‘มรภ.ธนบุรี’จับมือ’พว.’ ปฏิรูประบบการศึกษา ตั้งเป้าครู-นร.สู่ความเป็นเลิศ

https://www.naewna.com/local/844855

'มรภ.ธนบุรี'จับมือ'พว.' ปฏิรูประบบการศึกษา ตั้งเป้าครู-นร.สู่ความเป็นเลิศ

‘มรภ.ธนบุรี’จับมือ’พว.’ ปฏิรูประบบการศึกษา ตั้งเป้าครู-นร.สู่ความเป็นเลิศ

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.57 น.

“มรภ.ธนบุรี”ลงนามความร่วมมือกับ”พว.”ยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศทุกระดับชั้น หวังให้โรงเรียนในทุกสังกัดมีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี ตกลงร่วมมือกับสถาบันพัฒนาคุณถาพวิชาการ(พว.)เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาทุกกลุ่มสาระ การเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาตามฐานสมรรถนะ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาครูประจำการทุกสังกัดให้ได้เลื่อนวิทยะฐานะ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล และผลิตผลงานทางวิชาการ เพื่อร่วมพัฒนาสื่อด้านการจัดการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลทุกรูปแบบ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการเป็น Coaching and Mentoring ครูประจำการ ตลอดจนขับเคลื่อนโครงการฝึกอบรมสัมมนาให้กับผู้บริหาร คุณครูประจำการทุกระดับชั้น

นอกจากนี้ ทั้งสององค์กรยังร่วมกันจัดให้มีการประกวดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา โดยแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เป็นวิธีปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ หรือนำไปสู่ความเป็นเลิศตามเป้าหมาย เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการหรือวิชาชีพนั้นๆ

ผลที่ได้รับจะมีหลักฐานของความสำเร็จปรากฏชัดเจน มีการสรุปวิธีปฏิบัติหรือขั้นตอนการปฏิบัติ ตลอดจนความรู้และประสบการณ์ที่ได้บันทึกเป็นเอกสาร และเผยแพร่ให้หน่วยงานภายในหรือภายนอกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งอาจเกิดจากตัวบุคคลและกลุ่มบุคคลที่มีการวางแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนว Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps สำหรับใช้กับนักเรียนระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา เนื่องมาจากในการทำงาน ทุกคนจะเกิดการเรียนรู้วิธีไปสู่เป้าหมายของหน่วยงาน ซึ่งผู้ปฏิบัติจะเรียนรู้ การแก้ปัญหาที่ดีได้จากการเสนอแนะของผู้บริหาร เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วิธีการใหม่ๆ หรือวิธีการที่ดีกว่าเดิม

นอกจากกิจกรรมดังกล่าวจะเกิดประโยชน์โดยตรงต่อนักเรียนแล้ว ยังส่งผลต่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและตอบโจทย์การประกันคุณภาพภายนอกสถานศึกษา (สมศ.) จึงเป็นเหตุผลให้มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีร่วมกับสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จัดโครงการดังกล่าวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกวดและเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา

ผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สังกัดกระทรวงมหาดไทย และสังกัดกรุงเทพมหานคร ส่งผลงานเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 500 ผลงาน และโรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมมีเวทีในการเผยแพร่ผลงานแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอกของสถานศึกษา

– 006

ประกาศเลื่อนสอบ! ‘ยะลา-นราธิวาส’ น้ำท่วมภาคใต้กระทบ TGAT/TPAT

https://www.naewna.com/local/844770

ประกาศเลื่อนสอบ! 'ยะลา-นราธิวาส' น้ำท่วมภาคใต้กระทบ TGAT/TPAT

ประกาศเลื่อนสอบ! ‘ยะลา-นราธิวาส’ น้ำท่วมภาคใต้กระทบ TGAT/TPAT

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 09.53 น.

ทปอ.ห่วงน้ำท่วมกระทบนักเรียนประกาศเลื่อนสอบ TGAT/TPAT 2-5 ใน 4 สนามสอบ จ.ยะลา- นราธิวาส  มีสนามสอบ รร.สตรียะลา-รร.ธรรมมูลนิธิ -รร.คณะราษฎร์บำรุง-ม.นราธิวาสฯ จากวันที่ 7-9 ธ.ค.และ 14 ธ.ค. เป็น 21 – 23 ธ.ค.นี้ เปิดลงทะเบียนย้ายวันสอบภายในวันที่ 5 ธ.ค.  ขณะที่ “ศุภมาส” สนับสนุน ทปอ. ตั้ง War Room TCAS ดูแลการจัดสอบ ยืนยันการเลื่อนสอบพิจารณาจากสถานการณ์ในพื้นที่จริงบนความเสมอภาคและโอกาสการเข้าสอบอย่างเท่าเทียม

1 ธ.ค.2567 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลกระทบให้นักเรียนในหลายพื้นที่ประสบปัญหาในการเดินทาง รวมถึงการเตรียมตัวเพื่อมาเข้าสอบ TGAT/TPAT 2-5 ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 7-9 และ 14 ธ.ค.67 นี้ ตนจึงได้หารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อหาทางช่วยเหลือนักเรียนทุกคนให้สามารถเข้าสอบได้อย่างเสมอภาค ดังนั้น ในวันที่ 30 พ.ย.67 ที่ผ่านมา ทปอ. จึงได้ออกประกาศ “ชี้แจงการจัดสอบ TGAT/TPAT 2-5 ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง” โดยได้มีการปรับเลื่อนวันสอบในบางสนามสอบ และจัดตั้ง “War Room TCAS” เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

รมว.กระทรวง อว.กล่าวต่อว่า ในประกาศดังกล่าว ทปอ. จะมีแนวทาง 4 แนวทางในการดำเนินการ ประกอบด้วย 1. ให้มีการเลื่อนวันสอบจำนวน 4 สนามสอบในจังหวัดยะลา และนราธิวาส ได้แก่ สนามสอบโรงเรียนสตรียะลา (จ.ยะลา) สนามสอบโรงเรียนธรรมมูลนิธิ (จ.ยะลา) สนามสอบโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง (จ.ยะลา) และสนามสอบมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (จ.นราธิวาส) โดยระบบจะเลื่อนวันสอบให้ผู้สมัครใน 4 สนามสอบนี้โดยอัตโนมัติ เป็นวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2567 2.ให้สนามสอบในจังหวัดปัตตานี จำนวน 3 สนามสอบ และ จังหวัดสงขลา จำนวน 6 สนามสอบ ยังคงเปิดสอบตามปกติ 3.จัดตั้ง War Room TCAS เพื่อเกาะติดสถานการณ์และดูแลการจัดสอบในพื้นที่จังหวัดดังกล่าว เพื่อให้ผู้สมัครได้รับทราบข่าวสารอย่างต่อเนื่อง โดย ทปอ. จะรายงานข้อมูลให้ทราบเป็นรายวันผ่านช่องทาง http://www.mytcas.com และ FB: mytcas.com สำหรับผู้สมัครสอบที่มีปัญหาสามารถติดต่อ ทปอ. ผ่านทางโทรศัพท์ หรือ ช่องทาง inbox ของ FB: mytcas.com และ 4. อนุญาตให้ผู้สมัครในสนามสอบจังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลาที่อาจจะประสบปัญหาในการเดินทางมาเข้าสอบในวันที่ 7 – 9 ธันวาคม 2567 สามารถลงทะเบียนย้ายวันสอบมาเป็นวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2567 ผ่านระบบ student.mytcas.com ได้ภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2567 เวลา 24.00 น. ทั้งนี้ สนามสอบที่จัดให้ใหม่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นสนามสอบใหม่โดย ทปอ. จะประกาศให้ทราบต่อไป

“ทั้งนี้ ข้อสอบที่ใช้ในการจัดสอบวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2567 จะเป็นข้อสอบชุดใหม่ที่คงมาตรฐานเดิม และครอบคลุมเนื้อหาตาม Blue print โดยผู้ออกข้อสอบเป็นชุดเดียวกันและออกในคราวเดียวกันเพื่อให้เกิดความเสมอภาคสำหรับผู้เข้าสอบทุกคน ซึ่ง ทปอ. ได้เตรียมการเพื่อบริหารความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าแล้ว” น.ส.ศุภมาส กล่าวและว่า ขอยืนยันว่าการเลื่อนการสอบ TGAT/TPAT 2-5  กระทรวง อว.และ ทปอ.ได้พิจารณาจากสถานการณ์ในพื้นที่ที่เป็นจริงและยืนอยู่บนพื้นฐานความเสมอภาคและโอกาสในการเข้าถึงการสอบที่เท่าเทียมกัน 

‘คุรุสภา’เร่งออกข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย

https://www.naewna.com/local/844744

'คุรุสภา'เร่งออกข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย

‘คุรุสภา’เร่งออกข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 20.53 น.

“คุรุสภา”เร่งผลักดันร่างข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัยให้ทันสมัยการศึกษายุคปัจจุบัน พร้อมชวนร่วมแสดงความคิดเห็นร่างดังกล่าว

30 พ.ย.67 ผศ.ดร.อมลวรรณ  วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กำลังดำเนินการจัดทำร่างข้อบังคับคุรุสภาว่า ด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. ….. และอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. …. โดยมีหลักการเพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูในระดับปฐมวัย มีสมรรถนะทางวิชาชีพที่ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครูในระดับปฐมวัย

ส่วนสาระสำคัญของร่างมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย ประกอบด้วย 1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ  2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน และ 3) มาตรฐานการปฏิบัติตน การกำหนดมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพนั้นกำหนด ผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัย ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง  ขณะเดียวกันมาตรฐานความรู้ครูปฐมวัย กำหนดต้องมีความรอบรู้และเข้าใจในเรื่องต่างๆ เช่น ธรรมชาติการเรียนรู้ของสมองเด็ก การเจริญเติบโต พัฒนาการด้านตัวตนและพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กตามช่วงวัย การสร้างสัมพันธภาพต่อเด็กและการเลี้ยงดู พัฒนาและการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม ความรู้ด้านศาสตร์การสอนสำหรับเด็กปฐมวัย การออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เหมาะสมกับพัฒนาการ การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม การพัฒนาหลักสูตรสอดคล้องกับบริบทของครอบครัว ชุมชน และสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ตอบสนองต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การประเมินเพื่อวางแผน ส่งเสริม พัฒนาการและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย และความแตกต่างของเด็กรายบุคคล สุขภาพกายและใจ โภชนาการที่ดี การดูแลความปลอดภัยจากสภาพแวดล้อม สังคม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย และ ความสัมพันธ์ของระบบนิเวศรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ครอบคลุมทั้งครอบครัว โรงเรียนหน่วยงานสาธารณสุข ชุมชน สื่อ เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม และกฎหมาย ที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กปฐมวัย

ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวต่อไปว่า ส่วนมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพนั้นกำหนดว่าผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัย ต้องผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด ดังนี้ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพระหว่างเรียน การปฏิบัติการสอนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ ทั้งนี้สาระความรู้ และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

นอกจากนี้มาตรฐานการปฏิบัติงานนั้นยังกำหนดว่าผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยต้องปฏิบัติหน้าที่ครูด้วยการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้านความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย จิตวิญญาณและคุณลักษณะที่ดีของความเป็นครูปฐมวัย สร้างสัมพันธภาพที่ดี รัก เมตตา และเอื้ออาทรต่อเด็ก ปฏิบัติต่อเด็กอย่างให้เกียรติ ไม่เลือกปฏิบัติ  ทำงานเป็นทีม ร่วมมือกับครู เครือข่าย และบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถานศึกษา รวมถึงคุ้มครองสิทธิของเด็กทุกคนให้อยู่รอดปลอดภัย ได้รับการดูแล พัฒนา ปกป้องคุ้มครอง และให้เด็กมีส่วนร่วมในการแสดงออก ใส่ใจต่อเด็กที่ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยทางสภาพแวดล้อม สังคม และเทคโนโลยีที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก โดยทำงานร่วมกับผู้ปกครอง และ หรือสหวิชาชีพ และรู้เท่าทันและสามารถใช้สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีทางการศึกษา ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดผลดีต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก มีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์โดยบูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเล่นและทำกิจกรรมที่หลากหลายสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของเด็กและความต้องการพิเศษ เพื่อให้เด็กมีสมรรถนะพื้นฐานในการเรียนรู้และการดำรงชีวิตต่อไปในอนาคตมีความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน  และสุดท้ายมาตรฐานการปฏิบัติตนที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติตนตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ

“ขณะนี้คุรุสภาได้เปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตครู หน่วยงานผู้ใช้ครูผู้ประกอบวิชาชีพครู รวมถึงผู้ปกครองนักเรียน นิสิต/นักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบและร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ… ผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขอเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างดังกล่าว เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านทาง Google Form ที่ https://forms.gle/KbCntnJ9ffgtFYSF8 ถึงวันที่30 พฤศจิกายน 2567” ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวว่า

และว่าหลังจากที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจัดทำร่างข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. …เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องทำรายละเอียดของมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการคุรุสภาเพื่อพิจารณาต่อไป  อย่างไรก็ตามนอกจากคุรุสภาได้ปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย แล้วยังได้มีการพัฒนาเรื่องมาตรฐานวิชาชีพสาขาอื่นๆ ด้วย เช่น ร่างข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. …. เป็นต้น  เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย

‘เพิ่มพูน’ เผย ‘นายกฯอิ๊งค์’ พร้อมช่วยจัดงบซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว 3 แห่ง และงบช่วยน้ำท่วม

https://www.naewna.com/local/844551

'เพิ่มพูน' เผย 'นายกฯอิ๊งค์' พร้อมช่วยจัดงบซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว 3 แห่ง และงบช่วยน้ำท่วม

‘เพิ่มพูน’ เผย ‘นายกฯอิ๊งค์’ พร้อมช่วยจัดงบซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว 3 แห่ง และงบช่วยน้ำท่วม

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 19.25 น.

“เพิ่มพูน” เผย “นายกฯอิ๊งค์” พร้อมช่วยจัดงบซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว 3 แห่ง และงบช่วยน้ำท่วม

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567  พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วย รมว.ศึกษาธิการ ผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนกาวีระวิทยาลัย  จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยถูกน้ำท่วมหนักที่ผ่านมา

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า โรงเรียนกาวีระวิทยาลัย ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักมาก ตนจึงเดินทางมาตรวจเยี่ยนจุดที่ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะโต๊ะ เก้าอี้ที่เป็นของเก่าได้รับความเสียหายหมด ซึ่งเป็นมิติที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ก็ต้องขอบคุณอาชีวศึกษาจังหวัด ภายใต้การนำของ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) ที่ให้วิทยาลัยอาชีวศึกษา มาช่วยเหลือซ่อมเครื่องแอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกน้ำท่วมและช่วยฟื้นฟูสถานศึกษาที่ประสบภัย และผู้อำนวยการโรงเรียนกาวีระวิทยาลัย  ได้ขอให้โรงเรียนเครือข่ายและศิษย์เก่าและผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาให้การช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบภัยน้ำท่วม

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า  กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่  ตนได้รายงานผลการลงตรวจเตรียมโรงเรียนที่ จ.เชียงใหม่ และโรงเรียนที่ประสบปัญหาแผ่นดินไหว 3 แห่ง งบฯ กว่า 10 ล้านบาท ให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบ  ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ขอให้ ศธ.รวบรวมงบที่จะนำไปช่วยเหลือ ตนจึงมอบให้เลขาธิการ กพฐ.ไปจัดทำของบกลางเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยไม่ต้องรอเสนอของบฯ ปี 2569 เพราะอาจจะช้าไปถึงปี 2570 เนื่องจากต้องใช้เวลาในการก่อสร้างอาคารเรียนที่เสียหายจากแผ่นดินไหว  ซึ่งท่านนายกฯ ก็เห็นว่าจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำเพื่อประโยชน์ของน้อง ๆนักเรียน

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า สำหรับงบช่วยเหลือสถานศึกษาที่ถูกน้ำท่วมภาคเหนือของปี 2566 จำนวน  95 ล้านบาท ของปี 2567 จำนวน 200 กว่าล้านบาท ซึ่ง ศธ.ได้เสนอให้ที่ประชุม ครม.ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุม ครม.ก็เห็นชอบในหลักการแล้ว  เพียงแต่ให้ศธ.นำมาดูตัวเลขว่าซ้ำซ้อนกับกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ศธ.ก็จะประสานกับสำนักงบประมาณให้ช่วยดู หากไม่มีการซ้ำซ้อน ก็จะนำเสนอ ให้ ครม.พิจารณาในเร็วๆนี้

“การเดินทางมาตรวจเยี่ยมการศึกษาและการมาประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ก็ถือว่ามารับทราบปัญหาและมาช่วยกันแก้ไขปัญหาของมิติทางด้างการศึกษาในส่วนที่ผม และรมช.ศธ. รวมถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้องดูแลรับผิดชอบ สามารถดำเนินการขับเคลื่อนไปด้วยดี ซึ่งขณะนี้ภาพร่วมในการจัดการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือก็กลับสู่ภาวะปกติแล้วมีมิติการขับเคลือนเครือข่ายทางการศึกษามีการช่ายเหลือแบ่งปันทางด้านวิชาการและทรัพยากรต่างๆ ถือว่าเป็นเชียงใหม่โมเดลหนึ่ง ที่มีความสมบูรณ์ทางด้านการศึกษา“ รมว.ศธ.กล่าว
 

มรภ.ราชนครินทร์ จับมือภาคีเครือข่ายฯ ขับเคลื่อนฉะเชิงเทรา ให้เป็นเมือง’น่าเที่ยว น่าอยู่ น่าลงทุน’

https://www.naewna.com/local/844536

มรภ.ราชนครินทร์ จับมือภาคีเครือข่ายฯ ขับเคลื่อนฉะเชิงเทรา ให้เป็นเมือง'น่าเที่ยว น่าอยู่ น่าลงทุน'

มรภ.ราชนครินทร์ จับมือภาคีเครือข่ายฯ ขับเคลื่อนฉะเชิงเทรา ให้เป็นเมือง’น่าเที่ยว น่าอยู่ น่าลงทุน’

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 19.01 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดงาน”เปิดกล่องของขวัญเมืองวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ สร้างสรรค์ SMEs สู่ Smart city ที่ยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เป็นเมือง“น่าเที่ยว น่าอยู่ น่าลงทุน”

วันนี้ 29 พ.ย. 67 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์  อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา นางสาวฉัตรประอร  นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดงาน”เปิดกล่องของขวัญเมืองวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ สร้างสรรค์ SMEs สู่ Smart city ที่ยั่งยืน” พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนและแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมในพิธี

รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กล่าวว่า เนื่องด้วยจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ดำเนินแผนการพัฒนาจังหวัดสู่ “เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)” โดยกระจายโอกาสทางการศึกษาไปในทุกช่วงวัย และทุกเพศอย่างเสมอภาคกัน และผลักดันให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยอาศัยต้นทุนทางวัฒนธรรม มรดกทางวัฒนธรรมย่านชุมชนเก่า ผลิตผลด้านการเกษตร และอาหารพื้นถิ่นที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งกลายเป็น Soft Power ที่ผลักดันฉะเชิงเทราไปสู่ “Smart City”
 ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคีเครือข่าย ที่ดำเนินโครงการร่วมกันภายใต้แผนการพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทรา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จึงได้จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงาน ส่งเสริมและสนับสนุน รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนากลุ่มเป้าหมายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี ผู้เข้าร่วมโครงการ ผู้รับผิดชอบโครงการ และผู้แทนหน่วยงาน จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ 

1.โครงการส่งเสริมและพัฒนาการเริ่มต้นเป็นผู้ประกอบการ SME ด้วย Soft Power พร้อมด้วยนวัตกรชุมชน

2.โครงการเปิดกล่องของขวัญเพื่อ SME ปี 2567

3.โครงการอนุรักษ์และพัฒนาย่านชุมชนเก่ามรดกจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อรักษาคุณค่าให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

4.โครงการยกระดับเศรษฐกิจและการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราฯ (Reinventing University 67)

ซึ่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนนั้น จะทำให้จังหวัดฉะเชิงเทรา กลายเป็นเมืองที่ “น่าเที่ยว น่าอยู่ น่าลงทุน” ตามวิสัยทัศน์ของจังหวัดฉะเชิงเทรา อีกทั้งจะช่วยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวฉะเชิงเทรา ผ่านการบูรณาการของทุกด้าน และทุกภาคส่วน

‘เพิ่มพูน’ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเขต 15 จ.เชียงใหม่

https://www.naewna.com/local/844473

'เพิ่มพูน'ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเขต 15 จ.เชียงใหม่

‘เพิ่มพูน’ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเขต 15 จ.เชียงใหม่

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.56 น.

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วย รมว.ศึกษาธิการ ผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และศธ. ณ โรงเรียนแม่แตง  และ โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม ในการประชมคณะรัฐมนตรี (ครม.)สัญจร จ.เชียงใหม่

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่เขต 15 (กลุ่มภาคเหนือตอนบน) ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน และเชียงราย  ที่โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม เพื่อรับฟังการรายงานผล กระทบและการดำเนินการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย  -รับฟังรายงานผลการช่วยเหลือฟื้นฟูสถานศึกษาและประชาชนทึ่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย -มอบนโยบายทางการศึกษา ข้อสั่งการและมาตรการป้องกันและฟื้นฟูสถานศึกษาจากอุทกภัย  โดยมีศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียน เข้าร่วมประชุม

รมว.ศธ. กล่าวว่า จากฟังรายงานการดำเนินงานแก้ไขปัญหาสถานศึกษาที่ได้รับความเดือนร้อนจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.เชียงราย  พบมีมูลค่าความเสียหาย จำนวน   205,714,812  ล้านบาท  ซึ่งสถานศึกษาในสังกัด ศธ.ได้รับความเสียหายทุกสังกัด  โดยทุกหน่วยงานได้ร่วมบูรณาในการฟื้นฟูสถานศึกษาอย่างเต็มที่ สำหรับเป้าหมายการขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่นั้น พบว่า การบริหารจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มุ่งสร้างความเป็นเลิศ โดยเฉพาะการวางเป้าหมายการจัดการศึกษาในอีก 20 ปีข้างหน้าที่มีการสำรวจพบว่า ในอนาคตจะเป็นการจัดการศึกษาที่ไร้พรมแดน เพื่อความมั่งคั่ง นั่นคงในชีวิตที่มีความสุข  ขณะที่การแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา หรือ zero drop out ในจังหวัดเชียงใหม่ยังพบว่าเด็กหลุดระบบการศึกษา จำนวน 25,000 คน ซึ่งสำรวจได้เพียงร้อยละ 30 เนื่องจากส่วนหนึ่งไม่พบตัวตนตามช่วงอายุแล้ว มีการอพยพถิ่นฐาน และได้รับรายงานว่าได้มีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด เพื่อติดตามค้นหาเด็กให้เข้าสู่ระบบการศึกษาต่อไป

 รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ส่วนสถานศึกษาที่ได้รับความเดือนร้อนจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.เชียงราย นั้น มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบ 205 แห่ง  พบมูลค่าความเสียหาย จำนวน 192.6 ล้านบาท โดยใช้แผนที่จับข้อมูลสถานศึกษาและจัดทำระบบเตือนภัยในการฟื้นฟูสถานศึกษาหลังน้ำลด พร้อมได้รับความช่วยเหลือจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาในพื้นที่ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ตนได้มอบให้สถานศึกษามีขับเคลื่อนโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมตาม พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 ซึ่งแม้สถานศึกษาส่วนใหญ่มองว่า การเป็นโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมจะถูกปิดล็อคด้วยหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 จนทำให้ไม่สามารถคิดค้นหลักสูตรหรือนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆได้ หรือแม้กระทั่งการใช้งบประมาณมาดำเนินการ  แต่ตนไม่อยากให้คิดเช่นนั้นและอยากให้ทุกโรงเรียนได้คิดนอกกรอบมากขึ้น  อย่างไรก็ตามจากการติดตามนโยบายการศึกษาทำให้ตนเชื่อว่าสถานศึกษาภาคเหนือตอนบนมีการพัฒนาที่สมบูรณ์อย่างมาก 

‘การลงพื้นที่ครั้งนี้ผมได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี  ซึ่งนอกจากจะติดตามสถานารณ์น้ำท่วมโรงเรียนภาคเหนือแล้ว ผมยังได้รับทราบว่ามีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แต่ยังไม่ได้รับงบประมาณดูแล ก็จะติดตามเพื่อจัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนฟื้นฟูต่อไป นอกจากนี้ยังได้รับรู้ข้อมูลใหม่ๆในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ถือเป็นประโยช์อย่างยิ่งในการมาติดตามนโยบายในครั้งนี้ทำให้ได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ และคิดว่าในเขต 15 นี้จะมีการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาได้ดี เนื่องจากภาคการศึกษาทุกส่วน รวมถึงโรงเรียนเอกชนมีความพร้อมมากในการให้ความช่วยเหลือแบ่งปัน“ พล.ต.เพิ่มพูน กล่าว 

‘เพิ่มพูน’ห่วง 331 โรงเรียน วิทยาลัยอาชีวะฯ กว่า 10 แห่ง น้ำท่วมภาคใต้

https://www.naewna.com/local/844363

'เพิ่มพูน'ห่วง 331 โรงเรียน วิทยาลัยอาชีวะฯ กว่า 10 แห่ง น้ำท่วมภาคใต้

‘เพิ่มพูน’ห่วง 331 โรงเรียน วิทยาลัยอาชีวะฯ กว่า 10 แห่ง น้ำท่วมภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 10.33 น.

“เพิ่มพูน”ห่วง 331 โรงเรียน วิทยาลัยอาชีวะฯ กว่า 10 แห่ง พื้นที่ภาคใต้ จ.ยะลา-นราธิวาส น้ำท่วมหนัก
29 พ.ย.2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ว่า ขณะนี้มีโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้ยพื้นฐาน(สพฐ.)ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้วประมาณ 331 แห่ง รวมถึงสังกัดอื่นๆ ซึ่งตนมีความห่วงใยมาก โดยเฉพาะ จ.ยะลา นราธิวาส  ตนก็อยากเดินทางไปดูแลช่วยเหลือโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้  แต่ช่วงนี้ติดมาประชุม ครม.สัญจร ที่ภาคเหนือ ซึ่งหลังเสร็จการประชุม ครม.ที่ภาคเหนือเสร็จ ตนก็จะลงไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้  ซึ่งที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ได้เดินทางไปดูแลตรวจเยี่ยมพื้นที่ภาคใต้มาแล้ว ตนก็สบายใจระดับหนึ่ง แต่หลังจากประชุม ครม.เสร็จตนก็จะลงไปตรวจเยี่ยมด้วย

ด้านว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงเรียนในสังกัด สพฐ.ที่ถูกน้ำท่วม 331 แห่ง ในบางโรงเรียนถูกน้ำท่วมสูงเกิน 1 เมตร ซึ่งทาง สพฐ.ก็สั่งการให้เตรียมจัดถุงยังชีพเพื่อนำไปช่วยเหลือโรงเรียน ครู และนักเรียนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่น้ำท่วม

ขณะที่ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า มีสถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดยะลา และ จ.นราธิวาส ถูกน้ำท่วมหนักกว่า 10 แห่ง อย่างไรก็ตาม หลังน้ำลด สอศ.ก็จะระดมนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาเข้าไปให้การช่วยเหลือซ่อมแซมฟื้นฟูพื้นในที่น้ำท่วมต่อไป

ประกาศเลื่อนสอบ! ‘ยะลา-นราธิวาส’ น้ำท่วมภาคใต้กระทบ TGAT/TPAT

https://www.naewna.com/local/844770

ประกาศเลื่อนสอบ! 'ยะลา-นราธิวาส' น้ำท่วมภาคใต้กระทบ TGAT/TPAT

ประกาศเลื่อนสอบ! ‘ยะลา-นราธิวาส’ น้ำท่วมภาคใต้กระทบ TGAT/TPAT

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 09.53 น.

ทปอ.ห่วงน้ำท่วมกระทบนักเรียนประกาศเลื่อนสอบ TGAT/TPAT 2-5 ใน 4 สนามสอบ จ.ยะลา- นราธิวาส  มีสนามสอบ รร.สตรียะลา-รร.ธรรมมูลนิธิ -รร.คณะราษฎร์บำรุง-ม.นราธิวาสฯ จากวันที่ 7-9 ธ.ค.และ 14 ธ.ค. เป็น 21 – 23 ธ.ค.นี้ เปิดลงทะเบียนย้ายวันสอบภายในวันที่ 5 ธ.ค.  ขณะที่ “ศุภมาส” สนับสนุน ทปอ. ตั้ง War Room TCAS ดูแลการจัดสอบ ยืนยันการเลื่อนสอบพิจารณาจากสถานการณ์ในพื้นที่จริงบนความเสมอภาคและโอกาสการเข้าสอบอย่างเท่าเทียม

1 ธ.ค.2567 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลกระทบให้นักเรียนในหลายพื้นที่ประสบปัญหาในการเดินทาง รวมถึงการเตรียมตัวเพื่อมาเข้าสอบ TGAT/TPAT 2-5 ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 7-9 และ 14 ธ.ค.67 นี้ ตนจึงได้หารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เพื่อหาทางช่วยเหลือนักเรียนทุกคนให้สามารถเข้าสอบได้อย่างเสมอภาค ดังนั้น ในวันที่ 30 พ.ย.67 ที่ผ่านมา ทปอ. จึงได้ออกประกาศ “ชี้แจงการจัดสอบ TGAT/TPAT 2-5 ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง” โดยได้มีการปรับเลื่อนวันสอบในบางสนามสอบ และจัดตั้ง “War Room TCAS” เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

รมว.กระทรวง อว.กล่าวต่อว่า ในประกาศดังกล่าว ทปอ. จะมีแนวทาง 4 แนวทางในการดำเนินการ ประกอบด้วย 1. ให้มีการเลื่อนวันสอบจำนวน 4 สนามสอบในจังหวัดยะลา และนราธิวาส ได้แก่ สนามสอบโรงเรียนสตรียะลา (จ.ยะลา) สนามสอบโรงเรียนธรรมมูลนิธิ (จ.ยะลา) สนามสอบโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง (จ.ยะลา) และสนามสอบมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (จ.นราธิวาส) โดยระบบจะเลื่อนวันสอบให้ผู้สมัครใน 4 สนามสอบนี้โดยอัตโนมัติ เป็นวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2567 2.ให้สนามสอบในจังหวัดปัตตานี จำนวน 3 สนามสอบ และ จังหวัดสงขลา จำนวน 6 สนามสอบ ยังคงเปิดสอบตามปกติ 3.จัดตั้ง War Room TCAS เพื่อเกาะติดสถานการณ์และดูแลการจัดสอบในพื้นที่จังหวัดดังกล่าว เพื่อให้ผู้สมัครได้รับทราบข่าวสารอย่างต่อเนื่อง โดย ทปอ. จะรายงานข้อมูลให้ทราบเป็นรายวันผ่านช่องทาง http://www.mytcas.com และ FB: mytcas.com สำหรับผู้สมัครสอบที่มีปัญหาสามารถติดต่อ ทปอ. ผ่านทางโทรศัพท์ หรือ ช่องทาง inbox ของ FB: mytcas.com และ 4. อนุญาตให้ผู้สมัครในสนามสอบจังหวัดปัตตานี และจังหวัดสงขลาที่อาจจะประสบปัญหาในการเดินทางมาเข้าสอบในวันที่ 7 – 9 ธันวาคม 2567 สามารถลงทะเบียนย้ายวันสอบมาเป็นวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2567 ผ่านระบบ student.mytcas.com ได้ภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2567 เวลา 24.00 น. ทั้งนี้ สนามสอบที่จัดให้ใหม่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นสนามสอบใหม่โดย ทปอ. จะประกาศให้ทราบต่อไป

“ทั้งนี้ ข้อสอบที่ใช้ในการจัดสอบวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2567 จะเป็นข้อสอบชุดใหม่ที่คงมาตรฐานเดิม และครอบคลุมเนื้อหาตาม Blue print โดยผู้ออกข้อสอบเป็นชุดเดียวกันและออกในคราวเดียวกันเพื่อให้เกิดความเสมอภาคสำหรับผู้เข้าสอบทุกคน ซึ่ง ทปอ. ได้เตรียมการเพื่อบริหารความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าแล้ว” น.ส.ศุภมาส กล่าวและว่า ขอยืนยันว่าการเลื่อนการสอบ TGAT/TPAT 2-5  กระทรวง อว.และ ทปอ.ได้พิจารณาจากสถานการณ์ในพื้นที่ที่เป็นจริงและยืนอยู่บนพื้นฐานความเสมอภาคและโอกาสในการเข้าถึงการสอบที่เท่าเทียมกัน 

‘คุรุสภา’เร่งออกข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย

https://www.naewna.com/local/844744

'คุรุสภา'เร่งออกข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย

‘คุรุสภา’เร่งออกข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 20.53 น.

“คุรุสภา”เร่งผลักดันร่างข้อบังคับมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัยให้ทันสมัยการศึกษายุคปัจจุบัน พร้อมชวนร่วมแสดงความคิดเห็นร่างดังกล่าว

30 พ.ย.67 ผศ.ดร.อมลวรรณ  วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กำลังดำเนินการจัดทำร่างข้อบังคับคุรุสภาว่า ด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. ….. และอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ (ร่าง) ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. …. โดยมีหลักการเพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูในระดับปฐมวัย มีสมรรถนะทางวิชาชีพที่ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครูในระดับปฐมวัย

ส่วนสาระสำคัญของร่างมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย ประกอบด้วย 1) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ  2) มาตรฐานการปฏิบัติงาน และ 3) มาตรฐานการปฏิบัติตน การกำหนดมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพนั้นกำหนด ผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัย ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง  ขณะเดียวกันมาตรฐานความรู้ครูปฐมวัย กำหนดต้องมีความรอบรู้และเข้าใจในเรื่องต่างๆ เช่น ธรรมชาติการเรียนรู้ของสมองเด็ก การเจริญเติบโต พัฒนาการด้านตัวตนและพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กตามช่วงวัย การสร้างสัมพันธภาพต่อเด็กและการเลี้ยงดู พัฒนาและการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม ความรู้ด้านศาสตร์การสอนสำหรับเด็กปฐมวัย การออกแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เหมาะสมกับพัฒนาการ การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม การพัฒนาหลักสูตรสอดคล้องกับบริบทของครอบครัว ชุมชน และสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ตอบสนองต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การประเมินเพื่อวางแผน ส่งเสริม พัฒนาการและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย และความแตกต่างของเด็กรายบุคคล สุขภาพกายและใจ โภชนาการที่ดี การดูแลความปลอดภัยจากสภาพแวดล้อม สังคม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย และ ความสัมพันธ์ของระบบนิเวศรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ครอบคลุมทั้งครอบครัว โรงเรียนหน่วยงานสาธารณสุข ชุมชน สื่อ เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม และกฎหมาย ที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กปฐมวัย

ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวต่อไปว่า ส่วนมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพนั้นกำหนดว่าผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัย ต้องผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด ดังนี้ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพระหว่างเรียน การปฏิบัติการสอนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ ทั้งนี้สาระความรู้ และสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

นอกจากนี้มาตรฐานการปฏิบัติงานนั้นยังกำหนดว่าผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยต้องปฏิบัติหน้าที่ครูด้วยการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้านความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย จิตวิญญาณและคุณลักษณะที่ดีของความเป็นครูปฐมวัย สร้างสัมพันธภาพที่ดี รัก เมตตา และเอื้ออาทรต่อเด็ก ปฏิบัติต่อเด็กอย่างให้เกียรติ ไม่เลือกปฏิบัติ  ทำงานเป็นทีม ร่วมมือกับครู เครือข่าย และบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถานศึกษา รวมถึงคุ้มครองสิทธิของเด็กทุกคนให้อยู่รอดปลอดภัย ได้รับการดูแล พัฒนา ปกป้องคุ้มครอง และให้เด็กมีส่วนร่วมในการแสดงออก ใส่ใจต่อเด็กที่ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยทางสภาพแวดล้อม สังคม และเทคโนโลยีที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก โดยทำงานร่วมกับผู้ปกครอง และ หรือสหวิชาชีพ และรู้เท่าทันและสามารถใช้สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีทางการศึกษา ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดผลดีต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก มีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์โดยบูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเล่นและทำกิจกรรมที่หลากหลายสอดคล้องกับพัฒนาการตามวัยของเด็กและความต้องการพิเศษ เพื่อให้เด็กมีสมรรถนะพื้นฐานในการเรียนรู้และการดำรงชีวิตต่อไปในอนาคตมีความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน  และสุดท้ายมาตรฐานการปฏิบัติตนที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยต้องมีมาตรฐานการปฏิบัติตนตามข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ

“ขณะนี้คุรุสภาได้เปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตครู หน่วยงานผู้ใช้ครูผู้ประกอบวิชาชีพครู รวมถึงผู้ปกครองนักเรียน นิสิต/นักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบและร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง ข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ… ผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขอเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างดังกล่าว เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านทาง Google Form ที่ https://forms.gle/KbCntnJ9ffgtFYSF8 ถึงวันที่30 พฤศจิกายน 2567” ผศ.ดร.อมลวรรณ  กล่าวว่า

และว่าหลังจากที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจัดทำร่างข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย พ.ศ. …เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องทำรายละเอียดของมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการคุรุสภาเพื่อพิจารณาต่อไป  อย่างไรก็ตามนอกจากคุรุสภาได้ปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพครูปฐมวัย แล้วยังได้มีการพัฒนาเรื่องมาตรฐานวิชาชีพสาขาอื่นๆ ด้วย เช่น ร่างข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ พ.ศ. …. เป็นต้น  เพื่อให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วย

‘เพิ่มพูน’ เผย ‘นายกฯอิ๊งค์’ พร้อมช่วยจัดงบซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว 3 แห่ง และงบช่วยน้ำท่วม

https://www.naewna.com/local/844551

'เพิ่มพูน' เผย 'นายกฯอิ๊งค์' พร้อมช่วยจัดงบซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว 3 แห่ง และงบช่วยน้ำท่วม

‘เพิ่มพูน’ เผย ‘นายกฯอิ๊งค์’ พร้อมช่วยจัดงบซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว 3 แห่ง และงบช่วยน้ำท่วม

วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 19.25 น.

“เพิ่มพูน” เผย “นายกฯอิ๊งค์” พร้อมช่วยจัดงบซ่อมอาคารเรียนพังจากแผ่นดินไหว 3 แห่ง และงบช่วยน้ำท่วม

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567  พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วย รมว.ศึกษาธิการ ผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนกาวีระวิทยาลัย  จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยถูกน้ำท่วมหนักที่ผ่านมา

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า โรงเรียนกาวีระวิทยาลัย ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักมาก ตนจึงเดินทางมาตรวจเยี่ยนจุดที่ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะโต๊ะ เก้าอี้ที่เป็นของเก่าได้รับความเสียหายหมด ซึ่งเป็นมิติที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ก็ต้องขอบคุณอาชีวศึกษาจังหวัด ภายใต้การนำของ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) ที่ให้วิทยาลัยอาชีวศึกษา มาช่วยเหลือซ่อมเครื่องแอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกน้ำท่วมและช่วยฟื้นฟูสถานศึกษาที่ประสบภัย และผู้อำนวยการโรงเรียนกาวีระวิทยาลัย  ได้ขอให้โรงเรียนเครือข่ายและศิษย์เก่าและผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาให้การช่วยเหลือสถานศึกษาที่ประสบภัยน้ำท่วม

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า  กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่  ตนได้รายงานผลการลงตรวจเตรียมโรงเรียนที่ จ.เชียงใหม่ และโรงเรียนที่ประสบปัญหาแผ่นดินไหว 3 แห่ง งบฯ กว่า 10 ล้านบาท ให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบ  ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ขอให้ ศธ.รวบรวมงบที่จะนำไปช่วยเหลือ ตนจึงมอบให้เลขาธิการ กพฐ.ไปจัดทำของบกลางเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยไม่ต้องรอเสนอของบฯ ปี 2569 เพราะอาจจะช้าไปถึงปี 2570 เนื่องจากต้องใช้เวลาในการก่อสร้างอาคารเรียนที่เสียหายจากแผ่นดินไหว  ซึ่งท่านนายกฯ ก็เห็นว่าจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำเพื่อประโยชน์ของน้อง ๆนักเรียน

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า สำหรับงบช่วยเหลือสถานศึกษาที่ถูกน้ำท่วมภาคเหนือของปี 2566 จำนวน  95 ล้านบาท ของปี 2567 จำนวน 200 กว่าล้านบาท ซึ่ง ศธ.ได้เสนอให้ที่ประชุม ครม.ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุม ครม.ก็เห็นชอบในหลักการแล้ว  เพียงแต่ให้ศธ.นำมาดูตัวเลขว่าซ้ำซ้อนกับกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ศธ.ก็จะประสานกับสำนักงบประมาณให้ช่วยดู หากไม่มีการซ้ำซ้อน ก็จะนำเสนอ ให้ ครม.พิจารณาในเร็วๆนี้

“การเดินทางมาตรวจเยี่ยมการศึกษาและการมาประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ก็ถือว่ามารับทราบปัญหาและมาช่วยกันแก้ไขปัญหาของมิติทางด้างการศึกษาในส่วนที่ผม และรมช.ศธ. รวมถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้องดูแลรับผิดชอบ สามารถดำเนินการขับเคลื่อนไปด้วยดี ซึ่งขณะนี้ภาพร่วมในการจัดการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือก็กลับสู่ภาวะปกติแล้วมีมิติการขับเคลือนเครือข่ายทางการศึกษามีการช่ายเหลือแบ่งปันทางด้านวิชาการและทรัพยากรต่างๆ ถือว่าเป็นเชียงใหม่โมเดลหนึ่ง ที่มีความสมบูรณ์ทางด้านการศึกษา“ รมว.ศธ.กล่าว