จุฬาฯ-รามาฯ -ศิริราช- ธรรมศาสตร์ จัดใหญ่!ผนึกกำลังจัดงานแถลงข่าวครั้งที่ 2

จุฬาฯ-รามาฯ -ศิริราช- ธรรมศาสตร์ จัดใหญ่!ผนึกกำลังจัดงานแถลงข่าวครั้งที่ 2

จุฬาฯ-รามาฯ -ศิริราช- ธรรมศาสตร์ จัดใหญ่!ผนึกกำลังจัดงานแถลงข่าวครั้งที่ 2

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.35 น.

คณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบันชั้นนำของประเทศไทย ผนึกกำลังจัดงาน แถลงข่าวครั้งที่ 2 และกิจกรรมภาคประชาชนครั้งที่ 1 ในการประชุมวิชาการร่วมคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน พ.ศ. 2568 : ระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้หัวข้อ JCMS 2025: Harmony in Health – Innovating for Sustainable Medicine เพื่อแบ่งปันวิสัยทัศน์ และร่วมกันสะท้อนแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ผ่านพลังของวิชาการจากทั้ง 4 สถาบันแพทยศาสตร์ และร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 125 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในส่วนของกิจกรรมภาคประชาชน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ และเหมาะสมกับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ยกระดับความรู้ด้านสุขภาพของประชาชน อย่างรอบด้าน ผ่านกิจกรรมที่ทั้งให้สาระและสร้างประสบการณ์จริง เช่น การตรวจสุขภาพเบื้องต้น การให้คำแนะนำโดยบุคลากรทางการแพทย์ และการนำเสนอผลงานวิชาการในรูปแบบที่เข้าใจง่ายซึ่งงานจัดขึ้น ณ บริเวณชั้น 1 โซนอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมี อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ รับหน้าที่พิธีกร

สำหรับงานบรรยากาศงานแถลงข่าวครั้งที่ 2 และกิจกรรมภาคประชาชนครั้งที่ 1 ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวัฒนธรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้นำกล่าวรายงานการจัดงานแถลงข่าวและกิจกรรมภาคประชาชน จากนั้นคณบดีทั้ง 4 สถาบันแพทยศาสตร์ จุฬาฯ – รามาฯ – ศิริราช – ธรรมศาสตร์ ร่วมแถลงข่าวนำเสนอวิสัยทัศน์และสะท้อนจุดยืนของแต่ละสถาบันต่อบทบาทการบูรณาการองค์ความรู้ในหลากหลายมิติ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาพของประชาชนอย่างรอบด้าน และการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งเป็นการเทิดพระเกียรติพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อวงการแพทย์ไทย โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงถึงวัตถุประสงค์ของการจัดและงาน และการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ฉันชาย สิทธิพันธุ์  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงถึงกิจกรรมวิชาการและการหารายได้ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงอัจฉรา ตั้งสถาพรพงษ์  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงถึงกิจกรรมด้านวิจัย และ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงถึงกิจกรรมภาคประชาชนและการประชาสัมพันธ์

ก่อนที่จะรับฟังหัวข้อ “พระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ต่อปวงชน” ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ยุทธ โพรารามิก เลขาธิการมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ที่มาถ่ายทอดให้เห็นถึงพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล และพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแพทย์และการสาธารณสุข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมเผยถึงเรื่องราวและแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ ที่ยังคงเป็นแบบอย่างของการทำงานเพื่อประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

และ กิจกรรมภาคประชาชน ในหัวข้อ “Health & Wealth” ร่วมฟังบทเพลงเพราะๆ พร้อมเคล็ด(ไม่)ลับในการดูแลสุขภาพในแบบฉบับของนักร้องคุณภาพ กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และ  เจมีไนน์-นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์ จากนั้นไปต่อที่กิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “การป้องกันสุขภาพก่อนเกิดโรค” ที่ไม่ว่าจะวัยไหน อายุเท่าไหร่ การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ โดยในช่วงเสวนานี้ได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก 4 คณะแพทยศาสตร์ชั้นนำของประเทศได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ศ. นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ที่มาให้ความรู้เรื่องน้ำหนักตัวหรือภาวะอ้วนคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดย ผศ. นพ.สิระ กอไพศาล ที่มาให้ความรู้เรื่องเบาหวาน…การป้องกันเพื่อชีวิตที่ดีกว่าคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดย อ.ดร.พท.ป. อังคณา อภิชาตวร ที่มาให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพด้วยหลักธรรมานามัยตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย และ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย อาจารย์แพทย์หญิงมัลลิกา ชวนเสงี่ยม ที่มาให้ความรู้เรื่องการป้องกันสมองเสื่อม

นอกจากนั้นยังมี บูทกิจกรรม การตรวจสุขภาพ นิทรรศการ (จากคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน)  อาทิ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แก่ Obesity Connects “Connect เพื่อสุขภาพที่ดี ห่างไกลภาวะอ้วน”, Transplantation “เปลี่ยนอวัยวะ เปลี่ยนชีวิต”, Make Sleep a Priority “สุขภาพดี เริ่มที่การนอน” คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ, BRAIN MAZE, การตรวจวัดสมรรถภาพทางกาย, โภชนาการ & ฟาร์มสร้างสุข คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ การดูแลสุขภาพด้วยหลักธรรมานามัยตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย, Healthy Living by Siriraj “รวมความรู้ สู่สุขภาพดี”, Move Better, Live Stronger “กระดูกดี กับ Ortho Siriraj”, Check & Care: NCD Screening “เช็กสุขภาพก่อนสาย ใส่ใจวันนี้เพื่ออนาคต” คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แก่ Stay healthy stay herbal “ชีวาเฮิร์บ”, Lung Fit Lab “ชวนเช็กปอด”, Stride with Strength “ก้าวไปอย่างแข็งแรง” เป็นต้น

และสามารถติดตามกิจกรรมการเสวนาภาคประชาชน ครั้งที่ 2 ในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ณ บริเวณชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงการประชุมวิชาการร่วมคณะแพทยศาสตร์ 4 สถาบัน  พ.ศ. 2568 สำหรับแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกสาขา ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 23-25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ณ บริเวณชั้น 22 -23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ติดตามความเคลื่อนไหว อัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jcms2025.com, Facebook : JCMS 2025 : Harmony in Health หรือ Instagram : jcms2025

91 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพ ตอบโจทย์สังคมและการศึกษาแห่งอนาคต

91 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพ ตอบโจทย์สังคมและการศึกษาแห่งอนาคต

91 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพ ตอบโจทย์สังคมและการศึกษาแห่งอนาคต

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.13 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ครบรอบ 91 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย ซึ่งในเส้นทางที่มหาวิทยาลัยกำลังจะเดินทางไปสู่อนาคตที่มีความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ Disruption ของระบบการศึกษา รูปแบบการเรียนรู้ รวมถึงโครงสร้างทางประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในประเทศและโลก 

ในวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ธรรมศาสตร์ครบรอบ 91 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย ซึ่งหากนับตั้งแต่หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ในฐานะผู้ประศาสน์การ สถาปนามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477 จนถึงปัจจุ บัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ธำรงไว้ซึ่งปณิธาน “มหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน” และมีส่วนรับใช้สังคมอย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง

เจตนารมณ์อันแน่วแน่จากยุคบุกเบิก ได้รับการสานต่อโดย ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตที่มีประสบการณ์และมีทักษะในการทำงาน บัณฑิตธรรมศาสตร์ต้องมีความรู้รอบด้านออกไปรับใช้สังคม และในโอกาสอันดี “วันสถาปนามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์” ซึ่งตรงกับวันที่ 27 มิถุนายน ของทุกปี จึงถือเป็นวาระแห่งการรำลึก เชิดชูเกียรติ บุคคลที่ทำคุณงามความดีต่อสังคมและประเทศชาติ

