รับสิริมงคล ณ พิพิธภัณฑ์ครุฑ สุดยอดอันซีน จ.สมุทรปราการ

รับสิริมงคล ณ พิพิธภัณฑ์ครุฑ สุดยอดอันซีน จ.สมุทรปราการ

รับสิริมงคล ณ พิพิธภัณฑ์ครุฑ สุดยอดอันซีน จ.สมุทรปราการ

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สงกรานต์ปีนี้ “พิพิธภัณฑ์ครุฑ” ได้เปิดพื้นที่จัดกิจกรรมพิเศษตามขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย เพื่อให้ผู้มาเยือน ได้ร่วมสืบสานประเพณีอันงดงาม ผ่านการ “สรงน้ำพระ” และขอพรรับปีใหม่ไทย

โดยโอกาสพิเศษนี้ พิพิธภัณฑ์ครุฑ ได้อัญเชิญ “สมเด็จมหาราชทรงครุฑ” พระพุทธรูปองค์สำคัญมาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการะโดยพระพุทธรูปองค์นี้ถูกสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี นับเป็นพระพุทธรูปเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการประดับพระครุฑพ่าห์  และได้รับพระราชทานพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร.

พิพิธภัณฑ์ครุฑ” โดยธนาคารทหารไทยธนชาต ก่อตั้งขึ้น โดยเริ่มจากการที่ธนาคารธนชาติได้รวมกิจการกับธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2554  ธนาคารนครหลวงไทยนั้น เป็นธนาคารที่มีการดำเนินกิจการมาก ว่า 70 ปี และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเครื่องหมาย “ครุฑพ่าห์” หรือ “ตราครุฑพระราชทาน” มาติดตั้งอยู่ที่ สำนักงานใหญ่และสาขาต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2484 ซึ่งภายหลังการรวมกิจการกับธนาคารธนชาต

ในปี 2554 ธนาคารธนชาตได้ ตระหนักถึงคุณค่าและเล็งเห็นความสำคัญขององค์ครุฑพระราชทานที่มีความผูกพันและความศรัทยากับคนไทย รวมทั้งยัง เป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์ของไทย จึงได้มีการอัญเชิญองค์ครุฑจากสำนักงานและสาขาต่าง ๆ มา ประดิษฐานยังศูนย์ฝึกอบรมบางปู เขตเทศบาลตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ และก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ครุฑขึ้น  เพื่อร้อยเรียงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับองค์ครุฑในรูปแบบสื่อผสมผสาน (Multimedia) โดยยึดความเข้าใจพื้นฐานของคนไทยที่มีต่อองค์ครุฑ จากความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเป็นหัวใจหลัก ในพิพิธภัณฑ์ได้มีการออกแบบและสร้างสรรค์สถานที่เพื่อให้ ผู้เข้าชมได้ทราบถึงความเป็นมาของครุฑตามตำนาน ทั้งในเชิงพุทธและพราหมณ์ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ระหว่างองค์ครุฑกับสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

จากนั้นในปี 2554 ทีเอ็มบี ได้รวมกิจการกับธนาคารธนชาต จนเป็นธนาคารแห่งใหม่ภายใต้ชื่อว่า “ธนาคารทหารไทยธนชาต จํากัด (มหาชน)” หรือ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ITB) ซึ่งทีเอ็มบีธนชาต ยังคงสานต่อคุณค่าของพิพิธภัณฑ์ โดยได้ปรับปรุงบูรณะพิพิธภัณฑ์ พร้อมเปิดให้เยาวชนและบุคคลทั่วไปได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครุฑเป็นครั้งแรก เพื่อส่งเสริมให้ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์จุดประกายแหล่งเรียนรู้ ต่อยอดการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน

“ตำนานพญาครุฑ” นั้น มีปรากฏในคัมภีร์ปุราณะของอินเดียโบราณว่า  พระทักษะประชาบดี เทวะฤาษี พระผู้สร้าง ได้ยกลูกสาว 13 คนให้แก่ฤาษีกัศยปะ ในจำนวนนี้มีนางกัทรุ และนางวินตาเป็นคนโปรดของฤาษีกัศยปะ แต่นางทั้งสองมักมีเรื่องไม่ลงรอยกันอยู่เสมออยู่มาวันหนึ่งฤาษีกัศยปะมีประสงค์ประทานพรวิเศษแก่ภรรยาทั้งสองคนละข้อ นางกัทรุขอโอรสที่มีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง 1,000 องค์ นางวินตาได้ฟังดังนั้นจึงทูลขอโอรส 2 พระองค์ที่มีอิทธิฤทธิ์สูงส่งกว่าหลังจากกาลเวลาล่วงเลยไป 500 ปี นางกัทรุให้กำเนิดโอรส 1,000 องค์ นามว่า นาค ขณะที่นางวินตาให้กำเนิดไข่ออกมา 2 ใบ นางวินตาเห็นโอรสของนางกัทรุเกิดก่อนก็ร้อนใจ จึงทุบไข่ฟองหนึ่งแตก โอรสที่เกิดมาจึงมีเพียงครึ่งตัว ได้นามว่า อนอุรุ ซึ่งต่อมากลายเป็น “พระอรุณ” พาหนะของพระอาทิตย์พระอรุณโกรธที่มารดาทำให้ตนเกิดมาไม่สมบูรณ์ จึงสาปให้มารดาตกเป็นทาสรับใช้นางกัทรุเป็นเวลา 500 ปี แต่พระอรุณเห็นว่า ทรงเป็นผู้ให้กำเนิดจึงให้พรว่า อีก 500 ปี จะมีผู้มาช่วยให้เป็นอิสระวันหนึ่งนางกัทรุ และนางวินตาได้พนันสีขนของม้าอุจไฉศรพ พาหนะของพระอินทร์ โดยตกลงกันว่า หากใครแพ้ต้องเป็นทาสรับใช้ผู้ชนะ นางกัทรุทายว่าสีดำ ส่วนนางวินตาทายว่าสีขาว นางกัทรุพบว่า แท้จริงแล้วขนของม้าเป็นสีขาว จึงขอร้องให้พญานาคช่วย พญานาคทั้ง 1,000 องค์ จึงเข้าไปแทรกอยู่ที่ขนของม้าอุจไฉศรพพ จนดูเหมือนมีสีดำ นางวินตาจึงกลายเป็นทาสรับใช้นางกัทรุนับตั้งแต่นั้น

