่านความคุ้มครองด้าน Mental Health เพื่อเป็นอีกแรงสนับสนุนเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ผู้หญิงก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงในทุกบทบาทของชีวิต

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติม รวมถึงอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชันต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ Rabbit Life www.rabbitlife.co.th

Deep Sleep สำคัญกว่าที่คิด เมื่อการนอนครบ 8 ชั่วโมงอาจไม่เพียงพอ

Deep Sleep สำคัญกว่าที่คิด เมื่อการนอนครบ 8 ชั่วโมงอาจไม่เพียงพอ

Deep Sleep สำคัญกว่าที่คิด เมื่อการนอนครบ 8 ชั่วโมงอาจไม่เพียงพอ

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หลายคนอาจคิดว่าการนอนให้ครบ 6-8 ชั่วโมงคือคำตอบของการพักผ่อนที่ดี แต่ความจริงแล้ว “คุณภาพของการนอน” โดยเฉพาะช่วง Deep Sleep หรือการนอนหลับลึก มีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกาย สมอง และสุขภาพโดยรวม การนอนหลับที่มีคุณภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างการนอนหลับ (sleep cycle) และสมดุลของระบบร่างกาย

พญ. อัญชลี ศรีมโนทิพย์ แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า Deep Sleep คือช่วงการนอนหลับลึก (NREM stage 3) ซึ่งเป็นระยะที่ร่างกายเข้าสู่การพักฟื้นอย่างสำคัญ เช่น การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ การหลั่ง Growth Hormone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของร่างกาย โดยช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ เสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก สนับสนุนการเผาผลาญพลังงาน และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้า รวมถึงการฟื้นฟูระบบประสาท โดยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะมีช่วงหลับลึกประมาณ 10–20% ของเวลานอนทั้งหมด หรือประมาณ 40–110 นาที หากนอนวันละ 7–9 ชั่วโมงตามคำแนะนำ

เข้าใจแต่ละช่วงของการนอน (Sleep Stages)

หลายคนอาจคิดว่าการนอนมีแค่หลับกับไม่หลับ แต่จริง ๆ แล้ว ระหว่างที่เรานอน ร่างกายจะค่อย ๆ เปลี่ยนระดับการพักผ่อนผ่านหลายช่วง เรียกว่า “sleep stages” ซึ่งแต่ละช่วงมีหน้าที่แตกต่างกัน และทำงานต่อเนื่องกันเป็นวงจร

ลองนึกภาพเหมือนการค่อย ๆ ลงบันไดจากความตื่น สู่การพักลึกที่สุด ก่อนจะกลับขึ้นมาอีกครั้งในช่วงฝัน

Stage 1 (N1) – ช่วงเริ่มหลับ : นี่คือช่วงที่ร่างกายเริ่มเปลี่ยนจากความตื่นเข้าสู่การนอน รู้สึกง่วง เคลิ้มๆ คลื่นสมองเริ่มช้าลง หัวใจและการหายใจเริ่มผ่อนคลาย ปลุกตื่นได้ง่ายมาก หลายคนอาจเคยมีอาการเหมือน “สะดุ้ง” ตอนเริ่มหลับ ซึ่งมักเกิดในช่วงนี้

Stage 2 (N2) – หลับตื้น แต่สำคัญ : เมื่อผ่านช่วงเริ่มหลับ ร่างกายจะเข้าสู่การหลับที่นิ่งขึ้น เป็นช่วงที่ใช้เวลามากที่สุดของการนอน (ประมาณ 45–55%) อุณหภูมิร่างกายลดลง กล้ามเนื้อผ่อนคลายมากขึ้น สมองเริ่มจัดการข้อมูลและความจำบางส่วน แม้ยังไม่ใช่หลับลึก แต่เป็นช่วงสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายเตรียมเข้าสู่ deep sleep

Stage 3 (N3) – Deep Sleep (หลับลึก) : นี่คือช่วงที่ร่างกายได้พักและฟื้นฟูมากที่สุด ร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ หลั่ง Growth Hormone เพื่อการฟื้นตัว ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น สมองช่วยกำจัดของเสียบางส่วน เพราะร่างกายพักลึกมาก หากถูกปลุกในช่วงนี้ มักจะรู้สึกงัวเงีย มึนงง หรือยังไม่สดชื่น

REM Sleep – ช่วงฝันที่สมองยังทำงาน : หลังจากร่างกายผ่านช่วงหลับลึก (Deep Sleep) แล้ว การนอนจะเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า REM (Rapid Eye Movement) ซึ่งเป็นช่วงที่สมองกลับมาทำงานมากขึ้นอีกครั้ง แม้ร่างกายยังคงอยู่ในสภาวะหลับ ในช่วง REM: สมองมีการทำงานใกล้เคียงกับตอนตื่น ดวงตาจะเคลื่อนไหวเร็วใต้เปลือกตา (rapid eye movement) ร่างกายจะลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันการขยับตามความฝัน

REM sleep มักเป็นช่วงที่เราฝันชัดเจน และมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสมอง เช่น ช่วยจัดการความจำด้านอารมณ์ เชื่อมโยงข้อมูลใหม่กับประสบการณ์เดิม สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้ ช่วยปรับสมดุลอารมณ์และความเครียด โดยทั่วไป ผู้ใหญ่จะมีช่วง REM ประมาณ 20–25% ของเวลานอนทั้งหมด และช่วงนี้จะยาวขึ้นในครึ่งหลังของคืน

ทำไม Deep Sleep ถึงสำคัญ

Deep Sleep หรือการนอนหลับลึก ถือเป็นช่วงที่ร่างกายและสมองได้ฟื้นฟูอย่างแท้จริง แม้เราจะนอนครบจำนวนชั่วโมง แต่หากร่างกายเข้าสู่ช่วงหลับลึกได้ไม่เพียงพอ คุณภาพการพักผ่อนก็อาจไม่ดีเท่าที่ควร

ในช่วงหลับลึก ร่างกายจะซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ปรับสมดุลฮอร์โมน และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน สมองยังใช้เวลานี้ในการจัดระเบียบข้อมูลและฟื้นฟูการทำงานของระบบประสาท

ดังนั้น หาก Deep Sleep ลดลงหรือไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ตื่นมาแล้วยังรู้สึกเหนื่อยหรือไม่สดชื่น สมาธิลดลง หรือคิดช้าลง อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ร่างกายฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าได้ไม่เต็มที่

ตรวจประเมินคุณภาพการนอนหลับ

หากสงสัยว่าการนอนหลับลึก (Deep Sleep) ไม่เพียงพอ แพทย์สามารถช่วยประเมินและตรวจหาสาเหตุได้ โดยวิธีที่ใช้ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล เช่น ซักประวัติและประเมินการนอน (Sleep Assessment) สอบถามพฤติกรรมการนอน เวลาเข้านอน อาการง่วงระหว่างวัน และปัจจัยที่อาจรบกวนการนอน Sleep Study (Polysomnography)
การตรวจการนอนหลับแบบละเอียด เพื่อติดตามคลื่นสมอง การหายใจ และโครงสร้าง sleep cycle ช่วยประเมิน deep sleep และตรวจหาความผิดปกติ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ Sleep Tracking หรือ Wearable Device
ใช้อุปกรณ์ติดตามการนอน เพื่อดูแนวโน้มการนอนในชีวิตประจำวัน รวมทั้งการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม อาจรวมถึงการประเมินระดับสารอาหาร ค่าวิตามิน หรือค่าการอักเสบในร่างกาย เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนดูแลการนอนหลับและสุขภาพโดยรวมแบบเฉพาะบุคคล

แนวทางการรักษา

หากแพทย์ตรวจพบสาเหตุที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ การดูแลจะเน้นการรักษาตามสาเหตุและอาการของแต่ละบุคคล เช่น การปรับพฤติกรรมการนอน การดูแลสุขภาพโดยรวม หรือการรักษาภาวะที่เกี่ยวข้อง ในบางราย แพทย์อาจพิจารณาแนวทางเสริม เช่น การประเมินสารอาหารและปรับสูตรวิตามินเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยสนับสนุนสมดุลร่างกายและคุณภาพการพักผ่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษเดินสายโรดโชว์งานบริติชแฟร์ ฉลอง 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหราชอาณาจักร

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษเดินสายโรดโชว์งานบริติชแฟร์ ฉลอง 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหราชอาณาจักร

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษเดินสายโรดโชว์งานบริติชแฟร์ ฉลอง 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหราชอาณาจักร

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมบริติชแฟร์ครั้งสุดท้ายเดินสายโรดโชว์ครบ 13 จังหวัดในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมเดินสายโรดโชว์ใน 13 จังหวัดทั่วประเทศไทยตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมาเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในหลากหลายภาคส่วน เช่น ธุรกิจ การค้า การศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม โดยกิจกรรมบริติชแฟร์ครั้งสุดท้ายนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่ 13  และเป็นจังหวัดสุดท้ายของโรดโชว์ดังกล่าว 

ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย มาร์ค กูดดิ้ง และเจ้าหน้าที่สถานทูต ได้เดินทางเยือนจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานีในภาคใต้ เชียงราย ลำปาง และเชียงใหม่ในภาคเหนือ ชลบุรี และระยองในภาคตะวันออก บุรีรัมย์ ขอนแก่น และนครราชสีมาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระนครศรีอยุธยาในภาคกลาง และปิดท้ายที่กรุงเทพมหานคร ในทุกพื้นที่คณะได้พบปะกับผู้ว่าราชการจังหวัด ภาคธุรกิจท้องถิ่น และมหาวิทยาลัย 

ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย มาร์ค กูดดิ้ง กล่าวว่า “การเดินสายโรดโชว์เยือนทั้ง 13 จังหวัดได้สะท้อนความสัมพันธ์อันยาวนาน ตลอดจนสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของสหราชอาณาจักรและประเทศไทยที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง จนกลายเป็นหุ้นส่วนสมัยใหม่ดังที่เป็นอยู่ในวันนี้” 

