นายกฯ-ภริยา นำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ พระราชินี

นายกฯ-ภริยา นำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ พระราชินี

นายกฯ-ภริยา นำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ พระราชินี

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.44 น.

นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 20.00 น. ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมคู่สมรส คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงพิธีท้องสนามหลวง ขึ้นสู่เวที นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ทำวันทยหัตถ์หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี แล้ววางพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน จากนั้นนายกรัฐมนตรีถวายธูปเทียนแพ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ ความว่า

“เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าทั้งที่ได้มาพร้อมกันอยู่ ณ บริเวณมณฑลพิธีแห่งนี้ และที่อยู่ในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนทั่วโลก มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน ในวันนี้

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ ด้วยพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณา เพื่อให้อาณาประชาราษฎร์มีความสุขสวัสดิ์ ทรงสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งด้านการสาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ และการส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้ราษฎรสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง ทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยทรงตระหนักถึงประโยชน์สุขของราษฎรทั้งมวล นอกจากนี้ ยังทรงส่งเสริมผ้าไทยและหัตถศิลป์พื้นถิ่น ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยอันวิจิตรในโอกาสต่างๆ อันเป็นการเชิดชูภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ น้ำพระราชหฤทัยและพระราชจริยวัตรอันงดงามยิ่งนี้ ได้ส่งเสริมพระเกียรติคุณแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทให้เป็นที่ประจักษ์แก่อาณาประชาราษฎร์โดยทั่วกัน

ในศุภวาระอันเป็นมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานพระราชานุญาตนำพสกนิกรทั้งหลายถวายพระพรชัยมงคล ดังต่อไปนี้

“ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ด้วยความจงรักภักดี ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญพร้อมจตุรพิธพรชัย พระเกียรติคุณเกริกไกรแผ่ไพศาล ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของปวงข้าพระพุทธเจ้า และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนาน เทอญ” 

จากนั้น ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรี และภริยา รับมอบโคมเทียนและร่วมร้องเพลงสดุดีจอมราชา ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวนำว่า “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี
 

สีหศักดิ์ ร่วมพิธีเปิดการประชุม OECD MCM ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส

สีหศักดิ์ ร่วมพิธีเปิดการประชุม OECD MCM ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส

สีหศักดิ์ ร่วมพิธีเปิดการประชุม OECD MCM ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.36 น.

“สีหศักดิ์” ร่วมพิธีเปิดการประชุม OECD MCM ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส 

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในระดับรัฐมนตรี (Organisation for Economic Co-operation and Development Ministerial Council Meeting: OECD MCM) ประจำปี ค.ศ. 2026 ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Getting Industrial Policies Right for Open Markets, Growth and Prosperity” 

การประชุมครั้งนี้มุ่งหารือแนวทางการกำหนดนโยบายอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาระบบการค้าและการลงทุนที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก 

การเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ของไทย เป็นโอกาสในการหารือและแลกเปลี่ยนในประเด็นระดับโลก ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ OECD ประเทศสมาชิก และหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนการขับเคลื่อนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2571 
 

ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย หวั่นเนื้อหาขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.

ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย หวั่นเนื้อหาขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.

ภูมิใจไทยมีมติถอนชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย หวั่นเนื้อหาขัดคำวินิจฉัยศาล รธน.

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.17 น.

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 17.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย  น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังจากการประชุมพรรคภูมิใจไทย ว่าในที่ประชุมได้พูดคุยกันเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยพรรคภูมิใจไทยมีมติว่า สมาชิกพรรคภูมิใจไทยที่ไปร่วมลงชื่อให้กับร่างของพรรคร่วมรัฐบาล คือร่างของพรรคเพื่อไทยนั้น เรามีความจำเป็นจะต้องทำเรื่องถอนการลงชื่อ สืบเนื่องจากเกรงว่าเนื้อหาจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

แนวหน้าวาทะเด็ด : 4 มิถุนายน 2569

แนวหน้าวาทะเด็ด : 4 มิถุนายน 2569

แนวหน้าวาทะเด็ด : 4 มิถุนายน 2569

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.59 น.