500 ปีผ่านไปไข่ฟองที่ 2 แตกออก บังเกิดโอรสรูปร่างใหญ่โต รัศมีปลายสว่างไสว มีศีรษะ มีจะงอยปาก และปีกดั่งนก  มีร่างกายแขนขาดั่งมนุษย์ หน้าขาว ปีกแดง ลำตัวเป็นสีทองขยายตัวคับผืนฟ้า  จนเหล่าเทวดาแตกตื่น คิดว่าเป็นพระอัคนี พากันเคารพบูชา ได้ชื่อว่า  เวนไตย แปลว่า เกิดแต่นางวินตาพญาเวนไตยเห็นมารดารับใช้นางกัทรุ ได้เกิดความสงสัยจึงไต่ถามถึงสาเหตุและหวังช่วยมารดาให้พ้นทุกข์  พญานาคบอกให้พญาเวนไตยไปนำน้ำอมฤตจากพระจันทร์มาให้ เพื่อความเป็นอมตะด้วยความรักมารดา พญาเวนไตยจึงออกเดินทางไปเอาน้ำอมฤต ระหว่างทางเจออุปสรรคต่างๆ ทั้งการหอบกิ่งไม้ที่เหล่าพราหมณ์ประชุมอยู่ให้ปลอดภัย จนได้รับสรรเสริญว่าเป็นผู้แบกรับภาระอันหนัก  สมควรได้นาม “ครุฑ” และได้ต่อสู้กับเทวดาที่มาปกป้องน้ำอมฤต ไม่มีผู้ใดรับมือกับพญาครุฑได้ ร้อนถึงพระอินทร์ลงมาต่อสู้กับพญาครุฑ แต่ไม่สามารถเอาชนะได้

ระหว่างต่อสู้ ขนอันงดงามได้ร่วงหล่นลงเส้นหนึ่ง เรียกกันว่า “สุบรรณ”  และได้กลายเป็นนามหนึ่งของพญาครุฑ  พระอินทร์ไปถามถึงสาเหตุที่ขโมยน้ำอมฤต  พญาครุฑได้ตอบไปตามความจริงและบอกให้ชิงกลับมาหลังจากที่ตนให้น้ำอมฤตแก่เหล่าพญานาคไปแล้วเมื่อเรื่องล่วงรู้ถึงพระนารายณ์ จึงสรรเสริญที่พญาครุฑไม่ดื่มน้ำอมฤต  และได้ประทานพรให้ข้อหนึ่งตามแต่พญาครุฑต้องการ คือ “ขออยู่สูงกว่าพระองค์ ขอเป็นผู้ไม่มีเวลาตาย ไม่มีเวลาเจ็บ แม้ไม่ได้ดื่มน้ำอมฤต”  ส่วนพญาครุฑได้ประทานพรตามที่พระนารายณ์ขอคือ “ขอให้ท่านเป็นพาหนะของข้า ร่วมแบกรับภารกิจยิ่งใหญ่ ขอให้ท่านสถิตอยู่ที่ยอดเสาธงของข้า เพื่อที่ท่านจะได้อยู่สูงกว่าข้า”

หลังจากนั้นพญาครุฑบินไปยังที่สถิตของเหล่านาค  เมื่อพญาครุฑวางน้ำอมฤตบนหญ้าคาแล้ว  พญานาคก็ยินยอมคืนอิสรภาพแก่นางวินตา  พากันอาบน้ำชำระกายด้วยความดีใจ ที่ได้ความเป็นอมตะมาครอบครอง  พระอินทร์จึงช่วยเอาน้ำอมฤตไป เหล่าพญานาค เมื่อกลับมาไม่เห็นน้ำอมฤต จึงพยายามสอดส่องหาจนพบหยดน้ำบนหญ้าคา คิดว่าเป็นน้ำอมฤต พากันดีใจเลียหญ้าคาจนบาดลิ้น ลิ้นนาคจึงแยกออกเป็นสองแฉก พญาครุฑและพญานาคจึงยังคงเป็นศัตรูกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพื้นที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ครุฑ ถูกออกแบบให้ทันสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสื่อแอนิเมชันและมัลติมีเดีย ทำให้การเรียนรู้เรื่องตำนานและสัญลักษณ์ไทยเป็นเรื่องสนุก เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้ทุกวัย