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็ว ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมสถาบันการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้สามารถผลิตบัณฑิตที่พร้อมรับ มือกับความท้าทายและร่วมขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ยังคงยืนหยัดบนอุดมการณ์เพื่อประชาชน ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

“ธรรมศาสตร์ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ผลิตคนหลากหลายสาขาวิชาชีพ ผลิตคนที่มีคุณภาพ คู่ควรกับการเป็นบัณฑิตที่วางใจได้ ออกไปสร้างประโยชน์และรับใช้สังคมไทย เรามั่นใจผลิตคนตามอุดมการณ์ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเมื่อ 91 ปีที่แล้ว ผลิตคนที่คิดถึงคนอื่น กล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด และมุ่งสร้างประโยชน์ให้สังคมไทยอย่างแท้จริง ธรรมศาสตร์จะเดินหน้าทำหน้าที่นี้อย่างต่อเนื่องต่อไป” ศ. ดร.สุรพล กล่าว

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 91 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทย ทั้งในด้านวิชาการ และการมีส่วนร่วมในประเด็นทางสังคมมากมาย แต่ในวันที่โลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความท้าทายใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังมีอีกหลายสิ่งที่ธรรมศาสตร์จำเป็นต้องลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“หลายมหาวิทยาลัยในประเทศต่างตื่นตัว และปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพราะเขารู้ว่า ‘การเปลี่ยนแปลง’ คือกุญแจสำคัญของการอยู่รอดและเติบโต หากธรรมศาสตร์ไม่เร่งปรับเปลี่ยน อาจทำให้เรากลายเป็นผู้ตาม และไม่สามารถแข่งขันกับมหาวิทยาลัยอื่นได้ เราต้องกล้าที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน และลงมือทำด้วยความตั้งใจจริง เพื่อให้ธรรมศาสตร์ในปีที่ 91 และต่อ ๆ ไป ยังคงเป็นแสงสว่างของสังคมไทยอย่างที่เคยเป็นมา” ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว

สำหรับงานวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2568 มธ. ได้จัดพิธีมอบ “เข็มเกียรติยศ” รางวัลอันทรงคุณค่าสูงสุด ที่จะมอบให้แก่ผู้ที่ประกอบคุณงามความดีต่อสังคมและประเทศชาติ โดยผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ นางผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นางผาณิต พูนศิริวงศ์ กล่าวว่า ยินดีและดีใจอย่างที่สุด เพราะเราทำเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องมากว่า 50 ปี การที่ธรรมศาสตร์มองเห็นคุณ ค่ามอบรางวัลเข็มเกียรติยศให้ในครั้งนี้ นับเป็นสิ่งที่เกินความฝันของดิฉันค่ะ และเป็นนักศึกษาเก่าลำดับที่ 45 ของธรรมศาสตร์ ที่ได้รับรางวัลนี้และต้องจดจำกันตลอดไปทั้งตัวเองและครอบครัว

“เรารักและมีความภูมิใจต่อสถาบันแห่งนี้อย่างต่อเนื่องและตลอดไป ทุกคนมีความหลากหลายและเสมอภาคกัน มีอะไรช่วยเหลือกันตลอด ทำให้ดิฉันรู้สึกผูกพันกับธรรมศาสตร์เป็นอย่างมาก ธรรมศาสตร์มีบทบาทในการพัฒนาสังคมไทยมาโดยตลอด ทุกคนภูมิใจที่ได้เรียนที่ธรรมศาสตร์ และคนที่เรียนจบมาแล้วก็อยากจะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ในอนาคตอยากมองเห็นสังคมประเทศ ไทยดียิ่งขึ้น  เริ่มจากบุคคลต้องมีความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ให้การช่วยเหลือพัฒนาสังคม เหมือนกับคำขวัญของมหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ว่า ‘ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน”   นางผาณิต พูนศิริวงศ์ กล่าว

พร้อมกันนี้ธรรมศาสตร์ ยังได้มอบรางวัลอันทรงเกียรติในด้านต่าง ๆ แก่บุคลากรซึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานและคุณงามความดี ควรค่าแก่การยกย่อง ประกอบด้วย รางวัลกีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2567 ในสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ ศ. ดร.นภดล ร่มโพธิ์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี

รางวัลครูดีเด่น ประจำปี 2567 มอบให้ผู้ที่มีความเสียสละ อุทิศตนให้แก่การสอน มีจริยธรรมและเมตตาธรรม เป็นแบบอย่างความเป็นครูที่ดี จำนวน 4 ท่าน 4 สาขา ได้แก่ สาขาสังคมศาสตร์ รศ. ดร.มนวิกา ผดุงสิทธิ์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  สาขามนุษยศาสตร์ รศ. ดร.ทิพมาศ ชุมวรฐายี สถาบันภาษา สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ. ดร.วิโรจน์ บุญญภิญโญ คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ  รศ. ดร.กรอนงค์ ยืนยงชัยวัฒน์ คณะสหเวชศาสตร์

ในโอกาสนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัล โล่เกียรติยศ ให้แก่ศิษย์เก่าดีเด่น ศิษย์เก่าดีเด่นรุ่นใหม่ และผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย จำนวน 82 ท่าน

สำหรับศิษย์เก่าดีเด่น ได้แก่ 1.กมลชนก จงเสถียร 2.กรวีร์ ปริศนานันทกุล 3.กุลกัญญา ทุมเสน 4.หม่อมหลวงจิรทิพย์ เทวกุล 5.จิรภา สินธุนาวา 6. ดร.ชญานิน เกิดผลงาม 7.ชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล 8.ชาธิป รุจนเสรี 9.ชุลีวันทน์ สายสิงห์ทอง 10.ณฐอร อินทร์ดีศรี 11. ณรงค์ เทพเสนา 12.ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา 13. นพ.ดิเรก สุดแดน 14. รศ. ดร.ตุลวิทย์ สถาปนจารุ 15.ธนียา นัยพินิจ 16.นันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล 17.ดร. นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต 18. ดร.พญ.เบ็ญจมาส พฤกษ์กานนท์ 19.ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต 20. ปราชญา อุ่นเพชรวรากร  21. ปราปต์ บุนปาน  22.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ 23.ปิยะ ปิจนำ 24.ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล 25.พรพิมล นิลทจันทร์ 26.พรยศ กลั่นกรอง 27. คุณพิสิฐ ทางธนกุล 28. ดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ 29.เพียงจิต ศรีประสาธน์ 30. นายฟาบีโอ จินดา 31. ดร.ภุมรินทร์ กลั่นแก้ว 32.ภูวนารถ ณ สงขลา 33.มงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ 34. ดร.รวีวรรณ ถิรมนัส 35.ราชันย์ ซุ้นหั้ว 36.รุจิกร แสงจันทร์ 37.วชิรา การสุทธิ์ 38.วรางค์ ไชยวรรณ 39.ว่องไว วิฑูรชาติ  40.วิทยา กร มณีเนตร 41.วิเรขา สันตะพันธุ์ 42.วีระยุทธ นิ่มเสมอ 43. รศ. ดร.ศุภกาญจน์ ชำนิ 44. ดร.สติธร ธนานิธิโชติ 45. รศ. ดร.สมบัติ กุสุมาวลี  46.สมภพ สมิตะสิริ 47.สุดา สุหลง 48. ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ 49.สุรนาม พานิชการ 50. นพ.สุรพจน์ สุวรรณพานิช 51.สุวพงศ์ ศิริสรณ์  52. แสวง บุญมี 53.อลิสา สิมะโรจน์

