สงกรานต์นี้ต้องดู’สายสืบชาวบ้าน’ไฮไลต์พิเศษ ‘รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ’ร่วมส่งต่อความห่วงใย

สงกรานต์นี้ต้องดู'สายสืบชาวบ้าน'ไฮไลต์พิเศษ 'รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ'ร่วมส่งต่อความห่วงใย

สงกรานต์นี้ต้องดู’สายสืบชาวบ้าน’ไฮไลต์พิเศษ ‘รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ’ร่วมส่งต่อความห่วงใย

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.13 น.

ฮือฮารับสงกรานต์ สายสืบจีจี้-สายสืบนิวหนวด ชวนคุณตำรวจสายสืบตัวจริง “รองจ๋อ-สารวัตรแจ๊ะ” มาพูดคุยสุดพิเศษ ใน “สายสืบชาวบ้าน” อาทิตย์ 12 เมษายนนี้ต้อนรับวันปีใหม่ไทยด้วยประเด็นเตือนภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม ในรายการ “สายสืบชาวบ้าน” 2 พิธีกรสายคดี สายสืบจีจี้-ศจี วงศ์อำไพ และ สายสืบนิวหนวด-ธนิศ แก้วนาค ขนเรื่องจริงในสังคมมาเล่าแบบเข้มข้น พร้อมสาระน่ารู้รับเทศกาลสงกรานต์สัปดาห์นี้เปิดด้วยบรรยากาศคึกคักของ การเกณฑ์ทหาร ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 เมษายน โดยทุกปีมักมีโมเมนต์ไวรัลทั้งชวนขำ ซึ้งกินใจ และเรื่องราวสุดประทับใจจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งรายการคัดไฮไลต์เด็ดมาให้ชมกันแบบจุใจ

ต่อด้วยเรื่องราวสะเทือนใจของ เจ้าของร้านอาหารที่ถูกลูกค้าชักดาบ หลังมีชายแต่งตัวดีเข้ามาสั่งอาหาร ก่อนกินเสร็จแล้วไม่ยอมชำระเงิน แม้เจ้าของร้านจะโพสต์ตามหาทั้งภาพบิลและภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ก็ยังไร้การติดต่อกลับ เจ้าตัวเผยไม่ได้ต้องการประจาน แต่อยากเตือนผู้ประกอบการร้านค้าให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐานหากเกิดเหตุไม่คาดคิดปิดท้ายด้วยไฮไลต์พิเศษ สายสืบจีจี้-สายสืบนิวหนวด ได้รับเกียรติจาก  ตำรวจสายสืบตัวจริงเสียงจริง รองจ๋อ  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ (รอง.ผบช.น.)  และสารวัตรแจ๊ะ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ (สว.กก3.บก.สส.บช.น.)  มาร่วมส่งแฟน ๆ เดินทางกลับบ้านด้วยกัน   มาร่วมพูดคุยถึง คดีที่มักเกิดขึ้นบ่อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมส่งต่อความห่วงใย เผยถึงข้อควรระวังและคำเตือนสำคัญถึงประชาชน เพื่อให้เดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวช่วงหยุดยาวได้อย่างปลอดภัย จะเป็นอะไรบ้าง ห้ามพลาดก่อนออกเดินทางช่วงสงกรานต์ อย่าลืมมาเช็กข้อมูลเรื่องราวเตือนภัยที่เกิดขึ้นจริงในสังคมได้ ในรายการ “สายสืบชาวบ้าน”  วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายนนี้ เวลา 14.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมสดออนไลน์ได้ที่ BUGABOO.TV และสำหรับใครที่มีเรื่องราวคดีชาวบ้านที่น่าสนใจ สนุก ๆ ประสบการณ์ตรง อยากจะมาบอกต่อ ทักข้อความมาได้ที่แฟนเพจ CH7HD Entertainment  ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ปรากฏการณ์ดนตรีครั้งประวัติศาสตร์ของไทย