เส้นทางการชม จะมีผู้นำชม ค่อย ๆ พาท่านเดินผ่านโลกแห่งจินตนาการและคติความเชื่อ ตั้งแต่บรรยากาศป่าหิมพานต์ กำเนิดจักรวาล เรื่องราวของพญาครุฑและพญานาค ไปจนถึงการตามรอย “ตราพระครุฑพ่าห์” สัญลักษณ์ที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน ก่อนปิดท้ายด้วยห้องจัดแสดงครุฑจากทั่วประเทศที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เหนือกาลเวลา ที่รวบรวมครุฑมากกว่า 150 องค์ อันมีเอกลักษณ์เฉพาะองค์จากทุกภาคของไทยเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งครุฑแต่ละองค์ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม สะท้อนถึงความประณีตของศิลปิน
อนึ่ง การจัดแสดงมี 6 โซนได้แก่

โถงต้อนรับ เริ่มต้นผจญภัยกับวิจิตรหิมพานต์ที่สะท้อนคติความเชื่อของคนไทยตามหลักไตรภูมิพระร่วงเป็นภาพจิตรกรรมอันทรงคุณค่า  บอกเล่าถึงที่สถานที่อยู่ของครุฑ

ครุฑพิมาน เรียนรู้กำเนิดโลกและจักรวาล ท่องไปในดินแดนหิมพานต์ และที่อยู่ของครุฑ

นครนาคราช ถิ่นที่อยู่ของพญานาค พร้อมชมเรื่องราวของพี่น้องต่างมารดา

อมตะเจ้าเวหา เรื่องราวความเพียรพยายามของพญาครุฑผ่านแอนิเมชัน แสงสีตระการตา

สุบรรณแห่งองค์ราชัน ตามรอย “ตราพระครุฑพ่าห์” ซึ่งเป็นตัวแทนของพระมหากษัตริย์ที่ยังคงปรากฎเคียงข้างพระองค์เสมอ

ห้องจัดแสดงครุฑ ห้องที่รวบรวมองค์พญาครุฑจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย ผ่านตราตั้งห้างพระราชทาน และสัมผัสมนต์เสน่ห์คุณค่าเหนือกาลเวลา

พิพิธภัณฑ์ครุฑจึงไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการใช้เวลาคุณภาพ ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือพาครอบครัวและเด็ก ๆ มาเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ
ในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นี้ หากอยากหลีกหนีจากบรรยากาศการเฉลิมฉลองแบบคึกคัก  มาสู่ความสงบที่ได้ทั้งความรู้ ความสบายใจ และความเป็นสิริมงคล  พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยทีเอ็มบีธนชาต คือจุดหมายหนึ่ง ที่จะช่วยเติมความสุขในแบบที่ท่านต้องการให้ได้อย่างลงตัว

ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป “สมเด็จมหาราชทรงครุฑ” และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ครุฑ เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย สามารถเข้าชมได้ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ ระหว่างวันที่ 3-25 เมษายน พ.ศ. 2569 อนึ่ง กิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป “สมเด็จมหาราชทรงครุฑ” จัดขึ้นเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์เท่านั้น  ในวันอื่นๆ สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ครุฑได้ตามปกติ

โดยเปิดให้ชมวันละ 3 รอบ เวลา 10:00 น. / 13:00 น. / 15:00 น. มีบริการผู้นำชม ไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมรถตู้รับ-ส่งจาก สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเคหะสมุทรปราการ ไปยังพิพิธภัณฑ์ครุฑ ฟรีตลอดการเดินทาง  สอบถามโทร. 09-8882-3900 และลงทะเบียนจองรอบเข้าชม ได้ที่ http://www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/ebook
สำหรับท่านที่ไม่สะดวกเดินทางสามารถรับชมพิพิธภัณฑ์ครุฑในรูปแบบ Virtual Museum ได้ที่ลิงก์ https://www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum

ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี

ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี

ไม่ต้องลุ้นแล้ว! ต่าย ชุติมา ปล่อยช็อตหวานสวีทแฟนหนุ่ม เช็กอินไกลถึงอิตาลี

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.27 น.

13 เมษายน 2569 ทำเอาโลกนี้กลายเป็นสีชมพูอีกครั้งเมื่อ ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ ได้ออกมาเปิดใจว่าไม่โสดแล้ว เจ้าตัวได้คบหาดูใจกับหนุ่มนอกวงการมา 6 ปี  แต่ที่ยังไม่ออกมาเผยความสัมพันธ์เพราะต้องการความชัดเจนอีกทั้งฝ่ายชายก็ค่อนข้างเก็บตัวด้วย 

ตอกย้ำความหวานขึ้นอีกเมื่อ ต่าย ชุติมา ได้ออกมาโพสต์ภาพรัวๆ เช็กอินที่ประเทศอิตาลีกับแฟนหนุ่มนอกวงการ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “@tye.chutima” พร้อมแคปชั่น “First station Milano ~ Check-in tourist spots #DoubleT”

ซึ่งถึงแม้ว่าจะมาเป็นภาพเงาคู่กัน ยังไม่ได้เปิดเผยใบหน้าฝ่ายชายแบบชัดๆ แต่ภาพที่สาวต่ายได้โพสต์นั้นเรียกได้ว่า สวีทหวานท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของอิตาลีกันเลยทีเดียว อีกทั้งเมื่อส่องไปที่สตอรีไอจี สาวต่ายก็โพสต์ภาพรัวๆ ดินเนอร์หวานกับแฟนหนุ่มเช่นกัน 

บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ่อจ๊ะ นงผณี คืนที่ 2 เพื่อนดาราร่วมอาลัย

บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ่อจ๊ะ นงผณี คืนที่ 2 เพื่อนดาราร่วมอาลัย

บรรยากาศพิธีสวดพระอภิธรรม พ่อจ๊ะ นงผณี คืนที่ 2 เพื่อนดาราร่วมอาลัย

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.16 น.