ศิษย์เก่าดีเด่นรุ่นใหม่ 1.กัญญาภัทร์ มงคลพรสุข  2.ชนวีร์ หอมเตย 3.ชริน กฤตเมธาพร  4.ผศ.ดร.ณัฐพงค์ จันจุฬา 5.ไตรศุลี ไตรสรณกุล  6.อาจารย์ ดร.พท.ป.นันทิกา พรหมมี 7.ภาวรินทร์ รามัญวงศ์  8.รชกร สุรภักดี  9.วรรธนสกล รักปทุม  10.วราเศรษฐ์ อัศวพิศาลบูลย์  11.วัชร พงษ์ จิโสะ 12.วิภาดา แหวนเพชร 13.วิภาวี กิตติเธียร 14.วีระสิทธิ์ จึงประสบการค้า  15.วุฒิชัย แตงทอง  16.ศิระ ลีปิพัฒนวิทย์ 17.อาชัย ซาลูยา

ในส่วน ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัย 1.กัลยาณี วิสิษฐยุทธศาสตร์  2.จันทรา พงศ์ศรี  3.ฉัตรชัย วิไลรัตนสุวรรณ  4.ชมนาด พงศ์พนรัตน์  5.ชมภูนุช ปฐมพร  6.ดวงเดือน คงดี  7.ประณุท เบนดาปุดี  8.รศ.พรชัย ตระกูลวรานนท์  9.ยุทธนา สาโยชนกร  10.ผศ.วันชัย ขันตี  11.ดร.สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล  12.ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล

ผาณิต พูนศิริวงศ์

ผาณิต พูนศิริวงศ์

‘เท่อย่างไทย’ เปิดเวทีพัฒนาทักษะเยาวชน จัดเวิร์กชอป ‘การพูดต่อหน้าสาธารณชน’

‘เท่อย่างไทย’ เปิดเวทีพัฒนาทักษะเยาวชน จัดเวิร์กชอป ‘การพูดต่อหน้าสาธารณชน’

‘เท่อย่างไทย’ เปิดเวทีพัฒนาทักษะเยาวชน จัดเวิร์กชอป ‘การพูดต่อหน้าสาธารณชน’

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ร่วมกับ ภาควิชาวาทวิทยาและการสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินหน้าจุดประกายศักยภาพเยาวชนไทยทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเวิร์กชอป “องค์ประกอบความสำเร็จของการพูดต่อหน้าสาธารณชน” ในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 เวลา 08:30 – 12:00 น. ณ ทีทีบี สำนักงานใหญ่ และถ่ายทอดสดผ่าน YouTube Channel: ttb bank คลิก https://www.youtube.com/live/BuZIIfKNK14 ในเวลาดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน ครู และผู้สนใจจากทั่วประเทศเข้าร่วมเรียนรู้ผ่านทางออนไลน์ แบบไร้ข้อจำกัด

กิจกรรมนี้ ถือเป็นไฮไลต์สำคัญในช่วงต้นของโครงการ “เท่อย่างไทย” ประจำปี 2568 มุ่งเน้นการสร้างเสริมทักษะชีวิต และความกล้าแสดงออกของเยาวชนไทย ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมเวิร์กชอป แบบ Onsite จำนวน 500 คน และ Online กว่า 1,000 คน จากโรงเรียนทั่วประเทศ ช่วงเวิร์กชอปจะได้พบกับ 3 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร ,ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปอรรัชม์ ยอดเณร และ อาจารย์ ดร.ชานนท์ ศิริธร ที่จะมาเปิดมุมมองใหม่ให้เยาวชนได้เรียนรู้ตั้งแต่ความสำคัญของการสื่อสารและนำเสนออย่างมีเป้าหมาย หลักการวิเคราะห์ผู้ฟัง พูดอย่างไรให้ถูกใจเขาและตรงใจเรา รวมถึงเทคนิคการพูดบนเวทีสาธารณะ การนำเสนอด้วยเสียง ภาษากาย และการเคลื่อนไหวบุคลิกภาพอย่างมืออาชีพ

นอกจากนี้ ภายใต้โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 53 ยังมีอีก 3 กิจกรรมที่น่าสนใจคือ การประกวดมารยาทไทย เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมของชาติ โดยส่งเสริมการปลูกฝังให้เยาวชนได้ศึกษาและฝึกฝนมารยาทแบบไทยที่ถูกต้อง เท่ได้ถูกกาลเทศะ การประกวดการอ่านฟังเสียง เพื่อฝึกฝนให้เยาวชนได้ฝึกหัดอ่านและออกเสียงได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียงภาษาไทย และการประกวด “โครงงาน เท่ได้ ต้องไม่บูลลี่” เปิดโอกาสให้เยาวชนรวมพลังสร้างโครงงานจริงในโรงเรียน เพื่อรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจ และลดพฤติกรรมการบูลลี่ โดยทางโครงการยังคงยืนหยัดในวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่นำมาใช้ได้จริง สำหรับคุณครู ที่สนใจสามารถส่งน้อง ๆ เยาวชนเข้าร่วมประ กวดได้ทุกกิจกรรม โดยในปีนี้ทางโครงการเปิดกว้างรับสมัครเยาวชนที่สนใจทุกคน ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ดูรายละเอียดและขั้นตอนการสมัครได้ที่ www.เท่อย่างไทย.com หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 06 2070 0088, 06 2070 0099

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมอื่น ๆ ได้ที่ www.ttbfoundation.org

ลอร่า แอชลีย์ เปิดตัวชุดเครื่องนอนซูเปอร์พรีเมียม ถ่ายทอดความงามเหนือกาลเวลาในสไตล์อังกฤษ

ลอร่า แอชลีย์ เปิดตัวชุดเครื่องนอนซูเปอร์พรีเมียม ถ่ายทอดความงามเหนือกาลเวลาในสไตล์อังกฤษ

ลอร่า แอชลีย์ เปิดตัวชุดเครื่องนอนซูเปอร์พรีเมียม ถ่ายทอดความงามเหนือกาลเวลาในสไตล์อังกฤษ

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับตำนานจากอังกฤษ “ลอร่า แอชลีย์ (Laura Ashley)” กลับมาอีกครั้งในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันชุดเครื่องนอนซูเปอร์พรีเมียมที่สะท้อนรากฐานของความเป็นอังกฤษอย่างแท้จริง ตอกย้ำเสน่ห์ “English Country Heritage” อันลือเลื่องของแบรนด์ที่ผสานงานดีไซน์คลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมสิ่งทอร่วมสมัย โดยมุ่งเน้นทั้งคุณภาพ ความงดงาม และประสบการณ์การพักผ่อนเหนือระดับ ภายใต้แนวคิด “Timeless British Elegance Comes to Thailand” ซึ่งจะถูกถ่ายทอดผ่านกิจกรรม Pop-up Store สุดเอ็กซ์คลูซีฟในสามทำเลศูนย์การค้าชั้นนำของไทย

การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการส่งต่อเรื่องราวและความภาคภูมิใจที่ยืนยาวกว่า 70 ปีของแบรนด์ Laura Ashley ซึ่งมีจุดเริ่มต้นอันเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ในปี 1953 Laura Ashley และสามีของเธอ Bernard Ashley ได้เริ่มทดลองพิมพ์ลายผ้าด้วยมือตนเองที่โต๊ะในครัวของแฟลตเล็ก ๆ ในย่าน Pimlico  กรุงลอนดอน โดยได้แรงบันดาลใจจากการเข้าชมนิทรรศการของ Women’s Institute ณ พิพิธภัณฑ์ V&A ซึ่งจุดประกายความหลงใหลในความงามของลายผ้าดั้งเดิมอังกฤษ

