ในส่วนของนักศึกษา ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความสุขให้กับนิสิต ใน 12 มิติ อาทิ Proud to be KU ที่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ความภาคภูมิใจให้กับนิสิตใหม่ที่ก้าวเข้ามาในรั้วสถาบันผ่านกิจกรรม และแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข KU Happy Place การเพิ่มพื้นที่และผู้ให้คำปรึกษาการใช้ชีวิต และสุขภาพจิตใจให้กับนิสิตในทุกชั้นปี รวมถึงการมีพื้นที่ที่ทำให้ทุกคนสัมผัสได้ถึงความเท่าเทียม SDGs KU การตอกย้ำแนวทางด้านความยั่งยืน เช่น ผลงานนวัตกรรมของนิสิต พื้นที่สีเขียว การลดปล่อยคาร์บอน และกระจายองค์ความรู้ที่สำคัญไปสู่ชุมชนโดยรอบและเครือข่าย Life of KU การสร้างบรรยากาศความสมดุลระหว่างชีวิตและการเรียนให้กลับมาเป็นปกติ ภายหลังสถานการณ์โรคระบาด APSSA KU การผลักดันผลงานนิสิตที่มีความโดดเด่นเช่นในเชิงงานวิจัย วิชาการ นวัตกรรมไปสู่เวทีที่สำคัญระดับโลก และ SDKU พื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงาน สถาบัน เพื่อให้ระบบการศึกษาสอดรับกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นต้น
งานวิจัยของสถาบัน MIT ชี้ว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรมได้ 35% และลดเวลาการทำงานลง 14% และผลการสำรวจของ World Economic Forum ตั้งแต่ปี 2565-2566 ระบุว่า บุคลากรด้าน AI จะขาดแคลนอย่างมหาศาล เพราะอุตสาหกรรมการผลิตของทั้งโลกต้องพึ่งพา AI มากยิ่งขึ้น แต่การเรียนการสอนด้าน AI ของไทยที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะบรรจุในเนื้อหาของวิชาคอมพิวเตอร์ เน้นทักษะความรู้เฉพาะทาง มีการเชื่อมโยงกับโจทย์หรือความต้องการจริงในภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างน้อย
เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.ดร.ณัฐวุฒิ ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับมหาวิทยาลัยมหิดล จากการสามารถคว้ารางวัล Innovations that Inspire จากผลงาน “Gender Toolkit for LGBTQ+ in Business” ที่ได้ส่งเข้าประกวดในโครงการ 2023 Innovations that Inspire จัดโดย สถาบันการรับรองมาตรฐานการศึกษาทางด้านการบริหารธุรกิจ และการบัญชีในระดับสากล (AACSB – Association to Advance Collegiate Schools of Business)
โดยก้าวต่อไปคือการเตรียมพัฒนาสู่การจัดตั้งขึ้นเป็นหลักสูตร ภายใต้ความร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development : UNDP) ประเทศไทย หวังปลูกฝังคนไทยรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความเข้าใจในวิถีของการอยู่ร่วมกันในสังคมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ด้วยจิตสำนึกแห่งการเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์!!