พระสงฆ์สวดอภิธรรม พ่อจ๊ะคืนที่ 2 บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก คนในวงการบันเทิงต่างมาร่วมพิธี ญาติพี่น้อง ชาวบ้านจำนวนมาก มาร่วมฟังพระสวดอภิธรรมแสดงความอาลัย  คืนนี้ จ๊ะมีงานคอนเสิร์ต 3งาน

วันที่ 13  เมษายน 2569 พิธีสวดพระอภิธรรม คุณพ่อประดิษฐ  มหาดไทย พ่อจ๊ะนงผณี มหาดไทย  ที่บ้านหมู่ 12 ตำบลแสวงหา  อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง  พ่อจ๊ะคืนที่ 2 บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก คนในวงการบันเทิง ญาติพี่น้อง ชาวบ้าน  มาร่วมงานฟังพระสวดอภิธรรมจำนวนมาก และให้กำลังใจจ๊ะ นงผณี    อาทิ ได๋ ไดอาน่า, ส้มเช้ง สามช่า อ.เป็นหนึ่ง  หนูเล็ก บลูเบอรี่  ธัญญ่า  อาร์สยาม ในขณะที่ บิ๊ก อชิรพนธ์ แฟนหนุ่ม ยังคงคอยดูแลและให้กำลังใจจ๊ะไม่ห่าง  และคืนนี้ 13 เม.ย.  จ๊ะมีงานคอนเสิร์ตถึง 3งาน

คุณพ่อ ประดิษฐ์ มหาดไทย อายุ 68 ปี พ่อจ๊ะ ได้ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะชนเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ได้รับบาดเจ็บสาหัสและรักษาตัวใน ICU จากไปอย่างสงบในวัที่ 12 เมษายน 2569 หลังรักษาตัว   จากการถูกรถกระบะชน   ขณะขี่รถจักรยานยนต์  นานกว่า 2 เดือน 

ด้าน จ๊ะนงผณี  เปิดใจ  มีญาติพี่น้องพ่อที่มาถวายผ้าไตรแต่งตัวไม่เรียบร้อย ฝากด้วยนะคะในฐานะเจ้าภาพ คือใครจะแต่งตัวยังไงก็ได้ วันนี้เป็นวันสงกรานต์ ใครจะใส่ชุดลายดอกมาก็ได้ เราไม่ได้เน้นเรื่องการแต่งตัว เราเน้นที่ว่าคุณมาก็ดีใจแล้ว นั่นคือกำลังใจ

ปกติแถวนี้จะสวดพระประมาณสองทุ่ม แต่บ้านเราสวด 6 โมงเย็น เพราะวันนี้เราสวดเสร็จก็ต้องรีบไปงานคอนเสิร์ต 3 งาน งานแรกเล่นสามทุ่มที่ศาลายา

ซึ่งทางรอบครัว เตรียมจัดงาน5วัน แต่ว่าวันที่ 16 เมษายน เขาเผาไม่ได้  เนื่องจากเป็นวันพระใหญ่เลยเลื่อนมาเป็นวันที่ 15 เมษายน  เวลา 16.00 น. ที่เมรุวัดบ้านเพชร  ตำบลแสวงหา 

รัก8ปีสุกงอม มิกซ์ ลูกชาย หม่ำ จ๊กมก คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงาน ครอบครัววงษ์คำเหลาพร้อมหน้ายินดี

รัก8ปีสุกงอม มิกซ์ ลูกชาย หม่ำ จ๊กมก คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงาน ครอบครัววงษ์คำเหลาพร้อมหน้ายินดี

รัก8ปีสุกงอม มิกซ์ ลูกชาย หม่ำ จ๊กมก คุกเข่าขอแฟนสาวแต่งงาน ครอบครัววงษ์คำเหลาพร้อมหน้ายินดี

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.44 น.

13 เมษายน 2569 เซอร์ไพรส์ใหญ่ต้อนรับวันปีใหม่ไทยเมื่อ  มิกซ์ เพทาย วงษ์คำเหลา ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตลกชื่อดัง หม่ำ จ๊กมก คุกเข่าขอแฟนสาวคนสวย น้องอาย ธนัฏฐา แต่งงานแล้ว ท่ามกลางงบรรยากาศอบอุ่นของครอบครัววงษ์คำเหลา ที่ร่วมกันเป็นสักขีพยานให้กับรักครั้งนี้ 