จากกิจการเล็ก ๆ ในบ้านของตัวเอง Laura และ Bernard ได้ค่อยๆ ขยายธุรกิจของพวกเขา กลายเป็นผู้บุกเบิกด้านการออกแบบที่ดึงเอาความงดงามของธรรมชาติ ลายดอกไม้สไตล์วินเทจ และเสน่ห์ชนบทอังกฤษมาผสมผสานกับศิลปะการพิมพ์และการเย็บผ้าอย่างประณีต ด้วยความมุ่งมั่นและคุณค่าแห่งคุณภาพและความเป็นต้นฉบับ Laura Ashley ได้สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนทั่วโลกรักมากที่สุด

ในระยะเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา Laura Ashley ไม่เพียงเป็นชื่อของแบรนด์ แต่ยังกลายเป็นสัญลักษณ์ของรสนิยม สไตล์ และความงามเหนือกาลเวลา ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนอน แฟชั่นผู้หญิง เสื้อผ้าเด็ก ไปจนถึงบริการและประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของอังกฤษอย่างแท้จริง

สำหรับคอลเลกชันชุดเครื่องนอน “Timeless British Elegance” ที่เปิดตัวในไทยครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงรากฐานของแบรนด์ที่ถูกยกระดับสู่ความร่วมสมัย โดยเลือกใช้เส้นใยเยื่อไผ่ออร์แกนิก 100% ซึ่งมีคุณสมบัติเย็นสบาย ระบายอากาศได้ดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เสริมด้วยเทคนิคการทอแน่นถึง 800 เส้นด้าย และใช้เทคโนโลยี Reactive Printing เพื่อให้สีสันติดทนนานและคมชัด พร้อมเย็บด้วยตะเข็บคู่เพื่อความทนทานสูงสุด

ลวดลายของคอลเลกชันได้รับแรงบันดาลใจจากสวนดอกไม้ในอังกฤษ ถ่ายทอดผ่านโทนสีอบอุ่นอย่าง Soft Lavender, Dusty Rose และ Meadow Green ที่สะท้อนอารมณ์ความสงบและโรแมนติกของ English Country Living อย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นไม่เพียงเป็นของใช้ในบ้าน แต่ยังเปรียบเสมือน “งานศิลปะ” ที่แสดงออกถึงรสนิยมของเจ้าของบ้าน

Pop-up Store ของ Laura Ashley ถูกออกแบบภายใต้ธีม “British Home Garden” พร้อมห้องนอนจำลองที่ตกแต่งแบบครบชุด เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์จริงของเนื้อผ้า กลิ่นอาย และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เริ่มเปิดที่ เซ็นทรัล ชิดลม (21 มิ.ย.–3 ก.ค. 2568) และ เมกาบางนา (19 มิ.ย.–16 ก.ค. 2568) ก่อนขยายสู่ช่องทางออนไลน์และร้านค้าหลักทั่วประเทศ

Laura Ashley ยังเตรียมเปิด Official Online Store และร่วมมือกับแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Central Online และ LazMall เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้อย่างสะดวก พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “Timeless British Elegance Comes to Thailand” ซึ่งมอบของขวัญพิเศษ เช่น ปลอกหมอน Organic bamboo และ Pumpkin Pillow รุ่นลิมิเต็ด สำหรับลูกค้าที่เลือกซื้อในช่วงเปิดร้าน

นอกจากนี้ Laura Ashley  ยังเตรียมเดินหน้าขยายจุดจำหน่ายสู่หัวเมืองใหญ่ จับมือดีไซเนอร์ไทย และพัฒนคอลเลกชันเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะตลาดไทย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในฐานะ “Premium Iconic Alternative” ที่สามารถผสานดีไซน์อังกฤษกับความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างลงตัวเหนือสิ่งอื่นใด การรีลอนช์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำเข้าสินค้ารุ่นใหม่ แต่คือการนำเสนอ “วิถีการใช้ชีวิตแบบอังกฤษ” ที่สะท้อนความละเมียดละไม ความสงบ และรสนิยมเหนือกาลเวลา ถ่ายทอดจากโต๊ะครัวในปี 1953 มาสู่ห้องนอนของคนไทยในยุคปัจจุบัน

“Pride Parade’ ปิดท้ายเดือนแห่งความหลากหลาย เซ็นทรัลพัฒนาชวนคนไทยทุกพื้นที่จุดพลัง ‘Pride For All’

“Pride Parade’ ปิดท้ายเดือนแห่งความหลากหลาย เซ็นทรัลพัฒนาชวนคนไทยทุกพื้นที่จุดพลัง ‘Pride For All’

“Pride Parade’ ปิดท้ายเดือนแห่งความหลากหลาย เซ็นทรัลพัฒนาชวนคนไทยทุกพื้นที่จุดพลัง ‘Pride For All’

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ย้ำบทบาท The Pioneer of Equality ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน สร้างประวัติศาสตร์ใหม่แห่งความหลากหลาย Thailand’s Pride Celebration 2025 “Pride For All” ครอบคลุมเหนือจรดใต้ เนรมิตศูนย์การค้าเซ็น ทรัลทั่วประเทศเป็นแลนด์มาร์กแห่งการฉลอง Pride Month ระดับชาติ ส่งท้ายเดือนแห่งความภาคภูมิใจของชาว LGBTQIAN+ ด้วยขบวนพาเหรด การแสดง และกิจกรรม Inclusive Pride ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชั่น พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง สร้างพลัง Soft Power ไทยให้ดังกึกก้องบนเวทีโลก สร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง Pride Parade 19 สาขาทั่วประเทศ และยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองกับ City Pride Parade 5 สาขา Tourist Malls เซ็นทรัล พัทยา สมุย ภูเก็ต ขอนแก่น หาดใหญ่ ชวนคนไทยร่วมแสดงพลังความหลากหลายและเท่าเทียม พร้อมกัน 28 และ 29  มิถุนายน นี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ

Pride Destination ที่ดีที่สุดของภาคตะวันออก

เซ็นทรัล พัทยา: วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน นี้ หนึ่งเดียวในประเทศไทย PATTAYA INTERNATIONAL PRIDE FESTIVAL 2025 “CELEBRATE PRIDE FOR ALL” ต่อเนื่องปีที่ 7 ขบวนพาเหรดริมชายหาด ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมขบวนกว่า 3,000 คน ชู พัทยาเป็น Pride Destination ที่ดีที่สุดของภาคตะวันออก ฉลองความหลากหลายและความเท่าเทียม นำโดย ดารา-อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมาย อาทิ บี น้ำทิพย์, วีณา-ปวีณา ซิงค์, โกโก้ อารยะ, นก ยลดา, สไปรท์ บะบะบิ, ทีมนักแสดงจากซีรีส์ดัง “ใกล้ใจบริรัตน์”, Miss Grand Thailand, Miss Universe Thailand, Mr. Gay Universe Thailand, Miss ACDC 2005, Mrs. Thailand World Chonburi, นางสาวเชียงใหม่ในดวงใจ เป็นต้น ร่วมสร้างปรากฏการณ์โดยเมืองพัทยา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา, สมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา, มูลนิธิซิสเตอร์, สมาคมพัฒนาผู้ประกอบการวัยรุ่นไทย และวัยทำงาน, สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก, Bangkok Rainbow, บริษัท เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ จำกัด และบริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน), เซ็นทรัล มารีนา เอาต์เล็ต, บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ผนึกพันธมิตร และภาคีความหลากหลายกว่า 100 องค์กรทั่วไทย