กิจกรรมสำคัญของโรดโชว์ในครั้งนี้คือ งานบริติชแฟร์ ซึ่งได้จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2568 โดยได้รับการสนับสนุนหลักจาก กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก งานดังกล่าวจัดขึ้นที่บิ๊กซีใน 10 พื้นที่ทั่วประเทศไทย ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานนับพัน โดยทุกที่มีดนตรีสด กิจกรรม และการนำเสนอวิดีโอเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมืออันยาวนานระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย  

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี กล่าวว่า: “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ ฯพณฯ มาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย สู่ร้านบิ๊กซี เพลส สาขารัชดา ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ภูมิใจที่ได้สนับสนุนงาน บริติชแฟร์ 2025 ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และมีบทบาทสำคัญในการนำสินค้าจากอังกฤษมาใกล้ชิดกับผู้บริโภคชาวไทย โรดโชว์พิเศษนี้ไม่เพียงเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางการค้าที่ยาวนานระหว่างสองประเทศของเราเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของชุมชน และความยั่งยืนอีกด้วย”  

ส่องโลกอนาคตผ่านเลนส์เยาวชนคนรุ่นใหม่ กับนิทรรศการภาพถ่าย ‘มนุษย์อนาคต’

ส่องโลกอนาคตผ่านเลนส์เยาวชนคนรุ่นใหม่ กับนิทรรศการภาพถ่าย ‘มนุษย์อนาคต’

ส่องโลกอนาคตผ่านเลนส์เยาวชนคนรุ่นใหม่ กับนิทรรศการภาพถ่าย ‘มนุษย์อนาคต’

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดนิทรรศการประกวดภาพถ่ายเนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของคณะมนุษยศาสตร์ ภายใต้แนวคิด “มนุษย์อนาคต” เปิดพื้นที่ให้เยาวชนและผู้ที่สนใจด้านการถ่ายภาพได้ร่วมถ่ายทอดมุมมอง ความคิด และจินตนาการต่อความหมายของมนุษย์ในโลกอนาคต ผ่านผลงานภาพถ่ายในรูปแบบ Diptych ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องผ่านภาพคู่ที่สะท้อนความหมายเชิงเปรียบเทียบและการตีความที่หลากหลาย นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 10-15 มีนาคม 2569 ณ ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

โดยพิธีเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม รองคณบดีฝ่ายวิจัยและสร้างสรรค์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในพิธี โดยกล่าวถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในลักษณะนี้ว่า เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิชาการกับศิลปะการถ่ายภาพ พร้อมทั้งสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักเรียน นักศึกษา ศิลปิน และผู้ที่สนใจในสังคมวงกว้าง อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับองค์กรต่างๆ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ในหลากหลายแขนง รวมถึงด้านนิเทศศาสตร์

การประกวดภาพถ่ายในครั้งนี้ยังเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นิตยสารอนุสาร อ.ส.ท. และ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างวงการวิชาการและวงการวิชาชีพด้านการถ่ายภาพอย่างสร้างสรรค์

สำหรับการประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และบุคคลทั่วไป โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศในรุ่นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ นางสาวศิรดา สังขะทรัพย์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา กับผลงานชื่อ “maybe this is our future” ที่ถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตที่มนุษย์สามารถเลือกกำหนดได้จากการกระทำของตนเอง ผ่านภาพรองเท้าบูธคู่หนึ่งที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สะท้อนประเด็นปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชวนตั้งคำถาม

ขณะที่รางวัลชนะเลิศในประเภทบุคคลทั่วไป ได้แก่ นางสาวนภัสนันท์ ค้าเจริญ จากผลงาน “มนุษย์เป็ด” ซึ่งนำภาพของมนุษย์และเป็ดมาวางต่อกันอย่างแนบเนียน เพื่อสื่อถึงแนวคิดของ “มนุษย์เป็ด ในมิติใหม่เชิงบวก ว่าการเป็นคนที่มีทักษะหลากหลาย แม้อาจไม่ได้เชี่ยวชาญเพียงด้านเดียว กลับเป็นคุณสมบัติสำคัญในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นบุคลิกของมนุษย์ที่สามารถเชื่อมโยงกับอนาคตได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากผลงานที่ได้รับรางวัลแล้ว ภายในนิทรรศการยังมีผลงานภาพถ่ายอีกจำนวนมากที่ถ่ายทอดจินตนาการเกี่ยวกับ มนุษย์อนาคต ในมิติที่หลากหลาย รอให้ผู้สนใจได้ร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจผ่านสายตาของช่างภาพรุ่นใหม่

นิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงภาพถ่าย แต่ยังเป็นเวทีแห่งการตั้งคำถามและจินตนาการถึงทิศทางของมนุษย์และสังคมในอนาคต ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน แล้วมาร่วมสำรวจความเป็นไปได้ของโลกวันพรุ่งนี้ไปพร้อมกับเหล่า “ผู้ออกแบบอนาคต” ผ่านเลนส์ของคนรุ่นใหม่ในนิทรรศการครั้งนี้