มิกซ์ เพทาย ได้ออกมาโพสต์โมเมนต์สำคัญผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@vongkumlao” พร้อมแคปชั่น “ครบรอบ 8 ปี ปีนี้ มีว่าทีสามีเป็นของตัวเอง อ้ายยยยยยยยย ขอบคุณทุกคนมากๆ มีความสุขสุดๆ ตื้นตันใจจริงๆ เคยสงสัยมาตลอดทำไมคนเราขอแต่งงานถึงร้องไห้ วันนี้รู้เลยยย หน้าตาเละเทะมาก อบอุ่นสุดๆพร้อมหน้าพร้อมตา มีแต่มวลความรักจากทุกคน และสุดท้ายขอขอบคุณ @vongkumlao ที่อยู่จับมือกันมาตลอด”

ซึ่งหลังจากที่ หนุ่มมิกซ์ เพทาย ได้ออกมาโพสต์คลิปนี้ออกไปนั้นก็มีเหล่าเพื่อนๆ ก็มีแฟนคลับทั้งของหนุ่มมิกซ์ รวมถึงครอบครัววงษ์คำเหลา รวมถึงคนใกล้ชิดเข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม ทีมข่าว #แนวหน้าออนไลน์ ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ

สวยออร่ามาก! ศรีริต้า เจนเซ่น อวดลุคชุดไทย ต้อนรับสงกรานต์ 2569

สวยออร่ามาก! ศรีริต้า เจนเซ่น อวดลุคชุดไทย ต้อนรับสงกรานต์ 2569

สวยออร่ามาก! ศรีริต้า เจนเซ่น อวดลุคชุดไทย ต้อนรับสงกรานต์ 2569

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.07 น.

วันที่ 13 เมษายน 2569 สงกรานต์ปีนี้ นางเอกสาวอย่าง ศรีริต้า เจเซ่น ณรงค์เดช มาในลุคผ้าไทยที่ทั้งสง่าและโดดเด่น ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการนุ่งชุดไทยประยุกต์โทนสีอ่อน สวยเรียบหรูดูสง่างาม อีกทั้งยังทำผมและติดเครื่องประดับที่เพิ่มความสวยละมุนอ่อนหวานมาก

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพผ่าน อินสตาแกรม @sriritajensen พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ  ปีใหม่ไทยปีนี้ ขอให้ทุกคนมีแต่รอยยิ้ม หัวใจเบา สบาย เต็มไปด้วยความสุข ขอให้สิ่งดีๆ ไหลมาเหมือนสายน้ำเลยนะคะ ”

ทำเอาคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ ต่างเข้ามาชื่นชมความสวยเป็นจำนวนมาก รวมทัั้ง กรณ์ ณรงค์เดช สามี ก็แซวว่า “สวยจังเมียใคร” ก่อนที่ริต้าจะตอบกลับขำๆ ว่า “เมียคุณอะค่ะ ลืมแล้วเหรอค้า”

ครั้งนี้คือเรื่องจริง สิ้น กำธร ศรวิจิตร ตำนานนักร้องชื่อดังของเมืองไทย

ครั้งนี้คือเรื่องจริง สิ้น กำธร ศรวิจิตร ตำนานนักร้องชื่อดังของเมืองไทย

ครั้งนี้คือเรื่องจริง สิ้น กำธร ศรวิจิตร ตำนานนักร้องชื่อดังของเมืองไทย

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.40 น.

จากกรณีที่ เพจเฟซบุ๊ก วงแกรนด์เอ็กซ์ Official โพสต์ภาพพร้อมข้อความไว้อาลัยต่อการจากไปของอดีตนักร้องนำวงพาวเวอร์แบนด์อย่าง กำธร ศรวิจิตร เจ้าของบทเพลงไทยสากลอันแสนไพเราะ เช่น อายฟ้าดิน, เหมือนไม่รักกัน, รอยสุนทรภู่ ฯลฯ. เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 จนกลายเป็นที่ฮือฮาบนโลกออนไลน์ไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะมีแสข่าวออกมายืนยันว่า อดีตนักร้องดัง ยังไม่เสียชีวิต และทางครอบครัวยันยังรักษาตัวในห้อง ICU ในเวลาต่อมานั้น

ล่าสุดวันนี้ 13 เมษายน 2569 บีบหัวใจแฟนเพลงอีกครั้ง เมื่อลูกชายของคุณ กำธร ศรวิจิตร ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โลเคชั่น สายแว้นซ์ เพื่อแจ้งข่าวเศร้าว่าคุณพ่อได้จากไปอย่างสงบแล้ว โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ออกเดินทางไกลแล้วนะครับพ่อ ขอบคุณที่เลี้ยงแฮปมาอย่างดี พ่อคือฮีโร่ที่เก่งที่สุดของแฮปและหลานๆ หลับให้สบายไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะครับ รักพ่อที่สุด คุณพ่อ กำธร ศรวิจิตร จากไปอย่างสงบ วันที่ 12 เมษายน 2569 เวลา 23.55 น. กำหนดการต่างๆ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะครับ ขอบคุณครับ”

กำธร ศรวิจิตร

หลังทราบข่าวเศร้า บรรดาคนใกล้ชิดและแฟนคลับของ กำธร ศรวิจิตร ที่ติดตามผลงานเพลงระดับตำนานอย่าง อายฟ้าดิน, เหมือนไม่รักกัน ต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเสียใจกับครอบครัวศรวิจิตรเป็นจำนวนมาก เช่น

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะพี่”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะแฮปปี้เป็นกำลังใจให้เสมอน้า”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับพี่แฮป”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับพี่”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะพี่แฮป”