'สังเวชนียสถานซิมโฟนี'ปรากฏการณ์ดนตรีครั้งประวัติศาสตร์ของไทย

‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ปรากฏการณ์ดนตรีครั้งประวัติศาสตร์ของไทย

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.10 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับแวดวงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมไทย ด้วยการจัดแสดง “สังเวชนียสถานซิมโฟนี” (Buddha Symphony) บทเพลงซิมโฟนีขนาดใหญ่ครั้งแรกของประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 109 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติผ่านภาษาดนตรีอย่างลึกซึ้งและทรงพลัง ผสานศิลปะการแสดงหลากหลายแขนงเข้าด้วยกันอย่างงดงาม จนสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างล้นหลาม ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“สังเวชนียสถานซิมโฟนี” (Buddha Symphony) ถือเป็นผลงานบทเพลงขนาดใหญ่แรกของไทยที่อิงเรื่องราวพุทธประวัติ โดยถ่ายทอดผ่านโครงสร้าง 4 องก์หลัก อ้างอิงจากสังเวชนียสถาน 4 แห่ง อันเป็นสถานที่สำคัญในพุทธศาสนา ได้แก่ ประสูติ (ลุมพินีวัน) การเริ่มต้นแห่งพระพุทธเจ้า, ตรัสรู้ (พุทธคยา) การค้นพบสัจธรรม, แสดงปฐมเทศนา (สารนาถ) การเผยแผ่พระธรรม และปรินิพพาน (กุสินารา) การดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพาน บรรเลงโดย วงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Symphony Orchestra) ที่มีอายุยาวนานถึง 35 ปี จัดแสดงดนตรีปีละ 2 ครั้ง ร่วมกับคณะนักร้องประสานเสียงเฟสติวัลคอรัส (Festival Chorus) ที่ร่วมกันสร้างสรรค์การแสดงสุดตระการตา ภายใต้การประพันธ์และอำนวยเพลงโดย รองศาสตราจารย์ ดร.นรอรรถ จันทร์กล่ำ ศิลปินศิลปาธร ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีไทยร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ ถ่ายทอดบทเพลงออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่และเข้าถึงอารมณ์

รองศาสตราจารย์ ดร.นรอรรถ จันทร์กล่ำ ผู้ประพันธ์เพลงและวาทยกร เปิดเผยว่า “บทเพลงทั้ง 4 องก์ มีความยาวรวมประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที บรรเลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ เปรียบเสมือนบทสรรเสริญพระพุทธคุณที่กลั่นกรองจากพลังศรัทธาและความเชื่อ การแสดงในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ทำให้งานนี้สำเร็จไปด้วยดีจนได้รับความชื่นชมจากผู้ชม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแสดงในครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งสื่อกลางที่ช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจ และถ่ายทอดพุทธวัจนสู่ผู้ฟังผ่านดนตรีได้อย่างงดงามครับ”

ด้าน คุณรัชดา สัทธาพงษ์ ประธานกรรมการบริษัท โกลบอลพลัส อินเตอร์เทนเมนท์ เอเจนซี จำกัด ในฐานะผู้ร่วมสนับสนุนในการมอบของที่ระลึก กล่าวว่า“เรารู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนการแสดง ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี (Buddha Symphony)’ ซึ่งถือเป็นผลงานที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อวงการศิลปะและวัฒนธรรมของไทย การนำเรื่องราวพุทธประวัติมาถ่ายทอดผ่านดนตรีในรูปแบบซิมโฟนี ไม่เพียงสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงศรัทธาเข้ากับศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว เราเชื่อว่าผลงานลักษณะนี้จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Soft Power ของไทย และสามารถต่อยอดสู่เวทีระดับนานาชาติได้ในอนาคต”