“ประเทศไทยจะไม่แข่งขันกันด้วยวาทกรรม แต่จะยึดข้อเท็จจริง กฎหมายระหว่างประเทศ และการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมเป็นหลัก เพราะความไว้วางใจเกิดจากการกระทำ ไม่ใช่เพียงถ้อยคำ”
                                                       พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี
                                         ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา

“The Nova Expo 2026 – Re:Build” พลิกโฉมอาคารเก่า เพื่อโลกไร้คาร์บอน เกรดอาคารเดิม ลดใช้พลังงานได้สูงสุด 50%

“The Nova Expo 2026 – Re:Build” พลิกโฉมอาคารเก่า เพื่อโลกไร้คาร์บอน  เกรดอาคารเดิม ลดใช้พลังงานได้สูงสุด 50%

“The Nova Expo 2026 – Re:Build” พลิกโฉมอาคารเก่า เพื่อโลกไร้คาร์บอน เกรดอาคารเดิม ลดใช้พลังงานได้สูงสุด 50%

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.25 น.

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ “The NOVA Expo 2026” ภายใต้แนวคิด “Re:Build – Upgrading Today for a Net-Zero Future” งานแสดงเทคโนโลยีอาคารครบวงจรแห่งปี ที่รวบรวมนวัตกรรมด้านพลังงาน วิศวกรรม การออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการอาคารสมัยใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอาคารไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ระหว่างวันที่ 3–5 มิถุนายน 2569 ณ ไบเทค บางนา

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายกระทรวงพลังงานเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานในอาคารเพื่อลดโลกร้อน” โดยเน้นย้ำว่า ภาคอาคารเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว

ด้าน ดร.เกชา ธีระโกเมน ประธานจัดงาน The NOVA Expo 2026 กล่าวว่า แนวคิด “Re:Build” ไม่ได้หมายถึงเพียงการปรับปรุงอาคาร แต่คือการยกระดับศักยภาพอาคารเดิม ผ่านการอัปเกรดระบบวิศวกรรม เทคโนโลยีพลังงาน สุขภาวะภายในอาคาร และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero Carbon และการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียวในอนาคต

งาน The NOVA Expo จัดโดย EEC Academy ภายใต้ EEC Engineering Network ซึ่งในปี 2569 ครบรอบ 50 ปีของการดำเนินงานในวงการวิศวกรรมและการออกแบบอาคาร พร้อมเปิดตัว “Re Handbook” คู่มือแนวทางปรับปรุงอาคารสู่ Net Zero ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงสำหรับเจ้าของอาคาร วิศวกร และนักออกแบบ

ปัจจุบันกว่า 70% ของอาคารในประเทศไทยมีอายุมากกว่า 20 ปี ขณะที่ภาคอาคารและที่อยู่อาศัยใช้ไฟฟ้ารวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ การอัปเกรดอาคารจึงเป็นโอกาสสำคัญในการลดการใช้พลังงาน โดยสามารถลดการใช้พลังงานได้สูงถึง 50% และช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

อีกหนึ่งจุดแข็งของแนวคิด “Re:Build” คือ การต่อยอดศักยภาพอาคารเดิมที่มีทำเลและระบบขนส่งรองรับอยู่แล้ว ช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินและขีดความสามารถในการแข่งขันได้ทันที โดยใช้คาร์บอนจากการก่อสร้างต่ำกว่าการรื้อและสร้างอาคารใหม่ ขณะเดียวกัน แนวโน้มด้านสุขภาวะและมาตรฐานคุณภาพสภาพแวดล้อมภายในอาคาร (IEQ) กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน และสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจและบริการระดับนานาชาติ

ภายในงานยังมีปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การอัปเกรดอาคารเพื่อรองรับเศรษฐกิจสุขภาพ” โดยผู้อำนวยการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งนำเสนอแนวทางการพัฒนาอาคารเพื่อรองรับสังคมสุขภาพและมาตรฐาน Wellness Building ที่กำลังได้รับความสำคัญทั่วโลก

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สมาคมวิชาชีพ และภาคเอกชน ในการผลักดันอุตสาหกรรมอาคารไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านโครงการ Advanced Innovation City โดย National Charter และอาคารต้นแบบด้านสุขภาพและพลังงานจาก MEA Energy Saving

สำหรับนวัตกรรมไฮไลท์ที่เปิดตัวภายในงาน ประกอบด้วย Cooling Tower ประสิทธิภาพสูงจาก TRUWATER, Power Train Unit ห้องไฟฟ้าสำเร็จรูปจาก Fuji SMBE, CHILLOX นวัตกรรมแบตเตอรี่เก็บความเย็นจาก SCGC และ GRP Pipe ท่อพลาสติกขนาดใหญ่พิเศษจาก TAC-M รวมถึงโซลูชันอนุรักษ์พลังงานจาก Thai ESCO Association และโมเดลปรับปรุงระบบทำความเย็นแบบไม่ต้องลงทุนจาก UNISUS Green Energy ที่ช่วยลดค่าไฟฟ้าและลดคาร์บอนได้ทันที

ตลอด 3 วันของการจัดงาน ยังมีเวทีสัมมนาให้เข้าฟังฟรี ครอบคลุมหัวข้อด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม Smart Building เทคโนโลยี AI การบริหารจัดการอาคาร และแนวทางลดพลังงาน-ลดคาร์บอนที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยหลายโครงการสามารถคืนทุนได้ภายใน 2–3 ปี

The NOVA Expo 2026 ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน สะท้อนพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาคารไทยสู่อนาคต Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำบทบาทของการอัปเกรดอาคารเดิมในฐานะกลไกสำคัญที่จะเปลี่ยน “อาคารเก่า” ให้กลายเป็น “โอกาสใหม่” ของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

เรื่องนี้มีประวัติ : บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้สักทองกลางสวนป่า ณ กรุงเทพมหานคร

เรื่องนี้มีประวัติ : บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้สักทองกลางสวนป่า ณ กรุงเทพมหานคร

เรื่องนี้มีประวัติ : บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้สักทองกลางสวนป่า ณ กรุงเทพมหานคร

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.21 น.

บ้านไม้สักทองหลังใหญ่มโหฬาร ชื่อบ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้สักทองสร้างแบบบังกะโลว์ในสวนป่า ของนายเลิศ เศรษฐบุตร หรือพระยาภักดีนรเศรษฐ ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านวิทยุ เพลินจิต ชิดลม สมคิดในบัดนี้ บ้านหลังนี้มีความเป็นมาที่น่าสนใจยิ่ง ถึงแม้คนจำนวนไม่น้อยอาจจะรู้จักประวัติของบ้านอายุร้อยกว่าปีหลังนี้ค่อนข้างดี แต่ทุกครั้งที่ได้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศน่าหลงใหลของบ้าน และของสวนป่าที่รวมต้นไม้อายุหลายสิบปี บางต้นอาจมีอายุเป็นร้อยปี ก็ทำให้อยากเรียนรู้ประวัติของบ้านในแง่มุมอื่น ๆ ให้ลึกซึ้งและครบถ้วนมากกว่าที่เคยทราบมาก่อน

วันนี้ขอชวนคุณผู้รักรากเหง้าของกรุงเทพฯ ไปเที่ยวบ้านปาร์คนายเลิศด้วยกันอีกสักครั้ง แม้หลายคนอาจจะบอกว่าไปมาแล้วหลายครั้ง แต่รับรองว่าการไปเที่ยวบ้านที่เรียกได้ว่าเป็น One of the special heritage of Bangkok ในครั้งนี้จะทำให้คุณมองเห็นและเข้าใจปรัชญาของเจ้าของบ้านได้ลึกซึ้งถึงแก่นยิ่งขึ้น แล้ววันหน้าจะชวนคุณไปคุยผ่านตัวอักษรจากบทสัมภาษณ์กับทายาทรุ่นสามและสี่ของเจ้าของบ้านปาร์คนายเลิศด้วยกัน แต่สำหรับวันนี้ขอชวนคุณเที่ยวบ้านไม้สักทองที่ปลูกท่ามกลางพรรณไม้ยืนต้นนานาชนิดผ่านตัวหนังสือและภาพก่อน

เริ่มจากหนังสือแบบ pop-up ชื่อบ้านปาร์คนายเลิศ (NAI LERT PARK HERITAGE HOME The Ultimate Pop-up Book) ผลงานของทวีพงษ์ ลิมมากร หนังสือ pop-up เล่มนี้มหัศจรรย์มาก เพราะรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน ให้ข้อมูลของบ้านได้ละเอียดละออ ทำให้เห็นภาพบ้านไม้สักทองทั้งสองหลังราวกับได้เข้าไปดูของจริงด้วยตาตัวเอง แล้วยังทำให้เห็นถึงบรรยากาศของบ้านกลางสวนป่ากลางกรุงฯ รวมถึงทำให้จินตนาการเห็นของสะสมของเจ้าของของบ้านที่เก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ แม้หนังสือเล่มนี้จะมีภาพ pop-up ขนาดใหญ่เพียงสองภาพเท่านั้น แต่ก็ยังมีภาพ pop-up ขนาดเล็กประกอบอีก 8 ภาพ เพราะฉะนั้น เมื่อ pop-up ทุกภาพแล้วจึงทำให้เห็นรายละเอียดของบ้านปาร์คนายเลิศได้โดยสมบูรณ์ เห็นรถยนต์คันโปรดของพระยาภักดีนรเศรษฐ แล้วยังได้เห็นของสะสมในบ้านในพิพิธภัณฑ์กลางสวนป่า ได้เห็นรถเมล์ขาวนายเลิศ เห็นเรือ และจักรยานของนายเลิศ และเห็นเรือนบรรพบุรุษของเจ้าของบ้าน