“เสียใจด้วยนะครับพี่แฮป คุณพ่อขึ้นไปเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์แล้วคงมองดูการเติบโตของลูกๆหลานๆอยู่นะครับ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะพี่แฮป”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยคับ”

“เสียใจด้วยนะคะพี่แฮป”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ”

“เสียใจด้วยนะครับแฮปปี๋”

กำธร ศรวิจิตร
กำธร ศรวิจิตร
กำธร ศรวิจิตร

ซึ่ง กำธร ศรวิจิตร ถือเป็นหนึ่งในศิลปินคุณภาพแห่งยุค 70-80 เจ้าของเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ในสังกัดนิธิทัศน์ ที่สร้างความสุขให้กับแฟนเพลงมาอย่างยาวนาน ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวมา ณ ที่นี้ด้วยครับ 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก โลเคชั่น สายแว้นซ์ 

ม.อุบลฯ คว้า 4 รางวัลการประกวดผลงาน CWIE ระดับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา’69

ม.อุบลฯ คว้า 4 รางวัลการประกวดผลงาน CWIE ระดับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา’69

ม.อุบลฯ คว้า 4 รางวัลการประกวดผลงาน CWIE ระดับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา’69

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดย ดร.อนุสรณ์ บรรเทิง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศทางการศึกษา และคณะ นำนักศึกษาผู้แทนมหาวิทยาลัยฯ เข้าร่วมโครงการนิทรรศการและประกวดผลงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ดีเด่น ระดับเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประจำปี 2569 โดยผลงานนักศึกษาสามารถสร้างชื่อเสียงในการประกวด คว้า 4 รางวัล รางวัลชนะเลิศ 2 รางวัล  และรองชนะเลิศ 2 รางวัล มีสถาบันเครือข่ายอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จำนวน 9 สถาบัน เข้าร่วมนำเสนอผลงาน ในรูปแบบออนไลน์ และแบบ Onsite นำผลงานเข้าประกวด 2 ประเภท ได้แก่ การนำเสนอแบบปากเปล่า (Oral Presentation) จำนวน 40 ผลงาน และการนำเสนอแบบโปสเตอร์ (Poster Presentation) จำนวน 26 ผลงาน  ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

ดร.อนุสรณ์ บรรเทิง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศทางการศึกษา กล่าวว่า โครงการฯนับเป็นเวทีส่งเสริมให้นักศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำเสนอผลงาน เสริมสร้างประสบการณ์และทักษะการสื่อสารเชิงวิชาการในระดับเครือข่าย รวมถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมในการดำเนินงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานของนักศึกษา ตลอดจนเปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นำนักศึกษาเข้านำเสนอผลงาน และสามารถคว้ารางวัลดีเด่น จำนวน 4 รางวัล ชนะเลิศ 2 รางวัล  และ รองชนะเลิศ 2 รางวัลดังนี้ ประเภทโปสเตอร์ : รางวัลชนะเลิศ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดีเด่น ได้แก่  น.ส.สาริกา วาโยบุตร  สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ ผลงาน การลดปริมาณไนโตรรวม (TKN) ในน้ำทิ้งก่อนเข้าสู่ระบบบำบัดส่วนกลาง , รางวัลชนะเลิศ ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ดีเด่น ได้แก่ น.ส.มณฑาภู มูลสาร สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจในยุคดิจิทัล คณะศิลปะศาสตร์ ผลงาน แผนที่นำทางภายในโรงแรม (In-house Navigator)

ประเภท Oral Presentation : รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ดีเด่น ได้แก่ น.ส.มินตรา หงศรีเมือง ️สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ ผลงาน การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการรวบรวมข้อมูลจัดทำบัตรพนักงานด้วยระบบ Google Workspace: กรณีศึกษา Savan Park Office และบริษัทในเขต Zone C สปป.ลาว , รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1ด้านนานาชาติดีเด่น ได้แก่  น.ส.ญาณัจฉรา วิเชียรธวัชชัย สาขาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผลงาน  Co-ZIF-67 Decorated MXene Nanocomposite as a Catalyst for Peroxymonosulfate Activation in the Degradation of Methylene Blue

นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่สะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษาและการขับเคลื่อนการจัดการศึกษารูปแบบ CWIE ที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง พร้อมพัฒนาทักษะและนวัตกรรมเพื่อการทำงานในอนาคตอย่างมีคุณภาพ

ความหวังทะเลไทย นักวิจัย มก. เพาะเนื้อเยื่อ ‘หญ้าคาทะเล’ สำเร็จ เพิ่มมิติความหลากหลายทางชีวภาพ

ความหวังทะเลไทย นักวิจัย มก. เพาะเนื้อเยื่อ ‘หญ้าคาทะเล’ สำเร็จ เพิ่มมิติความหลากหลายทางชีวภาพ

ความหวังทะเลไทย นักวิจัย มก. เพาะเนื้อเยื่อ ‘หญ้าคาทะเล’ สำเร็จ เพิ่มมิติความหลากหลายทางชีวภาพ

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นักวิจัยคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ประสบความสำเร็จในเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของหญ้าชะเงาใบยาว หรือ หญ้าคาทะเล (Enhalus acoroides) ตลอดทั้งกระบวนการ เป็นที่แรกและที่เดียวในโลก รวมถึงพัฒนาวิธีการประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกเพื่อฟื้นฟูหญ้าทะเลได้สำเร็จ เป็นความหวังที่เปิดโอกาสใหม่ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์หญ้าทะเลของไทย