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงดนตรี และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการเข้าร่วมรับชม อาทิ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศาตราจารย์, ศาตราจารย์ ดร.ณัชชา พันธุ์เจริญ, ศาตราจารย์ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร และคุณรัชดา สัทธาพงษ์ ประธานกรรมการบริษัทโกบอลพลัส อินเตอร์เทนเมนท์ เอเจนซี จำกัด สะท้อนถึงความสำคัญของการแสดงในฐานะหมุดหมายใหม่ของวงการดนตรีซิมโฟนีไทย อีกทั้งผลิตภัณฑ์กลิ่น คามาคาเมต (Karmakamet) ร่วมเติมเต็มประสบการณ์แห่งสุนทรียภาพในมิติที่หลากหลาย ทำให้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความประทับใจ จนผู้ชมจำนวนมากต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า การแสดงครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ “ยิ่งใหญ่ ตระการตา และเข้าถึงจิตใจ” สามารถถ่ายทอดพุทธธรรมผ่านเสียงดนตรีได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลัง

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและการจัดแสดงงานของ วงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Symphony Orchestra) เพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/cusymphonyorchestra/?locale=th_TH

#สังเวชนียสถานซิมโฟนี #CUorch #CU_Symphony_Orchestra #BuddhaSymphony

ไทยพีบีเอสคัด 21 รายการ Content Commissioning 2569 เน้น ‘สนุก เข้าถึงง่าย หลากหลาย’ เล็งดันสู่ตลาดสากล

ไทยพีบีเอสคัด 21 รายการ Content Commissioning 2569 เน้น 'สนุก เข้าถึงง่าย หลากหลาย' เล็งดันสู่ตลาดสากล

ไทยพีบีเอสคัด 21 รายการ Content Commissioning 2569 เน้น ‘สนุก เข้าถึงง่าย หลากหลาย’ เล็งดันสู่ตลาดสากล

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.42 น.

ไทยพีบีเอส เดินหน้าพัฒนาเนื้อหาใหม่ร่วมกับผู้ผลิต ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ Content Commissioning 2569 เน้นรูปแบบรายการหลากหลาย ที่ทั้งสนุกและมีสาระ มุ่งขยายฐานผู้ชมรุ่นใหม่ ควบคู่กับการรักษาฐานผู้ชมเดิม พร้อมยกระดับคุณภาพสู่ตลาดสากล

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิต ได้ร่วมพัฒนาเนื้อหาผ่าน โครงการเปิดรับข้อเสนอผลิตและพัฒนาเนื้อหาใหม่จากผู้ผลิต (Content Commissioning 2569) ซึ่งเปิดรับระหว่างวันที่ 29-30 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา  และได้มีการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิถึง 2 รอบ จนได้ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 21 รายการ โดยเน้นรูปแบบรายการที่หลากหลาย ผสานความบันเทิงกับสาระอย่างลงตัว และโอกาสสู่การต่อยอดในระดับนานาชาติ

นายสมชัย พุทธจันทรา รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านสร้างสรรค์เนื้อหา เปิดเผยว่า ตั้งใจให้ไทยพีบีเอสเป็นพื้นที่ปล่อยของสำหรับผู้ผลิตที่มีไอเดียสดใหม่ เพื่อสร้างสรรค์รายการที่ดูง่าย สนุก ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงไปพร้อมกัน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตทุกรายอย่างเท่าเทียม โดยเนื้อหาที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 21 รายการนี้ เป็นรายการที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมผู้ชมทุกช่วงวัย  ทั้งรายการเกมโชว์ สารคดี ดนตรี อาหาร  รวมถึงการพัฒนารูปแบบรายการใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในแพลตฟอร์มของไทยพีบีเอส เพื่อขยายฐานผู้ชมรุ่นใหม่ ควบคู่กับการรักษาฐานผู้ชมเดิม และตั้งเป้าหมายไม่ใช่แค่การออกอากาศในประเทศ แต่คือการยกระดับงานให้มีมาตรฐานสูงพอที่จะแข่งขันได้ในเวทีสากล เพื่อต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต

สำหรับเนื้อหาที่ผ่านการคัดเลือก ครอบคลุม 8 ประเภท ได้แก่ ทุนทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ระบบนิเวศและสมดุลทางธรรมชาติ สุนทรียะทางดนตรี วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม กีฬาและเกม การลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมประชาธิปไตย การป้องกันทุจริตและต่อต้านคอร์รัปชัน และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และคนชายขอบ

โดยทั้ง 21 รายการที่ได้รับการคัดเลือก มีเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ อาทิ “สมรภูมิปิ่นโต” เกมโชว์พื้นถิ่นที่นำเสนอเสน่ห์อาหารและวัฒนธรรมผ่านการแข่งขัน, รายการ “ตายาย Eye View” สาระบันเทิงที่สะท้อนสังคมสูงวัย ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองการถ่ายภาพ เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายกลุ่ม และสารคดีพิเศษในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ติดตามรายการจากโครงการ Content Commissioning 2569 ได้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไป ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของไทยพีบีเอส

กทม. ผนึก กรมศิลปากร เตรียมพื้นที่สร้าง พระเมรุมาศ พระพันปีหลวง ย้ำงานต้องสมพระเกียรติ

กทม. ผนึก กรมศิลปากร เตรียมพื้นที่สร้าง พระเมรุมาศ พระพันปีหลวง ย้ำงานต้องสมพระเกียรติ

กทม. ผนึก กรมศิลปากร เตรียมพื้นที่สร้าง พระเมรุมาศ พระพันปีหลวง ย้ำงานต้องสมพระเกียรติ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.17 น.

กทม. จับมือกรมศิลปากร เร่งเตรียมความพร้อมพื้นที่ท้องสนามหลวง จัดสร้างพระเมรุมาศ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ให้สมพระเกียรติที่สุด

วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนจากกรมศิลปากร เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมงานก่อสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเน้นย้ำการประสานงานแบบไร้รอยต่อ เพื่อให้การดำเนินงานสมพระเกียรติสูงสุด

ในที่ประชุม ผู้แทนจากกรมศิลปากรแจ้งว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการล้อมรั้วชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการขอใช้พื้นที่เพิ่มเติม เพื่อเริ่มดำเนินงานในส่วนถัดไป โดยทางกรุงเทพมหานครยืนยันพร้อมสนับสนุนการทำงานของกรมศิลปากรอย่างเต็มกำลัง เพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคหรือความล่าช้าในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะต้องบริหารจัดการพื้นที่ โดยการล้อมต้นมะขามออกทั้งหมด 12 ต้น ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน

รองปลัดฯ ไทวุฒิ กล่าวย้ำว่า ให้สำนักสิ่งแวดล้อมเร่งปรับปรุงสภาพต้นไม้โดยรอบสนามหลวงให้เรียบร้อย และยังไม่ต้องนำต้นใหม่มาปลูกทดแทนในช่วงนี้

ทั้งนี้ ในส่วนของสำนักการโยธา ให้เร่งดำเนินการเสริมเสาไฟ High Mast จำนวน 1 ต้น และอุปกรณ์งานระบบท่อใต้ดิน โดยกรมศิลปากรจะดำเนินการซ่อนและเก็บคืน เพื่อส่งมอบให้คงสภาพเดิม เนื่องจากจะมีการเดินท่อระบบกล้องวงจรปิดในสนามหลวง โดยให้ใช้รางระบายน้ำในการวางท่อระบบ แต่ต้องตรวจสอบเรื่องการระบายน้ำในกรณีหน้าฝน ไม่ให้กีดขวางทางน้ำไหล รวมถึงการจัดเตรียมถนนเส้นกลาง โดยขอระดับเพื่อใช้อ้างอิง ซึ่งสำนักการโยธาได้ประสานกับหน่วยงานทหารม้า กรมสรรพาวุธ และกรมศิลปากร ในการลงพื้นที่หาข้อสรุปร่วมกันหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์