ผู้เขียนขอทำตัวประมาณว่า เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน ด้วยการเล่าประวัติโดยสังเขปว่า บ้านปาร์คนายเลิศได้รับการดูแลอย่างดีต่อจากนายเลิศโดยท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ธิดาคนเดียวของพระยาภักดีนรเศรษฐ และคุณหญิงสิน โดยกิตติศัพท์ของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์คือรักต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ และรักความเป็นธรรมชาติเหนือสิ่งอื่นใด เมื่อสิ้นท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ บ้านหลังนี้ก็ถูกส่งต่อไปยังธิดาทั้งสองของท่านคือ คุณพิไลพรรณ สมบัติศิริ และคุณสัณหพิศ โพธิรัตนังกูร พร้อมทั้งทายาทรุ่นต่อ ๆ ไปของตระกูล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลร่วมกันของทายาทรุ่นที่ 3 และ 4 สำหรับทายาทรุ่นที่ 4 ที่เข้ามารับบทบาทสำคัญในการดูแลมรดกสำคัญชิ้นนี้คือคุณณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร (วันหน้าจะชวนคุณผู้อ่านไปคุยกับทายาทรุ่นที่ 3 และ 4 ของบ้านปาร์คนายเลิศด้วยกัน) 

ทุกวันนี้บ้านปาร์คนายเลิศยังคงเอกลักษณ์ไว้อย่างน่าประทับใจ จนอาจจะกล่าวได้ว่าบ้านปาร์คฯ แห่งนี้เคยเป็นมาอย่างไร ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แม้วันเวลาจะล่วงผ่านไปนานกว่าศตวรรษ แต่บ้านปาร์คฯ หลังนี้ก็ยังคงเป็นบ้านปาร์คนายเลิศดุจดั่งเมื่อครั้งผู้ก่อสร้างบ้านยังดำรงชีวิตอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการซ่อมแซมบูรณะให้บ้านสวยงามมั่นคงแข็งแรง และเข้มขลังอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่บ้านเก่าย่อมต้องทรุดโทรมผุพังไปตามกาลเวลา แต่ด้วยความเอาใจใส่อย่างดียิ่งของทายาท ก็ทำให้บ้านเก่าอายุกว่าร้อยปียังคงความงามและสมบูรณ์ได้จนถึงบัดนี้ 

เราซึ่งเป็นคนรุ่นหลัง เป็นทายาท คงไม่มีความสามารถสร้างเรือนไม้สักเก่าแก่หลังนี้ได้ด้วยตัวเราเองอย่างแน่นอน แต่ยืนยันว่าเราตั้งใจเก็บรักษา และดูแลเรือนไม้ประวัติศาสตร์หลังนี้ไว้อย่างดีที่สุด เราทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้เรือนไม้บ้านปาร์คนายเลิศ บ้านไม้ทรงไทยตามแบบฉบับของนายเลิศยังคงสภาพงดงามดังเดิม เราตั้งใจเก็บรักษาและดูแลสวนป่าให้อยู่คู่กับบ้านปาร์คฯ และตั้งใจอนุรักษ์บ้านหลังนี้ให้เป็นทั้ง museum และ heritage กลางสวนป่าใจกลางกรุงเทพมหานครที่สมบูรณ์แบบ นี่คือคำมั่นจากทายาทรุ่น 3 และ 4 ของนายเลิศ

และแน่นอนที่สุดคือ เมื่อกล่าวถึงบ้านปาร์คนายเลิศแล้ว หลายคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปย่อมต้องนึกถึงงานจัดดอกไม้ที่แสนยิ่งใหญ่งานหนึ่งของเมืองไทย งานนี้สำคัญมากถึงขนาดที่ว่าสื่อมวลชนต่างชาติยังต้องมานำเสนอข่าว ส่วนคนไทยผู้หลงใหลในความงดงามของมวลดอกไม้นานาพรรณ โดยเฉพาะดอกไม้ไทยแท้ ๆ ก็ต้องเฝ้ารอชมงานจัดดอกไม้ ในโรงแรมฮิลตัน ปาร์ค นายเลิศ 

ธิดาของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์บอกว่า มีประโยคสำคัญประโยคหนึ่งที่ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์บอกย้ำเสมอ ๆ คือ “พ่อสอนว่าสีเขียวทำให้คนสุขใจ” นี่คือการปลูกฝังให้รักธรรมชาติ รักต้นไม้ รักสิงสาราสัตว์ต่าง ๆ เสน่ห์ของงานดอกไม้ ณ ปาร์คนายเลิศยังคงตราตรึงอยู่ในใจของคนไทยเสมอมา ผู้ร่วมจัดงานดอกไม้รายหนึ่งบอกว่า หัวใจสำคัญของงานดอกไม้ที่ปาร์คนายเลิศ คือการรวบรวมคนที่รักชอบดอกไม้ คนรักการจัดดอกไม้ก็ได้จัดแสดงฝีมือของตัวเอง คนชอบดอกไม้ก็ได้ไปชื่นชมความงามของดอกไม้ที่ถูกจัดอย่างงดงาม และได้ทำบุญร่วมกัน ช่วยเหลือสังคมร่วมกัน ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ผู้เขียนตั้งใจนำภาพงานจัดดอกไม้ ณ ปาร์คนายเลิศ มาประกอบในบทความวันนี้ด้วย   

ยังมีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับบ้านปาร์คนายเลิศอีกเหลือคณานับที่จะมาบอกเล่าชวนคุณคุญ แต่ทว่าเนื้อหาสำหรับนำเสนอเรื่องราวในคอลัมน์หมดแล้ว ก็ขอยกยอดเรื่องของบ้านปาร์คไปไว้ในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป แต่ก็จะลากันวันนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณหนังสือหนังสือต่าง ๆ ที่เป็นต้นธารของเรื่องราวในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะหนังสือ pop-up และขอขอบคุณภาพประวัติศาสตร์ที่มาจากหนังสืออีก 4 เล่ม คือ เลิศ-สิน เลิศสมันเตา พระยาภักดีนรเศรษฐ และหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ

สำหรับผู้สนใจซื้อหาหนังสิอ pop-up และหนังสือชุดนายเลิศ รวมสามเล่ม คือ เลิศ-สิน เลิศสมันเตา และพระยาภักดีนรเศรษฐ สามารถซื้อได้ที่บ้านปาร์คนายเลิศ 

บ้านปาร์คนายเลิศเปิดให้เข้าชมวันพุธถึงอาทิตย์ วันละ 4 รอบ คึอ 09.30 11.30 14.30 และ 16.30 น. บัตรราคา ผู้ใหญ่ 350 บาท นักเรียน นิสิต นักศึกษา 150 บาท เด็กความสูงน้อยกว่า 100 เซนติเมตร เข้าชมฟรี สนใจสอบถามรายละเอียดโปรดติดต่อ โทรศัพท์ 0 2253 0123 Email : museum@nailertgroup.com

เฉลิมชัย ยอดมาลัย

C P S ส่งต่อกางเกงเดนิมจากกิจกรรม ‘Rewrite Your Denim Story’ ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา สานต่อคุณค่าของเดนิมสู่สังคม ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

C P S ส่งต่อกางเกงเดนิมจากกิจกรรม 'Rewrite Your Denim Story' ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา สานต่อคุณค่าของเดนิมสู่สังคม ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

C P S ส่งต่อกางเกงเดนิมจากกิจกรรม ‘Rewrite Your Denim Story’ ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา สานต่อคุณค่าของเดนิมสู่สังคม ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.40 น.

อภิสิทธิ์ สิงหสัจจเทศ Brand Creator แบรนด์ C  P  S ส่งมอบกางเกงเดนิมจำนวนกว่า 500 ตัว จากกิจกรรม “Rewrite Your Denim Story” ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อส่งต่อโอกาสให้แก่ผู้ขาดแคลนในสังคม ผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของมูลนิธิฯ โดยมี วีราภรณ์ ประสพรัตนสุข หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรและระดมทุนมูลนิธิกระจกเงาเป็นผู้รับมอบ

อภิสิทธิ์ สิงหสัจจเทศ Brand Creator แบรนด์ C  P  S  ส่งมอบกางเกงเดนิมจำนวนกว่า 500 ตัว จากกิจกรรม “Rewrite Your Denim Story”  โดยมี วีราภรณ์ ประสพรัตนสุข หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรและระดมทุนมูลนิธิกระจกเงาเป็นตัวแทนผู้รับมอบจากมูลนิธิกระจกเงา

โดยหัวใจสำคัญของกิจกรรม Rewrite Your Denim Story ในครั้งนี้ คือการตอกย้ำบทบาทของ C  P  S ในฐานะ Denim Curator ที่ไม่ได้มองเดนิมเป็นเพียงเสื้อผ้า แต่เป็นแฟชั่นไอเทมที่อยู่กับผู้คนในทุกช่วงชีวิต ผ่านการสวมใส่ การเดินทาง และบันทึกเรื่องราวต่างๆ ของเจ้าของแต่ละคน เดนิมจึงเป็นหนึ่งในไอเทมแฟชั่นที่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างมีคุณค่า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

กางเกงเดนิมที่ส่งมอบในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “Rewrite Your Denim Story” ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน DENIM WEEK ณ PLAY art house ถนนทรงวาด และกิจกรรม Rewrite Your Denim Story เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ร้าน C  P  S  ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้านำเดนิมตัวเก่าในสภาพดีที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ไม่จำกัดแบรนด์ มาแลกเป็นเดนิมตัวใหม่จาก C  P  S เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อเดนิมให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมในวงกว้างต่อไป

อัปเดตเทรนด์แฟชั่นสุดเท่ของ “C  P  S” เพิ่มเติมได้ที่
Instagram : @cps.label
Facebook : CPS
LINE Official Account : @cps
TikTok : cps.label

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผ้าพันคอและเนคไทรุ่นพิเศษ

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผ้าพันคอและเนคไทรุ่นพิเศษ

สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับแบรนด์ SIRIVANNAVARI เผยโฉมผ้าพันคอและเนคไทรุ่นพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.27 น.

สถาบันพระปกเกล้า โดย พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสำนักงานเลขาธิการ จัดงานเทิดพระเกียรติครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อ  “A Legacy in Bloom: Designing Royal Heritage Across Generations” เพื่อเปิดตัวผ้าพันคอและเนคไทของสถาบันพระปกเกล้า เนื่องในวาระพิเศษแห่งการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูงานหัตถกรรมพื้นถิ่น และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงยกระดับงานศิลปาชีพไทยให้มีคุณค่าและร่วมสมัย โดยได้รับการออกแบบโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI ผ่านมุมมองขององค์ครีเอทรีฟไดเร็กเตอร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้วยลวดลายจากแรงบันดาลใจเกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ

A Legacy in Bloom: Designing Royal Heritage Across Generations เป็นส่วนหนึ่งของโครงการกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ‘สิริรำไพพรรณ พัสตราภรณ์’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีฯ ในโอกาสมหามงคล 120 ปี แห่งวันพระราชสมภพ และโอกาส 100 ปี แห่งวันสถาปนาพระบรมราชินี อีกทั้ง ยังเป็นวาระสำคัญที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) มีมติรับรองการประกาศยกย่องให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ประจำปี 2569 – 2570 พร้อมกันนี้ ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการส่งเสริมหัตถศิลป์และผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล  

ในการนี้แบรนด์ SIRIVANNAVARI ร่วมสืบสานและต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านงานออกแบบและแฟชั่นร่วมสมัย โดยมี “บุรพราชินี” ทั้งสองพระองค์เป็นปฐมบทแห่งแรงบันดาลใจอันสูงสุดในการศึกษาศิลปะและการออกแบบ ได้รังสรรค์อัตลักษณ์ของสถาบันพระปกเกล้าผ่านการตีความใหม่ด้วยศิลปะแฟชั่นชั้นสูง ในผลิตภัณฑ์ 3 รูปแบบ

  • เนคไทสำหรับนักศึกษาชาย : ออกแบบบนพื้นผ้าสีเขียวอันเป็นสีประจำสถาบันพระปกเกล้า โดดเด่นด้วยลวดลาย “ดอกไอริส” สีเหลือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI พร้อมประดับตราสัญลักษณ์สถาบันฯ ตรงกึ่งกลางของลวดลาย ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์  อันวิจิตรที่ผสานตัวตนของสองสถาบันไว้อย่างกลมกลืน เปี่ยมด้วยความหมาย 
  • เนคไทสำหรับผู้บริหาร : รังสรรค์ด้วยสีดำที่สื่อถึงความสง่างามและความน่าเชื่อถือ ตกแต่งด้วยลวดลายโลโก้ของสถาบันพระปกเกล้า ถือเป็นเนคไทรุ่นพิเศษสำหรับผู้บริหารของสถาบันฯ
  • ผ้าพันคอสำหรับนักศึกษาหญิง : ลายพิมพ์ภาพวาด ‘ต้นประดู่’ พรรณไม้ประจำรัชกาลที่ 7 ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะสถาบันที่จัดตั้งขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมตีกรอบด้วยสีเขียวและประดับตราสัญลักษณ์สถาบันฯ ทั้ง 4 มุม สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของสถาบัน

ภายในงานยังจัดแบ่งพื้นที่นิทรรศการออกเป็น 3 โซน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวพระเกียรติคุณ การสืบสานรสนิยมความงาม และการพัฒนางานหัตถศิลป์ไทยของทั้ง 3 พระองค์ เริ่มจาก โซนเฉลิมพระเกียรติ นำเสนอพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และความเชื่อมโยงของทั้ง 3 พระองค์ในฐานะผู้ทรงส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่ สมเด็จพระนางเจ้ารําไพพรรณี ผู้ทรงมีพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎร ฟื้นฟูงานหัตถกรรมพื้นถิ่นของจันทบุรี และพัฒนาเป็นกิจการ S.B.K. อุตสาหกรรมชาวบ้าน ต่อด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพและยกระดับงานหัตถกรรมไทยให้ดำรงอยู่ได้อย่างสง่างามในโลกปัจจุบัน และสมเด็จพระเจ้า  ลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านงานออกแบบและแฟชั่นร่วมสมัยภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI

โซนต่อมา นําเสนอชิ้นงานทรงออกแบบ ทั้งผ้าพันคอและเนคไท ที่ถ่ายทอดแนวคิด กระบวนการออกแบบ และความหมายอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียด พร้อมทั้งนําเสนอการลงสีลายผ้าพันคอโดยช่างฝีมือจากแผนกช่างเขียนภาพ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และปิดท้ายด้วย โซนต้อนรับและเวทีสนทนา ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการบอกเล่าถึงความร่วมมือสำคัญระหว่างสถาบันพระปกเกล้า และแบรนด์ SIRIVANNAVARI  

นิทรรศการเทิดพระเกียรติในครั้งนี้  เปิดให้ผู้ที่สนใจและประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2569 วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 นาฬิกา ณ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสามารถติดตามรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่  02 142 7703

การบินไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ส่งนักบินหญิงคนแรกปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินพาณิชย์

การบินไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่  ส่งนักบินหญิงคนแรกปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินพาณิชย์

การบินไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ส่งนักบินหญิงคนแรกปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบินพาณิชย์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.12 น.

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สร้างอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์องค์กร ด้วยการส่ง แบม- นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วย (First Officer) บนเที่ยวบินพาณิชย์ของการบินไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ในเที่ยวบิน TG564 เส้นทางกรุงเทพฯ–ฮานอย  ด้วยเครื่องบิน Airbus A320-200 ทะเบียน HS-TXS ถือเป็นนักบินหญิงคนแรกในรอบ 66 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ทำการบินของการบินไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี จันทริกา โชติกเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่สายทรัพยากรบุคคล และผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการบิน ร่วมแสดงความยินดี

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของการบินไทยในการส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีศักยภาพได้เติบโตในสายอาชีพการบิน โดย แบม- นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย นักบินหญิงคนแรกของการบินไทยรายนี้ สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวกรรมการบินและนักบินพาณิชย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง  และผ่านการฝึกบินพาณิชย์จาก Asia Aviation Academy ก่อนสั่งสมประสบการณ์ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วยเครื่องบิน Airbus A320 กับสายการบินชั้นนำเป็นเวลากว่า 4 ปี

 แบม- นางสาวปัณณธร ตั้งรุ่งเรืองชัย นักบินหญิงคนแรกของการบินไทย

การเข้าปฏิบัติหน้าที่ของเธอนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการบินไทยในยุคใหม่ สะท้อนถึงศักยภาพของบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมการบิน และความพร้อมขององค์กรในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลตามมาตรฐานสากล

ความสำเร็จของนักบินหญิงคนแรกในครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะสตรีที่มีความฝันในสายอาชีพการบิน กล้าก้าวสู่เส้นทางแห่งความท้าทาย และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินไทยสู่อนาคต

อโกด้าเผย Bangkok Pride 2026 ดึงนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทั้งเอเชีย

อโกด้าเผย Bangkok Pride 2026 ดึงนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทั้งเอเชีย

อโกด้าเผย Bangkok Pride 2026 ดึงนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทั้งเอเชีย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.08 น.

หากพูดถึงเมืองที่มีเทศกาลเฉลิมฉลองสิทธิและความหลากหลายทางเพศได้มีสีสันที่สุดในเอเชีย กรุงเทพฯ คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ในช่วงเทศกาล Pride ปีนี้ทั้งถนนหนทาง รูฟท็อป และย่านต่างๆ ทั่วเมืองต่างคึกคักไปด้วยกิจกรรม สีสัน และบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่ดึงดูดนักเดินทางให้มาเยือนจากทั่วภูมิภาค อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยว  เผยว่า ใน 9 ประเทศที่ทำการค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ของเทศกาล Pride มากที่สุดนั้น ล้วนมาจากเอเชียทั้งหมดทุกอันดับ โดยอ้างอิงจากการค้นหาที่พักบนแพลตฟอร์มอโกด้า สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ประเทศที่มีนักเดินทางค้นหาที่พักในกรุงเทพฯ สำหรับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสิทธิและความหลากหลายทางเพศมากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย ฮ่องกง และฟิลิปปินส์ ซึ่งนั่นบ่งบอกได้ชัดเจนว่ากรุงเทพฯ กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวช่วง Pride ในสายตาของนักเดินทางชาวเอเชีย นอกจากนี้ ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าผู้คนในภูมิภาคนี้ต่างมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เปิดกว้างและมีชีวิตชีวา และกรุงเทพฯ ก็ตอบโจทย์ทุกข้อนั้นได้ในระยะเที่ยวบินสั้น ๆ

สำหรับทั้ง 9 ประเทศนั้น แต่ละประเทศก็มีการฉลองกิจกรรม Pride ที่ต่างกันออกไป เช่น ไต้หวันมีขบวนพาเหรดประจำปีที่ดึงผู้คนมาร่วมนับแสน ขณะที่โตเกียว โซล มะนิลา และฮ่องกง ต่างก็มีงานฉลองของตัวเองที่คึกคักและเติบโตขึ้นทุกปี สำหรับกรุงเทพฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองนี้ได้ก้าวข้ามความเป็นเพียงจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างสำหรับนักเดินทาง สู่การเป็นสัญลักษณ์ระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง และยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก เมื่อประเทศไทยกลายเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้กรุงเทพฯ มีแรงดึงดูดในฐานะศูนย์กลาง Pride Tourism ของภูมิภาคมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นก่อนที่ธงสายรุ้งในขบวนพาเหรดจะออกสู่ท้องถนน เริ่มจากงาน Bangkok Pride Awards 2026 ที่กลับมาอีกเป็นครั้งที่สอง ในวันที่ 28 พฤษภาคม ณ NEX HALL สยามพารากอน เพื่อมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลผู้บุกเบิกและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับกลุ่ม LGBTQ+ ของไทย ใน 11 สาขา รวม 24 รางวัล โดยปีนี้มีผู้ร่วมโหวตมากกว่า 6 ล้านโหวต และไฮไลต์หลักที่ทุกคนรอคอยที่สุดของสัปดาห์นี้คือ Pride Parade ในวันที่ 31 พฤษภาคม ภายใต้ธีม “Patch the World with Pride” โดยขบวนจะเริ่มต้นจากถนนสีลมมุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน พร้อมจุดเด่นสุดพิเศษอย่างธงสายรุ้งขนาดยักษ์ที่ยาวกว่า 500 เมตร

นอกจากขบวนพาเหรดแล้ว Bangkok Pride Forum 2026 ยังรวบรวมเวทีเสวนากว่า 35 เซสชันที่ครอบคลุมหัวข้อด้านวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และชุมชน และยังมี Drag Bangkok Festival 2026 นำเสนอธีม “From Thailand to the World” พร้อมการแข่งขัน drag lip-sync ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดนี้ กรุงเทพฯ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดว่าเมืองนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่คือพื้นที่ที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และเชื่อมโยงผู้คนจากทุกมุมโลกเข้าหากันอย่างแท้จริง

นางสาวอรรคพร รอดคง  ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า เปิดเผยว่า “กรุงเทพฯ มีเสน่ห์พิเศษในการดึงดูดนักเดินทางจากทั่วเอเชียในช่วง Pride Season ซึ่งเห็นได้ชัดจากการที่ทั้ง 9 ตลาดต่างประเทศที่มียอดค้นหาสูงสุดล้วนมาจากภูมิภาคเดียวกัน ที่อโกด้า เรามุ่งมั่นช่วยให้นักเดินทางทุกคนเข้าถึงที่พักที่ใช่ในเวลาที่เหมาะสม ด้วยข้อเสนอราคาคุ้มค่า ตัวเลือกที่พักที่หลากหลาย และประสบการณ์การจองที่สะดวกสบาย เพื่อให้ทุกช่วงเวลาพิเศษ อย่างเช่นเทศกาล Pride เป็นทริปที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ด้วยตัวเลือกที่พักมากกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมท่องเที่ยวอีกกว่า 300,000 รายการ อโกด้าช่วยให้นักเดินทางสามารถวางแผนและจองทุกส่วนของการเดินทางได้ครบจบในที่เดียว สำหรับใครที่กำลังวางแผนบินมากรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาล Pride สามารถเลือกดูตัวเลือกที่พักที่หลากหลายได้เลยบนแอปพลิเคชันอโกด้า หรือที่ Agoda.com