“หญ้าชะเงาใบยาว” หรือ “หญ้าคาทะเล” เป็นหญ้าทะเลชนิดที่มีขนาดใหญ่ กระจายตัวตามบริเวณชายฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามัน จึงมีความสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่ง มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ทั้งในมิติของความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร และเศรษฐกิจสีน้ำเงิน

ตลอดช่วงเวลากว่า 15 ปี คณะประมงได้เล็งเห็นถึงการถูกคุกคามที่เกิดกับระบบนิเวศหญ้าทะเล จึงได้สนับสนุนให้คณาจารย์และนักวิจัยหน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน พัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหญ้าทะเล โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งกระจายต้นพันธุ์ในอนาคตและลดการใช้ต้นพันธุ์จากธรรมชาติ จนปัจจุบัน เราได้ศึกษาวิจัยจนสามารถเพาะเลี้ยงเนื้อหญ้าชะเงาใยยาวได้เป็นผลสำเร็จตลอดกระบวนการเป็นที่แรกและที่เดียวในโลก ตั้งแต่การเลือกชิ้นส่วนเนื้อเยื่อ การฟอกฆ่าเชื้อ การชักนำยอด การชักนำราก จนได้เป็นต้นอ่อนหญ้าชะเงาใบยาวขนาดเล็ก ที่พร้อมจะนำไปอนุบาลในโรงเรือนเพาะเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเล ขั้นตอนและกระบวนการ รวมถึงสูตรอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ KU Media ได้ขอจดสิทธิบัตรแล้ว การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องปฏิบัติการต้องใช้เวลาอย่างน้อย 18 เดือน เพื่อพัฒนาส่วนต้นอ่อนปลอดเชื้อ ให้เป็นยอดจำนวนมาก และกระตุ้นให้ยอดเกิดเป็นราก จนพัฒนาเป็นต้นอ่อนในที่สุด

คณะประมง ได้พัฒนาวิธีการเลี้ยงและขยายพันธุ์ต้นอ่อนหญ้าทะเล ทั้งที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและจากการเก็บจากธรรมชาติ โดยพัฒนาสูตรปุ๋ยและกระบวนการเลี้ยง ในระบบโรงเรือนหน่วยวิจัยหญ้าทะเลต้านโลกร้อน สถานีวิจัยประมงศรีราชา ซึ่งเป็นโรงเรือนเพาะเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเลแห่งแรกของประเทศไทย และในภายหลัง ได้ถูกถอดแบบไปสร้างที่เกาะหมาก จ.ตราด เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้หญ้าทะเลและปะการัง หมู่เกาะหมาก ภายใต้ความร่วมมือของคณะประมง บมจ.บางจาก องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะหมาก และ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีนักวิจัยของคณะประมงเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลโรงเรือนให้กับชุมชนเกาะหมากอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน โรงเรือนทั้งสองแห่ง เป็นแหล่งเรียนรู้และต้นแบบในการปลูกเพาะขยายพันธุ์หญ้าทะเลให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมจำนวนมาก

นอกจากการเลี้ยงและอนุบาลหญ้าทะเลภายในโรงเรือนแล้ว คณะประมงยังได้ขยายหญ้าทะเลหลายชนิดลงสู่บ่อเพาะขยายพันธุ์หญ้าทะเลที่สถานีวิจัยประมงคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ สถานีวิจัยประมงสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งสำรองต้นพันธุ์หญ้าทะเลหลายชนิดสำหรับใช้ในการเป็นอาหารสำรองของพะยูนยามหญ้าทะเลขาดแคลน และเป็นแหล่งรวบรวมชนิดพันธุ์เพื่อการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลในอนาคต

ถึงแม้ว่าเราจะสามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พัฒนาวิธีการเพาะและอนุบาลหญ้าทะเลในหลายรูปแบบได้แล้ว เพื่อให้เกิดการพัฒนางานตลอดทางจนสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการปลูกในธรรมชาติได้ คณะประมงจึงคิดค้นวิธีการประเมินพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกหญ้าทะเล จนผู้ประเมินสามารถจัดทำออกมาเป็นแผนที่แสดงความเหมาะสมของพื้นที่เพื่อใช้ร่วมกับ Google Earth Application ทำให้ผู้ปลูกสามารถเดินเลือกพื้นที่ได้ด้วยตนเอง หากผู้ปลูกสามารถเลือกพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เพิ่มโอกาสรอดของหญ้าทะเลที่นำลงปลูกในพื้นที่ เป็นการใช้ต้นพันธุ์อย่างคุ้มค่า และลดการทำลายต้นพันธุ์ในธรรมชาติ โดยวิธีการประเมินพื้นที่ที่พัฒนาขึ้นนี้ ได้ผ่านการประเมินความแม่นยำ และมีการถ่ายทอดให้กับนักวิชาการกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเพื่อใช้ประโยชน์แล้ว

NARIT จัดค่ายเยาวชนดาราศาสตร์อาเซียน ‘AAC 2026’ แลกเปลี่ยน ‘วัฒนธรรม – ภาษา’ ดูดาวบนยอดดอยอินทนนท์