นอกจากนี้ รองปลัดฯ ไทวุฒิ กล่าวถึงการคงไว้ซึ่งจุดบริการประชาชนและจุดบริการอาหาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้ามาสักการะพระบรมศพ พระพันปีหลวงอย่างต่อเนื่อง

ก่อนปิดการประชุม รองปลัดฯ ไทวุฒิ เน้นย้ำว่า การดำเนินงานครั้งนี้ต้องมีความละเอียดรอบคอบสูงสุด งานต้องออกมาเรียบร้อยและราบรื่น โดยต้องไม่มีคำว่าสะดุด หากมีข้อติดขัดในส่วนที่กรุงเทพมหานครต้องอำนวยความสะดวกให้กับกรมศิลปากร ให้รีบแจ้งโดยไม่ต้องเกรงใจ เพื่อให้การจัดสร้างพระเมรุมาศครั้งนี้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติสูงสุด

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ’ นั่งอธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ อีกวาระ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ' นั่งอธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ อีกวาระ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ‘อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ’ นั่งอธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ อีกวาระ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.49 น.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ” นั่งอธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ อีกวาระ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่ง ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. 2548 ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์เพื่อเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ได้มีมติเห็นชอบให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ต่อไปอีกวาระหนึ่ง และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569

ประกาศ ณ วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

ยศชนัน ชูธง ความมั่นคงไซเบอร์ สร้างเอกราชด้านอาวุธ ลุยพัฒนาทุนมนุษย์แก้เหลื่อมล้ำ T-CAS

ยศชนัน ชูธง ความมั่นคงไซเบอร์ สร้างเอกราชด้านอาวุธ ลุยพัฒนาทุนมนุษย์แก้เหลื่อมล้ำ T-CAS

ยศชนัน ชูธง ความมั่นคงไซเบอร์ สร้างเอกราชด้านอาวุธ ลุยพัฒนาทุนมนุษย์แก้เหลื่อมล้ำ T-CAS

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.17 น.

ยศชนัน ชูธง ความมั่นคงไซเบอร์ สร้างเอกราชด้านอาวุธ ยันพร้อมทำหน้าที่ให้ดีสุด ลุยพัฒนาทุนมนุษย์แก้เหลื่อมล้ำ T-CAS 

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงว่า ในภาวะวิกฤตต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการช่วยเหลือให้ทันท่วงที ซึ่งมีการดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น่าจะได้เห็นแนวทางว่าปัจจุบันมีส่วนไหนที่ทำได้และทำไม่ได้บ้าง ซึ่งส่วนที่ทำไม่ได้และทำไม่ดีจะน้อมรับไว้ไปปรับปรุง

สำหรับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูง เรามีความจำเป็นต้องเชื่อมโยงกับนโยบายต่างประเทศ สังคม สิ่งแวดล้อมภัยพิบัติ และบริการภาครัฐ โดยจะนำแนวทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบมาเป็นหนึ่งในกระดูกสันหลังที่ทำให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ 

สำหรับความหวังในเรื่องนวัตกรรมของประเทศไทย   นวัตกรรมเกิดจากวิจัยเชิงลึกและสิ่งที่เอกชนมีอยู่แล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงวิจัยมาสู่นวัตกรรมต้องมีการเชื่อมเทคโนโลยีจากต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ ซึ่งสามารถใช้งบประมาณของกระทรวง อว. เงินร่วมสมทบจากภาคเอกชนและนักลงทุน ขณะที่เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เอกชนจะมาซื้อวิจัยที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา จึงจะต้องมีการส่งเสริมไม่ให้นักวิจัยเสียโอกาสสามารถรับรายได้อย่างทั่วถึง ให้นักคิดและนักปฎิบัติทำร่วมกัน

ขณะที่นวัตกรรมสู่เศรษฐกิจ  เราต้องให้ความสำคัญกับพี่น้องรากหญ้าแต่ต้องไม่สูญเสียเอกราชทางเทคโนโลยีให้กับประเทศใด เราจะชูโรงเศรษฐกิจสุขภาพ เชื่อว่าประเทศไทยจะขึ้นเป็นอันดับ 1 ได้ เราจำเป็นต้องเพิ่มผลิตภาพเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม ทั้งภาคส่วนการเกษตร อุตสาหกรรมบริการ และต้องตระหนักถึงเกษตรและบริการมูลค่าสูง เช่น สมุนไพรไทย ความมั่นคงทางอาหาร และอาหารแห่งอนาคต รวมถึงยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ การใช้เซลล์และยีนในการบำบัดโรคที่ไม่มียารักษาเช่น ทาลัสซีเมีย พาร์กินสัน และ โรคมะเร็ง

ส่วนนโยบายด้านความมั่นคง จะทำอย่างไรให้เรามีเอกราชด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งกระทรวง อว.จะทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ขณะที่ประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ต้องเชื่อมโยงกับการสื่อสารเชิงควอนตัม ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ที่เราจำเป็นจะต้องรู้ อย่างไรก็ตามจะต้องทำ Open Data ให้เกิดความสำเร็จจริงต่อยอดไปสู่รัฐบาลดิจิทัล ส่งเสริมเรื่อง Green Energy Technology, Net Zero Technology และการใช้เทคโนโลยีในการป้องกันภัยพิบัติ

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า เราจะพลิกโฉมมหาวิทยาลัยในทุกมิติ จะต้องรับทุกคนตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงผู้สูงอายุเพื่ออัปสกิลรีสกิล ศิษย์เก่าสามารถเข้ามาเรียนได้ พร้อมกับลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพของระบบ T-CAS ด้วย 

“ผมจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความหวังของคนไทย” นายยศชนัน กล่าว
 

สส.พรรคส้ม ยื่น คำขาด 1 เดือน จี้รัฐแก้ค่าไฟ น้ำมันเถื่อน ทำไม่ได้ นายกฯ รมต. ลาออกยกแผง

สส.พรรคส้ม ยื่น คำขาด 1 เดือน จี้รัฐแก้ค่าไฟ น้ำมันเถื่อน ทำไม่ได้ นายกฯ รมต. ลาออกยกแผง

สส.พรรคส้ม ยื่น คำขาด 1 เดือน จี้รัฐแก้ค่าไฟ น้ำมันเถื่อน ทำไม่ได้ นายกฯ รมต. ลาออกยกแผง

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.00 น.

วันนี้ 10 เม.ย. 2569 เมื่อเวลา 14.20 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาวาระที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162  ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

โดยนายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนขอให้รัฐบาลออกมายกมือไหว้ขอโทษประชาชนต่อกรณีที่เคยกล่าวโทษประชาชนว่าเป็นต้นเหตุน้ำมันขาดแคลนเพราะประชาชนแห่เติมน้ำมัน นอกจากนั้นแล้วให้ยกมือไหว้ขอโทษที่ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤติราคาน้ำมันและพลังงาน ที่รวมถึงค่าไฟฟ้าตามที่หาเสียงได้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงเพราะมัวแต่เกรงใจนายทุน

สส.พรรคส้ม

“หากรัฐบาลจริงใจ ต้องจับคนโกงน้ำมันให้ได้ภายใน 1 เดือน และนอกจากนั้นแล้วต้องมีกรอบเวลากำหนดผลงานภาคปฏิบัติที่ชัดเจนว่า ภายใน 1 เดือนจะทำเรื่องใดให้สำเร็จ โดยเฉพาะเปิดโควตาขายไฟคืนรัฐ 1 ล้านครัวเรือน  ภายใน 3 เดือนจะเห็นเรื่องใดที่ทำให้สำเร็จ เช่น เจรจากับภาคเอกชน ลดค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนจ่ายฟรีให้โรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง หรือสมัยหน้าจะสนับสนุนการแก้ไขปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับพลังงาน หากไม่เป็นเช่นนั้น หรือทำไม่ได้ รัฐมนตรีค่อยมาลาออก หรือเดินไปจูงมือนายกรัฐมนตรี ลาออกไปจากสภาแห่งนี้” นายศุภโชติ อภิปราย

บิ๊กดุลย์ แจงรัฐสภา! ยันนโยบายยึดอธิปไตย-ความมั่นคงชาติ

บิ๊กดุลย์ แจงรัฐสภา! ยันนโยบายยึดอธิปไตย-ความมั่นคงชาติ

บิ๊กดุลย์ แจงรัฐสภา! ยันนโยบายยึดอธิปไตย-ความมั่นคงชาติ

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.56 น.

“บิ๊กดุลย์”แจงรัฐสภา! ยันนโยบายยึด”อธิปไตย-ความมั่นคงชาติ” ชูหัวใจ”ทหารอาสา”ยันต้องเกิดจาก”สมัครใจ” ลุยปรับวิธีคิดเดิมจากแค่เป็น”หน้าที่”เป็น”โอกาสที่สําคัญของชีวิต” ลั่น”ทําทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”

10 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงเป็นครั้งแรกในสภาฯ ว่า โลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอน แบ่งขั้วกันชัดเจน ความมั่นคงแห่งชาติ คงไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การป้องกันประเทศ จากภัยคุกคามทางทหารเท่านั้น แต่คือความปลอดภัยของประชาชน และเสรีภาพของภูมิภาค และความสามารถของประเทศ ในการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก กระทรวงกลาโหมจะขับเคลื่อนทุกนโยบาย โดยมีอธิปไตย และความมั่นคงแห่งชาติเป็นที่ตั้ง อาศัยความร่วมมือของประชาชน และการสนับสนุนของทุกภาคส่วนเป็นหลัก

พล.ท.อดุลย์ กล่าวต่อว่า ชายแดนของประเทศ ไม่ใช่แค่เส้นแบ่งเขตทางภูมิศาสตร์ แต่คือเส้นแห่งอธิปไตย แนวหน้าของความมั่นคง โดยรัฐบาลจะมุ่งเน้นให้ชายแดน มีความมั่นคง ปลอดภัย ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ตนเองมีแนวคิดเรื่องความมั่นคง จากการที่อยู่ตามแนวชายแดนมาตั้งแต่เด็ก จนถึงเกษียณอายุราชการ กําลังพลที่อยู่ชายแดน มีความจําเป็นต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ ต้องตั้งอยู่บนกองทัพที่มีความพร้อมรบ กระทรวงกลาโหมจะพัฒนาศักยภาพกองทัพ ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับภัยคุกคาม ในศตวรรษที่ 21 ทั้งมิติด้านเทคโนโลยี และการข่าว ขณะที่เรื่องการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมภายในประเทศ จะดําเนินการภายใต้ความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ ในลักษณะการพึ่งพาตนเองให้ได้ในระยะยาว

รมว.กลาโหม กล่าวชี้แจงนโยบายทหารอาสา ว่า ประสิทธิภาพต้องเกิดจากการอาสา หรือสมัครใจ ขอให้คิดว่า นั่นคือโอกาสที่สําคัญของชีวิต กองทัพไทยไม่ใช่เพียงแค่กำลังรบ แต่เป็นสถาบันที่สร้างคน รัฐบาลจะใช้ระบบพัฒนาทหารอาสา ให้เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี จากระบบที่เคยถูกมองว่า เป็นหน้าที่ และการเสียโอกาส เราจะยกระดับให้เป็นทหารที่ได้รับโอกาส ในการพัฒนาทักษะสร้างอาชีพ และสร้างอนาคต ทั้งการฝึกสมรรถภาพร่างกาย และระเบียบวินัย ค่าตอบแทน สวัสดิการ และเงินสะสม เพิ่มวุฒิการศึกษา และฝึกวิชาชีพที่ต้องการ และการเลือกอาชีพ หลังปลดประจําการ

“ทหารอาสา จะเป็นกําลังสําคัญ ในการสร้างเสริมความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศในระยะยาว ผมยืนยันว่า จะตั้งคณะทํางานเพื่อพิจารณาเรื่องทหารอาสาอย่างรอบคอบ และประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งในและนอกกองทัพ กระทรวงกลาโหม พร้อมรับคําแนะนํา เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเป็นทหารอาชีพ พร้อมทําหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของชาติ ยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมจะทําหน้าที่อย่างเต็มกําลัง เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ด้วยหลักการที่ว่า เราจะทําทันที รวมเป็นหนึ่งจึงชนะ” รมว.กลาโหม กล่าว

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.43 น.

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระ 

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต. ได้มีมติเห็นชอบแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภา เมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ (28 มิ.ย.2569) เพื่อให้การดำเนินการจัดการเลือกตั้งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 12

โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ประสานปลัด กรุงเทพมหานคร และปลัดเมืองพัทยา เตรียมเสนอร่างประกาศให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครและผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี ให้ความเห็นชอบ และประกาศให้มีการเลือกตั้งต่อไป

ทั้งนี้ การกำหนดวันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย.2569 และวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.2569 เวลา 08.00 – 17.00 น.

ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงขอเชิญชวนผู้ที่ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งศึกษาคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ก่อนที่จะสมัครรับเลือกตั้งต่อไป ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect goth สำนักงานคณะกรรม การการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำชลบุรี หรือบริการสายด่วน 1444
 

สภาวุ่น! ลุงแท็กซี่ บุกถึงสระน้ำกลางรัฐสภา เจ้าตัวอ้าง โสภณ ส่งจดหมายมาหา

สภาวุ่น! ลุงแท็กซี่ บุกถึงสระน้ำกลางรัฐสภา เจ้าตัวอ้าง โสภณ ส่งจดหมายมาหา

สภาวุ่น! ลุงแท็กซี่ บุกถึงสระน้ำกลางรัฐสภา เจ้าตัวอ้าง โสภณ ส่งจดหมายมาหา

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.41 น.

“ลุงแท็กซี่” บุกถึงสระน้ำกลางสภาฯ ซ้ำรอย ขี่มอไซต์พุ่งขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า แม้ติดป้ายบุคคลเฝ้าระวังห้ามเข้าพื้นที่ เจ้าตัว อ้าง “โสภณ” ส่งจดหมายมาหา 

วันที่ 10 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พบว่านายพงศ์พิชาญ ชายพิการสูงวัยสวมเสื้อแท็กซี่และหมวกนิรภัย ที่เคยขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าด่านตำรวจเข้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และก่อเหตุปั่นป่วนตามที่ทำการพรรคการเมืองหลายพรรค 

ล่าสุดนายพงศ์พิชาญ บุกเข้ามายังอาคารรัฐสภา ถึงบริเวณสระมรกตที่อยู่ใจกลางของอาคาร และโวยวายอ้างว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งจดหมายมาถึงตน และยังบอกว่าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยตลอดชีพ จนทำให้ตำรวจรัฐสภาเข้าควบคุมตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หน้าจุดตรวจผ่านเข้าออกหลักของรัฐสภา ทั้งฝั่งสภาผู้แทนราษฎรและฝั่งวุฒิสภา มีการปิดกระดาษรูปภาพและข้อมูลของนายพงศ์พิชาญ ว่าเป็นบุคคลเฝ้าระวังห้ามเข้าพื้นที่