3 แลนด์มาร์กใหญ่ ฉลอง Pride ภาคใต้สุดตระการตา

เซ็นทรัล ภูเก็ต: วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน เตรียมพบ Phuket City Pride 2025 ในธีม Wave of Generations ขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่ กว่า 25 ขบวน นำโดย ดารา ศิลปินชื่อดัง อาทิ อ๊อฟ ปองศักดิ์, ไก่ วรายุฑ, ตี๋ ธนพล,บิ๊ก ณทรรศชัย,เต้ นันทศัย, เขต ธาราเขต, ต่าย ชัชฎาภรณ์ เนสตี้ สไปร์ทซี่ Miss Universe Phuket 2025 อเดล นฤมล, Miss Grand Thailand 2025 กชเบล ศรัณย์รัชต์ และผู้เข้าร่วมขบวนกว่า 500 คน ที่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต ภาครัฐและภาคเอกชน

เซ็นทรัล หาดใหญ่: วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน  ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหาดใหญ่, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา, สมาคมฟ้าสีรุ้ง และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน พบกับการประกวด Mister & Miss Rainbow Sky Songkhla 2025 สนุกกับขบวนพาเหรดสุดปัง และคอสตูมที่เผยถึงความเป็นตัวเองของเหล่าคน Pride พร้อมเดินเฉิดฉายบน The Power of Pride Runway นำทัพโดยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง อาทิ ทาหลูด, น้องตุ๊กแตนอภินิหารตระการตา พร้อมลุ้นรับรางวัลชุดแต่งกายยอดเยี่ยม สนุกสุดมันส์กับ Pride Concert จาก ต้น ธนษิต และ เจอาร์ บับเบิ้ลกัม

Pride Parade แห่งภาคอีสาน ส่งท้ายยิ่งใหญ่

เซ็นทรัล ขอนแก่น: วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน นี้  ร่วมกับชมรมหลากหลายทางเพศเมืองขอนแก่น และเทศบาลนครขอนแก่น ฉลองเดือน Pride Month ยิ่งใหญ่ จัด Pride Parade กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ร่วมเดินรณรงค์สร้างการรับรู้และความเข้าใจในความเสมอภาค รวมระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่กว่า 15 ขบวน ผู้เข้าร่วมขบวนกว่า 600 คน

ปิดฉากกับความสำเร็จ Kind + Jugend ASEAN 2025 ยกระดับสู่โอกาสการค้าโลก

ปิดฉากกับความสำเร็จ Kind + Jugend ASEAN 2025 ยกระดับสู่โอกาสการค้าโลก

ปิดฉากกับความสำเร็จ Kind + Jugend ASEAN 2025 ยกระดับสู่โอกาสการค้าโลก

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหกรรมแสดงสินค้าแม่และเด็ก Kind + Jugend ASEAN 2025  ปิดฉากลงอย่างประสบความสำเร็จ ดึงดูดผู้เข้าชมงานกว่า 3,000 ราย จาก 22 ประเทศทั่วโลก ผสานพลังผู้ประกอบการระดับภูมิภาคและนานาชาติ จัดเต็มกิจกรรมตลอดงาน ครอบคลุมเทรนด์และนวัตกรรมแห่งอนาคต ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับอุตสาหกรรมสินค้าแม่และเด็กของภูมิภาคสู่เวทีระดับโลก งานนี้จัดโดย Koelnmesse ร่วมกับพันธมิตรระดับประเทศ ได้แก่ หอการค้าไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย

นายแมทเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการ โคโลญเมสเซ่ ประเทศไทย และรองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โคโลญเมสเซ่ กล่าวว่า “Kind + Jugend ASEAN ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากทั้งผู้แสดงสินค้าและผู้เข้าชมจากนานาประเทศ โดยความสำเร็จที่เด่นชัดในปีนี้คือ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เติบโตขึ้นในอุตสาหกรรมสินค้าแม่และเด็ก เนื่องจากพ่อแม่ในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และนวัตกรรมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะฮับระดับภูมิภาค ทั้งโอ กาสทางด้านธุรกิจ การเจรจาความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน”

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “กระทรวงอุตสาหกรรมรู้สึกยินดีที่ได้สนับสนุนงาน Kind + Jugend ASEAN 2025 โดยทางสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำลังพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมไทยให้สอด คล้องกับแนวทางที่อาเซียนกำหนดร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก งานนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำอุตสาหกรรมแม่และเด็กในอาเซียน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนความรู้ และขยายเครือข่ายธุรกิจในระดับนานาชาติ ผมหวังว่างานนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่ความร่วมมือที่นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทยและอาเซียนในระยะยาว”

ตลอด 3 วันเต็มของการจัดงานในปีนี้ Kind + Jugend ASEAN 2025 ได้สร้างปรากฏการณ์ระดับภูมิภาค ด้วยการรวบรวมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 100 แบรนด์ทั่วโลกมาจัดแสดงไว้ที่เดียว อาทิ ประเทศไทย จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สเปน เนเธอร์แลนด์ และออสเตรีย  รวมทั้งยังมีกิจกรรมสนับสนุนธุรกิจอย่างครบครัน โดยสามารถดึงดูดผู้ซื้อชั้นนำระดับภูมิภาคให้เข้าร่วมได้อย่างล้นหลาม ผ่านการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจอย่าง Business Matching และ Hosted Buyer Programme ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถพูดคุย เจรจาธุรกิจ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับพันธมิตรที่มีศักยภาพจากหลากหลายประเทศ ตอบรับกับแนวโน้มการเติบโตของตลาดแม่และเด็กที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และนวัตกรรม

ภายในงานยังอัดแน่นด้วยเวทีเสวนาที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและพ่อแม่ยุคใหม่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการมาร่วมแชร์องค์ความรู้และประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ครอบครัวในยุคดิจิทัลโดย LEGO, อัปเดตเทรนด์พัฒนาการเด็กกับกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ, การพลิกโฉมร้านค้าสินค้าเด็กสู่แบรนด์นวัตกรรมกับ Prince & Princess, กลยุทธ์การตลาดและลิขสิทธิ์ตัวละครจาก Hasbro รวมถึงหัวข้อ “Raising AI Ready Kids – เลี้ยงลูกให้ล้ำ โตไปกับ AI” ที่ชวนพ่อแม่เตรียมความพร้อมให้ลูกใช้ชีวิตอย่างเข้าใจเทคโนโลยีในยุค AI

Kind + Jugend ASEAN เป็นมากกว่าแค่เวทีเชื่อมต่อธุรกิจ แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่มุ่งยกระดับคุณภาพการเลี้ยงลูกในภูมิภาคอาเซียนสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ตลาดแม่และเด็กยุคใหม่อย่างเข้าใจ ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมสินค้าแม่และเด็กของอาเซียน

แมทเธียส คูเปอร์

แมทเธียส คูเปอร์

พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ

พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ

ดีพร้อม ดึง อย. ติวเข้มผู้ประกอบการเครื่องสำอาง Hero Brand ปั้นแบรนด์ผ่านมาตรฐาน โฆษณาถูกกฎหมาย ไม่เสี่ยงเสียค่าปรับ

ดีพร้อม ดึง อย. ติวเข้มผู้ประกอบการเครื่องสำอาง Hero Brand ปั้นแบรนด์ผ่านมาตรฐาน โฆษณาถูกกฎหมาย ไม่เสี่ยงเสียค่าปรับ

ดีพร้อม ดึง อย. ติวเข้มผู้ประกอบการเครื่องสำอาง Hero Brand ปั้นแบรนด์ผ่านมาตรฐาน โฆษณาถูกกฎหมาย ไม่เสี่ยงเสียค่าปรับ

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ร่วมกับหลักสูตรเคมีผลิตภัณฑ์และธุรกิจเครื่องสำอาง ภาควิชาเคมี คณะวิทยา ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ขับเคลื่อน Hero Brand สู่แบรนด์ระดับสากล ผ่าน “กิจกรรมการพัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์และผลิตภัณฑ์สู่ Fashion Hero Brand สาขาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงามไทย” เติมเต็มความรู้เรื่อง “คุณภาพมาตรฐาน ข้อควรระวังในสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง” และ “การโฆษณาและการจัดทำฉลากตามกฎหมายเครื่องสำอาง” ให้กับผู้ประกอบการเครื่องสำอาง โดยมีเภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานอาหารและยา (อย.) เป็นผู้บรรยายให้ความรู้

ทั้งนี้ การมี อย.เครื่องสำอาง ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการสร้างแบรนด์ ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค เพราะการจดแจ้ง อย. เป็นการรับรองว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมุ่งเน้นที่ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ว่าไม่มีสารอันตรายที่ต้องห้ามตามกฎหมาย

เปิดคุณภาพมาตรฐานและข้อควรระวังของ อย.

ภญ.ปริณดา เตชะศิรินุกูล เภสัชกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มเครื่องสำอางใหม่และนวัตกรรม กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนัก งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ความรู้ในหัวข้อเรื่อง “คุณภาพมาตรฐาน ข้อควรระวังในสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง” ว่า มาตรฐานการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้ว่าประเทศที่จะนำสินค้าไปขายมีมาตรฐานอย่าง ไร โดยในประเทศไทยเครื่องสำอางเป็นวัตถุที่ต้องใช้กับภายนอกของร่างกายมนุษย์ รวมถึงใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปาก เพื่อความสะอาด สวยงาม หรืออาจจะมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฏได้ โดยเกณฑ์ในการพิจารณามี 3 ด้านคือ 1.วิธีใช้ ต้องใช้กับร่างกายภายนอกของมนุษย์ 2.วัตถุประสงค์การใช้ ต้องใช้ทำความสะอาด บำรุงหรือสวยงาม เป็นต้น 3.สูตรส่วนประกอบ ต้องอยู่ในตำราเครื่องสำอาง

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะทำการผลิตเครื่องสำอางออกสู่ตลาด ผู้ผลิต และผู้รับจ้างผลิต รวมถึงผู้นำเข้า ต้องจดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อ อย. โดยใบรับจดแจ้งจะมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่ออกใบรับจดแจ้ง ซึ่งการกำกับดูแลมุ่งเน้น 5 เรื่อง ได้แก่ 1. สารในเครื่องสำอาง อาทิ เป็นสารที่ใช้ได้หรือไม่ หรือมีเงื่อนไขการใช้อย่างไร 2. สิ่งต้องห้าม เช่น ห้ามใช้ภาชนะบรรจุที่เป็น Syringe, Ampoule, Vial หรืออยู่ในภาชนะบรร จุที่ใช้เครื่องมือประกอบในการผลักดันสารเข้าสู่ผิวหนัง 3.สถานที่และหลักเกณฑ์ โรงงานต้องมีมาตรฐานตามที่กำหนด 4.ฉลากเครื่องสำอาง 5.การโฆษณา

สำหรับการแจ้งสารในระบบจดแจ้งเครื่องสำอาง อย. ปัจจุบันมีตำราสากลที่ใช้อยู่ 2 แหล่ง ได้แก่ Cosing ของยุโรป (EU) ช่วยบอกว่าสารแต่ ละตัวทำหน้าที่อะไร และเรื่องกฎหมาย มีความสอดคล้องกับกฎหมายของไทยประมาณ 90% สามารถใช้เป็นไกด์ไลน์ได้ ส่วนอีกตำราเป็น PCPC ของสหรัฐฯ ซึ่งต้องเป็นสมาชิกและเสียค่าธรรมเนียม เหมาะกับคนที่ทำวิจัยและพัฒนา (R&D) เพราะมีรายละเอียดของสารจำนวนมาก ตอบโจทย์เชิงพาณิชย์มากกว่า

ทั้งนี้ ประกาศของ อย. ที่ผู้ประกอบการต้องรู้ในการกำกับดูแลสารในเครื่องสำอางมีด้วยกัน 6 ประเภท ดังนี้ 1.สารห้ามใช้  2.สารที่อาจใช้เป็นส่วนผสมฯ โดยใช้ได้ตามที่ อย. กำหนดเท่านั้น 3.สารกันเสีย มีการคุมปริมาณไม่ให้เกินกำหนด เพื่อความปลอดภัย 4.สารกันแดด เป็นสารที่ต้องกำกับดูแล 5.สี มีเงื่อนไขในการใช้ และ 6.กัญชา กัญชง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการปนเปื้อนโลหะหนักในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยโลหะหนักจัดเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ยกเว้นการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนมาจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตได้

โฆษณาถูกกฎหมาย ไม่ต้องเสี่ยงเสียค่าปรับ

ภญ.รุ่งดารา เนียมโภคะ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมาย กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนัก งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ข้อมูลว่า การโฆษณาเครื่องสำอางไม่จำเป็นต้องขออนุญาต แต่ข้อความต้องไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยหลักการง่ายๆ คือ อย่าเคลมให้เกินจริง โดยก่อนที่จะทำการโฆษณา ผู้ประกอบการต้องรู้ 5 นิยาม ดังนี้  1.เครื่องสำอาง: ใช้แค่ภายนอก ฟัน ช่องปาก เพื่อทำให้สะอาด สวยงาม ดูดี  2.ข้อความ: การกระทำให้ปรากฏด้วยตัวอักษร ภาพ ภาพยนตร์ แสง เสียง เครื่องหมาย หรือการกระทำอย่างใด ๆ ที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจความหมายได้  3.โฆษณา: การกระทำใด ๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยิน หรือทราบ ข้อความเพื่อประโยชน์ทางการค้า 4.สื่อโฆษณา: สิ่งที่ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา เช่น หนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ โทรศัพท์ สื่อออนไลน์ หรือป้าย 5.ผู้โฆษณา: เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ประกอบธุรกิจที่สั่งให้มีการโฆษณาและผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการโฆษณานั้น

สำหรับกฎหมายและบทกำหนดโทษเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องสำอาง ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2558 หมวด 6 การโฆษณาประ กอบด้วย มาตรา 41 ห้ามโฆษณาหลอกลวง เกินจริง อ้างอิงรักษาโรค, มาตรา 42 ห้ามโฆษณาผิดศีลธรรม หรือรบกวนสังคม, มาตรา 43-45 เกี่ยวกับกรรมการฯ สั่งแก้ไข/ห้ามใช้ข้อความ/ให้พิสูจน์, มาตรา46 ขอความเห็นหากสงสัย และมาตรา 84 หากฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหลักการโฆษณาเครื่องสำอางให้ถูกกฎหมาย ไม่ต้องเสี่ยงเสียค่าปรับทำได้ ดังนี้ เป็นจริง ตรวจสอบได้ ตรงตามจดแจ้ง อยู่ในขอบข่ายของความเป็นเครื่องสำอาง การกล่าวอ้าง ต้องมีหลักฐาน งานวิจัย หนังสือรับรอง ไม่แฝงสรรพ คุณยา ผิดศีลธรรม บำรุงทางเพศ ห้ามอ้างหมอ เว้นแต่เกี่ยวข้องจริง และมีเอกสารยืนยัน

แนวทางการแสดงฉลากเครื่องสำอางให้ถูกต้องกฎหมาย โดยรายละเอียดข้อความบนฉลากตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่องฉลากของเครื่องสำอาง พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย ชื่อเครื่องสำอางและชื่อทางการค้าของเครื่องสำอาง : ต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่น, ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง : ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ทั้งนี้ ต้องเรียงลำดับตามปริมาณของสารจากมากไปหาน้อย แต่ในกรณีสารที่ใช้มีปริมาณน้อย 1% สามารถสลับที่กันได้, วิธีใช้ : ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต กรณีเป็นเครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ หรือชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้า ชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต กรณีที่เป็นเครื่องสำอางนำเข้า, ปริมาณสุทธิ : เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต, เดือน ปี ที่ผลิต หรือ ปี เดือน ที่ผลิต : เดือน ปี ที่หมดอายุ หรือ ปี เดือน ที่หมดอายุ, คำเตือน (ถ้ามี) รายละเอียดการแสดงคำเตือนบนฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง การแสดงคำเตือนที่ฉลาก เลขที่ใบรับจดแจ้ง

ภญ.ปริณดา เตชะศิรินุกูล

ภญ.ปริณดา เตชะศิรินุกูล

ภญ.รุ่งดารา เนียมโภคะ

MAISON VALENTINO เฉลิมฉลองคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025

MAISON VALENTINO เฉลิมฉลองคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025

MAISON VALENTINO เฉลิมฉลองคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Maison Valentino จัดงานเฉลิมฉลองเปิดตัวคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025 ด้วยอีเวนต์สุดพิเศษ ณ ร้านไอศกรีม Messina Gelato สาขาใหม่ ณ ประเทศสิงคโปร์ ที่ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นจักรวาลแห่ง Maison Valentino อันเต็มไปด้วยสีสันและความคิดสร้างสรรค์เพื่อโอกาสพิเศษนี้โดยเฉพาะแขกผู้มาร่วมงานได้รับการต้อนรับสู่ค่ำคืนแสนอบอุ่นและใกล้ชิด พร้อมการแสดงสดจากดีเจ ชาย แอนน์-บราวน์ (Shye Anne-Brown) นักร้องและโปรดิวเซอร์ชาวสิงคโปร์

งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองแคมเปญโฆษณาคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025 ในชื่อ The Poetics of Everyday โดยถ่ายทอดแนวคิดของแคมเปญสู่ประสบการณ์ที่ชวนดื่มด่ำผ่านประสาทสัมผัสหลากหลาย มุ่งเน้นการยกย่องความงามในชีวิตประจำวันราวกับสถาปัตยกรรมลับ ที่หล่อเลี้ยงการดำรงอยู่ของเราบนโลกใบนี้ ทั้งนี้ เพื่อสอดรับกับเทรนด์งานปาร์ตี้แบบปราศจากแอลกอฮอล์ที่กำลังเกิดขึ้นในสิงคโปร์ งานครั้งนี้จึงถูกออกแบบให้มีความสดชื่น ครอบคลุม และเป็นมิตรกับทุกคน

แขกคนสำคัญในงาน เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Maison Valentino และ ชาย แอนน์-บราวน์ (Shye Anne-Brown) ซึ่งต่างแต่งกายด้วยโททัลลุคจาก Maison Valentino คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025 และแอคเซสซอรีจาก Valentino Garavani ทั้งหมดโดย ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ อเลสซาน โดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) ที่ทั้งสองถ่ายทอดจิตวิญญาณของคอลเล็กชันผ่านบรรยากาศที่หลอมรวมแฟชั่น ดนตรี และบทกวีของชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

เจฟ ซาเตอร์ สวมเสื้อแจ็กเก็ตแต่งกระดุมสองแถวปกยาวลายตารางสีน้ำเงินเข้มจาก Maison Valentino แมตช์กับเสื้อยืดพิมพ์ลาย Chez Valentino และกางเกงเดนิมแต่งปลายขา พร้อมกระเป๋าสะพายข้างสุดไอคอนิก Valentino Garavani Viva Superstar ปิดท้ายด้วยรองเท้าหนัง Valentino Garavani Pat และพวงกุญแจพร้อมสร้อยคอ Valentino Garavani Le Chat De La Maison

ด้าน ชาย แอนน์-บราวน์ สวมใส่เชิ้ตและกระโปรงความยาวมิดิพิมพ์ลาย Cherryfic จาก Maison Valentino คู่กับกระเป๋าคาดเอว Valentino Garavani Viva Superstar แมตช์ด้วยรองเท้าส้นสูง Valentino Garavani Fawcette และพวงกุญแจ Valentino Garavani Chez Valentino หอไอเฟล

PAÑPURI สร้างชื่อ! คว้า 2 รางวัลใหญ่บนเวทีโลก ตอกย้ำผู้นำเวลเนสระดับเวิลด์คลาส

PAÑPURI สร้างชื่อ! คว้า 2 รางวัลใหญ่บนเวทีโลก ตอกย้ำผู้นำเวลเนสระดับเวิลด์คลาส

PAÑPURI สร้างชื่อ! คว้า 2 รางวัลใหญ่บนเวทีโลก ตอกย้ำผู้นำเวลเนสระดับเวิลด์คลาส

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

PAÑPURI (ปัญญ์ปุริ) เวลเนสไลฟ์สไตล์แบรนด์สัญชาติไทย นำโดย วรวิทย์ ศิริพากย์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญอีกครั้งบนเวทีโลก ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจาก Asia Pacific Spa & Wellness Coalition Awards 2025 ถึง รางวัลใหญ่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์เวลเนสเหนือระดับตลอด 21 ปี

หลังจากปลุกปั้นและลงรายละเอียดการทำงานทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ความสำเร็จในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศในการบริการและคอนเซ็ปต์ที่โดดเด่นของสปาทั้งสองแห่ง โดยได้รับรางวัลในสาขาสำคัญคือ รางวัล HOTEL SPA OF THE YEAR: PAÑPURI ORGANIC SPA at Park Hyatt Bangkok (ปัญญ์ปุริ ออร์แกนิค สปา ณ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ) โอเอซิสใจกลางกรุงเทพฯ กับบริการสปาทรีตเมนต์ออร์แกนิกที่ผสานความเป็นส่วนตัวเข้ากับศาสตร์การนวดในแบบของ PAÑPURI และ รางวัล RESORT SPA OF THE YEAR: PAÑPURI WELLNESS HARBOR at Andaz Pattaya, Jomtien Beach, Thailand (ปัญญ์ปุริ เวลเนส ฮาร์เบอร์ ณ โรงแรม​แอนดาซ พัทยา จอมเทียนบีช) จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยทรีตเมนต์ที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ

การได้รับรางวัลทั้งสาขาสปาในโรงแรมและสปาในรีสอร์ทพร้อมกันในปีเดียวนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นของ PAÑPURI ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์เวลเนสที่เป็นเลิศ สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความผ่อนคลาย ท่าม กลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่ หรือการไปพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบในรีสอร์ทหรู  

นอกจากนี้ ยังเป็นความภาคภูมิใจของแบรนด์ไทยที่สามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์เวลเนสจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ อันเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นตลอดระยะเวลา 21 ปีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สะอาด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติและออร์แกนิคอย่างพิถีพิถัน พร้อมการออกแบบโปรแกรมดูแลสุขภาพที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อที่สุดแห่งการปรนนิบัติ และค้นพบนิยามของการมีสุขภาพดีและความสุขที่ยั่งยืนในแบบของตัวเอง

ปัญญ์ปุริ (PAÑPURI) แบรนด์ไทยที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ Clean Beauty สกินแคร์ และเวลเนส ไลฟ์สไตล์ แบรนด์ที่ได้รับแรงบันดาลใจทั้งในเรื่องความงาม และการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอกของชาวตะวันออก ปัญญ์ปุริเชื่อว่าความงามที่แท้จริงในแบบ Clean Beauty คือการดูแลทั้งร่างกาย และจิตใจให้สมบูรณ์เพื่อความสมดุลในการใช้ชีวิตของตัวเองและสิ่งรอบตัว จึงบรรจงคัดสรรเฉพาะส่วนผสมที่ดีที่สุดและยั่งยืนในทุกผลิตภัณฑ์ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ZeroList™ ลิขสิทธิ์เฉพาะจากปัญญ์ปุริ ซึ่งปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกว่า 2,300 รายการ เพื่อให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์การดูแลตัวเองแบบความงามที่แท้จริงของ Clean Beauty ที่รวบรวมเฉพาะส่วนผสมที่ดีที่สุด ทรงประสิทธิภาพ และจำเป็น สำหรับการใช้ชีวิตที่มีความสุข สุขภาพดี และรื่นรมย์

วรวิทย์ ศิริพากย์

วรวิทย์ ศิริพากย์

โซเนวา ชวนสัมผัสประสบการณ์ดูแลสุขภาพกับเทศกาล SOUL Festival ครั้งที่ 3

โซเนวา ชวนสัมผัสประสบการณ์ดูแลสุขภาพกับเทศกาล SOUL Festival ครั้งที่ 3

โซเนวา ชวนสัมผัสประสบการณ์ดูแลสุขภาพกับเทศกาล SOUL Festival ครั้งที่ 3

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โซเนวา (Soneva) ชวนมาเปิดประสบการณ์การดูแลสุขภาพ นำโดยผู้นำทางความคิดและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่สร้างแรงบันดาลใจมากมาย ในเทศกาล SOUL Festival ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ – 13 ตุลาคม 2568 ที่ โซเนวา ฟูชิ (Soneva Fushi) รีสอร์ตหรูที่ตั้งอยู่ในบา อะทอล เขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก้ (UNESCO) หนึ่งในหมู่เกาะที่ใหญ่และเงียบสงบที่สุดของมัลดีฟส์ เทศกาลนี้จัดขึ้นเป็นระยะเวลา วัน ภายใต้บรรยากาศของรีสอร์ทสุดลักซ์ชูรีริมชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ผู้เข้าร่วมจะได้ดื่มด่ำกับการดูแลสุขภาวะ ภูมิปัญญาแห่งการเยียวยา และสายสัมพันธ์ของผู้คน ที่เชื่อมชุมชนระดับโลกของผู้แสวงหา ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแถวหน้าจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน

เทศกาล SOUL Festival ประจำปี 2568 ประกอบด้วยกลุ่มวิทยากร ซึ่งเป็นผู้นำทางความคิดและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติที่สร้างแรงบันดาลใจมากมาย ได้แก่ ลุค เมลิสเซ่ (Luuk Melisse) และ กาเบรียล ออลเซฟสกี้ (Gabriel Olszewski) ผู้ก่อตั้ง Sanctum ซึ่งกลับมาอีกครั้ง พร้อมกิจกรรมยามเช้าที่เต็มไปด้วยพลังเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ รวมถึงเพกีน โครว์ลีย์ (Peigín Crowley) ผู้ก่อตั้ง Ground Wellbeing และผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดด้วยสัญชาตญาณ, ทิม เกรย์ (Tim Gray) ไบโอแฮ็กเกอร์ชั้นนำของยุโรปและผู้นำทางความคิดระดับโลกด้านสุขภาพและอายุที่ยืนยาว, นาตาลี ชิลเลิร์ต (Nathalie Schyllert) ซีอีโอของ Bodyism ที่มาร่วมเสนอแนวทางเพื่อสุขภาพกายและใจแบบองค์รวม พร้อมฟรีด้า เรดแนปป์ (Frida Redknapp) ผู้สนับสนุนแนวคิดด้านสุขภาวะและผู้ร่วมสร้างสรรค์ที่ Bodyism, ดร. ทิม โกลูเกอ (Dr. Timm Golüke) แพทย์ผิวหนังชื่อดังและผู้บุกเบิกการดูแลสุขภาพผิวเพื่อชะลอวัย และโรสส์ กาเบอร์ (Roses Gabor) นักดนตรีและนักบำบัดด้วยเสียงที่มีชื่อเสียงในการมอบประสบการณ์เยียวยาอย่างลึกซึ้ง

รายชื่อวิทยากรยังรวมถึง เคิร์สเตน คิง (Kirsten King) จาก Fluidform Pilates ผู้คิดค้นวิธีการฝึกที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งผสมผสานพละกำลังและความอ่อนช้อยอย่างลงตัว, อาเดรียน อัดฮามี (Adrienne Adhami) นักเขียนด้านสุขภาพและผู้สนับสนุนไลฟ์สไตล์ที่ขับเคลื่อนด้วยการเคลื่อนไหว, ดง จวน (Dong Juan) ผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีนและผู้นำการฝึกเคลื่อนไหว, และอนิกา เลอเฟฟร์ (Anika Lefebvre) ผู้นำกระบวนการหายใจบำบัดเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายใน ปิดท้ายด้วย นิลส์ เบห์เรนส์ (Nils Behrens) หนึ่งในผู้นำทางความคิดด้านการมีอายุยืนและสุขภาพเชิงป้องกัน

กิจกรรมของเทศกาล SOUL Festival ในแต่ละวัน ได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ครบวงจรทั้งร่างกายและจิตใจ โดยตอนเช้า เริ่มด้วยการเคลื่อนไหวกระตุ้นพลังเพื่อสร้างความตื่นรู้และการมีสติ เช่น การฝึกแบบ Sanctum โดยการเดินเท้าเปล่าบนผืนทราย หรือการเล่นพิลาทิสพร้อมวิวทะเล จากนั้น รับประทานอาหารเช้าที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ตามด้วยรับฟังเสวนาในหัวข้อต่างๆ เช่น การมีอายุยืนยาว สุขภาพอารมณ์ การฟื้นฟู และนวัตกรรมสุขภาพสมัยใหม่ สำหรับช่วงบ่ายเป็นการเข้าร่วมเวิร์กช้อปเชิงปฏิบัติการ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงแบบตัวต่อตัวเกี่ยวกับการสร้างสุขภาวะที่ดี เช่น การบำบัดร่างกายโดยคำนึงถึงประสบการณ์ทางจิตใจ การฝึกหายใจ และการบำบัดทางร่างกายเพื่อผ่อนคลายล้ำลึกและสร้างสมดุลภายใน เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเดินทางผ่านเสียงบำบัดและมื้อค่ำเพื่อสังสรรค์ใต้แสงดาว ทุกค่ำคืนจะปิดท้ายด้วยการเฉลิมฉลองผ่านการแสดงดนตรีและพิธีปิดที่เชิญชวนให้สะท้อนความคิดและเชื่อมโยงกันใหม่อีกครั้ง

โซเนวา ฟูชิ ต้นแบบของแนวคิด “No News, No Shoes” ที่สามารถสัมผัสความสุขได้ด้วยเท้าเปล่า เป็นสถานที่ที่ผสานธรรมชาติและความหรูหราเข้ากับการใช้ชีวิตอย่างลึกซึ้งและมีความหมาย ที่นี่มีวิลล่าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในมุมสงบกลางป่าหรือริมชายหาด ซึ่งออกแบบมาให้กลมกลืนกับธรรมชาติอย่างไร้รอยต่อ พร้อมอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงจากวัตถุดิบออร์แกนิกบนเกาะ การบำบัดรักษาที่ Soneva Soul และกิจกรรมมากมายทั้งบนบกและในทะเล ซึ่งล้วนช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการพักฟื้นกายใจและเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมเทศกาล SOUL Festival ได้อย่างเต็มรูปแบบผ่านแพ็กเกจสุดพิเศษ รวมวิลล่าส่วนตัวสุดหรู อาหาร 3 มื้อต่อวัน บริการรับ-ส่งภายในประเทศด้วยเครื่องบิน สิทธิการเข้าร่วมโปรแกรมทั้งหมดระหว่างการเข้าพัก ทรีตเมนต์จาก Soneva Soul ฟรี 1 ครั้ง และส่วนลดพิเศษสำหรับการบำบัดอื่นๆ แพ็กเกจเริ่มต้นที่ 3,360 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคืน สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน และรับส่วนลด 10%  เมื่อยืนยันการจองก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.soneva.com