NARIT จัดค่ายเยาวชนดาราศาสตร์อาเซียน ‘AAC 2026’ แลกเปลี่ยน ‘วัฒนธรรม – ภาษา’ ดูดาวบนยอดดอยอินทนนท์

NARIT จัดค่ายเยาวชนดาราศาสตร์อาเซียน ‘AAC 2026’ แลกเปลี่ยน ‘วัฒนธรรม – ภาษา’ ดูดาวบนยอดดอยอินทนนท์

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

NARIT จัดค่ายเยาวชนดาราศาสตร์อาเซียน “ASEAN Astronomy Camp – AAC 2026” เพื่อสัมผัสประสบการณ์การดูดาวบนยอดดอยอินทนนท์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม ภาษา เยี่ยมชมหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ และห้องปฏิบัติการทางดาราศาสตร์ที่ล้ำหน้าและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับค่ายเยาวชนดาราศาสตร์อาเซียน (ASEAN Astronomy Camp – AAC 2026) เป็นค่ายดาราศาสตร์นานาชาติ ที่เปิดรับสมัครเยาวชนอายุระหว่าง 15-19 ปี จากภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลกกว่า 200 คน โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 42 คน จาก 12 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เมียนมาร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บังกลาเทศ อิตาลี ฟินแลนด์ โรมาเนีย และนักเรียนจากประเทศที่ไกลออกไปอีกครึ่งโลกอย่างโดมินิกันรีพับลิก ก็เดินทางมาร่วมค่ายนี้ด้วย

โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น การแข่งขัน “Astro Challenge” ที่จำลองมาจากการแข่งขันตอบคำถามปริศนาดาราศาสตร์ระดับประเทศของ NARIT กิจกรรม “แรลลี่ดาราศาสตร์” ที่แต่ละทีมจะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าร่วมกันระหว่างค่าย AAC กิจกรรมเรียนรู้การใช้กล้องโทรทรรศน์ สู่การแข่งขันหาประโยคลับที่ถูกซ่อนไว้ และการเรียนรู้เทคโนโลยีไครโอเจนิกส์ผ่านการทำไอศกรีมด้วยไนโตรเจนเหลว ซึ่งเชื่อมโยงกับการใช้งานจริงในงานดาราศาสตร์

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ของไทย ได้แก่ กล้องโทรทรรศน์แห่งชาติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร บนดอยอินทนนท์ และกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นับเป็นหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในช่วงย่านคลื่นแสงที่ตามองเห็นและคลื่นวิทยุ อีกทั้ง ได้เยี่ยมชมอาคารปฏิบัติการนวัตกรรมขั้นสูง อาคารปฏิบัติการพัฒนาต้นแบบและบ่มเพาะเทคโนโลยี อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีฟิล์มบาง อาคารปฏิบัติการขึ้นรูปชิ้นงานเชิงกลขั้นสูง ซึ่งเป็นอาคารปฏิบัติการเชิงวิศวกรรมด้านดาราศาสตร์ที่ก้าวหน้า และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค ตั้งอยู่ภายในอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ. เชียงใหม่ สำนักงานใหญ่ของ NARIT

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของค่ายนี้ คือกิจกรรรมดูดาวบนท้องฟ้าที่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ณ ยอดดอยอินทนนท์ ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดูดาวเบื้องต้น และรู้จักกลุ่มดาวผ่านท้องฟ้าจำลอง ก่อนออกไปสัมผัสประสบการณ์ดูดาวผ่านท้องฟ้าจริง และฝึกใช้งานกล้องโทรทรรศน์เพื่อสังเกตวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจ รวมถึงวัตถุในห้วงอาวกาศลึกด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ค่ายเยาวชนดาราศาสตร์อาเซียน หรือ AAC จะกลับมาอีกในปีถัดไป เพื่อมุ่งสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายและพหุวัฒนธรรมแก่เยาวชนที่เข้าร่วมทุกคนอีกครั้ง ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารการเปิดรับสมัครได้ทางทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และเว็บไซต์ http://www.NARIT.or.th

มมส สืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 ทำบุญตักบาตร-สรงน้ำพระ เสริมสิริมงคล

มมส สืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 ทำบุญตักบาตร-สรงน้ำพระ เสริมสิริมงคล

มมส สืบสานประเพณีสงกรานต์ 2569 ทำบุญตักบาตร-สรงน้ำพระ เสริมสิริมงคล

วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปี 2569 โดยมี รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้าร่วมงาน ณ บริเวณสวนป่าด้านข้างอาคารบรมราชกุมารี

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป เพื่อเป็นการส่งเสริมและรักษาประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทย และความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ไทย โดยมี พระครูวินัยวรญาณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม (ธ) เจ้าอาวาสวัดป่าศรัทธาธรรมวิทยา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

จากนั้น อธิการบดี มมส ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ไหว้พระสมาทานศีล และรับศีลจากประธานสงฆ์  พระสงฆ์ได้แสดงพระธรรมเทศนาสัมโมทนานียกถา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตแก่ผู้เข้าร่วมพิธี ผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้ถวายภัตตาหารและเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ ก่อนที่จะนำผู้บริหาร บุคลากร และนิสิต ร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก และพระพุทธมงคลมุนีศรีโรจนากร ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำมหาวิทยาลัย เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในเทศกาลสงกรานต์